๗๒

๏ ฝ่ายนางลงเกียดก๋งจู๊หนีไปทางร้อยสิบเส้น พบอังกิ๋มผู้ผัวจึงลงจากม้าบอกความแล้ว ให้ดูแผลที่นางโฮเหลงเสียงโบ๊เอากระบี่ฟัน อังกิ๋มเห็นภรรยาต้องอาวุธก็มีความสงสารนัก เอายาใส่ให้แล้วพากันหยุดอยู่ที่นั่น จึงเขียนหนังสือให้ทหารพาไปแจ้งความแก่เกียงจูแหย เกียงจูแหยรู้หนังสือก็ตกใจ จึงว่าการทั้งนี้จำจะไปจึงจะได้ จึงสั่งให้ลิเจ้งคุมทหารอยู่รักษาค่าย ให้โลเฉียเป็นปีกขวาฮุยฮอเป็นปีกซ้าย จัดทหารสามพันพร้อมแล้ว เกียงจูแหยก็ขึ้นม้ารีบยกไป ครั้นมาถึงไม่เห็นอังกิ๋มจึงหยุดทหารอยู่

๏ ฝ่ายอังกิ๋มหนีซ่อนอยู่ในป่าเห็นเกียงจูแหยยกมาก็ดีใจ จึงพาภรรยาออกมาแล้วคุกเข่าลงคำนับ เกียงจูแหยครั้นเห็นอังกิ๋มจึงว่าท่านเป็นทหารมีฝีมือเคยทำศึกสงครามชนะมามากแล้ว เหตุใดจึงเป็นดังนี้ อังกิ๋มคำนับแล้วจึงบอกว่าเมื่อข้าพเจ้ามาถึงด่านก๋าบองก๋วน ได้รับกันฆ่าชาวด่านตายเป็นอันมาก ฮูเสงนั้นยอมเข้าด้วย ครั้นอยู่มามีนางหนึ่งพาทหารออกมาช่วย แล้วแผลงฤทธิ์มืดมนจะแลไปข้างไหนก็ไม่เห็น แล้วมาตีเอาข้าพเจ้าเจ็บปวดเป็นสาหัสดังจะขาดใจตาย พวกทหารเขานั้นมีฤทธิ์ทำเป็นไฟได้ ไล่ฆ่าฟันทหารเราตายหนีเป็นอันมาก ข้าพเจ้าเห็นเหลือสติปัญญาที่จะต่อสู้ฤทธิ์ได้จึงหนี โทษข้าพเจ้าผิดนักตามแต่จะโปรด เกียงจูแหยจึงว่า ซึ่งความผิดของท่านนี้เราจะยกโทษไว้ครั้งหนึ่ง แล้วเรียกขึ้นนั่งปรึกษาราชการกัน

๏ ฝ่ายโฮเหลงเสียงโบ๊รู้ข่าวว่าเกียงจูแหยยกมา ก็ขึ้นม้าพาทหารสามพันไปที่ทัพเกียงจูแหย เกียงจูแหยเห็นโฮเหลงเสียงโบ๊ก็รู้จัก จึงพาทหารออกมาแล้วว่าท่านกับเราก็เรียนรู้ครูเดียวกัน บัดนี้ไม่รู้หรือว่าพระเจ้าติวอ๋องกระทำผิด ขุนนางราษฎรได้ความยากแค้นล้มตายเป็นอันมาก พระเจ้าบูอ๋องซึ่งทรงสัจธรรมให้เรามาปราบปรามผู้กระทำผิด เหตุใดท่านจึงมาเข้าด้วยฮูเสงฆ่าทหารเราตายเป็นอันมากดังนี้ ท่านเห็นว่าพระเจ้าติวอ๋องทำชอบแล้วหรือ โฮเหลงเสียงโบ๊ได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะ จึงว่าท่านเป็นคนโลภรักยศเห็นแก่ลาภหาสัจซื่อไม่ ถือตัวว่าเป็นอาจารย์มีความรู้ กลับมาว่าเราเสียอีกเล่า แล้วก็ขับม้ารุกไล่เกียงจูแหย

๏ ฝ่ายโลเฉียฮุยฮอก็เข้าช่วยเกียงจูแหย โฮเหลงเสียงโบ๊เห็นว่าจะสู้ด้วยฝีมือเหลือกำลัง แล้วทำถอยไปจึงแก้เอาของวิเศษที่ศีรษะออก รัศมีของวิเศษนั้นก็เป็นแสงไปไกลสิบห้าวา ต้องเกียงจูแหยแลทหารมืดมัวไปไม่เห็นข้าศึก โฮเหลงเสียงโบ๊จึงขับม้าเข้าไป เอากระบี่ฟันเกียงจูแหย

