๗๑

๏ ครั้นรุ่งเช้าจุ้นเถโตหยินก็ออกจากค่ายมาถึงยอดเขา เห็นขงสวนจึงถามว่าท่านชื่อไร ขงสวนก็บอกว่าเราชื่อขงสวน อาจารย์จึงว่าจะอยู่ที่นี่ต้องการอะไร มาไปข้างทิศตะวันตกด้วยกันเถิด ขงสวนหัวเราะแล้วว่าเราไม่ไป อาจารย์ก็ว่าเราบอกตามจริงท่านไม่เชื่อ กลับหัวเราะเยาะเราผู้มีความรู้อีกเล่า ขงสวนก็โกรธเอาง้าวฟัน จุ้นเถโตหยินเอากิ่งไม้ที่ทำด้วยเหล็กรับ ง้าวนั้นก็ม้วนติดอยู่ แล้วขงสวนเอาแซ่ทองตีซ้ำ จุ้นเถโตหยินก็เอากิ่งไม้รับ แซ่ก็ม้วนติดอยู่อีก ขงสวนสิ้นอาวุธแล้วจึงทำให้เป็นสายฟ้าแลบแล้วหายตัวไป สักหน่อยหนึ่งขาแขนแลเสื้อกับม้าตกลงจากอากาศ แล้วทำให้เป็นรูปรุ้งมีสีห้าประการ จุ้นเถโตหยินก็ทำให้เป็นยี่สิบศีรษะสี่สิบแปดมือยืนกั้นร่ม ถือดอกไม้ถือกระดึง ถือง้าวทำด้วยเงิน แล้วเอาเชือกทิ้งขึ้นไปผูกตัวรุ้งลงมาได้ เอากิ่งไม้เหล็กทับไว้ แล้วว่ากำเนิดเดิมเอ็งเป็นอะไรก็ให้แปลงเป็นรูปอันนั้น ขงสวนจำแลงตัวกลายเป็นนกยูงมีจักขุข้างเดียว จุ้นเถโตหยินก็ขึ้นขี่หลังนกยูงไปหาเกียงจูแหยที่ค่าย บอกว่าข้าพเจ้าจะลาไปแล้ว เกียงจูแหยจึงว่าอันฤทธิ์เดชของท่านนี้ไม่มีผู้เสมอทั้งแผ่นดิน เชิญหยุดอยู่ช่วยถามขงสวนว่าทหารข้าพเจ้าไปซ่อนไว้ที่ไหน จุ้นเถโตหยินจึงถามตามคำเกียงจูแหย ขงสวนก็บอกว่าทหารนั้นเอาไปใส่คุกไว้ในค่ายข้าพเจ้า จุ้นเถโตหยินก็บอกตามคำขงสวนแล้วลาเกียงจูแหย จุ้นเถโตหยินก็ขึ้นขี่นกยูงบินไปข้างทิศตะวันตก มีรุ้งสีห้าประการล้อมไป เกียงจูแหยกับฮุยฮอเล็กอับ จึงไปที่ค่ายขงสวนเปิดคุกดูเห็นทหารอยู่ที่นั้นเป็นอันมาก ที่ตายไม่มีศีรษะบ้าง ยังเป็นอยู่บ้างก็พาเอาทหารที่ยังเป็นอยู่นั้นกลับไปค่าย ทหารที่รอดมานั้นมีความยินดี ชวนกับเข้ามากราบไหว้เกียงจูแหย ซ่องเฮกเฮากัยเหยียนเต๋งโตหยิน เล็กอับ ก็ลาเกียงจูแหยกลับไป เกียงจูแหยก็เลิกทัพข้ามเขากี๋มเก๋เฉียไป ให้เอียวเจี้ยนกำกับเสบียงอาหารตามไปภายหลัง ครั้นถึงปลายด่านกี๋จุยก๋วน เกียงจูแหยจึงให้ตั้งค่ายมั่น ให้โลเฉียเป็นกองหน้า หลำจงกวดเป็นกองหลังจัดแจงทหารไว้ให้พร้อม

