๑๔

นางฮึนสีเห็นบุตรตายก็ร้องไห้ แล้วเก็บเอากระดูกใส่โลงไปฝังเสีย และโลเฉียนั้นยังแต่ดวงจิตเมื่อมิได้มีร่างกายแล้วก็กลายเป็นลมไปลอยอยู่ปากถ้ำกิมกังตั๋ง กิมแหลูกศิษย์ไทอิดจินหยินเห็นประหลาดก็เข้าไปบอกไทอิดจินหยิน ไทอิดจินหยินรู้แล้วก็ออกมาว่าแก่ดวงจิตโลเฉียว่า ซึ่งจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ และเขาซุยพินซัวนั้นบนยอดเขามีที่ราบอยู่แห่งหนึ่ง ไกลด่านตันตึงก๋วนประมาณสี่พันเก้าร้อยเส้น จงเข้าฝันมารดาให้ไปทำเก๋งปั้นรูปตัวไว้ ณ เขานั้น คนทั้งปวงจุดธูปเทียนบูชาประมาณสามปีก็จะเป็นรูปกายขึ้น ดวงจิตโลเฉียก็มาเข้าฝันมารดาตามคำไทอิดจินหยิน นางฮึนสีตื่นขึ้นก็คิดสงสารโลเฉียก็ร้องไห้ แล้วเล่าความฝันให้ลิเจ้งฟังทุกประการ ลิเจ้งได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงว่ามันเกิดมาจะแกล้งฆ่าเราและญาติพี่น้องเสียเจ้าอย่าออกชื่อมันเลย เหตุทั้งนี้เพราะเจ้ายังอาลัยโลเฉียอยู่จึงฝันถึงโลเฉีย แต่นี้อย่าเชื่อถือความฝันเลย นางฮึนสีก็นั่งเป็นทุกข์อยู่ แต่โลเฉียเวียนเข้าฝันมารดาถึงเจ็ดครั้ง นางฮึนสีสงสารบุตรจึงลอบเอาทรัพย์ให้บ่าวคนสนิทไปทำเก๋ง ณ เขาซุนพินซัว ให้แล้วแต่ในสิบห้าวัน อย่าให้ลิเจ้งผู้สามีรู้ โลเฉียก็เป็นเทพารักษ์อยู่ที่นั้น คนทั้งปวงนับถือว่าศักดิ์สิทธิ์ช่วยสุขและทุกข์ได้ ก็ไปจุดธูปเทียนบูชามิได้ขาด และลิเจ้งแต่แจ้งว่าเกียงบุนขวันมาติดด่านงิวหุนก๋วน โตเอ๋งนายด่านสู้รบเป็นสามารถยังหาแพ้ชนะกันไม่ ลิเจ้งออกไปดูให้ซ้อมหัดทหารอยู่เป็นนิจ วันหนึ่งลิเจ้งซ้อมหัดทหารสิ้นเวลาแล้ว ขี่ม้าพาทหารเดินมาทางซอกเขาซุยพินซัว เห็นชาวบ้านทั้งปวงเดินไปมาเป็นอันมาก ลิเจ้งสงสัยนักจึงถามทหารทั้งปวงว่า ที่เขาซุยพินซัวนี้มีสิ่งใด คนทั้งปวงจึงไปมามิได้ขาด กุนเจ๋งทหารเลวจึงบอกลิเจ้งว่า บนเขานี้มีศาลเทพารักษ์แห่งหนึ่ง มิได้รู้ว่าผู้ใดสร้าง และเทพารักษ์ศักดิ์สิทธิ์นัก คนทั้งปวงนับถือว่าช่วยทุกข์ร้อนได้ จึงไปมามิได้ขาด ลิเจ้งจึงถามว่าชื่อใดแซ่ไร กุนเจ๋งจึงบอกว่าข้าพเจ้าเห็นหนังสือจารึกว่าโลเฉีย ลิเจ้งได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงสั่งให้ทหารทั้งปวงหยุดอยู่ แล้วลิเจ้งก็ขับม้าขึ้นไปบนเนินเขา เห็นหนังสือที่หน้าศาลจารึกชื่อโลเฉีย ลิเจ้งก็ลงจากม้าเดินเข้าไปในศาล เห็นรูปโลเฉียซึ่งทำไว้นั้นเหมือนเป็น แล้วมีรูปอุยปวนนายปีศาจยืนอยู่สองข้าง ลิเจ้งเห็นดังนั้นก็โกรธด่าโลเฉียว่าอ้ายลูกใจร้าย เมื่อมึงเป็นคนนั้นทำความทุกข์ให้บิดามารดาเป็นอันมาก ตายไปเป็นผีแล้วยังล่อลวงให้คนลุ่มหลง แล้วลิเจ้งชักกระบองสั้นที่เหน็บหลังออกตีรูปโลเฉียแตกละเอียดไป แล้วให้ทหารเอาไฟจุดเผาศาลเสีย แล้วลิเจ้งก็ร้องประกาศแก่คนทั้งปวงว่ามิใช่เทพยดาดอก ผู้ใดอย่านับถือต่อไปเลย คนทั้งปวงได้ยินลิเจ้งว่าดังนั้น มิได้รู้ว่าเหตุผลประการใด ต่างคนก็กลับไปสิ้น ลิเจ้งครั้นมาถึงบ้านจึงว่ากับนางฮึนสีว่าเจ้ามีลูกใจร้าย เมื่อยังเป็นนั้นก็ทำทุกข์ให้ ครั้นมันตายแล้วเราคิดว่าพ้นทุกข์ ควรหรือเจ้าไปทำรูปทำศาลให้ จนผู้คนทั้งปวงลุ่มหลง ซึ่งเจ้าทำทั้งนี้เหมือนจะเปลื้องเข็มขัดหยกซึ่งเป็นเครื่องยศของเราออกเสีย และในเมืองจิวโก๋ทุกวันนี้ฮิวฮุน ฮุยต๋งเป็นคนโปรดนัก ฮิวฮุน ฮุยต๋งก็หาได้ไปมาหากันไม่ ถ้ากิตติศัพท์รู้ถึงฮิวฮุนฮุยต๋ง ๆ ก็จะกราบทูลพระเจ้าติวอ๋องว่า เราเป็นคนทรงถือผีล่อลวงคนทั้งปวงให้ลุ่มหลง เราจะมิได้ความผิดเสียหรือ ซึ่งเราอุตส่าห์ทำราชการมาแต่ก่อนก็ป่วยการเสียเปล่า บัดนี้เราให้เผาศาลและรูปเสียแล้ว เจ้าอย่าทำการเช่นนี้ต่อไปเลย

๏ ฝ่ายโลเฉียขณะเมื่อลิเจ้งให้เผาศาลเสียนั้น โลเฉียไปเที่ยวเล่นครั้นกลับมาเห็นไฟไหม้ศาลเสียสิ้น โลเฉียก็ตกใจนัก พอกุยป๋วยเดินร้องไห้ออกมา โลเฉียจึงถามกุยป๋วยว่า เหตุผลประการใดศาลจึงไหม้ กุยป๋วยจึงบอกว่าลิเจ้งนายด่านตันตึงก๋วน ขึ้นมาเอากระบองตีรูปท่านแตกแล้วเอาเพลิงเผาศาลเสีย ลิเจ้งจะโกรธแค้นประการใดข้าพเจ้าไม่แจ้ง โลเฉียได้ฟังดังนั้นก็น้อยใจนัก จึงว่าบิดาได้เลี้ยงเรามาเราก็ได้เชือดเนื้อและกระดูกสนองคุณแล้ว ซึ่งมาทุบรูปและเผาที่อยู่ของเราเสียฉะนี้ เราจะรู้ที่อยู่แห่งใดเล่า แล้วโลเฉียก็ไปเขาเขียนงวนซัว และโลเฉียขณะเมื่ออยู่ที่ศาลนั้น คนทั้งปวงบูชาได้ครึ่งปีแล้ว ค่อยมีรูปเหมือนเงาและมีเสียงเจรจาได้ ครั้นไปถึงเขาเขียนงวนซัวจึงเข้าไปยืนอยู่ปากถ้ำกิมกังตั๋ง กิมแหทองจือเพื่อนศิษย์กันแต่ก่อนเห็นก็พาโลเฉียเข้าไปหาไทอิดจินหยิน