๖๙

๏ ฝ่ายเกียงจูแหยไต้เจียงกุ๋นยกทหารมาใกล้แล้ว รู้ว่าทัพขงสวนมาตั้งอยู่ที่เนินเขาดิน ก็ให้หยุดทหารตั้งค่ายมั่นไว้ ขงสวนจัดให้ตันเก๋งยกออกมายืนม้าอยู่หน้าค่าย ร้องท้าทายให้เกียงจูแหยออกมารบ เกียงจูแหยไต้เจียงกุ๋นให้อึ้งเทียนฮัวออกรบกับตันเก๋งได้สามสิบเพลง อึ้งเทียนฮัวก็ทำเป็นเสียทีชักสิงโตหนี ตันเก๋งก็ขับม้าตามไป อึ้งเทียนฮัวชักกระบี่สั้นซึ่งเหน็บหลังขว้างถูกคอตันเก๋งตกม้าตาย อึ้งเทียนฮัวก็ตัดเอาศีรษะตันเก๋งไปให้เกียงจูแหยไต้เจียงกุ๋น ครั้นเวลารุ่งเช้าขงสวนก็ให้สุ้นฮับยกออกมายืนอยู่หน้าค่าย เกียงจูแหยไต้เจียงกุ๋นก็ให้บูกิดออกรบกับสุ้นฮับได้สามสิบเพลง บูกิดก็ทำชักม้าหนี สุ้นฮับก็ไล่ตาม บูกิดได้ทีเอาทวนแทงสุ้นฮับตกม้าตาย แล้วตัดเอาศีรษะมาให้เกียงจูแหย

๏ ฝ่ายขงสวนก็ซ้ำให้โกแกเหลงเป็นแม่ทัพขี่ม้าถือทวนออกมายืนอยู่หน้าค่าย เกียงจูแหยให้โลเฉียออกไปรบกับโกแกเหลงได้ห้าเพลง โลเฉียก็เอากำไลขว้างถูกหลังโกแกเหลง โกแกเหลงเจ็บทนมิได้ชักม้าหนีกลับเข้าค่าย โลเฉียหาได้ศีรษะข้าศึกมาเป็นความชอบไม่ เสียน้ำใจนักกลับเข้าค่ายแจ้งความแก่เกียงจูแหยว่า ข้าพเจ้าหมายจะเอาศีรษะข้าศึกมาเป็นบำเหน็จมือก็หาได้ดังคิดไม่ เกียงจูแหยว่าท่านอย่าเสียใจการศึกยังมีมากอยู่ค่อยแก้มือต่อภายหลัง

๏ ฝ่ายขงสวนจัดทหารออกมาถึงสามครั้ง ตันเก๋งสุ้นฮับเสียชีวิตแก่ข้าศึก โกแกเหลงเล่าก็แพ้หนีมา ขงสวนโกรธให้ยกทหารสิ้นทั้งสิบหมื่นออกมายืนม้าอยู่หน้าค่ายร้องท้าทาย ให้เกียงจูแหยไต้เจียงกุ๋นออกมารบกัน เกียงจูแหยไต้เจียงกุ๋นรู้ว่าขงสวนมายืนม้าท้าทายอยู่หน้าค่ายก็โกรธ จึงจัดอึ้งเทียนฮัวกับอุยผุนคุมทหารคนละสิบห้าหมื่นเป็นปีกขวา บูกิดกับโลเฉียคุมทหารคนละสิบห้าหมื่นเป็นปีกซ้าย ตัวเกียงจูแหยเป็นแม่ทัพขี่ซูปุดเสียงถือกระบี่ยกออกมายืนอยู่หน้าค่าย แลไปเห็นขงสวนขี่ม้ายืนอยู่ มีรัศมีห้าสีปรากฏอยู่บนศีรษะเหมือนดังรุ้งกินน้ำ ก็ประหลาดใจ จึงคิดว่าทหารคนนี้เห็นจะมีฤทธิ์

