๖๑

๏ ฝ่ายเกียงจูแหยเห็นแบหงวนก็ร้องว่าจะสู้กับเราหรือ แบหงวนจึงตอบว่าเราตั้งใจจะมาดูฝีมือท่าน แล้วก็เข้ารบกันได้สี่เพลง เกียงจูแหยทำเป็นเสียที หนีไปทางหยกหูเก๋งแล้วขึ้นเขาสูงไป แบหงวนก็ไล่ตามมาจนสิ้นกำลังมิได้ตัวเกียงจูแหย พอค่ำลงจึงหยุดอยู่ใต้ร่มไม้ ครั้นเวลาสองยามได้ยินเสียงประทัดก็ตกใจยืนขึ้นแลดู เห็นเกียงจูแหยกับบูอ๋องนั่งกินโต๊ะอยู่บนเขา แล้วได้ยินเสียงร้องลงมาว่าจะจับตัวแบหงวนให้ได้ แบหงวนก็ชักกระบี่ไล่ขึ้นไปบนเขา ครั้นใกล้ไม่เห็นเกียงจูแหยกับบูอ๋อง เห็นแต่ไฟสว่างอยู่กองหนึ่ง แล้วได้ยินเสียงร้องว่าแบหงวนมึงจะหนีไปไหนกูจะจับตัว แบหงวนโกรธวิ่งไล่ตามเสียงลงมาจนถึงเชิงเขา พอเวลาสว่างเห็นหญิงคนหนึ่งนอนครางอยู่ แบหงวนกำลังโทโสแล้วเหนื่อยมา อยากน้ำนักก็เอากระบี่แทงหญิงคนนั้นตาย จึงกอบเอาโลหิตกินต่างน้ำ ขณะนั้นจุ้นเถโตหยินดำดินมาแต่ป่า ครั้นเห็นแบหงวนฆ่าหญิงเสียก็โกรธ จึงถอดกระบี่เงื้อจะฟันแบหงวน พอได้ยินเสียงร้องมาข้างหลังว่าอย่าเพ่อฟันแบหงวน จุ้นเถโตหยินเหลียวไปเห็นก๋งฮวดเทียนจุ๋นจึงถามว่าท่านมาแต่ไหน ก๋งฮวดเทียนจุ๋นตอบว่าเรามาแต่เมืองไซรกี ท่านจะฆ่าแบหงวนด้วยเหตุอันใด จุ้นเถโตหยินจึงตอบว่าแบหงวนเป็นคนหยาบช้าฆ่าผู้หญิง เราจึงจะฆ่าแบหงวนเสีย ก๋งฮวดเทียนจุ๋นจึงว่า แบหงวนคนนี้เป็นคนมีสติปัญญาพอจะสั่งสอนให้ดีได้อยู่ท่านอย่าฆ่าเสียเลย จงเอาแบหงวนไปไว้เป็นศิษย์เถิด จุ้นเถโตหยินจึงถามแบหงวนว่าท่านจะยอมไปเป็นศิษย์เราหรือไม่ แบหงวนก็รับว่าข้าพเจ้าจะยอมไปเป็นศิษย์อยู่กับท่าน จุ้นเถโตหยินก็พาแบหงวนไป ก๋งฮวดเทียนจุ๋นก็กลับเข้าเมืองไซรกีมาหาเกียงจูแหย เกียงจูแหยจึงถามว่าท่านไปพบแบหงวนหรือไม่ ก๋งฮวดเทียนจุ๋นก็เล่าความตามซึ่งได้พบแบหงวนให้เกียงจูแหยฟัง เพลานั้นเกียงจูแหย ก๋งฮวดเทียนจุ๋น เซียงเจงจู๊สามคนนั่งพูดกันอยู่พอมีผู้มาบอกว่าผังโตหยินจะเข้ามาหา เกียงจูแหย ก๋งฮวดเทียนจุ๋น เซียเจงจู๊ทั้งสามคนก็ออกมารับยุดมือผังโตหยินพาเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ เกียงจูแหยจึงถามว่าท่านมาด้วยข้อความอันใด ผังโตหยินจึงว่าเรามาปรึกษาที่จะจับอินหอง เซียเจงจู๊จึงถามว่าท่านจะคิดอุบายประการใดจึงจะจับตัวอินหองได้ ผังโตหยินจึงว่าจะจับด้วยยันต์ไทเค๊กเต๋า ซึ่งทำลายศึกสิบประการ เดี๋ยวนี้ยันต์ยังอยู่หรือไม่ เกียงจูแหยจึงว่ายันต์อยู่นี้แล้ว ผังโตหยินจึงว่าซึ่งจะจับอินหองนั้น จะให้เซียเจงจู๊ผู้เป็นอาจารย์จับจึงจะได้ เซียเจงจู๊ได้ฟังจึงคิดว่าอินหองก็เป็นศิษย์ ได้สั่งสอนมาแต่หาฟังคำเราไม่ก็ควรที่จะตายอยู่แล้ว เซียเจงจู๊จึงว่าซึ่งจะให้เราจับอินหองนั้น เชิญเกียงจูแหยไปด้วยจึงจะสำเร็จ เกียงจูแหยก็รับคำจึงลงยันต์ไทเค๊กเต๋าให้เซียเจงจู๊ เซียเจงจู๊ก็รับยันต์นั้นไว้

๏ ฝ่ายอินหองตั้งแต่แบหงวนไปทำศึกกับเกียงจูแหย มิได้เห็นกลับมาก็คิดวิตกนัก จึงว่ากับเล่าฮูเก๋าเฉียงว่า เราคอยฟังข่าวแบหงวนก็หายไปไม่รู้ว่าดีหรือร้าย พรุ่งนี้เราจะยกไปจับเกียงจูแหยให้ได้จึงจะรู้ข่าวแบหงวน ครั้นรุ่งเช้าอินหองก็ยกทหารออกจากค่ายมาถึงที่รบยืนม้าอยู่ แล้วให้ร้องบอกเข้าไปให้เกียงจูแหยออกมาเจรจาความเมืองกับเรา เกียงจูแหยเห็นอินหองยกมาสมคิด จึงจัดทัพพร้อมแล้วก็ขี่ซูปุดเสียงพาเซียเจงจู๊ยกออกจากประตูเมือง ครั้นพ้นกำแพงมาหน่อยหนึ่งก็ให้เซียเจงจู๊คอยจับอินหองอยู่ที่นั่น เกียงจูแหยก็เดินทัพไปถึงที่รบ จึงเอากระบี่ชี้หน้าอินหองว่า ท่านนี้หาฟังคำอาจารย์สั่งสอนไม่ วันนี้ตัวท่านจะละเอียดเป็นจุลไป อินหองได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงขับม้ารำทวนเข้าแทงเกียงจูแหย เกียงจูแหยปัดด้วยกระบี่ ถ้อยทีรบกันได้สองสามเพลง เกียงจูแหยก็ขับซูปุดเสียงหนีอินหองก็ขับม้าตามไป พอแลเห็นเซียเจงจู๊เป็นอาจารย์ยืนอยู่ก็หยุดม้า เซียเจงจู๊เห็นเกียงจูแหยขับซูปุดเสียงหนีอินหองมา จึงเอายันต์ไทเค๊กเต๋าส่องเป็นสะพานทองแดงขึ้นกั้นหน้าอินหองไว้ เกียงจูแหยเห็นดังนั้นก็ขับซูปุดเสียงมายืนฟากข้างหนึ่ง แล้วร้องเรียกอินหองว่าท่านจงขับม้าข้ามสะพานมารบกับเราอีกสักสองสามเพลง อินหองไม่รู้ในกลอุบายก็ขับม้าขึ้นไปบนสะพาน