๑๐๖. สิ่งซึ่งกรมพระราชวังบวรฯ ได้ทรงสร้าง

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทได้ทรงสร้างพระราชวังบวรฯ ทั้งวัง ตั้งแต่ป้อมพระจันทร์ลงมาจนถึงป้อมอิสินธร ด้านตะวันออกจนกระทั่งถนนหน้าพลับพลาสูง ฝ่ายพระราชวังบวรฯ ป้อมและกำแพงพระนครตั้งแต่ประตูหน้าวัดศรีสรรเพ็ชญ์ขึ้นไปจนถึงป้อมยุคนธร ริมวัดบวรนิเวศป้อมในแนวกำแพงส่วนพระราชวังบวรฯนั้น คือป้อมอิสินธรท้ายวังข้างเหนือ ๑ ป้อมพระจันทร์ท้ายวังข้างใต้ ๑ ป้อมพระอาทิตย์ ๑ ป้อมพระสุเมรุ ๑ กระบวนกระโจมป้อมและเสมาวิหลั่นผิดกันกับป้อมทั้งปวง ในส่วนพระบรมมหาราชวัง ประตูยอด ๓ ประตู คือ ประตูหน้าวัดศรีสรรเพ็ชญ์ ๑ ประตูทำฉนวนหน้าวัง ๑ ประตูสารซับมัน ๑ ยอดเป็นหลังมณฑปยอดปรางค์ วังพระองค์เจ้า ๔ วังติดกัน คือพระองค์เจ้าลำดวนวัง ๑ อยู่ข้างใต้ พระองค์เจ้าอินทปัตวัง ๑ ถัดขึ้นไปพระองค์เจ้าช้างวัง ๑ พระองค์เจ้าอสุนีวัง ๑ มีกำแพงล้อมและคั่นตำหนักเป็นฝากระดานมุงกระเบื้องทั้ง ๔ วัง ฝั่งข้างเหนือพระราชวังบวรฯ ข้างใต้เป็นโรงไหม ฝั่งข้างเหนือส่วนตะวันออกเป็นบ้านราษฎร ส่วนตะวันตกเป็นวังเจ้าบำเรอภูธร ซึ่งภายหลังเลื่อนเป็นกรมขุนสุนทรภูเบศร์ วังกำแพงล้อมรอบมีตึกหลัง ๑ ถัดนั้นไปริมกำแพงมีบ้านขุนนางผู้ใหญ่เป็นแถวขึ้นไป ๔ บ้าน มีตึกใหญ่บ้านละ ๒ หลัง มีกำแพงล้อมคือบ้านพระยามนเทียรบาล ๑ บ้านพระยากลาโหม ๑ บ้านพระยาจ่าแสนยากร ๑ บ้านพระยาไกรโกษา ๑ แล้วจึงถึงวังกรมหลวงจักรเจษฎา มีแต่กำแพงรอบเสามุมเป็นเสาเม็ด เป็นพระราชวังเดิมในกรมพระราชวังบวรสถานมงคล และบ้านพระยาไกรโกษาอีกบ้าน ๑ มีตึกหลัง ๑ กำแพงรอบอยู่ในที่ซึ่งเป็นวัดเทพธิดารามบัดนี้ ในฝั่งตะวันตกทำโรงเรือตั้งแต่วัดดุสิดารามขึ้นไปจนถึงคลองบางยี่ขัน ทำถวายในพระบรมมหาราชวังบ้าง ทำเป็นส่วนในพระราชวังบวรฯ บ้าง กับสะพานช้างข้ามคลองโรงไหม ๑ สะพานตรงข้ามคลองที่มุมพระราชวังบวรฯ ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ๑ เป็นสะพานไม้มีลูกกรงข้ามที่ไปวัดบุรณศิริแห่ง ๑ บ้านรับแขกเมืองเชียงใหม่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเหนือปากคลองโรงไหมขึ้นไป เรียกว่าบ้านหลวงของเจ้าฟ้าพิกุลทอง และบ้านอื่น ๆ ที่เรียกว่าบ้านหลวงทำเป็นการไม้อีกมาก ศาลาท้องสนามหลวงริมประตูพระราชวังตรงมุมวัดศรีสรรเพ็ชญ์ ๑ ศาลาคู่ ๒ ศาลาริมท้องสนามหลวง และศาลาเชิงสะพานตรง ๑ และได้ทรงฐาปนาวัดสลัก พระราชทานนามวัดนิพพานาราม ครั้นเมื่อยกสังคายนาเปลี่ยนชื่อวัดศรีสรรเพ็ชญ์ เมื่อเสด็จสวรรคตแล้ว ณ เดือนยี่ในปีกุนนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวดำรัสให้ตั้งการชุมนุมพระราชาคณะ สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานพระสงฆ์ แปลพระคัมภีร์ปริยัติธรรมแล้ว จึงได้พระราชทานนามพระอารามนั้นเปลี่ยนว่าวัดมหาธาตุราชวรวิหาร พระอารามหลวง ๑ วัดตองปุพระราชทานนามว่า วัดชนะสงคราม ๑ วัดโบสถ์ ๑ วัดบางลำพู ทรงสร้างพระราชทานนักชี ยายพระองค์เจ้ากัมพูช์ฉัตร และพระองค์เจ้าวงศ์ขัตติยา ๑ วัดสมอแครง ๑ วัดสมเกลี้ยง ๑ ทรงปฏิสังขรณ์ซ่อมแซมของเก่าคือวัดสำเพ็ง ทรงอุทิศถวายสมเด็จพระบรมชนกาธิบดีแล้ว พระราชทานว่า วัดประทุมคงคา ๑ วัดครุธ ช่วยสมเด็จพระวันรัตสร้าง ๑ วัดสุวรรณคีรีตรงปากคลองตลิ่งชันข้ามเดิมชื่อวัดดงเหล็ก ๑ วัดสุวรรณดารารามกรุงเก่า ๑ หอพระมนเทียรธรรมในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มาช่วยสมทบทำแห่ง ๑ วิหารคดวัดพระเชตุพนมาช่วยสมทบทำอีกแห่ง ๑ เครื่องป่าช้าวัดสุวรรณารามบางกอกน้อยคือ เมรุ และสามสร้าง หอสวด หอทิ้งทาน โรงโขน โรงหุ่น ระทา และพลับพลา โรงครัว พร้อมทุกอย่าง ทำถวายเป็นของพระบรมมหาราชวังอีกตำบล ๑

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