๏ ฝ่ายขงสวนแลเห็นเกียงจูแหย ก็ร้องถามว่าท่านหรือชื่อเกียงจูแหย เกียงจูแหยก็บอกว่าเราชื่อเกียงจูแหย ขงสวนจึงว่าท่านเป็นคนหาดีไม่ ได้ไปพึ่งบุญพระเจ้าติวอ๋อง พระเจ้าติวอ๋องก็เลี้ยงท่านโดยสุจริต ควรหรือกลับทรยศไปคิดการตั้งแต่งกีฮวดเป็นบูอ๋อง ตัวเป็นไต้เจียงกุ๋นให้เกินบรรดาศักดิ์ แล้วมิหนำซ้ำยกทหารมาจะตีเมืองจิวโก๋อีกเล่า แม้นรู้ว่าตัวผิดแล้ว เร่งยกกลับไปเสียโดยดี ถ้ายังดื้อดึงอยู่เราจะตัดศีรษะท่านเสียวันนี้ เกียงจูแหยได้ฟังจึงว่าท่านเป็นคนหาสติปัญญามิได้ เจ้าแผ่นดินไม่เป็นธรรม แล้วหาควรจะตั้งอยู่ในสมบัติไม่ เยี่ยงอย่างมีมาแต่ก่อน เหมือนพระเจ้าเงียวสุ้นเต้ผ่านสมบัติในเมืองจิวโก๋อยู่จนแก่ มีราชบุตรชื่อตันจู๊ เห็นว่าตันจู๊บุญน้อยหาสติปัญญามิได้ ไม่ควรจะว่าราชการแผ่นดิน จึงยกสมบัติให้แก่ซุ่นเต้เป็นขุนนาง ซุ่นเต้ก็ได้กินเมืองจนแก่ มีบุตรชายชื่อสะหยง ก็หายกสมบัติให้แก่สะหยงไม่ มอบสมบัติให้ขุนนางฮูเต้ ขุนนางฮูเต้ได้กินเมืองแล้ว ยกสมบัติให้แก่ลูกชายชื่อเด้ เด้ได้ครองสมบัติจนแก่ จึงยกสมบัติให้แก่หลานชายชื่อเกียดอ๋อง เกียดอ๋องได้สมบัติแล้วหาตั้งอยู่ในยุติธรรมไม่ พระเจ้าเสียงถางเห็นว่า พระเจ้าเกียดอ๋องไม่เป็นธรรม ก็ยกไปตีเอาเมืองได้ ครองสมบัติต่อกันมาหลายชั่วกษัตริย์จนถึงพระเจ้าติวอ๋อง บัดนี้พระเจ้าติวอ๋องก็หาอยู่ในยุติธรรมไม่ เราจึงยกทหารมาจะตีเอาเมืองจิวโก๋ให้ต้องด้วยอย่างธรรมเนียมแต่ก่อน ขงสวนจึงว่าท่านอย่าเอาความแต่ก่อนมาพูดกลบลบความของตัวเลย ที่เราจะไว้มือท่านหามิได้ ว่าแล้วขงสวนขับม้าจะเข้ารบกับเกียงจูแหย อังกิ๋มเห็นก็ขับม้าออกรบกับขงสวน ขงสวนรบพลางจึงว่าท่านหาสัตย์ซื่อต่อแผ่นดินไม่ เราจะประหารชีวิตท่านเสียวันนี้ อังกิ๋มก็ตอบว่าท่านเป็นคนหาปัญญามิได้ แต่หัวเมืองแปดร้อยเมืองก็มาคำนับพระเจ้าบูอ๋องสิ้น ซึ่งจะมาต่อสู้ บัดนี้เหมือนเนื้อจะมาสู้กับเสือ ทหารทั้งสองฝ่ายรบกันเป็นสามารถ อังกิ๋มก็โบกธงสัญญาให้ทหารล้อมเข้าแล้วไว้เป็นช่องประตูแห่งหนึ่ง มีทหารถือธงยืนประจำอยู่ อังกิ๋มชักม้าหนีเข้าแอบธงคอยทีอยู่ ขงสวนเห็นเชิงอังกิ๋มทำดังนั้นก็หัวเราะเยาะ แล้วก็ใช้รัศมีไปหุ้มหอบเอาตัวอังกิ๋มพาเข้าไปไว้ในค่าย อังกิ๋มต้องรัศมีก็สิ้นสมประดีเหมือนคนนอนหลับ ขงสวนก็ขับม้าเข้ารบเกียงจูแหย เกียงจูแหยก็ขับซูปุดเสียงออกต่อสู้ เตงจิวก๋งก็จับม้าเข้าช่วยเกียงจูแหยรบกันได้สิบหกเพลง เกียงจูแหยก็ชักอาวุธชื่อว่าตาสินเปียนรูปเหมือนพระขรรค์ อาวุธอันนี้มีฤทธิ์ ถึงข้าศึกจะซ่อนเร้นอยู่ถึงไหนก็ไปฆ่าเสียได้ถึงนั่น เกียงจูแหยขว้างไปจะฆ่าขงสวน ขงสวนก็ใช้ให้รัศมีไปยุดอาวุธนั้นไว้มิได้แพ้ชนะกัน ต่างพาทหารกลับเข้าค่าย ขงสวนให้เอาตัวอังกิ๋มไปจำไว้ เกียงจูแหยเสียอังกิ๋มทหารเอกแลอาวุธวิเศษเสียใจนัก ครั้นเวลากลางคืน ก็จัดให้อึ้งเทียนฮัวเป็นปีกซ้าย หลุยจินจู๊เป็นปีกขวา โลเฉียเป็นแม่ทัพจะไปปล้นค่ายขงสวน ขณะนั้นมีลมพัดมาหมู่หนึ่ง ธงที่ปักไว้ในค่ายขงสวนต้องลมก็สะบัดม้วนเข้าเป็นนิมิต ขงสวนเห็นประหลาดจึงจับยามดูก็รู้ว่าเวลาดึกวันนี้ เกียงจูแหยจะให้ปล้นค่าย ขงสวนจึงสั่งให้โกแกเหลงคุมทหารกองหนึ่งรักษาประตูค่ายข้างซ้าย ให้จิวสินคุมทหารรักษาประตูค่ายข้างขวากองหนึ่ง ตัวขงสวนนั้นคุมทหารคอยรบอยู่ประตูกลาง

๏ ฝ่ายเกียงจูแหยครั้นเวลาสองยาม ได้ฤกษ์ก็ให้จุดประทัดสัญญา อึ้งเทียนฮัว หลุยจินจู๊ โลเฉีย ก็ยกออกจากค่ายพร้อมกันทั้งสามกองไปถึงหน้าค่ายขงสวน โกแกเหลงก็ขับม้าออกมารบกับอึ้งเทียนฮัวข้างด้านซ้าย จิวสินขับม้าออกมารบกับหลุยจินจู๊ข้างด้านขวา ขงสวนก็ออกกลางรบกับโลเฉีย หลุยจินจู๊กับจิวสินต่อสู้กันได้หลายเพลง หลุยจินจู๊ได้ทีเอากระบองตีถูกจิวสินตกม้าตาย แล้วชักม้ามาช่วยโลเฉียรบกับขงสวน ขงสวนก็ให้รัศมีไปหุ้มหอบเอาโลเฉียกับหลุยจินจู๊มาได้ โกแกเหลงรบกับอึ้งเทียนฮัวนั้น เทถุงวิเศษออกเป็นตัวผึ้งนับด้วยร้อยด้วยพันไล่ต่อยอึ้งเทียนฮัวและสิงโตที่อึ้งเทียนฮัวขี่ สิงโตเจ็บก็สะดุ้งโดดหนี อึ้งเทียนฮัวพลัดตกจากหลังสิงโต โกแกเหลงก็เอาทวนแทงอึ้งเทียนฮัวตาย แล้วตัดเอาศีรษะมาให้ขงสวน ขงสวนก็ให้เอาไปเสียบประจานไว้ประตูค่าย แล้วให้เอาโลเฉียกับหลุยจินจู๊ไปจำไว้ ทหารเมืองไซรกีซึ่งแตกหนีไปถึงค่าย ก็แจ้งความแก่เกียงจูแหยว่า โลเฉียกับหลุยจินจู๊ออกไปรบขงสวนจับไปได้ อึ้งเทียนฮัวตายในที่รบ ข้าศึกตัดศีรษะไปเสียบไว้ประตูค่าย