๒๘

๏ ครั้นอยู่มาภายหลัง พระเจ้าติวอ๋องจึงสั่งให้ถอดฮุยต๋งฮิวฮุนออกจากโทษ ฝ่ายปิจู๊ซึ่งเป็นบุตรปิกันผู้ตาย จึงทูลว่าฮุยต๋งฮิวฮุนนี้บุนไทสือให้จำไว้ สำเร็จการศึกแล้วจะกลับมาชำระต่อไป เมื่อยกทัพไปได้วันหนึ่ง เหตุไรพระองค์จึงทำดังนี้เล่า พระเจ้าติวอ๋องจึงตรัสว่าอ้ายรู้กว่าเจ้า บุนไทสือโกรธฮุยต๋งฮิวฮุนเปล่าๆ เราหาเห็นมีความผิดไม่ จึงให้ถอดเสียแล้วเรียกฮุยต๋งฮิวฮุนเข้ามาใช้เหมือนแต่ก่อน ตั้งแต่บุนไทสือไปแล้วพระเจ้าติวอ๋องสบายพระทัย จึงสั่งให้ขุนนางเข้ามากินโต๊ะในสวนดอกไม้ บูเสงอ๋องจึงกระซิบว่าแก่ปิจู๊ว่า บ้านเมืองเกิดศึกวุ่นวายทั้งสี่ทิศ และจะให้ขุนนางไปเล่นสนุก กินโต๊ะกินเหล้าจะมีความสบายมาแต่ไหน ปิจู๊ก็ก้มศีรษะลงคำนับแล้วก็ชวนขุนนางทั้งปวงเข้าไปกินโต๊ะในสวนดอกไม้ตามรับสั่ง แต่พระเจ้าติวอ๋องเสวยอยู่บนพระที่นั่ง เรียกให้นางขันกีนางฮีบีมากินด้วย ครั้นเวลาบ่ายขุนนางทั้งปวงรับพระราชทานแล้ว ต่างคนจะถวายบังคมลาไป พระเจ้าติวอ๋องจึงตรัสว่าเทศกาลนี้เป็นฤดูน้ำค้าง ดอกไม้ในสวนต่างๆ ก็บานส่งกลิ่นเป็นที่สบาย ท่านทั้งปวงอย่าเพ่อไปก่อน ครั้นคำสั่งให้เจ้าพนักงานแต่งโต๊ะมาพระราชทานขุนนางอีก แล้วให้หญิงมาขับรำบำเรอด้วยมโหรีพิณพาทย์ต่างๆ พระเจ้าติวอ๋องก็เสด็จมาเสวยด้วย จนเวลายามสาม

