๑๐

๏ ฝ่ายเตียวคีเห็นทหารหามศพเสียงหยงไปทิ้งเสียดังนั้นก็โกรธ จึงเข้าไปทูลว่าเสียงหยงเป็นคนสัตย์ซื่อต่อแผ่นดิน เข้ามาทัดทานว่ากล่าวพระองค์กลับโกรธ เสียงหยงน้อยใจฆ่าตัวเสียฉะนี้ ข้าพเจ้าเห็นว่าราชสมบัติท่านเห็นจะเป็นของผู้อื่นแล้ว พระเจ้าติวอ๋องได้ฟังเตียวคีว่ากล่าวหยาบช้าก็ขัดเคืองนัก จึงให้ทหารจับตัวเตียวคีไปนาบด้วยทองแดงจนเนื้อไหม้เกรียมเหม็นเขียวตลบไปทั้งวัง เตียวคีก็ขาดใจตายแล้วพระเจ้าติวอ๋องก็เสด็จเข้าไปตำหนักตึกนางขันกี จึงตรัสบอกความซึ่งทำโทษเสียงหยงกับเตียวคีให้นางขันกีฟัง แล้วปรึกษานางขันกีว่า นางเกียงฮองเฮาผู้ตายนั้นเป็นบุตรเกียงฮวนฌ้อเจ้าเมืองตังลู้ เกียงฮวนฌ้อมีทแกล้วทหารมากกว่าร้อยหมื่น ถ้ารู้ว่าทำโทษนางเกียงฮองเฮาถึงสิ้นชีวิต เห็นเกียงฮวนฌ้อจะคิดการกบฏเราวิตกนัก เจ้าจะคิดประการใด นางขันกีจึงทูลว่าข้าพเจ้าเป็นสตรีคิดไปมิถึง ขอให้หายฮุยต๋งเข้ามาเฝ้าปรึกษากับฮุยต๋งจึงจะควร พระเจ้าติวอ๋องได้ฟังนางขันกีว่าก็เห็นชอบด้วย จึงตรัสชมว่าเจ้ามีสติปัญญาบรรดาหญิงทั้งแผ่นดินไม่มีเสมอสองสมควรจะเป็นมเหสีเอก พระเจ้าติวอ๋องจึงให้หาฮุยต่งเข้ามาเฝ้าที่ข้างใน จึงตรัสปรึกษาฮุยต๋งว่า บรรดาขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยก็ต้องโทษตายเสียเป็นหลายคน ขุนนางซึ่งมิได้ซื่อตรงต่อเราจะลอบลักให้หนังสือลับไปถึงเกียงฮวนฌ้อ ว่าทำโทษเกียงฮองเฮาตาย เห็นเกียงฮวนฌ้อจะคิดการกบฏ ยกมากระทำแก่เมืองเรา บุนไทสือเล่าไปปราบหัวเมืองฝ่ายเหนือยังไม่กลับมา หาผู้ใดจะสู้รบต้านทานกองทัพเมืองตังลู้ไม่ เราวิตกนัก ท่านจะคิดประการใด ฮุยต๋งจึงทูลว่าตั้งแต่เกียงฮองเฮา โตไทซือ ป่วยเป๊ก เสียงหยง เตียวคีรับอาสาตาย ขุนนางทั้งปวงก็ระส่ำระสายอยู่ ขอให้มีหนังสือรับสั่งไปหาทั้งสี่หัวเมืองเอกเข้ามาเมืองหลวงแล้วจับฆ่าเสีย หัวเมืองน้อยทั้งปวงจะคิดการกบฏก็เห็นจะปราบปรามง่าย เหมือนหนึ่งเสือถอนเขี้ยวเสียแล้ว พระเจ้าติวอ่องก็เห็นชอบด้วย จึงให้ฮุยต๋งแต่งหนังสือสี่ฉบับข้อความต้องกัน ให้ม้าใช้แยกทางกันไปทั้งสี่หัวเมือง