อำนาจฤทธิ์ยันต์ไทเค๊กเต๋าร้อนเป็นเปลงเพลิงพลุ่งขึ้น อินหองแลม้าก็สิ้นกำลังดังจะสิ้นใจตายลงในขณะนั้น เซียเจงจู๊อาจารย์จึงร้องว่าอินหองไม่ฟังคำเราสอนจึงเป็นดังนี้ อินหองรู้สึกตัวจึงว่า ซึ่งข้าพเจ้ามิได้ฟังคำอาจารย์นั้นผิดอยู่แล้ว อาจารย์จงช่วยพาข้าพเจ้าไปฝากไว้กับพระเจ้าบูอ๋องเถิด เซียเจงจู๊จึงว่าเจ้าทำผิดล่วงเกินนักเราช่วยไม่ได้ พอเซียเจงจู๊ว่าเท่านั้นแล้ว ยันไทเค๊กเต๋าเผาอินหองกับม้าเป็นจุลไปสิ้น เกียงจูแหยกับเซียเจงจู๊ก็เลิกทัพกลับเข้าในเมือง

๏ ฝ่ายเชาฮูอยู่ในค่ายแจ้งว่าอินหองตายในที่รบ ก็คิดกันกับเชาชวนต๋งผู้บุตร ลอบเขียนหนังสือผูกลูกธนูยิงเข้าไปในเมือง ในหนังสือนั้นว่า ข้าพเจ้าชื่อเชาฮูกับเชาชวนต๋งคิดไว้แต่เดิมว่าจะมาเข้าด้วยเกียงจูแหย แต่ขัดด้วยอินหองเอาตัวไว้ บัดนี้สมคิดแล้วขอให้ยกทัพมาปล้นค่าย ข้าพเจ้าจะจับตัวแต้หลุน เล่าฮู เก๋าเฉียงทั้งสามนายส่งให้แก่ท่าน เวลานั้นหลำจงกวดทหารเมืองไซรกี เที่ยวตรวจคนซึ่งรักษาหน้าที่เชิงเทิน เก็บได้หนังสือก็เอาไปให้เกียงจูแหย เกียงจูแหยแจ้งในหนังสือนั้นก็ดีใจนัก จึงจัดให้อึ้งปวยฮอพ่อลูกห้าคนคุมทหารเป็นกองหน้า เตงจิวก๋งเป็นปีกขวา หลำจงกวดเป็นปีกซ้าย โลเฉียเป็นแม่ทัพเตรียมไว้คอยเวลาจะออกปล้นค่าย

๏ ฝ่ายแต้หลุนเล่าฮูเก๋าเฉียงสามนายหารู้ความลับไม่ จึงปรึกษากับเชาฮูว่าอินหองตายในที่รบแล้วจำจะมีหนังสือบอกไปแจ้งแก่พระเจ้าติวอ๋องให้ทราบจึงจะชอบ เชาฮูจึงว่าพรุ่งนี้เราค่อยคิดกันเถิด เกียงจูแหยครั้นเที่ยงคืนจึงจุดประทัดสัญญาขึ้น กองทัพก็ยกออกจากเมืองพร้อมกัน อึ้งปวยฮอเข้าตีค่ายด้านตะวันออก เตงจิวก๋งเข้าตีค่ายด้านเหนือ หลำจงกวดเข้าตีค่ายด้านใต้ โลเฉียเข้าตีค่ายด้านตะวันตกพร้อมกันทั้งสี่กอง ฝ่ายแต้หลุนเล่าฮูเก๋าเฉียงสามนายรบกับกองทัพเมืองไซรกีเป็นสามารถ เชาฮูรักษาค่ายอยู่ด้านตะวันตก ก็เปิดประตูค่ายออกรับทหารเมืองไซรกี ทหารเมืองไซรกีก็เข้าค่ายได้

