๘๒

๏ ฝ่ายอิหุยเหลงพ่อลูกมีใจกำเริบ แต่งโต๊ะชวนเสพสุรากันแล้วสรรเสริญความรู้อิเต๊ก ครั้นถึงกำหนดแปดวัน อิหุยเหลงชวนลูกชายทั้งห้าคนขึ้นบนกำแพงแลดูค่ายเกียงจูแหยเห็นควันเพลิงแลผู้คนเดินไปมา แล้วได้ยินม้าฬ่อฆ้องกลองธงปักหน้าค่ายเหมือนดังเก่า อิหุยเหลงตกใจจึงถามอิเต๊กว่า เหตุใดจึงกลับเป็นดังนี้ อิเต๊กจึงว่ากับบิดาอาจารย์ข้าพเจ้าสอนมานั้นทำหมดทุกสิ่ง ซึ่งการกลับเป็นดังนี้เห็นจะมีผู้วิเศษมาแก้ แต่ถึงดังนั้นพึ่งฟื้นขึ้น เท้ามือยังอ่อนอยู่ยังหาทันระวังตัวไม่ เรายกออกไปรบก็เห็นคงจะชนะโดยง่าย อิหุยเหลงเห็นชอบด้วย ก็คุมทหารยกออกไปถึงหน้าค่ายเกียงจูแหย ได้ยินเสียงม้าฬ่อฆ้องกลองอื้ออึง เห็นเอียวเจี้ยนคุมทหารออกมาหน้า แล้วเกียงจูแหยขี่ซูปุดเสียงทหารห้อมล้อมมาเป็นอันมาก อิเต๊กก็ถือกระบี่ขึ้นไปยืนอยู่หน้าทหาร เอียวเจี้ยนเห็นอิเต๊กจึงร้องว่า คนพวกนี้ถือตัวว่ามีวิชามาหมิ่นเรานัก แล้วเอาแส้ม้าชี้หน้าอิหุยเหลงว่าท่านพ่อลูกจะถึงที่ตายวันนี้แล้ว พอเกียงจูแหยโบกธงเร่งทหารให้เข้าระดมตีทัพอิหุยเหลง อิหุยเหลงกับบุตรห้าคนก็ขับทหารทั้งปวงออกรบตะลุมบอนกันอยู่ หลุยจินจู๊ก็เอากระบองทองตีศีรษะอิก๋องตกม้าตาย อิตักเห็นดังนั้นก็ชักม้าเข้ารบกับหลุยจินจู๊ ฮุยฮอเอากระบี่ฟันอิตักตาย เอียวหยิมเอาพัดโบกไปเป็นไฟถูกอิเอียวอิเสี้ยนไหม้เป็นจุณไป อิเต๊กเห็นพี่ชายตายมีความโกรธเป็นกำลัง ถือกระบี่วิ่งเข้าไปฟันเอาเกียงจูแหย เกียงจูแหยเอากระบี่ขึ้นรับ แล้วเอากระบองเก้าปล้องทิ้งขึ้นไปบนอากาศตกลงมาถูกอิเต๊กล้มลง หลีเจ้งก็เอาทวนแทงอิเต๊กตาย

๏ ฝ่ายโลเฉียสำแดงกายเป็นสามศีรษะหกมือ เท้าเหยียบจักรพัดขึ้นไปบนกำแพงด่าน ร้องตวาดด้วยเสียงอันดัง ชาวด่านทั้งปวงกลัวโลเฉียก็หนีไปสิ้น ทหารเกียงจูแหยก็ตรูกันเข้าในด่านได้

