๖๕

๏ พอลิเจ้งขุนนางนายด่านหนีมาจากเมืองจิวโก๋ แลเห็นโลสองโตหยินจึงถามว่าท่านนี้ชื่อไร มาอยู่ที่นี่ด้วยเหตุอันใด โลสองโตหยินจึงบอกว่าเราไปรบกับเมืองไซรกีหนีลงเกียดก๋งจู๊มา ลิเจ้งได้ฟังดังนั้นจึงว่า เราจะไปเข้าด้วยเมืองไซรกีมาพบท่านผู้เป็นข้าศึก เราจะจับไปให้เกียงจูแหยเอาความชอบไว้แต่ต้นมือ โลสองโตหยินได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงยืนขึ้นแล้วว่าท่านมีฤทธิ์เป็นอย่างไรจึงจะมาจับเรา ลิเจ้งจึงบอกว่าเราชื่อลิเจ้ง เป็นบิดาบกเฉีย จะจับท่านไปเมืองไซรกีเดี๋ยวนี้ โลสองโตหยินก็โกรธเข้าฟันลิเจ้งด้วยกระบี่ ลิเจ้งรับด้วยกระบี่ถ้อยทีรบกันเป็นสามารถ ลิเจ้งก็ขว้างด้วยกิมทะถูกโลสองโตหยินล้มลงตายอยู่กับที่ ลิเจ้งก็ไปถึงเมืองไซรกี เข้าไปหาเกียงจูแหย แล้วเล่าความซึ่งได้ฆ่าโลสองโตหยินให้ฟังทุกประการ

๏ ฝ่ายลงเกียดก๋งจู๊ขับหงส์ลงมาหาเกียงจูแหย เกียงจูแหยเห็นก็คำนับเชิญให้นั่งที่สมควร ลงเกียดกงจู๊ก็เล่าความซึ่งช่วยดับเพลิง ไปจนฆ่าเล่าหวนโตหยินตายให้เกียงจูแหยฟังทุกประการ เกียงจูแหยมีความยินดีนัก จึงว่ากับลงเกียดก๋งจู๊ว่า อินเฮาได้อาวุธของก๋งเสงจู๊มาทำการศึกครั้งนี้ จะคิดประการใดจึงจะจับอินเฮาได้ ถ้าไม่จับอินเฮาเสียได้แผ่นดินก็จะไม่เป็นสุข ลงเกียดก๋งจู๊จึงว่าเราจะช่วยจัดแจง  จึงให้ทหารแลอาจารย์ทั้งปวงซึ่งมาอยู่ ณ เมืองไซรกีนั้นมาพร้อมกัน ลงเกียดก๋งจู๊จึงว่ากำหนดวันพรุ่งนี้ฤกษ์ดี จะยกออกไปจับอินเฮาเห็นจะได้ตัว แต่อินเฮาคนนี้มีฤทธิ์มาก แล้วก็เป็นบุตรพระเจ้าติวอ๋อง แต่กำลังฝีมือทหารนั้นจะจับไม่ได้ จำจะให้พระเจ้าบูอ๋องออกไปเป็นประธานด้วยเป็นผู้มีบุญจะบำรุงแผ่นดิน จึงจะจับตัวอินเฮาได้ เกียงจูแหยจึงเข้าไปเชิญพระเจ้าบูอ๋อง พระเจ้าบูอ๋องขัดเกียงจูแหยไม่ได้ก็ออกมา ลงเกียดกงจู๊จึงให้เกียงจูแหยจัดทหารเป็นแปดกอง สำหรับที่จะปล้นค่ายอินเฮานั้น จึงให้อึ้งปวยฮอเป็นแม่ทัพคุมทหารสามหมื่นเข้าตีค่ายด้านตะวันออก เตงจิวก๋งคุมทหารสามหมื่นเข้าตีค่ายด้านตะวันตกทัพหนึ่ง หลำจงกวดคุมทหารสามหมื่นตีค่ายด้านเหนือทัพหนึ่ง โลเฉียคุมทหารสามหมื่นตีค่ายด้านใต้ทัพหนึ่ง