๏ ฝ่ายนางอึ้งกุยหุยผู้คุมพาเกียงฮวนเข้ามาคำนับ จึงบอกนางเกียงฮองเฮาว่า โจทก์ของท่านมีรับสั่งให้คุมเข้ามาจะสอบกับท่านแล้ว นางเกียงฮองเฮาได้ยินดังนั้นก็โกรธ ลืมตาข้างหนึ่งขึ้นเห็นเกียงฮวน จึงด่าเกียงฮวนว่าอ้ายขโมยมึงรับสินบนของผู้ใด มึงจึงแกล้งเอาความเท็จมาใส่ให้พระเจ้าติวอ๋องลงโทษกูถึงเพียงนี้ ผีสางเทวดาก็หาเข้าชอบด้วยมึงไม่ เกียงฮวนจึงแกล้งว่าท่านใช้ข้าพเจ้าให้ทำร้ายแก่พระเจ้าติวอ๋อง ข้าพเจ้าทำการหาสำเร็จตามท่านสั่งไม่ มีผู้จับได้โทษข้าพเจ้าถึงที่ตายอยู่แล้ว ขอท่านจงถวายความจริงเถิด อย่าพรางไว้ให้พระเจ้าติวอ๋องทรงพระโกรธมากไปเลย นางอึ้งกุยหุยได้ยินดังนั้นก็โกรธจึงด่าเกียงฮวนว่า มึงแกล้งใส่ความเกียงฮองเฮา จนพระมหากษัตริย์ให้ทำโทษถึงสาหัสฉะนี้ ผีสางเทวดาก็จะอาเภทให้มีผู้มาฆ่ามึงเสีย ถ้ามึงมิตายก็จะบันดาลให้มึงเป็นอันตรายต่างๆ

๏ ฝ่ายอินเฮากับอินหองพี่น้องสองคน ซึ่งเป็นบุตรนางเกียงฮองเฮาอยู่ ณ ตำหนักตึกฝ่ายตะวันออก อินเฮาผู้พี่ชายอายุสิบสี่ขวบ อินหองผู้น้องอายุสิบสองขวบ ขณะเมื่อเกียงฮองเฮาผู้มารดาต้องโทษนั้น พี่น้องทั้งสองเล่นหมากรุกกันอยู่มิได้แจ้งความ พอเอียงหยงขันทีซึ่งเป็นคนใช้นางเกียงฮองเฮาไปบอกว่ามารดาต้องโทษรับสั่งให้ควักตาเสีย อินเฮาอินหองแจ้งดังนั้นก็ตกใจ พากันลงจากตึกวิ่งมาถึงตำหนักข้างตะวันตกเห็นมารดาต้องควักตาเลือดไหลหยดย้อยอยู่ ก็เข้าไปคำนับร้องไห้ถามว่า โทษมารดาผิดเป็นประการใดจึงมาเป็นดังนี้ นางเกียงฮองเฮาได้ยินเสียงบุตรทั้งสองจึงอุตส่าห์ลืมตาขึ้นบอกว่า อ้ายเกียงฮวนมันแกล้งมาใส่โทษว่าแม่คิดกบฏต่อบิดาเจ้า อีขันกีมันซ้ำทูลยุยง บิดาเจ้าโกรธให้ควักตาแม่เสีย ความเจ็บแม่ครั้งนี้เป็นสาหัสเห็นจะไม่รอดชีวิต เจ้าเป็นชายเชื้อกษัตริย์ อย่าให้เสียแรงแม่เลี้ยงมา จงคิดแก้แค้นให้จงได้ คำแม่สั่งเจ้าอย่าลืม นางเกียงฮองเฮาว่าพอขาดคำก็ขาดใจตาย อินเฮาอินหองเห็นมารดาตายก็ร้องไห้ แล้วแลไปเห็นเกียงฮวนคุกเข่าอยู่อินเฮาไม่รู้จัก จึงถามนางอึ้งกุยหุยผู้เป็นมารดาเลี้ยงว่าผู้ใดชื่อเกียงฮวน นางอึ้งกุยหุยจึงชี้มือบอกว่าอ้ายคนร้ายคนนี้แลชื่อเกียงฮวนซึ่งเป็นโจทก์ของมารดาเจ้า อินเฮาแจ้งดังนั้นก็โกรธ พอแลไปเห็นกระบี่แขวนอยู่ ณ ประตูตึกข้างตะวันตก อินเฮาจึงไปเอากระบี่มาฟันเกียงฮวนตัวขาดออกเป็นสองท่อนแล้วร้องว่ากูจะไปฆ่าอีขันกีแก้แค้นแม่กูเสียให้จงได้ แล้วถือกระบี่วิ่งออกไปจากตึก นางอึ้งกุยหุยเห็นอินเฮาร้องว่าจะไปฆ่าอีขันกีก็ตกใจ จึงให้อินหองวิ่งตามไปเรียกอินเฮากลับมาแล้วว่าซึ่งเจ้าทำโดยโมโหฆ่าเกียงฮวนเสียฉะนี้ผิดนัก ถ้าเกียงฮวนยังมิตายแม่จะเอาตัวมันเข้าโอบเสาทองแดงนาบตัวมันถามเอาความจริง มันทนร้อนมิได้ก็จะบอกตัวผู้ซึ่งทำคิดให้การใส่โทษมารดาเจ้า แม่จะได้กราบทูลให้พระบิดาเจ้าทราบ มารดาเจ้าจึงจะพ้นที่ความชั่ว ยังมิทันจะได้ชำระความจริงเจ้าด่วนฆ่ามันตายตัดความเสียฉะนี้ คนทั้งปวงก็จะนินทาว่ามารดาเจ้าคิดให้ทำร้ายบิดาของเจ้าจริง และเจ้าไม่ตรึกตรองทำโดยโกรธจะไปฆ่านางขันกีเสียอีกเล่า ความผิดเป็นสองโทษ ถ้าเตียวฉานเตียหลุยนำเนื้อความทั้งนี้ไปกราบทูลขึ้นเห็นเจ้าจะเป็นโทษ

๏ ขณะเมื่ออินเฮาฆ่าเกียงฮวนนั้น เตียวฉานกับเตียวหลุยตกใจวิ่งไปกราบทูลพระเจ้าติวอ๋องว่า อินเฮาอินหองพระราชบุตรของพระองค์ถือกระบี่เข้ามาฆ่าเกียงฮวนโจทก์เกียงฮองเฮาเสียแล้ว พระเจ้าติวอ๋องได้ยินดังนั้นก็ทรงพระโกรธ จึงตรัสว่าเกียงฮวนโจทก์มันยืนเอาว่าเกียงฮองเฮาใช้มาทำร้ายกู เกียงฮองเฮาไม่รับ เนื้อความยังชำระสอบสวนกันอยู่ อินเฮาบังอาจเข้ามาฆ่าเกียงฮวนโจทก์เสีย หวังจะให้ความสูญ โทษมันถึงตายแล้ว พระเจ้าติวอ๋องหยิบกระบี่ชื่อเหลงหองเกี้ยมส่งให้เตียวฉานแล้วสั่งว่า จงรีบไปตัดเอาศีรษะอ้ายสองคนมาให้จงได้ จึงชอบด้วยกฎหมาย เตียวฉานเตียวหลุยรับสั่งแล้วถือกระบี่รีบมาถึงไซเก๋งที่อยู่นางอึ้งกุยฮุย จึงให้ฮองงีกั๋วเข้าไปบอกแก่นางอึ้งกุยหุยตามรับสั่ง นางอึ้งกุยหุยได้ยินดังนั้น จึงซ่อนอินเฮาอินหองไว้ในตึกแล้วลุกถลันออกไปถึงประตูตึก แลเห็นเตียวฉานเตียวหลุยถือกระบี่เหลงหองเกี้ยมมา จึงแกล้งถามว่าท่านทั้งสองมาหาเราจะว่าประการใดหรือ เตียวฉานจึงว่ามีรับสั่งให้เอากระบี่เหลงหองเกี้ยมมาตัดศีรษะอินเฮาอินหองพระราชบุตรทั้งสองไปถวายโทษที่องอาจถือกระบี่เข้ามาในพระราชวัง นางอึ้งกุยหุยจึงร้องตวาดว่า มีรับสั่งให้ตัวไปตามจับอินเฮาอินหอง เหตุใดจึงมิไปค้นหาที่อยู่อินเฮาอินหองเล่า ตัวล่วงเกินเข้ามาถึงตึกเรา หากว่าตัวถือรับสั่งมาหาไม่จะให้ลงโทษ เตียวฉานเตียวหลุยได้ฟังดังนั้นก็กลัว คำนับลารีบไปค้นหาอินเฮาอินหอง ณ ตึกตะวันออก นางอึ้งกุยหุยเห็นเตียวฉานเตียวหลุยไปแล้ว จึงกลับเข้ามาในตึก ร้องไห้บ่นพระเจ้าติวอ๋องลุ่มหลงเชื่อฟังขันกีให้ฆ่าพระมเหสีเสียแล้ว จะฆ่าลูกทั้งสองเสียอีกเล่า นางอึ้งกุยหุยจึงสั่งอินเฮาอินหองว่า เจ้าจงไปซ่อนตัวอยู่ในตึกเอียวกุยหุยอยู่สักวันหนึ่งสองวันฟังความดูก่อน เกลือกว่าจะมีผู้ช่วยเพ็ดทูลเบี่ยงบ่ายให้ทุเลาโทษลงบ้าง อินเฮาอินหองคำนับแล้วว่า ซึ่งท่านกรุณาข้าพเจ้าครั้งนี้คุณของท่านหาที่สุดมิได้ แม้นข้าพเจ้ามิตายจะขอมาสนองคุณท่าน ข้าพเจ้าคิดวิตกแต่ศพมารดาข้าพเจ้าซึ่งตายในโทษ ขอท่านจงกรุณาช่วยกราบทูลขอศพมารดาข้าพเจ้าฝังเสีย ข้าพเจ้าจึงจะวายความวิตก นางอึ้งกุยหุยจึงว่าเจ้าจงเร่งไปซ่อนเร้นเอาชีวิตรอดเถิด ศพมารดาเจ้านั้นแม่จะช่วยทูลให้ทำการฝังเสียอย่าวิตกเลย อินเฮาอินหองก็คำนับลานางอึ้งกุยหุยไปยังตึกเอียวกุยหุย

