๕๐

๏ ครั้นรุ่งเช้านางหุนเสียว นางเพกเสียว นางเกงเสียว นางฮ่ำจือเสียน นางไซหุนเซียนจู๊ ห้าคนออกมายืนอยู่หน้าค่าย บุนไทสือและตังสินเสียวโก๋เดินตามมาข้างหลัง นางหุนเสียวก็ขับพญาลอรุกมาถึงหอคอย แล้วร้องว่าใครอยู่นั่นจงไปบอกเล็กอับให้ลงมาหาเราสักหน่อย คนเฝ้าหอคอยก็มาบอกเล็กอับว่ามีนางฤๅษีห้าคนมายืนอยู่หน้าค่าย ให้เชิญท่านออกไป เล็กอับได้ฟังจึงคิดว่าจะไปดูให้รู้จัก แล้วก็ถือกระบี่ออกมายืนอยู่หน้าค่าย นางเกงเสียวจึงถามว่า เจ้าชื่อเล็กอับที่เป็นคนเจ้าความรู้ สอนให้เกียงจูแหยลงลูกธนูยิงเตียวกองเบ๋งพี่เราตายนั้นหรือ เล็กอับก็รับว่าเราชื่อเล็กอับคิดฆ่าพี่ท่านจริง ด้วยเตียวกองเบ๋งพี่ของท่านเป็นคนพาลเห็นผิดเป็นชอบ ไปเข้ากับพวกติวอ๋องซึ่งไม่อยู่ในสัจธรรม ถือแต่วิชาเที่ยวข่มเหงเขาจึงต้องไปตามที่ นางเกงเสียวก็โกรธแล้วว่า ช่างเลือกพูดเอาแต่ความดีตั้งตัวอยู่ในสัจในธรรม ทำไมไม่รบพุ่งกันโดยฝีมือสุจริต มาคิดร้ายเตียวกองเบ๋งพี่เราให้ตายด้วยอุบายเล่า ว่าแล้วก็ชักกระบี่ออกไล่ฟันเล็กอับด้วยกำลังโกรธ เล็กอับก็รับด้วยกระบี่รบกันเป็นหลายเพลง นางเพกเสียวก็เอาถังทองทิ้งขึ้นไปบนอากาศ เล็กอับแลเห็นอาวุธนั้นประหลาดกว่าอาวุธทั้งปวงก็ขยับจะหนี ถังทองนั้นก็เข้าตักเอาเล็กอับไปทิ้งลงในกลางค่ายบุนไทสือ เล็กอับมีความเจ็บทนมิได้ก็สลบอยู่กับที่นั่น นางเพกเสียวก็วิ่งเข้ามามัดเล็กอับ สั่งให้ทหารเอาเล็กอับไปผูกแขวนขึ้นไว้บนปลายเสาธง แล้วนางเพกเสียวบอกแก่บุนไทสือว่าเล็กอับทำแก่พี่ข้าพเจ้าอย่างไร ข้าพเจ้าจะขอทำเหมือนอย่างนั้นบ้าง นางเพกเสียวก็สั่งให้จัดพวกธนูที่มีฝีมือมาห้าร้อยคนให้ยิงเล็กอับ ทหารธนูนั้นก็มายิงลูกธนูขึ้นไปประดุจฝนตก เล็กอับก็มิได้เป็นอันตราย พวกธนูเห็นดังนั้นก็ตกใจ นางเพกเสียวจึงว่ากับเล็กอับว่า ความรู้ท่านดีจะขอดูท่านจะกันอาวุธเราได้หรือมิได้ แล้วก็ทิ้งกรรไกรทองขึ้นไปบนอากาศ เล็กอับแลเห็นจึงร้องว่าเราจะไปแล้ว แล้วแปลงเพศเป็นตะขาบหนีมาหอคอย เหยียนเต๋งโตหยินเห็นเล็กอับมาก็ถามว่า ถังทองมันตักเอาท่านไปได้ ท่านทำอย่างไรจึงรอดกลับมาได้ เล็กอับจึงว่ามันเกณฑ์ทหารธนูห้าร้อยที่มีฝีมือมายิงข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ร่ายมนต์กันไว้มิได้มีอันตราย แล้วมันเอากรรไกรทองทิ้งมาให้ผลาญชีวิตข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็หนีมาเสีย เหยียนเต๋งโตหยินชมว่าอันความรู้ท่านนี้ประเสริฐนัก เล็กอับจึงว่าวันนี้ข้าพเจ้ามีธุระจะลาไปหาอาจารย์แล้วข้าพเจ้าจะกลับมา ว่าแล้วเล็กอับก็หายตัวไป ครั้นรุ่งเช้านางหุนเสียวก็พาพวกพ้องมายืนอยู่หน้าหอคอยทั้งห้าคน ทหารซึ่งรักษาประตูค่ายก็เข้าไปบอกเกียงจูแหย เกียงจูแหยก็ขี่ซูปุดเสียง ศิษย์และทหารทั้งปวงก็ตามออกมายืนอยู่หน้าค่าย นางหุนเสียวจึงว่ากับเกียงจูแหยว่า ท่านคบคิดกับเล็กอับลงเลขยันต์ใส่ลูกธนูยิงพี่เราตาย ชอบด้วยยุติธรรมแล้วหรือ เกียงจูแหยจึงบอกว่าท่านพูดดังนี้เห็นเป็นคนโฉดเขลาเสียแล้ว ครั้นเขาจะว่าก็เหมือนจะแกล้งฟื้นความ พี่ท่านคิดมิชอบใส่ตัวเอง เทวดาจึงอาเพศให้พี่ท่านมาตาย นางเกงเสียวได้ยินก็มีความโกรธนัก จึงร้องว่าตัวฆ่าพี่เราตายแล้วยังซ้ำว่าเทวดาอาเพศอีกเล่า ความแค้นเราเหลือที่จะอด เร่งเข้ามาเราจะลองคมกระบี่ดูสักหน่อย ว่าแล้วก็ขับนกการะเวกเข้าไปไล่ฟันเกียงจูแหย เกียงจูแหยก็รับด้วยกระบี่ อึ้งเทียนฮัวแลเห็นก็รำกระบองสั้นสองมือขับกิเลนเผือกเข้าช่วยเกียงจูแหย นางเพกเสียวก็ขับนกเงือกเข้าช่วยนางเกงเสียว นางหุนเสียวก็ขับพญาลอเข้าช่วยรบ นางไซหุนเซียนจู๊ก็เอาแก้วขว้างมา อึ้งเทียนฮัวไม่ทันระวังตัว แก้วนั้นก็ถูกตาทั้งสองข้างตกลงจากหลังกิเลนเผือก

๏ ฝ่ายกิมเฉียก็วิ่งเข้าช่วยอึ้งเทียนฮัวไว้ได้ เกียงจูแหยแลเห็นก็เอากระบองเก้าปล่องขว้างขึ้นไปบนอากาศ กระบองนั้นตกลงมาถูกนางหุนเสียวพลัดตกจากหลังพญาลอ นางเพกเสียวเห็นวิ่งเข้าช่วยมิทัน เอียวเจี้ยนปล่อยสุนัขเหาะได้เข้ากัดเอาไหล่นางเพกเสียว ทั้งเนื้อทั้งผ้าขาดติดปากสุนัขมา นางฮ่ำจือเสียนก็อ่านมนต์ให้เป็นพายุลมดำพัดมา เกียงจูแหยได้ยินเสียงลมพายุประหลาด ก็แหงนหน้าขึ้นดู