๗๔

๏ ครั้นรุ่งขึ้นตันซีก็ออกมายังสนามรบ อึ้งปวยฮอรู้จึงเรียกอึ้งเทียนเสียง อึ้งเทียนหลก อึ้งเทียนเจียกผู้บุตรมาสั่งให้ออกรบกับตันซี แล้วกำชับว่าระวังตัวจงดี ตันซีคนนี้มีฝีมือนัก บุตรทั้งสามคนคำนับบิดาแล้วก็พาทหารออกไปรบกับตันซี อึ้งเทียนหลกเอาทวนแทงถูกตันซีทีหนึ่ง ตันซีก็ทำเป็นแพ้ขับม้าหนี อึ้งเทียนหลกก็ขับม้าไล่ติดตามไปใกล้ตันซี ตันซีร่ายมนต์เป็นควันพ่นถูกอึ้งเทียนหลกล้มคว่ำลง ตันซีจับตัวอึ้งเทียนหลกได้เอาไปจำไว้ อึ้งเทียนเสียง อึ้งเทียนเจียกก็กลับมาบอกกับบิดา อึ้งปวยฮอรู้ว่าเขาจับบุตรไปได้ก็เสียใจ ขณะนั้นตันซีถูกทวนมารักษาแผลอยู่ในค่ายมิได้ออกรบหลายวัน

๏ ฝ่ายคิวอินฮูจ๋องซึ่งถูกกระบองเหล็กไปรักษาตัวหายแล้วจึงเอาของวิเศษสิ่งหนึ่งเป็นทองมีศีรษะดงงูเป็นวงใส่ศีรษะแล้วขึ้นม้าพาทหารออกไปจะต่อสู้กับอึ้งเทียนเสียง อึ้งเทียนเสียงรู้ก็ออกรบกับคิวอินฮูจ๋อง คิวอินฮูจ๋องจึงคายแก้วออกมาดวงหนึ่งชูไว้ แล้วร้องเรียกอึ้งเทียนเสียงให้ดู อึ้งเทียนเสียงเหลียวมาเห็นแก้วก็สลบลง คิวอินฮูจ๋องจับมัดพากลับเข้าค่าย อึ้งเทียนเสียงครั้นฟื้นขึ้นมีความโกรธนัก จึงว่ากับคิวอินฮูจ๋องว่าเราหากลัวฝีมือไม่ หากท่านเอาความรู้กระทำให้มืดมัวไปจึงจับเราได้ ถึงเราตายไม่สิ้นพยาบาทเลย คิวอินฮูจ๋องจึงว่าเรารบกับท่านครั้งก่อนนั้น ท่านเอากระบองตีแล้วซ้ำยิงด้วยเกาทัณฑ์ เราได้ความเจ็บเป็นสาหัสเพียงจะสิ้นชีวิต เราจึงทำทดแทนบ้างจะมาพยาบาทเราหาควรไม่ อึ้งเทียนเสียงจึงว่าเราแพ้ความรู้ท่านแล้วไม่ขออยู่จะยอมตาย คิวอินฮูจ๋องจึงให้เอาตัวอึ้งเทียนเสียงไปฆ่าเสียแล้วเอาศพผูกแขวนไว้หน้าค่าย อึ้งปวยฮอครั้นรู้ว่าคิวอินฮูจ๋องจับบุตรไปได้อีกคนหนึ่ง เขาให้ฆ่าเสียยิ่งเศร้าใจนัก คิดว่าครั้งนี้ยกมาเสียทีข้าศึกความชอบสิ่งใดก็ยังไม่ได้ แล้วซ้ำเสียบุตรไปสองคนฉะนี้มิรู้ที่จะคิดอ่านเอาชัยชนะประการใด จึงแต่งหนังสือบอกข้อราชการ ให้ทหารถือไปถึงเกียงจูแหย เกียงจูแหยแจ้งในหนังสือแล้วก็ตกใจ ทั้งคิดสงสารบุตรอึ้งปวยฮอ ทั้งเสียดายเตงจิวก๋งยิ่งนัก นั่งนิ่งถอนใจใหญ่อยู่

