๔๕

๏ อาจารย์คนหนึ่งชื่อกงเสงจู๊ อยู่ถ้ำโถหึงตง เขากิ๋วเชียนซัว อาจารย์คนหนึ่งชื่อเท้งหลิวสุน อยู่ถ้ำฮุยหุนตง เขาเหียบเหลงซัว อาจารย์คนหนึ่งชื่อไทอิดจินหยิน อยู่ถ้ำกิมกังตั๋ง เขาเขียนง่วนซัว อาจารย์คนหนึ่งชื่อเหลงโปโตหวดสู อยู่ถ้ำหงวนเอี๋ยงตง เขาคองต๋องซัว อาจารย์คนหนึ่งชื่อบุนซูก๋งฮวดเทียนจุ๋น อยู่ถ้ำหุนเกาตง เขาเหงางอเหลงซัว อาจารย์คนหนึ่ง ชื่อพ้อเหียนจินหยิน อยู่ถ้ำแปะเฮาะตง เขากิวก๋องซัว อาจารย์คนหนึ่งชื่อผังโตหยิน อยู่ถ้ำหลกก๋าตง เขาพ้อโตซัว อาจารย์คนหนึ่งชื่อหยกโปหยิน อยู่ถ้ำกิมแซตง เขาหยกจ่วนซัว อาจารย์คนหนึ่งชื่อเฉงหือโตเต๊กจินกุ๋น อยู่ถ้ำจีเอียงตง เขาเฉ่งทองซัว อาจารย์คนหนึ่งชื่อโตเหงเทียนกุ๋นอยู่ถ้ำหยกอองต๋ง เขากิมเต๋งซัว อาจารย์ทั้งสิบคนชักชวนกันเหาะมาเมืองไซรกี ครั้นถึงเมืองไซรกี อาจารย์ทั้งสิบคนก็เข้าไปหาเกียงจูแหย ต่างคนต่างคำนับกัน อาจารย์กงเสงจู๊จึงว่ากับเกียงจูแหยว่า ข้าพเจ้าทั้งปวงจะมาช่วยท่านทำศึกกับบุนไทสือ ท่านจะคิดกลอุบายประการใดข้าพเจ้าจะได้ทำตาม เกียงจูแหยได้ฟังดังนั้นก็ตกใจลุกขึ้นคุกเข่าลงคำนับ จึงว่ากับอาจารย์กงเสงจู๊ว่าข้าพเจ้าได้เรียนวิชามาน้อยนัก ซึ่งท่านจะให้คิดกลศึกสู้บุนไทสือนั้นข้าพเจ้าคิดไม่ได้ ด้วยบุนไทสือไปเชิญอาจารย์ที่มีวิชามาช่วยถึงสิบคน ถ้าแต่กำลังบุนไทสือข้าพเจ้าพอจะคิดสู้รบได้ ทุกวันนี้ข้าพเจ้าเหมือนนอนอยู่ในกลางข้าศึก ยังแต่เขาจะจับตัวฆ่าเสีย ซึ่งท่านมานี้เหมือนเทพยดามาช่วยชีวิตให้พ้นจากที่ตาย ข้าพเจ้ามีความยินดีนัก เกียงจูแหยกับอาจารย์กงเสงจู๊พูดจากันอยู่ พอได้ยินเสียงกวางร้องในอากาศ แล้วหอมเป็นกลิ่นเครื่องอบ แลไปเห็นคนขี่กวางเหาะมาคนหนึ่ง จึงถามกงเสงจู๊ว่าคนที่ขี่กวางเหาะมานั้นจะเป็นอาจารย์คนใดมาแต่ไหน กงเสงจู๊จึงบอกว่า อาจารย์เหยียนเต๋งโตหยิน อยู่ถ้ำกักต๋ง เขาเหลงจิวซัวจะมาช่วยท่าน เกียงจูแหยได้ฟังดังนั้นมีความยินดีนั่งคอยคำนับอยู่ เหยียนเต๋งโตหยินครั้นถึงเมืองไซรกี ก็เข้าไปหาเกียงจูแหย เกียงจูแหยก็คำนับเชิญให้นั่งที่สมควร เหยียนเต๋งโตหยินจึงว่ากับเกียงจูแหยและอาจารย์ทั้งปวงว่า