เกียงจูแหยแจ้งดังนั้นก็เสียใจนัก นิ่งตะลึงไป อึ้งปวยฮอครั้นรู้ว่าอึ้งเทียนฮัวลูกชายตายก็ร้องไห้ หลำจงกวดเห็นอึ้งปวยฮอร้องไห้ จึงว่าท่านร้องไห้ทำไมไม่ต้องการ โกแกเหลงฆ่าอึ้งเทียนฮัวตาย ก็เพราะมีตัวผึ้งวิเศษปล่อยให้ต่อยอึ้งเทียนฮัวจึงเสียที ข้าพเจ้าจะบอกอุบายให้ท่านแก้แค้นโกแกเหลง ยังมีทหารคนหนึ่งชื่อซ่องเฮกเฮาอยู่เมืองเชาจิวฮู้ เลี้ยงนกอันวิเศษไว้ในลูกน้ำเต้า ถ้าปล่อยออกเมื่อใดก็บังเกิดเป็นนกขึ้นเป็นอันมาก นกนั้นอาจจิกผึ้งของโกแกเหลงเสียได้ ท่านจงให้หาซ่องเฮกเฮาให้เอานกมาช่วยจิกผึ้งก็จะแก้แค้นโกแกเหลงได้ อึ้งปวยฮอได้ฟังก็ดีใจ จึงไปลาเกียงจูแหยว่า จะไปหาซ่องเฮกเฮ้าเมืองเชาจิวฮู้ แล้วมาขึ้นโคห้าสีเดินทางไปวันหนึ่งถึงภูเขาฮุยห่องสัน ได้ยินเสียงปี่กลองม้าฬ่ออื้ออึงอยู่ที่เชิงเขา จึงขับโคขึ้นภูเขาแลดูก็เห็นทหารสามคน คนหนึ่งถือตรี คนหนึ่งถือคราดเหล็ก คนหนึ่งถือกระบอง ขี่ม้ารำเพลงอาวุธรบกันเล่น อึ้งปวยฮอก็ชักโคลงมาที่สนามเล่น ทหารที่ถือคราดเหล็กนั้นรู้จักอึ้งปวยฮอมาแต่ก่อน ครั้นแลเห็นอึ้งปวยฮอร้องถามว่า ท่านชื่ออึ้งปวยฮอหรือ อึ้งปวยฮอก็บอกว่าเราชื่ออึ้งปวยฮอ ทหารสามคนก็ลงจากม้ามาคำนับอึ้งปวยฮอ อึ้งปวยฮอจึงว่าท่านทั้งสามคนชื่อไร ทหารที่ถือตรีก็บอกว่าข้าพเจ้าชื่อบุนเผง ที่ถือกระบองบอกว่าข้าพเจ้าชื่อซุยเอ๋ง ที่ถือคราดเหล็กบอกว่าข้าพเจ้าชื่อเจียวหยง อึ้งปวยฮอจึงถามว่าเหตุไรท่านจึงมาเล่นรบกันอยู่ฉะนี้ ทหารสามคนจึงบอกว่าข้าพเจ้าไม่มีอะไรจะเล่น ก็เล่นรบกันตามสบาย แล้วก็เชิญอึ้งปวยฮอขึ้นไปบนเขาที่สำนัก แต่งโต๊ะเลี้ยงอึ้งปวยฮอแล้วถามว่าท่านจะไปไหน อึ้งปวยฮอจึงบอกว่าจะไปหาซ่องเฮกเฮาวานมาช่วยรบกับขงสวน บุนเผงจึงว่า ซึ่งท่านจะไปหาซ่องเฮกเฮา ณ เมืองเชาจิวฮู้นั้นเห็นจะไม่สมคิด เพราะว่าซ่องเฮกเฮาจัดแจงทหารจะยกไปตีเมืองจิวโก๋ ท่านจะเชิญเขามาช่วยธุระท่านการเขาจะเสียไปเห็นจะไม่มา ซุยเอ๋งจึงว่าซ่องเฮกเฮาจัดทัพจะไปตีเมืองจิวโก๋ก็จริง แต่จะไปตั้งอยู่ ณ ด่านเต๋งต๋องก๋วนก่อน คอยถ้าพระเจ้าบูอ๋องยกมาจึงจะออกบรรจบทัพเมืองไซรกี