๏ ฝ่ายนางเอียวกุยหุยซึ่งเป็นมเหสีรอง รู้ข่าวว่าพระเจ้าติวอ๋องให้ลงโทษเกียงฮองเฮา นางเอียวกุยหุยยังไม่แจ้งว่าความจะหนักเบาประการใด จึงออกมายืนฟังความอยู่​ ณ ประตูตึก พอเห็นอินเฮาอินหองวิ่งเข้ามาคำนับแล้วร้องไห้ นางเอียวกุยหุยยังไม่รู้ความจึงถามว่า พี่น้องทั้งสองมาหาเราแล้วร้องไห้ ผู้ใดทำให้ได้ความแค้นเคืองหรือ อินเฮาอินหองจึงเล่าความให้ฟังแล้วว่า บัดนี้พระบิดาโกรธข้าพเจ้าสั่งให้เตียวฉานเตียวหลุยมาเที่ยวค้นหาจะจับตัวข้าพเจ้าทั้งสองไปฆ่าเสีย นางเอียวกุยหุยได้แจ้งความดังนั้นก็ตกใจ จึงให้พี่น้องทั้งสองคนเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในตึก แล้วคิดว่าเตียวฉานจะเที่ยวหาพี่น้องทั้งสอง ณ ตึกเกียงฮองเฮาไม่พบ แล้วเห็นจะกลับมาตึกเราเป็นมั่นคง นางเอียวกุยหุยก็ยืนคอยอยู่ประตูตึก พอแลเห็นเตียวฉานเตียวหลุยวิ่งเร็วมา นางเอียวกุยหุยจึงแกล้งร้องสั่งผู้เฝ้าตึกว่าอ้ายสองคนนี้มาแต่ไหน จึงล่วงเกินเข้ามาถึงที่ห้าม โทษถึงตายให้จับตัวไว้

๏ ฝ่ายเตียวฉานเตียวหลุยมาถึงหน้าตึก ได้ยินนางเอียวกุยหุยว่าดังนั้นก็ตกใจหยุดยืนอยู่ จึงบอกว่าข้าพเจ้าชื่อเตียวฉานเตียวหลุย เที่ยวหาตัวอินเฮาอินหอง เตียวฉานจึงเล่าความตามรับสั่งทุกประการแล้วว่า ซึ่งข้ามิได้คำนับท่านเพราะข้าพเจ้าถือรับสั่งอยู่ นางเอียวกุยหุยจึงร้องตวาดออกไปว่า อินเฮาอินหองบุตรเกียงฮองเฮาอยู่ตึกข้างตะวันออก เหตุใดตัวมิไปค้นหาจึงล่วงเข้ามาถึงตึกเราฉะนี้ แม้นมิคิดว่าตัวถือรับสั่งจะให้ลงโทษจงสาหัส เตียวฉานเตียวหลุยได้ยินดังนั้นก็กลับถอยออกมาพากันไปค้นหาพระราชบุตรทั้งสอง ณ​ ตึกตะวันออก