นางไซหุนเซียนจู๊ก็ทิ้งแก้วไปถูกตาเกียงจูแหย แทบจะตกจากหลังซูปุดเสียง นางเกงเสียวแลเห็นเกียงจูแหยต้องอาวุธ ขยับจะวิ่งเข้ามาฟัน เอียวเจี้ยนก็เข้ารบกั้นเกียงจูแหยไว้ เกียงจูแหยกับอึ้งเทียนฮัวก็หนีไปค่าย เหยียนเต๋งโตหยินอยู่บนหอคอย เห็นเกียงจูแหยไม่ลืมตาก็รู้ว่าต้องแก้ว ลงมารับเกียงจูแหยอึ้งเทียนฮัวขึ้นไปบนหอคอย แล้วหยิบเอายามาทาให้เกียงจูแหยอึ้งเทียนฮัว อึ้งเทียนฮัวก็ลืมตาขึ้นได้ดังเก่า อึ้งเทียนฮัวโกรธพลางกัดฟันพยาบาทหมายจะออกไปแก้มือ

๏ ฝ่ายนางหุนเสียวต้องกระบองเก้าปล่องมีความเจ็บนัก นางเพกเสียวต้องปากสุนัขกัด สามคนพี่น้องจึงพูดกันว่า ศึกครั้งนี้เราจะทำให้สิ้นฝีมือแลความคิด อย่าว่าแต่พวกศิษย์ด้วยกันเลย ถึงอาจารย์ผู้เฒ่าจะมาก็ไม่ฟัง นางหุนเสียวก็เอายามาทาแผลถูกกระบองกับสุนัขกัด แผลนั้นก็หายทั้งสองคน แล้วก็พากันกลับมาค่าย จึงบอกบุนไทสือว่าเราจะขอทหารท่านที่มีฝีมือสักหกร้อยคน บุนไทสือจึงสั่งให้จัดทหารหกร้อยมามอบให้แก่นางหุนเสียว นางหุนเสียวนางเพกเสียวนางเกงเสียวนางฮ่ำจือเสียนนางไซหุนเซียนจู๊ก็พาทหารหกร้อยออกมาหลังค่าย เขียนแผนที่ค่ายลงที่แผ่นดิน มีทางเข้าทางออกทางหนีทางไล่ ทางหลงทางหยุดทางซุ่มทางตาย แล้วเขียนยันต์ไปปิดไว้ทุกทาง จึงฝึกพวกทหารหกร้อยคน ให้ชำนิชำนาญในท่วงทีรวดเร็วดังใจ แล้วนางหุนเสียวมาบอกบุนไทสือว่า ทหารหกร้อยนั้นข้าพเจ้าฝึกสอนดีแล้ว เชิญท่านไปคอยดูพวกเกียงจูแหยจะมาเข้ากลเรา บุนไทสือจึงถามว่ากลศึกท่านนั้นมีแยบคายเป็นอย่างไร นางหุนเสียวจึงว่าอันกลศึกของข้าพเจ้านี้หาที่จะเปรียบมิได้ ถึงเทวดามนุษย์ยกมาในกลอันนี้แล้ว ที่จะกลับคืนไปนั้นไม่ได้ บุนไทสือได้ฟังดังนั้นก็ดีใจ จึงสั่งให้ทหารหกร้อยออกไปตั้งค่ายกลตามที่ได้ฝึกสอนไว้นั้น แล้วบุนไทสือก็ขึ้นขี่กิเลน ห้านางก็ตามมายืนอยู่หน้าหอคอย ร้องว่าไปด้วยความพยาบาทว่า ใครอยู่ในค่ายเร่งบอกเกียงจูแหยออกมาโดยเร็ว เกียงจูแหยนั่งอยู่บนหอคอย ได้ยินดังนั้นก็พาพวกศิษย์ยกเป็นกระบวนออกมายืนอยู่หน้าค่าย นางหุนเสียวจึงว่ากับเกียงจูแหยว่า