๑๒๓. พระราชพิธีอุปราชาภิเษกเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร

ครั้นมาถึง ณ วันอาทิตย์ เดือน ๔ ขึ้น ๗ ค่ำ ปีขาล อัฐศก จุลศักราช ๑๑๖๘[๙๔] โปรดให้ตั้งการพระราชพิธีอุปราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งพลับพลาที่ประทับแรมที่โรงหล่อท้ายพระราชวังในกำแพง ซึ่งเป็นที่สวนกุหลาบในภายหลังตั้งเกยที่ข้างหลัง พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ พลับพลาเปลื้องเครื่องตั้งนอกกำแพงแก้ว พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทและพระมณฑปที่สรงสนาน ตั้งที่ชาลาในกำแพงแก้วด้านตะวันออกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โรงพิธีพราหมณ์ตั้งหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ในการพระราชพิธีนั้น พระสงฆ์ พระราชาคณะ คามวาสี ๓๒ อรัญวาสี ๒ พระองค์เจ้า ๑ ฐานานุกรม ๑๒ อาจารย์ในกรุง ๓ อาจารย์นอกกรุง ๓ รวม ๕๓ รูป เจริญพระพุทธมนต์ ตั้งแต่ ณ วันพฤหัสบดี เดือน ๔ ขึ้น ๔ ค่ำ ไป ๓ วัน เวลาบ่าย ๒ โมง ๕ บาท ตั้งกระบวนแห่มีข้าราชการ ฝ่ายทหารพลเรือน และมหาดเล็กในพระบรมมหาราชวัง และพระราชวังบวรฯ และตำรวจซึ่งต้องเกณฑ์ ในกระบวนแห่นั้นนุ่งถมปักลาย สวมเสื้อครุยขาว ขัดดาบขัดกระบี่ สะพายแล่งตามกระบวนบรรดาศักดิ์เป็นคู่ ๆ นั่งหน้าหลัง แห่เป็น ๔ สายแล้วถึงข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อย ฝ่ายทหารพลเรือนในพระบรมมหาราชวัง และพระราชวังบวรฯ นุ่งถมปักลายสวมเสื้อครุยขาวตามเสด็จท้ายกระบวนหลังอีก ๑๓๔ คู่ รวม ๒๖๘ คน แห่ตั้งแต่เกยที่ประทับมาโดยราชวิถี มีราชวัติฉัตรเบญจรงค์รายเป็นระยะตลอดมา เข้าประตูสุวรรณบริบาล หน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทแล้ว วงมาตามแนวกำแพงแก้วเสด็จขึ้นพลับพลา เปลื้องพระวิภูษิตาภรณ์ เครื่องที่ทรงมานั้นแล้ว ทรงพระภูษาลาย พื้นขาวโจงหางหงส์รัดพระองค์ปั้นเหน่งประดับเพชร ทรงพระธำมรงค์เพชรครบนิ้ว พระหัตถ์ขวาพระหัตถ์ซ้าย ทรงฉลองพระองค์ครุยกรองทอง แล้วทรงพระเสลี่ยงน้อยไปถึงที่ เสด็จขึ้นทางมุขหลังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เสด็จอยู่ข้างในพระฉาก ทรงสดับพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จนจบทั้ง ๓ วันแล้ว เสด็จลงทางมุขหลังมาประทับที่พลับพลา เปลื้องเครื่องทรงผลัดเครื่องแต่งพระองค์ทรงพระมาลาเสร้าสูง ตั้งกระบวนแห่ เสด็จกลับทางประตูพิมานไชยศรีทั้ง ๓ วัน เวลาเช้าในวันที่ ๑ วันที่ ๒ นั้น ทรงพระเสลี่ยงน้อยเสด็จมาทรงปฏิบัติพระสงฆ์ฉันแล้วเสด็จทางประตูพิมานไชยศรี กับพระราชวงศานุวงศ์ทั้งปวง ไปประทับอยู่ ณ ทิมสงฆ์ ดำรัสให้ทิ้งทาน ณ ต้นกัลปพฤกษ์ทั้ง ๔ ต้น ซึ่งตั้งอยู่หว่างโรงละครนอกพระระเบียง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เฟื้องทอง เฟื้องเงิน ไว้ในผลมะกรูดในผลมะนาว รวมทั้ง ๓ วัน เป็นทอง ๑๘ ตำลึง เงิน ๒๔ ชั่ง