๏ ฝ่ายนางเอียวกุยหุยครั้นเห็นเตียวฉานเตียวหลุยไปแล้วก็กลับเข้ามาในตึก จึงว่าแก่อินเฮาอินหองผู้บุตรเลี้ยงว่า เจ้าอยู่ในตึกนี้เราเห็นจะหาพ้นไม่ จงไปซ่อนตัวอยู่ ณ ที่เสด็จออกคอยขุนนางเชื้อวงศ์เคยมาเตรียมเฝ้าให้ช่วยเพ็ดทูลขอโทษ ถึงพระบิดาของเจ้าจะโกรธประการใด ปิกันกับเชื้อวงศ์ก็จะช่วยทูลทัดทานไว้มิให้เป็นอันตราย นางเอียวกุยหุยก็ส่งอินเฮาอินหองออกไปอยู่ ณ ที่เสด็จออก จึงคิดวิตกว่า เกียงฮองเฮามีบุตรถึงสองคน พระเจ้าติวอ๋องมิได้มีกรุณาเพราะหลงด้วยนางขันกีทูลยุยงให้ทำโทษถึงสิ้นชีวิต แล้วจะให้จับบุตรทั้งสองคนไปฆ่าเสียอีกเล่า แต่เรามาเป็นมเหสีรองก็หลายปีแล้วมิได้มีบุตรหญิงชาย ตัวผู้เดียวหาที่พึงมิได้ ถ้านางขันกีรู้ว่าเราส่งอินเฮาอินหองออกไปเสียฉะนี้ เห็นจะทูลยุยงให้พระเจ้าติวอ๋องทำโทษเหมือนนางเกียงฮองเฮาเป็นมั่นคง ครั้นจะมีชีวิตอยู่สู้ทนอาญาก็จะได้ความลำบากนัก นางเอียวกุยหุยก็ลุกเดินเข้าไปในห้องประกอบยาพิษกินเข้าไปก็สิ้นชีวิต

๏ ฝ่ายฮองงีกั๋วพนักงานรักษาตึกรู้ว่านางเอียวกุยหุยตายก็ไปทูลพระเจ้าติวอ๋อง พระเจ้าติวอ๋องจึงสั่งให้ทำการฝังศพตามตำแหน่งมเหสีรอง ฝ่ายเตียวฉานเตียวหลุย ครั้นเที่ยวค้นหาพระราชบุตรทั้งสองก็ไม่พบ แล้วกลับมาเฝ้าทูลว่า ข้าพเจ้าไปค้นทุกตึกข้างตะวันตกตะวันออกแล้วหาพบไม่ พระเจ้าติวอ๋องจึงสั่งให้ไปค้นหาอ้ายสองคนเอาตัวให้จงได้ เตียวฉานเตียวหลุยก็คำนับลาไปค้นหาตามรับสั่ง

๏ ฝ่ายนางอึ้งกุยหุยจึงขึ้นไปเฝ้าพระเจ้าติวอ๋องแล้วทูลว่าเกียงฮองเฮาซึ่งรับอาญาถึงสิ้นชีวิต เมื่อนางเกียงฮองเฮาจะตายนั้นร้องประกาศไว้ว่า แต่นางเกียงฮองเฮามาเป็นมเหสีของพระองค์ถึงสิบหกปีมีบุตรสองคน เกียงฮองเฮาก็ตั้งใจจงรักภักดีมิได้คิดเป็นใจสอง ครั้งนี้เกียงฮวนเอาความเท็จมาใส่โทษให้พระองค์ขัดเคือง ถึงจะมีบุตรก็หาเป็นที่พึ่งไม่ เหมือนเมฆอันลอยเลื่อนไปในอากาศ ความซื่อตรงซึ่งได้ตั้งใจปฏิบัติพระองค์มาแต่ก่อนก็ละลายไหลไปเสีย เหมือนดังน้ำแล้วก็ตายลงในอาญาครั้งนี้ แล้วนางจึงทูลว่าข้าพเจ้าจะขอศพนางเกียงฮองเฮาไปฝังไว้ ณ แปะเตี้ยน ตามตำแหน่งที่ฝังศพพระมเหสี ขุนนางทั้งปวงจึงจะไม่มีความนินทา พระเจ้าติวอ๋องก็โปรดพระราชทานศพนางเกียงฮองเฮาให้นางอึ้งกุยหุย นางอึ้งกุยหุยก็คำนับลามาทำการฝังศพตามรับสั่ง