๏ ฝ่ายนางเตงตันหยกซึ่งเป็นบุตรเตงจิวก๋ง รู้ข่าวบิดาก็มาคำนับเกียงจูแหย เกียงจูแหยบอกว่าบิดาเจ้าตายเสียแล้ว นางเตงตันหยกคิดสงสารบิดานัก ร้องไห้พลางว่ากับเกียงจูแหยว่า ตันซีกับคิวอินฮูจ๋องฆ่าบิดาข้าพเจ้าเสีย ข้าพเจ้าจะขออาสาท่านออกไปต่อสู้ด้วยตันซีแลคิวอินฮูจ๋องแก้แค้นแทนคุณบิดาข้าพเจ้า เกียงจูแหยได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบ จึงสั่งให้โลเฉียไปด้วย โลเฉียกับนางเตงตันหยกคำนับลาเกียงจูแหย พาทหารไปยังค่ายอึ้งปวยฮอ อึ้งปวยฮอครั้นรู้ข่าวว่าโลเฉียมาก็มีความยินดี ออกไปรับแต่กลางทางพาเข้ามานั่งในค่าย จึงเล่าความถึงบุตรแลทหารซึ่งออกไปให้โลเฉียฟังทุกประการ เล่าพลางถอนใจใหญ่แล้วว่าครั้งนี้เสียใจนัก โลเฉียจึงว่าข้าพเจ้าทราบข่าวบุตรท่านก็มีความวิตก ด้วยว่าเป็นเด็กพึ่งสอนอาสาทำศึก ยังมิได้มีความชอบสักครั้งหนึ่งเลยมาตายเสียดังนี้หาพอที่ไม่ ตั้งแต่นี้ท่านอย่าวิตกเลย ข้าพเจ้าจะรับออกรบกับคิวอินฮูจ๋องเอาชัยชนะให้จงได้

๏ ฝ่ายม้าใช้คิวอินฮูจ๋องก็ไปบอกว่า โลเฉีย ยกหนุนมาถึงค่ายอึ้งปวยฮอแล้ว คิวอินฮูจ๋องรู้ความดังนั้นแล้ว ก็แต่งตัวถือแหลนขับม้าพาทหารมาถึงหน้าค่ายอึ้งปวยฮอ โลเฉียรู้ก็ยกทหารออกไปจากค่าย เห็นคิวอินฮูจ๋องจึงร้องว่าเหตุใดทำองอาจฆ่าอึ้งเทียนเสียง แล้วมิหนำซ้ำเอาศพขึ้นแขวนประจานไว้อีกเล่า ครั้งนี้เราจะทำท่านเหมือนดังนั้นบ้าง ว่าแล้วขับม้าเข้ารบกับคิวอินฮูจ๋องสู้กันได้สามสิบเพลง คิวอินฮูจ๋องแกล้งทำหนี แล้วคายแก้วออกมา ร้องบอกให้โลเฉียดู โลเฉียจึงร้องว่าความรู้แต่เพียงนี้เราไม่กลัวอย่าอวดเลย คิวอินฮูจ๋องเห็นโลเฉียไม่เป็นอันตราย คิดครั่นคร้ามเห็นจะสู้มิได้ก็ขับม้ารีบหนีไป โลเฉียขับม้าไล่ติดตาม ครั้นใกล้ก็เอากำไลทองทิ้งถูกคิวอินฮูจ๋องที่ไหล่กระดูกหัก คิวอินฮูจ๋องหนีเข้าค่ายได้ โลเฉียก็มาแจ้งความแก่อึ้งปวยฮอ อึ้งปวยฮอยินดีนัก