ไทอิดจินหยินจึงถามว่าไปอยู่เขาซุยพินซัวแล้วด่วนกลับมาทำไมเล่า โลเฉียก็เล่าความซึ่งลิเจ้งเผาศาลเสียนั้นให้ไทอิดจินหยินฟังทุกประการ ไทอิดจินหยินจึงว่าโลเฉียเป็นบุตรลิเจ้ง และโลเฉียทำผิดก็เชือดเนื้อและกระดูกแทนคุณแล้ว ซึ่งลิเจ้งทำนี้หาควรไม่ เกียงจูแหยก็จวนจะลงมาอยู่แล้ว

๏ ไทอิดจินหยินจึงให้กิมแฮทองจือ ไปเก็บดอกบัวมาสองดอก กับใบบัวมาสามใบ ไทอิดจินหยินก็เอาใบบัวเป็นกระดูกสามร้อยท่อนเอาดอกบัวเป็นเนื้อ และนั่งผูกเป็นรูปคนเข้าแล้วเอายาวิเศษใส่ลง ไทอิดจินหยินนั่งหลับตาอ่านมนต์อยู่ พอได้ยินเสียงดังฟ้าร้อง ไทอิดจินหยินลืมตาขึ้น เห็นคนโดดออกมาหน้าขาว ปากแดงดังชาด จักขุดังดาว สูงประมาณสิบศอก เข้ามาคำนับไทอิดจินหยิน ไทอิดจินหยินจึงว่าเมื่อลิเจ้งตีรูปเสียนั้น เพราะกลัวความผิด แต่ในใจลิเจ้งคิดสงสารอยู่ โลเฉียจึงว่าข้าพเจ้าน้อยใจนักจะแก้แค้นให้ได้ แล้วไทอิดจินหยินก็พาโลเฉียแล้วหัดเพลงอาวุธให้ด้วย โลเฉียก็รำชำนาญในเพลาเดียว ไทอิดจินหยินจึงให้จักรสองอัน อันหนึ่งชื่อฮวงแปลว่าลม อันหนึ่งชื่อฮวยแปลว่าไฟกับมนต์สำหรับจักร ถ้าขึ้นเหยียบจักรสองอันแล้วเหาะไปได้ แล้วเอาแพรหลินกับกำไลอิดทองทั้งสามสิ่งใส่ในถุงหนังเสือปลาประสิทธิ์ให้โลเฉีย โลเฉียคำนับลาไทอิดจินหยิน ขึ้นบนจักรเหาะไปด่านตันตึงก๋วน ครั้นไปถึงประตูด่าน โลเฉียจึงร้องเรียกว่า ให้ลิเจ้งนายด่านตันตึงก๋วนออกมารบกับเรา กุนจิวกัวทหารเลวได้ยิน ก็รีบไปบอกลิเจ้งตามคำโลเฉีย ลิเจ้งจึงว่าโลเฉียตายนานแล้ว ซึ่งตัวว่านี้น่าสงสัยนัก พอทหารซ้ำวิ่งเข้ามาบอกลิเจ้งว่า ถ้าช้าอยู่เห็นโลเฉียจะหักเข้ามาในด่าน ลิเจ้งแจ้งดังนั้นก็โกรธ ใส่เกราะถือทวนขึ้นม้ารีบออกไปประตูด่าน เห็นโลเฉียถือทวนยืนอยู่บนจักร รูปร่างสูงใหญ่กว่าแต่ก่อน ลิเจ้งจึงด่าอ้ายเดียรัจฉาน เมื่อยังเป็นคนอยู่นั้นก็ทำทุกข์ให้ต่างๆ บัดนี้ตายแล้วยังมาชวนรบอีกเล่า โลเฉียจึงว่าท่านมีคุณแก่เรา เราก็ได้เชือดเนื้อและกระดูกให้เป็นอันขาดกันแล้ว เหตุไรท่านจึงทำลายรูปเผาศาลเสียเล่า วันนี้เราจะแก้แค้นท่านให้จงได้ แล้วโลเฉียก็เอาทวนแทงลิเจ้ง ลิเจ้งก็ขับม้ารำทวนเข้ารบกับโลเฉียได้ห้าเพลง ลิเจ้งทานกำลังโลเฉียไม่ได้ ก็ควบม้าหนีไปทางตะวันตกเฉียงใต้ โลเฉียจึงว่าวันนี้มิได้ประหารชีวิตท่านแล้ว เราไม่กลับไปเลย แล้วไล่ตามลิเจ้งไป และม้าที่ลิเจ้งขี่นั้นสิ้นกำลังลง ลิเจ้งเห็นจะหนีไม่พ้น ก็โจนลงจากม้าเอาธาตุดินเป็นกำลังลอยไป โลเฉียเห็นดังนั้นก็หัวเราะแล้วว่า ท่านทำวิชาเช่นนั้นยังจะพ้นเราหรือ แล้วโลเฉียก็ไล่ตามไป เสียงจักรที่โลเฉียขี่นั้นดังดังฟ้าร้อง ลิเจ้งจึงคิดว่าครั้งนี้เห็นจะไม่รอดชีวิต พอแลเห็นโลเฉียใกล้เข้ามา ลิเจ้งสิ้นความคิดจึงตะลึงอยู่

๏ ขณะนั้นพอได้ยินเสียงเด็กทำเพลง ลิเจ้งแลไปดูจำได้ว่าบกเฉียผู้บุตรซึ่งเป็นศิษย์เผาเหียนจินหยิน อยู่เขาจิวเกงซัว ลิเจ้งก็ค่อยคลายใจ พอบกเฉียร้องมาว่า ข้าพเจ้าอยู่นี่แล้วบิดาอย่าตกใจเลย ครั้นโลเฉียเข้ามาใกล้ บกเฉียจึงด่าโลเฉียว่า อ้ายใจร้ายบังอาจไล่แทงบิดากู จงเร่งกลับไปเสียจึงจะรอดชีวิต โลเฉียจึงถามว่าตัวชื่อไร มาว่าหยาบช้าต่อเรา บกเฉียตอบว่าเราชื่อบกเฉีย โลเฉียได้ฟังดังนั้นก็รู้ว่าบกเฉียเป็นพี่ที่สอง จึงว่าการทั้งปวงพี่หารู้เห็นไม่ แล้วโลเฉียก็เล่าความซึ่งลิเจ้งทุบรูปเผาศาลเสียนั้นให้บกเฉียฟัง บกเฉียจึงว่ามึงเหมือนสัตว์เดียรัจฉานหารู้จักคุณบิดาไม่ ถึงมาตรว่าบิดาทำดังนั้น ก็เยี่ยงอย่างมีหรือจึงจะฆ่าบิดาเสีย โลเฉียจึงว่าลิเจ้งมีคุณได้เลี้ยงเรามา เราก็ได้เชือดเนื้อและกระดูกให้แล้ว ยังจะเป็นพ่อลูกอะไรกันอีกเล่า บกเฉียก็โกรธชักดาบออกฟันโลเฉีย โลเฉียก็รับไว้ได้ แล้วว่าแก่บกเฉียว่าตัวกับเราหามีผิดต่อกันไม่ จงหลีกเสียให้พ้นเราจะแก้แค้นลิเจ้ง บกเฉียก็ยิ่งโกรธนักร้องตวาดด้วยเสียงอันดัง แล้วรำกระบี่เข้ารบกับโลเฉียได้ประมาณพักหนึ่ง โลเฉียคิดเกรงว่าลิเจ้งจะหนีได้ จึงเอาทวนปัดกระบี่เสีย แล้วเอาทองแท่งอิดทิ้งไปถูกอกบกเฉียล้มลง แล้วโลเฉียโถมจะจับตัวลิเจ้ง ลิเจ้งก็วิ่งหนีไป โลเฉียก็หัวเราะแล้วร้องว่า ตัวจะหนีไปเมืองสวรรค์และลงในพระมหาสมุทร ก็คงจะตามไปแก้แค้นให้จงได้ ลิเจ้งได้ฟังดังนั้นก็ยิ่งตกใจนัก จึงมีคำจีนเปรียบไว้ว่า ลิเจ้งหนีโลเฉียครั้งนั้นเหมือนนกพลัดเพื่อนเข้าป่าปลาพลัดออกจากแหยังงวยงงอยู่ หารู้ที่จะไปทางไรไม่

