๔๗

๏ เหยียนเต๋งโตหยินจึงบอกเกียงจูแหยว่า ซึ่งมานี้มิใช่คนอื่นคือเตียวกองเบ๋งซึ่งสำนักอยู่ถ้ำโลพูต๋อง ท่านจงออกไปพูดจาดูถ้าทางเขาจะว่าเป็นประการใด ถ้าเห็นได้ท่วงทีแล้วก็ให้ท่านทำตามปัญญาเถิด เกียงจูแหยได้ฟังก็ลงมาจากหอคอย ขึ้นขี่ไหงไสมากับโลเฉียหนึ่ง หลุยจินจู๊หนึ่ง อึ้งเทียนฮัวหนึ่ง เอียวเจี้ยนหนึ่ง กิมเฉียหนึ่ง บกเฉียหนึ่ง หกคนออกมาถึงหน้าค่าย เกียงจูแหยแลเห็นเตียวกองเบ๋งก็เข้าไปให้ใกล้ จึงถามว่าท่านมาแต่ตำบลใด เตียวกองเบ๋งจึงบอกว่าเรามาแต่ถ้ำโลพูต๋อง ชื่อเตียวกองเบ๋ง เรามาทั้งนี้ด้วยรู้ว่าพวกท่านฆ่าพวกเราเสียหกคน มิหน้ำซ้ำเอาเตียวกังไปแขวนไว้หน้าค่ายให้ได้ความเจ็บอาย เตียวกองเบ๋งร้องเรียกชื่อเดิมเกียงจูแหยว่าเตียงเลียง เรารู้อยู่ว่าท่านเป็นศิษย์ง่วนสีเทียนจุ๋น วันนี้เราจะมาชมฝีมือแลความรู้ให้เห็นดีแลร้าย แล้วก็ขับเสือเข้าตีเกียงจูแหยด้วยกระบองทองสี่เหลี่ยม เกียงจูแหยก็รับด้วยกระบี่สู้กันได้หลายเพลง เตียวกองเบ๋งเอากระบองขว้างขึ้นไปบนอากาศดังดุจเสียงฟ้าร้อง มีแสงพรายเหมือนแสงฟ้าแลบ เกียงจูแหยตกใจหลบไม่ทัน กระบองตกลงมาถูกพลัดตกจากหลังไหงไส เตียวกองเบ๋งวิ่งเข้าไปจะตีซ้ำ โลเฉียเข้าสกัดเงื้อทวนจะแทงเตียวกองเบ๋ง เตียวกองเบ๋งก็ยั้งอยู่ กิมเฉียก็เข้าอุ้มเอาเกียงจูแหยไป สำคัญว่าเกียงจูแหยตาย เตียวกองเบ๋งกับโลเฉียก็สู้กันได้หลายเพลง เตียวกองเบ๋งตีด้วยกระบองถูกโลเฉียตกลงจากกงจักร​ อึ้งเทียนฮัวขี่กิเลนถือกระบองสั้นเข้ารบกับเตียวกองเบ๋ง หลุยจินจู๊ถือกระบองยาวโดดขึ้นบนอากาศโถมลงมาตีเตียวกองเบ๋ง เอียวเจี้ยนขี่ม้าถือทวนก็เข้ามารบกับเตียวกองเบ๋ง สามคนล้อมเตียวกองเบ๋งไว้ เอียวเจี้ยนจึงชักเอาเครื่องในตัว เสกทิ้งไปเป็นสุนัขขาวเหาะได้ โดดขึ้นกัดเอาเตียวกองเบ๋งที่ไหล่รวบมีความเจ็บปวด เตียวกองเบ๋งก็ชักเสือหนีเข้าค่าย บุนไทสือเห็นก็เอายาผงออกจากขวดน้ำเต้าทาลงที่แผลสุนัขกัด แผลนั้นก็หายไปในทันใด