๏ ขณะนั้นเกียงจูแหยหาใส่เสื้อเกราะไม่ ถูกกระบี่เข้าเลือดไหลโซมตัวเจ็บปวดเหลือที่จะทนก็ขับม้าหนี ทหารโฮเหลงเสียงโบ๊ก็ฆ่าทหารเกียงจูแหยตายเป็นอันมาก แล้วโฮเหลงเสียงโบ๊ก็พากันไล่ติดตามเกียงจูแหยไปทันที่ช่องแคบ เอาค้อนเหล็กตีถูกที่ต้นคอเกียงจูแหยตกม้าลงสิ้นใจตาย โฮเหลงเสียงโบ๊ลงจากม้าจะไปตัดศีรษะเกียงจูแหย พอเห็นกงเสงจู๊เดินทำเพลงมาก็รู้จัก จึงร้องห้ามว่าอย่าเข้ามาที่นี่เราจะตัดศีรษะเกียงจูแหย กงเสงจู๊จึงว่างดก่อน อาจารย์ใช้เรามาคอยอยู่ โฮเหลงเสียงโบ๊ก็โกรธเอากระบี่ฟันกงเสงจู๊ กงเสงจู๊หลบได้จึงเอากระบี่ฟันโฮเหลงเสียงโบ๊ถูกหมวกของวิเศษที่ศีรษะก็กระเด็นลงมา แต่หามีฤทธิ์เหมือนแต่ก่อนไม่ ด้วยแพ้ฤทธิ์เสื้อของกงเสงจู๊ใส่มา โฮเหลงเสียงโบ๊คิดขัดใจว่า เหตุใดคนนี้จึงมาสู้ของวิเศษเราได้ ก็รำกระบี่เข้าไล่ฟันกงเสงจู๊ กงเสงจู๊ก็โกรธจึงเอาตราทองมีฤทธิ์นัก ทุกเอาศีรษะโฮเหลงเสียงโบ๊แตกตาย วิญญาณนั้นก็ไปอยู่ห้องสินไต้แปลว่าที่ประชุมดวงจิตผู้ที่สาบมานั้น แล้วกงเสงจู๊เก็บเอาของวิเศษของโฮเหลงเสียงโบ๊ จึงเอายาในน้ำเต้ากรอกเกียงจูแหย เกียงจูแหยก็กลับเป็น ลืมตาขึ้นแลเห็นกงเสงจู๊แล้วคำนับว่าเป็นบุญได้พบท่าน ช่วยชีวิตข้าพเจ้าครั้งนี้พระคุณหาที่สุดไม่ กงเสงจู๊จึงว่าอาจารย์เรารู้ว่าเคราะห์ท่านร้ายนัก จึงใช้เรามาช่วยอยู่ช้านาน เกียงจูแหยก็คำนับกงเสงจู๊ กงเสงจู๊ก็ลากลับไปที่เฮกอิวเก๋งแปลว่าเก๋งแก้ว เกียงจูแหยก็มาค่าย ครั้นมาถึงกลางทางบังเกิดพายุต้นไม้ใหญ่น้อยหักเอนไป แล้วแลเห็นซินกงป้าขี่เสือเดินมา เกียงจูแหยจะหลีกหนีก็ไม่ทัน จึงจำเป็นทักว่าท่านจะไปไหน ซินกงป้าหัวเราะแล้วว่าท่านอย่าหนีเราเลย เราตั้งใจมาจะคอยแก้แค้น เมื่อท่านคบกับลำเก๊กเซียงอ๋อง ท่านไม่แลดูหน้าเราเรียกท่านก็เมินเสีย แล้วยุให้ลำเก๊กเซียงอ๋องว่าหยาบช้า ทั้งให้นกมาจิกศีรษะเรา เราก็มีความแค้นนัก วันนี้ไม่ปล่อยตัวท่านไปแล้ว จะให้ตายอยู่ที่นี่ จึงเงื้อกระบี่ขึ้นจะฟัน เกียงจูแหยเอากระบี่รับไว้แล้วว่า ท่านกับเราเรียนวิชามาด้วยกันถึงสี่สิบปีเหมือนพี่แลน้อง เราจะได้ยุยงลำเก๊กเซียงอ๋องทำแก่ท่านดังว่านั้นหาไม่ เราช่วยป้องกันไว้อีก ท่านยังไม่เห็นบุญคุณกลับมาว่าดังนี้เล่า ซินกงป้าจึงว่าเอ็งเป็นคนไม่มีดีด้วยกันทั้งสองคน อย่าพักพูดแก้ตัวเลย เกียงจูแหยจึงตอบว่า ซึ่งเราจะกลัวท่านนั้นหาไม่ แต่เรากลัวความนินทาว่าเป็นศิษย์อาจารย์เดียวกันจะมาฆ่ากันเล่า ว่าแล้วเอากระบี่ฟันซินกงป้าทีหนึ่ง แล้วก็หนีไปทางทิศตะวันออก ซินกงป้าจึงขับเสือไล่ตามไป ครั้นใกล้จึงเอาแก้วอันมีฤทธิ์ ซึ่งเกิดแต่ต้นแผ่นดินทิ้งถูกหลังเกียงจูแหยเจ็บเป็นสาหัสทรุดนั่งอยู่

