๗๕

๏ เอียวเจี้ยนกองลำเลียงครั้นมาถึงค่าย เห็นกระดานป้ายที่แขวนไว้คิดสงสัยนัก จึงเข้าไปคำนับเกียงจูแหย จึงถามว่าเหตุผลอย่างไรท่านจึงทำป้ายไปแขวนไว้ดังนี้ เกียงจูแหยจึงว่าเสบียงอาหารเรายังมีมากอยู่ แต่ทหารมีฝีมือที่จะออกรบนั้นขัดสน จึงต้องทำป้ายไปแขวนไว้พอจะได้หยุดคิดการต่อไป เอียวเจี้ยนจึงว่าซึ่งไม่มีทหารจะออกรบนั้นท่านอย่าวิตกเลย เวลาพรุ่งนี้ข้าพเจ้าจะออกรบกับอิวฮอเอง เกียงจูแหยก็มีความยินดี จึงให้ไปเอาป้ายมาเสีย

๏ ขณะนั้นมีศิษย์ไท้อิดจินหยินคนหนึ่งมาบอกเกียงจูแหยว่าจะขอเอาโลเฉียไปให้อาจารย์รักษาที่ถ้ำกิมกังตั๋ง เกียงจูแหยก็ยอมให้ไป ครั้นรุ่งขึ้นเอียวเจี้ยนก็ขึ้นม้าพาทหารไปหน้าค่ายฮั่นเอ๋ง แล้วร้องเรียกให้อิวฮอออกมารบ อิวฮอได้ยินก็ขึ้นม้าออกมาต่อสู้ด้วยเอียวเจี้ยนได้หลายเพลง อิวฮอฟันด้วยง้าวถูกไหล่เอียวเจี้ยน เอียวเจี้ยนก็หนีกลับเข้าค่าย บอกความแก่เกียงจูแหยว่า ง้าวอิวฮอมีฤทธิ์นักจะเอาชัยชนะมิได้ ข้าพเจ้าจะลาท่านไปหาอาจารย์ หยกไปหยินซึ่งอยู่ในถ้ำกิมแฮต๋งเขาหยกจวนซัว ขอยารักษาแผลได้แล้วจะกลับมา เกียงจูแหยว่าท่านจงรีบไปมารีบมาโดยเร็ว เอียวเจี้ยนก็คำนับลาเกียงจูแหยไป ครั้นถึงถ้ำกิมแฮต๋งก็เข้าไปคำนับอาจารย์หยกไปหยินบอกว่า อิวฮอซึ่งอยู่ ณ ด่านกีจุยก๋วนถือง้าวมีฤทธิ์ ออกรบฟันถูกโลเฉีย หลุยจินจู๊แพ้ ข้าพเจ้าออกต่อสู้ก็เสียที อิวฮอเอาง้าวฟันถูกไหล่ข้าพเจ้า ท่านได้เมตตาให้ยาข้าพเจ้ารักษาแผลหายแล้วจะได้กลับไปรบกับอิวฮออีก หยกไปหยินจึงว่ายาของอาจารย์บูเสียนอิวหงวน ซึ่งอยู่เขาผองไหล่เป็นครูของอิวฮอนั้นดีนัก ท่านจงแปลงกายให้เหมือนอิวฮอผู้เป็นศิษย์นั้นไปลวงขอเถิด เอียวเจี้ยนได้ฟังดังนั้นก็แปลงกายตามคำอาจารย์บูเสียนอิวหงวนเห็นสำคัญว่าอิวฮอผู้ศิษย์ จึงถามว่ามาธุระอะไร เอียวเจี้ยนจึงบอกว่าข้าพเจ้ารบกับโลเฉีย หลุยจินจู๊ เอียวเจี้ยนเอาง้าวฟันข้าพเจ้าถูกไหล่เจ็บปวดนัก จะมาขอยาอาจารย์รักษาแผลหายแล้วจะได้รบต่อไป บูเสียนอิวหงวนไม่ทันพิเคราะห์ว่าเป็นกลอุบายมา ก็ให้ยาอันวิเศษไปสามเม็ด เอียวเจี้ยนได้ยามีความยินดีก็คำนับลาบูเสียนอิวหงวนไป อยู่ภายหลังบูเสียนอิวหงวนคิดสงสัยว่า อิวฮอก็ได้วิชาที่ดีของเราไปแล้ว เหตุไรจึงถูกง้าวเอียวเจี้ยนเล่า หรือจะประมาทเสียทีประการใด จึงนับนิ้วมือพิเคราะห์ดูตามฤกษ์ยาม