๒๙

๏ ซ่องเฮกเฮ้าพิเคราะห์ดูหนังสือ แล้วคิดว่าจะนิ่งอยู่ฉะนี้ไม่ควร ด้วยเป็นการแผ่นดินว่าจะไปบอกกับบิดามารดาให้แจ้งจึงจะจับตัวซ่องเฮ่าเฮ้าผู้พี่ ซึ่งทำผิดส่งไปให้บุนอ๋องฆ่าเสียตามโทษ แล้วรินสุราให้หลำจงกวดกิน จึงว่าท่านกลับไปบอกกับเกียงจูแหยว่าเราไม่เข้าด้วยผู้กระทำผิดดอก อย่าให้ท่านทั้งสองวิตกเลย แล้วสั่งซ่องเอ๋งหลวนผู้บุตรให้อยู่รักษาเมือง ให้โฮเต๋งซมก๋งจัดไพร่สามพันพร้อมแล้ว ซ่องเฮกเฮ้าก็ยกไปเมืองปักเปกเฮ้า

๏ ฝ่ายซ่องเอ๋งปิวซึ่งอยู่รักษาเมือง รู้ว่าอามาถึงดีใจนัก ก็ออกไปคำนับถึงนอกเมือง ซ่องเฮกเฮ้าจึงว่าเรารู้ว่าศึกมาติดเมือง จึงรีบมาช่วย ซ่องเอ๋งปิวบอกว่า เกียงจูแหยกับบุนอ๋องยกทัพมา ฆ่าหมุยเต๊กกับกิมเสงนายทหารตาย ซ่องเฮกเฮ้าก็ทำเป็นโกรธ แล้วว่าพรุ่งนี้เราจะออกไปรบ ซ่องเอ๋งปิวก็ดีใจพาเข้ามาในเมือง แต่งโต๊ะเลี้ยงกันทั้งนายและไพร่

๏ ครั้นรุ่งเช้าซ่องเฮกเฮ้าก็พาซ่องเอ๋งปิวคุมทหารออกไป เกียงจูแหยเห็นทัพยกมา จึงให้หลำจงกวดคุมทหารออกไป หลำจงกวดแลเห็นทหารซ่องเฮกเฮ้า จึงร้องว่าพี่ชายท่านทำผิดยังเห็นดีด้วย ยกทหารมาจะรบกับเราหรือ แล้วขับม้ารำดาบเข้าไป ซ่องเฮกเฮ้าก็แกล้งชักม้าเข้าต่อสู้ ให้ซ่องเอ๋งปิวเห็นได้ยี่สิบเพลง แล้วบอกกับหลำจงกวดว่า เราจะเข้าด้วยซ่องเฮ่าเฮ้าหามิได้ เราสู้ท่านพอคนทั้งปวงเห็นมือ มิให้มีความสงสัย แล้วจึงจะลวงจับพี่เราผู้ทำผิดส่งให้บุนอ๋อง หลำจงกวดได้ยินดังนั้น ก็ทำเป็นชักม้าพาทหารหนีเข้าค่าย บอกความแก่เกียงจูแหยและบุนอ๋องทุกประการ ซ่องเอ๋งปิวครั้นเห็นหลำจงกวดหนีไป จึงว่าแก่อาว่าข้าพเจ้าดูเห็นหลำจงกวดเสียทีท่านแล้ว เหตุไรจึงมิติดตามฆ่าเสียเล่า ซ่องเฮกเฮ้าจึงว่า หลำจงกวดเป็นศิษย์เกียงจูแหยมีความรู้มาก ที่จะหักหาญเอาโดยเร็วไม่ได้ จำจะคิดอ่านให้ดีก่อน แล้วก็พาซ่องเอ๋งปิวและทหารกลับมาเมือง จึงว่ากับซ่องเอ๋งปิวว่า อันการทั้งนี้หนักแน่นอยู่ จะทำแต่กำลังเราเห็นไม่ได้ จำจะบอกไปถึงบิดาท่านให้เร่งออกมาช่วยกัน ซ่องเอ๋งปิวก็เห็นชอบด้วย จึงแต่งหนังสือบอกข้อความให้ซุนเอ๋งถือหนังสือรีบไป ณ​ เมืองจิวโก๋