๏ ฝ่ายนางขันกีนางฮีบีกินเหล้าด้วยกันข้างใน จนเมาซบลงกับโต๊ะ ปีศาจก็สำแดงฤทธิ์ให้บังเกิดมืดมัวเป็นลมพายุพัดต้องต้นไม้ในสวนหวั่นไหวไป ปีศาจก็กลายเป็นรูปเสือปลาออกเที่ยวเดินเล่นในสวน ขุนนางทั้งปวงครั้นบังเกิดพายุแล้วแลเห็นเสือปลาเดินมา ต่างคนก็ตกใจบอกกันอื้ออึง บูเสงอ๋องครั้นเห็นจึงหักเอากิ่งไม้ไล่ตีเสือปลา เสือปลาก็วิ่งหลบหนีไป บูเสงอ๋องขัดใจจึงให้ไปเอานกที่บ้าน ซึ่งได้มาแต่เมืองปักไฮตัวเท่าเหยี่ยว ปากและเล็บคมนัก ตาแดงดังดวงเทียน ครั้นได้มาจึงปล่อยนกนั้นให้ไปไล่จิกเฉี่ยวเฮาหลีปีศาจ จนหน้าขาดยับ เฮาหลีปีศาจกลัวก็หนีแทรกลงไปใต้ดิน พระเจ้าติวอ๋องทอดพระเนตรเห็น จึงสั่งให้ขุนนางขุดตามเอาตัวให้ได้ ครั้นขุดลงไปลึกสักสองศอกก็ไม่ได้ตัว เห็นแต่กระดูกผีหนักหนา พระเจ้าติวอ๋องทอดพระเนตรดูแล้วก็ตรัสว่า คำเขาเล่าลือว่าปีศาจอยู่ในวังเรานี้เห็นจะจริง แล้วเสด็จเข้าที่ ขุนนางทั้งปวงก็ชวนกันไป เฮาหลีปีศาจจึงกลับกลายเพศเป็นคน ไปนอนอยู่ด้วยพระเจ้าติวอ๋อง ครั้นรุ่งขึ้นพระเจ้าติวอ๋องเห็นหน้านางขันกีเป็นริ้วรอย จึงตรัสถามว่าเจ้าเป็นไร นางขันกีจึงทูลเป็นอุบายว่า เวลาคืนนี้ข้าพเจ้าเที่ยวในสวน เหนี่ยวกิ่งไม้ลงมาจะเด็ดดอก กิ่งไม้หักลงหนามเกี่ยวเอา พระเจ้าติวอ๋องจึงตรัสว่า ทีนี้เจ้าอย่าไปเที่ยวเล่นในสวนเลย จะต้องการดอกไม้ก็ให้คนอื่นไปเก็บเถิด แล้วเล่าความซึ่งบูเสงอ๋องไล่เฮาหลีให้นางฟังทุกประการ นางก็คิดแค้นพยาบาทบูเสงอ๋องว่าจะไปไหนพ้นกัน จะแก้แค้นให้ได้

๏ ฝ่ายเกียงจูแหยซึ่งอยู่ณเมืองไซรกีทิศตะวันตก จึงคิดกับบุนอ๋องว่า บัดนี้พระเจ้าติวอ๋องเสพย์สุราหลงด้วยผู้หญิงไม่เอาใจใส่ในราชการบ้านเมือง ซ่องเฮ่าเฮ้าเจ้าเมืองทิศเหนือนั้น ไปคบกับฮิวฮุนในเมืองจิวโก๋ ชวนกันคิดการไม่ตรงต่อแผ่นดิน บุนไทสือก็ยกทัพไปเมืองปักไฮ ขุนนางบรรดาอยู่ในเมืองหลวง ก็ว่าการงานไม่สิทธิ์ขาด คนทั้งปวงก็ได้ความเดือดดังอยู่ในกองไฟ ควรเราจะยกทหารไปฆ่าซ่องเฮ่าเฮ้าเสียเถิด บุนอ๋องก็เห็นชอบด้วย จึงว่าท่านจะไปแต่ผู้เดียวหรือจะให้เราไปด้วย เกียงจูแหยจึงว่าเชิญท่านไปด้วยจะได้ช่วยคิดอ่าน ครั้นปรึกษากันแล้วก็จัดแจงทหารได้สิบหมื่น ยกทัพไปถึงเมืองปักเปกเฮา แล้วจึงให้ตั้งค่ายมั่นอยู่

๏ ฝ่ายชาวด่านครั้นรู้ว่ากองทัพยกมา ก็เข้าไปแจ้งราชการ ขณะนั้นซ่องเฮ่าเฮ้าไปเมืองจิวโก๋ ให้ซ่องเอ๋งปิวผู้บุตรอยู่รักษาเมือง แจ้งความว่ากองทัพยกมา จึงให้อึ้งวันเจ้ตั๋นเกงจงหมุยเต๊กกินเสงคุมทหารออกไปรบกับเกียงจูแหย บุนอ๋องจึงให้หลำจงกวดคุมทหารออกรบ ครั้นหลำจงกวดออกไปนอกประตูค่ายแล้ว จึงร้องว่าอ้ายเหล่านี้ไม่รักชีวิตหรือจึงมาสู้กับเรา แล้วก็เข้ารบกับทหารสี่คน ได้สามสิบสองเพลง หลำจงกวดตัดศีรษะอึ้งวันเจ้ได้ หิ้วเข้าไปให้เกียงจูแหย นายทหารทั้งสามเสียที ก็พาบ่าวไพร่แตกหนีกลับเข้ามาบอกซ่องเอ๋งปิวว่าอึ้งวันเจ้ตาย ซ่องเอ๋งปิวโกรธเอามือตบโต๊ะลงแล้วร้องว่า อ้ายเกียงจูแหยกับบุนอ๋องคิดกบฏต่อพระเจ้าติวอ๋อง กูจะยกออกไปวันนี้ถ้าฆ่าอ้ายสองคนไม่ได้ กูจะไม่กลับเข้ามาเลย แล้วก็จัดแจงทหารออกไป เกียงจูแหยกับบุนอ๋อง ครั้นเห็นกองทัพยกมา ก็ขึ้นม้าพาทหารออกยืนอยู่หน้าค่าย แล้วให้โบกธงสำคัญ​ ซ่องเอ๋งปิวแลไปดูไม่รู้จักจึงร้องถามว่า ท่านนี้ชื่อไรจึงองอาจยกทัพมา เกียงจูแหยจึงบอกว่าเราชื่อเกียงจูแหยพาบุนอ๋องมา จะฆ่าซ่องเฮ่าเฮ้าด้วยทำผิดไปคบฮิวฮุน ยุยงพระเจ้าติวอ๋องทำให้อาณาประชาราษฎรได้ความเดือดร้อน ซ่องเอ๋งปิวจึงตอบว่า ซึ่งท่านกล่าวถ้อยคำนั้นเกินนัก ด้วยท่านเป็นคนประมาทเหมือนไม้ผุ อย่าพูดจาจองหองไปเลย แล้วสั่งให้ตันแกเจ๋ง คุมทหารออกรบกับเกียงจูแหย เกียงจูแหยก็ให้สินกะคุมทหารออกต่อสู้ได้ยี่สิบเพลง ตันแกเจ๋งเสียทีทานกำลังมิได้ ซ่องเอ๋งปิวเห็นดังนั้นจึงให้กิมเสงหมุยเต๊กออกช่วย เกียงจูแหยก็ให้เตียวก๋งเซ็กซุยก๋งเฉียลือก๋งบ๋งหลำจงกวดบอก๋งซุย ออกไปอีกสู้กันอยู่ช้านาน ลือก๋งบ๋งได้ทีเอาทวนแทงถูกหมุยเต็กตาย สินกะนั้นเอาขวานฟันถูกกิมเสงตาย ซ่องเอ๋งปิวเห็นก็เสียใจพาทหารหนีไป เกียงจูแหยจึงบอกกับบุนอ๋องว่า ครั้งนี้ได้ทีแล้วเราจะตามไปเอาเมืองเถิด บุนอ๋องจึงว่าเราทำการทั้งนี้ หวังจะปราบปรามแต่คนชั่ว จะบุกรุกเข้าไปเอาบ้านเมืองนั้นจะมิเป็นกบฏต่อแผ่นดินหรือ เกียงจูแหยก็เห็นด้วย แล้วจึงลอบเขียนหนังสือฉบับหนึ่ง ให้หลำจงกวดถือไปถึงซ่องเฮกเฮ้าผู้เป็นน้องซ่องเฮ่าเฮ้า ณ เมืองเชาจิวเฮาเป็นใจความว่า ซ่องเฮ่าเฮ้าพี่ท่านทำผิด ไปคบฮิวฮุนฮุยต๋งให้แผ่นดินไม่เป็นสุข เราจึงพาบุนอ๋องยกทัพมาหวังจะฆ่าซ่องเฮ่าเฮ้าเสีย บัดนี้ไม่ได้ตัวซ่องเฮ่าเฮ้า เราเห็นว่าท่านเป็นคนสัตย์ซื่อจึงบอกมาให้รู้ ให้ท่านเร่งคิดอ่าน อย่าเอาคนชั่วไว้จะพาตัวตาย

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