๏ ลิเจ้งคิดว่าเกิดมามีกรรม ครั้นจะไปรักษาศีลหวังจะเป็นฤษีก็หาสำเร็จความปรารถนาไม่ มีลูกเล่าน้ำใจก็หยาบช้านัก ครั้งนี้ถึงที่ตายแล้ว ลิเจ้งก็ชักกระบี่ออกจะเชือดคอตาย พอได้ยินเสียงร้องลงมาว่า ลิเจ้งอย่าเพ่อฆ่าตัวตายเสียก่อน ลิเจ้งก็ยั้งมืออยู่ แลไปเห็นอาจารย์คนหนึ่ง แต่งตัวโอ่โถงถือแซ่จามจุรีเดินลงจากเนินเขา และอาจารย์คนนั้นชื่อเทียนจุ๋นอยู่ถ้ำหุนเซียวต๋ง ณ เขาหงอเหลงซัว ลิเจ้งมีความยินดีนัก จึงว่าท่านอาจารย์จงช่วยชีวิตข้าพเจ้าด้วย เทียนจุ๋นจึงว่าท่านจงรีบเข้าไปในถ้ำเราเถิด ลิเจ้งก็เข้าไปซ่อนอยู่ในถ้ำ โลเฉียตามมามิได้เห็นลิเจ้ง เห็นอาจารย์ผู้หนึ่งยืนอยู่บนเนินเขา โลเฉียจึงถามว่าท่านเห็นลิเจ้งมาทางนี้หรือไม่ เทียนจุ๋นจึงว่าลิเจ้งนั้นเราให้เข้าไปอยู่ในถ้ำ ตัวจะว่าไรกับลิเจ้งหรือ โลเฉียจึงว่าเรากับลิเจ้งเป็นศัตรูกัน ท่านจงส่งตัวมาให้เราโดยดี ถ้าลิเจ้งหลบหลีกไปได้ท่านจะตายด้วยทวนเล่มนี้ เทียนจุ๋นได้ยินโลเฉียหยาบช้าดังนั้น จึงถามว่าตัวชื่อไรจึงพูดจาองอาจนัก โลเฉียจึงบอกว่าเราชื่อโลเฉีย ครูเราชื่อไทอิดจินหยิน อยู่ถ้ำกิมกังตั๋ง ณ เขาเขียนงวนซัว เทียนจุ๋นได้ฟังดังนั้น จึงแกล้งว่าเรายังไม่ได้ยินผู้ใดออกชื่อว่าไทอิดจินหยินมีลูกศิษย์ชื่อโลเฉีย ซึ่งตัวถือว่ากล้าแข็งก็ไปทำอันตรายผู้อื่นเถิด ถ้ามิฟังจะขืนหยาบช้าต่อเรา ๆ จะจับตัวผูกแขวนไว้สามปีแล้วจะให้ทำโทษสามร้อย ตัวจะทนได้หรือ โลเฉียก็โกรธจึงเอาทวนแทงเทียนจุ๋น เทียนจุ๋นหลบได้แล้วกลับไปถ้ำ โลเฉียก็ไล่ติดตามไป เทียนจุ๋นเห็นโลเฉียตามมาใกล้ จึงเอาเชือกป๋อกี๋มเนีย ภาษาไทยว่าแก้วเจ็ดประการ ออกจากมือเสื้อโยนขึ้นไปบนอากาศ ก็บังเกิดมืดมนนัก ธุลีก็ฟุ้งขึ้น แล้วปลอกทองสี่อันตกลงมา สวมมือเท้าโลเฉียจนไหวตัวมิได้ โลเฉียก็ตกใจนัก เทียนจุ๋นจึงให้กิมเซียเอาไม้เท้าตีมิได้หนัก โลเฉียเจ็บปวดสาหัสดังว่าโลหิตจะไหลออกจากปาก เทียนจุ๋นเห็นดังนั้นก็ไปในถ้ำ พอเห็นไทอิดจินหยินเดินมา ซึ่งเป็นอาจารย์โลเฉีย โลเฉียยินดีนักร้องเรียกให้ไทอิดจินหยินช่วย และโลเฉียเรียกเป็นหลายคำ ไทอิดจินหยินก็ทำเป็นไม่ได้ยิน เพราะเมื่อแรกจะให้โลเฉียมาจากเขาเขียนงวนซัวนั้น ก็แจ้งอยู่ว่าเทียนจุ๋นจะทำโทษ แต่ไทอิดจินหยินเห็นว่าโลเฉียร้ายกาจนัก จะให้ละพยศหยาบช้าเสียบ้าง