๏ ฝ่ายฮูลิวสุนโตหยินยืนอยู่หน้าถ้ำฮุยเลงต๋องเขาเฮียบเลงสัน แลเห็นซินกงป้าก็ร้องเรียก ซินกงป้าแกล้งทำเมินไม่ได้ยิน ฮูลิวสุนโตหยินจึงซ้ำเรียกอีก ว่าอาจารย์ให้มาคอยอยู่ ซิงกงป้าเหลียวไปเห็นก็รู้จัก ว่าฮูลิวสุนโตหยินคนนี้มีฤทธิ์นัก จะอยู่สู้รบไม่ได้ก็หนีไป ฮูลิวสุนโตหยินจึงหัวเราะร้องว่าอย่าหนีเราเลย จึงเอาเชือกที่ลงยันต์โยนไปมัดซินกงป้าแล้วสั่งให้อึ้งกี๋มเล็กสู้คุมตัวไว้ จะเอาไปให้อาจารย์ทำโทษที่เขากิเลน แล้วพยุงเกียงจูแหยให้ลุกขึ้นนั่งเหนือแผ่นศิลาให้ยากิน เกียงจูแหยกินยามีความสบาย แล้วคุกเข่าลงคำนับว่าท่านช่วยชีวิตข้าพเจ้าครั้งนี้คุณหาที่สุดไม่ แล้วก็ลากลับมาค่าย ฮูลิวสุนโตหยินก็พาเอาตัวซินกงป้ามา ครั้นถึงหยกหูก๋งที่อาจารย์ง่วนสีเทียนจุ๋นอยู่ เห็นรูปธงปักหน้าเก๋งสองคันกับกระถางตามธูปไว้คู่หนึ่งก็รู้ว่าอาจารย์อยู่ จึงเข้าไปคุกเข่าลงกราบคำนับง่วนสีเทียนจุ๋นแล้วว่า ซึ่งท่านให้ข้าพเจ้าไปจับตัวซินกงป้านั้น ข้าพเจ้าได้ตัวมาแล้ว อาจารย์ง่วนสีเทียนจุ๋นจึงให้หาตัวซินกงป้ามาถามว่าเหตุไรตัวจึงไปทำร้ายเกียงจูแหย ซึ่งอาสาพระเจ้าบูอ๋องมาปราบปรามผู้ผิดจะให้แผ่นดินเป็นสุข นี่หากว่ารู้ให้ไปช่วยทันเกียงจูแหยจึงรอด ถ้าเกียงจูแหยตายราชการพระเจ้าบูอ๋องเสีย คนทั้งปวงก็จะได้ความเดือดร้อนชอบแล้วหรือ ซินกงป้าได้ฟังตกใจกลัวก้มหน้านิ่งอยู่ มิรู้ที่จะว่าประการใด อาจารย์ง่วนสีเทียนจุ๋นจึงสั่งอึ้งกุ๋น ให้เอาตัวซินกงป้าไปทำโทษ เอาก้อนศิลาทับไว้กว่าจะสิ้นอายุเกียงจูแหย อึ้งกุ๋นเข้ามาจะเอาตัวไป ซินกงป้าจึงร้องว่าซึ่งข้าพเจ้าทำทั้งนี้ จะได้แกล้งให้ราชการพระเจ้าบูอ๋องเสีย จะให้คนทั้งปวงเดือดร้อนนั้นหามิได้ ด้วยแต่ก่อนเกียงจูแหยทำร้ายให้ข้าพเจ้าได้ความขัดเคืองจึงทำทดแทนเกียงจูแหย ตั้งแต่นี้ไปข้าพเจ้ามิได้ทำอันตรายเกียงจูแหยต่อไปแล้ว ข้าพเจ้าขอโทษตัวครั้งหนึ่งเถิด ง่วนสีเทียนจุ๋นก็มีความเมตตาให้งดโทษไว้ แล้วให้ซินกงป้าสาบานว่า ถ้าทำดังนี้สืบไปให้เอาใส่หลุมถมไว้ให้ตายที่เมืองปักไฮ ซินกงป้าก็ให้สัตย์ตามคำอาจารย์ แล้วฮูลิวสุนโตหยินกับซินกงป้าคำนับลาง่วนสีเทียนจุ๋นไปที่อยู่