๏ ฝ่ายกิมเฉียพาศพเกียงจูแหยมาไว้ที่อยู่ บูอ๋องรู้ว่าเกียงจูแหยต้องกระบองตาย ก็ชวนขุนนางใหญ่น้อยมาเยือนศพเกียงจูแหย บูอ๋องทอดใจใหญ่แล้วว่าเสียดายการศึกซึ่งคิดไว้นั้น ครั้งนี้จะสูญสิ้นเสียแล้ว ว่ายังมิทันขาดคำพอคนวิ่งมาบอกว่ากงเสงจู๊จะมาดูเกียงจูแหย บูอ๋องจึงออกมารับพากันไปนั่งที่รับแขก บูอ๋องจึงว่าเกียงจูแหยตายแล้วเราจะคิดอ่านอย่างไรดี กงเสงจู๊จึงว่าอย่าตกใจไม่เป็นไร เหตุทั้งนี้คราวเคราะห์ของเกียงจูแหย จึงให้เอาน้ำใส่ถ้วยมาละลายยาออกคัดปากเกียงจูแหยเอายากรอกเข้าไปประมาณครู่หนึ่ง เกียงจูแหยก็ฟื้นลืมตาขึ้นได้ เห็นบูอ๋องกับกงเสงจู๊มาจัดแจงหยูกยาวุ่นวายอยู่ เกียงจูแหยจึงถามว่าข้าพเจ้าป่วยเจ็บอย่างไรหรือ กงเสงจู๊จึงบอกว่าท่านออกไปรบ ต้องกระบองเตียวกองเบ๋งตาย เราเอายามาแก้ท่านไม่รู้สึกตัวดอกหรือ เกียงจูแหยได้ฟังจึงรู้ว่าตัวตายแล้ว กงเสงจู๊เอายามาแก้จึงได้รอดชีวิตคืนมา เกียงจูแหยมีความยินดีนัก ลุกขึ้นจะไปคำนับกงเสงจู๊ กงเสงจู๊จึงว่าอย่ามาเลยท่านยังเจ็บอยู่ เราจะกลับไประวังการศึก ว่าแล้วก็ลาบูอ๋องกลับมาค่าย ขึ้นบนหอคอยเล่าความให้เหยียนเต๋งโตหยินฟังทุกประการ

๏ ฝ่ายเตียวกองเบ๋งครั้นเวลารุ่งเช้า ก็ถือกระบองทองสั้นสี่เหลี่ยมขี่เสือออกมายืนอยู่หน้าค่าย ร้องเรียกเหยียนเต๋งโตหยินให้ออกมาพูดจากัน เหยียนเต๋งโตหยินได้ยินก็พาพวกลงจากหอคอยออกไปยืนอยู่หน้าค่าย เห็นเตียวกองเบ๋งทำท่วงทีองอาจดูกิริยาไม่ต้องตาจำเป็นได้รู้จักกัน ก็ขืนใจคำนับกันตามธรรมเนียม เตียวกองเบ๋งก็ทำคำนับตอบ แล้วจึงว่าตัวท่านเป็นศิษย์อยู่ในเสียนก้า เราก็เป็นศิษย์อยู่ในจะก้า ครูท่านครูเราก็เรียนอาจารย์เดียวกัน ท่านไม่คิดถึงหน้าเรา เอาเตียวกังพวกเราไปแขวนประจานไว้ให้ได้ความอาย ท่านดูหมิ่นเราประหนึ่งหยากเยื่อที่แผ่นดิน เหยียนเต๋งโตหยินจึงตอบว่า เมื่ออาจารย์ไปรับคำทำนายของเทวดาลงมาแต่สวรรค์ ครั้งนั้นท่านรู้หรือไม่ เตียวกองเบ๋งจึงตอบว่าทำไมเราจะไม่รู้ เหยียนเต๋งโตหยินจึงว่าเห็นท่านจะรู้ไม่ตลอด แม้นรู้ตลอดในห้องสินปัง อันเป็นคำทำนายของเทวดาแล้ว ก็เห็นจะไม่เข้าด้วยพวกบุนไทสือ เตียวกองเบ๋งจึงตอบว่า ท่านประมาทเราว่าเป็นคนถือผิด ยกแต่พวกท่านว่าชอบฝ่ายเดียว พูดยังมิทันขาดคำ อึ้งเหลงจินหยินขี่นกกระเรียนมายืนอยู่ข้างหน้า ร้องว่านี่แน่เตียวกองเบ๋งอันพวกบุนไทสือนั้น มีชื่ออยู่ในบัญชีตายซึ่งเทวดาทำนายไว้ ทำไมท่านจึงมานับถือพวกบุนไทสือเล่า