๏ ฝ่ายกีเซียงเจ้าเมืองไซรกี ครั้นเวลาเช้าออกว่าราชการขุนนางพร้อมกัน พอนายประตูเข้าไปบอกว่า มีหนังสือรับสั่งมาแต่เมืองหลวง กีเซียงจึงให้ขุนนางออกไปเชิญหนังสือรับสั่งเข้ามา แล้วจุดธูปเทียนคำนับตามธรรมเนียม จึงฉีกผนึกออกอ่าน ในหนังสือรับสั่งนั้นว่าหัวเมืองฝ่ายเหนือเกิดโจรผู้ร้ายกำเริบนัก ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินได้ความเดือดร้อน บัดนี้ให้บุนไทสือยกไปปราบปรามยังมิกลับมา และในเมืองหลวงทุกวันนี้หาผู้ใดที่จะปรึกษาราชการไม่ ให้เจ้าเมืองเอกทั้งสี่ไปช่วยคิดราชการทำนุบำรุงแผ่นดินให้อาณาประชาราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข ถ้าผู้ใดช่วยปราบโจรผู้ร้ายในเมืองหลวงสงบลงเมื่อใด จะให้เลื่อนที่เป็นขุนนางผู้ใหญ่ยิ่งขึ้นไป ให้เจ้าเมืองไซรกีเร่งเข้าไปเมืองหลวงโดยเร็ว กีเซียงอ่านหนังสือรับสั่งแล้ว จึงให้เลี้ยงโต๊ะผู้ถือหนังสือตามธรรมเนียม ผู้ถือหนังสือคำนับแล้วลากลับไปเมืองหลวง

๏ ฝ่ายกีเซียงครั้นข้าหลวงไปแล้วพิเคราะห์ดูชะตา ก็รู้ว่าเคราะห์ร้ายนัก จะได้ความลำบากแต่มิเป็นไร จึงคิดว่ารับสั่งให้หาครั้นจะมิไปก็เป็นขัดรับสั่ง กีเซียงจึงให้หาซันงีเสงหลำจงกวดขุนนางทั้งสองกับเป๊กอิบโค้ผู้บุตรมาแล้วบอกว่า เราพิเคราะห์ดูชะตาเราเคราะห์ร้าย ซึ่งมีหนังสือรับสั่งให้หาเราเข้าไปเมืองหลวงครั้งนี้ เห็นว่าพระเจ้าติวอ๋องจะทำโทษ ถ้าเราไปเมืองหลวงแล้วอยู่ภายหลังผู้ใดอย่าตามเราไปเลย จงรักษาบ้านเมืองให้ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุขเหมือนดังเรายังอยู่ ถ้าราษฎรชายหญิงจะขัดสนเงินทอง และข้าวปลาอาหารสิ่งใดให้ซันงีเสงกับเป๊กอิบโค้จัดแจงแจกจ่ายให้ตามสมควร อย่าให้ราษฎรในเมืองได้ความเดือดร้อน แม้นเกิดโจรผู้ร้ายนอกเมือง ให้หลำจงกวดปราบปรามจงราบคาบ เป๊กอิบโค้ได้ฟังดังนั้นจึงคำนับแล้วว่า บิดาเคราะห์ร้ายจงอยู่รักษาเมืองเถิด ข้าพเจ้าจะไปเมืองหลวงแทน กีเซียงจึงว่ามีรับสั่งเฉพาะมาให้หาบิดา ครั้นจะให้เจ้าไปแทนตัวก็ผิดด้วยรับสั่ง พระเจ้าติวอ๋องจะทรงพระโกรธ เจ้าจงอยู่รักษาเมืองเถิด อย่าวิตกถึงบิดาเลย กีเซียงจึงเข้าไปข้างในคำนับนางไทเกียงผู้มารดา แล้วเล่าความให้มารดาฟัง กับนางไทกีไทยิมผู้ภรรยาทั้งสองฟังทุกประการ แล้วกีเซียงเจ้าเมืองไซรกีคนนี้มีเมียยี่สิบสี่คน มีลูกเก้าสิบเก้าคนและนางไทกีเมียหลวงเป็นมารดาเป๊กอิบโค้ นางไทยิมเมียรอง เป็นมารดากีฮวด ฝ่ายนางไทเกียงผู้มารดา ได้ยินกีเซียงว่าดังนั้นก็ตกใจ จึงว่าชะตาเจ้าถึงที่ร้ายแจ้งอยู่แล้ว ซึ่งจะเข้าไปเมืองหลวงครั้งนี้แม่คิดวิตกนักเกลือกจะมีอันตราย เจ้าไปเร่งระมัดระวังตัวให้จงดีอย่าให้มีความผิด นางไทเกียงจึงคำนับบวงสรวงบนเทพยดาทั้งปวงว่า จงช่วยพิทักษ์รักษาบุตรข้าพเจ้าให้ได้กลับมาครองเมืองหลวงเถิด กีเซียงจึงฝากบุตรภรรยาแก่มารดาแล้วคำนับลาออกมา จัดทหารและคนสนิทที่มีสติปัญญาฝีมือกล้าแข็งได้ห้าสิบคน กับสิ่งของเครื่องบรรณาการเสร็จแล้ว ก็ขึ้นม้ายกออกจากเมืองไซรกี

๏ ฝ่ายเป๊กอิบโค้กีฮวดบุตรใหญ่ทั้งสองกับซันงีเสงหนึ่ง หลำจงกวดหนึ่ง มอก๋งซุยหนึ่ง จิวก๋งต้านหนึ่ง เตียวก๋งเซ็กหนึ่ง ปิดก๋งหนึ่ง เองก๋งหนึ่ง ซินกะหนึ่ง ซินเปียนหนึ่ง ไทเตี๋ยนหนึ่ง บ๊อเถียนหนึ่ง ขุนนางทั้งปวงต่างคนตามส่งกีเซียง ทางไกลเมืองไซรกีร้อยเส้นเศษถึงศาลาที่สำนักนี้ เป๊กอิบโค้กับกีฮวดขุนนางพร้อมกันคำนับส่งจอกสุราให้กีเซียงเป็นธรรมเนียมคำนับลา กีเซียงรับจอกสุราแล้วสั่งเป๊กอิบโค้และขุนนางทั้งปวงให้กลับไปรักษาบ้านเมือง กีเซียงก็ขึ้นม้าเดินทางประมาณแปดร้อยเจ็ดสิบห้าเส้นถึงเขาเอียนซัว เห็นเมฆตั้งขึ้นมาฟ้าร้องครืนๆ จึงบอกแก่ทหารและคนใช้ว่าฝนห่าใหญ่จะตก กีเซียงก็พาทหารเข้าอาศัยใต้ร่มริมเชิงเขาเอียนซัว พอเกิดพายุใหญ่ฝนตกฟ้าผ่าลงมายอดเขาทลาย ครั้นฝนขาดเม็ดแล้ว กีเซียงแลไปเห็นสว่างอยู่ริมเชิงเขาเหมือนแสงดาว ก็รู้ว่าดาวทหารตกลงมาจึงสั่งคนใช้ว่า จงชวนกันไปหาดาวมาให้จงได้ คนทั้งปวงมิได้รู้ว่าดาวอยู่แห่งใด ขัดคำสั่งมิได้ต่างคนก็ไปเที่ยวหาดาวตามเชิงเขามาพบกุฏฝังศพโบราณ เห็นเด็กน้อยคนหนึ่งยืนร้องไห้อยู่ไม่มีพ่อแม่ คนใช้ก็อุ้มเด็กนั้นมาส่งให้กีเซียง กีเซียงก็ดูลักษณะรูปร่างเด็กคนนั้นก็รู้ว่านานไปจะมีวาสนาฝีมือกล้าแข็งในการรบ และเด็กคนนี้หาบิดามารดามิได้ ควรจะเลี้ยงไว้เป็นบุตรบุญธรรมให้บรรจบกับบุตรร้อยหนึ่ง กีเซียงก็ให้คนใช้อุ้มเด็กนั้นตามกีเซียงออกจากที่สำนักนี้เดินมาตามทาง พอมีผู้เฒ่าคนหนึ่งสวนทางมา กีเซียงเห็นผู้เฒ่าคนนั้นรูปร่างสมบูรณ์อ้วนพีผิวเนื้อเหลือง เห็นจะเป็นผู้วิเศษ จึงลงจากม้าคำนับผู้เฒ่าแล้วถามว่า