๏ ฝ่ายก๋งเสงจู๊ครั้นมาถึงเขาเผกอิวก๋ง เห็นสานุศิษย์ของอาจารย์เดินออกมา จึงว่าท่านเอ็นดูเรากลับเข้าไปเรียนอาจารย์ว่าเราจะขอเข้าไปแจ้งความ สานุศิษย์นั้นก็เข้าเรียนความตามก๋งเสงจู๊สั่ง อาจารย์ทองเทียนกาจู๊แจ้งความแล้ว ก็สั่งให้สานุศิษย์พาก๋งเสงจู๊มา ก๋งเสงจู๊ครั้นเข้ามาถึงอาจารย์คุกเข่าลงคำนับแล้ว จึงเอาของวิเศษของนางโฮเหลงเสียงโบ๊ส่งให้อาจารย์แล้วว่า ข้าพเจ้าไปพบนางโฮเหลงเสียงโบ๊ทำอันตรายแก่เกียงจูแหย ข้าพเจ้าห้ามไม่ฟังกลับเอากระบี่ฟันข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงเอาตราทองทุบตาย เกียงจูแหยนั้นข้าพเจ้าได้ให้ยากินจึงรอดชีวิต แล้วเล่าความซึ่งนางโฮเหลงเสียงโบ๊รบกับเกียงจูแหย แลอังกิ๋มทหารล้มตายเป็นอันมาก อาจารย์ทองเทียนกาจู๋ได้ฟังก็ติเตียนนางโฮเหลงเสียงโบ๊ว่าทำผิด แล้วอาจารย์ส่งกระบองเหล็กสี่เหลี่ยมเจ็ดข้อมียันต์ปิดข้อละสี่แห่งให้ก๋งเสงจู๊ สั่งว่าทีนี้ใครทำอันตรายจงเอากระบองนี้ตี ก๋งเสงจู๊รับกระบองแล้วลาอาจารย์ออกมาข้างนอก

๏ ฝ่ายนางกุเหลงเสียงโบ๊ซึ่งเป็นพวกนางโฮเหลงเสียงโบ๊ผู้ตาย เห็นก๋งเสงจู๊เดินออกมามีความโกรธนัก ว่าเหตุใดเจ้าจึงตีนางโฮเหลงเสียงโบ๊พวกเราตาย ว่าแล้วเอากระบี่ฟันก๋งเสงจู๊ ก๋งเสงจู๊เอากระบี่รับไว้ ว่าพวกท่านไปฆ่าเกียงจูแหย ซึ่งอาสาพระเจ้าบูอ๋องมาปราบผู้ทำผิดให้แผ่นดินเป็นสุข อาจารย์ทองเทียนกาจู๋ใช้เราไปปราบปราม ว่าแล้วก็เอาตราทุบศีรษะกุเหลงเสียงโบ๊แตกตาย กลายเพศกลับเป็นเต่าไปดังเก่า

๏ ฝ่ายหองสิวเสียน ฮอหุนเสียง กิ๋มก๋งเสียน กิ๋มแหยเสียน ซึ่งเป็นพวกกุเหลงเสียงโบ๊เห็นเพื่อนกลายเป็นเต่ามีความอายนัก ก็ชวนกันเข้าสกัดหน้าจะฆ่าก๋งเสงจู๊ ก๋งเสงจู๊เห็นดังนั้นก็กลับเข้าไปบอกความแก่อาจารย์ทองเทียนกาจู๋ ทองเทียนกาจู๋จึงให้ซุยฮอถองหยีไปเรียกศิษย์ทั้งสี่เข้ามากำชับว่าอย่าทำอันตรายเขา แล้วจึงสั่งให้ขับกุเหลงเสียงโบ๊ซึ่งกลายเป็นเต่านั้นอย่าให้เข้ามาหาเรา

๏ ฝ่ายโตโบโตหยินเห็นอาจารย์โกรธด่าศิษย์สี่คน จึงบอกว่าเป็นความจริงข้าพเจ้ารู้อยู่ว่า คนสี่คนนี้จะได้ทำอันตรายกับก๋งเสงจู๊หามิได้ อาจารย์จึงว่าอย่าว่าต่อไปเลย ก๋งเสงจู๊ก็กราบลาอาจารย์ไปที่อยู่ ขณะนั้นอาจารย์ทองเทียนกาจู๋จึงเอากระบี่สี่เล่มอันมีฤทธิ์ส่งให้กิ๋มเหลงเสียงโบ๊ไปไว้สำหรับจะปราบเทวดาแลมนุษย์

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