เตียวกองเบ๋งได้ฟังมีความเคืองใจนัก เงื้อมกระบองตีอึ้งเหลงจินหยินด้วยกำลัง อึ้งเหลงจินหยินเอากระบี่ขึ้นรับรบกันหลายเพลง เตียวกองเบ๋งก็หยิบเอาเชือกเสกทิ้งไปมัดอึ้งเหลงจินหยินแขวนไว้บนอากาศ เซกเจงจู๊เห็นดังนั้นจึงร้องว่าเตียวกองเบ๋งอย่าเพ่อดีใจเราจะสู้ด้วยท่าน แล้วก็ถือกระบี่เข้ามารบด้วย เตียวกองเบ๋งสู้กันได้ห้าเพลง เตียวกองเบ๋งก็หยิบเอาเทียนหอยทิ้งขึ้นไปบนอากาศยี่สิบสี่เม็ด มีแสงดุจเพลิงสว่างเป็นห้าสีตกลงมาถูกเซกเจงจู๊ล้มลง เตียวกองเบ๋งวิ่งเข้าไปจะซ้ำด้วยกระบอง กงเสงจู๊เห็นก็วิ่งมาสกัดเตียวกองเบ๋งไว้ รบกันได้เพลงหนึ่ง เตียวกองเบ๋งก็เอาเทียนหอยทิ้งขึ้นไปบนอากาศ ตกลงมาถูกกงเสงจู๊ล้มลงกับแผ่นดิน โตเหงเทียนจุ๋นเห็นกงเสงจู๊ล้มลงก็วิ่งเข้ากั้นไว้ เตียวกองเบ๋งเห็นโตเหงเทียนจุ๋นเข้ามาแก้ จึงเอาเทียนหอยทิ้งขึ้นไปตกลงมาถูกหยกเต๋งจินหยิน เหลงโปไต้หวดสู โตเหงเทียนจุ๋นอีกสามคน ทั้งเซกเจงจู๊ กงเสงจู๊ เป็นห้าคนก็พากันหนีไปอยู่บนหอคอย เตียวกองเบ๋งก็เอาอึ้งเหลงจินหยินกลับมาค่าย เขียนยันต์ปิดลงที่ศีรษะแล้ว ให้ทหารเอาอึ้งเหลงจินหยินไปแขวนประจานไว้หน้าค่าย บุนไทสือก็ให้ยกโต๊ะมาเลี้ยงเตียวกองเบ๋งกับนายค่ายทั้งปวงพร้อมกัน

๏ ฝ่ายเหยียนเต๋งโตหยินกลับมาค่ายเห็นหยกเต๋งจินหยินเหลงโปไต้หวดสู โตเหงเทียนจุ๋น กงเสงจู๊ เซกเจงจู๊ ห้าคนเจ็บมา เหยียนเต๋งโตหยินจึงถามว่าท่านทั้งห้าคนต้องอาวุธสิ่งใด ห้านายจึงบอกว่า ข้าพเจ้าเห็นแต่แสงสว่างบนอากาศ แล้วตกลงมาถูกมิได้แจ้งว่าอาวุธอันใด เหยียนเต๋งโตหยินถามแล้วแลไป เห็นเขามัดอึ้งเหลงจินหยินแขวนประจานไว้หน้าค่ายบุนไทสือ จึงปรึกษากันว่า เขาเอาอึ้งเหลงจินหยินไปมัดแขวนไว้หน้าค่าย ท่านทั้งปวงจะคิดประการใด หยกเต๋งจินหยินจึงสั่งเอียวเจี้ยนผู้เป็นศิษย์ว่า ค่ำวันนี้ท่านจงตามไปแก้ไขเอาอึ้งเหลงจินหยินคืนมา เอียวเจี้ยนก็รับคำอาจารย์สั่ง ครั้นเวลาค่ำประมาณยามหนึ่ง เอียวเจี้ยนก็อ่านมนต์กลายเพศเป็นมดมีปีก บินไปจับอยู่ที่ใบหูอึ้งเหลงจินหยิน แล้วจึงบอกว่าข้าพเจ้าชื่อเอียวเจี้ยน อาจารย์หยกเต๋งจินหยินให้มาตามท่าน ท่านจะคิดประการใดจะได้กลับคืนไป อึ้งเหลงจินหยินจึงว่า ยากง่ายอะไรกับที่จะไป ท่านช่วยเปิดยันต์ที่ศีรษะออกเสียเราก็จะไปได้ด้วยกัน เอียวเจี้ยนก็เปิดยันต์ที่ปิดศีรษะอึ้งเหลงจินหยินออกแล้วก็พากันกลับมาค่าย ขึ้นบนหอคอยคำนับหยกเต๋งจินหยินแล้วว่า ข้าพเจ้าขอบใจท่านให้ชีวิตข้าพเจ้าคืนมา