ไทอิดจินหยินก็แกล้งเดินเข้าไปเสียในถ้ำ เทียนจุ๋นก็ออกมารับคำนับกันตามธรรมเนียม แล้วเทียนจุ๋นก็พาไทอิดจินหยินมานั่งที่สมควร จึงถามว่าท่านใช้ให้ข้าพเจ้าสอนศิษย์ท่านหรือ ไทอิดจินหยินก็หัวเราะแล้วว่า โลเฉียมิได้รู้จักผิดและชอบใจร้ายกาจนัก ข้าพเจ้าจึงให้ท่านปราบเสียบ้าง เทียนจุ๋นได้ฟังดังนั้น จึงสั่งกิมเซียให้ไปแก้โลเฉีย กิมเซียก็ออกไปว่าแก่โลเฉียว่า ครูท่านให้หาเข้าไปในถ้ำ โลเฉียจึงว่าครูท่านเอาของสิ่งใดมาทำเราจนไม่ไหวตัวได้ แล้วท่านจะมาเย้ยอีกเล่า กิมเซียก็หัวเราะแล้วตอบว่า ตัวหลับตาเสียเถิดเราจะช่วยแก้ให้ โลเฉียนั้นเจ็บปวดนักสิ้นมานะก็หลับตาลง กิมเซียก็เลิกยันต์ถอดวงทองออกซ่อนใส่มือเสื้อ โลเฉียลืมตาขึ้นหาเห็นสิ่งไรไม่ ก็สั่นศีรษะว่าครูท่านดีจริง กิมเซียก็พาโลเฉียเข้าไปในถ้ำ ไทอิดจินหยินก็ให้โลเฉียคำนับเทียนจุ๋น โลเฉียก็คำนับแล้วว่า ซึ่งท่านทำโทษข้าพเจ้านั้นขอบใจแล้ว แล้วก็คำนับ แล้วไทอิดจินหยินจึงว่ากับลิเจ้งว่า ซึ่งท่านไปเผาศาลและตีรูปโลเฉียที่เขาซุยพินซัวเสียนั้นผิดอยู่ พ่อลูกจึงได้รบกัน โลเฉียเห็นดังนั้นก็โกรธ จะใคร่เคี้ยวเนื้อกินเสียให้กระดูกละเอียด อาจารย์ทั้งสองรู้ว่าใจโลเฉียยังพยาบาทอยู่ ไทอิดจินหยินจึงว่าแต่นี้ไป คนทั้งสองจงรักกันตามประเพณีบุตรและบิดา ให้ลิเจ้งกลับไปบ้าน โลเฉียได้ยินดังนั้นก็ยิ่งแค้นนัก แต่มิรู้ที่จะทำประการใด เอามือยีหูแล้วถอนใจใหญ่ ไทอิดจินหยินเห็นก็หัวเราะแล้วว่ากับโลเฉียว่า จงกลับไปรักษาถ้ำเถิด เราจะเล่นหมากรุกกับอาจารย์เทียนจุ๋นสักหน่อยหนึ่ง โลเฉียก็มีความยินดี คำนับลาอาจารย์ออกจากถ้ำ ขึ้นเหยียบจักรรีบตามลิเจ้ง ครั้นใกล้จะทันโลเฉียจึงร้องว่า ลิเจ้งอย่าหนีเราเลย ลิเจ้งเหลียวมาเห็นโลเฉียก็ยิ่งตกใจนัก คิดว่าอายุเราจะตายอยู่ที่นี่แล้ว อาจารย์ทั้งสองก็หาเป็นสัตย์ธรรมไม่ แกล้งปล่อยโลเฉียมาให้ทำร้ายแก่เรา ลิเจ้งนั้นสิ้นสติมิรู้ที่จะไปแห่งใด และมีคำจีนว่าไว้ว่า ลิเจ้งหนีโลเฉียครั้งนั้นจะไปบนฟ้าก็ไม่มีทาง จะดำลงใต้ดินก็ไม่มีช่อง พอแลไปเห็นอาจารย์คนหนึ่งนั่งพิงต้นสนอยู่ที่ริมเขาแห่งหนึ่ง อาจารย์นั้นชื่อเหยียนเต๋งโตหยิน อยู่ถ้ำเหียบงวนกักตั๋ง ณ เขาเลงซัว เหยียนเต๋งโตหยินจึงร้องถามว่า ท่านชื่อลิเจ้งหรือ ลิเจ้งบอกว่าข้าพเจ้าชื่อลิเจ้ง ก็ขึ้นไปบนเนินเขา เหยียนเต๋งโตหยินจึงถามว่า ท่านหนีผู้ใดมา ลิเจ้งจึงบอกว่าโลเฉียไล่ข้าพเจ้ามา ท่านจงเป็นที่พึ่งด้วย เหยียนเต๋งโตหยินจึงให้ลิเจ้งยืนอยู่ข้างหลัง