พวกท่านที่เหาะเหินเดินอากาศได้สันทัดแลมีสติปัญญาเวทมนต์ วันนี้เราตั้งค่ายกลค่ายหนึ่ง เชิญท่านไปดูให้เต็มตาเถิด ถ้าท่านเข้าใจทำลายค่ายกลนี้ได้เราไม่ขอสู้ท่านต่อไป จะยอมอยู่เป็นข้าท่านต่อไปในเมืองไซรกี เอียวเจี้ยนยืนอยู่ข้างเกียงจูแหย จึงตอบนางหุนเสียวว่า พวกท่านเป็นคนถือผิดเจรจามักไม่มีจริง จะมาลวงให้เกียงจูแหยไปดูค่าย แล้วจะได้ลอบเอาอาวุธทิ้งทำร้าย นางหุนเสียวได้ฟังเอียวเจี้ยนว่าก็มีความโกรธ จึงตอบเอียวเจี้ยนว่าเราไม่โกหก พวกท่านดีแต่คบคิดกันทำร้ายเขาลับหลัง เอียวเจี้ยนได้ฟังก็โกรธขับม้ารำทวนไล่แทงนางเกงเสียว นางเกงเสียวก็ถือกระบี่ขึ้นขี่นกการะเวกเข้ารบด้วยเอียวเจี้ยน นางหุนเสียวก็เอาถังทองทิ้งไปบนอากาศ เอียวเจี้ยนไม่รู้ว่าถังทองมีฤทธิ์ จึงมิได้หลบหลีก ถังทองก็ตักเอาเอียวเจี้ยนไปทิ้งลงในค่ายกลหองโฮติ้น กิมเฉียเห็นนางหุนเสียวจับเอียวเจี้ยนไปได้ ก็ถือกระบี่เข้าไล่ฟันนางเกงเสียว นางเกงเสียวก็รับด้วยกระบี่ กิมเฉียก็หยิบเอาเชือกชื่อคุ้นเหลงถุนทิ้งขึ้นไป นางหุนเสียวแลเห็นก็หัวเราะแล้วกวักมือเรียกเชือก ๆ นั้นก็มาลงในถังทอง แล้วนางหุนเสียวก็ทิ้งถังทองไปตักเอากิมเฉียไปทิ้งไว้ในค่ายกลหองโฮติ้น บกเฉียแลเห็นนางหุนเสียวจับพี่ชายไปก็โกรธ เงื้ออาวุธเข้ามาจะรบด้วยนางหุนเสียว นางเกงเสียวครั้นเห็นก็เข้าสกัดรบด้วยบกเฉียสามเพลง บกเฉียจึงสะบัดตัวให้กระบี่ซึ่งสะพายแล่งหลุดออกจากฝักขึ้นไปแกว่งอยู่กลางอากาศ นางหุนเสียวเห็นก็กวักมือเรียกเอากระบี่ไปลงในถัง แล้วทิ้งถังทองไปตักเอาตัวบกเฉียไปทิ้งลงในค่ายกลหองโฮติ้น นางหุนเสียวก็ขับพญาลอมาตรงหน้าเกียงจูแหย แล้วก็ทิ้งถังทองไปตักเอาเกียงจูแหย เกียงจูแหยก็ชักธงขึ้นโบกเป็นข่ายทองกั้นกางไว้ ถังนั้นก็มิได้ถูกต้อง เกียงจูแหยก็หนีไปหอคอย