๏ ฝ่ายเตียวกองเบ๋งนั่งกินสุราอยู่กับบุนไทสือ เห็นเตงตังวิ่งมาบอกว่า จินหยินซึ่งมัดไว้หน้าค่ายนั้นหายไป เตียวกองเบ๋งได้ฟังก็นับนิ้วมือจับยามดูรู้ว่าเอียวเจี้ยนมาลักเอาอึ้งเหลงจินหยินไป เตียวกองเบ๋งหัวเราะแล้วว่าวันนี้มันหนีไปได้ พรุ่งนี้ก็คงไม่พ้นมือเรา แล้วก็กินสุราอยู่จนสองยามต่างคนก็ต่างไป ครั้นเวลารุ่งเช้าเตียวกองเบ๋งก็ขี่เสือโคร่งออกมายืนอยู่หน้าค่าย ร้องเรียกจำเพาะชื่อให้เหยียนเต๋งโตหยินออกมาพูดกัน

๏ ฝ่ายเหยียนเต๋งโตหยินนั่งอยู่บนหอคอยได้ยินแลไปเห็นเตียวกองเบ๋งขี่เสือโคร่งออกมายืนอยู่หน้าค่าย จึงว่ากับพวกพ้องทั้งปวงว่าใครๆ อย่าออกไป เราจะออกไปเจรจาด้วยเตียวกองเบ๋งแต่ผู้เดียว ว่าแล้วลงจากหอคอยขึ้นขี่หลังกวางเดินออกมาจากค่าย ยืนกวางอยู่ตรงกันกับเตียวกองเบ๋ง เตียวกองเบ๋งจึงว่า คืนนี้เอียวเจี้ยนมาลักแก้เอาอึ้งเหลงจินหยินคืนไปได้ เป็นคนมีสติปัญญาหนักหนา ขอให้เอาตัวเอียวเจี้ยนออกมารู้จักหน้าสักหน่อย เหยียนเต๋งโตหยินหัวเราะแล้วจึงว่าทั้งนี้ก็บุญของพระเจ้าบูอ๋อง วาสนาเกียงจูแหยจึงให้บังเกิดคนดีมีใช้ เตียวกองเบ๋งได้ฟังดังนั้นยิ่งมีความโกรธ จึงตอบว่าท่านอย่าเอาบุญวาสนามาอวดอ้างให้เรากลัวเกรงเลย ถึงจะมีบุญวาสนาอย่างไรก็คงจะสู้จนสิ้นชีวิต ว่าแล้วก็เอากระบองเหลี่ยมไล่ตีเหยียนเต๋งโตหยิน เหยียนเต๋งโตหยินก็รับด้วยกระบี่รบกันเป็นหลายเพลง เตียวกองเบ๋งจึงเอาเทียนหอยทิ้งขึ้นไปบนอากาศสว่างเป็นห้าสี เหยียนเต๋งโตหยินแลเห็นไม่รู้ว่าจะเป็นอาวุธอันใด ครั้นจะดูให้รู้แน่เทียนหอยนั้นจวนจะตกลงมา เกรงจะหลบหลีกมิทัน ก็ขับกวางหนีไปข้างทิศตะวันตกเฉียงใต้

๏ ฝ่ายเสียวเสง โจโปพี่น้องสองคนมานั่งเล่นหมากรุกกันอยู่ใต้ร่มไม้ริมเชิงเขากำลังจะแพ้แลชนะแก่กัน ได้ยินเสียงเท้ากวาง จึงเหลียวไปดูเห็นเหยียนเต๋งโตหยินขี่กวางมาโดยกำลังตกใจ จึงถามว่าท่านจะด่วนไปไหน เหยียนเต๋งโตหยินได้ฟังเสียวเสงโจโปถามก็หยุดกวางอยู่ แล้วเล่าความหลังให้เสียวเสงโจโปฟังทุกประการ เสียวเสงโจโปจึงว่าท่านอย่ากลัวเลย ไปแอบต้นไม้อยู่ข้างหลังเราเถิด ถ้าเตียวกองเบ๋งตามมาเราจะช่วยท่าน ว่าแล้วก็เล่นหมากรุกพลางทำเพลงพลาง