๏ ฝ่ายโลเฉียครั้นมาถึงเนินเขา เห็นลิเจ้งยืนแอบหลังอาจารย์ผู้หนึ่งอยู่ จึงคิดว่าครั้งนี้จะเหมือนครั้งเทียนจุ๋นดอกกระมัง แล้วโลเฉียก็เข้าไปใกล้ เหยียนเต๋งโตหยินจึงถามว่าท่านชื่อโลเฉียหรือ โลเฉียก็บอกว่าข้าพเจ้าชื่อโลเฉียจริง แล้วว่าทำไมอาจารย์เอาลิเจ้งไปยืนแอบหลังไว้เล่า เหยียนเต๋งโตหยินจึงถามว่า ซึ่งตัวไล่ลิเจ้งมานั้นด้วยเหตุสิ่งไร โลเฉียก็เล่าความทั้งปวงให้เหยียนเต๋งโตหยินฟัง เหยียนเต๋งโตหยินจึงว่า ความข้อนี้สิได้ว่ากันที่เขาเหียบเลงซัวแล้ว ตัวมาทำร้ายลิเจ้งฉะนี้หาเกรงอาจารย์ของตัวไม่หรือ โลเฉียก็โกรธจึงว่าการอะไรของท่านเล่า เราจะแก้แค้นลิเจ้งต่างหาก เหยียนเต๋งโตหยินจึงว่า เมื่อฟังคำอาจารย์ของตัวแล้ว จะทำร้ายลิเจ้งก็ตามเถิด แล้วเหยียนเต๋งโตหยินจึงว่าแก่ลิเจ้งว่า ท่านจงออกรบกับโลเฉียให้เราดูสักเพลงหนึ่ง ลิเจ้งจึงว่าข้าพเจ้าทานกำลังโลเฉียไม่ได้ เหยียนเต๋งโตหยินจึงอ่านมนต์เป่าลงที่ศีรษะ เอามือตบเข้าที่หลังว่า ลิเจ้งจงออกไปรบกับโลเฉียเถิด เราอยู่นี่อย่าเกรงเลย ลิเจ้งขัดมิได้ก็รำทวนเข้ารบกับโลเฉียได้เพลงหนึ่ง โลเฉียสิ้นกำลังประหนึ่งทวนจะตกจากมือ จึงคิดว่าแต่ก่อนสิลิเจ้งสู้เราไม่ได้ อาจารย์ผู้นี้เป่ามนต์ให้ลิเจ้งจึงมีกำลังนัก จำจะฆ่าอาจารย์ผู้นี้เสียก่อน จึงจะจับลิเจ้งได้โดยง่าย โลเฉียคิดแล้วก็สละจากลิเจ้งเอาทวนแทงเหยียนเต๋งโตหยิน เหยียนเต๋งโตหยินก็อ้าปากขึ้น บังเกิดเป็นดอกบัวขาวออกจากปากรับทวนโลเฉียไว้ เหยียนเต๋งโตหยินจึงว่า ตัวพ่อลูกรบกันต่างหาก ทำไมตัวมาแทงเราเล่า โลเฉียจึงว่าแต่ก่อนลิเจ้งทานกำลังเราไม่ได้ บัดนี้ท่านเป่าเวทมนตร์ให้ลิเจ้ง ลิเจ้งมีกำลังมากนัก เราจึงจะฆ่าท่านเสีย เพราะท่านเป็นพวกลิเจ้ง แล้วโลเฉียก็เอาทวนแทงเหยียนเต๋งโตหยิน เหยียนเต๋งโตหยินก็สลัดเสื้อออกไป ของวิเศษในมือเสื้อก็ลอยขึ้นบนอากาศเป็นเมฆห้าสีแล้วเป็นกิมทะลงมาครอบโลเฉียไว้ เหยียนเต๋งโตหยินจึงเอามือตบกิมทะเข้าก็เป็นเปลวไฟขึ้นในนั้น โลเฉียร้อนรนนักร้องว่าข้าพเจ้าขอชีวิตเถิด เหยียนเต๋งโตหยินจึงว่าตัวจะนับถือลิเจ้งว่าเป็นบิดาหรือไม่ โลเฉียจึงว่าข้าพเจ้าจะนับถือแล้ว เหยียนเต๋งโตหยินก็เปิดกิมทะขึ้น โลเฉียพิศดูตัวก็หาแผลเพลิงไหม้ไม่ ก็คิดว่าอาจารย์ผู้นี้มีความรู้วิเศษนัก เหยียนเต๋งโตหยินก็ให้โลเฉียคำนับบิดา โลเฉียก็มิได้คำนับ เหยียนเต๋งโตหยินก็หยิบกิมทะจะโยนให้ครอบโลเฉีย โลเฉียตกใจนักก็คำนับลิเจ้ง เหยียนเต๋งโตหยินจึงให้โลเฉียเรียกลิเจ้งว่าบิดา โลเฉียก็มิได้เรียก เหยียนเต๋งโตหยินจึงว่า ตัวมิได้เรียกลิเจ้งว่าบิดา ก็เห็นว่าตัวยังจะคิดทำร้ายลิเจ้งอยู่ เราจะเอากิมทะนี้ครอบเผาเสียให้ตาย โลเฉียกลัวนักก็เรียกลิเจ้งว่าบิดา แต่ในใจยังคุมแค้นอยู่ แล้วคิดว่าลิเจ้งจะอยู่กับอาจารย์นี้ได้ก็แล้วไปเถิด เหยียนเต๋งโตหยินจึงว่ากับลิเจ้งว่า โลเฉียยังไม่ปรกติ เราจะให้กิมทะกับมนตร์สำหรับด้วย โลเฉียมิสุจริตกลับจะทำร้าย จึงเอากิมทะโยนขึ้นไปให้ครอบเผาเสีย ลิเจ้งก็มีความยินดี คำนับเหยียนเต๋งโตหยิน เหยียนเต๋งโตหยินก็ประสิทธิ์มนต์กับกิมทะให้ โลเฉียเห็นดังนั้นก็เสียใจนัก คิดว่าจะแก้แค้นลิเจ้งนั้นมิได้แล้ว เหยียนเต๋งโตหยินจึงว่าแก่โลเฉียว่า ตั้งแต่นี้ไปพ่อลูกจงรักกันโดยสุจริต สืบไปเมื่อหน้าจะได้ช่วยผู้มีบุญ​ โลเฉียได้ฟังดังนั้นก็ไปเขาเขียนงวนซัว ลิเจ้งคำนับเหยียนเต๋งโตหยินแล้วว่า ซึ่งท่านช่วยชีวิตข้าพเจ้าไว้ครั้งนี้คุณหาที่สุดมิได้ ท่านชื่อใดแซ่ไรอยู่เขาและถ้ำไหน ข้าพเจ้าจะได้ตามไปสนองคุณท่าน เหยียนเต๋งโตหยินบอกว่าเราชื่อเหยียนเต๋งโตหยิน อยู่ถ้ำงวนกักตั๋ง ณ เขาเหียบเลงซัว และทุกวันนี้พระเจ้าติวอ๋องหาอยู่ในยุติธรรมไม่ บ้านเมืองจึงเกิดศึก ตัวอย่าเห็นกับยศศักดิ์เลย จงซุ่มซ่อนอยู่ช่วยจิวบุนอ๋องเถิด ลิเจ้งก็คำนับลาไป ครั้นไปถึงด่านตันตึงก๋วน ก็ออกจากราชการไปซุ่มซ่อนอยู่ตามคำเหยียนเต๋งโตหยินว่า และมีคำจีนเป็นคำกลางว่า เหยียนเต๋งโตหยินคนนี้ไทอิดจินหยินให้ช่วยปราบปรามโลเฉียให้คำนับบิดา สืบไปลิเจ้ง พ่อลูกทั้งสองคนจะได้ช่วยกันทำนุบำรุงแผ่นดินให้อยู่เป็นสุขแล้วจะได้ไปสวรรค์

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