๒๑. สร้างวัดพระแก้ว

และการวัดพระแก้วซึ่งโปรดให้สร้างขึ้นในพระมหาราชวังนั้น ให้สร้างพร้อมทั้งพระอุโบสถ พระเจดีย์ วิหารและศาลารายเป็นหลายหลัง ให้ขุดสระน้ำทำหอไตรถึงกลางสระหลังหนึ่ง พระราชทานนามว่าหอพระมนเทียรธรรม เป็นที่ไว้ตู้พระไตรปิฎก แล้วโปรดให้เลื่อนพระอาลักษณ์ (แก้ว) เป็นพระยาธรรมปโรหิตจางวางราชบัณฑิต เลื่อนหลวงอนุชิตพิทักษ์ (ทองอยู่) เป็นพระยาพจนาพิมลช่วยราชการในกรมราชบัณฑิต และให้ราชบัณฑิตทั้งปวงบรรดาที่เป็นอาจารย์ มาบอกพระปริยัติธรรมแก่ภิกษุสามเณรที่หอพระมนเทียรธรรมนั้นต่อมา อนึ่งโปรดให้เชิญพระเทพบิดร คือ พระรูปสมเด็จพระรามาธิบดี (อู่ทอง) ซึ่งเป็นปฐมวงศ์สร้างกรุงเก่า มาแปลงเป็นพระพุทธรูปหุ้มเงินปิดทองประดิษฐานไว้ในพระวิหาร พระวิหารนั้นพระราชทานนามว่าหอพระเทพบิดร การก่อสร้างพระอารามสำเร็จในปีมะโรง ฉศก จุลศักราช ๑๑๔๖[๓๒] ครั้นณวันจันทร์ เดือน ๔ แรม ๑๔ ค่ำ จึงโปรดให้เชิญพระพุทธปฏิมากรแก้วมรกตจากโรงในพระราชวังเดิมฟากตะวันตก ลงเรือพระที่นั่งกิ่งมีเรือแห่เป็นกระบวนข้ามมายังพระอารามที่สร้างใหม่แล้วให้นิมนต์พระสงฆ์ราชาคณะประชุมทำสังฆกรรมสวดผูกพัทธสีมาในวันนั้น และการพระอารามสำเร็จบริบูรณ์แล้ว จึงพระราชทานนามว่า วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไว้เป็นที่ประชุมข้าทูลละอองธุลีพระบาท ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาธิษฐานปีละ ๒ ครั้ง คือเดือน ๔ ขึ้น ๓ ค่ำครั้งหนึ่ง เดือน ๑๐ แรม ๑๓ ค่ำครั้งหนึ่ง เสมอมาจนทุกวันนี้



[๓๒] พ.ศ. ๒๓๒๗.

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