๏ ฝ่ายซ่องเฮ่าเฮ้าแจ้งความแล้วก็โกรธนัก จึงเอาหนังสือบอกเข้าไปในวัง พอพระเจ้าติวอ๋องเสด็จออกก็เข้าไปเฝ้า ถวายหนังสือแล้วทูลว่า เกียงจูแหยกับบุนอ๋องซึ่งหนีไป บัดนี้คิดกบฏคุมกองทัพมาตีเมืองข้าพเจ้า พระเจ้าติวอ๋องจึงตรัสว่า จะไว้ใจแก่ข้าศึกมิได้ท่านจงเร่งรีบไปรักษาเมืองไว้ก่อน แล้วเราจะแต่งกองทัพตามไปช่วย ซ่องเฮ่าเฮ้าก็ถวายบังคมลาออกมาจัดทหารได้สามพันยกไป

๏ ฝ่ายซ่องเฮกเฮ้าครั้นมีหนังสือไปแล้ว ภายหลังจึงให้เกาเต๋งคุมทหารมีฝีมือยี่สิบคนไปอยู่ที่ประตู ถ้าซ่องเฮ่าเฮ้ามาถึงแล้ว ได้ยินเสียงเราร้องขึ้น จงชักกระบี่ออกไล่ฟัน แล้วจงช่วยกันจับเอาตัวซ่องเฮ่าเฮ้ากับบุตรให้ได้ ครั้นส่งทหารแล้วก็รักษาเมืองมั่นอยู่ ครั้นรู้ว่าซ่องเฮ่าเฮ้าพี่ชายมาถึง จึงพาซ่องเอ๋งปิวกับซิมกั๋งออกไปรับนอกเมือง ทางไกลร้อยห้าสิบหกเส้น ซ่องเฮ่าเฮ้าครั้นเห็นน้องชายกับบุตรออกมารับ ก็มีความยินดีหยุดคำนับกัน ซ่องเฮกเฮ้าจึงร้องสั่งทหารทั้งปวงบรรดามาด้วยซ่องเฮ่าเฮ้าให้หยุดอยู่ที่นี้ เราจะเข้าไปปรึกษาคิดราชการกันในเมือง แล้วก็พากันเดินมา ครั้นถึงประตูเมืองที่ให้ทหารยี่สิบคนอยู่นั้น ซ่องเฮกเฮ้าจึงชักกระบี่ออกแล้วร้องให้จับ เกาเต๋งกับทหารก็จับได้ตัวซ่องเฮ่าเฮ้ากับซ่องเอ๋งปิวมัดไว้ ซ่องเฮ่าเฮ้าจึงถามซ่องเฮกเฮ้าว่า เหตุไรเจ้าจึงคิดการกระทำกับพี่ดังนี้ ซ่องเฮกเฮ้าจึงว่าท่านทำการไม่ชอบ ไปคบคิดกับฮิวฮุนฮุยต๋งทูลยุยงพระเจ้าติวอ๋อง ให้ทำลกไต๋ให้คนได้ความแค้น แล้วให้ฆ่าผู้มีความสัตย์ซื่อเสียเป็นอันมาก แผ่นดินเดือดร้อนจะพลอยให้เขาฆ่าพวกพ้องตายเสียด้วย ซ่องเฮ่าเฮ้ารู้ตัวว่าผิดก็นิ่งถอนใจใหญ่อยู่ มิได้ตอบประการใด ซ่องเฮกเฮ้าก็นำทหารคุมตัวซ่องเฮ่าเฮ้ากับบุตรรีบลัดไปโดยเร็ว