๏ ขณะนั้นเล่าฮูเก๋าเฉียงทั้งสองต้องอาวุธตายในที่รบ แต่แต้หลุนนั้นพวกทหารจับเป็นได้ ก็พาตัวเข้าไปหาเกียงจูแหย แต้หลุนถือตัวว่าเป็นทหารในเมืองหลวง หาคำนับเกียงจูแหยไม่ เกียงจูแหยจึงถามแต้หลุนว่า ตัวเป็นข้าศึกเสียทัพเราจับได้ เหตุใดจึงไม่คำนับเรา หารักชีวิตของตัวไม่หรือ แต้หลุนจึงตอบว่า ตัวท่านเป็นคนประทุษร้ายต่อพระเจ้าติวอ๋อง เราหาควรที่จะคำนับไม่ เกียงจูแหยได้ฟังก็โกรธ จึงสั่งทหารให้เอาตัวแต้หลุนไปตัดศีรษะเสียบไว้ ทหารก็พาแต้หลุนออกมา เชาฮูเห็นดังนั้นจึงคุกเข่าลงคำนับเกียงจูแหยแล้วว่า แต้หลุนคนนี้เป็นคนสัจซื่อต่อแผ่นดินนัก ข้าพเจ้าขอชีวิตไว้ทำราชการในพระเจ้าบูอ๋องสักครั้งหนึ่งก่อน เกียงจูแหยหัวเราะแล้วลงมาจูงมือเชาฮูให้ยืนขึ้นจึงว่า เรารู้อยู่ว่าแต้หลุนเป็นคนสัจซื่อต่อแผ่นดินพอจะเลี้ยงไว้ได้ แต่ว่าเป็นคนดื้อดึงนัก ท่านจงไปว่ากล่าวสั่งสอนให้เข้าด้วยเราจึงจะยกโทษให้ เชาฮูได้ฟังดังนั้นก็ดีใจ จึงออกมาหา แต้หลุนนั่งก้มหน้านิ่งอยู่ เชาฮูจึงว่าแก่แต้หลุนว่าเป็นไรจึงสิ้นสติไปดังนี้ คำโบราณท่านว่าถ้าผู้ใดรู้การวิปริตในแผ่นดิน เขาก็ย่อมสรรเสริญว่าเป็นคนมีปัญญา บัดนี้แผ่นดินเมืองจิวโก๋เทวดาอาเพทให้วิปริตต่างๆ อาณาประชาราษฎรก็เดือดร้อนทั้งแผ่นดิน ท่านหารู้ไม่หรือจนเกิดรบพุ่งฆ่าฟันกันทั่วทุกแห่ง ผู้ใดที่จะไม่ออกหากนั้นน้อยนัก อันพระเจ้าบูอ๋องทุกวันนี้มีบุญเหมือนพระอาทิตย์เมื่อเวลาเช้า ตั้งแต่จะส่องแสงกล้าขึ้นแล้วก็จะบำรุงแผ่นดินให้เป็นสุข หัวเมืองทั้งปวงก็เข้าด้วยถึงสองส่วนแล้วยังแต่จิวโก๋เมืองเดียว อุปมาเหมือนพระจันทร์ข้างแรมมีแต่จะแหว่งดวงไปทุกวัน ท่านจงคิดถอยหลังกลับใจมาเข้าด้วยพระเจ้าบูอ๋องเถิดเห็นจะมีความเจริญสืบไป จะมานะตายเสียเปล่านั้นหาควรไม่ แต้หลุนได้ฟังก็ถอนใจใหญ่แล้วจึงตอบเชาฮูว่า เราเป็นชายชาติทหารซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน จะมาเป็นข้าสองเจ้าอย่างไรได้ เชาฮูจึงว่าทุกวันนี้อึ้งปวยฮอเตงจิวก๋งแลหัวเมืองทั้งปวง หาซื่อตรงต่อแผ่นดินไม่หรือเขาจึงมาเข้าด้วยพระเจ้าบูอ๋อง เมื่อแผ่นดินมิได้เป็นยุติธรรม มีแต่ความเดือดร้อนต่างๆ คนก็คิดเอาใจออกหากมาพึ่งที่เย็น