๘๔

๏ ฝ่ายโลจู๋กับง่วนสีเทียนจุ๋น รู้ว่าอาจารย์เหยียบอินโตหยินมาก็ออกมารับขึ้นไปบนหอต่างคนต่างคำนับกัน ท่องเทียนก๋าจู๊แลเห็นเหยียบอินโตหยินมาช่วยง่วนสีเทียนจุ๋น ก็มีความโกรธนัก ขี่กระบือชื่อหุยหูออกมาร้องว่ากล่าวถากถางเป็นอันมาก เหยียบอินโตหยินจึงว่าเรามาทั้งนี้จะโปรดคนที่ใจเป็นบุญ ที่คนทำบาปทำกรรมนั้นตามบุญของเขา ท่องเทียนก๋าจู๊จึงว่าท่านอย่าพูดแก้ตัวไปเลย จะมาช่วยกันตีบ้านเสี้ยนติ้นของเราแล้วก็เร่งทำให้สำเร็จเถิด ว่าแล้วก็กลับเข้าไปในบ้านเสี้ยนติ้น เหยียบอินโตหยินง่วนสีเทียนจุ๋นโลจู๋ จึงร้องประกาศว่าเราจะตีบ้านเสี้ยนติ้นวันนี้ พวกเทวดาจะได้สิ้นทุกข์กลับไปที่อยู่ เทวดาทั้งปวงได้ยินดังนั้น ก็มาอยู่หน้าค่ายบ้านเสียนติ้นพร้อมกันสิ้น แล้วเห็นที่ประตูค่ายมีธงสีน้ำเงินปักไว้คันหนึ่ง ประตูหนึ่งธงแดง ประตูหนึ่งธงขาว มีเทวดาใส่เสื้อตามสีธงยืนอยู่คันละสี่คน ง่วนสีเทียนจุ๋นให้บุนซูก๋งฮวดเทียนจุ๋นขี่สิงโตเขียว ภ้อเหียนจินหยินขี่ช้างเผือก ผังโตหยินขี่สิงโตเหลืองเข้าไปในค่ายบ้านเสี้ยนติ้น เทวดาทั้งปวงก็ตามเข้าไปเป็นอันมาก เกียงจูแหยกับโลเฉียก็เร่งทหารทั้งปวงเข้าตีบ้านเสี้ยนติ้น พอหยกเอียนโตหยินมาช่วยง่วนสีเทียนจุ๋นกับโลจู๋ ล้อมท่องเทียนก๋าจู๊ไว้ บุนซูก๋งฮวดเทียนจุ๋นภ้อเหียนจินหยิน ผังโตหยิน ล้อมกิมเหลงเสียงโบ๊ไว้ กิมเหลงเสียงโบ๊ตกใจหมวกตกจากศีรษะ ตัวนั้นหนีไปพบเหยียนเต๋งโตหยิน เหยียนเต๋งโตหยินเอาแก้ววิเศษขว้างถูกคอกิมเหลงเสียงโบ๊ตาย ดวงจิตก็ไปอยู่ห้องสินไต้ ก๋งเสงจู๊ เซียเจงจู๊ โตเหงเทียนจุ๋นหยกเต๋งจินหยิน ถือกระบี่คนละเล่มสำแดงฤทธิ์ต่าง ๆ โลเฉียจำแลงตัวเป็นสามศีรษะหกมือ เอียวหยิมถือพัดไฟห้าประการ เกียงจูแหยถือกระบองเก้าปล้องเข้าทำลายบ้านเสียนติ้น เอียวหยิมเอาพัดๆ ไปเป็นเปลวเพลิงพลุ่งขึ้นสูงพันวา ควันไฟนั้นดำไปทั้งอากาศ ท่องเทียนก๋าจู๊เห็นพวกของง่วนสีเทียนจุ๋น ทำลายบ้านเสี้ยนติ้นเข้ามาฆ่าศิษย์ล้มตายเป็นอันมาก จึงเรียกเตงก๋งเซียนผู้ศิษย์เร่งเอาธงลักคุมกี้มาให้เรา

