๓๒

๏ อึ้งเทียนฮัวรับคำอาจารย์แล้วลาออกมาหยิบเอาดินโปรยขึ้นไปบนอากาศ กระทำฤทธิ์มาถึงด่านตองก๋วน พอเวลาจะใกล้สว่างเห็นกองทัพล้อมค่ายไว้ ได้ยินเสียงคนร้องไห้อยู่ในค่าย อึ้งเทียนฮัวก็เข้าใจว่าบิดาอยู่ในที่นี้ จึงเดินเข้าไปหน้าค่าย ทหารร้องถามออกมาว่าท่านมาแต่ไหน อึ้งเทียนฮัวจึงบอกว่าเราอยู่ถ้ำจูเอียงต๋ง รู้ว่าบิดาเราถึงอับจนเราจึงมาช่วย ท่านเร่งบอกเข้าไป ทหารเข้าไปบอกแก่อึ้งฮุยปิว อึ้งฮุยปิวก็ออกมารับฤาษีหนุ่มนั้นเข้าไปในค่าย อึ้งเทียนฮัวจึงถามว่าศพบิดาเราอยู่ไหนเล่า อึ้งฮุยปิวจึงพาเข้าไปที่อึ้งปวยฮอตายอยู่นั้น อึ้งเทียนฮัวเห็นบิดามีใจสงสารนัก แล้วแลไปเห็นศพอีกศพหนึ่ง จึงถามว่าศพผู้ใดเล่า อึ้งฮุยปิวบอกว่าศพจิวกีทหารเอก อึ้งเทียนฮัวจึงให้ตักน้ำมา แล้วเอายาซึ่งอาจารย์ให้มานั้นละลายน้ำลง เอาปลายกระบี่คัดปากกรอกเข้าไป ยานั้นแล่นตลอดถึงมือและเท้าประมาณสองโมง อึ้งปวยฮอพูดออกมาได้ ลืมตาขึ้นเห็นฤาษีหนุ่มอึ้งปวยฮอลุกขึ้นจะคำนับ ว่าเราเคราะห์ดีอย่างไรจึงได้ท่านมาช่วยกลับเป็นขึ้นได้ อึ้งเทียนฮัวคุกเข่าลงคำนับบอกว่า ข้าพเจ้านี้ชื่ออึ้งเทียนฮัว ลูกสามขวบซึ่งหายไปในสวนดอกไม้คือตัวข้าพเจ้า อึ้งปวยฮอกับทหารพรรคพวกทั้งปวง ก็คิดได้ว่าอึ้งเทียนฮัวหายไปได้สิบสามปีแล้วกลับมาช่วย ต่างคนต่างยินดีนัก อึ้งปวยฮอจึงขอยาให้ไปแก้จิวกีฟื้นขึ้นแล้ว จึงถามอึ้งเทียนฮัวว่าเจ้าไปเรียนวิชาอยู่อาจารย์ไหน อึ้งเทียนฮัวร้องไห้แล้วบอกว่า ข้าพเจ้าไปอยู่ ณ เขาเซงฮองซัวในถ้ำจูเอียงต๋ง อาจารย์ชื่อโต๊ะเต๊กจินกุ๋น พาข้าพเจ้าขึ้นมาไว้ได้สิบสามปีแล้ว วันนี้เป็นบุญข้าพเจ้าได้มาคำนับบิดา พบอาและน้องทั้งสอง อึ้งเทียนฮัวดูทั่วไป มิได้เห็นมารดาอยู่ในที่นั้น ก็มีความโกรธเป็นกำลังถลึงตากัดฟันหน้าแดงขึ้น น้อยใจด้วยว่าบิดาทิ้งมารดาเสีย อึ้งปวยฮอเห็นดังนั้น จึงว่าวันนี้เจ้าได้มาพบบิดาและน้องทั้งสอง ก็เป็นที่ยินดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย เจ้ามีความโกรธสิ่งใดจึงมาทำดังนี้ อึ้งเทียนฮัวจึงว่าบิดาเป็นกบฏหนีออกจากเมืองหลวง พี่น้องทั้งปวงพากันมาจนสิ้น ทหารเอกทหารเลวก็มาด้วยเป็นอันมาก แต่มารดาของข้าพเจ้าผู้เดียวเป็นหญิงหาควรจะทิ้งไว้ไม่ เหตุไรบิดาจึงไม่พามาด้วย อึ้งปวยฮอได้ยินอึ้งเทียนฮัวผู้บุตรถามถึงมารดายิ่งมีความแค้นเป็นอันมาก ลุกขึ้นกระทืบเท้าแล้วก็ร้องไห้ จึงว่ากับอึ้งเทียนฮัวว่า บิดาจะเล่าให้เจ้าฟัง ครั้นคิดถึงความหลังแล้ว ความแค้นตันอกขึ้นมา หารู้ที่จะพูดออกได้ไม่ ซึ่งบิดาได้ออกจากเมืองหลวงทั้งนี้ก็เพราะมารดากับอาเจ้า ด้วยพระมหากษัตริย์กระทำข่มเหงกับภรรยาขุนนาง เมื่อนางขันกีซึ่งได้เป็นมเหสีใหม่ทำการเลี้ยงโต๊ะ มารดาเจ้าเข้าไปคำนับพระเจ้าติวอ๋องมาหยิกหยอกแล้วพูดเกี้ยวพาล แต่มารดาของเจ้าเป็นคนมีสัจ มิได้ลงใจด้วยว่ากล่าวหยาบช้าต่อพระเจ้าติวอ๋องเป็นอันมาก พระเจ้าติวอ๋องก็มิฟัง มารดาเจ้ามีความแค้นใจ โจนลงมาจากเตียะแซแหลาอันสูงถึงแก่ความตาย นางอึ้งกุยหุยอาของเจ้าซึ่งเป็นพระมเหสีซ้าย เห็นว่าพระเจ้าติวอ๋องทำผิดจึงว่ากล่าวติเตียน พระเจ้าติวอ๋องโกรธถีบเอาตกเตียะแซเหลาลงมา ถึงแก่กรรมตายอีก เพราะเหตุฉะนี้จึงได้หนีมา อึ้งเทียนฮัวแจ้งความซึ่งบิดาเล่าให้ฟังร้องขึ้นได้คำหนึ่งก็สลบลงอยู่ในที่นั้น อาและน้องทั้งสองกับทหารทั้งปวง เข้าช่วยกันแก้ไขฟื้นขึ้น อึ้งเทียนฮัวร้องไห้แล้วบอกกับบิดาว่า ข้าพเจ้าไม่กลับไปหาอาจารย์แล้ว เรายกเข้าไปตีเมืองจิวโก๋แก้แค้นมารดาข้าพเจ้าเถิด ร้องไห้พลางแล้วกัดฟัน พอได้ยินทหารเข้ามาบอกว่า ตันต๋องออกมาชวนรบอยู่นอกค่าย อึ้งปวยฮอได้ยินดังนั้นตกใจนัก อึ้งเทียนฮัวเห็นกิริยาบิดากลัวตันต๋องจึงว่าบิดาออกไปรบเถิด ข้าพเจ้ามาอยู่ด้วยแล้วอย่ากลัวเลย อึ้งปวยฮอก็แข็งใจขึ้นหลังโคขับออกไปนอกค่าย จึงร้องว่ากับตันต๋องว่า เราจะมาแก้แค้นซึ่งตัวทำไว้กับเราวานนี้ ตันต๋องครั้นเห็นอึ้งปวยฮอออกมาก็มีความสงสัย จึงคิดว่าอ้ายนี่ต้องอาวุธเราวานนี้ตายแล้ว เหตุใดจึงกลับเป็นขึ้นมาอีกเล่า แล้วร้องว่าอ้ายกบฏเร่งออกมารบกัน อึ้งปวยฮอก็ขับโคเข้ารบกับตันต๋องได้สิบห้าเพลง ตันต๋องชักม้าหนี