ท่านอาศัยอยู่เขาไหนท่านมาพบข้าพเจ้าเวลานี้จะไปแห่งใด หุนต๋งจู๊รู้จักหน้าว่าเป็นเจ้าเมืองไซรกี จึงบอกว่าข้าพเจ้าชื่อหุนต๋งจู๊อาศัยอยู่ถ้ำยกเทียวต๋ง คำไทยว่าถ้ำศิลาแก้วอยู่แทบเชิงเขาจงลำซัว ขณะเมื่อฝนตกห่าใหญ่ดาวทหารตก ข้าพเจ้าจึงมาเที่ยวหาพอพบท่าน ท่านจะไปแห่งใดจึงมาทางนี้ กีเซียงรู้ว่าหุนต๋งจู๊เป็นฤษีคำนับขออภัย จึงแจ้งความแต่หลังให้ฟังทุกประการ แล้วบอกว่าเมื่อฝนตกขาดเม็ดข้าพเจ้าได้เด็กคนหนึ่ง กีเซียงจึงอุ้มเด็กนั้นมาให้ดู หุนต๋งจู๊ก็รู้ว่าเด็กนั้นคือดาวเกียงแซตกลงมาเกิด หุนต๋งจู๊จึงว่าท่านจะไปเมืองจิวโก๋ครั้งนี้กว่าจะได้กลับมาช้าหลายปีอยู่ อย่าพาเด็กน้อยไปให้เป็นห่วงเลย ข้าพเจ้าจะขอรับเลี้ยงไว้ เมื่อท่านกลับมาจากเมืองหลวง จึงส่งให้ท่านไปเมืองไซรกี กีเซียงจึงว่าซึ่งท่านจะขอบุตรข้าพเจ้าเลี้ยงไว้ก็ตามเถิด แต่เด็กคนนี้ยังไม่มีชื่อ ขอท่านจงขนานชื่อให้แก่บุตรข้าพเจ้าด้วย หุนต๋งจู๊จึงให้ชื่อว่าหลุยจินจู๊ หุนต๋งจู๊ก็รับหลุยจินจู๊กลับไปถ้ำที่อาศัย กีเซียงก็ขึ้นม้าพาทหารเดินทางไปหลายวันใกล้ถึงเมืองจิวโก๋

๏ ฝ่ายเกียงฮวนฌ้อเจ้าเมืองตังลู้ งกจงฮูเมืองนำเป๊กเฮา ซ่องเฮ่าเฮ้าเจ้าเมืองปักเป๊กเฮา ครั้นแจ้งว่ามีรับสั่งให้หาก็รีบมาถึงเมืองจิวโก๋พร้อมกันทั้งสามหัวเมืองเข้าอาศัยอยู่กงก๊วนยังมิได้เฝ้า คอยกีเซียงเจ้าเมืองไซรกีอยู่ พอกีเซียงมาถึงก็ออกไปรับเข้ามาที่กงก๊วน ต่างคนคำนับกันตามธรรมเนียม พอเพลาค่ำลงทั้งสามหัวเมืองก็ให้ยกโต๊ะมาเลี้ยงกีเซียง เกียงฮวนฌ้อ งกจงฮู ซ่องเฮ่าเฮ้า ทั้งสี่คนนั่งกินโต๊ะอยู่พร้อมกัน เกียงฮวนฌ้อจึงถามกีเซียงว่า เหตุใดท่านจึงมาช้า กีเซียงจึงบอกว่า เมืองข้าพเจ้าอยู่ไกลจึงมามิทันท่าน เกียงฮวนฌ้อก็รินสุราคำนับส่งให้กีเซียงกับซ่องเฮ่าเฮ้า งกจงฮู ทั้งสี่คนเสพย์สุราพูดจากัน งกจงฮูรู้ว่าซ่องเฮ่าเฮ้าเป็นคนสอพลอ จึงว่าแก่ซ่องเฮ่าเฮ้าว่ามิได้กรุณาแก่ราษฎร คบคิดกันกับฮิวฮุนฮุยต๋งกราบทูลพระเจ้าติวอ๋องให้เกณฑ์คนหัวเมืองใหญ่น้อยเข้ามาปลูกพระที่นั่งชมดาว ผู้ซึ่งมีทรัพย์เอาเงินทองมาให้ก็ปล่อยเสีย ผู้ซึ่งยากไร้หาเงินจะให้มิได้ก็เร่งรัดเอาตัวมาตรากตรำทำการจนตายและหนีไปเป็นอันมาก ราษฎรหัวเมืองทุกวันนี้ได้ความเดือดร้อนเพราะท่าน