ก็เห็นว่าอิวฮอดีอยู่หามีอันตรายไม่ แล้วคิดสะดุ้งใจว่าผิดแล้วจะเป็นกลอุบายมามั่นคง ขัดใจก็ลุกวิ่งรีบตามไป เอียวเจี้ยนได้ยินเสียงเท้าม้าข้างหลัง เหลียวดูเห็นบูเสียนอิวหงวนตามมาใกล้จะรีบหนีก็ไม่ทัน จึงแปลงกายเป็นสุนัขมีฤทธิ์แอบไม้มองอยู่ข้างทาง ครั้นเห็นบูเสียนอิวหงวนไม่พิเคราะห์วิ่งพ้นมา ได้ทีก็โดดด้วยฤทธิ์กัดเอาต้นคอได้ทีหนึ่งแล้ววิ่งเลี้ยวลัดหนีไป บูเสียนอิวหงวนตกใจเหลียวหลังแลดูก็ไม่เห็นว่าอะไรกัดแต่เจ็บปวดนัก ลงนั่งพิเคราะห์ก็แจ้งว่าเอียวเจี้ยนแกล้งมาทำร้าย จึงเดินกลับมาที่อยู่

๏ ฝ่ายเกียงจูแหยเมื่อเอียวเจี้ยนลาไปหาอาจารย์ ในขณะนั้นไม่สบายใจ คิดวิตกว่าทหารมีฝีมือออกไปรบ ก็ถูกอาวุธป่วยเจ็บหลายคนแล้ว การศึกครั้งนี้จะทำประการใด พอได้ยินทหารมาบอกว่าเอียวเจี้ยนมาถึงก็ยินดี เอียวเจี้ยนก็เข้าไปคำนับแล้วเล่าความให้ฟัง จึงเอายาไปใส่ให้หลุยจินจู๊ แล้วให้ทหารเอาไปให้โลเฉียด้วย ตัวเอียวเจี้ยนนั้นได้ยาใส่แผลหายก่อนคนทั้งสอง ครั้นรุ่งขึ้นก็พาทหารไปที่หน้าค่ายฮั่นเอ๋ง ร้องเรียกอิวฮอให้ออกมารบ ฮั่นเอ๋งได้ฟังดังนั้นก็ให้อิวฮอพาทหารออกไปนอกค่าย เอียวเจี้ยนจึงว่า ครั้งก่อนท่านเอาง้าวฟันถูกเรา หากว่าเราได้ยาอันวิเศษใส่จึงหายโดยเร็ว ถ้าหาไม่เราก็จะตาย เวลาวันนี้จะรบแก้มือเอาชีวิตท่านบ้าง อิวฮอคิดสงสัยว่าอันยาที่จะแก้พิษง้าวเล่มนี้ได้จำเพาะแต่ยาของอาจารย์เรา เกียงจูแหยเอายานี้มาได้ ทีนี้ง้าวเราจะสิ้นฤทธิ์ แต่จนใจจำเป็นมานะเข้าต่อสู้กับเอียวเจี้ยนได้สามสิบเพลงยังติดพันกันอยู่ หลุยจินจู๊อยู่ในค่ายคิดแค้นอิวฮอซึ่งฟันเอาปีกขาด รู้ว่าเอียวเจี้ยนออกรบกับอิวฮอยังไม่แพ้ชนะกันก็ขึ้นม้ารีบตามไป จึงร้องว่ากับอิวฮอว่าท่านเอาง้าวฟันเรา วันนี้เราจะฟันท่านบ้าง ว่าแล้วก็เข้ารบเอากระบองทองตีอิวฮอ อิวฮอหลบตกม้าลงกระบองถูกศีรษะม้าล้ม เอียวเจี้ยนก็เอาง้าวฟันถูกอิวฮอตาย เอียวเจี้ยนกับหลุยจินจู๊ก็พากันกลับเข้าค่าย