๏ ฝ่ายฮั่นหยงขุนนางนายด่านกี๋จุยก๋วน เห็นเกียงจูแหยยกมาก็จัดแจงทหารออกป้องกันไว้ แล้วบอกหนังสือข้อราชการไปแจ้งแก่ขุนนางผู้ใหญ่ ณ เมืองจิวโก๋ โลเฉียครั้นจัดแจงทหารแล้ว จึงเข้าไปหาเกียงจูแหยว่า บัดนี้ทหารก็พร้อมแล้ว เหตุใดท่านจึงงดอยู่ไม่ให้เข้าตีด่านเล่า เกียงจูแหยจึงว่าจะด่วนตีด่านนี้ก่อนยังไม่ได้ จะคิดตีด่านก๋าบองก๋วนกับด่านเฉงหยงก๋วนชั้นในก่อน แล้วให้อังกิ๋มกับอึ้งปวยฮอจับสลาก ถ้าใครได้สลากยาวจะให้ตีด่านชั้นใน ถ้าใครได้สลากสั้นจะให้ตีด่านชั้นกลาง อึ้งปวยฮอได้สลากยาวจึงให้ม้าฝีเท้าตัวหนึ่งกับหมวกจามจุรีแดงเป็นสำคัญ มีทหารรองสิบสี่คนกับไพร่สิบหมื่น ยกไปตีด่านเฉงหยงก๋วน อังกิ๋มนั้นได้สลากสั้นก็ให้ม้ามีฝีเท้าตัวหนึ่งกับหมวกจามจุรีแดงเป็นสำคัญ มีทหารรองแปดคนกับไพร่สิบหมื่น ยกไปตีด่านก๋าบองก๋วน ครั้นอังกิ๋มยกทัพมาถึงริมด่านก๋าบองก๋วนก็หยุดอยู่ ต่อรุ่งขึ้นจึงให้กุยโขงเข้าตี

๏ ฝ่ายฮูเสงขุนนางนายด่านเห็น จึงให้ฉือขุนคุมทหารออกมาพบกุยโขงแล้วว่า ตัวก็เป็นข้าพระเจ้าติวอ๋อง ไม่คิดถึงคุณเจ้ามาทำองอาจดังนี้ชอบแล้วหรือ กุยโขงก็โกรธขับม้าเข้ารบฉือขุนได้ห้าสิบเพลงไม่แพ้กัน กุยโขงจึงอ่านมนต์ให้เป็นควันไปต้องฉือขุนมืดมัวไป แล้วเอาง้าวฟันฉือขุนตายตัดศีรษะไปให้อังกิ๋ม ฮูเสงเห็นดังนั้นจึงให้ฮูฮุนเถงออกไปอีก อังกิ๋มจึงให้โซหับโตงเข้ามารบกันได้สี่สิบเพลง โซหับโตงเอาทวนแทงถูกฮูฮุนเถงตกม้าตายตัดเอาศีรษะไป ฮูเสงรู้ว่าฮูฮุนเถงตาย จึงปรึกษาฮูหลุยผู้น้องว่า ทหารทั้งสองก็ตายแล้วเราจะต่อสู้สืบไปเห็นจะไม่ได้ จำจะไปเข้าด้วยอังกิ๋มเถิด น้องชายจึงว่าพระเจ้าติวอ๋องชุบเลี้ยงเรามีพระคุณยิ่งนักจะทำดังนั้นไม่ชอบ เราจะสู้ตายเอาชีวิตแทนพระคุณจึงจะควร เป็นทหารการแต่เพียงนี้เราจะออกไปรบเอาชัยชนะให้จงได้ ฮูเสงก็นิ่งอยู่ ครั้นรุ่งขึ้นฮูหลุยก็ขึ้นม้าพาทหารออกไป อังกิ๋มให้หลำจงกวดเข้ารบได้สี่สิบเพลงไม่แพ้ชนะกันม้าต่อม้าเข้าใกล้กัน ฮูหลุยเอาง้าวฟันหลำจงกวด หลำจงกวดหลบทันแล้วเข้ากระโจมจับฮูหลุยได้มัดเอามาให้อังกิ๋ม