บุนไทสือยกทัพมาติดเมืองก็หลายวันแล้ว จะมีใจกำเริบนัก เชิญท่านทั้งปวงปรึกษากลศึกจะได้สู้รบกับบุนไทสือ ตัวข้าพเจ้าจะขอเป็นแต่ผู้ช่วยสติกำลังท่าน ท่านจะเห็นประการใด เกียงจูแหยกับอาจารย์ทั้งปวงได้ฟังดังนั้น ต่างคนก็ลุกขึ้นคุกเข่าลงคำนับ แล้วจึงตอบว่าข้าพเจ้าทั้งปวงสติปัญญาน้อย จะขออยู่ในบังคับบัญชาท่าน ขอเชิญท่านเป็นขุนนางผู้ใหญ่ถืออาญาสิทธิ์ เมืองไซรกีจะเป็นสุขก็เพราะท่าน ว่าดังนั้นแล้วเกียงจูแหยก็ให้ไปเชิญตราอาญาสิทธิ์มามอบให้เหยียนเต๋งโตหยิน เหยียนเต๋งโตหยินก็รับเอาตราอาญาสิทธิ์ไว้ แล้วจึงว่ากับเกียงจูแหยว่า ข้าพเจ้ามาบัดนี้ตั้งใจว่าจะเป็นแม่ทัพแทนตัวท่าน แต่หากเกรงทหารทั้งปวงจะมิยอมให้ข้าพเจ้าเป็นใหญ่จะทำศึกไปข้างหน้าจะไม่สิทธิ์ขาด ซึ่งท่านนับถือเอาตราอาญาสิทธิ์มามอบให้นั้น ข้าพเจ้าขอบใจนัก จะได้ช่วยกันทำนุบำรุงบูอ๋องสืบไป เหยียนเต๋งโตหยินว่าดังนั้นแล้ว ก็จัดแจงกองทัพปรึกษากันจะยกออกไปตีค่ายบุนไทสือ

๏ ฝ่ายบุนไทสือขณะเมื่อเซียเจงจู๊มาลักเอารูปหุ่นไปได้ จึงให้ไปเชิญอาจารย์ทั้งสิบคนมาปรึกษาว่า ซึ่งท่านคิดจะฆ่าเกียงจูแหย บัดนี้ เกียงจูแหยก็หาตายไม่ ถ้าจะรอทัพไว้ไม่รีบเข้าตีเมืองไซรกี ข้าพเจ้าเห็นว่าเกียงจูแหยจะไปหาอาจารย์ที่มีวิชามาช่วย กำลังศึกจะกล้าขึ้น จะกระทำแก่เมืองไซรกีก็จะได้โดยยาก ข้าพเจ้าคิดว่าจะมีหนังสือไปนัดทัพเกียงจูแหยให้ออกมารบกันในวันหนึ่งสองวัน ท่านจะเห็นประการใด อาจารย์ทั้งสิบคนก็เห็นชอบด้วย บุนไทสือจึงให้นำหนังสือฉบับหนึ่งส่งให้เตงต๋ง เตงต๋งก็รับเอาหนังสือขึ้นม้ารีบเข้าไปเมืองไซรกี ครั้งถึงที่อยู่เกียงจูแหย เตงต๋งก็เข้าไปคำนับส่งหนังสือให้ เกียงจูแหยรับหนังสือฉีกผนึกออกอ่านได้ความว่า พระเจ้าติวอ๋องเป็นเจ้าแผ่นดิน มีพระทัยกรุณาแก่ราษฎรเหมือนบิดารักบุตร ถึงบูอ๋องเป็นกบฏก็หาเอาโทษไม่ด้วยเห็นว่าเป็นเด็ก จึงมีรับสั่งให้เรายกกองทัพมาระงับโทษ เกียงจูแหยเป็นผู้ใหญ่มิได้รู้จักผิดแลชอบ กลับยกกองทัพออกมาสู้รบเรา ซึ่งเป็นขุนนางในเมืองหลวง เมื่อเกียงจูแหยจะทรยศต่อพระเจ้าแผ่นดินแล้วจงเร่งจัดแจงกองทัพยกออกมารบกันกับเราในเวลาพรุ่งนี้ เกียงจูแหยแจ้งในหนังสือดังนั้น ก็สลักหลังหนังสือเป็นใจความว่าให้บุนไทสือจัดแจงกองทัพไว้คอยท่าเรา อีกสามวันเราจึงจะยกทัพออกไปรบ สลักหลังหนังสือแล้วก็ส่งหนังสือคืนให้กับเตงต๋ง เตงต๋งก็รับเอาหนังสือขึ้นม้ากลับมาแจ้งความกับบุนไทสือทุกประการ บุนไทสือครั้นแจ้งดังนั้นก็จัดแจงทหาร ให้ตังเทียนกุ๋นสุนเทียนกุ๋นเป็นปีกขวา เตียวเทียนกุ๋นเป็นปีกซ้าย ตัวบุนไทสือแต่งตัวใส่เกราะ ถือกระบองขี่กิเลนดำเป็นทัพหลวงพาพวกทหารออกมาคอยเกียงจูแหยนอกค่าย อาจารย์ทั้งสิบคนก็พาพวกทหาร ออกมาคอยประจำอยู่หน้าค่ายทั้งสิบค่าย

๏ ฝ่ายเกียงจูแหยครั้นถึงวันกำหนดนัดแล้ว ก็จัดแจงกองทัพ ให้โลเฉียอึ้งเทียนฮัวเป็นทัพหน้า เอียวเจี้ยนหลุยจินจู๊เป็นปีกขวา ฮำเต็กเหลงชิวฮกฮอเป็นปีกซ้าย กิมเฉียบกเฉียเป็นกองหลัง ตัวเกียงจูแหยแต่งตัวใส่เกราะถือกระบอง ขึ้นขี่ซูปุดเสียงเป็นกองหลวง พาพวกทหารกับอาจารย์สิบสองคนยกออกมา อาจารย์ทั้งสิบสองคนก็คุมทหารออกรายประจำ คอยรับทัพบุนไทสือสิ้นทุกค่าย

๏ ฝ่ายจิ๋นเทียนกุ๋นแลไปเห็นเหยียนเต๋งโตหยินยืนอยู่หน้าทหารทั้งปวง ก็เข้าไปหาจะพูดจาด้วย ขณะนั้นมีอาจารย์คนหนึ่งชื่อเตงหัว ถือทวนขี่เมฆเหาะลงมายืนอยู่กลางเหยียนเต๋งโตหยิน จิ๋นเทียนกุ๋น เตงหัวจึงร้องว่ากับจิ๋นเทียนกุ๋นว่า ท่านมาตั้งค่ายคิดกลศึกสิบประการไว้ ท่านหมายจะฆ่าอาจารย์ทั้งปวงเสียให้สิ้นหรือ เราก็ได้เรียนวิชามา ซึ่งจะนิ่งให้ท่านฆ่าอาจารย์ทั้งปวงเสียนั้นหาควรไม่ ว่าแล้วเตงหัวก็รำทวนเข้ารบกับจิ๋นเทียนกุ๋น จิ๋นเทียนกุ๋นรบกับเตงหัวได้ห้าเพลง แกล้งทำหนีเข้าค่าย เตงหัวตามเข้าไปในค่าย จิ๋นเทียนกุ๋นก็ร่ายมนต์เอามือเคาะคันธงเข้าสามหน ธงนั้นโบกสะบัดไป ลมธงพัดไปต้องตัวเตงหัว เตงหัวสิ้นสมประดียืนตะลึงอยู่ จิ๋นเทียนกุ๋นก็เอากระบี่ตัดศีรษะเตงหัว แล้วหิ้วศีรษะเตงหัวออกมานอกค่าย ร้อยเย้ยว่านี่ศีรษะของเตงหัวหรือมิใช่ เหยียนเต๋งโตหยินเห็นดังนั้นคิดเสียดายเตงหัวนัก จึงส่งให้บุนซูก๋งฮวดเทียนจุ๋นออกรบกับจิ๋นเทียนกุ๋น บุนซูก๋งฮวดเทียนจุ๋นมือขวาถือกระบองมือซ้ายถือดอกบัวเจ็ดชั้น สะพายแล่งกระบี่ คำนับแล้วก็ออกมารบกับจิ๋นเทียนจุ๋น