๏ ขณะเมื่อรบกันอยู่นั้น เตงก๋งเซียนเห็นอาจารย์ของตัวแพ้คิดจะหนีเอาตัวรอด ก็ม้วนธงออกจากบ้านเสี้ยนติ้นหลบไปอยู่ ณ ศาลเทพารักษ์เกียงจูแหย ท่องเทียนก๋าจู๊เรียกเตงก๋งเซียนเป็นหลายครั้งมิได้เห็น จึงรู้ว่าเตงก๋งเซียนหนีไปมีความโกรธนัก แล้วเห็นบ้านเสี้ยนติ้นแตกยับเยินไป ศิษย์ยี่สิบแปดคนก็ตายสิ้น ท่องเทียนก๋าจู๊ยิ่งมีความโกรธมากขึ้น ก็ขับกระบือรำกระบี่เข้าไล่ฟันจุ้นเถโตหยิน จุ้นเถโตหยินถือกิ่งไม้ชื่อชิกโปขึ้นรับถูกกระบี่ท่องเทียนก๋าจู๊ละเอียดไป ง่วนสีเทียนจุ๋นซ้ำเอาหยกยูอี๋ทิ้งถูกไหล่ท่องเทียนก๋าจู๊ก็ขับกระบือหนีไป ง่วนสีเทียนจุ๋นกับโลจู๋ ครั้นตีค่ายบ้านเสี้ยนติ้นแตกแล้ว ก็พาเทวดากลับมาศาลเห็นเตงก๋งเซียนจึงถามว่า ทำไมท่านมาอยู่ที่นี่ เตงก๋งเซียนคำนับแล้วว่าอาจารย์ข้าพเจ้าเป็นคนหาซื่อตรงไม่ ข้าพเจ้าจึงพาธงวิเศษหนีมาพึ่งท่าน ง่วนสีเทียนจุ๋นเรียกเอาธงมาคลี่ออกดู เห็นชื่อบูอ๋องเกียงจูแหย จึงเอาชื่อออกเสียส่งธงคืนให้เตงก๋งเซียน ว่าท่านมาอยู่กับเราก็ดีแล้ว เหมือนจากที่มืดมาอยู่ที่สว่าง แล้วก็พาเตงก๋งเซียนไปหาเกียงจูแหย

๏ ฝ่ายท่องเทียนก๋าจู๊เหลือศิษย์อยู่ประมาณสามร้อย พากันหนีไปพักอยู่ ณ เขาอันหนึ่ง คิดแค้นเตงก๋งเซียนพาเอาธงของวิเศษของเราไปจึงไม่สำเร็จ เสียดายบ้านเสี้ยนติ้นนัก จะเอาหน้าอันใดสอนศิษย์ต่อไป พอเห็นหองกินโตหยินมา ท่องเทียนก๋าจู๊ก็เข้าคำนับอาจารย์หองกินโตหยินจึงถามว่า ทำไมจึงตั้งบ้านเสี้ยนติ้น ให้เทวดาเล็กน้อยตายเสียหมด ท่องเทียนก๋าจู๊ก็เล่าความแต่หลังให้ฟังทุกประการ แล้วว่าง่วนสีเทียนจุ๋นดูหมิ่นข้าพเจ้า ก็เหมือนดูหมิ่นอาจารย์ อาจารย์เมตตาช่วยข้าพเจ้าด้วย อาจารย์จึงว่าตัวไม่ดีกลับไปติโทษเขาอีกเล่า เมื่อจะตั้งห้องสินนั้น ตัวก็รู้อยู่ทำไมจึงลืมเสียหมด แล้วหองกินโตหยินสั่งเทวดาที่ตามท่องเทียนก๋าจู๊อยู่นั้น ว่าท่านจงกลับไปถ้ำเขาที่อยู่ร่ำเรียนวิชาเถิด แล้วสั่งท่องเทียนก๋าจู๊ให้ตามไป ณ ศาลเกียงจูแหย ท่องเทียนก๋าจู๊ขัดอาจารย์มิได้ก็ตามไปด้วย ง่วนสีเทียนจุ๋นกับโลจู๋เทียนจุ๋นเห็นหองกินโตหยินมาก็คำนับเชิญขึ้นไปบนหอคอย เทวดาทั้งปวงก็มาคำนับพร้อมกันสิ้น หองกินโตหยินจึงว่าเมืองไซรกีผู้มีบุญเกิดบ้านเมืองเป็นผาสุก ติวอ๋องจะสิ้นเชื้อวงศ์อยู่แล้ว ซึ่งเทวดาทั้งปวงมารบพุ่งฆ่าฟันกันนั้น ก็เป็นกำหนดยุคเข็ญของเขาเอง แล้วว่ากับท่องเทียนก๋าจู๊ว่าอย่าอริกันต่อไปเลย