๏ ฝ่ายอิหุยเหลงเห็นจวนตัวเข้า แหงนหน้าขึ้นบนอากาศ ร้องว่าพระเจ้าติวอ๋องข้าพระองค์มิได้ทำราชการต่อไปแล้ว แต่ชีวิตข้าพระองค์นี้จะฉลองพระคุณพระองค์ ว่าแล้วก็เอากระบี่เชือดคอตายเสียที่นั้น เกียงจูแหยเห็นก็ยกทหารทั้งปวงเข้าไปตั้งอยู่ในค่าย เกียงจูแหยจึงว่าอิหุยเหลงคนนี้ มีใจสัตย์ซื่อต่อแผ่นดินนัก สั่งทหารให้เอาศพไปฝังไว้ที่สมควร แล้วเกียงจูแหยจึงว่ากับอุยหยงจินหยินว่า จะยกไปบ้านเสี้ยนติ้นครั้งนี้ จำจะไปดูที่ตั้งค่ายปลูกศาลเทพารักษ์ให้เป็นที่มั่นคงลงก่อน การจึงจะสำเร็จโดยเร็ว แล้วเกียงจูแหยเข้าไปคำนับพระเจ้าบูอ๋อง ทูลว่าขอให้ตั้งทัพหลวงไว้ในด่านตองก๋วนนี้ ทหารที่เจ็บป่วยมานั้นจะได้รวบรวมเข้าไว้ไม่เป็นอันตราย พระเจ้าบูอ๋องเห็นชอบด้วย เกียงจูแหยจึงสั่งเอียวเจี้ยนหลีเจ้งให้ไป ณ บ้านเสี้ยนติ้น ดูที่เราจะตั้งค่ายแลปลูกศาลเทพารักษ์ใหญ่ศาลหนึ่งให้มีที่ตั้งดอกไม้ธูปเทียนของหอมสำหรับจะได้ไว้รับเทวดาทั้งปวง ซึ่งจะช่วยการศึกพระเจ้าบูอ๋อง เอียวเจี้ยนหลีเจ้งไปทำตามคำเกียงจูแหยสั่ง แล้วกลับมาแจ้งความว่าการทั้งปวงข้าพเจ้าจัดแจงไว้เสร็จแล้ว อุยหยงจินหยิน หยงเต๋งจินหยิน เกียงจูแหยก็คุมทหารไปตั้งค่ายอยู่ในนั้น แต่บรรดาเทพยดาซึ่งจะมาช่วยพระเจ้าบูอ๋องนั้น คือก๋งเสงจู๊ เซียเจงจู๊ ก๋งฮวดเทียนจุ๋น เผาเหยียนจินหยิน ผังโตหยิน โต๊ะเต๊กจินกุ๋น ไท้อิดจินหยิน เหลงโป ไต้ฮวดสู โตเหงเทียนจุ๋น กีลิวสุน เหยียนเต๋งโตหยิน ฮุยจงจู๊ก็มาถึงพร้อมกัน เกียงจูแหยเห็นมีความยินดี มาต้อนรับเชิญขึ้นไปบนศาล แล้วจุดธูปเทียนขึ้นบูชาเทพยดาทั้งปวงก็เข้าในที่ประชุมจึงปรึกษากันว่า ถึงกำหนดยุคห้าร้อยปีแล้ว จึงบันดาลให้เทวดาทั้งปวง เป็นพวกเหล่าแตกแยกกันจนถึงอาจารย์ทั้งสี่ ง่วนสีเทียนจุ๋นกับโลจู๋ก็มาเข้าข้างพระเจ้าบูอ๋อง ท่องเทียนก๋าจู๊กับกิมเหลงเสียงโบ๊ไปเข้าข้างติวอ๋องมาตั้งบ้านเสี้ยนติ้น แต่ท่องเทียนก๋าจู๊กับกิมเหลงเสียงโบ๊สอนความรู้แก่ศิษย์นั้นมิได้เลือกว่ามนุษย์ปิศาจเดียรัจฉานที่ไหนจะสู้พวกเราได้ ทำศึกกันครั้งนี้ก็คงจะเห็นเผ็ดเค็ม แล้วว่าเราจะรีบตีบ้านเสี้ยนติ้นให้สำเร็จ เทวดาทั้งปวงจะได้สิ้นธุระกลับไปถ้ำแลที่อยู่ เหยียนเต๋งโตหยินจึงห้ามว่าเราจะคอยถ้าอาจารย์ผู้ใหญ่ก่อน แลเหยียนเต๋งโตหยินนั้นศีรษะเป็นสีรัศมีพลุ่งขึ้นไปบนอากาศ กิมเหลงเสียงโป๊เห็นรัศมีดังนั้น ก็รู้ว่าเหยียนเต๋งโตหยินกับพวกเทวดาซึ่งจะมาตีบ้านเสี้ยนติ้นพร้อมกันแล้ว จำจะอวดค่ายบ้านเสี้ยนติ้นของเราบ้าง แล้วกิมเหลงเสียงโบ๊บันดาลเป็นฟ้าร้อง เมฆซึ่งบังค่ายอยู่นั้นก็กระจายไป เทวดาพวกเกียงจูแหยก็แลเห็นบ้านเสี้ยนติ้น เหยียนเต๋งโตหยินจึงว่า เราพึ่งเห็นวันนี้เทวดามาช่วยติวอ๋องมากนักเหลือที่จะประมาณ พวกเราน้อยนับหน้ากันถ้วน ว่าแล้วก็ชวนกันไปดูบ้านเสี้ยนติ้น เห็นค่ายซับซ้อนเป็นหลายชั้น เทวดาซึ่งอยู่ในค่ายนั้นมาแต่ชายทะเลก็มี มาแต่เขาก็มี มาแต่ห้วยแลหนองก็มี รูปร่างพิกลต่าง ๆ พอได้ยินเสียงระฆังแล้วแลเห็นมาสุย ร้องมาว่าพวกนี้มาลักดูค่ายของเรา แล้วถือกระบี่ตรงเข้ามาแทงอุยหยงจินหยิน อุยหยงจินหยินเอากระบี่ขึ้นรับไว้รบกันได้เพลงหนึ่ง มาสุยเอาปลอกทองขว้างไปสวมศีรษะ อุยหยงจินหยินมีความเจ็บเป็นกำลังหนีกลับมาที่อยู่ เทวดาทั้งปวงเข้าช่วยถอดปลอกก็ยิ่งรัดหนักเข้า