จิ๋นเทียนจุ๋นรบกับบุนซูก๋งฮวดเทียนจุ๋นได้ห้าเพลงแกล้งทำหนีเข้าค่าย บุนซูก๋งฮวดเทียนจุ๋นตามเข้าไปในค่าย แลเห็นเป็นหมอกมืดกลุ้มอยู่หาเห็นตัวจิ๋นเทียนกุ๋นไม่ บุนซูก๋งฮวดเทียนจุ๋นจึงชูดอกบัวเจ็ดชั้นขึ้นร่ายมนต์เกิดเป็นตะเกียงขึ้นห้าใบแลไปสว่างเห็นตัวจิ๋นเทียนกุ๋น จิ๋นเทียนกุ๋นจึงเอามือไปเคาะคันธงเข้าสามหน จะให้ชายธงนั้นโบกสะบัดไป ชายธงนั้นก็หาโบกไปไม่ บุนซูก๋งฮวดเทียนจุ๋นจึงเอากระบองขว้างไป กระบองนั้นก็กลายเป็นห่วงเหล็กสามอัน ไปสวมคอสวมมือสวมเท้าจิ๋นเทียนกุ๋นล้มลง บุนซูก๋งฮวดเทียนจุ๋นวิ่งเข้าไปเอากระบี่ตัดศีรษะจิ๋นเทียนกุ๋นแล้วออกมานอกค่าย เตียวเทียนกุ๋นเห็นจิ๋นเทียนกุ๋นตาย ถือกระบี่ไล่บุนซูก๋งฮวดเทียนจุ๋นไป แล้วร้องว่าท่านจะหนีเราไปไหนจงกลับมารบกับเรา เหยียนเต๋งโตหยินได้ฟังดังนั้น ก็สั่งให้ฮำเต็กเหลงออกไปรบ ฮำเต็กเหลงถือกระบี่ออกมารบกับเตียวเทียนกุ๋น รบได้หกเพลงทำเสียที ฮำเต็กเหลงเอากระบี่ฟันเตียวเทียนกุ๋น เตียวเทียนกุ๋นเอากระบองรับไว้ แล้วทำหนีเข้าค่าย ฮำเต็กเหลงตามเข้าไปในค่าย เตียวเทียนจุ๋นจึงร่ายมนต์เอาธงแดงโบกไป เสียงลมปลายธงเหมือนเสียงฟ้าร้องเกิดเป็นไฟกรดขึ้น ฮำเต็กเหลงหนีออกจากค่ายไม่ทัน ต้องไฟกรดตาย เตียวเทียนกุ๋นเห็นฮำเต็กเหลงตายมีใจกำเริบ วิ่งออกมาจากค่ายแล้วร้องว่า ใครมีฝีมือเร่งออกมาสู้กับเรา เหยียนเต๋งโตหยินจึงสั่งให้กีลิวสุนออกไปรบ กีลิวสุนมือขวาถือกระบี่มือซ้ายถือเชือก ออกไปรบกับเตียวเทียนกุ๋น เตียวเทียนกุ๋นรบได้สามเพลงทำเสียทีหนีเข้าค่าย กีลิวสุนก็ตามเข้าไป เตียวเทียนกุ๋นจึงเอาธงแดงขึ้นโบก ร่ายมนต์จะให้เกิดไฟกรด กีลิวสุนเห็นดังนั้นก็ร่ายมนต์เป็นเมฆหุ้มตัวไว้ แล้วหนีออกจากค่ายเลี้ยวไปเข้าประตูหลังค่าย เห็นเตียวเทียนกุ๋นยืนโบกธงอยู่ จึงร่ายมนต์เรียกอึ้งกิมเล็กซู อึ้งกิมเล็กซูก็มาในประเดี๋ยวนั้น กีลิวสุนก็ส่งเชือกให้อึ้งกิมเล็กซู อึ้งกิมเล็กซูรับเอาเชือกไปมัดเตียวเทียนกุ๋น พาไปไว้ที่โรงรับเทวดา กีลิวซุนได้ชัยชนะแล้วก็กลับมาหาเหยียนเต๋งโตหยิน