๏ ฝ่ายอินเฮาอินหองซึ่งมาอาศัยซ่อนเร้นอยู่ที่เสด็จออกเห็นขุนนางซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์มานั่งอยู่เป็นหลายคน ก็เข้าแฝงลับและคอยฟังความอยู่

๏ ขณะนั้นอึ้งปวยฮอซึ่งเป็นบู๊เสงอ๋องยืนอยู่ที่เชิงอัฒจันทร์ ได้ยินฝีเท้าคนเดินข้างหลังจึงเหลียวไปดู พอเห็นพระราชบุตรทั้งสอง อึ้งปวยฮอก็เข้าไปรับ อินเฮาอินหองก็เข้ายึดชายเสื้ออึ้งปวยฮอไว้ แล้วกระทืบเท้าร้องไห้ เล่าความแต่หลังให้ฟังทุกประการแล้วว่า นางขันกีแกล้งทูลยุยงให้พระบิดาทำโทษมารดาข้าพเจ้าตาย บัดนี้เตียวฉานเตียวหลุยตามจับตัวข้าพเจ้าจะเอาไปฆ่าเสีย ขอท่านจงกรุณาช่วยชีวิตข้าพเจ้าครั้งนี้ให้รอดจากความตาย อึ้งปวยฮอกับขุนนางเชื้อพระวงศ์ทั้งปวง ได้ฟังพระราชบุตรทั้งสองเล่าความดังนั้น ต่างคนสงสารนักกลั้นน้ำตามิได้จึงปรึกษากันว่า พระเจ้าติวอ๋องทำโทษพระมเหสีจนตายแล้ว จะฆ่าพระราชบุตรซึ่งจะสืบเชื้อพระวงศ์กษัตริย์เสียด้วยเล่า ปรึกษากันยังมิทันจะขาดคำ พอมีขุนนางสองคนพี่น้องชื่อปึงเป๊กน้องชายชื่อปึงเสี้ยง ได้ยินดังนั้นก็โกรธจึงว่า บัดนี้พระเจ้าติวอ๋องพระสติฟั่นเฟือนเพราะเชื่อฟังนางขันกี จะให้จับพระราชบุตรทั้งสองฆ่าเสียเห็นจะสิ้นเชื้อพระวงศ์ ต้องกับคำทำนายหุนต๋งจู๊ ถึงจะทูลขอโทษก็เห็นจะไม่โปรดให้ ข้าพเจ้าจะพาพระราชบุตรไปซ่อนเร้นไว้ให้พ้นโทษ ปึกเป๊กก็เข้าอุ้มอินเฮา ปึงเสี้ยงอุ้มอินหองพาวิ่งหนีออกจากประตูเมืองหลวงข้างทิศใต้

๏ ฝ่ายปิกันกับขุนนางทั้งปวงเห็นดังนั้น จึงว่ากับอึ้งปวยฮอว่า ปึงเป๊กปึงเสี้ยงพาพระราชบุตรหนีไปฉะนี้ เหตุใดท่านมิว่ากล่าวห้ามปราม อึ้งปวยฮอจึงว่าบรรดาขุนนางทั้งปวงนี้ จะหาน้ำใจเหมือนปึงเป๊กปึงเสี้ยงนั้นไม่ได้ ด้วยปึงเป๊กปึงเสี้ยงเห็นว่าพระเจ้าติวอ๋องทรงพระโกรธพระราชบุตรทั้งสองอยู่ จึงพาหนีไปเสียพอรอดชีวิต เพราะคิดว่าจะให้พระราชบุตรสืบเชื้อพระวงศ์ไปภายหน้า