ครั้น ณ วันอาทิตย์ เดือน ๔ ขึ้น ๗ ค่ำ ปีขาล อัฐศก เวลาเข้าทรงเครื่องต้น ทรงพระมหากฐินน้อย เสด็จโดยกระบวนแห่ล้วน สวมพอกขาวมีเกี้ยวมาตามทาง เข้าประตูสุวรรณบริบาล ประทับพลับพลา เปลื้องเครื่องแล้ว ทรงพระภูษาลายพื้นขาวโจงหางหงส์ รัดพระองค์ปั้นเหน่งประดับเพชร ทรงพระธำมรงค์ครบนิ้ว พระหัตถ์ขวาพระหัตถ์ซ้าย ทรงฉลองพระองค์ครุย เสด็จขึ้นบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทโดยมุขหลัง ถวายนมัสการพระศรีรัตนตรัย จึงมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมา ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาททรงศีลและทรงพระราชอุทิศถวายสังฆภัตตานิสงส์ครบตติยวารแล้ว ทรงประเคนสำรับพระสงฆ์ราชาคณะรับพระราชทานฉัน ครั้นได้เวลามหามงคลฤกษ์ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทรจึงเสด็จลงมาที่สรงสนานริมพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทด้านตะวันออก พระราชโกษาถวายพระภูษาขาวเครื่องถอดเสด็จประทับเหนือตั่งตั้งบนถาดทองแดง บ่ายพระพักตร์ต่อบูรพทิศแล้ว หลวงพิพิธภูษาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย พระเครื่องมุรธาภิเษก สรงสนานเสร็จแล้ว พระราชาคณะคามวาสี ๙ พระราชาคณะอรัญวาสี ๒ พระอาจารย์วัดบางช้าง ๓ รวม ๑๔ รูป ถวายน้ำพระพุทธมนต์จึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเต้าเบญจครรภและพระมหาสังข์ทักขิณาวัฏ พระสังข์ทองคำ พระสังข์เงิน อันเต็มด้วยน้ำปัญจสุทธินทีทรงรดพระราชทานเสร็จ และพระครูพราหมณ์ผู้ใหญ่ถวายน้ำสังข์น้ำกลศต่อพระหัตถ์แล้ว ถวายใบเวฬุ ทรงรับ พราหมณ์ผู้ใหญ่จึงร่ายพระเวทอิศวรมนตร์ พระพิษณุมนตร์ พระพรหมมนตร์ ถวายไชยมงคลเสร็จแล้ว ผลัดพระภูษาขาว ทรงพระภูษาลายเทศ พื้นแดง เขียนทอง ทรงสะพักกรองขาว เสด็จขึ้นพลับพลาเปลื้องพระเครื่องคอยพระฤกษ์ ครั้นได้ศุภวารมหุรติฤกษ์แล้ว เสด็จทรงพระเสลี่ยงน้อย จมื่นมหาดเล็กจึงเชิญธูปเทียนดอกไม้ตามเสด็จไปพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน เสด็จลงจากพระเสลี่ยงเข้าไปประทับอยู่ในท้องพระโรง ขุนมหาสิทธิโวหารอาลักษณ์เชิญพานพระสุพรรณบัฏมาจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไว้ ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จประทับ ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมานข้างใน จึงมีพระราชโองการดำรัสใช้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี ให้ออกมาเชิญเสด็จ ๆ เข้าไปในพระที่นั่งข้างใน พระเจ้าลูกเธอ พระเจ้าหลานเธอหลายพระองค์ทรงเชิญพานดอกไม้ธูปเทียนตามเสด็จเข้าไป จึงทูลเกล้าฯ ถวายดอกไม้ธูปเทียน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วมีพระราชโองการดำรัสใช้พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอรุโณทัยให้ออกมาเชิญพานพระสุพรรณบัฏเข้าไปในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ครั้นเวลาเช้า ๔ โมง ๕ บาท ได้พระสิริราชาฤกษ์ หลวงโลกทีป ขุนโชติพรหมา ขุนเทพากร โหรทั้ง ๓ สั่งให้ประโคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานพระสุพรรณบัฏ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร เป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลแล้ว พระราชทานพระแสงดาบญี่ปุ่นฝักมะขามสีแดง จึงดำรัสฝากพระบวรพุทธศาสนา และพระราชทานพระราโชวาท ให้ตั้งอยู่ในสุจริตธรรมโดยราชประเพณีแล้ว พระราชทานพระพรไชยให้ทรงเจริญพระสิริสวัสดิ์วัฒนายุยั่งยืนสืบไป เสร็จการพระราชพิธีแล้ว กรมพระราชวังบวรสถานมงคล เสด็จลงเรือพระที่นั่งกราบยาว ๑๓ วา พลพาย ๓๓ ซึ่งประทับ ณ ฉนวนประจำท่าเหนือตำหนักแพ มีเรือดั้งคู่ชัก ๓ คู่ เรือนำและเรือกลองแขก เรือตำรวจ เรือข้าราชการตามเสด็จ ๒๓ ลำ เสด็จข้ามไปพระราชวังเดิม มิได้โปรดให้เสด็จไปสถิตในพระราชวังบวรฯ



[๙๔] พ.ศ. ๒๓๔๙.

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