ต่างคนต่างไปที่อยู่ของตัวเถิด หองกินโตหยินว่าเท่านั้นแล้วก็เหาะไปทิศตะวันตก เทวดาทั้งปวงต่างคนก็ไปที่อยู่สิ้น โลจู๋เทียนจุ๋น ง่วนสีเทียนจุ๋นมาลาเกียงจูแหย เกียงจูแหยจึงว่าคุณท่านหาที่สุดมิได้จึงได้มาถึงนี่ ไปข้างหน้าจะเป็นประการใดมิได้รู้ โลจู๋เทียนจุ๋น ง่วนสีเทียนจุ๋นจึงให้หนังสือทำนายไว้ฉบับหนึ่งว่าเราทั้งปวงลาไปครั้งนี้ไม่ได้พบกันอีกแล้ว ท่านไปข้างหน้าปะที่กันดารก็จะมีผู้มาช่วย ยังมีที่สำคัญอีกหลายแห่ง จึงเอาน้ำเต้าวิเศษให้ไว้ ถ้าถึงอับจนจึงเอาออกแก้ แล้วให้กระบี่มีฤทธิ์เล่มหนึ่งขว้างไปทิศใดก็ขาดไปสิ้น แล้วง่วนสีเทียนจุ๋นก็ลาไป เมื่อง่วนสีเทียนจุ๋นเหาะไปนั้น ฮุนจงจู๊บอกว่าซินกงป้าขี่เสือเดินไปข้างหน้า ง่วนสีเทียนจุ๋นจึงให้เลกซูเอาหยกยูอี๋ไปจับซินกงป้า เลกซูจึงตามไปร้องว่าซินกงป้าอย่าหนีไปเลย เลกซูก็จับซินกงป้ามาให้ง่วนสีเทียนจุ๋น ง่วนสีเทียนจุ๋นจึงว่า ตัวได้สบถไว้แต่ก่อน บัดนี้มาถึงตัวเข้าแล้วท่านไปตามที่เถิด ซินกงป้าก้มหน้าอยู่ไม่อาจจะเถียงง่วนสีเทียนจุ๋นก็ให้เลกซูมัดซินกงป้าไปทิ้งไว้ทะเลฝ่ายเหนือ

๏ ขณะนั้นเกียงจูแหยกับทหารทั้งปวง กลับมา ณ ด่านตองก๋วนเข้าไปแจ้งความกับพระเจ้าบูอ๋อง พระเจ้าบูอ๋องจึงว่าท่านตีค่ายบ้านเสี้ยนติ้นเสร็จแล้วก็เร่งคิดทำการต่อไปเถิด ทแกล้วทหารหัวเมืองทั้งปวงก็มาพร้อมกันอยู่สิ้น เกียงจูแหยคำนับลาพระเจ้าบูอ๋องออกมาจัดแจงทหารยกออกมาจากด่านตองก๋วนเดินทางมาได้ประมาณพันเส้น ถึงด่านลิมตองก๋วนให้ตั้งค่ายมั่นอยู่ ชาวด่านก็เข้าไปแจ้งกับเฮาเหยียงสุนว่ากองทัพเมืองไซรกียกล่วงเข้ามาถึงด่านเราแล้ว เฮาเหยียงสุนได้ยินดังนั้น จึงปรึกษากับเบียนกิมเหลงกุยเทียนหลก กงสุนกัก เกียงจูแหยยกทัพมาตีด่านชั้นนอกได้ถึงสี่ตำบลแล้ว บัดนี้ยกเข้ามาถึงด่านเรา เราคิดจะออกรบฟังกำลังดู เห็นพอจะเอาชัยชนะได้ก็จะคิดทำการต่อไป ถ้าเหลือกำลังเราจะรักษาด่านมั่นไว้ บอกหนังสือขึ้นไปขอกองทัพเมืองจิวโก๋มาช่วย ทหารทั้งปวงเห็นชอบด้วย