๏ ขณะนั้นพอเตียวฉานเตียวหลุยถือกระบี่ออกมาจากวัง ถามขุนนางทั้งปวงว่า พระราชบุตรทั้งสองเข้ามาอยู่ที่เสด็จออกบ้างหรือ อึ้งปวยฮอ บอกว่าเมื่อกี้พระราชบุตรทั้งสอง มาร้องไห้อ้อนวอนให้เราช่วยทูลขอโทษ พอปึงเป๊กปึงเสี้ยงเข้ามาพาหนีไปทางประตูทิศใต้แล้ว เตียวฉานเตียวหลุยได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ จึงเข้าไปทูลพระเจ้าติวอ๋อง พระเจ้าติวอ๋องก็ทรงพระโกรธ จึงตรัสสั่งเตียวฉานจงเอากระบี่เหลงหองเกี้ยมไปส่งให้อึ้งปวยฮอเร่งตามไปตัดเอาศีรษะอินเฮาอินหองมาให้จงได้ เตียวฉานรับสั่งแล้วออกมาส่งกระบี่เหลงหองเกี้ยมให้แก่อึ้งปวยฮอ แล้วแจ้งความตามรับสั่ง อึ้งปวยฮอก็รับกระบี่อาญาสิทธิ์ออกจากวัง ขึ้นขี่โคห้าสีมีกำลังเดินทางได้วันละหมื่นเส้น อึ้งปวยฮอก็รีบตามปึงเป๊กปึงเสี้ยงไป

๏ ฝ่ายปึงเป๊กปึงเสี้ยงแบกพระราชบุตร หนีออกจากเมืองหลวงไปทางไกลประมาณร้อยยี่สิบห้าเส้นเศษ ถึงต้นไม้ใหญ่ริมทาง จึงวางพระราชบุตรทั้งสองลง พอแลไปข้างต้นทางเห็นอึ้งปวยฮอตามมาทัน ก็ตกใจคุกเข่าลงคำนับ อึ้งปวยฮอจึงลงจากหลังโค บอกแก่พระราชบุตรทั้งสองว่า บัดนี้พระบิดาของท่าน ให้ข้าพเจ้าถือกระบี่เหลงหองเกี้ยมมาตัดศีรษะท่านไปถวาย อินเฮาอินหองได้ฟังดังนั้นก็คำนับแล้วร้องไห้วอนขอชีวิตว่า พระบิดาข้าพเจ้าเชื่อคำคนยุยงฆ่ามารดาข้าพเจ้าเสีย แล้วจะให้ฆ่าข้าพเจ้าเสียเล่า ข้าพเจ้าหาที่พึ่งมิได้เห็นแต่ท่านจะช่วยคิดอ่านให้ข้าพเจ้ารอดจากความตาย อึ้งปวยฮอได้ฟังดังนั้นก็มีความสงสารนัก จึงว่าพระเจ้าติวอ๋องบิดาของท่านหลงเชื่อฟังนางขันกีให้ฆ่าโต้ไทสือ ป่วยเป๊ก ขุนนางผู้ซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน แล้วให้ทำโทษมารดาท่านจนสิ้นชีวิต พระบิดาท่านทำการผิดประเพณีกษัตริย์ ขุนนางทั้งปวงได้ความเดือดร้อนนัก ข้าพเจ้าเห็นว่าสมบัติในเมืองจิวโก๋จะเป็นอันตราย บัดนี้มีรับสั่งให้ข้าพเจ้ามาตามจับตัวท่าน ข้าพเจ้าขัดมิได้จึงจำใจมา ขอท่านอย่าทุกข์ร้อนเลย ข้าพเจ้ามิได้ทำอันตรายท่าน ท่านจงไปหาเกียงฮวนฌ้อเจ้าเมืองตังลู้ผู้เป็นตาของท่าน เร่งคิดการมากำจัดขันกีเสียให้จงได้ อึ้งปวยฮอจึงเรียกปึงเป๊กปึงเสี้ยงเข้ามาสั่งว่า ให้ปึงเป๊กเชิญอินเฮาพระราชบุตรผู้พี่ไปเมืองตังลู้ ให้ปึงเสี้ยงเชิญอินหองพระราชบุตรผู้น้องไปหางกจงอู๊เจ้าเมืองนำเป๊กเฮา ท่านทั้งสองช่วยทำนุบำรุงรักษา อย่าให้พระราชบุตรทั้งสองมีอันตราย ไปภายหน้าท่านจะมีความชอบเป็นอันมาก อึ้งปวยฮอจึงแก้วงท้องประดับด้วยแก้วเป็นเครื่องสำหรับขุนนางผู้ใหญ่ส่งให้ปึงเป๊กปึงเสี้ยง แล้วว่าท่านจงเอาไปขายจ่ายซื้อเลี้ยงพระราชบุตรทั้งสองไปกว่าจะถึงเมืองตังลู้เถิด อึ้งปวยฮอจึงขับให้ขุนนางทั้งสองพาพระราชบุตรรีบหนีไป แล้วอึ้งปวยฮอขึ้นขี่โคกลับมาเมืองหลวง จึงเข้าไปทูลพระเจ้าติวอ๋องว่า ข้าพเจ้าไปตามพระราชบุตรทั้งสองทางไกลแปดร้อยเส้นเศษ​ ถึงหนทางเป็นสามแพร่ง ถามผู้ซึ่งเดินไปมาบอกว่ามิได้พบ ข้าพเจ้าจึงกลับมาเฝ้า พระเจ้าติวอ๋องจึงตรัสว่า เวลาก็ค่ำแล้วจงกลับไปบ้านก่อนเถิด พรุ่งนี้จึงเข้ามาคิดกันใหม่ติดตามเอาตัวอ้ายสองคนมาฆ่าเสียให้จงได้ อึ้งปวยฮอก็คำนับลาไปบ้าน

