๑๓. พงศาวดารพม่า ตั้งแต่มังหม่องเป็นกบฏ จนพระเจ้าปะดุงได้เมืองยะไข่

อนึ่งแต่ครั้งเมื่อปีฉลู ตรีศก จุลศักราช ๑๑๔๓[๒๔] ปีนั้นฝ่ายข้างแผ่นดินภุกามประเทศ พระเจ้าจิงกุจาผู้เสวยราชสมบัติ ณ กรุงรัตนบุระอังวะ ยกกองทัพขึ้นไปนมัสการพระสิงหดอ เหนือเมืองอังวะขึ้นไป ทางไกล ๕ คืน จึงมังหม่องเป็นราชบุตรพระเจ้ามังลอกผู้เป็นลุงพระเจ้าจิงกุจาบวชเป็นเณรอยู่ตั้งส้องสุมผู้คนได้พรรคพวกเป็นอันมาก แล้วสึกออกคิดการกบฏ เข้าปล้นชิงเอาเมืองอังวะได้ บังหม่องจึงให้ไปเชิญอาทั้ง ๓ คน คือ ตะแคงปะดุง ๑ ตะแคงปะดาน ๑ ตะแคงแปงตะแล ๑ มาพร้อมกัน แล้วมอบราชสมบัติให้อาทั้ง ๓ อาทั้ง ๓ มิได้รับ ยอมให้บังหม่องเป็นเจ้าแผ่นดิน บังหม่องก็ได้ครองราชสมบัติเป็นเจ้าอังวะ จึงไปขอบุตรีอะแซหวุ่นกี้มาเป็นพระมเหสี และพวกข้าไทยมังหม่องนั้นเป็นคนหยาบช้าเที่ยวข่มเหง ขุนนางอาณาประชาราษฎรได้ความเดือดร้อน อะแซหวุ่นกี้จึงคิดการกบฏ เวลาเย็นบังหม่องเสวยอาหารอยู่อะแซหวุ่นกี้ก็พาพรรคพวกเข้าไปในพระราชวัง จับตัวมังหม่องประหารชีวิตเสีย และมังหม่องอยู่ในราชสมบัติได้ ๗ วัน ก็สิ้นชนมชีพ อะแซหวุ่นกี้ขึ้นนั่งเมืองได้คืน ๑ จึงตะแคงปะตุง ตะแคงปะดาน ตะแคงแปงตะแล ทั้ง ๓ กับขุนนางทั้งปวงพร้อมกัน ยกพลทหารเข้าปล้นเอาพระราชวัง จับตัวอะแซหวุ่นกี้ได้ให้ฆ่าเสีย ขุนนางทั้งปวงจึงเชิญตะแคงปะดุง ขึ้นเสวยราชสมบัติเมืองอังวะ พระเจ้าปะดุงจึงตั้งตะแคงพระราชบุตรผู้ใหญ่เป็นอินแซะ มหาอุปราช แล้วให้มหาศีลวะอำมาตย์ กับจอกตลุงโบเป็นนายทัพเรือ ๕๐ ลำ คน ๒,๐๐๐ ยกขึ้นไปจับพระเจ้าจิงกุจา ซึ่งขึ้นไปไหว้พระสิงหดอ ได้ตัวมากับทั้งบุตรภรรยาและขุนนางทั้งปวง พระเจ้าปะดุงให้เอาพระเจ้าจิงกุจาถ่วงน้ำเสีย พระราชบุตรและนางสนมกับขุนนางพรรคพวกนั้น ให้ประหารชีวิตเสียสิ้น และพระเจ้าจิงกุจาอยู่ในราชสมบัติได้ ๖ ปีเศษ

ครั้นจุลศักราช ๑๑๔๕[๒๕] ปีเถาะเบญจศก พม่าคน ๑ ชื่องะพุง มืพรรคพวกประมาณ ๓๐๐ คน คิดกบฏยกเข้าปล้นเอาเมืองอังวะ พระเจ้าปะดุงให้ขุนนางคุมทหารออกต่อรบก็แตกพ่ายหนืไป พลข้าหลวงติดตาม จับตัวงะพุงกับพรรคพวกได้ พระเจ้าปะดุงสั่งให้ฆ่าเสียทั้งสิ้น ในปีเถาะเบญจศกนั้น พระเจ้าปะดุงให้สร้างเมืองใหม่ขึ้นที่บ้านทองกา อยู่ทิศตะวันตก ไกลเมืองอังวะทาง ๓๐๐ เส้น ครั้นการเมืองสำเร็จแล้ว จึงให้นามเมืองชื่อว่า อมระปุระ พระเจ้าปะดุงยกไปจากเมืองอังวะไปอยู่เมืองใหม่นั้น ตั้งเป็นเมืองหลวงแล้วจัด กองทัพจะยกไปตีเมืองธัญญวดี คือ เมืองยะไข่ แต่งให้แอกกะบัดระหวุ่น คือพล ๔,๐๐๐ เป็นทัพหน้า ให้ตะแคงจักกุราชบุตรที่ ๒ ถือพล ๑๐,๐๐๐ เป็นแม่ทัพบกยกไปทางหนึ่ง แล้วให้แมคุงหวุ่นถือพล ๔,๐๐๐ เป็นทัพหน้า ให้ตะแคงกามะราชบุตรที่ ๓ ถือพล ๑๐,๐๐๐ เป็นแม่ทัพบกยกไปทางหนึ่ง แล้วให้คิริกะเรียง ๑ แยข่องเดชะ ๑ แจกกะเรจอโบ ๑ รวม ๓ นาย ถือพล ๑๔,๐๐๐ เป็นแม่ทัพหน้า ให้อินแซะมหาอุปราชถือพล ๑๖,๐๐๐ เป็นแม่ทัพบกยกไปทางหนั้ง เป็น ๓ ทัพยกไปตีเมืองธัญญวดี และทัพเรือนั้นให้มหาจอแทงตละยาเป็นแม่ทัพ กับแยจออากา ๑ แยจอสมุท ๑ รวม ๓ นาย คือพล ๔,๐๐๐ เรือรบทะเล ๓๐๐ ลำ ยกไป ทางทะเล และกองทัพบก ทัพเรือ ๔ ทัพ ยกไปตีหัวเมืองซึ่งขึ้นยะไข่รายทางไปได้เป็นหลายเมือง แล้วยกไปบรรจบพร้อมกันเข้าตีเมืองธัญญวดี ซึ่งเป็นเมืองหลวงนั้น พระเจ้ายะไข่ให้พลทหารออกต่อรบ สู้ฝีมือพม่าไม่ได้ ทัพพม่าก็เข้าหักเอาเมืองได้ จับได้ตัวพระเจ้ายะไข่และขุนนางไพร่พลครอบครัวประมาณ ๔๐,๐๐๐ เศษ กวาดเอามาเมืองอมระปุระ แล้วตั้งจอกชูคุมไพร่พลพม่า ๑๐,๐๐๐ ให้อยู่รักษาเมืองธัญญวดี และพระเจ้ายะไข่นั้น พระเจ้าปะดุงให้เลี้ยงไว้แล้วป่วยลงก็ถึงแก่ความตาย



[๒๔] พ.ศ. ๒๓๒๔

[๒๕] พ.ศ. ๒๓๒๖.

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