๖๘

๏ ครั้นเสร็จพิธีแล้วประมาณสามวัน เกียงจูแหยก็เกณฑ์ทหารหกสิบหมื่นจัดเป็นสี่กอง กองละสี่สิบห้าหมื่น ให้อึ้งเทียนฮัวเป็นกองหน้า หลำจงกวดเป็นทัพหนุน บูกิดเป็นปีกซ้าย โลเฉียเป็นปีกขวา ให้เอียวเจี้ยน โทเฮงสุน แต้หลุน เป็นทหารคุมไพร่ส่งลำเลียง ในกองทัพหลวงนั้นแต่ทหารเอกโทตรีมีชื่อหกสิบสองคน คือ อึ้งปวยฮอหนึ่ง อึ้งฮุยปิวหนึ่ง อึ้งฮุยป้าหนึ่ง อึ้งเบ๋งหนึ่ง จิวกีหนึ่ง หลงบ๋วนหนึ่ง หงอเบี๋ยนหนึ่ง อึ้งเทียนหลกหนึ่ง อึ้งเทียนเจียกหนึ่ง อึ้งเทียนเสียงหนึ่ง สินเบี๋ยนหนึ่ง ไทเตียนหนึ่ง ฉวงเอี๋ยวหนึ่ง กิดหยงหนึ่ง วุนจิดหนึ่ง มอกองซุยหนึ่ง จิวก๋งต้านหนึ่ง เสียวก๋องเซ๊กหนึ่ง บิกก๋องโก๋หนึ่ง เปกตัดหนึ่ง เปกกวดหนึ่ง จองฮุดหนึ่ง จองตุดหนึ่ง ซกเอียหนึ่ง ซกเฮาหนึ่ง กุยสงหนึ่ง กุยอัวหนึ่ง กีซกเบี๋ยนหนึ่ง กีซกจ๋องหนึ่ง กีซกเจ๋หนึ่ง กีซกเบ๋งหนึ่ง กีซกเปกหนึ่ง กีซกหงวนหนึ่ง กีซกหยงหนึ่ง กีซกเหลียนหนึ่ง กีซกเต็กหนึ่ง กีซกบี๋หนึ่ง กีซกกี๋หนึ่ง กีซกซุ่นหนึ่ง กีซกเป๋งหนึ่ง กีซกก๋องหนึ่ง กีซกตี๋หนึ่ง กีซกหยองหนึ่ง กีซกเก๋งหนึ่ง กีซกจ๋องหนึ่ง กีซกอั๋นหนึ่ง เตงจินก๋งหนึ่ง ไทหลวนหนึ่ง เตงซิวหนึ่ง เตียวเสียนหนึ่ง ซุยยันหองหนึ่ง เตียวเตียนหนึ่ง เตียวหุยหนึ่ง อังกิ๋มหนึ่ง กุยก๋องหนึ่ง ซอฮอหนึ่ง ซอจ๋านตำหองหนึ่ง เตียวเบ๋งหนึ่ง นางลงเกียดก๋งจู๊ นางเตงตันหยกสองคนนี้ทหารผู้หญิง เป็นหกสิบสองคน จึงให้ไต้หูกับอึ้งกุ๋นอยู่รักษาเมือง พระเจ้าบูอ๋องก็เสด็จไปด้วยเป็นจอมทัพ เกียงจูแหยไต้เจียงกุ๋นเป็นแม่ทัพถืออาญาสิทธิ์ ครั้นได้ฤกษ์แล้วให้ยกกระบวนทัพออกจากเมืองไซรกี

