๓๘

๏ องมอเอียวสงโกหยิวเขียนอิหิมป้า สหายทั้งสี่คนก็ออกมารับพาบุนไทสือเข้าไปในถ้ำแล้วถามว่า ท่านมีธุระอะไรจึงมาหาเราถึงนี่ บุนไทสือจึงเล่าความซึ่งเตียวกุ๋ยหองเสียทีแก่เกียงจูแหยให้ฟัง ซึ่งเรามาหาท่านนี้จะเชิญท่านให้ไปช่วยทำศึกกับเกียงจูแหย องมอจึงว่าท่านเป็นเพื่อนรักกันมาแต่ก่อน ได้มาหาถึงนี่แล้ว ข้าพเจ้าก็จะไปช่วยจะเป็นไรมี เอียวสงโกหยิวเขียนอิหิมป้าจึงว่า ข้าพเจ้าก็จะไปช่วยบุนไทสือ องมอจึงว่าบุนไทสือว่าท่านกลับไปก่อนเถิด ข้าพเจ้าจึงจะไปตามท่าน บุนไทสือก็ลาออกจากถ้ำ ขึ้นขี่เฮกกิเลนราชสีห์เหาะกลับไปเมืองจิวโก๋

๏ ฝ่ายองมอสงโกหยิวเขียนอิหิมป้าพากันแทรกแผ่นดินไป ครั้นจวนจะถึงจึงผุดขึ้นเดินเข้าไปในเมืองจิวโก๋ ราษฎรหญิงชายเห็นองมอโกหยิวเขียนเอียวสงอิหิมป้า สูงสิบศอกหนวดยาวหน้าแดงดำเขียวเหลือง ต่างคนต่างตกใจเห็นผิดกับฝูงคนทั้งปวง องมอเอียวสงโกหยิวเขียนอิหิมป้าก็ไปหาบุนไทสือ บุนไทสือก็ให้แต่งโต๊ะเลี้ยงพูดจากันอยู่จนพลบค่ำ ครั้นเวลาเช้าก็พากันไปเฝ้าพระเจ้าติวอ๋อง ทูลว่าคนทั้งสี่นี้กับข้าพเจ้าเป็นเพื่อนรักกันจะให้ไปช่วยเตียวกุ๋ยหองทำการศึก พระเจ้าติวอ๋องก็ดีพระทัย จึงตรัสสั่งให้แต่งโต๊ะมาให้องมอกิน องมอจึงทูลว่าซึ่งข้าพเจ้าจะกินโต๊ะก่อนหาควรไม่ ต่อได้ไปช่วยตีเมืองไซรกีแตกมีความชอบ จึงจะค่อยรับพระราชทานภายหลัง ทูลแล้วก็ถวายบังคมลาพากันไปบ้านบุนไทสือ บุนไทสือจึงว่าท่านจะไปทำการศึกครั้งนี้ จงคิดอ่านให้ชนะเกียงจูแหยให้จงได้ เสบียงอาหารนั้นเราจะจัดแจงส่งไปให้จงได้ องมอเอียวสงหยินเขียนอิหิมป้า ก็ลาบุนไทสือแทรกแผ่นดินไป ถึงค่ายเตียวกุ๋ยหองก็ผุดขึ้นเข้าไปยืนอยู่หน้าค่าย สั่งให้บอกเตียวกุ๋ยหอง เตียวกุ๋ยหองก็ออกมารับเข้าไปในค่ายเชิญให้กินโต๊ะ แล้วเล่าความตามซึ่งได้รบกันมาแต่หลังทุกประการ บัดนี้ข้าพเจ้าก็ป่วยอยู่ท่านมาก็ดีแล้ว จะได้ช่วยคิดอ่านสู้รบเกียงจูแหย องมอจึงหยิบยาที่ในน้ำเต้ายื่นให้เตียวกุ๋ยหองกินเม็ดหนึ่ง เตียวกุ๋ยหองครั้นได้กินยาองมอ ความเจ็บป่วยก็หายด้วยฤทธิ์ยาอันวิเศษ องมอจึงถามว่าท่านตั้งค่ายไกลเมืองไซรกีทางเท่าไร