๏ ฝ่ายอึ้งปวยฮอหาไล่ติดตามไปไม่ อึ้งเทียนฮัวเห็นบิดาขยั้นอยู่ จึงร้องว่าบิดารีบตามไปเถิด ข้าพเจ้าออกมาอยู่นี่แล้ว อึ้งปวยฮอได้ยินอึ้งเทียนฮัวว่าก็ขับโคไล่ตามไป ตันต๋องเห็นอึ้งปวยฮอไล่จวนตัวเข้ามา จึงเอาลูกทิ้งทิ้งเอาอึ้งปวยฮอเป็นหลายที อึ้งเทียนฮัวก็เอากระเช้าขึ้นรับลูกทิ้งไว้ได้สิ้น ตันต๋องเห็นอาวุธไม่ต้องอึ้งปวยฮอก็โกรธนัก แล้วแลไปเห็นอึ้งเทียนฮัวถือกระเช้าเดินตามอึ้งปวยฮออยู่ จึงคิดว่าอ้ายเด็กน้อยคนนี้เก็บเอาอาวุธของเราไว้ มีความโกรธเป็นอันมาก ขับม้าเข้ามาเงื้อทวนขึ้นจะแทง อึ้งเทียนฮัวชักเอากระบี่ซึ่งโต๊ะเต๊กจินกุ๋นให้มานั้นขึ้นรับไว้ ง้าวกระบี่ไปถูกตันต๋องคอขาดตกม้าตาย ทหารอึ้งปวยฮอเห็นตันต๋องตาย ก็ชวนกันไล่ฆ่าฟันพวกทหารชาวด่านแตกกระจัดกระจายไป อึ้งปวยฮอจึงสั่งทหารทั้งปวง รีบฟันประตูด่านออกไป แล้วก็พาอึ้งเทียนฮัวกับทหารออกจากด่าน อึ้งเทียนฮัวจึงเข้าไปคำนับบิดาแล้วว่า บิดากับพรรคพวกไปจงดีเถิด ข้าพเจ้าจะลาไปหาอาจารย์ อึ้งปวยฮอจึงว่าเหตุไฉนเจ้าจึงจะไม่ไปกับเราเล่า อึ้งเทียนฮัวจึงว่าอาจารย์สั่งไว้ให้กลับไป ข้าพเจ้ามิรู้ที่จะขัดคำอาจารย์ได้ จึงลาท่านกลับไป อึ้งปวยฮอมีความอาลัยนัก ทอดใจใหญ่แล้วว่า เราจากกันมาช้านานแล้วพึ่งได้มาพบกัน จะไปวันนี้แล้วเมื่อไรจะได้พบกันอีก อึ้งเทียนฮัวจึงว่าไม่ช้าดอกจะได้พบกันที่เมืองไซรกี พ่อลูกร้องไห้รักกันแล้วต่างคนก็ต่างไป อึ้งปวยฮอออกจากด่านตองก๋วนเดินทางมาประมาณแปดร้อยเส้น ถึงด่านชัวฮุนก๋วน

๏ ฝ่ายทหารตันต๋องเห็นนายตายแล้ว ก็รีบไปแจ้งแก่ตันหงอนายด่านชัวฮุนก๋วน ตันหงอรู้ว่าอึ้งปวยฮอฆ่าตันต๋องผู้น้องตาย มีความโกรธเป็นอันมาก จึงจัดแจงทหารจะยกออกไปคอยสกัดแก้แค้นอึ้งปวยฮอ พอโฮสินทหารเข้ามาคำนับแล้วว่ากับตันหงอว่า ท่านอดโทโสเสียก่อน อึ้งปวยฮอคนนี้มีกำลังและฝีมือเป็นอันมาก แล้วมีทหารชื่ออึ้งเบ๋ง จิวกี สองคนนี้เข้มแข็งนัก กำลังดุจเสือ ตันต๋องน้องของท่านนั้นก็มีฝีมือ ทั้งมีอาวุธวิเศษ อึ้งปวยฮอยังฆ่าเสียได้ ข้าพเจ้าเห็นว่าจะสู้ซึ่งหน้านั้นจะเอาชัยชำนะยาก คิดจับเอาด้วยอุบายเห็นจะได้โดยสะดวก ตันหงอจึงถามว่า อุบายของท่านนั้นจะทำประการใด โฮสินจึงกระซิบบอกเป็นความลับ แล้วว่าอุบายของข้าพเจ้าอันนี้ ถ้าท่านทำได้ไม่พักสู้รบให้ลำบากทหารเลย จะให้ตายเองสิ้นทั้งพวก ตันหงอได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดีนัก จึงให้หาทหารใหญ่น้อยทั้งปวงเข้ามา แล้วกระซิบสั่งให้ไปทำตามอุบายโฮสินบอกทุกประการ พอชาวด่านเข้ามาบอกว่า