๏ ฝ่ายเปกอี๋กับซกเจ๋ชาวเมืองไซรกี แจ้งว่าบูอ๋องจะไปตีเมืองจิวโก๋ ก็ออกมายืนขวางหน้าทัพไว้ แล้วทูลพระเจ้าบูอ๋องว่า ซึ่งพระองค์จะไปตีเมืองจิวโก๋นั้นหาควรไม่ ด้วยแต่ก่อนเมืองไซรกีนั้นเป็นเมืองขึ้นเมืองจิวโก๋ แล้วพระเจ้าติวอ๋องก็มีพระคุณ ได้ชุบเลี้ยงพระองค์มาแต่ก่อน คิดทำอย่างนี้ไม่ต้องด้วยเยี่ยงอย่าง พระเจ้าบูอ๋องกับเกียงจูแหยไต้เจียงกุ๋นก็หาฟังไม่ เปกอี๋กับซกเจ๋ก็ขัดใจ จึงว่าถ้าพระองค์มิฟังแล้ว ข้าพระองค์ไม่ปรารถนาจะคืนเข้าในเมืองไซรกี ว่าแล้วเปกอี๋ซกเจ๋ก็ไปอยู่ภูเขาซิวเลงซัว กินแต่หญ้าสิ้นกำลังอาหารแล้วก็ตาย เกียงจูแหยไต้เจียงกุ๋นยกทัพไปถึงป่ากิ๋มเกเฉีย ทหารกองหน้ามาบอกเกียงจูแหยว่ามีทัพมาตั้งสกัดทางอยู่ แลธงสำหรับแม่ทัพจารึกชื่ออุยผุน เกียงจูแหยจึงให้ทัพรอไว้ แล้วปรึกษาทหารทั้งปวงว่าผู้ใดจะออกรบได้ หลำจงกวดจึงว่า ข้าพเจ้าจะอาสาไปจับตัวนายทัพมาให้ท่าน เกียงจูแหยจึงว่าทัพนี้เป็นแรกศึก จำจะตีให้แตกฉานในเวลาเดียวจะได้เป็นฤกษ์ไว้

๏ ประการหนึ่งจะหักกล้าทหารเมืองจิวโก๋ด้วย ซึ่งท่านจะรับอาสาไปนั้นตรึกตรองดูจงดี หลำจงกวดจึงว่า ถ้าข้าพเจ้าเสียทีข้าศึกก็ให้ท่านตัดศีรษะเสีย แล้วขึ้นม้าถือทวนยกทหารขึ้นมาหน้าทัพ เห็นอุยผุนนายโจรนั้นใส่เกราะเหล็กขี่ม้าดำถือง้าวยืนหน้าทหารทั้งปวง หลำจงกวดจึงร้องถามว่าท่านชื่อไร จึงอาจมาขวางหน้าทัพหลวงไว้ อุยผุนจึงบอกว่าเราชื่ออุยผุน ตัวท่านชื่อไรจะยกทัพไปไหน หลำจงกวดบอกว่าเราชื่อหลำจงกวด เป็นทหารเกียงจูแหยไต้เจียงกุ๋นจะยกไปตีเมืองจิวโก๋ แจ้งว่าท่านมาขวางหน้าทัพอยู่ จึงให้เรามาตัดศีรษะท่าน อุยผุนก็ขับม้าเข้ารบกับหลำจงกวดได้สิบเพลง หลำจงกวดทานกำลังไม่ได้ ครั้นจะถอยหนีก็กลัวเกียงจูแหยไต้เจียงกุ๋นจะฆ่าเสีย ก็แข็งใจสู้ไปจนเสียที อุยผุนจับตัวหลำจงกวดได้พากลับเข้าค่าย อุยผุนจึงว่ากับหลำจงกวดว่าเราหาทำอันตรายแก่ชีวิตไม่ ท่านจงกลับไปบอกเกียงจูแหยไต้เจียงกุ๋นมาหาเรา สั่งแล้วอุยผุนก็ปล่อยหลำจงกวดไป อุยผุนก็ขึ้นม้ามายืนอยู่หน้าค่าย หลำจงกวดก็รีบกลับไปค่าย แล้วบอกเกียงจูแหยตามคำอุยผุนสั่ง เกียงจูแหยก็โกรธสั่งให้ทหารเอาตัวหลำจงกวดไปฆ่าเสียนอกค่าย อุยผุนแลเห็นก็ควบม้ามาโดยเร็วร้องว่าท่านอย่าเพิ่งฆ่าหลำจงกวดก่อน กลับไปบอกเกียงจูแหยให้ออกมาพูดจากันกับเรา ทหารก็กลับมาบอกเกียงจูแหย เกียงจูแหยก็โกรธนัก ให้ยกทหารออกทั้งสิ้นหวังจะเอาตัวอุยผุนให้จงได้ อุยผุนแลเห็นเกียงจูแหยไต้เจียงกุ๋นออกมา ก็วางอาวุธเสียเข้าไปคำนับเกียงจูแหยไต้เจียงกุ๋นแล้วว่า ตัวข้าพเจ้าได้เรียนวิชามาแต่เล็กจนใหญ่ บัดนี้หามีที่พึ่งไม่ รู้ว่าท่านเป็นไต้เจียงกุ๋นยกทัพมาก็ดีใจนัก คิดว่าจะมามอบตัวเป็นทหารท่าน ท่านยังหาเห็นฝีมือข้าพเจ้าไม่ ข้าพเจ้าคิดทำการทั้งนี้หวังจะให้เห็นฝีมือ ข้อซึ่งหลำจงกวดออกรบแพ้ข้าพเจ้านั้นโทษก็ถึงตายแต่เสียดายทหารหายาก ข้าพเจ้าขอชีวิตไว้ครั้งหนึ่ง จะได้เป็นเพื่อนทหารช่วยกันกระทำศึกต่อไป เกียงจูแหยไต้เจียงกุ๋นได้ฟังก็ดีใจ ถอดหลำจงกวดจากที่เป็นแม่ทัพหน้าส่งตัวมาไว้ในกองหลวง ตั้งอุยผุนเป็นแม่ทัพแทนหลำจงกวด คุมทหารสิบห้าหมื่นแล้วก็ยกไป

๏ ฝ่ายฮั่นเอ๋งผู้รักษาเมืองกีจุยก๋วน ครั้นรู้ว่าเกียงจูแหยเป็นไต้เจียงกุ๋นยกทหารมาเป็นอันมาก จะมาตีเมืองจิวโก๋ ก็บอกหนังสือมาถึงปิจู๊ขุนนาง ณ เมืองจิวโก๋ ปิจู๊ก็เอาหนังสือกราบทูลพระเจ้าติวอ๋อง พระเจ้าติวอ๋องทราบแล้วก็ปรึกษาด้วยขุนนางทั้งปวงว่า เราจะได้ทหารผู้ใดที่มีฝีมือ ออกไปรับทัพเกียงจูแหยได้ ไต้หูหุยเหลงขุนนางจึงทูลว่า เห็นแต่ขงสวนอยู่ ณ ด่านสามสันก๋วนนั้นมีฝีมืออยู่ พอจะสู้รบกับเกียงจูแหยได้ พระเจ้าติวอ๋องก็เห็นด้วย จึงให้มีหนังสือรับสั่งไปถึงขงสวนจัดทหารออกรบกับเกียงจูแหย ขงสวนแจ้งในหนังสือดังนั้นแล้ว ก็จัดทหารสิบหมื่นยกไปถึงเมืองกีจุยก๋วน ฮั่นเอ๋งเจ้าเมืองกีจุยก๋วนรู้ว่ากองทัพขงสวนยกมา ก็มาเชิญขงสวนเข้าไปในเมือง ขงสวนให้พักทหารอยู่คืนหนึ่ง ครั้นเวลารุ่งเช้าก็ยกทหารออกจากเมืองกีจุยก๋วน ไปถึงเนินดินแห่งหนึ่งก็ให้ตั้งค่ายมั่นอยู่

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