๏ ฝ่ายโทเฮงสุนผัวนางเตงตันหยกคุมลำเลียงตามมาภายหลัง ครั้นถึงก็เข้าไปคำนับอึ้งปวยฮอแล้วถามถึงเตงจิวก๋ง อึ้งปวยฮอจึงบอกว่าเตงจิวก๋งนั้นออกรบ ตันซีจับได้ให้คิวอินฮูจ๋องฆ่าเสียแล้ว บุตรเราเขาก็จับไปได้ทั้งสองคน อึ้งเทียนเสียงนั้นเขาฆ่าเสียเอาศพแขวนประจานไว้หน้าค่าย แต่อึ้งเทียนหลกไปกับไทหลวนนั้นจะเป็นตายประการใดหารู้ไม่ โลเฉียมาถึงได้ออกรบกับคิวอินฮูจ๋อง คิวอินฮูจ๋องหนีไป โทเฮงสุนได้แจ้งดังนั้นก็มีความโกรธนัก จึงว่าข้าพเจ้ามีวิชาดำดินได้ เวลาค่ำวันนี้จะอาสาท่านไปลักเอาศพบุตรท่านมาให้จงได้ อึ้งปวยฮอจึงว่าท่านเอ็นดูเราได้ดังนั้นเราขอบใจท่านนัก ครั้นเวลาสองยามโทเฮงสุนทำฤทธิ์ดำดินไปผุดขึ้นในค่ายคิวอินฮูจ๋อง ที่เอาอึ้งเทียนหลกกับไทหลวนจำไว้นั้น จึงบอกว่าเราชื่อโทเฮงสุน มาช่วยบิดาท่านรบอย่าวิตกไปเลยสักหน่อยหนึ่งท่านจะพ้นจากจำ แล้วจึงไปที่ศพอึ้งเทียนเสียงตัดเชือกผูกแขวนไว้นั้น อุ้มเอาศพมาให้อึ้งปวยฮอแล้วแจ้งความซึ่งพบอึ้งเทียนหลกกับไทหลวนทุกประการ อึ้งปวยฮอครั้นเห็นศพบุตรมีความสงสารร้องไห้รักแล้ว สั่งอึ้งเทียนเจียกให้จัดแจงเอาศพอึ้งเทียนเสียงไปฝังไว้ที่เมืองไซรกี

๏ ฝ่ายทหารคิวอินฮูจ๋อง ครั้นเวลาเช้าเข้ามาบอกคิวอินฮูจ๋องว่ามีผู้มาลากเอาศพอึ้งเทียนเสียงไป คิวอินฮูจ๋องได้แจ้งดังนั้นจึงคิดว่า จะมีทหารความรู้วิเศษลอบเข้ามาจึงทำการดังนี้ได้ คิวอินฮูจ๋องคิดกลัวนัก ตันซีจึงว่าท่านอย่าวิตกเลย เราจะยกออกไปรบเอาชัยชนะให้จงได้ ตันซีจัดแจงทหารแล้วขึ้นขี่ม้ายกไปถึงหน้าค่ายอึ้งปวยฮอ โทเฮงสุนครั้นเห็นตันซีมาก็มีความแค้นนัก จึงเข้าไปคำนับอึ้งปวยฮอกับโลเฉียว่า ข้าพเจ้ากับภรรยาจะขอออกรบกับตันซี แล้วก็ชวนนางเตงตันหยกภรรยาขึ้นขี่ม้าคนละตัวออกไปจากค่าย จึงร้องว่ากับตันซีว่าท่านฆ่าเตงจิวก๋งบิดาภรรยาเรา เราจะพยาบาทท่านไปกว่าจะสิ้นดินแลสิ้นฟ้า วันนี้เราจะจับตัวท่านไปทำให้สาที่ความแค้น ตันซีจึงตอบโทเฮงสุนว่าตัวเองเป็นเด็กสูงศอกเศษ อุปมาเหมือนเต้าหู้อันเน่ามีกลิ่นเหม็นหรือจะองอาจมาสู้กับเราได้ แล้วก็ขับม้าเข้ารบได้สามสี่เพลง จึงคายแก้วในปากออก แสงแก้วไปถูกโทเฮงสุนล้มลง ตันซีจับโทเฮงสุนได้ นางเตงตันหยกเห็นดังนั้นมีความโกรธ ขับม้าไล่ตามเอาก้อนศิลาแก้วทิ้งไปถูกศีรษะตันซี ตันซีเจ็บปวดบวมทั้งหน้ารีบหนีเข้าค่ายได้ เอาตัวโทเฮงสุนไปให้คิวอินฮูจ๋อง คิวอินฮูจ๋องแลเห็นตันซีหน้าฟกบวม จึงถามว่าท่านเป็นอะไร ตันซีบอกว่าภรรยาโทเฮงสุนเอาก้อนศิลาทิ้งเอา คิวอินฮูจ๋องจึงว่า ซึ่งท่านจับอ้ายลูกเล็กมาดังนี้จะเอาไว้ต้องการอะไรฆ่ามันเสียเถิด แล้วสั่งให้ทหารเอาตัวโทเฮงสุนไปฆ่าเสีย ทหารจึงพาโทเฮงสุนไปจะฆ่า โทเฮงสุนก็ทำฤทธิ์ดำดินหายไป ทหารเห็นก็ตกใจจึงวิ่งมาบอกคิวอินฮูจ๋องว่า ข้าพเจ้าพาลูกเล็กคนนั้นไปฆ่า ครั้นถึงที่จะฆ่าหายตัวไป คิวอินฮูจ๋องได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ จึงว่าอึ้งปวยฮอเห็นจะได้คนมีความรู้มา ซึ่งศพที่หายไปนั้นก็เห็นจะเป็นลูกเล็กคนนี้หายมาลักไป ครั้งนี้เราจะไว้ใจแก่ข้าศึกมิได้ จึงสั่งให้ทหารตรวจตราค่ายคูทั้งปวงจงกวดขัน