๏ ฝ่ายบุนไทสือกับนางหุนเสียว นางเพกเสียว นางเกงเสียว นางฮ่ำจือเสียน นางไซหุนเซียนจู๊ก็พากันคืนเข้าค่าย แล้วสั่งให้แต่งของมาเลี้ยงกัน ครั้นรุ่งเช้านางหุนเสียวนางเพกเสียวนางเกงเสียวนางฮ่ำจือเสียน นางไซหุนเซียนจู๊ก็ชวนกันออกมาหน้าค่าย ร้องเรียกเหยียนเต๋งโตหยินให้ออกมา เหยียนเต๋งโตหยินได้ยินก็ชวนกันจัดเป็นกระบวนทัพออกมายืนอยู่นอกค่าย นางหุนเสียวจึงว่านี่แน่ะเหยียนเต๋งโตหยิน ท่านกับเราวันนี้จะรบกันให้เห็นฝีมือ ด้วยท่านฆ่าพวกเราตายเสียเป็นอันมาก บัดนี้เราตั้งกลศึกหองโฮติ้นไว้หวังจะลองความรู้ท่าน แม้นท่านดีก็เข้ามาในค่ายกลเรา เหยียนเต๋งโตหยินได้ฟังก็หัวเราะแล้วจึงว่า อันประเพณีทำศึกต่างคนต่างปองล้างชีวิตกัน ซึ่งจะมาโกรธว่าเราฆ่าพวกพ้องเสียนั้นมิชอบ นางเกงเสียวได้ฟังก็โกรธ ถือกระบี่ขับนกการะเวกเข้าไปจะรบด้วยเหยียนเต๋งโตหยิน เซกเจงจู๊ก็รำกระบี่วิ่งไปสกัดกั้นหน้านางเกงเสียวไว้ นางเกงเสียวเห็นเซกเจงจู๊มากั้นไว้ก็ฟันเซกเจงจู๊ด้วยกระบี่ เซกเจงจู๊ก็รับด้วยกระบี่ รบกันเป็นสามารถ นางหุนเสียวก็ทิ้งถังทองไปตักเอาเซกเจงจู๊ไปทิ้งลงในค่ายหองโฮติ้น นางเกงเสียวก็ทำเพลงเยาะเย้ยอยู่ตรงหน้าเหยียนเต๋งโตหยิน กงเสงจู๊แลเห็นนางเกงเสียวทำดังนั้นจึงว่า อันธรรมดาทำศึกได้ถึงรบพุ่งกันแล้วมิพวกท่านก็พวกเราคงจะตายเป็นอันเที่ยง จะมาเยาะเย้ยกันนั้นไม่ควร ว่าแล้วชักกระบี่ออกไล่ฟันนางเกงเสียว นางเกงเสียวก็เข้ารับรบกับกงเสงจู๊ด้วยกระบี่ นางเพกเสียวก็เอาถังทองทิ้งไป กงเสงจู๊หลบไม่ทันถังทองนั้นก็ตักเอาตัวกงเสงจู๊ไปทิ้งลงในค่าย

๏ ฝ่ายกงฮวดเทียนจุ๋น เผาเหียนจินหยิน ผังโตหยิน ไทอิดจินหยิน เหลงโปไต้ฮวดสู กีลิวสุน อึ้งเหลงจินหยิน เจ็ดคนแลเห็นนางเพกเสียวทิ้งถังทองมาตักเอากงเสงจู๊ไปมีความโกรธนัก ก็พากันรุมเข้ามารบกับพวกนางหุนเสียว นางหุนเสียวก็ทิ้งถังทองไปตักเอาตัวกงฮวดเทียนจุ๋น เผาเหียนจินหยิน ผังโตหยิน ไทอิดจินหยิน เหลงโปไต้ฮวดสู กีลิวสุน อึ้งเหลงจินหยินเจ็ดคน ไปทิ้งลงในค่ายหองโฮติ้น เหลืออยู่แต่เหยียนเต๋งโตหยิน นางหุนเสียวดีใจนักจึงนึกว่าวันนี้สมคะเนแล้ว จะละเหยียนเต๋งโตหยินไว้ทำไมเล่า แล้วก็ทิ้งถังทองไปกลางอากาศ เหยียนเต๋งโตหยินเห็นก็อ่านมนต์หายตัวไป