๏ ฝ่ายนางขันกีรู้ว่าอินเฮาอินหองหนีไปดังนั้น จึงทูลว่าอินเฮาอินหองเป็นหลานเกียงฮวนฌ้อ เห็นว่าอินเฮาอินหองจะไปเมืองตังลู้ ขอให้อินโภ้ไป้กับหลุยไข คุมทหารสักสามพันยกตามไปในเพลากลางคืนเห็นจะทันอินเฮาอินหองกลางทางเป็นมั่นคง พระเจ้าติวอ๋องก็เห็นชอบด้วย จึงเสด็จออกให้หาอินโภ้ไป้กับหลุยไขเข้ามาสั่งว่า ท่านทั้งสองจงคุมทหารสามพันไปทางเมืองตังลู้ จับเอาตัวอินเฮาอินหองมาให้จงได้ นายทหารทั้งสองรับสั่งแล้วคำนับลาไปหาอึ้งปวยฮอ ขอทหารสามพันยกไป

๏ ฝ่ายปึงเป๊กปึงเสี้ยง เชิญพระราชบุตรทั้งสองไปได้ถึงสองวันถึงต้นทางแยก ปึงเป๊กกับปึงเสี้ยงคิดกลัวทหารเมืองจิวโก๋จะตามมาจับตัวจึงบอกแก่พระราชบุตรทั้งสองว่า ทางเหนือนี้เป็นทางจะไปเมืองตังลู้ ทางใต้ไปเมืองนำเป๊กเฮา ท่านจงไปเถิดข้าพเจ้าจะลาเที่ยวอยู่ในซอกห้วยธารเขาคอยฟังข่าว ถ้าท่านได้ทแกล้วทหารจะยกมาถึงเมืองจิวโก๋เมื่อใดข้าพเจ้าจึงจะมาช่วย ปึงเป๊กปึงเสี้ยงก็ทิ้งพระราชบุตรทั้งสองเสีย แล้วเข้าป่าไป

๏ ฝ่ายอินเฮาอินหอง ครั้งปึงเป๊กปึงเสี้ยงไปแล้ว จึงว่ากับอินหองผู้น้องว่าพี่จะไปเมืองตังลู้ เจ้าจงไปเมืองนำเป๊กเฮาตามคำอึ้งปวยฮอบอกมา ถ้าเราทั้งสองได้ทแกล้วทหารเป็นกำลังแล้ว จะได้ยกเป็นสองทัพมาจับขันกีฆ่าเสีย แก้แค้นแทนมารดาเราให้จงได้ อินเฮาอินหองให้สัญญากันแล้ว ต่างคนแยกกันไป