๏ ฝ่ายเตียวกองเบ๋งก็ขับเสือไล่ตามเหยียนเต๋งโตหยินมาโดยเร็ว ได้ยินเสียงทำเพลงประหลาด จึงเหลียวมาเห็นเสียวเสงโจโปนั่งเล่นหมากรุกอยู่หารู้จักไม่ เตียวกองเบ๋งจึงถามว่าท่านทั้งสองนี้ชื่อไร เสียวเสงโจโปจึงว่าไม่รู้จักเราแล้วจะว่าเป็นผู้วิเศษอย่างไร เรานี้ชื่อเสียวเสงน้องเราชื่อโจโปสำนักอยู่เขาเหงาอิซัว ทำไมท่านจึงข่มเหงไล่เหยียนเต๋งโตหยินมา ตัวท่านสิว่าเป็นผู้วิเศษทำไมจึงมาถือผิดเป็นชอบ เตียวกองเบ๋งได้ฟังก็โกรธ จึงว่าตัวนี้เป็นอะไรมาจึงองอาจพูดกับเราดังนี้ แล้วก็เอากระบองสี่เหลี่ยมตีเสียวเสงโจโป เสียวเสงโจโปก็รับด้วยกระบี่สู้กันทั้งสามคนได้หลายเพลง เตียวกองเบ๋งจึงเอาเชือกเสกทิ้งไปบนอากาศ เสียวเสงเห็นจึงเอาอิแปะอันหนึ่งโยนขึ้นไป อิแปะกับเชือกนั้นสวมร้อยพากันตกลงมา โจโปผู้น้องเสียวเสงก็เก็บเอาเชือกนั้นไป เตียวกองเบ๋งเห็นโจโปเก็บเอาเชือกก็ร้องตวาดโดยโกรธ ว่าทำไมจึงเก็บเอาเชือกของเราไว้เห็นจะเอาไว้ได้แล้วหรือ แล้วเตียวกองเบ๋งก็เอาเทียนหอยทิ้งซ้ำขึ้นไป เสียวเสงเห็นก็เอาอิแปะทองทิ้งตามขึ้นไปอีกอันหนึ่ง อิแปะก็พาเอาเทียนหอยตกลงมาแผ่นดิน โจโปก็ชิงเก็บเอาเทียนหอยไป เตียวกองเบ๋งเห็นโจโปเก็บเอาเทียนหอยไปอีก มีความโกรธเป็นอันมากจึงโยนกระบองเหลี่ยมขึ้นไปบนอากาศ เสียวเสงแลเห็นก็โยนอิแปะทองตามขึ้นไป กำลังอิแปะทานกำลังกระบองมิได้ กระบองก็ตกลงมาถูกเสียวเสงขมองแตกตาย วิญญาณนั้นก็ไปอยู่ห้องสินไต้ตามเดิม โจโปเห็นเสียวเสงผู้พี่ตายมีความโกรธนัก ก็วิ่งเข้าไปรบด้วยเตียวกองเบ๋ง

๏ ฝ่ายเหยียนเต๋งโตหยินขี่กวางแฝงต้นไม้ เห็นเสียวเสงต้องกระบองตาย แต่โจโปกับเตียวกองเบ๋งยังรบติดพันกันอยู่ เหยียนเต๋งโตหยินเห็นโจโปผู้เดียวจะสู้เตียวกองเบ๋งมิได้ จึงเอาไม้บรรทัดขว้างถูกเตียวกองเบ๋งแทบจะตกจากหลังเสือ เตียวกองเบ๋งร้องขึ้นคำหนึ่งด้วยกำลังตกใจ แล้วก็ขับเสือหนีไปทางทิศใต้ เหยียนเต๋งโตหยินเห็นเตียวกองเบ๋งหนีไปแล้ว