๏ ฝ่ายโทเฮงสุน ครั้นหนีดำดินมาได้ จึงเข้ามาคำนับอึ้งปวยฮอ อึ้งปวยฮอก็มีความยินดี ถามโทเฮงสุนว่าเหตุไรท่านจึงมาได้ โทเฮงสุนเล่าให้อึ้งปวยฮอฟังทุกประการ ฝ่ายแต้หลุนคุมลำเลียงมาถึงเข้าไปคำนับอึ้งปวยฮอ แลเห็นโทเฮงสุนยืนอยู่หน้าตาไม่สบาย จึงถามว่าท่านทุกข์ร้อนอะไรหรือ โทเฮงสุนจึงบอกว่าเราออกรบด้วยตันซี ตันซีมีความรู้คายแก้วออกเป็นสีเหลือง แสงแก้วมาถูกเราให้มืดหน้าตามัว ข้าศึกจับตัวเราไปได้เราพึ่งหนีกลับมาเดี๋ยวนี้ แต้หลุนจึงว่าตันซีมีความรู้คายแก้วเป็นสีเหลือง เราก็มีความรู้คายแก้วเป็นสีขาวได้ วิชาคล้ายคลึงกัน ครั้งนี้เราจะออกต่อสู้กับตันซีสักครั้งหนึ่ง อึ้งปวยฮอได้ยินดังนั้นจึงว่า ท่านคุมเสบียงมาได้โดยสะดวกดังนี้ ก็เป็นความชอบอยู่แล้ว อย่าออกไปรบให้ลำบากกายเลย แต้หลุนจึงว่าท่านได้โปรดให้ข้าพเจ้าออกลองความรู้ดูกับตันซีสักครั้งหนึ่งเถิด อึ้งปวยฮอก็ยอมให้แต้หลุนออกรบ แต้หลุนจัดแจงทหารแล้วขึ้นขี่ม้ายกไปหน้าค่ายคิวอินฮูจ๋อง ตันซีรู้ว่ากองทัพยกมาก็พาทหารออกไปนอกค่าย จึงร้องถามว่าท่านชื่อไร องอาจมาถึงหน้าค่ายเราดังนี้ แต้หลุนจึงบอกว่าเราชื่อแต้หลุน เป็นกองลำเลียงรู้ว่าท่านมีวิชาวิเศษนัก จึงจะมารบกับท่านลองความรู้สักครั้งหนึ่ง แล้วถามว่าท่านชื่อไรเล่า ตันซีจึงบอกว่าเราชื่อตันซี เป็นกองลำเลียงเหมือนกันกับท่าน จะต่อสู้ดูฝีมือกันให้เห็นดีชั่วก็ตามใจ ว่าแล้วขับม้าเข้ารบกับแต้หลุน