ซ่องเฮ่าเฮ้าได้ยินดังนั้นก็โกรธลุกขึ้นผลักเอางกจงฮู แล้วว่าตัวกล่าวหยาบช้าเหลือเกินมิได้เกรงใจเรา งกจงฮูก็โกรธฉวยเอาจอกสุราขว้างเอาซ่องเฮ่าเฮ้า ทั้งสองทุ่มเถียงกันอื้ออึง กีเซียงห้ามงกจงฮูกับซ่องเฮ่าเฮ้าว่า ท่านทั้งสองอย่าวิวาทกันเลย ซึ่งงกจงฮูว่ากล่าวทั้งนี้หวังจะเตือนสติท่าน ท่านกับงกจงฮูก็เป็นขุนนางผู้ใหญ่ด้วยกัน จะวิวาทกันเหมือนเด็กน้อยฉะนี้ไม่ควร เวลานี้ก็ดึกแล้วไปหลับนอนเสียเถิด พอได้ยินเสียงคนนอกกงก๊วนร้องเข้ามาว่า ท่านทั้งสี่คนพากันกินสุราสบายอยู่แต่วันนี้เถิด รุ่งขึ้นพรุ่งนี้เลือดจะไหลอยู่ที่ตะแลงแกง กีเซียงได้ยินจึงถามคนว่าผู้ใดร้องเข้ามาให้สืบเอาตัวจงได้ คนใช้จึงพาเอาตัวเอียวฮกเข้ามาคำนับกีเซียง กีเซียงจึงถามว่าท่านรู้ความประการใดหรือ เอียวฮกบอกว่าข้าพเจ้าเป็นคนใช้สำหรับรักษากงก๊วนสืบรู้ความว่า พระเจ้าติวอ๋องเชื่อคำนางขันกีให้ฆ่าเกียงฮองเฮาเสีย ยังแต่พระราชบุตรทั้งสองก็สั่งให้ฆ่าเสีย พอเกิดพายุหอบพาพระราชบุตรไป ซึ่งมีหนังสือรับสั่งให้หาท่านทั้งสี่คนเข้ามาครั้งนี้หมายจะจับฆ่าเสีย เกียงฮวนฌ้อได้ยินว่าเกียงฮองเฮาตายก็ร้องไห้ล้มลงจนสลบไป กีเซียงกับงกจงฮู ซ่องเฮ่าเฮ้าช่วยกันแก้ไขเกียงฮวนฌ้อฟื้นขึ้นมา กีเซียงจึงว่าแก่เกียงฮวนฌ้อว่าบุตรท่านก็ตายแล้ว ถึงท่านจะร้องไห้รักจนน้ำตาเป็นโลหิตออกมา บุตรก็หาเป็นคืนมาไม่ จงระงับความโศกเสียเถิด เราทั้งสี่คนควรจะเข้าชื่อกันทำเรื่องราวกราบทูลถามถึงผิดนางเกียงฮองเฮาถวายเพลาเช้าพรุ่งนี้ เกียงฮวนฌ้อเห็นชอบจึงอดกลั้นความโศกไว้ ทั้งสี่คนก็ทำเรื่องราวในเวลากลางคืน

๏ ฝ่ายฮุยต๋งกับฮิวฮุน ขณะเมื่อสี่หัวเมืองใหญ่มาพร้อมกันแล้ว จึงเข้าไปที่ข้างใน กราบทูลพระเจ้าติวอ๋องว่าหัวเมืองทั้งสี่มาถึงพร้อมกัน สมดังพระองค์ดำริไว้แต่ก่อนแล้ว เวลาพรุ่งนี้หัวเมืองเข้ามาเฝ้า เห็นจะทำเรื่องราวเข้ามาถวายด้วย พระองค์อย่าทรงฟังเรื่องราวนั้นเลยจะเสียท่วงทีไป ขอให้มีรับสั่งให้จับไปฆ่าเสียเถิด พระเจ้าติวอ๋องตรัสว่าท่านอย่าวิตกเลย เราจะให้จับสี่หัวเมืองฆ่าเสียในเวลาพรุ่งนี้ ขณะเมื่อฮิวฮุนฮุยต๋งเฝ้าพระเจ้าติวอ๋องนั้นเป็นเวลาเย็น ครั้นเพลาค่ำก็บังคมลาไปบ้าน

