๓๖

๏ เตียวหลุยครั้นมาถึงเมืองจิวโก๋ก็ไปหาบุนไทสือ บุนไทสือถามว่าท่านมาทำไมเล่า เตียวหลุยจึงว่าซึ่งท่านสั่งข้าพเจ้าให้ไปรบกับหลำจงกวด หลำจงกวดสู้กับข้าพเจ้าได้สามสิบเพลงหาแพ้ชนะกันไม่ ต่างคนต่างหลีกไป ครั้นรุ่งขึ้นข้าพเจ้าก็สู้กับสินกะ สินกะแพ้หนีข้าพเจ้าและเสบียงอาหารในกองทัพนั้นขัดสนลง ข้าพเจ้าจึงไปขอเสบียงอาหารฮั่นเอ๋ง ณ ด่านกีจิวก๋วน ฮั่นเอ๋งไม่ให้ ข้าพเจ้าเห็นทหารในกองทัพวุ่นวายระส่ำระสายนักด้วยอดอาหาร ข้าพเจ้าจึงรีบมาทั้งกลางวันกลางคืนจะขอเสบียงท่าน บุนไทสือจึงว่าเราได้สั่งไว้กับฮั่นเอ๋งเสร็จแล้ว และท่านมาทำให้เสียการฉะนี้ จะมิมีเหตุอย่างไรหรือ ท่านจงงดอยู่สักสองสามวัน เราจะเกณฑ์คนสามพัน ม้าสามพันกับข้าวร้อยเกวียนให้ท่านรีบยกไปก่อน แล้วเราจะยกทัพใหญ่ไปตามตีเอาเมืองไซรกีให้จงได้ บุนไทสือก็เกณฑ์พลกับเสบียงอาหารให้เตียวหลุย เตียวหลุยก็ลอบพาเอาบิดามารดาบุตรภรรยาพี่น้องพรรคพวกไปจากเมือง ครั้นเตียวหลุยยกไปแล้ว บุนไทสือจึงคิดว่าเหตุไฉนฮั่นเอ๋งมิให้เสบียงอาหารเตียวหลุยก็สงสัยนัก จึงจุดธูปเทียนเสี่ยงทายตามสังเกต ก็รู้ว่าเตียวหลุยแกล้งมาล่อลวง ครั้นจะยกไปติดตามเตียวหลุย เตียวหลุยก็ไปถึงสามวันสี่วันแล้วเห็นจะตามมิทัน จึงเรียกอิเขง กิดดิบเข้ามาปรึกษาว่าเห็นใครจะเป็นแม่ทัพไปตีเมืองไซรกีได้ อิเขงจึงว่าข้าพเจ้าเห็นแต่เตียวกุ๋ยหองซึ่งอยู่ ณ เมืองเฉงหยงก๋วนผู้เดียว จะเป็นแม่ทัพไปตีเมืองไซรกีได้ บุนไทสือเห็นชอบด้วย จึงแต่งหนังสือส่งให้ม้าใช้รีบไปเมืองเฉงหยงก๋วน เตียวหลุยครั้นมาถึงเมืองไซรกี ก็เข้าไปหาเกียงจูแหย คำนับแล้วชมว่าความท่านคิดดีจริง ซึ่งใช้ข้าพเจ้าไปล่อลวงบุนไทสือนั้นได้มาสมคิดแล้ว เกียงจูแหยจึงว่าเห็นบุนไทสือจะยกทัพใหญ่ตามมา ก็ให้จัดแจงทหารตั้งค่ายคูไว้มั่นคง

๏ ฝ่ายผู้ถือหนังสือครั้นมาถึงเมืองเฉงหยงก๋วน ก็เข้าไปหาเตียวกุ๋ยหอง เตียวกุ๋ยหองครั้นรู้หนังสือแล้ว ก็ให้เกณฑ์กองทัพสิบแสน ให้ฮองหลิมเป็นทัพหน้า เตียวกุ๋ยหองเป็นทัพหลวง ยกไปถึงแดนเมืองไซรกี ตั้งค่ายไกลเมืองสองพันเส้น ให้ตรวจตรารักษาหน้าที่ทุกหมวดกอง

๏ ฝ่ายนายด่านครั้นเห็นทัพใหญ่ยกมาก็ตกใจ รีบเอาเนื้อความเข้าไปบอกเกียงจูแหย เกียงจูแหยจึงปรึกษาอึ้งปวยฮอว่า ท่านจะเห็นใครที่มีสติปัญญา จะให้ไปสู้กับเตียวกุ๋ยหองได้ อึ้งปวยฮอจึงว่า เตียวกุ๋ยหองคนนี้แปลงตัวได้ มีความรู้เวทมนตร์ขลังนัก ถ้าใครออกรบ เตียวกุ๋ยหองเรียกชื่อผู้นั้นก็เวียนศีรษะมืดหน้ามัวตาล้มลง ถ้าขี่ม้าอยู่ก็ตกจากหลังม้าให้เตียวกุ๋ยหองจับตัวได้ บรรดานายทัพนายกองทั้งปวงที่จะสู้เตียวกุ๋ยหองนั้นข้าพเจ้าหาเห็นผู้ใดไม่ เกียงจูแหยได้ฟังดังนั้นก็นิ่งอยู่