๏ ขณะเมื่อแต้หลุนกับตันซีรบกันอยู่นั้น โลเฉียกับโทเฮงสุนออกมายืนดูอยู่หน้าค่าย แต้หลุนเข้ารบกับตันซีได้หน่อยหนึ่งแล้ว จึงร่ายมนต์เป็นฝูงกาเดินมาตามตีกันมาเป็นแถวดังงูเลื้อย แล้วให้จิกเอาตันซี ตันซีจึงทำด้วยความรู้เป็นเสือดาวเข้าสู้กับกา แล้วแต้หลุนร่ายมนต์หายใจเป็นควันสีขาวออกมาทางจมูกไปต้องตันซีหมวกตกกระเด็นไป ตันซีจึงคายแก้วในปากออกเป็นสีเหลือง แสงแก้วต้องตัวแต้หลุนเสื้อกางเกงเครื่องแต่งตัวขาดสิ้น โทเฮงสุนกับโลเฉียเห็นทหารทั้งสองฝ่ายดูเห็นทำความรู้สู้กันประหลาดก็หัวเราะ แต้หลุนกับตันซีรบกันต่างคนสำแดงวิชาไม่แพ้ชนะกัน ต่างคนต่างกลับไปค่าย ตันซีครั้นเข้าไปถึงที่อยู่ จึงเล่าความซึ่งต่อสู้ด้วยความรู้กับแต้หลุนให้คิวอินฮูจ๋องฟังทุกประการ คิวอินฮูจ๋องได้ฟังก็มีความวิตกว่า กองทัพอึ้งปวยฮอได้คนมีความรู้มาช่วย แลกองทัพเกียงจูแหยเล่าก็ได้ข่าวว่าตีด่านกิมเหมงก๋วนได้แล้ว คิวอินฮูจ๋องไม่มีความสบาย นอนวิตกไปจนรุ่ง

๏ ฝ่ายแต้หลุนจัดแจงทหารแล้วยกออกมาหน้าค่าย คิวอินฮูจ๋องตันซีรู้ว่าแต้หลุนมาก็ออกไปจากค่าย ว่ากับแต้หลุนว่า วันนี้เราอย่าสู้กันด้วยความรู้แลอาวุธเลย สู้กันด้วยมือเปล่าตัวต่อตัวดูกำลังกันเถิด แต้หลุนก็รับคำแล้วเข้าต่อสู้กันจนค่ำไม่แพ้ชนะกัน ต่างคนต่างกลับไปที่อยู่

๏ ขณะนั้นอึ้งปวยฮอปรึกษาด้วยโลเฉีย ว่าแต้หลุนออกไปรบถึงสองครั้งแล้วหาได้ชัยชนะไม่ เราคิดว่าเวลาค่ำวันนี้จะให้เข้าปล้นค่ายคิวอินฮูจ๋อง ท่านจะเห็นประการใด โลเฉียได้ฟังดังนั้นจึงว่าท่านคิดนี้ ข้าพเจ้าเห็นชอบด้วย อึ้งปวยฮอจึงสั่งโทเฮงสุนว่าเวลาค่ำวันนี้ ท่านจงดำดินเข้าไปอยู่ในค่ายคิวอินฮูจ๋อง ถ้าเห็นพวกเราเข้าตีค่ายแล้วท่านจงถอดอึ้งเทียนหลกกับไทหลวน ออกทำการขึ้นข้างในค่ายให้พร้อมกัน แล้วสั่งทหารทั้งปวงให้เตรียมการไว้จงพร้อม