๏ ฝ่ายทั้งสี่หัวเมืองครั้นเวลาเช้า ก็พากันเข้าไปเตรียมเฝ้าพร้อมกับขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวง พอพระเจ้าติวอ๋องเสด็จออก ต่างคนคุกเข่าลงคำนับเฝ้าอยู่ตามตำแหน่ง เกียงฮวนฌ้อจึงส่งเรื่องราวให้ปิกันถวายต่อพระหัตถ์ พระเจ้าติวอ๋องจึงรับมาวางไว้ แล้วตรัสถามเกียงฮวนฌ้อว่า ตัวมีโทษผิดเป็นข้อใหญ่อยู่รู้ตัวแล้วหรือ เกียงฮวนฌ้อจึงทูลว่าข้าพเจ้าไปอยู่รักษาเมืองตังลู้รู้ว่ามีรับสั่งให้หาจึงมาเฝ้า แต่ข้าพเจ้าได้ยินข่าวเล่าลือไปว่า พระองค์เชื่อคำคนยุยง ผู้หาผิดมิได้ให้เป็นผิด แล้วหลงเชื่อแต่นางขันกีจนฆ่าพระมเหสีเสีย ทำการทั้งนี้เหมือนดังจะแกล้งทำลายพระองค์ให้เสื่อมเกียรติยศ ซึ่งตรัสว่าข้าพเจ้ามีโทษผิดข้อใหญ่นั้นยังไม่แจ้ง

๏ พระเจ้าติวอ๋องได้ทรงฟังดังนั้นก็โกรธ จึงตรัสว่าลูกสาวของตัวแกล้งใช้เกียงฮวนมาทำร้ายเรา เราก็ฆ่าเสีย จึงให้หาตัวท่านเข้ามาจะบอกความกลับว่ากล่าวหยาบช้าอีกเล่า ตัวเป็นกบฏต่อเรา พระเจ้าติวอ๋องจึงสั่งให้บูซูจะให้เอาตัวเกียงฮวนฌ้อไปฆ่าเสีย กีเซียง ซ่องเฮ่าเฮ้ากับงกจงฮู จึงกราบทูลทัดทานว่าเกียงฮวนฌ้อเป็นคนสัตย์ซื่อ เห็นจะหาเป็นกบฏประทุษร้ายต่อพระองค์ไม่ ขอให้ทรงอ่านดูเรื่องราวซึ่งเกียงฮวนฌ้อถวายนั้นก่อน พระเจ้าติวอ๋องได้ฟังดังนั้น จึงหยิบเรื่องราวเกียงฮวนฌ้อมาคลี่ออกจำใจอ่าน ในหนังสือนั้นว่า ข้าพเจ้ากีเซียง ซ่องเฮ่าเฮ้า งกจงฮู เกียงฮวนฌ้อทำเรื่องราวกราบทูล ด้วยอย่างธรรมเนียมพระมหากษัตริย์แต่ก่อนนั้น ย่อมเอาพระทัยใส่กิจราชการบ้านเมือง แล้วเลี้ยงคนมีความสัตย์กตัญญู มิได้เลี้ยงคนพาลแผ่นดินจึงเป็นสุขสืบมา บัดนี้พระองค์มาเชื่อฟังนางขันกีกับฮิวฮุนฮุยต๋งทูลยุยง ให้ฆ่าพระมเหสีและพระราชบุตรเสีย ขุนนางซึ่งมีกตัญญูเพ็ดทูลทัดทานก็กลับเอาโทษ แล้วซ้ำมีกฎหมายไว้ว่า ถ้าผู้ใดเอาถ้อยความมากราบทูลก็จะเอาตัวผู้นั้นใส่ประทัดใหญ่จุดเผาเสียให้กระดูกละเอียด ซึ่งฮุยต๋งฮิวฮุนทูลให้ทำดังนี้เหมือนจะปิดปากผู้ซึ่งมีกตัญญูต่อแผ่นดินเสียทั้งนั้น ขุนนางและราษฎรทั้งปวงได้ความเดือดร้อนนัก ดุจอยู่ในที่มืดมิได้เห็นแสงพระจันทร์พระอาทิตย์ ถ้าพระองค์ฆ่านางขันกีกับฮุยต๋งฮิวฮุนเสียเหมือนทำลายเมฆอันปิดดวงพระอาทิตย์ให้สว่าง และผู้ซึ่งรับพระราชอาญาตายไปแต่ก่อนนั้น