๙๕

๏ ฝ่ายชาวบ้านชาวเมืองทั้งปวง ครั้นได้หนังสืออ่านดูรู้เหตุแล้ว ก็สื่อสวนปรึกษาพร้อมใจกัน ครั้นเวลาประมาณสามยามก็เปิดประตูพระนครทั้งสี่ทิศ จุดประทัดขึ้นเป็นสำคัญแล้วร้องด้วยเสียงอันดังพร้อมกันว่า ข้าพเจ้าทั้งปวงเปิดประตูเมืองออกรับแล้ว

๏ ฝ่ายเกียงจูแหยเห็นดังนั้น ก็ขับทหารเข้าเมืองในเวลากลางคืน ขณะนั้นพระเจ้าติวอ๋องเสด็จอยู่ข้างในกับมเหสีทั้งสาม แต่เวลายามหนึ่งเสด็จเข้าที่บรรทมไม่หลับ ให้บังเกิดเป็นลางวิปริตต่าง ๆ หลับพระเนตรลงมิได้ ให้เห็นเป็นทหารถือดาบเข้ามาเงื้อจะฟัน ก็สะดุ้งตกพระทัยหวาดหวั่นเป็นกำลัง จนเวลาสามยามได้ยินเสียงทหารเกียงจูแหยอื้ออึงเข้ามาในเมืองก็ตกพระทัย เสด็จออกมาข้างหน้า พอขุนนางเข้าไปทูลว่า บัดนี้ชาวเมืองเปิดประตูพระนครทั้งสี่ทิศ บูอ๋องยกกองทัพเข้ามาในเมืองได้แล้ว พระเจ้าติวอ๋องสิ้นพระสติ จึงแข็งพระทัยปรึกษาขุนนางว่า บัดนี้ราษฎรเอาใจออกหากสิ้น จนกองทัพบูอ๋องยกเข้ามาถึงกำแพงชั้นสองเราจะคิดประการใด ขุนนางทั้งปวงนิ่งอยู่สิ้น

๏ ฝ่ายเหลายินเกียดกับทหารซึ่งรักษาหน้าที่เชิงเทินนั้น เห็นกองทัพยกเข้าเมืองได้ ก็มิอาจที่จะต้านทานพากันแตกหนีมาทูลพระเจ้าติวอ๋องทุกประการ พระเจ้าติวอ๋องขณะนั้นตกพระทัยกลัวข้าศึก พระองค์สั่นเวียนปรึกษาขุนนางว่า เราจะคิดประการใด ก็มิได้มีผู้เพ็ดทูลต่างคนนิ่งอยู่สิ้น

๏ ฝ่ายเกียงจูแหยยกกองทัพล่วงกำแพงชั้นนอกเข้าไป จึงกำชับทแกล้วทหารห้ามมิให้ทำอันตรายแก่ราษฎร ถ้าผู้ใดมิฟังจะเอาโทษถึงตาย แล้วก็ยกเข้าไปกำแพงชั้นใน จึงให้ทหารร้องบอกเข้าไปว่า เกียงจูแหยกับทหารทั้งปวง ให้เชิญพระเจ้าติวอ๋องเสด็จออกมาสนทนากัน