พวกอึ้งปวยฮอเข้ามาถึงริมด่านแล้ว ตันหงอจึงสั่งให้ตีกลองสัญญา แล้วขึ้นม้าพาทหารมาคอยรับ ครั้นอึ้งปวยฮอมาถึง ตันหงอจึงถามว่า ข้าพเจ้ารู้ว่าไต้อ๋องมาทางนี้ จึงพาทหารออกมาคอยคำนับท่าน อึ้งปวยฮอได้ฟังดังนั้น พิเคราะห์ดูทหารทั้งปวงออกมายืนรับอยู่นั้น มิได้แต่งตัวใส่เกราะถืออาวุธก็ค่อยคลายใจ อึ้งปวยฮอยอบตัวลงคำนับแล้วจึงว่า ข้าพเจ้าเป็นคนกระทำความผิดต่อแผ่นดิน ท่านยังมีใจนับถือคำนับเหมือนมาแขก บุญคุณของท่านนั้นเปรียบกับภูเขาอันใหญ่ และเวลาวานนี้ข้าพเจ้าเป็นคนหนีภัยมา ตันต๋องน้องของท่านออกมากั้นกางไว้ จึงได้เกิดฆ่าฟันกันขึ้น ถ้าท่านเมตตาไม่ถือความปล่อยให้ข้าพเจ้ารอดไปพ้นด่านครั้งนี้ บุญคุณหาที่สุดมิได้เลย ตันหงอจึงตอบว่า ข้าพเจ้ารู้อยู่ว่าพวกพ้องของท่านนั้น เป็นคนกตัญญูสัตย์ซื่อต่อแผ่นดินมาหลายชั่วอยู่แล้ว ครั้งนี้เจ้าแผ่นดินมิได้เป็นธรรมจึงเกิดเหตุ ซึ่งตัวท่านจะมีโทษอะไรเล่า อันตันต๋องน้องข้าพเจ้านั้น เป็นคนหาปัญญามิได้ออกมาขัดขวางท่านไว้ จนตัวตายนั้นก็เป็นกรรมของเขาเอง ข้าพเจ้ารู้ข่าวว่าท่านมาจึงออกมารับ อึ้งเบ๋งทหารเอกยืนม้าอยู่หลังอึ้งปวยฮอ เห็นอาการตันหงอซึ่งออกมารับนั้นสุจริตอยู่ คิดถึงความซึ่งฆ่าตันต๋องเสียก็ทอดใจใหญ่ แล้วว่ากับตันหงอว่าพี่น้องแม่เดียวกัน โง่บ้างฉลาดบ้าง ผลไม้ต้นเดียวกันก็มีเปรี้ยวและหวาน เราเห็นว่าท่านมีสติปัญญาดีกว่าน้องชาย ทหารทั้งปวงเห็นอึ้งเบ๋งพูดกับตันหงอโดยสุจริตทั้งสองฝ่ายก็ลงจากม้าทั้งสิ้น ตันหงอก็ลงจากม้าเข้าไปคำนับอึ้งปวยฮอ แล้วว่าขอเชิญท่านเข้าไป ณ ที่รับขุนนาง หยุดพักให้สบายก่อนเถิด แล้วก็พาอึ้งปวยฮอกับพรรคพวกและทหารเข้าไป ตันหงอจึงสั่งคนให้ยกโต๊ะออกมาเลี้ยงอึ้งปวยฮอกับทหารทั้งปวง

๏ ขณะเมื่ออึ้งปวยฮอเสพสุราอยู่นั้น จึงคิดแต่ในใจว่าซึ่งตันหงอเชิญเราและพรรคพวกเข้ามากินเลี้ยงในที่นี้ประหลาดอยู่ ครั้นดูกิริยาก็เห็นว่าจะไม่คิดร้ายต่อเรา แต่จะไว้ใจยังมิได้ ซึ่งเราจะมาประมาทอยู่ในด่านนี้หาควรไม่ อึ้งปวยฮอคิดดังนั้นแล้ว ก็มิได้เสพสุราสืบไป จึงลุกขึ้นคำนับตันหงอว่าซึ่งข้าพเจ้าเป็นคนมีความทุกข์มา ท่านคิดเอ็นดูให้เชิญเข้ามากินโต๊ะนั้นขอบใจนัก คุณของท่านอยู่กับข้าพเจ้าเป็นอันมาก