๏ ฝ่ายฮั่นเอ๋งครั้นรู้ว่าอิวฮอตายก็เสียใจมีความวิตก คิดจะแต่งหนังสือบอกไปถึงพระเจ้าติวอ๋องขอทหารมาช่วย พอได้ยินทหารร้องว่าอาจารย์มาหาท่านแม่ทัพ ฮั่นเอ๋งมีความยินดีแต่ไม่รู้จัก ลุกออกไปคุกเข่าคำนับแล้วเชิญให้นั่งที่สมควร จึงพิเคราะห์ดูรูปทรงผิดประหลาดใหญ่สูงประมาณสิบสองศอกหน้าเขียวเหมือนสีคราม ฟันยาว เขี้ยว จักขุนั้นดุร้าย สีผมแดง กิริยาดังโกรธอยู่ จึงถามว่าท่านชื่อไรมาแต่ไหนมีธุระอะไรหรือ อาจารย์จึงบอกว่าเราชื่อบูเสียนอิวหงวน อยู่เขาผองไหล่เป็นครูอิวฮอ เอียวเจี้ยนไปลวงเอายาของเรามาจึงฆ่าอิวฮอผู้เป็นศิษย์เราตายเรามีความแค้นนัก จึงมาหาท่านจะขออาสาไปรบกับเอียวเจี้ยนให้ท่านดูฝีมือ ฮั่นเอ๋งก็มีความยินดีนัก จัดทหารให้พร้อมแล้ว อาจารย์ก็ขึ้นขี่โลโตแปลว่าอูฐ ยกไปหน้าค่ายเกียงจูแหย เกียงจูแหยรู้ก็ขึ้นม้าพาทหารออกจากค่าย แล้วสั่งลิเจ้งกับอุยฮอออกยืนอยู่หน้าม้า อาจารย์บูเสียนอิวหงวนเห็นเกียงจูแหยจึงว่า เอียวเจี้ยนทหารของท่านซึ่งองอาจนั้นไปไหนล่าจึงไม่ออกมา ท่านจงเรียกให้ออกมาหาเราสักหน่อยหนึ่ง เกียงจูแหยจึงว่าเอียวเจี้ยนไม่อยู่ไปขนลำเลียง ท่านจะทำอะไรหรือ บูเสียนอิวหงวนจึงว่า เอียวเจี้ยนกระทำผิดหลายประการ แล้วฆ่าอิวฮอศิษย์เรา เรามีความน้อยใจนักจะมาฆ่าเอียวเจี้ยนเสียให้หายแค้น เกียงจูแหยจึงว่าตั้งแต่พระเจ้าเสี่ยงถางได้ราชสมบัติสืบๆ กันมา แผ่นดินก็เป็นสุขถึงหกร้อยปีแล้ว บัดนี้พระเจ้าติวอ่องทำให้คนทั้งปวงได้ความเดือดร้อน พระเจ้าบูอ๋องได้ราชสมบัติในเมืองไซรกี ใช้เราคุมทหารมาปราบปรามผู้กระทำผิดให้ราบคาบ เหตุใดท่านจึงจะมาฆ่าเอียวเจี้ยนซึ่งเป็นทหารของเราผู้ถือพระราชอาญาสิทธิ์มานั้น ท่านจะกบฏต่อพระเจ้าบูอ๋องหรือ บูเสียนอิวหงวนได้ฟังดังนั้นก็โกรธ แกว่งอาวุธอันมีรูปดังเหล็กตะใบปิดยันต์ ขับโลโตพาทหารเข้ารุกไล่เกียงจูแหย เกียงจูแหยก็ต่อสู้เอาแซ่ม้าหวดถูกคอบูเสียนอิวหงวน ลิเจ้งเห็นดังนั้นเอาทวนแทงเอาศีรษะโลโต โลโตเจ็บก็โดดหนีพาทหารวิ่งไปด้วยกำลังฝีเท้าอันเร็ว เกียงจูแหยก็พาทหารคืนเข้าค่าย

๏ ขณะนั้นโทเฮงสุนคุมทหารไปบรรทุกเสบียงมาถึงค่าย เข้าไปคำนับเกียงจูแหย เกียงจูแหยจึงสั่งให้หยุดพักอยู่ จึงพูดกับนางเตงตันหยกผู้ภรรยาว่า โลโตของบูเสียนอิวหงวนขี่นั้นฝีเท้าเร็วนัก ถ้าเราได้บรรทุกเสบียงเห็นจะไปมาถึงก่อนคนทั้งปวง ค่ำวันนี้จะไปลักมาให้ได้ ภรรยาจึงว่าถ้าเจ้าทำดังนั้นจงไปบอกท่านแม่ทัพเสียก่อน โทเฮงสุนจึงว่าจะบอกท่านให้รู้ทำไมกับการเพียงนี้ ครั้นเวลาดึกโทเฮงสุนก็ดำดินไปผุดขึ้นในค่ายฮั่นเอ๋ง เที่ยวดูเห็นโลโตผูกอยู่ อาจารย์นอนยังไม่หลับจึงแอบอยู่คอยจะลัก