๏ ขณะนั้นพระเจ้าติวอ๋องประทับอยู่ ณ ที่ออกขุนนางพอทหารเข้าไปกราบทูลว่า เกียงจูแหยกับหัวเมืองทั้งปวง ให้เชิญเสด็จออกไปสนทนากัน พระเจ้าติวอ่องจึงคิดแต่ในพระทัยว่า จะนิ่งอยู่ให้เขาเข้ามาจับเอาตัวก็หาควรที่เราจะเป็นกษัตริย์ไม่ เกิดมาแล้วก็ตายทุกตัวคน จำจะออกไปสู้รบดูตามบุญ จึงสั่งทหารทั้งปวงว่าเราจะออกไปสนทนากับบูอ๋อง แล้วก็ทรงเครื่องสำหรับกษัตริย์สู้สงคราม จัดทหารเป็นกระบวนปีกขวาปีกซ้ายกองหน้ากองหลัง สรรพด้วยสาตราวุธมีทหารถือธงมังกรทองนำหน้า แลถือเครื่องสูงเคียงข้าง พระเจ้าติวอ๋องขึ้นทรงม้าให้ประโคมแตรสังข์ฆ้องกลองจุดประทัด ยกออกไปจากประตูวัง เห็นกองทัพบูอ๋องพร้อมด้วยทหารหัวเมือง แลทหารที่มีฤทธิ์มีฝีมือ คนมีสติปัญญาดูเป็นสง่านัก พระเจ้าติวอ๋องสลดใจ เหมือนกวางตัวเดียวเข้าไปในท่ามกลางฝูงเสือ อุตส่าห์แข็งพระทัยด้วยมานะกษัตริย์ จึงตรัสว่าเกียงจูแหยเราชุบเลี้ยงเป็นขุนนาง เหตุไรจึงไปคบกับพวกเมืองไซรกีคิดกบฏ แล้วมิหนำซ้ำชักชวนหัวเมืองขึ้นทั้งปวง ยกเข้ามากระทำร้ายเราดังนี้ สมควรอยู่แล้วหรือ เกียงจูแหยยอบตัวลงบังคมแล้วทูลว่า พระองค์เป็นกษัตริย์ ข้าพระองค์เป็นข้าแผ่นดิน บ้านเมืองเป็นธรรมก็ควรที่อยู่เป็นข้าทำราชการสืบไป นี่พระองค์กระทำผิดประเพณีถึงสิบประการ มิได้ตั้งอยู่ในสัจธรรมทิ้งอย่างธรรมเนียมเสียสิ้น เชื่อฟังแต่คำผู้หญิงตั้งกฎหมายใหม่ ขุนนางหัวเมืองหาความผิดมิได้ก็ลงโทษ เหมือนนางเกียงฮ่องเฮา เกียงฮ่วนฌ้อ หงกจงฮูเหล่านี้พระองค์มิได้พิจารณากระทำโทษถึงแก่ความตาย แล้วก็เสียสัตย์กับขุนนางหัวเมืองทั้งปวงเชื่อคำนางขันกีให้ทำเผาหลกทองแดงไว้มิให้ผู้ใดทูลขัดขวาง ทั้งให้ขุดหลุมใหญ่ปล่อยอสรพิษลงไว้ในนั้น สำหรับให้กัดคนตายเสียเป็นอันมาก แล้วเร่งรัดเอาทรัพย์สิ่งของทองเงินแก่ราษฎรมาสร้างลกไต๋ ให้เที่ยวจับอาณาประชาราษฎรมาทำการได้ความเดือดร้อน ที่มีเงินเสียก็ไม่ต้องทำ ที่จนก็ต้องมาทำลำบากยากแค้น พระองค์ไม่มีความอายฟังแต่คำนางขันกีหยอกนางกาสีภรรยาอึ้งปวยฮอ นางกาสีมีความอดสู กระโดดลงมาจากเตียะแซเหลาตาย แล้วนางอึ้งกุยฮุยน้องสาวของอึ้งปวยฮอเข้าไปห้ามปราม พระองค์ก็ถีบตกจากเตียะแซเหลาตาย ทั้งให้ตัดตีนสินมือคนทั้งปวง เอาหญิงมีครรภ์มาผ่าท้องดูเล่น แล้วให้ผ่าอกเอาตับปอดเลือดเนื้อ เปกอิบโคบุตรบูอ๋องไปสับระคนกับแป้งทำเป็นขนมให้บุนอ๋องกิน ไม่มีความเวทนาสัตว์ บัดนี้เขาจะทำแก่พระองค์บ้าง เหมือนทำแก่คนทั้งปวงจะว่าประการใด พระองค์ก็เป็นกษัตริย์จงปรึกษาโทษพระองค์ให้ทหารเอกทหารเลวฟัง ให้ถูกต้องตามธรรมเนียมโบราณสืบมา พระเจ้าติวอ๋องได้ทรงฟังดังนั้น ละอายพระทัยนัก มิได้ทันตรัสตอบประการใด

๏ ฝ่ายเกียงบุนฮ่วนคิดถึงบิดาขึ้นมาแค้นพระเจ้าติวอ๋องนัก ร้องตวาดด้วยเสียงอันดัง เอากระบองชี้หน้าร้องว่า เกียงฮ่วนฌ้อบิดาเราหาความผิดมิได้ก็ฆ่าเสีย นางเกียงฮองเฮาพี่เราหาโทษผิดมิได้ก็ให้ควักจักขุเสียทั้งสองข้างได้ความเวทนาจนถึงแก่ความตาย เราจะตัดศีรษะท่านแก้แค้นวันนี้ ว่าแล้วก็ขับม้ารำกระบองเข้ารบกับพระเจ้าติวอ๋อง พระเจ้าติวอ๋องรบกับเกียงบุนฮ่วนได้ห้าเพลง ทำเสียทีชักม้าหนีจะให้เกียงบุนฮ่วนติดตาม เกียงบุนฮ่วนรู้ในทีหนีก็ชักม้ารอรั้งไว้ พวกทหารพระเจ้าติวอ๋องมิได้เป็นใจจะสู้รบ ก็แตกระส่ำระสายไม่เป็นกระบวนทัพ เกียงจูแหยเห็นดังนั้น ก็สั่งทหารเอกสามสิบห้าคน ให้ไล่พวกทหารแปดร้อยหัวเมือง เข้าล้อมพระเจ้าติวอ๋องไว้เป็นสามารถ

๏ ขณะเมื่อทหารทั้งปวงคิดเป็นใจเดียวกัน เข้าล้อมพระเจ้าติวอ๋องไว้นั้น ถ้าพระเจ้าบูอ๋องรู้ในอาญาศึกว่าตีกลองให้เร่งทหารเข้ารบ ถ้าตีม้าล่อให้เรียกทหารถอยกลับ พระเจ้าบูอ๋องก็จะสั่งให้ตีม้าล่อเรียกทหารให้กลับ พระเจ้าบูอ๋องมิได้รู้ในอาญาศึก จึงคิดวิตกถึงพระเจ้าติวอ๋องนัก เป็นคำสรรเสริญไว้ว่า พระเจ้าบูอ๋องมีใจซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนัก ถึงพระเจ้าติวอ๋องมิได้ตั้งอยู่ในยุติธรรม พระเจ้าบูอ๋องก็ยังนับถือว่าเป็นเจ้าของพระองค์