๏ ฝ่ายบุนไทสือแลเห็นกีลิวสุน ให้ทหารมัดเตียวเทียนกุ๋นไปก็โกรธนัก จึงร้องว่าจะหนีไปไหนจงกลับมาสู้กับเรา ว่าแล้วก็ขับกิเลนดำไล่กีลิวสุนไป หยกเต๋งจินหยินเห็นบุนไทสือโกรธนัก วิ่งออกไปยึดกิเลนไว้แล้วห้ามว่า ซึ่งท่านจะรบกับกีลิวสุนนั้นหาควรไม่ ข้าพเจ้าจะออกรบกับกีลิวสุนเอง บุนไทสือได้ฟังดังนั้นก็ชักกิเลนหยุดอยู่จึงตอบว่า จะทำศึกด้วยกลอุบายเช่นนี้เราเห็นจะไม่ชนะเกียงจูแหย เราคิดจะรบด้วยกำลังทหาร สู้รบกันด้วยสติปัญญา จะได้เห็นความคิดแลฝีมือกัน

๏ ฝ่ายตังเทียนกุ๋นได้ฟังบุนไทสือกับหยกเต๋งจินหยินพูดจากันดังนั้น จึงว่ากับบุนไทสือว่า กลศึกสิบประการเสียไปแต่สองประการ ยังอยู่ถึงแปดประการแต่ล้วนกลศึกมีอิทธิฤทธิ์ต่างๆ ข้าพเจ้าเห็นว่าจะเอาชัยชำนะเกียงจูแหยได้อยู่ ท่านอย่าเพ่อเสียใจก่อน บุนไทสือได้ฟังดังนั้นมิได้ตอบประการใด ก็ชักกิเลนกลับมายืนอยู่หน้าค่าย เกียงจูแหยจึงว่ากับเหยียนเต๋งโตหยินว่า ข้าพเจ้าเห็นอาจารย์แลทหารทั้งปวงเสียทีรวนเรอยู่ ขอท่านได้จัดอาจารย์ที่มีสติปัญญาเข้าตีค่ายที่สามเถิด เห็นจะได้โดยง่าย เหยียนเต๋งโตหยินจึงตอบว่า ค่ายที่สามนั้นชื่อหองเฮาติ้น เป็นกลศึกลึกซึ้งสามารถนัก ซึ่งท่านจะให้เข้าหักเอาโดยเร็วนั้นไม่ได้ ข้าพเจ้าจะให้มีหนังสือไปยืมแก้วที่อาจารย์โตวุยจินหยิน อยู่ถ้ำแปะโปหุนก๋องตง ณ เขากี๋วเต๊งที่แฉซัวก่อน ถ้าได้แก้วดวงนั้นมาจึงจะตีค่ายหองเฮาติ้นได้ หนทางที่จะไปเขากี๋วเต๊งที่แฉซัวนั้นไกลกันดารนัก ท่านจงจัดทหารที่มีสติปัญญาแลกำลังมากจึงจะไปได้ เกียงจูแหยก็ให้ทำหนังสือฉบับหนึ่งส่งให้ซันงีเสงเตียวฉาน จึงสั่งว่าท่านจงถือหนังสือรีบไปหาอาจารย์โตวุยจินหยิน ถ้าได้แก้วแล้วจงรีบกลับมาโดยเร็ว ซันงีเสงเตียวฉานรับหนังสือแล้วคำนับลาออกมาแต่งตัวใส่เสื้อเกราะสะพายแล่งกระบี่ขึ้นม้าแล้วก็พากันรีบมา ครั้นถึงเขากี๋วเต๊งที่แฉซัว ซันงีเสงกับเตียวฉานเข้าไปคำนับอาจารย์โตวุยจินหยิน โตวุยจินหยินจึงถามว่าท่านชื่อไรมาแต่ไหน ซันงีเสงกับเตียวฉานบอกว่าข้าพเจ้าชื่อซันงีเสงชื่อเตียวฉานมาแต่เมืองไซรกี บอกแล้วส่งหนังสือให้โตวุยจินหยิน โตวุยจินหยินรับหนังสือฉีกผนึกออกอ่านได้ความว่าข้าพเจ้าเหยียนเต๋งโตหยินคำนับมาถึงโตวุยจินหยิน