๏ ฝ่ายนางหุนเสียว นางเพกเสียว นางเกงเสียว นางฮ่ำจือเสียน นางไซหุนเซียนจู๊ห้าคนก็กลับมาค่ายบุนไทสือ บุนไทสือให้ยกโต๊ะมาเลี้ยง นางหุนเสียวเสพสุราพลางคิดว่าเราละเมิดคำอาจารย์ มาทำศึกด้วยเกียงจูแหยครั้งนี้ เพราะมานะและความแค้นด้วยเตียวกองเบ๋งพี่เราตาย ได้เกินแล้วก็จะทำไปตามเกิน

๏ ฝ่ายเหยียนเต๋งโตหยินมาถึงหอคอย จึงปรึกษากับเกียงจูแหยว่า แต่พวกนางหุนเสียวจับพวกพ้องของเราไปถึงสิบสองคนแล้ว ที่เราจะอยู่ทำศึกนั้นเห็นจะเอาชัยชำนะโดยยาก วันนี้เราจะลาท่านไปหาอาจารย์ ณ เขากุนหลุนซัว ท่านจงรักษาค่ายไว้กว่าเราจะมา สั่งแล้วเหยียนเต๋งโตหยินก็ลงจากหอคอย อ่านมนต์หายตัวไปโดยเร็ว ครั้นถึงเขากุนหลุนซัวก็แก้มนต์ที่บังตัวไว้ แล้วก็เดินเข้าไปถึงหน้าเก๋ง แลเห็นแปะเฮาะตองหยีจูงกวางมาเทียมรถ เหยียนเต๋งโตหยินจึงว่าอาจารย์ง่วนสีเทียนจุ๋นอยู่หรือไปไหน แปะเฮาะตองหยีจึงบอกว่าอาจารย์ให้เรามาเทียมรถจะไปเมืองไซรกี ท่านรีบกลับไปคอยรับอาจารย์เถิด เหยียนเต๋งโตหยินได้ฟังก็กลับมาหอคอย เห็นเกียงจูแหยนั่งเป็นทุกข์อยู่ เหยียนเต๋งโตหยินจึงบอกเกียงจูแหยว่า ท่านอย่าเป็นทุกข์เลย บัดเดี๋ยวนี้อาจารย์ก็จะมาถึง เร่งจัดแจงดอกไม้ธูปเทียนที่ทางไว้ให้สมควรคอยรับอาจารย์เถิด เกียงจูแหยก็ทำตามทุกประการ แล้วเหยียนเต๋งโตหยินกับเกียงจูแหยก็พากันมานั่งคอยอยู่ พอได้ยินเสียงกวางร้องบนอากาศ ก็รู้ว่าอาจารย์มาถึง เหยียนเต๋งโตหยินกับเกียงจูแหยก็จุดธูปเทียนยืนคำนับอาจารย์อยู่คนละข้าง ง่วนสีเทียนจุ๋นก็สั่งศิษย์ให้เทียมรถเข้ากับหอคอย แล้วง่วนสีเทียนจุ๋นก็ขึ้นไปนั่งบนที่อันแต่งไว้ เหยียนเต๋งโตหยินกับเกียงจูแหยเข้าไปกราบอาจารย์แล้วคุกเข่าอยู่ ง่วนสีเทียนจุ๋นจึงถามว่า ซึ่งท่านทำศึกกับบุนไทสือนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เกียงจูแหยจึงบอกอาจารย์ว่าบูอ๋อง โลเฉีย หลุยจินจู๊ สามคนเข้าไปตีค่ายกลอังแซติ้น ตกอยู่ในบ่อเตียวเทียนกุ๋น แล้วนางหุนเสียว นางเพกเสียว นางเกงเสียว ซึ่งเป็นน้องเตียวกองเบ๋งจับเอาเอียวเจี้ยนหนึ่ง กิมเฉียหนึ่ง บกเฉียหนึ่ง เซกเจงจู๊หนึ่ง กงเสงจู๊หนึ่ง กงฮวดเทียนจุ๋นหนึ่ง เผาเหียนจินหยินหนึ่ง ผังโตหยินหนึ่ง ไทอิดจินหยินหนึ่ง