๏ ขณะนั้นบูเสียนอิวหงวนนอนไม่หลับให้กระวนกระวายใจ จึงนับนิ้วพิเคราะห์ดูไปตามฤกษ์จึงรู้ว่าผู้ร้ายมาลักโลโต คิดจะจับตัวให้ได้ จึงแกล้งทำเป็นนอนหลับหายใจกรน โทเฮงสุนเห็นดังนั้นก็ยังไม่ไว้ใจ จึงเอาไม้ไปตีลงที่เท้าอาจารย์ดูว่าจะหลับสนิทแล้วหรือยัง ครั้นเห็นไม่ไหวติงก็เข้าใจว่าหลับ จึงขึ้นขี่โลโตแล้วว่ากับโลโตให้สำแดงฤทธิ์กระโดดข้ามค่ายไป โลโตได้ยินเสียงพูดผิดเจ้าของก็ไม่เดิน แกล้งทำพยศสะบัดจะให้พลัดตกแล้วนอนลงเสีย โทเฮงสุนก็จนใจโดดลงจากหลัง พอบูเสียนอิวหงวนวิ่งทะลวงมาจิกศีรษะโทเฮงสุนได้ ร้องว่าขโมยโลโต ทหารได้ยินก็จุดคบเพลิงมาเห็นโทเฮงสุนจับตัวไปให้ฮั่นเอ๋ง ฮั่นเอ๋งเห็นจึงว่ามันเด็กนิดหนึ่งเท่านี้ จะจับเอามันมาไว้ทำไมได้ อาจารย์บูเสียนอิวหงวนจึงว่าโทเฮงสุนคนนี้ ถึงตัวมันเล็กก็จริง แต่มันมีความรู้ดำดินได้ ถ้าจะฆ่ามันก็ให้ทำถุงใส่ตัวมันแล้ว เอาไฟเผาเสียจึงจะตาย ฮั่นเอ๋งก็สั่งให้ทหารจัดแจงทำตามคำอาจารย์ ในขณะนั้นแปะเฮาะท่องจือซึ่งเป็นสานุศิษย์ครูเดียวกับโทเฮงสุน เทวดาเข้าดนใจให้รู้ว่าเขาจับโทเฮงสุนไป จะเอาไฟเผาจึงบอกอาจารย์กีลิวสุน กีลิวสุนแผลงฤทธิ์เป็นพายุมืดมาหอบเอาถุงซึ่งใส่โทเฮงสุน ลอยไปตกลงในค่ายตรงหน้าโต๊ะเกียงจูแหย อาจารย์บูเสียนอิวหงวนเห็นเหตุดังนั้นก็พิเคราะห์ดูรู้ว่ากีลิวสุนมาช่วยในเวลาสามยามเศษ กีลิวสุนก็มายังค่ายเกียงจูแหยร้องให้เปิดประตูค่ายรับ พอหลำจงกวดเดินมาตรวจทหารซึ่งนั่งยามรักษาค่าย ได้ยินเสียงร้องเรียกจึงถามว่าผู้ใดมาธุระอะไรหรือ กีลิวสุนจึงบอกว่าเราชื่ออาจารย์กีลิวสุน เป็นครูของโทเฮงสุนมาหาท่านแม่ทัพ หลำจงกวดพิเคราะห์ดูเห็นมิใช่ข้าศึก จึงไปบอกความกับเกียงจูแหย เกียงจูแหยก็ให้ทหารมาเชิญเข้าไป แล้วถามว่าเวลาดึกดื่นแล้วท่านมาด้วยธุระอะไร กีลิวสุนจึงบอกความตามโทเฮงสุนทุกประการ เกียงจูแหยจึงว่าโทเฮงสุนนอนอยู่ในค่ายเหตุใดอาจารย์มาว่าดังนี้เล่า กีลิวสุนจึงว่าท่านสงสัยเราจงดูที่ในถุงวางอยู่ตรงหน้าท่านนั้นเถิด เกียงจูแหยให้แก้ถุงออกก็เห็นโทเฮงสุน จึงถามโทเฮงสุน โทเฮงสุนก็บอกตามจริง เกียงจูแหยโกรธว่าทำการล่วงเกิน จึงสั่งทหารให้เอาตัวโทเฮงสุนไปตัดศีรษะเสีย กีลิวสุนจึงห้ามว่าอย่าเพ่อฆ่าโทเฮงสุนเสียเลย การข้างหน้ายังมากอยู่ ข้าพเจ้าขอโทษไว้ทำราชการแก้ตัวครั้งหนึ่งก่อน เกียงจูแหยก็ยกโทษให้ โทเฮงสุนรอดจากความตายมีความยินดีเข้ามาคำนับเกียงจูแหย

๏ ฝ่ายอาจารย์บูเสียนอินหงวน พิเคราะห์ดูฤกษ์รู้ว่าเวลานี้กีลิวสุนมาอยู่ที่ค่ายเกียงจูแหยมีความโกรธนัก ก็แต่งตัวถือกระบี่ขี่โลโตรีบมาร้องเรียกกีลิวสุนให้ออกมารบลองฝีมือกัน เกียงจูแหยก็จัดแจงทหารเชิญกีลิวสุนออกมาด้วย เห็นบูเสียนอิวหงวนก็พูดจาท้าทายกันต่างๆ บูเสียนอิวหงวนขับโลโตเข้ารบ เกียงจูแหยก็ต่อสู้ได้สิบเพลง อาจารย์กีลิวสุนจึงเอาเชือกที่ลงยันต์โยนไป มัดบูเสียนอิวหงวนพลัดลงจากหลังโลโต ทหารเกียงจูแหยก็เข้าจับตัวได้ โลโตนั้นวิ่งหนีไป บูเสียนอิวหงวนมิได้กลัวจึงว่ากับเกียงจูแหย ครั้งนี้ท่านจับเราได้จะทำโทษอย่างไรก็ทำเถิด เกียงจูแหยจึงสั่งลิเจ้งให้พาตัวบูเสียนอินหงวนไปตัดศีรษะเสีย ลิเจ้งก็พาไปเอากระบี่ฟันบูเสียนอิวหงวนหลายครั้งหาเข้าไม่กระบี่ยู่ไป ลิเจ้งจึงมาบอกเกียงจูแหย เกียงจูแหยจึงให้ฮุยฮอเอากระบี่อย่างดีไปฟันอีก ครั้นฟันลงก็บังเกิดพลุ่งเป็นควันไฟลุกขึ้น บูเสียนอิวหงวนก็ไม่ตาย ร้องเพลงเยาะเย้ย เกียงจูแหยเห็นดังนั้นก็คิดประหลาดใจ จึงสั่งให้ทหารเอาไปจำไว้หลังค่าย อาจารย์กีลิวสุนจึงห้ามว่าท่านจะให้จำไว้นั้นไม่ได้มันจะหนีไป ท่านจงทำกรงเหล็กใส่เอาทิ้งที่ทะเลเมืองไซรกีเถิดจึงจะตาย เกียงจูแหยก็ให้อึ้งกุ๋นไปทำตามคำอาจารย์ อึ้งกุ๋นครั้นไปถึงเมืองไซรกี เอากรงเหล็กซึ่งใส่บูเสียนอิวหงวนทิ้งลงในทะเล บูเสียนอิวหงวนก็สำแดงฤทธิ์หนีไปยังเชิงเขาจีจือไหงที่กิมเหลงเสียงโบ๊อยู่ แต่เชือกลงยันต์ซึ่งมัดอยู่นั้นแก้ออกยังไม่ได้ ซุยฮอทองหยีสานุศิษย์กิมเหลงเสียงโบ๊เดินมาเห็นบูเสียนอิวหงวนหน้าเขียวผมแดงฟันเขียว จึงถามว่ามาแต่ไหนจึงต้องมัดดังนี้ บูเสียนอิวหงวนก็บอกว่าเราชื่อบูเสียนอิวหงวนอยู่เขาผองไหล่ เป็นสานุศิษย์กิมเหลงเสียงโบ๊ เกียงจูแหยมัดเราใส่กรงเหล็กไปทิ้งทะเลเราไม่ตาย บัดนี้เราจะมาหาอาจารย์ซุยฮอทองหยี ศิษย์แจ้งความดังนั้นก็เข้าไปบอกอาจารย์ตามคำบูเสียนอิวหงวน กิมเหลงเสียงโบ๊ก็เรียกบูเสียนอิวหงวนเข้ามาถาม ครั้นรู้เหตุดังนั้นก็โกรธ จึงไปหาอาจารย์ทองเทียนกาจู๊ ทองเทียนกาจู๊ให้หาตัวบูเสียนอิวหงวนมา แล้วเอาตราลงยันต์วางลงที่ตัวบูเสียนอิวหงวน เชือกที่มัดก็หลุดออก ตราดวงนั้นให้บูเสียนอิวหงวนไปสำหรับตัว บูเสียนอิวหงวนมีความยินดีนัก คุกเข่าลงคำนับอาจารย์ทั้งสองแล้วก็ลาไปด่านกีจุยก๋วน