อุปมาเหมือนฝูงนกจะอาศัยจับต้นไม้ ก็เลือกดูที่มีพุ่มร่มสบาย ถ้าจะเป็นข้าศึกก็เลือกหาเจ้าที่ดีจึงจะเป็นสุข ท่านจะถือว่าอาสาเจ้าจนตัวตายนั้นก็ชอบอยู่ แต่ควรตายจึงจะตายนี่หาควรจะตายไม่ ชีวิตเป็นของหายากท่านคิดดูให้จงดีเถิด แต้หลุนในเวลานั้นเปรียบเหมือนคนเมาสุรา ได้ฟังเชาฮูว่าดังนั้นก็สร่างสมประดีได้สติคิดเห็นด้วย จึงว่าขอบใจท่านมาให้สติเราครั้งนี้ แต่เราได้ทำล่วงเกินแก่เกียงจูแหย เกียงจูแหยขัดเคืองอยู่ไม่เลี้ยงเราดอกกระมัง เชาฮูจึงว่าเกียงจูแหยเป็นคนมีปัญญารู้จักคนดีแลชั่ว น้ำใจกว้างขวางเหมือนแม่น้ำใหญ่ ท่านอย่าวิตกเลย เราจะไปว่ากล่าวให้หายขึ้งโกรธ แต้หลุนจึงว่าก็ตามแต่ความคิดของท่าน เชาฮูก็มาบอกเกียงจูแหยว่า บัดนี้แต้หลุนสมัครเข้าด้วยแล้ว เกียงจูแหยจึงให้พาตัวเข้ามา แต้หลุนคำนับเกียงจูแหยแล้วว่า ข้าพเจ้าเป็นคนปัญญาน้อย มาทำล่วงเกินให้ได้ความขัดเคืองนั้นผิดนัก ตามแต่ท่านจะเมตตาข้าพเจ้าเถิด เกียงจูแหยจึงว่าท่านเป็นชาติทหาร นับถือเจ้าของตัวมั่นคงนัก เดี๋ยวนี้รู้คุณแลโทษกลับใจมาอยู่ทำราชการในพระเจ้าบูอ๋อง เราก็ยินดีด้วยมิได้ถือโทษแก่ท่าน ครั้นรุ่งขึ้นเกียงจูแหยก็พาเชาฮู แต้หลุนเข้าไปที่กิมเสียคำไทยว่าในวัง จึงให้เชาฮู แต้หลุนอยู่แต่นอก เกียงจูแหยก็เข้าไปคำนับพระเจ้าบูอ๋องแล้วว่า บัดนี้เชาฮู แต้หลุนพาทหารมาเข้าด้วยเป็นอันมาก พระเจ้าบูอ๋องจึงให้หาเชาฮูแต้หลุนเข้ามาแล้วว่า ทุกวันนี้เราตั้งใจจะรักษาแผ่นดินมิให้มีความเดือดร้อน จะได้คิดทรยศต่อพระเจ้าติวอ๋องซึ่งเป็นเจ้าเมืองหลวงหามิได้ เหตุใดพระเจ้าติวอ๋องจึงให้ยกทัพมาตีเมืองเราเนืองๆ ให้เกิดความเดือดร้อนหาควรไม่ แลซึ่งท่านทั้งสองมาสามิภักดิ์อยู่ด้วยเราก็ดีแล้ว จะได้ช่วยกันรักษาแผ่นดินให้เป็นสุข ถ้าพระเจ้าติวอ๋องกลับพระทัยได้ ตั้งอยู่ตามประเพณีแต่ก่อน เราจะได้ช่วยกันบำรุงพระเจ้าติวอ๋องให้เป็นสุขในราชสมบัติสืบไป แล้วสั่งเกียงจูแหยให้เอาใจใส่เลี้ยงดูเชาฮูกับแต้หลุนแลทหารทั้งปวงให้เป็นสุขในเมืองไซรกี

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