เหลงโปไต้ฮวดสูหนึ่ง กีลิวสุนหนึ่ง อึ้งเหลงจินหยินหนึ่ง สิบสองคนผู้เป็นศิษย์ท่านไปขังไว้ในค่ายกลหองโฮติ้น ขออาจารย์จงช่วยชีวิตคนทั้งนี้ให้รอดจากความตาย ง่วนสีเทียนจุ๋นได้ฟังเกียงจูแหยบอกก็พยักหน้า แล้วนิ่งอยู่จนตะวันเที่ยง ง่วนสีเทียนจุ๋นจึงสำแดงฤทธิ์ให้สว่างบนอากาศ ตรงหอคอยดุจตามประทีปสักหมื่นดวง

๏ ฝ่ายนางหุนเสียวอยู่ในค่ายหองโฮติ้น เห็นในค่ายเกียงจูแหยสว่างประหลาด ก็รู้ว่าอาจารย์ง่วนสีเทียนจุ๋นมา จึงพูดกับนางเพกเสียวผู้น้องว่า ไม่พอที่จะผิดกันกับอาจารย์ง่วนสีเทียนจุ๋นเลย เพราะเตียวกองเบ๋งพี่ชายเราตายผู้เดียว จึงได้เกิดโทโสมาตั้งค่ายจับพวกเกียงจูแหย ซึ่งเป็นศิษย์ง่วนสีเทียนจุ๋นมาขังไว้เป็นอันมาก ครั้นจะปล่อยไปเล่าก็ได้เกินแล้ว บัดนี้อาจารย์ง่วนสีเทียนจุ๋นก็มาเราจะคิดอย่างไรดี นางเกงเสียวจึงว่าทำไมกับง่วนสีเทียนจุ๋นเป็นอาจารย์ของเราเมื่อไรเล่า ข้อหนึ่งเราก็มิได้ทำไมแก่ง่วนสีเทียนจุ๋น ศิษย์ต่อศิษย์ต่างคนต่างรบกันต่างหาก นางเพกเสียวจึงว่าเราจะพากันออกไปดูท่วงทีง่วนสีเทียนจุ๋นจะว่าประการใด ถ้าเป็นกลางอยู่เราจะคำนับตามธรรมเนียม แม้นเชื่อคำศิษย์ท่านเราก็จะไม่นับถือว่าเป็นผู้ใหญ่ อนึ่งเราก็ตั้งค่ายกลอันนี้ไว้มั่นคงอยู่ ถึงโกรธก็จะทำไมเราหนักหนา

๏ ฝ่ายง่วนสีเทียนจุ๋น ครั้นรุ่งเช้าก็ขึ้นขี่รถ แปะเฮาะตองหยีขี่หน้ารถ ลำเก๊ดเทียนอ๋องตามมาท้ายรถ ครั้นถึงหน้าค่ายหองโฮติ้น แปะเฮาะตองหยีอยู่หน้ารถ จึงเรียกนางหุนเสียวว่า ท่านจงออกมาคำนับอาจารย์เรา นางหุนเสียว นางเพกเสียว นางเกงเสียว ได้ฟังก็พากันออกมายืนอยู่หน้าค่ายทั้งสามคน ง่วนสีเทียนจุ๋นจึงว่าทั้งสามนาง ทำไมท่านจึงไม่อยู่ในสัจธรรมขืนขัดคำอาจารย์สั่ง แล้วจับเอาศิษย์ของเราไปขังไว้ในค่าย ถึงอาจารย์ของเจ้าก็หาอาจจะทำก้ำเกินเราเช่นนี้ไม่ วันนี้เรามาจะขอเข้าไปดูค่ายที่ท่านทำไว้สักหน่อย นางหุนเสียว นางเพกเสียว นางเกงเสียวได้ฟังก็พากันเข้ามาในค่าย ขึ้นบนหอรบคอยดูแยบคายง่วนสีเทียนจุ๋น ง่วนสีเทียนจุ๋นก็ขับรถลอยเข้ามาในค่าย