๏ ฝ่ายฮั่นเอ๋งรู้ว่าอาจารย์กลับมาได้ก็ดีใจ ออกไปคำนับเชิญให้นั่งที่สมควร แล้วว่าข้าพเจ้ามีความวิตกถึงท่านยิ่งนัก อาจารย์บูเสียนอิวหงวนก็แจ้งความให้ฟังทุกประการ แล้วว่าเราได้ตราอันมีฤทธิ์มาครั้งนี้เห็นจะมีชัยชนะแก่ข้าศึก วันนี้เราจะออกรบ ว่าแล้วก็ขึ้นขี่โลโตพาทหารออกไปค่ายเกียงจูแหย ร้องเรียกกีลิวสุนให้เร่งออกมารบกัน  เกียงจูแหยได้แจ้งใจดังนั้นคิดหลากใจยิ่งนัก จึงถามอาจารย์ว่าเหตุไรบูเสียนอิวหงวนไม่ตายกลับมาได้ดังนี้ กีลิวสุนก็บอกว่ามันมีความรู้หนีไปได้ บัดนี้มันได้ตราของทองเทียนกาจู๊มาด้วย ท่านจงยกทหารออกรบเถิดคงได้ชัยชนะ เกียงจูแหยจัดแจงทหารเสร็จแล้ว จึงพาอาจารย์กีลิวสุนออกไปนอกค่าย บูเสียนอิวหงวนขับโลโตเข้ารบกับกีลิวสุน กีลิวสุนเอาเชือกยันต์โยนไปมัดบูเสียนอิวหงวนจับตัวได้พามาค่าย เกียงจูแหยจึงปรึกษาอาจารย์ว่า ครั้งนี้เราจะทำประการใดจึงจะฆ่ามันตาย พูดกันยังมิทันขาดคำพอแลเห็นอาจารย์เล็กอับโตหยินมาก็เชิญให้นั่งที่สมควร เกียงจูแหยจึงเล่าความให้ฟัง อาจารย์เล็กอับโตหยินจึงว่า ซึ่งจะฆ่าบูเสียนอิวหงวนนั้นไว้เป็นธุระเรา จะคิดให้ท่านอย่าเป็นวิตกเลย บูเสียนอิวหงวนได้ยินดังนั้นก็ตกใจกลัว จึงว่ากับเล็กอับโตหยินว่า เสียแรงข้าพเจ้าเรียนความรู้มาได้ถึงพันปีแล้ว บัดนี้ท่านจะมาให้เกียงจูแหยฆ่าข้าพเจ้าเสียหาต้องการไม่ ท่านได้เอ็นดูไว้ชีวิตข้าพเจ้าครั้งหนึ่งเถิด ข้าพเจ้ามิได้กระทำความผิดสืบไป เล็กอับโตหยินจึงว่าแผ่นดินเป็นของพระเจ้าบูอ๋องแล้ว เหตุไรท่านยังคิดทุจริตมาทำร้ายทหารเมืองไซรกี โทษตัวท่านผิดใหญ่หลวงนัก ถึงเทพยดาก็หาช่วยชีวิตท่านไม่ได้ จึงบอกอุบายให้เกียงจูแหยว่าท่านจงให้ทหารเอาโต๊ะออกไปตั้งที่ตรงเขาคุนหลุนซัว เอาตัวบูเสียนอิวหงวนไปไว้ที่นั้น เกียงจูแหยก็ให้ทำตามคำอาจารย์ทุกประการ แล้วเล็กอับโตหยินยืนขึ้นคุกเข่าคำนับจุดธูปเทียนบูชาเทพยดา แล้วเอาน้ำเต้าขึ้นตั้งบนโต๊ะเกิดเป็นควันสีขาวพลุ่งขึ้น แล้วกลับลงมาวนเวียนอยู่ที่ตัวบูเสียนอิวหงวนได้สามรอบ บันดาลให้ศีรษะบูเสียนอิวหงวนขาดออกจากตัว ในขณะนั้นวิญญาณก็ไปอยู่ห้องสินไต้ อาจารย์ทั้งสองก็ลาเกียงจูแหยกลับไปที่อยู่

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