ก็ลงจากกวางมาคำนับกันกับโจโป แล้วเหยียนเต๋งโตหยินจึงว่า พี่ท่านถึงแก่ความตายเพราะมีน้ำใจช่วยเรา ตั้งแต่วันนี้ไปข้างหน้า ข้าพเจ้ากับท่านจะร่วมสุขร่วมทุกข์กันกว่าจะหาชีวิตไม่ โจโปจึงตอบว่าไม่เห็นเลย ว่าพี่ข้าพเจ้ามาตายด้วยมืออ้ายคนพาล ครั้งนี้ข้าพเจ้ามีความพยาบาทเจ็บแค้นนัก ตัวข้าพเจ้าจะไปด้วยท่านทำศึกกับเตียวกองเบ๋งกว่าจะสิ้นชีวิต เหยียนเต๋งโตหยินยินดีแล้วจึงว่า เมื่อรบกันข้าพเจ้าเห็นเตียวกองเบ๋งทิ้งอาวุธขึ้นสองครั้ง ท่านเก็บไว้ได้เป็นสิ่งของอันใด โจโปจึงว่าของสองสิ่งที่ข้าพเจ้าเก็บไว้ได้นั้น ยังมิได้พิเคราะห์ว่าเป็นของอันใด แล้วก็หยิบมาให้เหยียนเต๋งโตหยิน เหยียนเต๋งโตหยินก็รู้ว่าเทียนหอย ตบมือหัวเราะว่าครั้งนี้ได้พบของอันประเสริฐสมความคิดแล้ว

๏ โจโปจึงถามว่าเป็นอย่างไร เหยียนเต๋งโตหยินจึงบอกว่าของอันนี้ชื่อว่าเทียนหอย เกิดมาสำหรับแผ่นดินนานหนักหนาแล้ว ติดตามสืบเสาะเท่าไรก็ไม่ปรากฏเลย โจโปจึงว่าของอันนี้ถ้าท่านชอบใจแล้ว ก็เอาไปเถิด เหยียนเต๋งโตหยินก็คำนับรับเอาเทียนหอยแล้วจึงว่า ท่านให้ของนี้กับเรา เราขอบใจท่านนัก แล้วเหยียนเต๋งโตหยินก็ชวนโจโปกลับคืนมาค่ายดังเก่า จึงเล่าความให้อาจารย์ทั้งปวงฟัง แต่ต้นจนได้โจโปมา แล้วว่าซึ่งพวกเราถูกอาวุธเตียวกองเบ๋งทั้งห้าคนนั้น มิใช่อื่นไกลคือเทียนหอยนี้ แล้วก็หยิบเอาเทียนหอยและเชือกให้พวกพ้องทั้งปวงดู

๏ ฝ่ายเตียวกองเบ๋งต้องไม้บรรทัดเหยียนเต๋งโตหยิน มีความเจ็บปวดเป็นสาหัส แล้วเสียเครื่องมือไปสองสิ่ง เสียน้ำใจก็ขับเสือกลับมาค่ายบุนไทสือ บุนไทสือถามว่าท่านไล่เหยียนเต๋งโตหยินไปถึงไหน เตียวกองเบ๋งทอดใจใหญ่ แล้วเล่าความแต่ไล่เหยียนเต๋งโตหยินไปจนฆ่าเสียวเสงตาย โจโปมันชิงเอาเทียนหอยและเชือกเครื่องอาวุธสำหรับมือเราไปได้ เรามีความแค้นใจนัก บัดนี้เราจะลาท่านไปเกาะซามเซียมซู ขอยืมเครื่องมือที่น้องเรามาแก้แค้นเหยียนเต๋งโตหยินให้จงได้ บุนไทสือจึงว่าท่านไปอย่านอนใจ ศึกกำลังติดพันกันอยู่ ข้าพเจ้าจะทุกข์ใจอยู่ข้างหลัง เตียวกองเบ๋งรับคำแล้ว จึงเรียกตันเก๋าก๋อง เอียวเสียวสู ผู้เป็นศิษย์มาสั่งว่า จงอยู่ช่วยรักษาค่ายไว้กว่าเราจะมา สั่งแล้วก็ขึ้นหลังเสือรีบไปทางอากาศ ครั้นถึงเกาะซามเซียมซู เตียวกองเบ๋งก็ลงจากเสือเดินมายืนอยู่ปากถ้ำ