๏ ฝ่ายคิวอินฮูจ๋องเห็นตันซีต่อสู้กับแต้หลุนไม่ชนะกัน กลับมาค่ายก็มีความวิตกด้วยการศึกเห็นเหลือกำลัง ก็คิดแต่งหนังสือจะบอกไปเมืองจิวโก๋ ขอทหารเพิ่มเติมมาช่วย แต่ตรึกตรองทำหนังสืออยู่ ในกลางคืนวันนั้นหาได้ให้ทหารตรวจตราค่ายไม่

๏ ฝ่ายโทเฮงสุนครั้นเวลาดึกก็ดำดินเข้าไปในค่าย คอยอยู่ที่จำคนทั้งสองนั้น ครั้นเวลาสามยามอึ้งปวยฮอกับโลเฉีย จึงยกทหารไปถึงค่ายคิวอินฮูจ๋อง แล้วให้ตีกลองจุดประทัดเสียงอื้ออึง ขับทหารเข้าตีค่าย คิวอินฮูจ๋องอยู่ในที่นอน นอนจวนจะหลับ ได้ยินเสียงอื้ออึงก็ตกใจขึ้นม้าออกไปดูที่ประตูค่าย เห็นอึ้งปวยฮอใส่เสื้อแดงยืนอยู่กับโลเฉียเทงซิวเตียวเสงซุนโทหองแต้หลุนแลทหารเป็นอันมาก คิวอินฮูจ๋อง ตันซีขับทหารทั้งปวงเข้าต่อสู้ทหารอึ้งปวยฮอเป็นสามารถ โทเฮงสุนเห็นดังนั้นจึงถอดอึ้งเทียนหลกกับไทหลวนออกไล่ฆ่าฟันทหารคิวอินฮูจ๋องอยู่ในค่าย เห็นคิวอินฮูจ๋องยืนอยู่ที่ประตูค่าย โทเฮงสุนเอากระบองเหล็กตีถูกคิวอินฮูจ๋องตกม้าลง อึ้งปวยฮอเห็นจึงเอาทวนแทงถูกคอคิวอินฮูจ๋อง ทหารคิวอินฮูจ๋องเห็นคิวอินฮูจ๋องถูกทวนก็พากันเข้าแก้เอาคิวอินฮูจ๋องหนีไปได้ โลเฉียเห็นได้ทีก็รุกไล่เข้าไปเอากำไลทองทิ้งตันซีตกจากหลังม้า อึ้งปวยฮอเอาทวนแทงซ้ำถูกตันซีตาย ทหารในค่ายก็แตกกระจายไป อึ้งปวยฮอครั้นได้ด่านแซเหลงก๋วนแล้วจึงให้ทำบัญชีคนแลสิ่งของเกณฑ์ทหารรักษาไว้ แล้วโลเฉียรีบไปบอกเกียงจูแหย เกียงจูแหยรู้มีความยินดีจึงว่า เราได้ด่านสองตำบลนี้แล้วจะได้เดินเสบียงอาหารง่าย ขณะนั้นอึ้งปวยฮอก็ยกทัพกลับมาถึง เกียงจูแหยรู้จึงให้เชิญเข้ามาที่อยู่ต่างคนต่างคำนับกัน เกียงจูแหยไม่เห็นหน้าอึ้งเทียนเสียงกับเตงจิวก๋งมาด้วย ก็คิดถึงมีความสงสารนัก แล้วสั่งให้ยกโต๊ะมาตั้งรินสุราสู่กันกิน พลางปรึกษากันจะเข้าตีด่านกีจุยก๋วน จึงเขียนหนังสือฉบับหนึ่งเป็นใจความว่า พระเจ้าติวอ๋องเสวยราชสมบัติในเมืองจิวโก๋ หาสุจริตเหมือนกษัตริย์แต่ก่อนไม่ อาณาประชาราษฎรได้ความเดือดร้อนนัก บัดนี้พระเจ้าบูอ๋องผู้ทรงสัตย์สุจริตมีความเมตตาแก่ไพร่บ้านพลเมือง ยกกองทัพมาจะปราบปรามผู้คนผิดให้ราบคาบทำนุบำรุงบ้านเมืองให้เป็นสุข ถ้าฮั่นเอ๋งรู้จะสามิภักดิ์เข้าด้วยก็เร่งออกมาคำนับ แม้นจะต่อสู้ก็ให้ออกมารบกันโดยเร็ว ครั้นเขียนแล้วจึงส่งหนังสือให้สินกะถือเข้าไปให้ฮั่นเอ๋งในค่าย