๏ ฝ่ายเหลายินเกียดเห็นทหารเกียงจูแหย เข้าล้อมพระเจ้าติวอ๋องไว้เป็นสามารถ จึงปรึกษาลุยฮุยลุยเผงว่า พระเจ้าติวอ๋องชุบเลี้ยงเราให้เบี้ยหวัดผ้าปีมียศศักดิ์ถึงเพียงนี้ ซึ่งเราจะนิ่งอยู่จนให้ข้าศึกเข้าทำอันตรายพระองค์นั้นหาควรไม่ เราคิดว่าจะเข้าช่วยกันฝ่าฟันเข้าไปให้ทหารทั้งปวงแตกระส่ำระสาย พระเจ้าติวอ๋องได้ทีก็จะหนีออกจากที่ล้อมได้ ถึงตัวเราจะตายด้วยคมอาวุธข้าศึก ชื่อเสียงเราก็จะปรากฏอยู่ในแผ่นดิน ท่านจะเห็นประการใด ลุยฮุยลุยเผงได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบด้วย เหลายินเกียดกับลุยฮุยลุยเผงก็ขับม้าถือง้าว พากันฟันฝ่าทหารเข้าไปจนถึงหน้าที่นั่งพระเจ้าติวอ๋อง เหลายินเกียดเหลือบไปเห็นลิมเสียนถือกระบี่ขับม้าไล่ฟันทหารเข้ามาหน้าที่นั่ง เหลายินเกียดโกรธนัก ข้าม้ารำง้าวเข้ารบกับลิมเสียน ลิมเสียนรบกับเหลายินเกียดได้สี่เพลง จะทานกำลังเหลายินเกียดมิได้ก็ชักม้าหนี โลเฉียเห็นดังนั้นก็เข้าสกัดหน้ารบกับเหลายินเกียด เหลายินเกียดรบกับโลเฉียได้ห้าเพลง เสียทีชักม้าให้หลัง โลเฉียเอากำไลทองขว้างไปถูกหลังเหลายินเกียดตกม้าตาย ลุยฮุยเห็นเหลายินเกียดตาย ก็ขับม้าเข้ารบกับโลเฉีย เอียวเจี้ยนเห็นโลเฉียจะทานกำลังลุยฮุยไม่ได้ ก็ขับม้าขวางหน้าโลเฉีย เข้ารบกับลุยฮุย ลุยฮุยกับเอียวเจี้ยนรบกันได้สี่เพลง ลุยฮุยเสียทีขับม้าถลำเข้ามา เอียวเจี้ยนเอาง้าวฟันลุยฮุยศีรษะขาดตกม้าตาย ลุยเผงเห็นลุยฮุยตาย ก็ขับม้าไล่ฟันเอียวเจี้ยน เอียวเจี้ยนรับด้วยง้าว แล้วชักม้าทำเสียทีจะให้ลุยเผงฟัน ลุยเผงรู้ในเพลงง้าวยั้งมือไว้ แล้วชักม้ามาทำทีจะหนี เอียวเจี้ยนได้ทีก็ขับม้าไล่ลุยเผงไป หลุยจินจู๊เห็นเอียวเจี้ยนจะเสียทีลุยเผง ถือกระบองบินขึ้นบนอากาศไล่ลุยเผง ลุยเผงตกใจขับม้าจะหนี หลุยจินจู๊เอากระบองตีลุยเผงถูกศีรษะตกม้าตาย

๏ ฝ่ายเกียงจูแหยเห็นทหารพระเจ้าติวอ๋อง แตกระส่ำระสายล้มตายเป็นอันมากก็ได้ทีสั่งให้ตีกลองขับทหารเข้าไป จะจับพระเจ้าติวอ๋อง พระเจ้าติวอ๋องถือง้าวทรงม้าอยู่ในกลางทหารมิได้ตกพระทัย องอาจขับม้าที่นั่งไล่ฟันฝ่าทหารออกมา ล่ำเปกฮอเห็นพระเจ้าติวอ๋องก็ดีใจคิดว่าเราจะตัดศีรษะพระเจ้าติวอ๋อง เอาเป็นบำเหน็จมือวันนี้ คิดแล้วก็ขับม้ารำกระบี่เข้ารบสกัดหน้าพระเจ้าติวอ๋อง พระเจ้าติวอ๋องขับม้ามาโดยกำลังนัก ล่ำเปกฮอทานกำลังมิได้ก็เสียที พระเจ้าติวอ๋องฟันล่ำเปกฮอตัวขาดตกม้าตาย แล้วขับม้าไล่ฟันทหารเลวตายยี่สิบหกคน

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