๏ ฝ่ายเกียงจูแหยจึงปรึกษากับทหารทั้งปวงว่า ด่านนี้เป็นด่านชั้นใน เห็นจะมีทหารที่เข้มแข็งมาอยู่รักษา ถ้าตีด่านนี้ได้แล้ว เมืองจิวโก๋ก็จะอยู่ในเงื้อมมือเรา จึงสั่งให้อึ้งปวยฮอยกเข้าตีด่านลิมตองก๋วน ครั้นรุ่งขึ้นอึ้งปวยฮอก็คุมทหารยกออกไปถึงหน้าด่านให้ทหารร้องเข้าไปว่า ผู้ใดซึ่งรักษาด่านอยู่นั้นเร่งเปิดประตูออกมารับโดยดี ถ้าขัดแข็งอยู่จะพากันตายเสียสิ้น ชาวด่านเข้าไปบอกกับเฮาเหยียงสุน เฮาเหยียงสุนแจ้งดังนั้น จึงส่งให้เบียนกิมเหลงปลัดด่านออกไปรบ เบียนกิมเหลงก็ขึ้นม้าพาทหารเปิดประตูด่านออกมา เห็นอึ้งปวยฮอขี่โคยืนอยู่หน้าทหาร เบียนกิมเหลงเอาแส้ม้าชี้หน้าด่าอึ้งปวยฮอว่าอ้ายกบฏไม่คิดถึงเจ้าของตัว ไปเข้าด้วยบูอ๋องแล้วยังมีหน้ามาท้าทายอีกเล่า อึ้งปวยฮอมีความโกรธเป็นกำลัง ถือทวนขับโคเข้ารบเบียนกิมเหลง เบียนกิมเหลงรำขวานออกต่อสู้รบกันได้สามสิบเพลง อึ้งปวยฮอทำเป็นแพ้ขับโคหนีเบียนกิมเหลงขับม้าตามไป อึ้งปวยฮอได้ทีเอาทวนแทงเบียนกิมเหลงตกม้าตาย ทหารก็แตกหนีกลับเข้าในด่าน อึ้งปวยฮอตัดเอาศีรษะเบียนกิมเหลงมาให้เกียงจูแหย เกียงจูแหยมีความยินดีนัก

๏ ฝ่ายเฮาเหยียงสุนอยู่ในด่านทหารหนีกลับมา แจ้งว่าเบียนกิมเหลงตายก็ตกใจ เร่งให้ปิดประตูด่านขับทหารขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้ ฝ่ายเบียนเกียดรู้ว่าเบียนกิมเหลงผู้บิดาตายมีความโกรธนัก รีบมาบอกกับเฮาเหยียงสุนว่า ข้าพเจ้าจะขอไปแก้แค้นแทนบิดา แล้วถามชาวด่านว่าผู้ใดฆ่าบิดาเราเสีย ชาวด่านบอกว่าทหารเกียงจูแหยชื่ออึ้งปวยฮอ เบียนเกียดจึงว่าวันนี้ค่ำแล้ว พรุ่งนี้จะออกไปทำตอบแทนให้ได้ ว่าแล้วก็กลับไปที่อยู่ ครั้นรุ่งขึ้นจึงให้ทหารเอาเสาธงมาปักไว้หน้าด่านสูงประมาณหกวา เอาศีรษะผีร้อยแขวนขึ้นไว้บนเสาธง แล้วขับทหารออกมาร้องท้าทายถึงหน้าค่าย ทหารเข้ามาแจ้งกับเกียงจูแหย เกียงจูแหยจึงสั่งหลำจงกวด ให้ออกไปรบกับทหารชาวด่าน หลำจงกวดก็คุมทหารออกมาจากค่าย เบียนเกียดเห็นจึงถามว่าท่านชื่ออึ้งปวยฮอหรือ หลำจงกวดหัวเราะแล้วว่าเราชื่อหลำจงกวดเป็นทหารผู้ใหญ่อยู่ในเมืองไซรกี ตัวเจ้าเด็กนักปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ซึ่งจะออกมารบนั้นหาควรไม่ กลับไปเรียนวิชาเสียก่อนเถิด เบียนเกียดจึงว่า ท่านเป็นทหารผู้ใหญ่เจรจาประมาทนัก เราพอจะตัดศีรษะท่านได้อยู่ แต่จะไว้ชีวิตให้ครั้งหนึ่ง กลับไปบอกอึ้งปวยฮอผู้ฆ่าบิดาเราออกมาเถิด หลำจงกวดได้ยินดังนั้นก็โกรธ ขับม้าเข้ามาจะจับตัวเบียนเกียด เบียนเกียดแกล้งชักม้าหนีลอดไปใต้เสาธง หลำจงกวดก็ขับม้าตามไป เข้าใต้เสาธงซึ่งเบียนเกียดเอาศีรษะผีแขวนไว้ หลำจงกวดให้หน้ามืดไปไม่เป็นสมประดีตกลงจากม้า เบียนเกียดให้ทหารมัดเอาตัวไป ครั้นพ้นเสาธงหลำจงกวดก็รู้สมประดี ทหารพาตัวไปให้เฮาเหยียงสุน เฮาเหยียงสุนสั่งให้เอาไปจำใส่ตะรางไว้ เมื่อจับได้อีกจึงจะส่งตัวขึ้นไปเมืองจิวโก๋ เกียงจูแหยรู้ว่าชาวด่านจับหลำจงกวดไปได้ ให้มีใจร้อนนัก ครั้นรุ่งขึ้นเบียนเกียดออกมาชวนอึ้งปวยฮอรบ อึ้งปวยฮออึ้งเบ๋งจิวกี้ก็ยกทหารออกมาหน้าค่าย เบียนเกียดเห็น ถามว่าผู้ใดชื่ออึ้งปวยฮอ อึ้งปวยฮอจึงว่าตัวเรานี้แลจะว่าประการใดหรือ เบียนเกียดจึงด่าว่าอ้ายกบฏฆ่าบิดาเราเสีย แล้วขับม้าเข้ามาเอาทวนแทง อึ้งปวยฮอรับด้วยทวนรบกันได้สามสิบเพลง เบียนเกียดทำเป็นหนีลอดเข้าไปในเสาธง อึ้งปวยฮออึ้งเบ๋งก็ไล่ลอดตามเข้าไปล้มลงทั้งโคแลคนไม่รู้สมประดี ทหารจับมัดเข้าไปในค่าย เบียนเกียดมีความแค้นจะฆ่าอึ้งปวยฮอเสีย เฮาเหยียงสุนห้ามว่าท่านอย่าวุ่นวาย ซึ่งเกิดศึกใหญ่ครั้งนี้ ก็เพราะอึ้งปวยฮอผู้เดียว เราจะส่งขึ้นไปเมืองหลวงให้พระเจ้าติวอ๋องฆ่าเสียก็จะได้แก้แค้นของเราเหมือนกัน จึงสั่งทหารให้จำใส่ตะรางไว้ เบียนเกียดขัดเฮาเหยียงสุนมิได้ มีความแค้นใจเดินร้องไห้กลับไปที่อยู่

๏ ฝ่ายจิวกี้กลับไปค่ายเล่าความทั้งปวงให้เกียงจูแหยฟัง เกียงจูแหยแจ้งดังนั้นก็ตกใจ แล้วมีความสงสัย จึงว่าพรุ่งนี้เราจะออกไปดูให้เห็นเหตุผลจงได้ เวลาเช้าเกียงจูแหยพาทหารทั้งปวงออกมาถึงหน้าด่าน แลไปดูเสาธงเห็นเป็นควันพลุ่งขึ้นสักสิบแห่ง โลเฉียเข้าไปใกล้พิเคราะห์ดูเห็นยันต์ในพื้นธงแลกระดูกผีแขวนไว้ จึงมาบอกกับเกียงจูแหย เกียงจูแหยก็สั่งทหารทั้งปวงว่า ผู้ใดอย่าลอดเข้าใต้เสาธง พอเฮาเหยียงสุนคุมทหารออกมาจากด่าน เกียงจูแหยจึงว่ากับเฮาเหยียงสุนว่าท่านไม่รู้หรือ ว่าพระเจ้าบูอ๋องเป็นคนมีบุญเกิด ณ เมืองไซรกี คิดจะบำรุงแผ่นดินให้อาณาประชาราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข ยกทัพมาครั้งนี้เล่าทหารเอกทหารเลวกับทหารหัวเมืองทั้งปวงมากนัก เหลือที่จะนับจะประมาณ ตัวท่านรักษาด่านนิดหนึ่งเท่านี้ยังเห็นจะสู้ได้อยู่หรือ เฮาเหยียงสุนได้ฟังดังนั้นมีความโกรธเป็นกำลัง จึงว่าท่านดีแต่จะยกย่องตัวเจรจาดูหมิ่นเรานัก แล้วสั่งเบียนเกียดให้ไปจับเกียงจูแหยให้จงได้ หลุยจินจู๊ยืนอยู่ใกล้เกียงจูแหยได้ยินเฮาเหยียงสุนสั่งเบียนเกียดดังนั้นก็ขัดใจ จึงร้องว่าอ้ายพวกชาวด่านเจรจาเกินนัก แล้วถือกระบองเหาะมาตีเบียนเกียด เบียนเกียดเอากระบี่ขึ้นรับ รบกันได้สามสิบเพลง เบียนเกียดชักม้าลอดเข้าใต้เสาธง หลุยจินจู๊จึงคิดว่าธงอันนี้เป็นธงยักษ์แลปีศาจจะทำลายให้ยับก่อน จึงจะจับเบียนเกียดฆ่าเสีย คิดแล้วเหาะขึ้นไปเอากระบองตีเข้าที่เสาธง หลุยจินจู๊ก็ตกลงมาไม่รู้สมประดี ทหารรักษาธงก็จับหลุยจินจู๊มัดไว้ เฮาเหยียงสุนกุยเทียนหลก เบียนเกียดก็ขับม้าออกมาถึงหน้าค่ายจึงร้องว่ากับเกียงจูแหยว่า ทหารของท่านที่มีฝีมือนั้นเราก็จับไว้เป็นหลายคนแล้ว ท่านจงเข้าหาเราโดยดีเถิดจะได้รอดชีวิต ถ้ามิฟังคำเราก็จะตายเสียเปล่า โลเฉียได้ยินมีความโกรธนัก จำแลงตัวเป็นสามศีรษะหกมือ เท้าเหยียบจักรถืออาวุธหกสิ่ง เข้ารบกับเบียนเกียด เบียนเกียดชักม้าหนี โลเฉียเอากำไลทองขว้างไปถูกหลังเบียนเกียดมีความเจ็บนัก เบียนเกียดก็หนีกลับเข้าด่าน ลิเจ้งยืนอยู่หลังเกียงจูแหยเห็นได้ทีก็ขับม้าถือทวนตรงเข้าจะแทงเฮาเหยียงสุน ทหารเฮาเหยียงสุนชื่อกุยเทียนหลกขับม้าเข้ามารบกับลิเจ้งได้สี่เพลง ลิเจ้งเอาทวนแทงกุยเทียนหลกตกม้าตาย เฮาเหยียงสุนเห็นกุยเทียนหลกตกม้าตายมีความโกรธนัก ขับม้ารำขวานเข้ารบกับลิเจ้ง สินกะ สินเบียน โมกงซุย จิวกงต้าน เตียวกองเซ็ก ขับม้าเข้าช่วยลิเจ้งล้อมเฮาเหยียงสุนไว้ เฮาเหยียงสุนเห็นทหารเกียงจูแหยล้อมเข้ามามีความกลัวนัก จนหมวกตกจากศีรษะเหื่อออกโซมตัวตีม้ากระโดดข้ามทหารหนีเข้าด่าน พอเวลาเย็นเกียงจูแหยพาทหารกลับมาค่าย เฮาเหยียงสุนเห็นเบียนเกียดถูกกำไลโลเฉียเจ็บเป็นสาหัส ให้กลับไปรักษาตัวอยู่ที่บ้าน แล้วเกณฑ์ทหารให้รักษาประตูด่านแลหน้าที่เชิงเทินไว้มั่นคง จึงแต่งหนังสือบอกข้อราชการให้ทหารถือขึ้นไปเมืองจิวโก๋ขอกองทัพมาช่วย ทหารผู้ถือหนังสือครั้นมาถึงเมืองหลวงก็เข้าไปคำนับต๋งใต้หูส่งหนังสือให้ ต๋งใต้หูรับหนังสือมาอ่าน

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