บัดนี้ข้าพเจ้ากับพรรคพวก ก็อิ่มหนำมีความสบายแล้วข้าพเจ้าจะลาท่านไป ขอท่านได้เมตตาเปิดประตูด่านปล่อยให้ข้าพเจ้าไปโดยสะดวกเถิด ตันหงอจึงว่าเวลานี้ก็จวนจะค่ำอยู่แล้ว ท่านมาทางไกลผู้คนก็เห็นจะเหน็ดเหนื่อย จงหยุดพักทหารหลับนอนให้สบายต่อรุ่งเช้าจึงค่อยไป อึ้งเบ๋งจึงว่ากับอึ้งปวยฮอว่า ตันหงอมีใจภักดีต่อท่าน อ้อนวอนให้ทหารหยุดอยู่คืนหนึ่งนั้นจะเป็นไรมี ต่อรุ่งเช้าจึงค่อยไปเถิด อึ้งปวยฮอก็ยอมอยู่ตามคำอึ้งเบ๋งแต่หาวางใจไม่ จึงสั่งทหารให้ไปเอาเกวียนเสบียงเข้ามาไว้ในระเนียดทั้งสิ้น ตันหงอเห็นดังนั้นก็มีความยินดี คำนับอึ้งปวยฮอแล้วจึงว่า ข้าพเจ้าคิดว่าจะใคร่สนทนากับท่านให้สบายสักคืนหนึ่ง แต่เห็นว่าท่านเหน็ดเหนื่อยมาจะป่วยการนอน เชิญท่านหยุดพักให้สบายเถิด ตันหงอก็ลากลับไปที่อยู่

๏ ฝ่ายอึ้งปวยฮอเมื่อตันหงอลากลับไปที่อยู่แล้ว ครั้นเพลาค่ำคนใช้จุดเทียนเข้ามาให้ อึ้งปวยฮอจึงว่าเหน็ดเหนื่อยมาชวนกันหลับนอนให้สบายเถิด ทหารทั้งปวงต่างคนอิดโรยมาก็นอนหลับไปสิ้น อึ้งปวยฮอคิดสงสัยตันหงออยู่นอนไม่หลับให้มีความรำคาญ แล้วคิดไปว่าพวกของเราได้เป็นขุนนางสัตย์ซื่อต่อแผ่นดินถึงเจ็ดชั่วคน ไม่หมายเลยว่าจะเป็นกบฏ พาให้ชื่อเสียงท่านแต่ก่อนพลอยเสียไปด้วย ตัวเราเล่าก็เห็นทั่วกันทั้งแผ่นดินว่าเป็นคนทรยศ แต่ที่จริงใจของเราซื่อต่อเจ้า ช่วยทำนุบำรุงแผ่นดินโดยสุจริต ความทั้งนี้เป็นความในใจหามีใครเห็นไม่ เว้นไว้แต่เทพยดาจะเป็นพยานเรา เหตุด้วยพระมหากษัตริย์เชื่อฟังคนพาล เชื้อพระวงศ์และขุนนางมีความเจ็บแค้น อาณาประชาราษฎรเดือดร้อนทั้งแผ่นดิน ถ้าเดชะบุญของเรา บูอ๋องมีความเมตตาเหมือนใจนึก จะยืมทหารมาตีจับเอาผู้ซึ่งเป็นเสี้ยนหนามแผ่นดินมาสับให้ละเอียดจึงจะหายความแค้น อึ้งปวยฮอกัดฟันมีความโกรธเป็นอันมาก แล้วคิดถึงความเก่าซึ่งเป็นสุขมาแต่หลัง บัดนี้มาได้ความลำบากแต่ที่จะอยู่ไม่มี ยิ่งคิดรำคาญใจนัก พอได้ยินเสียงตีกลองยามสาม อึ้งปวยฮอเอนตัวลงจะนอน ให้ร้อนใจนอนไม่หลับ แล้วได้ยินเสียงเป็นลมพัดให้แสยงขนตกใจกลัวเหงื่อออกโซมตัว แลไปเห็นคนยื่นมือออกจากเชื้อเทียนที่ตามอยู่ดับไป แล้วได้ยินเสียงคนร้องเรียกว่าท่านกุนเจียงกุ๋น เราชื่อกาสีผู้เป็นภรรยาของท่าน