๏ ฝ่ายตองจู๊ผู้เป็นศิษย์นางหุนเสียว แลเห็นเตียวกองเบ๋งก็คำนับ แล้ววิ่งเข้าไปบอกนางหุนเสียวว่าพี่ท่านมา นางหุนเสียว นางเพกเสียว นางเกงเสียวสามคนแจ้งความดังนั้น ก็ออกมารับเตียวกองเบ๋งผู้พี่เข้าไปในถ้ำ คำนับกันแล้ว จึงถามว่าพี่มาด้วยธุระสิ่งใดหรือ เตียวกองเบ๋งจึงว่ามีรับสั่งพระเจ้าติวอ๋องให้บุนไทสือไปตีเมืองไซรกี ทหารเมืองหลวงสู้ทหารเมืองไซรกีมิได้ บุนไทสือจึงมาเชิญพี่ไปช่วยทำศึกก็ได้ชัยชนะเป็นหลายครั้ง จึงเล่าความที่ได้รบกับเหยียนเต๋งโตหยิน จนโจโปชิงเอาเทียนหอยและเชือกไป ซึ่งพี่มาทั้งนี้ปรารถนาจะยืมกรรไกรทอง ถังทองสองสิ่งตามแต่จะให้ เป็นเครื่องมือพี่แต่สักสิ่งหนึ่งก็ตามเถิด นางหุนเสียวสั่นศีรษะแล้วจึงว่า เมื่ออาจารย์รับคำทำนายของเทวดาลงมาครั้งนั้น พี่ก็ย่อมแจ้งอยู่สิ้นแล้ว อาจารย์ทั้งสามก็ได้กำชับสั่งไว้ว่า ให้รักษาศีลอยู่แต่ในถ้ำ อย่าให้ผู้ใดไปร่วมคิดทำการด้วยพระเจ้าติวอ๋อง ที่ถ้อยคำอาจารย์สั่งไว้นั้นพี่ลืมไปแล้วหรือ อนึ่งก็ย่อมแจ้งอยู่ว่า เมืองไซรกีเป็นที่เกิดผู้มีบุญ หาควรที่จะไปรบพุ่งไม่ พี่อย่าไปทำศึกเลย เชิญพี่กลับไปเขาโงโปซัวที่สำนักให้สำราญดีกว่า ถ้าสำเร็จการศึกเมื่อใดน้องจะไปหาเหยียนเต๋งโตหยิน อ้อนวอนขอเทียนหอยและเชือกคืนมาให้แก่พี่ เห็นเหยียนเต๋งโตหยินก็จะไม่เสียเราได้ ซึ่งพี่จะมายืมเอาเครื่องสำหรับมือของน้อง น้องจะให้ไปเล่าก็เห็นเป็นละเมิดคำอาจารย์สั่ง พี่อย่าน้อยใจเลย เตียวกองเบ๋งจึงว่าเราคิดว่าเป็นพี่น้องเกิดร่วมท้องกันสามสี่คนเท่านี้ เห็นจะไม่เสียกันได้ จึงมายืมเครื่องมือไปรักษาชีวิต เมื่อเจ้าไม่ให้แล้วก็แล้วไปเถิด นางหุนเสียวจึงว่าข้าพเจ้าก็มิได้ขืนขัด แต่เห็นว่าถ้าให้เครื่องมือแก่พี่ไป เหยียนเต๋งโตหยินจะว่าข้าพเจ้ารู้เห็นเป็นใจด้วยบุนไทสือ ถ้าเสียเครื่องมือซ้ำไปอีก นานไปข้างหน้าจะไปขอเหยียนเต๋งโตหยิน เหยียนเต๋งโตหยินจะให้หรือ เตียวกองเบ๋งได้ฟังก็มีความน้อยใจนัก ลุกออกจากถ้ำขึ้นขี่เสือเดินมาทางสองร้อยเส้น ได้ยินเสียงร้องเรียกชื่ออยู่ข้างหลัง เตียวกองเบ๋งเหลียวมาเห็นนางฮ่ำจือเสียนร้องเรียกก็หยุดอยู่ นางฮ่ำจือเสียนจึงทักว่านานแล้วพี่ไปไหนพึ่งเห็นมา เตียวกองเบ๋งจึงบอกนางฮ่ำจือเสียนว่า เรามาขอยืมอาวุธที่น้องเราเขาไม่ให้ ด้วยเขาไม่นับถือเรา เราจะยืมท่านผู้อื่น นางฮ่ำจือเสียนจึงว่าพี่ว่านั้นไม่ชอบ แต่น้องร่วมไส้กันยังไม่ให้ จะยืมของผู้อื่นเขาจะให้หรือ เชิญท่านกลับไปก่อน อย่าเพ่อโกรธซึ่งกัน ข้าพเจ้าจะช่วยอ้อนวอนว่ากล่าวให้ นางฮ่ำจือเสียนกับเตียวกองเบ๋งพากันกลับมาถึงปากถ้ำ นางหุนเสียวนางเพกเสียวนางเกงเสียว ก็เชิญเตียวกองเบ๋งกับนางฮ่ำจือเสียนเข้าไปในถ้ำ คำนับกันแล้วนั่งที่สมควร นางฮ่ำจือเสียนจึงว่าท่านทั้งสี่คนนี้เป็นพี่น้องกัน เตียวกองเบ๋งไปทำการศึก ชอบแต่ท่านทั้งสามจะไปช่วยป้องกันพี่จึงจะควร แต่พี่มายืมเครื่องมือไปรักษาชีวิตก็ไม่ให้ ทำใจเหมือนผู้อื่น ท่านคิดดูให้ดีอย่าให้เสียพี่น้องหาควรไม่ นางเพกเสียวน้องกลางจึงว่าแก่พี่สาวว่า พี่ให้ไปสักสิ่งหนึ่งเถิด อย่าให้ขัดเคืองกันเลย นางหุนเสียวผู้พี่ได้ฟังก็นิ่งคิดอยู่ช้านานจำใจด้วยเสียไม่ได้ จึงหยิบเอากรรไกรทองมายื่นให้เตียวกองเบ๋ง เตียวกองเบ๋งรับเอากรรไกรด้วยความยินดี ออกจากปากถ้ำขึ้นขี่เสือรีบเหาะมาถึงค่ายบุนไทสือ บุนไทสือครั้นเห็นก็วิ่งออกไปรับเข้าไปนั่งที่ปรึกษาราชการ บุนไทสือจึงถามว่าท่านไปหาน้องท่านได้อาวุธสิ่งไรมา เตียวกองเบ๋งจึงบอกว่าได้แต่กรรไกรทองมาสิ่งหนึ่ง เป็นของวิเศษอันประเสริฐ บุนไทสือได้ฟังก็ดีใจ จึงจัดแจงทหารพร้อมเสร็จแล้วให้จุดประทัดสัญญา บุนไทสือก็ขึ้นขี่กิเลน เตียวกองเบ๋งก็ขึ้นขี่เสือ เตงสินเตียวโต๋สองคนเดินตามออกมายืนอยู่ที่สนามรบ แล้วเตียวกองเบ๋งก็ร้องเรียกเหยียนเต๋งโตหยิน เหยียนเต๋งโตหยินก็ลงจากหอคอยขึ้นขี่กวางออกมายืนอยู่ตรงหน้าเตียวกองเบ๋ง เตียวกองเบ๋งจึงว่าท่านจงเอาเทียนหอยของเราคืนมาให้กับเรา ถ้าไม่ให้โดยดีก็จะเอาโดยร้าย เหยียนเต๋งโตหยินจึงตอบว่าของตกมาถึงมือเราแล้วที่จะให้คืนไปนั้นไม่ได้ ด้วยท่านเป็นคนถือผิด ไม่ควรจะรักษาของอันนี้ เตียวกองเบ๋งได้ฟังก็โกรธนัก ขับเสือเข้ารบกับเหยียนเต๋งโตหยิน เหยียนเต๋งโตหยินก็ขับกวางเข้ารบสู้กันเป็นหลายเพลง

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