ท่านก็เป็นทหารพระเจ้าบูอ๋องไปหาแล้วเห็นจะขัดมิได้ วันนี้ขอเชิญท่านนอนค้างอยู่กับข้าพเจ้าคืนหนึ่งก่อนเถิด พรุ่งนี้ข้าพเจ้าทั้งสามคนจึงจะพาท่านไป ครั้นรุ่งเช้าทหารทั้งสามคนก็พาอึ้งปวยฮอไป ถึงเมืองเชาจิวฮู้ ตรงไปบ้านซ่องเฮกเฮา จึงให้อึ้งปวยฮออยู่แต่นอก ทั้งสามคนก็เข้าไปหาซ่องเฮกเฮา จึงบอกว่าอึ้งปวยฮอทหารเอกในพระเจ้าบูอ๋องจะมาหาท่าน บัดนี้ยังพักอยู่นอก ซ่องเฮกเฮาได้ฟังก็ดีใจ จึงให้คนไปเชิญอึ้งปวยฮอเข้ามาในตึก แล้วซ่องเฮกเฮากับอึ้งปวยฮอถ้อยทีคำนับกัน ซ่องเฮกเฮาจึงถามอึ้งปวยฮอว่าท่านมาหาข้าพเจ้าด้วยธุระสิ่งใด อึ้งปวยฮอก็เล่าความหลังให้ซ่องเฮกเฮ้าฟัง คิดถึงลูกขึ้นมาทั้งรักทั้งแค้นเล่าไปมิได้ก็นั่งกัดฟันอยู่ บุนเผงเห็นดังนั้นจึงว่าอึ้งปวยฮอมาหาท่านครั้งนี้ ด้วยลูกชายออกรบกับโกแกเหลง โกแกเหลงปล่อยผึ้งให้ต่อยสิงโตที่อึ้งเทียนฮัวขี่สิงโตดิ้นโดดหนี อึ้งเทียนฮัวตกสิงโตลง โกแกเหลงแทงอึ้งเทียนฮัวตาย อึ้งปวยฮอผู้บิดาจะคิดแก้แค้น รู้ว่าท่านมีนกอันวิเศษอาจบินไล่จิกผึ้งโกแกเหลงได้ จึงอุตส่าห์มาจะให้ท่านช่วยธุระแก้แค้นโกแกเหลงให้จงได้ ซ่องเฮกเฮ้าได้ฟังก็นิ่งถอนใจใหญ่ ซุนเอ๋งจึงถามว่าท่านจะรับธุระได้หรือมิได้ ซ่องเฮกเฮานิ่งอยู่ ซุยเอ๋งจึงถามว่าท่านไม่รับธุระอึ้งปวยฮอนั้น ท่านคิดจะไปตั้งอยู่ด่านเต๋งต๋องก๋วน คอยบรรจบกับทัพพระเจ้าบูอ๋องไปตีเมืองจิวโก๋หรือ ถ้าคิดดังนั้นก็เห็นจะขัดด้วยบัดนี้ทัพพระเจ้าบูอ๋องยกมาหาทันถึงด่านเต๋งต๋องก๋วนไม่ กองทัพเมืองจิวโก๋ยกมาสกัดไว้ ณ ป่ากิมเก๋เฉีย ท่านคิดจะไปตั้งด่านเต๋งต๋องก๋วนเห็นจะไปไม่ได้ ถ้ายกไปบรรจบทัพพระเจ้าบูอ๋องที่ป่ากิมเก๋เฉียเห็นจะได้ ซ่องเฮกเฮาได้ฟังก็เห็นด้วย จึงว่าถ้ากระนั้นเราจะรับธุระอึ้งปวยฮอได้ ด้วยเรานี้ตั้งใจจะสามิภักดิ์จะยกทัพไปช่วยพระเจ้าบูอ๋องตีเมืองจิวโก๋ ธุระของอึ้งปวยฮอก็เป็นราชการของพระเจ้าบูอ๋องเหมือนกัน พรุ่งนี้เราจะไปกับท่านเฝ้าพระเจ้าบูอ๋องฟังข้อราชการก่อน เมื่อจะผันแปรประการใดเราจะกลับมาจัดแจงทหารยกไปช่วยต่อภายหลัง ครั้นเวลารุ่งเช้าซ่องเฮกเฮาก็สั่งซ่องเอ๋งหลวนลูกชาย