๖๘. ทวายเป็นกบฏ

ฝ่ายเจ้าพระยารัตนาพิพิธ เจ้าพระยามหาเสนา พระยายมราชบอกเข้ามาว่า พม่ายกกองทัพใหญ่มาแต่เมืองอังวะจะมาตีเมืองทวาย พม่าเมืองทวายลอบออกไปหาแม่ทัพเมืองอังวะ จัดหญิงชาวเมืองทวายลงไปให้ ๒ คน หาให้กองทัพไทยรู้ไม่แม่ทัพเมืองอังวะจับกรมการเมืองทวายที่จัดผู้หญิงไปให้นั้นฆ่าเสีย แล้วส่งตัวผู้หญิงกลับเข้ามาเมืองทวาย ไพร่พลในเมืองทวายนั้นตั้งแต่รู้ว่ากองทัพพม่ายกมาแต่เมืองอังวะ ความซึ่งยำเกรงกองทัพไทยนั้นก็น้อยลงกว่าเก่ามาก จะใช้สอยการงานบังคับบัญชาก็ไม่ได้เหมือนแต่ก่อน ได้ทรงทราบในหนังสือบอกแล้ว พอกองทัพหัวเมืองเข้ามาพร้อมกัน ก็เสด็จยกพยุหยาตราโยธาทัพบกทัพเรือไปขึ้นเดินที่ค่ายหลวงแม่น้ำน้อย

ฝ่ายที่เมืองทวายนั้นขัดเสบียงอาหารลง เจ้าพระยารัตนาพิพิธ เจ้าพระยามหาเสนา พระยายมราช จึงปรึกษากันว่า ชาวเมืองทวายเสบียงอาหารก็ฝืดเคืองเกือบจะอดอยู่แล้ว จะชักเอาผู้ชายไปขนข้าวที่ฉางแม่น้ำนอย คนก็ติดรักษาหน้าที่เชิงเทินอยู่ ให้แต่พวกผู้หญิงลงมาขนข้าว พวกพ้องของใครก็ให้คุมพวกพ้องลงมาแล้วให้พวกไทยกำกับลงมาด้วย ชาวเมืองทวายสงสัยว่าจะผ่อนครัว ก็หาฟังบังคับบัญชาไม่ ทุ่มเถียงเกะกะไป เจ้าพระยามหาเสนาจึงเอาอ้ายวุ่นทอกพม่าเมืองทวายที่เป็นตัวแข็งแรงนั้นมาตี ๓๐ ที

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นไปทางคะมองสวยตั้งค่ายอยู่ที่หินดาดยังไกลเมืองทวายอยู่ ๒ คืน ฝ่ายสมเด็จพระอนุชาธิราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ซึ่งยกออกไปต่อเรือรบที่สิงขร เร่งต่อทำทั้งกลางวันกลางคืนจนเรือแล้วเสร็จ โปรดให้พระยาจ่าแสนยากร พระยาไกรโกษา ซึ่งไปเกณฑ์กองทัพแล้วตามเสด็จมากับพระยาพิไชยบุรินทรา พระยาแก้วเการพ นายทัพนายกอง คุมเรือยกออกไปเมืองทวายส่งกองทัพแล้ว เสด็จกลับมาประทับอยู่แขวงเมืองชุมพร ครั้นกองทัพยกไปถึงเมืองมะริดได้ข่าวว่าเมืองมะริดกลับใจเป็นกบฏ กองทัพจึงยกเข้าตีเมืองมะริด ปืนป้อมและปืนหน้าเมืองชาวเมืองยิงระดมแน่นหนานัก เข้าเมืองหาได้ไม่ ก็แจวเรือเข้าหาเกาะหน้าเมืองมะริด เกาะหน้าเมืองนั้นมีเขาอยู่ พระยาเสนหาภูธรทำพิณพาทย์อยู่ในเรือ เมื่อข้ามไปจะเข้าเกาะนั้นปืนพม่ายิงถูกวงฆ้อง ๆ กระจายไปถูกคนตีฆ้องเจ็บแต่หาตายไม่ พระยาไกรโกษา พระยาพิไชยบุรินทรา พระยาจ่าแสนยากร พระยาแก้วเการพ และนายทัพนายกอง ไปถึงเกาะเข้าพร้อมกัน เอาปืนใหญ่ขึ้นบนเขาช่วยกันยิงระดมเข้าไปในเมืองมะริด พม่าทนลูกปืนมิได้ ขุดหลุมทำสนามเพลาะเอากระดานบังตัวกันลูกปืน ปืนที่เมืองมะริดก็ซาลงยังแต่จะแตก