พระองค์ก็จะเห็นว่ามีผิดหรือหาผิดมิได้ แล้วกลับพระทัยเสียใหม่แผ่นดินก็จะเป็นสุข เหมือนครั้งพระเจ้าเงียวซุน ซึ่งข้าพเจ้ากราบทูลนี้เพราะมีกตัญญู ถึงจะลงพระราชอาญาตามกฎหมายก็มิได้อาลัยแก่ชีวิต พระเจ้าติวอ๋องทอดพระเนตรแล้วทรงพระโกรธฉีกหนังสือทิ้งเสีย จึงตรัสว่าอ้ายเหล่านี้บังอาจหยาบช้าให้กูได้ความอัปยศ แล้วสั่งบูซูให้เอาขุนนางทั้งสามคนไปฆ่าเสีย อย่าให้ผู้ใดดูเยี่ยงอย่าง ฮิวฮุนฮุยต๋งจึงกราบทูลว่าเกียงฮวนฌ้อนั้นคิดจะทำร้ายพระองค์มานานแล้ว หากบารมีพระองค์มากอยู่ไม่ทำได้ งกจงฮูก็เป็นคนหยาบช้ามิได้เกรงพระราชอาญา คนทั้งสองนี้โปรดให้ฆ่าเสียควรแล้ว แต่ซ่องเฮ่าเฮ้านั้นคนสัตย์ซื่อ แล้วอุตส่าห์พากเพียรทำพระที่นั่งชมดาวพระที่นั่งบรรทมนั้นเป็นความชอบอยู่ จะขอพระราชทานโทษไว้ครั้งหนึ่งก่อน พระเจ้าติวอ๋องก็โปรดให้ ปิกัน บ๋วยจือ มุยจิ๋วคี มุยจิวเอี๋ยน ปกฮี ซกซี ทั้งเจ็ดคนจึงกราบทูลพระเจ้าติวอ๋องว่า ซึ่งจะฆ่าขุนนางผู้ใหญ่เสียนั้นจงทรงพระดำริดูก่อน ด้วยโบราณว่าไว้ว่า เสนาบดีผู้ใหญ่เหมือนพระบาทพระมหากษัตริย์ทั้งสองข้าง แล้วเกียงฮวนฌ้อก็เป็นหัวเมืองใหญ่อยู่ฝ่ายตะวันออก ได้รบพุ่งข้าศึกปราบปรามหัวเมืองให้ราบคาบ ราษฎรฝ่ายตะวันออกก็อยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งจะเป็นกบฏข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย กีเซียงก็เป็นหัวเมืองใหญ่ฝ่ายตะวันตก แล้วมีน้ำใจโอบอ้อมอารีรักษาราษฎรเหมือนบิดารักษาบุตร หัวเมืองฝ่ายตะวันตกมิได้มีโจรผู้ร้าย เพลากลางคืนราษฎรก็มิได้ต้องปิดประตูเรือน และผู้ซึ่งทำผิด กีเซียงก็มิได้กระทำโทษดุจอาญาหัวเมืองทั้งปวง เป็นแต่เขียนวงให้ยืนทรมานตัวอยู่พอสมควร แล้วก็สั่งสอนให้ทิ้งความชั่วเสีย ราษฎรชาวเมืองทั้งปวงรักใคร่สรรเสริญกีเซียงเป็นอันมาก ซึ่งจะให้ฆ่ากีเซียงเสียนั้น ราษฎรทั้งปวงก็จะระส่ำระสายเสียใจนัก งกจงฮูเล่าก็เป็นหัวเมืองใหญ่ทำราชการโดยสุจริต มิได้เบียดเบียนราษฎรให้ได้ความเดือดร้อน แล้วก็เป็นข้าหลวงเดิมมาแต่ก่อน ข้าพเจ้าจะขอชีวิตขุนนางทั้งสามคนนี้ไว้ พระเจ้าติวอ๋องจึงตรัสว่าเกียงฮวนฌ้อนั้นเห็นจะเป็นกบฏจริง กีเซียงงกจงฮูนั้นว่ากล่าวหยาบช้านัก