๏ ฝ่ายเตียวกุ๋ยหองยับยั้งอยู่หลายวัน ก็หาเห็นเกียงจูแหยแต่งให้ใครออกมารบพุ่งไม่ จึงสั่งฮองหลิมให้ออกไปท้าทายดูท่วงทีเกียงจูแหย ฮองหลิมก็แต่งตัวใส่เกราะถือกั้นหยั่นขึ้นม้าพาทหารเข้าไปยืนอยู่หน้าค่าย ร้องว่าแต่เรายกมาอยู่หลายวัน เหตุไรหาออกมาสู้รบไม่ หรือจะยอมแพ้ก็เร่งออกมาคำนับเรา เกียงจูแหยจึงให้กีซกเขียนบุตรบุนอ๋องที่สิบสองขี่ม้าถือทวนพาทหารออกไปร้องถามว่า ท่านชื่อเตียวกุ๋ยหองหรือ ฮองหลิมจึงว่าเราชื่อฮองหลิมเป็นทัพหน้าเตียวกุ๋ยหอง ถือรับสั่งพระเจ้าติวอ๋องมาจะตัดศีรษะพวกท่านและนายท่าน ซึ่งตั้งตัวเป็นบูอ๋อง แล้วคบค้าเอาอึ้งปวยฮอไว้ กีซกเขียนจึงว่าตัวท่านหารู้จักตายไม่ ทุกวันนี้บรรดาหัวเมืองทั้งปวงก็มาเข้ากับบูอ๋องหมดแล้ว ซึ่งท่านจะมาตัดศีรษะพวกเรานั้น กลัวแต่ศีรษะของท่านจะขาดไปก่อน ฮองหลิมได้ฟังดังนั้นก็โกรธขับม้าเข้ารบกับกีซกเขียนได้สามเพลง กีซกเขียนเอาทวนแทงถูกขาฮองหลิม ฮองหลิมเสียทีชักม้าหนี กีซกเขียนควบม้าตามไปจวนจะทัน ฮองหลิมร่ายมนต์เป็นควันไฟออกจากปากเหม็นเหมือนกำมะถัน แล้วบันดาลเป็นลูกเพลิงเท่าชามโคม ปลิวไปตกถูกศีรษะกีซกเขียน กีซกเขียนตกลงจากม้า ฮองหลิมก็เข้าตัดศีรษะกีซกเขียนไปให้เตียวกุ๋ยหอง เตียวกุ๋ยหองให้เอาศีรษะไปเสียบประจานไว้หน้าค่าย ครั้นเกียงจูแหยรู้ว่ากีซกเขียนเสียทีฮองหลิม ก็ขึ้นม้าพาทหารออกไปท้าให้เตียวกุ๋ยหองออกรบ เตียวกุ๋ยหองก็ขึ้นมาพาทหารออกไปร้องว่ากับเกียงจูแหยว่า เดิมตัวท่านเป็นขุนนางกินเบี้ยหวัดในเมืองจิวโก๋ แล้วกลับมาเข้าด้วยคนผิดคิดกบฏต่อพระมหากษัตริย์ ยังมีหน้าจะมาสู้เราอีกเล่า เกียงจูแหยทำเป็นหัวเราะแล้วว่า ท่านถือตัวว่าเป็นคนสัตย์ซื่อดีแต่ผู้เดียว คนทั้งปวงที่มาเข้ากับบูอ๋องนั้นหาซื่อสัตย์ไม่ ตัวท่านจะตายอยู่แล้วยังจะรู้หรือ ถ้าท่านฟังคำเรากลับไปตัดเอาศีรษะพระเจ้าติวอ๋องมาให้บูอ๋องเห็นว่าจะมีความชอบสืบไป เตียวกุ๋ยหองได้ฟังดังนั้นก็โกรธขับม้าเข้าไปจะรบด้วยเกียงจูแหย อึ้งปวยฮอขับม้าขวางเข้ารบเตียวกุ๋ยหอง ฮองหลิมก็เข้ารบกับหลำจงกวด เตียวกุ๋ยหองก็ร้องเรียกชื่ออึ้งปวยฮอ อึ้งปวยฮอพลัดตกจากหลังม้า เตียวกุ๋ยหองจะเข้าจับตัว จิวกีถือขวานออกช่วยป้องกันอึ้งปวยฮอไว้ อึ้งฮุยปิวอึ้งฮุยป้าก็เข้าพยุงพาตัวอึ้งปวยฮอกลับไปค่าย จิวกีกับเตียวกุ๋ยหองรบกันอยู่ เตียวกุ๋ยหองเรียกชื่อจิวกี จิวกีก็พลัดตกจากม้า เตียวกุ๋ยหองก็จับตัวได้ ฝ่ายหลำจงกวดรบกับฮองหลิมแต่เช้าจนเย็นไม่แพ้ชนะกัน ฮองหลิมจึงร่ายมนต์เป็นลูกไฟไปตกถูกศีรษะหลำจงกวด หลำจงกวดพลัดตกจากม้า ฮองหลิมจับตัวได้มัดพาไปค่าย เตียวกุ๋ยหองก็ให้เอาตัวหลำจงกวดกับจิวกีขังใส่ตู้ลั่นกุญแจไว้