ด้วยบุนไทสือยกทัพมาตีเมืองไซรกี อาจารย์ทั้งสิบคนตั้งค่ายกลศึกสิบประการไว้ บัดนี้ข้าพเจ้าจะให้เข้าตีค่ายกลศึกชื่อหองเฮาติ้น รู้ว่าดวงแก้วของท่านแก้กลศึกค่ายหองเฮาติ้นได้ จึงใช้ให้ซันงีเสงกับเตียวฉานมายืมดวงแก้วของท่าน ขอท่านได้เห็นกับแผ่นดินช่วยทำนุบำรุงบูอ๋องด้วย โตวุยจินหยินได้แจ้งในหนังสือนั้น จึงคิดว่าถ้าจะให้แก้วดวงนี้ไปกับเหยียนเต๋งโตหยิน ก็จะเป็นเวรติดตัวเราด้วยทหารทั้งสองฝ่ายจะฆ่าฟันกัน ถ้าจะมิให้ก็เกรงคำสาปเทพยเจ้า โตวุยจินหยินคิดแล้วจึงหยิบเอาดวงแก้วมาส่งให้ซันงีเสง เตียวฉาน แล้วสั่งกำชับว่า ปึงเป๊ก ปึงเสียงพี่น้องสองคนเดิมเป็นทหารพระเจ้าติวอ๋อง บัดนี้หนีมาอาศัยอยู่ที่แม่น้ำอึงโห ถ้าใครจะข้ามแม่น้ำอึงโหก็จ้าง ปึงเป๊ก ปึงเสียงข้ามส่ง ปึงเป๊ก ปึงเสียงมีกำลังมาก เอาไม้ไผ่มาสานเป็นแผงทำเป็นพาย เอาเชือกผูกท้ายเรือเข้าเส้นหนึ่ง ปึงเสียงนั่งอยู่ริมฝั่งถือปลายเชือกไว้ ปึงเป๊กได้พายแผงนั่งพายเรือพุ้ยทีเดียวเรือก็แล่นไปถึงฝั่ง ปึงเสียงก็เอาเชือกชักเรือกลับมา ปึงเป๊กปึงเสียงได้ค่าจ้างเลี้ยงชีวิต ท่านไปจะข้ามแม่น้ำอึงโหนั้น ปึงเป๊กปึงเสียงมีกำลังมากแล้วเป็นโจรทำร้ายผู้คนอยู่ ท่านไปอย่าประมาทจงรักษาแก้วไว้ให้ดี อย่าให้มีอันตรายได้ ซันงีเสงเตียวฉานได้ดวงแก้วแล้วคำนับลามา ขึ้นม้ารีบเดินไปสิ้นหนทางห้าสิบเก้าเส้นสิบเจ็ดวาถึงแม่น้ำอึงโห ปึงเป๊ก ปึงเสียงแลเห็นซันงีเสง เตียวฉาน สำคัญว่าคนจะมาจ้างให้ข้ามส่งก็เข้าไปหา ครั้นเห็นเตียวฉานก็จำได้ ด้วยรู้จักกันมาแต่ครั้งเป็นทหารอยู่ในเมืองจิวโก๋ ต่างคนต่างร้องไห้เล่าถึงความหลังให้กันฟังแล้ว ปึงเป๊กจึงถามเตียวฉานว่า ท่านมาด้วยธุระสิ่งใดหรือ เตียวฉานจึงบอกว่าเมืองไซรกีเกิดศึก เหยียนเต๋งโตหยินใช้ให้เรามายืมแก้วอาจารย์โตวุยจินหยิน จะเอาไปแก้กลศึกบุนไทสือ ปึกเป๊กจึงว่าแก้วดวงนี้วิเศษนัก สีสันเป็นประการใดเรายังไม่เคยเห็น เตียวฉานเคลิ้มสติไปสำคัญว่าเป็นเพื่อนรักกัน เอาดวงแก้วส่งให้ปึงเป๊ก ปึงเป๊กได้ดวงแก้วแล้วก็พาดวงแก้ววิ่งหนีไป ซันงีเสงเตียวฉานกำลังน้อยวิ่งตามปึงเป๊กไม่ทันทุกข์ตรอมใจนัก