ให้อยู่คุมทหารไว้ให้พร้อมแล้ว ซ่องเฮกเฮ้ากับอึ้งปวยฮอแลทหารทั้งสามก็พากันมาตำบลป่ากิมเก๋เฉีย เข้าไปหาเกียงจูแหยทั้งห้าคน เกียงจูแหยจึงถามอึ้งปวยฮอว่า ท่านไปสำเร็จการหรือไม่ อึ้งปวยฮอจึงบอกความว่าข้าพเจ้าไปหาซ่องเฮกเฮา ซ่องเฮกเฮาก็ได้จัดทหารไว้คิดจะมาช่วยท่านทำศึกอยู่ก่อนแล้ว ครั้นข้าพเจ้าไปบอกธุระจะให้มาช่วย รู้ว่าเป็นข้อราชการของพระเจ้าบูอ๋องก็ดีใจ จึงมากับข้าพเจ้าแต่ตัวจะฟังราชการก่อน แล้วจึงจะกลับไปพาทหารมาภายหลัง อันบุนเผง ซุยเอ๋ง เจียวหยง สามคนนี้ข้าพเจ้าไปพบกลางทาง รู้ว่าท่านจะยกไปตีเมืองจิวโก๋ก็ดีใจ สมัครมาจะช่วยท่านทำการศึก เกียงจูแหยได้ฟังก็มีความยินดีนัก จึงปราศรัยซ่องเฮกเฮาแลทหารทั้งสามนายว่า เราจะยกทัพไปตีเมืองจิวโก๋ บัดนี้ขงสวนทหารพระเจ้าติวอ๋องยกมารบต้านทานทัพเราไว้เป็นสามารถ จะหักทัพขงสวนไปยังไม่ได้ ท่านทั้งสี่มีใจสามิภักดิ์มาช่วยเราทำการศึกขอบใจนัก ว่าแล้วก็พาซ่องเฮกเฮากับทหารทั้งสามคนเข้าไปเฝ้าพระเจ้าบูอ๋อง เกียงจูแหยจึงกราบทูลถวายรายชื่อทหารทั้งสี่คน ว่าทหารทั้งสี่นี้มีใจจงรักสมัครมาจะอาสาทำราชการสงครามครั้งนี้ พระเจ้าบูอ๋องได้ทรงฟังก็ดีพระทัย จึงตรัสว่าเรายกทัพมาจะไปตีเมืองจิวโก๋ก็หาสะดวกไม่ ข้าศึกซึ่งมาต้านทัพเราไว้เป็นสามารถ เห็นจะเอาชัยชนะยังมิได้ คิดจะยกกลับไปเมืองไซรกีก่อน ต่อไปท่วงทีจึงจะมาตีเมืองจิวโก๋ให้จงได้ ซ่องเฮกเฮ้าได้ฟังดังนั้นจึงกราบทูลว่ากลัวอะไรกับขงสวน ขงสวนนี้กรรมจะถึงที่ตายแล้ว จึงเผอิญให้มารบพระองค์อย่าวิตกเลย ข้าพระองค์จะอาสาจับขงสวนฆ่าเสียให้ได้ พระเจ้าบูอ๋องได้ทรงฟังก็ดีพระทัย จึงตรัสเรียกซ่องเฮกเฮามากินเลี้ยงร่วมโต๊ะกับพระองค์เสวย แล้วเกียงจูแหยก็คำนับลาพาซ่องเฮกเฮามาปรึกษาราชการกัน ครั้นเวลาเช้าก็จัดให้ซ่องเฮกเฮาขี่สัตว์ชื่อหวยกั๋นกี๋มเจ๋งสิ้ว ตัวเหมือนหมีลูกตาดังเปลวไฟ ให้บุนเผงซุยเอ๋งเจียวหยงขี่ม้ายกออกไปยืนอยู่หน้าค่าย ร้องท้าทายขงสวน โกแกเหลงออกมารบกัน ขงสวนกับโกแกเหลงขี่ม้ายกออกไปรบ ทหารทั้งสี่ต่อสู้โกแกเหลงเป็นสามารถ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