ตามมาบอกให้ท่านรู้บัดนี้ภัยจะมาถึง จะมีผู้เอาเพลิงมาลอบจุดทำร้ายท่าน ท่านจงเรียกน้องชายให้ลุกขึ้นรักษาลูกเราทั้งสองคนที่ไม่มีแม่ ว่าเท่านั้นแล้วก็หายไป เทียนที่ดับก็ติดขึ้นดังเก่า อึ้งปวยฮอตกใจเอามือตบลงที่เตียง จึงเรียกทหารทั้งปวงลุกขึ้นแล้วอึ้งปวยฮอก็เล่าเนื้อความให้ฟังว่า นางกาสีมาบอกว่าจะเกิดไฟ ท่านทั้งปวงจะเห็นประการใด อึ้งฮุยปิวจึงว่าซึ่งเรามาหยุดนอนอยู่ในด่านนี้หาควรไม่ ข้าพเจ้ามีความสงสัยอยู่ อึ้งเบ๋งได้ยินดังนั้น ก็ออกไปชักกลอนเปิดประตูระเนียดไม้ทุกประตู ก็รู้ว่ามีผู้มาลอบใส่กุญแจไว้ข้างนอก อึ้งเบ๋งจึงร้องขึ้นว่า จะมีเหตุแล้วพวกเราเร่งเอาขวานมาฟันประตูเถิด ทหารทั้งปวงได้ยินดังนั้น ก็ตรูกันฟันประตูออกไป จิวกีจึงเร่งทหารให้ขับเกวียนออกจากระเนียดได้ทั้งสิ้น อึ้งปวยฮอก็พาบุตรทั้งสองออกมานอกประตู เห็นฟืนและหญ้ากองไว้ท่วมระเนียดทั้งสี่ด้าน อึ้งปวยฮอจึงว่ากับอึ้งเบ๋งและทหารทั้งปวงว่า ท่านเห็นแล้วหรือ ตันหงอคิดกลอุบายจะทำร้ายแก่เรา ว่าแล้วก็พากันรีบไปจากที่นั้น

๏ ฝ่านตันหงอครั้นเพลาดึก จึงสั่งทหารให้ไปกำชับกันรักษาประตูด่านจงมั่นคง ตัวก็คุมทหารถือคบเพลิงไปเป็นอันมาก พอถึงกลางทางทหารมาบอกว่า อึ้งปวยฮอกับพรรคพวกฟันประตูระเนียดหนีไปข้างประตูด่านแล้ว ตันหงอได้ฟังดังนั้นมีความโกรธเป็นอันมาก แล้วขับม้าคุมทหารรีบไปสกัดอึ้งปวยฮอไว้ อึ้งปวยฮอเห็นตันหงอพาพรรคพวกถือคบเพลิงมาสกัดหน้าอยู่จึงร้องไปว่า ตันหงอทำคุณไว้กับเราเพลาวานนี้เหมือนสายน้ำไหล ตันหงอร้องด่าว่าอ้ายกบฏต่อแผ่นดินกูคิดว่าหญ้ากอหนึ่งจะขุดเสียให้สิ้นราก ถึงหนีมาได้ดังนี้ก็ยังจะไม่พ้นมือกู ว่าแล้วก็ขับม้าถือทวนตรงเข้ามา อึ้งเบ๋งถือขวานใหญ่ขับม้าออกรบกับตันหงอถ้อยทีรบติดพันกันอยู่ อึ้งปวยฮอก็ขับโคออกไปร้องตวาดด้วยเสียงอันดัง ตันหงอตกใจชักม้าผละจากอึ้งเบ๋ง อึ้งปวยฮอก็เอาทวนแทงถูกอกตันหงอตกม้าตาย พวกทหารทั้งปวงแตกกระจัดกระจายไปสิ้น อึ้งปวยฮอก็รีบไปถึงประตูด่าน สั่งให้ทหารฟันประตู แล้วเร่งเกวียนเสบียงกับพรรคพวกออกไปจากด่าน พอเวลาสว่างขึ้น อึ้งปวยฮอก็ตรวจดูทหารทั้งปวงก็ดีอยู่สิ้น จึงรีบยกไปด่านไต๋ไปก๋วน

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