๏ ฝ่ายเกียงจูแหยกลับมาค่ายหามีความสบายไม่ คิดสงสารนายทหารทั้งสองคนจะเป็นตายอย่างไรมิได้รู้ ครั้นเวลาเช้าเตียวกุ๋ยหองก็พาทหารออกไปยืนด่าอยู่ตรงหน้าค่ายท้าให้เกียงจูแหยออกรบ เกียงจูแหยหาออกไปรบไม่ จึงอุบายเขียนป้ายยอมแพ้ไปแขวนไว้เป็นสำคัญ เตียวกุ๋ยหองเห็นดังนั้นก็หัวเราะว่า เกียงจูแหยออกมารบเวลาเดียวก็ยอมแพ้หาสู้ต่อไปไม่ ว่าแล้วถอยทัพกลับไปค่าย

๏ ขณะนั้นไทอิดจินหยินเรียกลูกศิษย์มาแล้วสั่งว่า บัดนี้เตียวกุ๋ยหองยกทัพมาตีไซรกีจงรีบลงไปช่วยบูอ๋องกับเกียงจูแหยจะได้มีความชอบสืบไปภายหน้า โลเฉียรับคำเทพยดาแล้วเท้าขวาเหยียบจักรไฟเท้าซ้ายเหยียบจักรลม มือขวาถือทวนมือซ้ายถือกำไลทองเหาะลงมาเมืองไซรกีเข้าไปคำนับเกียงจูแหยแล้วบอกว่าข้าพเจ้าชื่อโลเฉียเป็นศิษย์ไทอิดจินหยิน ไทอิดจินหยินบังคับให้ข้าพเจ้ามาช่วยท่านทำศึก เกียงจูแหยได้ฟังก็ดีใจจึงว่า บัดนี้เราเสียนายทหารสองคนไปแก่ข้าศึกจึงต้องทำป้ายยอมแพ้ไปแขวนไว้ เตียวกุ๋ยหองจึงงดอยู่หาออกรบไม่ ท่านมาช่วยก็ดีแล้ว จะได้ทำการต่อไป โลเฉียจึงว่าท่านอย่าวิตกเลย ไปเก็บเอาป้ายมาเสียเถิด ข้าพเจ้าจะรบกับเตียวกุ๋ยหองเอง เกียงจูแหยก็เอาป้ายมาเสีย เตียวกุ๋ยหองจึงว่ากับฮองหลิมว่า เกียงจูแหยเอาป้ายยอมแพ้คืนไปเสียแล้ว เห็นจะออกมารบกับเราอีก ท่านยกออกไปฟังดู ฮองหลิมก็คุมทหารออกไปถึงหน้าค่ายเกียงจูแหย โลเฉียก็คุมทหารออกไปร้องถามว่าท่านชื่อไร ฮองหลิมบอกว่าเราชื่อฮองหลิมเป็นทัพหน้าเตียวกุ๋ยหอง โลเฉียจึงว่าท่านจะสู้กับเรานั้นหาควรไม่ จงไปบอกเตียวกุ๋ยหองแม่ทัพมาสู้กับเราเถิด ฮองหลิมได้ฟังก็โกรธขับม้าเข้ารบกับโลเฉียได้ยี่สิบเพลง ฮองหลิมสิ้นกำลังเห็นจะสู้โลเฉียมิได้ก็ร่ายมนต์ลูกไฟออกจากปาก โลเฉียเห็นก็หัวเราะจึงว่า ความรู้อย่างนี้เราเรียนรู้ก่อนแล้วจะทำไมใครได้ โลเฉียก็ชี้เข้าที่ลูกไฟ ลูกไฟก็สูญหายไป แล้วโลเฉียเอากำไลทองไล่ขว้างฮองหลิมเจ็บปวดเป็นสาหัสแทบจะตกจากม้า ฮองหลิมแข็งใจควบม้ากลับไปค่าย เตียวกุ๋ยหองก็ขึ้นม้าพาทหารออกไปเอาทวนชี้หน้าโลเฉีย ร้องว่าอ้ายโลเฉียเอ็งเป็นลูกเล็กเด็กน้อย บังอาจไล่ฮองหลิมเข้ามาจนถึงหน้าค่าย ว่าแล้วก็เข้ารบกับโลเฉียได้สามสิบสี่เพลงไม่แพ้ชนะกัน โลเฉียแกว่งกำไลลุกเป็นเปลวไฟล้อมรอบตัวเตียวกุ๋ยหอง เตียวกุ๋ยหองร่ายมนต์ดับพิษไฟแก้ตัวออกมาได้ แล้วร้องว่าโลเฉียเอ็งอย่าเหยียบจักรอยู่ล้มลงให้กูจับดีๆ โลเฉียได้ยินดังนั้นเท้าก็พลาดตกจากจักร

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