ฝ่ายข้างเมืองทวาย อ้ายวุ่นทอกที่เจ้าพระยามหาเสนาเฆี่ยนนั้น เจ็บแค้นโกรธเจ้าพระยามหาเสนา จึงป่าวร้องยุยงพวกทวายว่าไทยจะไล่คนผ่อนครัวลงไปขนข้าวแล้ว จะเลยกวาดคนและพวกครัวเมืองทวายไปไว้แม่น้ำน้อย พวกทวายทั้งปวงที่รักษาหน้าที่เชื่อคำอ้ายวุ่นทอกเห็นจริงด้วยก็กลับใจเป็นกบฏขึ้น ช่วยกันเอาปืนใหญ่ยิงระดมเข้าไปที่ค่ายไทยตั้งอยู่ กองทัพเจ้าพระยามหาเสนา เจ้าพระยารัตนาพิพิธ พระยายมราช เห็นดังนั้น จะอยู่ในค่ายก็มิได้ ด้วยค่ายนั้นอยู่ใกล้กำแพงปืนยิงถึงถนัด จึงล่าถอยขยับค่ายออกมาตั้งให้พ้นทางปืน

ฝ่ายพระรองเมืองเข้ารักษาอยู่ในเมืองทวาย เห็นทวายเป็นกบฏขึ้นทวายปิดประตูเสียหมด พระรองเมืองกับนายทัพนายกองต้องเลียบมาตามริมเชิงเทินข้างเหนือเมือง พอถึงประตูมีทวายรักษาประตูอยู่ ๕-๖ คน จะออกทางประตูนั้นทวายผู้รักษาประตูไม่ให้ออก จึงฟันทวายรักษาประตูตาย ๒ คน เหลือนั้นวิ่งหนีไป พระรองเมืองกับนายทัพนายกองกระทุ้งกลอนกุญแจหัก เปิดประตูออกได้แล้ว ก็รีบไปหากองทัพพระยายมราช

ฝ่ายเจ้าพระยารัตนาพิพิธ เจ้าพระยามหาเสนา พระยายมราชตั้งค่ายยังมิทันแล้ว กองทัพพม่ากับทวายพลเมืองสมทบกันยกมาเป็นอันมาก เข้ารบรุกบุกบันไล่ยิงไล่ฟันกลางแปลงเหลือกำลังที่จะต่อรบ ทัพไทยก็ล่าถอยรับมาจนถึงค่ายพระยาอภัยรณฤทธิ์ ซึ่งปืนกองหน้าทัพหลวงตั้งค่ายปิดทางอยู่ พวกกองทัพเจ้าพระยามหาเสนา เจ้าพระยารัตนาพิพิธ พระยายมราช ที่ล่าถอยลงไปจะขอเข้าอาศัยค่ายผ่อนพักรับทัพพม่า พระยาอภัยรณฤทธิ์ไม่ยอมให้เข้าค่าย ว่าตัวเป็นทัพหน้าของทัพหลวง ถ้าเข้ามาในค่ายคนกำลังตื่นแตกพม่าเข้าไปในค่ายมิเสียหรือ ถ้าค่ายหน้าแตกแล้ว ข้าศึกก็จะถึงค่ายหลวงทีเดียว ศีรษะพระยาอภัยรณฤทธิ์จะมิปลิวไปหรือ ให้รับทัพพม่าอยู่แต่นอกค่ายเถิด กองทัพเจ้าพระยามหาเสนา เจ้าพระยารัตนาพิพิธ พระยายมราช เข้าค่ายมิได้ก็ตั้งรับอยู่หน้าค่าย แต่จมื่นราชาบาล (กระต่าย) จมื่นสมุหพิมาน (แสง) บุตรเจ้าพระยาราชบุรี ไห้ว่าให้พระยาอภัยรณฤทธิ์เปิดประตูรับให้เข้ามาเป็นหลายครั้ง พระยาอภัยรณฤทธิ์ก็ไม่ยอม พระอินทรเดช (บุญเมือง) พระยามหามนตรี (ปลี) เห็นด้วยพระยาอภัยรณฤทธิ์ว่าอย่าเปิดรับ คนจะละเล้าละลุมเข้ามาให้รับอยู่นอกค่ายก็จะได้ พม่าตามกองทัพมาถึงเข้ารบรุกบุกบันทัพไทยรับมิหยุด เพราะมิได้มีค่ายมั่นรักษาตัว ก็แตกพ่ายกระจายกันไป เสียเจ้าพระยามหาเสนาในที่รบศพก็มิได้ ค่ายพระยาอภัยรณฤทธิ์พม่าก็เข้าตีเอาได้ เสียไพร่พลครั้งนั้นมาก