แลไปด้วยตาทิพย์เห็นศิษย์สิบสองคนนอนก่ายกองกันอยู่ ถอนใจใหญ่แล้วก็กลับออกมาจากค่ายหองโฮติ้น นางไซหุนเซียนจู๊เห็นง่วนสีเทียนจุ๋นกลับออกไป ก็เอาคดขว้างมาจะให้ถูกง่วนสีเทียนจุ๋น คดนั้นก็แหลกละเอียดไป ง่วนสีเทียนจุ๋นก็กลับมาถึงหอคอย เหยียนเต๋งโตหยินคำนับแล้วจึงถามว่า อาจารย์เข้าไปในกลหองโฮติ้น เห็นพวกศิษย์ที่เขาจับไปไว้นั้น เขาทำเป็นอย่างไรบ้าง ง่วนสีเทียนจุ๋นจึงว่า อันพวกที่เขาจับไปได้นั้นลำบากนัก ดูประหนึ่งควายเขาขังไว้ในคอก เหยียนเต๋งโตหยินจึงว่าอาจารย์เข้าไปในค่ายกลแล้วเป็นไรมิโปรดแก้ไขพวกศิษย์ออกมาให้พ้นทุกข์เล่า ง่วนสีเทียนจุ๋นยิ้มแล้วจึงว่า อาจารย์โลจู๊เทียนจุ๋นยังมิได้สั่งที่จะทำไปก่อนนั้นมิชอบ ว่าพอขาดคำได้ยินเสียงโคร้องอยู่กลางอากาศ ง่วนสีเทียนจุ๋นจึงบอกแก่เหยียนเต๋งโตหยินว่า อาจารย์โลจู๊เทียนจุ๋นมาแล้วก็พากันไปคอยอยู่หน้าค่าย

๏ ฝ่ายโลจู๊เทียนจุ๋นก็ขับโคลอยลงมาจากอากาศ เหยียนเต๋งโตหยินกับเกียงจูแหยก็จุดเครื่องบูชา เชิญโลจู๊เทียนจุ๋นขึ้นไปนั่งบนที่อันแต่งไว้ ต่างคนคำนับแล้ว โลจู๊เทียนจุ๋นจึงถามง่วนสีเทียนจุ๋นว่า พวกศิษย์ซามเซียมซูมาตั้งค่ายกลทัพหองโฮติ้นไว้ พวกศิษย์ของเราที่หนีเคราะห์ไม่พ้น เขาจับไปได้นั้นเจ้าได้ไปดูบ้างหรือไม่ ง่วนสีเทียนจุ๋นจึงว่าข้าพเจ้าได้เข้าไปถึงในค่ายแล้ว ครั้นจะทำลายกลแก้เอาพวกศิษย์เหล่านั้นมา ก็คิดเกรงอยู่ด้วยอาจารย์ยังมิได้สั่ง โลจู๊เทียนจุ๋นได้ฟังดังนั้นก็ยิ้มอยู่

๏ ฝ่ายนางหุนเสียวอยู่ในค่าย แลเห็นอาจารย์โลจู๊เทียนจุ๋นขี่โคเหาะมาบนอากาศลงไปในค่ายเกียงจูแหย จึงว่าแก่นางเพกเสียวนางเกงเสียวว่า อาจารย์โลจู๊เทียนจุ๋นมาแล้วเราจะคิดอย่างไรดี นางเพกเสียว นางเกงเสียวจึงว่า มิใช่อาจารย์ที่ท่านสั่งสอนเรา ถึงจะมาก็ชั่งเขาเป็นไร นางหุนเสียวสั่นศีรษะแล้วว่า เจ้าพูดเช่นนี้มิชอบ ถ้าท่านเข้ามารบกับเรา เราจะสู้ได้แล้วหรือ นางเกงเสียวจึงว่ากรรไกรกับถังทองของเรานี้ประเสริฐกว่าอาวุธทั้งปวง ถึงจะเข้ามาในค่ายเราก็จะทำไมแก่เราได้

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