เตียวกุ๋ยหองบอกว่าทางสองพันเส้น องมอจึงว่าเรามีความรู้จับสายสิญจน์ผูกศีรษะม้าเข้ารบ ถ้าม้าข้าศึกเห็นก็ตกใจกลัวตัวสั่นล้มลง บัดนี้ท่านก็หายเจ็บป่วยแล้วจะช้าอยู่ใยเล่า ยกไปตีเอาเมืองไซรกีเถิด องมอก็ทำสายสิญจน์ผูกศีรษะม้า นายทหารทุกกององมอเอียวเสงโกหยิวเขียนอิหิมป้าก็ถือกระบี่ขึ้นขี่สิงห์พาเตียวกุ๋ยหองฮองหลิมกับทหารทั้งปวงออกไปท้าทายเกียงจูแหยให้ออกรบ

๏ เกียงจูแหย อึ้งปวยฮอ โลเฉีย ก็พาทหารออกมาหน้าค่าย องมอก็ให้สิงห์ที่องมอขี่นั้นพ่นควันพิษออกจากปาก ต้องพวกทหารเกียงจูแหยมืดหน้ามัวตามือตีนอ่อนไป และม้าที่ขี่นั้นเห็นสายสิญจน์ผูกศีรษะม้าข้าศึก บ้างวิ่งไปบ้าง บ้างตื่นล้มลงบ้าง องมอจึงว่ากับเกียงจูแหยว่า เราจะขอท่านสามสิ่งถ้ายอมให้แล้วเราจะกลับไป เกียงจูแหยจึงว่าท่านอย่าว่าแต่ขอสามสิ่งเลย ถึงสักสามสิบสิ่งก็จะให้ท่านได้ องมอจึงว่าเราสามสิ่งนั้น คือให้บูอ๋องกลับไปขึ้นกับเมืองจิวโก๋ดังเก่า ข้อหนึ่งให้เอาเงินทองในคลังเมืองไซรกีมาแจกให้ทหารในค่ายเตียวกุ๋ยหอง ข้อหนึ่งให้ส่งตัวอึ้งปวยออมาให้เรา เกียงจูแหยจึงว่าท่านว่าทั้งนี้ก็ควรอยู่ แต่ข้าพเจ้าขอผลัดสักสามวันจะปรึกษากับบูอ๋องก่อน อึ้งปวยฮอได้ยินดังนั้นก็ตกใจกลัว ก็คิดว่าเกียงจูแหยจะส่งตัวไปก็เป็นทุกข์นัก เกียงจูแหยก็กลับเข้าค่ายไปหาบูอ๋อง ครั้นถึงประตูเมืองอึ้งปวยฮอก็ลงจากโค คำนับเกียงจูแหยแล้วว่า ท่านจะส่งตัวข้าพเจ้าไปให้ข้าศึกนั้น ข้าพเจ้าจะพึ่งผู้ใดเล่า เกียงจูแหยได้ฟังก็หัวเราะว่า ท่านอย่ากลัวเลยเราหาทำดังนั้นไม่ เกียงจูแหยก็ไปบอกบูอ๋อง ครั้งนี้จะสู้ข้าศึกเห็นยากนัก ข้าพเจ้าจะลาไปเขากุนหลุนซัวสักสองสามวันจะกลับมา แล้วสั่งโลเฉีย บูกิด ให้อยู่รักษาค่าย เกียงจูแหยก็แทรกแผ่นดินไปยังเขากุนหลุนซัว เข้าไปหาง่วนสีเทียนจุ๋นในถ้ำ บอกว่าเตียวกุ๋ยหองพาองมอกับพวกองมอสามคน มารบกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะต่อสู้เหลือกำลังนัก ขอท่านได้โปรดช่วยชีวิตชาวเมืองไซรกีไว้ให้รอดเถิด ง่วนสีเทียนจุ๋นจึงสั่งแปะโฮต๋อง ให้เอาซูปุดเสียงมาให้เกียงจูแหยขี่สำหรับรบกับองมอ แล้วหยิบกระบองหกศอกยี่สิบเอ็ดข้อ ปิดยันต์ข้อละสี่อัน กับธงคันหนึ่งส่งให้เกียงจูแหย จึงสั่งกำชับว่าท่านไปถึงแดนปักโฮเฉียงเหนือ สัตว์จะมาหลอกหลอนท่าน ท่านจงเอาธงคันนี้ป้องกันตัวเถิด และกระบองนั้นสำหรับตีปีศาจกับเทพารักษ์ ซึ่งเข้าด้วยผู้กระทำผิด เกียงจูแหยรับของแล้วก็ลาง่วนสีเทียนจุ๋นออกมาจากถ้ำ ลำเกดฤๅษีก็ตามไปส่งเกียงจูแหยจนถึงที่เงื้อมเขากิหลิน เกียงจูแหยก็ขี่ซูปุดเสียง ซูปุดเสียงก็พาเหาะมาถึงแดนเมืองไซรกี ก็ลงหยุดอยู่ที่ริมเขาเกาะเตียนไฮซู เกียงจูแหยแลลงไปที่ตีนเขาเห็นเป็นเมฆพลุ่งขึ้นมาแล้วบังเกิดเป็นเสียงดังเสียงพายุพัด แลเห็นสัตว์ตัวหนึ่งผิดประหลาดกว่าสัตว์ทั้งปวง ศีรษะคล้ายศีรษะอูฐ ข้อเท้าและเล็บนั้นคล้ายเสือ ตัวเป็นเกล็ด เหมือนเกล็ดมังกร ทำสิงหนาทคุ้ยตะกายดิน แล้วร้องคำรามว่ากับเกียงจูแหยว่า เราจะกินเนื้อท่านสักหน่อยหนึ่ง เกียงจูแหยแลเห็นสัตว์นั้นผิดประหลาดก็ตกใจจนเหงื่อไหลลงทั่วตัว จึงว่าท่านกับเราหามีข้อพยาบาทต่อกันไม่ จะมากินเนื้อเราด้วยเหตุอันใด ถ้าจะขืนกินให้ได้จงยกธงคันนี้ให้ไหวก่อนเถิด เราก็จะยอมให้ท่านกินเนื้อเรา เกียงจูแหยก็ทิ้งธงลงตรงหน้าสัตว์นั้น สัตว์นั้นก็กระโจนจับคันธงทั้งสองมือ จะแบกด้วยบ่า ธงนั้นก็ไม่ขึ้น เกียงจูแหยจึงร่ายมนต์บันดาลให้ฟ้าร้อง สัตว์นั้นตกใจสะบัดธงจากมือธงก็ติดแน่นอยู่หาหลุดจากมือไม่ เกียงจูแหยจึงชักกระบี่เงื้อขึ้นจะฟัน สัตว์นั้นก็ร้องขอชีวิต แล้วบอกว่าข้าพเจ้านี้เป็นสัตว์ชื่อเหลงชิวเฮ้า แปลว่ามังกรหนวดเสือ เดิมซินกงป้าบอกข้าพเจ้าว่า ถ้าได้กินเนื้อท่านแล้วอายุข้าพเจ้าจะยืนไปอีกพันปี ข้าพเจ้าจึงมาคอยท่านอยู่ ซึ่งข้าพเจ้าว่าจะกินเนื้อท่านนั้น ท่านอย่าถือโทษข้าพเจ้าเลย เกียงจูแหยจึงว่าเรายกโทษให้ แต่จะเอาตัวเองไปเมืองไซรกีด้วย เกียงจูแหยก็เอาธงมาจากเหลงชิวเฮ้า ให้เหลงชิวเฮ้าหลับตาพาเหลงชิวเฮ้าขึ้นขี่ซูปุดเสียงเหาะไปเมืองไซรกี ขุนนางทั้งปวงก็ชวนกันมาคำนับเกียงจูแหย เกียงจูแหยจึงถามว่า เราผัดองมอไว้สามวันว่าจะออกไปหาองมอ องมอให้มาเตือนบ้างหรือไม่ ขุนนางทั้งปวงบอกว่ายังสงบอยู่ พูดกันยังมิทันขาดคำ พอมีผู้มาบอกเกียงจูแหยว่า องมอยกมาอยู่หน้าค่าย ให้บอกท่านออกไปพูดจากัน เกียงจูแหยก็ขึ้นขี่ซูปุดเสียง พาโลเฉียหนึ่ง เหลงชิวเฮ้าหนึ่ง อึ้งปวยฮอหนึ่ง คุมทหารออกไป องมอเห็นเกียงจูแหยขี่ซูปุดเสียงออกมา จึงถามว่าท่านผัดเราสามวัน เกินมาสองวันแล้ว บัดนี้ได้ซูปุดเสียงขี่ออกมาจะสู้เราหรือ ว่าแล้วก็แกว่งกระบี่เงื้อขึ้นจะฟันเกียงจูแหย โลเฉียก็ถลันออกรบกับองมอ เอียวสงเอาแก้วขว้างถูกโลเฉียเท้าพลาดตกจากจักร โลเฉียก็หนีไป เอียวสงก็ไล่ตามมา อึ้งปวยฮอขี่โคถือทวนออกสกัดรบเอียวสง องมอก็เข้าช่วยเอียวสง เอียวสงเอาแก้วขว้างถูกอึ้งปวยฮอตกจากหลังโค อึ้งปวยฮอวิ่งหนี เอียวสงไล่ตามไป เหลงชิวเฮ้าก็เข้าสู้กับองมอ โกหยิวเขียนขี่เสือดาวยืนอยู่ เห็นเหลงชิวเฮ้าผิดกับสัตว์ทั้งปวงเข้าสู้กับองมอกลัวองมอจะสู้มิได้ โกหยิวเขียนก็ขับเสือดาวเข้าช่วยองมอ แล้วเอาแก้วขว้างถูกเหลงชิวเฮ้าซวนล้มลง อึ้งปวยฮอก็ผละจากองมอ กับทหารทั้งปวงซึ่งช่วยเหลงชิวเฮ้ารบอยู่นั้น องมอกับเอียงสงเห็นได้ทีก็เอากระบี่เงื้อจะฟันเกียงจูแหย เกียงจูแหยก็เอากระบี่รับไว้ แล้วจึงขับซูปุดเสียงหนี องมอก็ขับสิงห์เหาะตามไปถึงเขางอเลงซัว จึงขว้างแก้วไปถูกเกียงจูแหยตกลงยังแผ่นดิน องมอจะเข้าจับซูปุดเสียง

๏ ขณะนั้นก๋งฮวดเทียนจุ๋นเทวดา ซึ่งอยู่ในเขานั้นเห็นจึงร้องว่าแก่องมอว่า เหตุใดท่านจึงมาฆ่าเกียงจูแหย เกียงจูแหยคนนี้ได้รับหนังสือมาจากง่วนสีเทียนจุ๋น เป็นคนมีวาสนามาก บูอ๋องก็เป็นผู้มีบุญ จะได้เป็นใหญ่ในเมืองไซรกี และเมืองจิวโก๋นั้นสิ้นเชื้อกษัตริย์อยู่แล้ว ท่านไม่รู้หรือจึงไปเข้าด้วยคนผิด องมอได้ฟังก็โกรธ จึงว่าท่านมาหยาบช้าต่อเราถือตัวว่ามีฤทธิ์ เราก็มีฤทธิ์เป็นศิษย์มีครูเหมือนกัน ว่าแล้วเงื้อกระบี่ขึ้นจะฟังก๋งฮวดเทียนจุ๋น กิมเฉียศิษย์ก๋งฮวดเทียนจุ๋นก็แกว่งกระบี่เข้าสู้กับองมอเป็นหลายเพลง ก๋งฮวดเทียนจุ๋นจึงเอาชิดโปเหลียน บัวแก้วเจ็ดประการ ขว้างขึ้นไปบนอากาศบันดาลเป็นห่วงสามอันเข้าสวมรัดศีรษะองมอห่วงหนึ่ง รัดมือห่วงหนึ่ง รัดเท้าห่วงหนึ่ง องมอหาไหวตัวได้ไม่

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