๏ ฝ่ายอินหองเดินตามทางอดข้าวปลาอาหาร ได้ความลำบากมาหลายเวลา ถึงบ้านป่าตำบลหนึ่ง ก็เข้าไปขอข้าวชาวบ้านกิน ชาวบ้านป่าเห็นเด็กผู้นั้นนุ่งห่มแดงรูปร่างงามผ่องใส จึงเชิญให้นั่งที่สมควร แล้วแต่งสำรับกับข้าวมาให้กิน อินหองกินข้าวอิ่มแล้วจึงว่าแก่ชาวบ้านว่า ท่านให้อาหารเรากินเมื่ออดอยากขอบคุณท่านนัก ถ้าเรามิตายจะกลับมาแทนคุณ ชาวบ้านได้ฟังเด็กนั้นพูดจาหลักแหลม จึงถามถึงแซ่และชื่อ อินหองจึงบอกว่าเราเป็นบุตรเจ้าเมืองจิวโก๋ จะไปหางกจงอู๊และทางที่จะไปเมืองนำเป๊กเฮาจะใกล้ไกลประการใด ชาวบ้านรู้ว่าเป็นพระราชบุตรพระเจ้าติวอ๋อง ต่างคนตกใจคุกเข่าลงคำนับแล้วบอกว่า หนทางจะไปเมืองนำเป๊กเฮา ยังทางอีกวันหนึ่งจึงจะถึงเมืองนำเป๊กเฮา อินหองแจ้งความดังนั้น จึงลาชาวบ้านเดินตามทางใหญ่ไปประมาณสามสิบเจ็ดเส้น ถึงต้นสนใหญ่มีศาลเทพารักษ์อยู่ใต้ต้นสน พอเพลาเย็นลงจึงแวะเข้าไปคำนับเทพารักษ์ แล้วว่าข้าพเจ้าเป็นหลานพระเจ้าเสี่ยงทางเป็นลูกพระเจ้าติวอ๋อง จะขออาศัยสำนักนอนอยู่ที่นี้ ขออย่าให้มีภัยอันตราย สืบไปภายหน้าถ้าข้าพเจ้าได้เป็นกษัตริย์ครองเมืองหลวง แล้วจะมาปลูกศาลให้ใหญ่กว้าง อินหองว่าแล้วก็นอนอยู่ในศาลเทพารักษ์นั้น

๏ ฝ่ายอินเฮาเดินมาทางทิศตะวันออกจะไปเมืองตังลู้ เดินทางมาได้หกร้อยยี่สิบห้าเส้น ถึงบ้านตำบลหนึ่งพอเพลาพลบค่ำ อินเฮาจึงแวะเข้าไปในบ้านเห็นตึกใหญ่ ก็เข้าไปในตึกมิได้เห็นผู้คนเงียบสงัดอยู่ อินเฮาก็เดินเข้าไปถึงหอหนังสือเห็นผู้เฒ่าคนหนึ่งนั่งดูหนังสืออยู่เป็นเวลาค่ำจำหน้ามิถนัด อินเฮาจึงร้องบอกเข้าไปว่า ข้าพเจ้าเดินทางไกลมาจะขออาศัยนอนพอรุ่งเช้าจึงจะลาไป

๏ ฝ่ายเสียงหยงนั่งตามตะเกียงดูหนังสืออยู่ ได้ยินเสียงร้องเข้ามาเป็นเสียงชาวเมืองจิวโก๋ จึงเหลียวไปดู อินเฮาเห็นหน้าก็รู้จักจำได้ว่าเสียงหยง อินเฮาก็ตรงเข้าไปหาเสียงหยง เสียงหยงเห็นอินเฮาก็ตกใจจึงคำนับเชิญเข้าไปในตึกหอหนังสือให้นั่งที่สมควรแล้วถามว่า บ้านเมืองเกิดเหตุประการใด ท่านจึงมาแต่ผู้เดียวฉะนี้ อินเฮาจึงร้องไห้ บอกความแต่หลังให้เสียงหยงฟังทุกประการ เสียงหยงจึงว่าเหตุการณ์เกิดถึงเพียงนี้ ขุนนางทั้งปวงไม่ช่วยกันทูลทัดทาน พากันนิ่งเสีย จนท่านได้ความทุกข์หนีซอกซอนมาถึงข้าพเจ้า เสียงหยงจึงให้คนใช้ยกโต๊ะมาให้อินเฮากิน เสียงหยงกับอินเฮานั่งกินโต๊ะพูดจากันอยู่

๏ ฝ่ายอินโภ้ไป้กับหลุยไข คุมทหารสามพันยกตามพระราชบุตรทั้งสองมาได้สามวันถึงต้นทางแยก หลุยไขจึงปรึกษากับอินโภ้ไป้ว่า เราทั้งสองเร่งรีบทหารให้เดินทางมาโดยด่วน ทหารป่วยเจ็บเมื่อยล้าเป็นอันมาก บัดนี้ทางเป็นสองแพร่งอยู่ จำจะแยกกันไปติดตามพระราชบุตรทั้งสองกองละทาง ถ้าผู้ใดจับพระราชบุตรได้ ให้มาคอยกันให้พร้อม ณ ต้นทางนี้ก่อน ท่านจะเห็นประการใด อินโภ้ไป้ก็เห็นชอบด้วย จึงจัดทหารที่มีกำลังกองละห้าสิบคน ให้หลุยไขไปทางทิศใต้ อินโภ้ไป้ยกมาทางทิศตะวันออก

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