๏ ฝ่ายฮั่นเอ๋งอ่านหนังสือแล้วก็คิดว่าด่านแซเหลงก๋วนแลด่านกิมเหมงก๋วงก็เสียสิ้นแล้ว ยังแต่เราผู้เดียวจำจะเอาชีวิตแทนพระคุณพระเจ้าติวอ๋องจึงจะชอบ ฮั่นเอ๋งคืนหนังสือให้สินกะ แล้วว่าท่านจงไปบอกเกียงจูแหยว่า เราหายอมเป็นกบฏเข้าด้วยไม่ แล้วฮั่นเอ๋งสั่งทหารทั้งปวงให้รักษาค่ายไว้เป็นสามารถ

๏ ฝ่ายเกียงจูแหยครั้นสินกะมาแจ้งความดังนั้น จึงให้โลเฉียเป็นกองหน้า แล้วขึ้นม้าถืออาวุธพาทหารไปหน้าค่ายฮั่นเอ๋ง ฮั่นเอ๋งรู้ก็ยกทหารออกมาจากค่ายพูดโต้ตอบกันต่างๆ แล้วให้อ๋องฮอกองหน้าเข้ารบกับโลเฉีย โลเฉียเอาทวนแทงถูกอ๋องฮอตาย อุยผุยทหารเกียงจูแหยเห็นได้ทีก็ขับม้าลุกไล่ฮั่นเอ๋งไป ฮั่นเอ๋งก็ชักม้าพาทหารหนีเข้าค่าย จึงคิดอ่านว่าศึกครั้งนี้เห็นเหลือกำลังที่จะต่อสู้จำจะบอกไปเมืองหลวง ขอทหารเพิ่มเติมมาช่วยจึงจะได้

๏ ขณะเมื่อเขียนหนังสืออยู่นั้นทหารมาบอกว่าอิวฮอมาถึงก็ดีใจ จึงออกไปคำนับแล้วเชิญมาที่สมควร ฮั่นเอ๋งจึงเล่าให้อิวฮอฟังว่าด่านสองตำบลก็เสียแล้ว ตัวเราก็ได้ออกรบครั้งหนึ่งเสียทีมา อิวฮอจึงว่าท่านอย่าวิตกเลย เราจะออกรบกับเกียงจูแหยเอาชัยชนะให้จงได้ จึงจัดแจงทหารพร้อมแล้วอิวฮอถือง้าวอันวิเศษยกออกไปหน้าค่ายเกียงจูแหย เกียงจูแหยรู้จึงให้โลเฉียคุมทหารออกรบด้วยอิวฮอ อิวฮอได้ทีเอาง้าวฟันถูกโลเฉียตกม้าลงแต่ยังหาตายไม่ ทหารทั้งปวงเข้ารบป้องกัน พอเกียงจูแหยรู้เร่งให้ทหารยกออกมาพาเอาโลเฉียกลับเข้าค่าย จึงให้หลุยจินจู๊ซึ่งมีปีกเหมือนนกบินได้ออกต่อสู้กับอิวฮอ อิวฮอเอาง้าวฟันหลุยจินจู๊ถูกปีกขาดไปข้างหนึ่ง หลุยจินจู๊ก็หนีกลับเข้าค่าย เกียงจูแหยเห็นหลุยจินจู๊เสียทีกลับมาก็มีความวิตกไม่สบายเลย จึงเขียนป้ายเป็นหนังสือไปแขวนไว้ที่ประตูค่ายว่าเรายังไม่รบ ครั้นรุ่งขึ้นอิวฮอก็ยกมาจะรบด้วยเกียงจูแหย พอถึงหน้าค่ายเห็นหนังสือแขวนไว้ รู้แล้วก็กลับไป

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