นั่งร้องไห้รักกันอยู่ที่ฝั่งน้ำอึงโห ซันงีเสงจึงปรึกษาเตียวฉานว่าโทษเราก็ถึงที่ตายแล้ว จะกลับไปเกียงจูแหยคงจะฆ่าเราเสีย เราคิดว่าจะโจนน้ำตายเสียที่แม่น้ำอึงโห ท่านจะเห็นประการใด เตียวฉานจึงตอบว่าการข้าศึกข้างหน้ายังมีมากอยู่ ถ้าเราตายเสียที่นี่เกียงจูแหยจะไม่แจ้งความว่าเป็นประการใด เราคิดว่าจะไปบอกเกียงจูแหยเสียให้รู้ความก่อน ถึงเกียงจูแหยจะฆ่าเรา เราก็จะก้มหน้าตายไปตามโทษของเรา แต่อย่าให้พวกทหารทั้งปวงที่อยู่ภายหลังติเตียนเราได้ ซันงีเสงก็เห็นชอบด้วย จึงพากันข้ามแม่น้ำอึงโหแล้วขึ้นม้ารีบมาเมืองไซรกี

๏ ฝ่ายอึ้งปวยฮอครั้นถึงกำหนดจะออกมาส่งลำเลียง เกียงจูแหยครั้นให้จัดแจงเกวียนบรรทุกเสบียงเสร็จแล้ว อึ้งปวยฮอแต่งตัวใส่เสื้อเกราะถือกระบี่ ขึ้นขี่โคห้าสีพาทหารคุมเกวียนบรรทุกเสบียงออกมาจากเมืองไซรกี ซันงีเสงเตียวฉานเห็นอึ้งปวยฮอก็ร้องไห้วิ่งเข้าหาอึ้งปวยฮอแจ้งความซึ่งปึงเป๊กชิงเอาแก้วไปให้อึ้งปวยฮอฟังทุกประการ อึ้งปวยฮอได้ฟังดังนั้นก็ขับโคห้าสีรีบไปตามปึงเป๊ก ครั้นพบปึงเป๊ก ปึงเสียง อึ้งปวยฮอร้องตวาดด้วยเสียงอันดัง ชี้หน้าแล้วจึงว่าเหตุใดตัวจึงเอาแก้วซันงีเสงไว้ ถ้าไม่เอาแก้วมาคืนให้เรา เราจะตัดศีรษะเสียเดี๋ยวนี้ ปึกเป๊กปึงเสียงตกใจหน้าเผือดเข้ามาคุกเข่าลงคำนับแล้วว่าซันงีเสงจ้างให้ข้าพเจ้าข้ามส่ง ไม่มีสิ่งใดจะให้ข้าพเจ้า จึงเอาแก้วมาให้เป็นค่าจ้าง อึ้งปวยฮอได้ฟังดังนั้นก็โกรธ ชักกระบี่ออกจะตัดศีรษะ ปึงเป๊กตกใจกลัวอ้อนวอนขอชีวิตเอาแก้วมาส่งให้อึ้งปวยฮอ แล้วยอมตัวเป็นทหารช่วยทำศึกด้วยอึ้งปวยฮอ อึ้งปวยฮอได้แก้วแล้วก็พาปึงเป๊ก ปึงเสียงรีบกลับมา ครั้นถึงเมืองไซรกี ก็พาซันงีเสง เตียวฉาน ปึงเป๊ก ปึงเสียงเข้าไปหาเกียงจูแหย แจ้งความซึ่งไปตามแก้วให้เกียงจูแหยฟังสิ้นทุกประการ เกียงจูแหยได้ฟังดังนั้น จึงปรึกษาโทษว่าซันงีเสงเตียวฉานโทษถึงตาย ควรจะตัดศีรษะเสียบไว้หน้าค่าย อย่าให้ทหารทั้งปวงดูเยี่ยงอย่าง แต่ได้แก้วคืนมาแล้วก็จะยกโทษไว้สักครั้งหนึ่ง ท่านทั้งปวงจะเห็นประการใด ทหารทั้งปวงก็เห็นชอบด้วย

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