กองหนุนนั้นสี่กองให้อึ้งเทียนฮัวคุมทหารสามหมื่นเป็นทัพหนุนด้านตะวันออก เอียวเจี้ยนคุมทหารสามหมื่นเป็นทัพหนุนด้านตะวันตก หลุยจินจู๊คุมทหารสามหมื่นเป็นทัพหนุนด้านเหนือ อึ้งเทียนเจียกคุมทหารสามหมื่นเป็นทัพหนุนด้านใต้ ให้ลิเจ้ง บกเฉีย กิมเฉีย คุมทหารคนละสามหมื่นเป็นกองโจร คอยก้าวสกัดตีให้ระส่ำระสายอย่าให้ทัพอินเฮามั่วสุมกันเข้าได้ ส่วนเกียงจูแหยนั้นให้เป็นผู้กำกับไปด้วย พระเจ้าบูอ๋องเป็นแม่ทัพหลวงคุมทหารยี่สิบหมื่น แลนายทัพนายกองทั้งปวงนั้น ลงเกียดก๋งจู๊ให้มนต์กันอาวุธไปสำหรับตัวทุกคน แล้วให้เหยียนเต๋งโตหยินถือธงเขียวไปคอยสกัดอยู่หนทางแห่งหนึ่ง ให้จุ้นเถโตหยินถือธงแดงไปคอยสกัดอยู่หนทางแห่งหนึ่ง ให้บุนซูก๋งฮวดถือธงดำไปสกัดอยู่หนทางแห่งหนึ่ง ให้เซียะเจงจู๊ถือธงสีเหลือบไปคอยสกัดอยู่หนทางแห่งหนึ่ง ส่วนพระเจ้าบูอ๋องนั้นให้ถือธงแก้วของกิมโปเป็นอาวุธสำหรับตัว ครั้นจัดทัพพร้อมแล้ว เพลาเที่ยงคืนก็จุดประทัดสัญญาตีกลองศึกแลม้าฬ่อขึ้น ยกทัพออกจากเมืองเวลานั้นเสียงฝีเท้าคนเดินดังเสียงคลื่นในท้องมหาสมุทร เสียงอาวุธกระทบกันเมื่อเบียดเสียดออกจากประตูเมืองดังเสียงฟ้าร้อง ผงคลีกลุ้มไปทั้งอากาศเหมือนเมฆมืดฝน ทัพหลวงนั้นยกไปตั้งอยู่ ณ เขากีสาน

๏ ฝ่ายอินเฮานั่งปรึกษาการศึกอยู่กับเตียวสันลีกี๋มในค่าย เห็นอัศจรรย์บังเกิดเป็นกลาบาตตกลงในค่าย เตียวสันจึงว่า นิมิตอย่างนี้ไม่สู้ดี แต่ยกมาทำศึกด้วยเมืองไซรกีก็นานแล้วหามีชัยชนะไม่ จำเราจะล่าทัพกลับไปเมืองจิวโก๋ ขอกองทัพเพิ่มเติมให้มากขึ้นจึงกลับมาตีเมืองไซรกีเห็นจะได้โดยง่าย อินเฮาจึงว่าซึ่งจะถอยทัพกลับไปเมืองจิวโก๋ก่อนนั้นเราหาเห็นด้วยไม่ ทหารเมืองไซรกีก็จะได้ใจ แต่ให้หนังสือไปขอกองทัพเพิ่มเติมมาอีกสักหน่อยก็พอตีเมืองไซรกีได้ดอก เตียวสันจึงว่าข้าพเจ้าดูฝีมือทหารของเขานั้น แต่ละคนแกล้วกล้าสามารถ แล้วโตหยินอาจารย์ผู้ใหญ่ก็มาช่วยเป็นหลายคน ทหารก็มากกว่าเรานักเกลือกจะมิสมคิด ศึกจะเสียทีปลายมือจะได้ความลำบาก อินเฮาจึงตอบว่าทำไมกับโตหยินอาจารย์แลทหารทั้งปวง เป็นการบอกแขกมาช่วยกลัวอะไร แต่ก๋งเสงจู๊ผู้เป็นอาจารย์ของเรายังสู้เราไม่ได้ แทรกแผ่นดินหนีไป