๏ ฝ่ายง่วนสีเทียนจุ๋นซึ่งเป็นอาจารย์ผู้ใหญ่ จะมาช่วยพระเจ้าบูอ๋อง จึงให้ลำเก๊กเสงอ๋องขี่นกกระเรียนถือยันต์ไทเค๊กอิ๋นมาหน้ามีรัศมีสว่างมา มาสุยก็รู้ว่าง่วนสีเทียนจุ๋นอาจารย์ผู้ใหญ่ของเขามาแล้ว มาสุยก็หลบเข้าไปในบ้านเสี้ยนติ้น เกียงจูแหยรู้ว่าง่วนสีเทียนจุ๋นมาก็มารับ เชิญเข้าไปในที่ชุมนุมเทวดา แล้วเล่าความไปให้ฟังว่าเวลาวานนี้ อุยหยงจินหยินไปรบบ้านเสี้ยนติ้น มาสุยเอาปลอกทองทิ้งเอาศีรษะติดอยู่ ง่วนสีเทียนจุ๋นให้ไปเรียกตัวมา แล้วเอานิ้วชี้ไปปลอกทองนั้นก็หลุดออก ง่วนสีเทียนจุ๋นจึงว่าสิ้นกรรมท่านแล้ว พอโลจู๋ขี่โคเขียวมีเขาข้างหนึ่งมาถึง โลจู๋เข้าในที่ชุมนุมเทวดาตบมือเข้าแล้วทำนายว่า พระเจ้าบูอ๋องจะได้ราชสมบัติสืบเชื้อวงศ์ไปได้ถึงแปดร้อยปี เมื่อโลจู๋กับง่วนสีเทียนจุ๋น ซึ่งเป็นอาจารย์ผู้ใหญ่นั่งอยู่ด้วยกัน ทั้งสองนั้นมีรัศมีต่าง ๆ กิมเหลงเสียงโบ๊อยู่ในบ้านเสี้ยนติ้น เห็นก็บอกกับท่องเทียนก๋าจู๊ว่า อาจารย์ทั้งสองข้างเข้ามาแล้ว เราตั้งบ้านเสี้ยนติ้นไว้จะได้เห็นแพ้ชนะกัน ท่องเทียนก๋าจู๊ได้ยินดังนั้นก็ใช้ให้เตงก๋งเสียนถือหนังสือไปให้ง่วนสีเทียนจุ๋นโลจู๋ เตงก๋งเสียนรับหนังสือแล้วไป ณ ศาลเทวดา คำนับส่งหนังสือให้โลจู๋ โลจู๋ดูหนังสือแล้วว่าท่านกลับไปบอกอาจารย์เถิด พรุ่งนี้เราจะออกตีบ้านเสี้ยนติ้น เตงก๋งเสี้ยนก็ลากลับมาแจ้งความกับอาจารย์ ครั้นรุ่งโลจู๊ง่วนสีเทียนจุ๋นออกมาดูบ้านเสี้ยนติ้น แลเห็นท่องเทียนก๋าจู๊ใส่เสื้อแดง มือถือกระบี่ขี่กระบือชื่ออุยหูออกมาถ้อยทีคำนับกัน แล้วเอาความหลังมาว่ากล่าวติเตียนโต้ตอบกันเป็นอันมาก ท่องเทียนก๋าจู๊จนกับถ้อยคำกลับเข้าค่าย บันดาลให้เป็นกลศึกชื่อไทเค๊กติ้นมีค่ายสามค่าย แล้วออกมาร้องว่าโลจู๋ท่านอวดว่าดีแล้วตีค่ายเราเถิด โลจู๋จึงปรึกษาง่วนสีเทียนจุ๋น จะได้ผู้ใดไปตีค่ายโทเต๊กติ้น เซียเจงจู๊รับอาสาแล้วถือกระบี่เดินเร็วออกไป

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