อังกิ๋มสั่งให้ฮูหลุยหมอบลง ฮูหลุยก็ไม่หมอบ แล้วว่าเอ็งเป็นคนอกตัญญูไม่รู้จักคุณที่รักที่ชั่วกว่าที่ดี อ้ายใจสุนัขกูจะกินเนื้อเอ็งให้ได้ อังกิ๋มได้ฟังดังนั้นก็โกรธ สั่งให้ทหารเอาฮูหลุยไปฆ่าเสีย แล้วอังกิ๋มกับหลำจงกวดมีความสบายด้วยมีชัยชนะ รินสุราออกสู่กันกินพอคนหนึ่งเข้ามาบอกว่า ฮูหลุยที่ตายนั้นกลับเป็นมาอีกแล้ว อังกิ๋มก็โกรธว่าอ้ายนี่เอาความเท็จมาพูดเปล่าๆ สั่งทหารเอาตัวไปฆ่าเสีย ผู้นั้นจึงร้องว่าข้าพเจ้าบอกความจริง จะให้ฆ่าข้าพเจ้าเปล่าๆ หลำจงกวดได้ยินดังนั้น จึงห้ามทหารว่าอย่าเพ่อเอาไปฆ่าก่อนเลยเราจะออกไปดู แล้วก็ขึ้นม้าถืออาวุธออกไปนอกค่าย เห็นฮูหลุยมาจริงจึงว่าอ้ายปิศาจจะสู้กับกูอีกหรือ แล้วขับม้าเข้ารบกับฮูหลุยได้สามสิบเพลง จับตัวฮูหลุยได้เอาไปให้อังกิ๋ม ทหารทั้งปวงเห็นประหลาดก็ชวนกันมาดูอื้ออึงว่า เขาฆ่าเสียแล้วยังกลับเป็นมาได้

๏ ฝ่ายลงเกียดก๋งจู๊จึงถามว่า เหตุประการใดจึงชวนกันมาดูดังนี้ อังกิ๋มจึงเล่าความให้ฟัง ลงเกียดก๋งจู๊จึงว่าวิชาแต่เพียงนี้จะยากอะไร แล้วลุกไปแหวกผมฮูหลุยออกเอาเข็มกายสิทธิ์แทงลงที่ศีรษะแล้ว ให้ทหารเอาไปฆ่าฮูหลุยจึงตาย ฮูเสงผู้พี่รู้ว่าน้องตายแล้วก็คิดสงสาร ว่าเราได้ห้ามแล้วไม่ฟังคำ จึงเขียนหนังสือให้คนเอาไปให้อังกิ๋มฉบับหนึ่ง เป็นใจความว่าเราจะขอเข้าด้วย อังกิ๋มเห็นหนังสือแล้วก็มีความยินดี จึงให้ผู้ถือหนังสือกลับไปบอกนายด่านว่า ถ้ายอมแล้วพรุ่งนี้เราจะเข้าไปหา ผู้ถือหนังสือก็กลับไปบอกนาย ครั้นรุ่งเช้าฮูเสงก็จารึกธงว่าแซ่จิวบูอ๋องให้เอาขึ้นปักไว้ แล้วจัดแจงเงินทองสิ่งของบรรดามีไว้คอยให้ แล้วแต่งโต๊ะไว้คอยรับเป็นอันมาก พอแลเห็นนางหนึ่งใส่เสื้อแดงหมวกทองงามประหลาดเดินมา จึงถามว่าท่านชื่อไรมาแต่ไหน นางนั้นจึงว่าเราชื่อโฮเหลงเสียงโบ๊มาแต่เขากิวเบ้งสัน เราเป็นครูฮูหลุยรู้ว่า อังกิ๋มฆ่าฮูหลุยน้องท่าน ท่านจะยอมเข้าด้วยเขาจึงมาช่วย ฮูเสงรู้ก็ดีใจจึงคำนับ แล้วว่าทหารข้าพเจ้าที่มีฝีมือก็ตายเสียหลายคนแล้ว ยังอยู่น้อยตัวเห็นจะสู้เขาไม่ได้ จะพากันตายเสียเปล่าจึงยอมเข้าด้วย นางโฮเหลงเสียงโบ๊จึงถามว่าทหารยังมีอยู่เท่าไร ฮูเสงก็บอกว่าทหารมีอยู่สองหมื่น นางโฮเหลงเสียงโบ๊จึงว่าขอมาสักสามพันเถิด เราจะสั่งสอนวิชาให้สักสามวัน แล้วเราจึงจะคุมทหารออกไปรบให้ท่านดูอย่าวิตกเลย ฮูเสงก็มีความยินดีจัดทหารให้แล้ว สั่งให้ยกธงลงมาจารึกเสียใหม่ว่าติวอ๋องแล้วเอาขึ้นปักไว้ จึงเขียนหนังสือไปปิดไว้ที่ประตูค่ายว่าเราไม่ยอมเข้าด้วย อีกสามวันจึงจะออกไปรบ ครั้นรุ่งขึ้นอังกิ๋มจึงให้โฮจองต๋องเข้าไปถึงประตูค่าย เห็นอักษรที่ธงแลหนังสือปิดที่ประตูก็แจ้งว่าฮูเสงคิดกลับกลาย จึงกลับมาบอกความแก่อังกิ๋ม อังกิ๋มรู้ก็โกรธ จึงสั่งให้ทหารจัดแจงกันไว้ ครั้นถึงกำหนดสามวัน โฮเหลงเสียงโบ๊หัดทหารสามพันชำนาญแล้ว ก็ให้ฮูเสงเป็นกองหน้า พากันยกออกไปถึงหน้าค่ายอังกิ๋ม อังกิ๋มเห็นก็คุมทหารออกมารบกับฮูเสงได้สามสิบเพลงไม่แพ้ชนะกัน โฮเหลงเสียงโบ๊จึงถอดหมวกออกเอาของวิเศษซึ่งห่อไว้ในผ้าเหลืองบนศีรษะแล้ว เอาปลายกระบี่แหวะผ้าออกเอาของวิเศษนั้น ก็บันดาลรัศมีช่วงไปเป็นวงล้อมพวกอังกิ๋มไว้ แลอังกิ๋มพวกทหารนั้นก็บังเกิดให้มืดมนไป ทหารชาวด่านแลเห็นพวกอังกิ๋ม แต่พวกทหารอังกิ๋มหาแลเห็นพวกชาวด่านไม่ แล้วโฮเหลงเสียงโบ๊จึงขับม้าเข้าถึงตัวอังกิ๋มเอากระบี่ตีเอา อังกิ๋มได้ความเจ็บปวดเหลือที่จะทนตกใจร้องกระโดดจากหลังม้าวิ่งหนีไป ทหารชาวด่านก็ฆ่าพวกอังกิ๋มตายหมื่นเศษ โฮเหลงเสียงเบ๊ก็พาทหารสามพัน ซึ่งสอนความรู้ไว้นั้นสำแดงฤทธิ์ทำเป็นสีแสงไฟได้ทุกคน ไปที่ค่ายอังกิ๋มไล่ฆ่าฟันทหารแตกกระจัดกระจายสิ้น

๏ ฝ่ายนางลงเกียดก๋งจู๊อยู่นอกค่าย รู้ว่าอังกิ๋มผู้ผัวแตกหนีไป เห็นนางโฮเหลงเสียงโบ๊พาทหารไล่รุกมาถึงที่อยู่ ก็มีความแค้นขับม้าเข้ามารบกับนางโฮเหลงเสียงโบ๊ นางโฮเหลงเสียงโบ๊ก็เอากระบี่ฟันนางลงเกียดก๋งจู๊ แต่ยังไม่ตายขับม้าควบหนีไปข้างทิศตะวันตก ฮูเสงเห็นพวกอังกิ๋มแพ้ทหารล้มตายเป็นอันมากก็มีความยินดี จึงเชิญนางโฮเหลงเสียงโบ๊กับทหารกลับมาที่อยู่

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