ท่านหาเห็นไม่หรือ อินเฮาเตียวสันลีกี๋มพูดกันอยู่ในค่าย พอทัพปล้นมาตีค่ายเสียงอึงขึ้นทั้งสี่ด้านก็พากันตกใจ อินเฮาจึงขี่ม้าพาทหารจุดคบเพลิงแห่ออกมารักษาค่ายด้านตะวันออก เตียวสันกับลีกี๋มก็ออกมารักษาค่ายคนละด้าน ทหารทั้งสองฝ่ายก็รบกันเป็นสามารถ ทัพหนุนก็เพิ่มเติมตีค่ายเข้ามาอีกทั้งสี่ด้าน พวกทหารข้างอินเฮาก็ย่อย่นทนฝีมือกองทัพชาวเมืองไม่ได้ อึ้งปวยฮอเตงจิวก๋งตัวนายทั้งแปดทัพ ก็ไล่ทหารเข้าพังค่ายทลายลงทั้งสี่ด้านรบกับถึงตลุมบอม เตียวสันกับลีกี๋มก็ขับม้าเข้าต่อสู้มิได้ถอยหนี พวกทหารเมืองไซรกีก็กลุ้มรุมกันเข้ารบ ฆ่าเตียวสันกับลีกี๋มตาย ทหารเลวแตกระส่ำระสายต่างคนต่างไป ขณะนั้นอินเฮาขี่ม้าถือทวนไล่แทงทหารเมืองไซรกีมาจนถึงอึ้งปวยฮอ แล้วร้องว่า อึ้งปวยฮอพ่อลูกรอดตายไปครั้งหนึ่งแล้ว เดี๋ยวนี้กลับมาหาที่ตายอีก อึ้งปวยฮอจึงตอบว่าวันนี้ตัวท่านจะถึงที่ตาย อย่าหมายเลยจะรอดไป ว่าแล้วกลุ้มรุมกันเข้ารบอินเฮา อินเฮาจึงเอาตรามีฤทธิ์ทิ้งไปก็มิได้ต้องทหารบูอ๋องด้วยอำนาจมนต์ลงเกียดก๋งจู๊ป้องกันอยู่ อาวุธของอินเฮาทั้งสิ้นมิได้ต้องพานทหารเมืองไซรกี อินเฮาก็คิดเสียน้ำใจ ทหารบูอ๋องก็เข้ารุมรบอินเฮาทั้งสิ้นล้อมไว้หลายชั้น อินเฮาเหลือกำลังจะต่อสู้คิดจะหนี พอเห็นด้านข้างอึ้งเทียนฮัวคนเบาบางก็เอาตราทิ้งไป อึ้งเทียนฮัวหลบตราพลัดตกม้าลง อินเฮาก็ควบม้าหนีออกจากที่ล้อมได้ มีทหารเลวติดตามไปเจ็ดคนแปดคน พวกทหารเมืองไซรกีก็ติดตามไปประมาณทางสามร้อยเจ็ดสิบห้าเส้นหาพบอินเฮาไม่

๏ ฝ่ายอินเฮาขับม้าหนีมาอิดโรยนัก พอเวลาสว่างก็ไปทางเหงาก๋วนเป็นทางจะไปด่านเมืองจิวโก๋ บุนซูก๋งฮวดก็ยืนขวางหน้าไว้ แล้วร้องว่าวันนี้ถึงที่ตายแล้ว อินเฮาเห็นบุนซูก๋งฮวดเทียนจุ๋นก็ร้องว่าข้าพเจ้าจะไปเมืองจิวโก๋ ท่านมายืนขวางไว้ด้วยเหตุอันใด บุนซูก๋งฮวดก็บอกว่าตัวท่านเข้าอยู่ในที่ล้อมแล้ว เราจะจับตัวส่งไปเมืองไซรกี อินเฮาได้ฟังดังนั้นก็โกรธจึงเข้ารบด้วยบุนซูก๋งฮวดเทียนจุ๋น แล้วเอาตราทิ้งไป บุนซูก๋งฮวดก็รับด้วยธงตราก็กระเด็นไป อินเฮาสู้มิได้ก็ขับม้าหนีไปพบเซียะเจงจู๊ เซียะเจงจู๊จึงร้องว่าอินเฮาท่านเป็นคนทรยศต่ออาจารย์ เราจะจับส่งไปเมืองไซรกี อินเฮาได้ฟังดังนั้นก็โกรธจึงขับม้าเข้ารบแล้วเอากระดึงขว้างไป เซียะเจงจู๊ก็รับด้วยธงกระดึงก็กระเด็นไป อินเฮาก็ขับม้าหนีมาพบจุ้นเถโต้หยินออกยืนขวางหน้าไว้ อินเฮาจึงร้องว่าเหตุใดอาจารย์ทั้งปวงมายืนสกัดอยู่ทุกทางดังนี้ เรารบกับชาวเมืองไซรกีต่างหาก กลการอะไรของอาจารย์ทั้งปวงเล่า จึงพากันมาเที่ยวสกัดทางอยู่ดังนี้ จุ้นเถโต้หยินจึงตอบว่าท่านเป็นคนเสียสัจต่ออาจารย์ เราจะจับตัวส่งไปเมืองไซรกี อินเฮาได้ฟังก็โกรธ จึงขับม้าเข้ารบจะแทงด้วยทวน จุ้นเถโต้หยินก็รับด้วยธง อินเฮาเห็นจะต่อสู้มิได้ก็ขับม้าหนีไป มาพบทัพหลวงเห็นเกียงจูแหยขี่ซูปุดเสียงยืนอยู่ ยิ่งคิดแค้นด้วยฆ่าอินหองเสีย ก็ขับม้าตรงเข้ามาจะรบกับเกียงจูแหย บูอ๋องเห็นประหลาดจึงถามเกียงจูแหยว่า ผู้ที่ขี่ม้าสามศีรษะหกมือนั้นชื่อใด เกียงจูแหยก็บอกว่าชื่ออินเฮาบุตรพระเจ้าติวอ๋อง บูอ๋องแจ้งดังนั้นจึงว่ากับเกียงจูแหยว่าจำเราจะลงจากหลังม้าคำนับจึงจะควร ด้วยท่านเป็นลูกพระเจ้าแผ่นดิน เกียงจูแหยจึงห้ามว่าท่านอย่าลงคำนับ เมืองไซรกีกับเมืองจิวโก๋เป็นข้าศึกรบพุ่งกันอยู่ ซึ่งจะคำนับนั้นไม่ควร พอว่าขาดคำอินเฮาก็ขับม้ามาถึงเกียงจูแหย เกียงจูแหยเข้ารบกับอินเฮาได้สามเพลง อินเฮาจึงทิ้งด้วยตรา อำนาจบุญบูอ๋องกับมนต์ลงเกียดก๋งจู๊ อาวุธมิได้ต้องเกียงจูแหย อินเฮาอิดโรยมา เห็นจะต่อสู้มิได้ ก็ขับม้าหนีไปพบเหยียนเต๋งโตหยินออกยืนสกัดทางอยู่ แล้วแลไปข้างหลังเห็นกองทัพเกียงจูแหยติดตามมากระชั้นใกล้จะหนีไม่พ้น จึงอธิษฐานว่าถ้าพระเจ้าติวอ๋องบิดาข้าพเจ้ายังจะได้ครองสมบัติอยู่ในแผ่นดินเมืองจิวโก๋สืบไป ข้าพเจ้าทิ้งตราไปขอให้ภูเขาทะลุเป็นช่องตลอดไปข้างโน้นเถิด อธิษฐานแล้วก็ทิ้งตราไปภูเขาก็ทะลุเป็นช่องไป อินเฮาจึงหนีไปตามช่องภูเขา ครั้นศีรษะอินเอาออกช่องภูเขาข้างโน้น ตัวยังอยู่ในภูเขา เหยียนเต๋งโตหยินก็ตบมือเข้าภูเขาก็หุบเข้า ตัวอินเฮาก็ติดอยู่ในภูเขานั้น แต่ศีรษะออกมาอยู่ข้างนอกภูเขาเพียงคอ อินเฮาหนีอยู่ในภูเขา เหยียนเต๋งโตหยินก็ขับทหารเข้าล้อมภูเขาไว้ทั้งสี่ด้าน

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