ทรงพระราชดำริว่าจะทำการต่อไปไม่ตลอด จึงโปรดให้ถอยกองทัพทั้งปวงลงมาแม่น้ำน้อย ครั้นมาถึงแม่น้ำน้อยทรงทราบว่าเจ้าพระยามหาเสนาหายไปแล้วทราบว่ามาถึงค่ายพระยาอภัยรณฤทธิ์แล้ว เจ้าพระยามหาเสนา เจ้าพระยารัตนาพิพิธ พระยายมราช จะเข้าอาศัยค่ายยิงปืนรับพม่า พระยาอภัยรณฤทธิ์ไม่ยอมให้อาศัย ปิดประตูค่ายเสีย ทรงพระพิโรธพระยาอภัยรณฤทธิ์มาก ดำรัสว่าเสนาบดีผู้ใหญ่ทั้ง ๓ นายมาถึงแล้ว ควรจะให้เข้าพักอยู่ในค่าย นี่มันถือกฎหมายอะไรของมันไม่ให้เสนาบดีผู้ใหญ่เข้าอยู่ในค่าย จนเสียแม่ทัพนายกองและไพร่พลเป็นอันมาก ให้ทำกระทู้ซักถามพระยาอภัยรณฤทธิ์ ๆ ก็รับสารภาพผิด จึงให้ลงพระราชอาชญาประหารชีวิตพระยาอภัยรณฤทธิ์เสียที่ค่ายแม่น้ำน้อย และพระอินทรเดช พระยามหามนตรี ที่เห็นด้วยพระยาอภัยรณฤทธิ์นั้น ให้ถอดเสียจากที่เจ้ากรมพระตำรวจแล้ว ลงพระราชอาชญาจำไว้ทั้ง ๒ คน และจมื่นราชาบาล จมื่นสมุหพิมานที่ว่าแก่พระยาอภัยรณฤทธิ์ให้เปิดประตูรับนั้น มีความชอบ ให้จมื่นราชาบาล เป็นที่พระอินทรเดช ที่พระราชรินทร์ว่างอยู่หามีตัวไม่ จึงให้จมื่นสมุหพิมานเป็นที่พระราชรินทร์ แล้วจึงโปรดเกล้าฯให้นายจ่าเรศ (เกด) บุตรพระยาเพ็ชรพิไชยที่ถึงแก่กรรม ถือหนังสือเข้ามาถึงผู้รักษาพระนคร ให้ระวังพวกพม่าที่จำไว้ ณ คุกและระวังรักษาพวกพระยาทวาย ถ้าเห็นว่าผู้ใดกำเริบขึ้นก็ให้จับจำเสีย ผู้รักษาพระนครครั้งนั้น กรมหมื่นนรินทรพิทักษ์ พระยาพลเทพ (ปิ่น) พระยาธรรมา (ทองดี) พระยาเพ็ชรพิไชย ที่เป็นหลวงนายสิทธิ์ครั้งกรุงเก่า พระยามหาธิราชอยู่กรมเมือง แล้วโปรดให้นายฉิมมหาดเล็กเป็นเชื้อชาวชุมพรถือตรารีบไปเฝ้าสมเด็จพระอนุชาธิราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคลฉบับ ๑ นายฉิมได้ตราแล้วก็รีบไปขึ้นที่เมืองเพ็ชรบุรี เดินบกไปเฝ้าที่เมืองกระ กราบทูลราชการเมืองทวายตามท้องตรา สมเด็จพระอนุชาธิราช กรมพระราชวังบวรฯ เสียพระทัยนัก รับสั่งว่าการจะสำเร็จอยู่แล้วกลับไม่สำเร็จไปได้ จึงสั่งให้ขึ้นไปบอกนายทัพนายกองให้ล่าทัพจากเมืองมะริด พอกองทัพพม่ายกลงมาถึงเมืองมะริด กองทัพไทยจัดการจะล่าทัพเรือ พม่าก็เข้าตีกองทัพได้รบกัน กองทัพไทยต่อเรือรบครั้งนั้นมีตะกุดทั้งหน้าทั้งท้าย ล่าถอยเรือเอาท้ายลงมา ยิงปืนหน้าเรือรับพม่าแข็งแรงพม่าก็ยิงต่างคนต่างยิงกัน ถึงฝั่งจึงทั้งเรือเสียขึ้นบก พม่าก็ขึ้นบกติดตามกองทัพไทย พระยาจ่าแสนยากร (ทุเรียน) รับพม่าแข็งแรง พม่าหาอาจล่วงเกินเข้ามาได้ไม่ นายทัพนายกองก็ไม่มีผู้ใดเป็นอันตราย เสียแต่เรือรบและปืนบาเหรี่ยมสำหรับเรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จจากแม่น้ำน้อยกลับคืนพระนครและกรมพระราชวังบวรสถานมงคลตั้งทัพรออยู่จนพม่ากลับไปเมืองมะริดหมดแล้ว ก็เสด็จกลับคืนพระนคร

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