ครั้นจะมิฆ่าเสียขุนนางทั้งปวงก็จะดูเยี่ยงอย่าง อึ้งปวยฮอขุนนางผู้ใหญ่จึงทูลพระเจ้าติวอ๋องว่า เกียงฮวนฌ้อ งกจงฮู สองคนนี้ก็ทำราชการมานานแล้วยังหามีความผิดไม่ กีเซียงเล่าน้ำใจก็สัตย์ซื่อ แล้วประมาณการไปได้ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง แล้วกีเซียง งกจงฮู เกียงฮวนฌ้อ ทั้งสามคนนี้มีทหารและหัวเมืองขึ้นเป็นอันมาก ถ้าจะให้ฆ่าเสียบัดนี้ ทหารและหัวเมืองทั้งปวงแจ้งว่าเจ้านายตายแล้ว ก็จะมีใจเจ็บแค้นยกมาทำแก่เมืองหลวงทั้งสามทาง ก็เห็นจะป้องกันยาก บุนไทสือซึ่งไปตีเมืองปักไฮก็ยังหามาไม่ ซึ่งจะฆ่าขุนนางทั้งสามคนเสียจงทรงพระดำริดูก่อน พระเจ้าติวอ๋องจึงว่ากีเซียงนั้นเราแจ้งอยู่ว่ามีสติปัญญา ซึ่งทำทั้งนี้เห็นกีเซียงจะเป็นพลอยเข้าชื่อด้วยหาได้ลงใจไม่ ท่านจะขอชีวิตไว้ก็ตามเถิด สืบไปเมื่อหน้ากีเซียงประทุษร้ายต่อเรา จะเอาโทษท่านด้วย แต่งกจงฮูเกียงฮวนฌ้อนั้นจำจะให้ฆ่าเสีย กาแก๋ฮุยหยินกับขุนนางสี่คนเข้าชื่อกันทูลพระเจ้าติวอ๋องว่า ซ่องเฮ่าเฮ้าได้ทำพระที่นั่งชมดาวและพระที่นั่งบรรทมเป็นความชอบ กีเซียงนั้นมีสติปัญญาแล้วสัตย์ซื่อนัก ซึ่งยกโทษให้ก็ควรแล้ว แต่งกจงฮู เกียงฮวนฌ้อทั้งสองนี้ ข้าพเจ้าเห็นว่าความชอบก็มีอยู่เป็นอันมาก ด้วยกฎหมายแต่ก่อนว่า ถ้าพระมหากษัตริย์ว่าราชการผิดขนบธรรมเนียมไป ขุนนางซึ่งพลอยเห็นชอบด้วยก็เป็นหากตัญญูไม่ ผู้ซึ่งเห็นผิดแล้วทูลทัดทานผู้นั้นก็เป็นที่สรรเสริญแก่คนทั้งปวงว่ามีกตัญญูต่อแผ่นดิน ซึ่งงกจงฮูเกียงฮวนฌ้อทำเรื่องราวถวายนั้นโดยกตัญญู แล้วก็ต้องตามอย่างธรรมเนียมแต่ก่อน ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นความชอบหาควรจะฆ่าเสียไม่ พระเจ้าติวอ๋องก็ยิ่งทรงพระโกรธ จึงสั่งหูหยงให้เอาตัวงกจงฮูกับเกียงฮวนฌ้อไปฆ่าเสีย แล้วประกาศแก่ขุนนางทั้งปวง่า ถ้าผู้ใดบังอาจหยาบช้าต่อเราเหมือนงกจงฮู เกียงฮวนฌ้อ เราจะเอาโทษถึงสิ้นชีวิต แล้วพระเจ้าติวอ๋องก็เสด็จขึ้น หูหยงก็ไปลงอาญางกจงฮู เกียงฮวนฌ้อตามรับสั่ง ขุนนางทั้งปวงก็คิดสงสาร แต่กีเซียงนั้นร้องไห้รักงกจงฮูกับเกียงฮวนฌ้อเป็นอันมาก ทหารของเกียงฮวนฌ้อ งกจงฮูเห็นนายตายแล้วก็ลอบหนีไปในเพลากลางคืน

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