๏ ฝ่ายบ่าวซ่องเฮ่าเฮ้าครั้นเห็นเขาจับนายมัดไป วิ่งมาบอกความที่บ้านนาย ภรรยาลูกหลานซ่องเฮ่าเฮ้า ครั้นรู้เหตุต่างคนตกใจชวนกันวิ่งมาที่ประตูก็ไม่เห็น จะตามไปก็ไม่ทัน ต่างคนต่างร้องไห้อยู่ที่นั่น ซ่องเฮกเฮ้าครั้นพาพี่ชายกับหลานมาถึงค่าย ก็เข้าไปหาเกียงจูแหย เกียงจูแหยเห็นก็มีความยินดี ออกมาต้อนรับคำนับกันตามผู้ใหญ่ผู้น้อย แล้วว่ากับซ่องเฮกเฮ้าว่าท่านนี้เป็นคนสัตย์ซื่อต่อแผ่นดิน พี่ชายและหลานทำผิดก็ไม่เข้าด้วย อุตส่าห์จับเอาตัวมาให้เราขอบใจนัก แล้วก็พาซ่องเฮกเฮ้าซ่องเฮ่าเฮ้า ซ่องเอ๋งปิวมาที่บุนอ๋องอยู่ บุนอ๋องเห็นเกียงจูแหยเดินหน้าแล้วมัดคนทั้งสองมาด้วย จึงถามว่าท่านมัดใครมา เกียงจูแหยจึงว่าคนนี้ชื่อซ่องเฮ่าเฮ้า เป็นคนกระทำผิดไม่ซื่อตรงต่อแผ่นดิน ซ่องเฮกเฮ้าผู้น้องเห็นมิชอบจึงจับตัวมา แต่คนน้องนี้เป็นบุตร ที่คุมทหารออกมารบเรา บุนอ๋องมีความสงสารคนทั้งสอง จึงว่าข้าขอโทษแก้มัดปล่อยเสียเถิด เกียงจูแหยจึงว่า ซึ่งท่านจะให้ปล่อยเสียไม่ได้การข้างหน้ายังมากอยู่ คนทั้งปวงจะดูเยี่ยงอย่างต่อไปจะให้ฆ่าเสีย บุนอ๋องครั้นจะขัดนักก็เกรงอาจารย์จึงนิ่งอยู่ เกียงจูแหยจึงให้ทหารคุมตัวซ่องเฮ่าเฮ้า ซ่องเอ๋งปิวไปฆ่าเสีย เอาศีรษะเข้ามาเสียบประจานไว้หน้าค่ายที่ทางคนเดิน บุนอ๋องเห็นทหารหิ้วศีรษะออกมาก็ตกใจ เอาเสื้อปิดหน้าเสียมิได้ว่าประการใด ซ่องเฮกเฮ้าจึงว่ากับเกียงจูแหยว่าข้าพเจ้าจะกลับไปจับภรรยาซ่องเฮ่าเฮ้า กับพวกพ้องซึ่งอยู่ ณ เมืองมาให้ท่านทำโทษ แล้วขอให้ไปตรวจเอาทรัพย์สิ่งของด้วย เกียงจูแหยจึงว่าซ่องเฮ่าเฮ้าคิดมิชอบ ซ่องเอ๋งปิวนั้นทำองอาจจึงตายด้วยกัน อันภรรยาและพวกพ้องมิได้รู้เห็นเราไม่เอาโทษแล้ว และบ้านเมืองของทั้งปวงของซ่องเฮ่าเฮ้านั้น จงเป็นธุระของท่านไปรักษาดูแลเถิด บุนอ๋องตั้งแต่เห็นศีรษะซ่องเฮ่าเฮ้าซ่องเอ๋งปิวมาก็ไม่สบายใจ บังเกิดป่วยไข้หมอให้กินยาเป็นหลายขนานก็ไม่หาย โรคนั้นก็กำเริบหนักขึ้น บางทีนอนอยู่ก็เคลิ้มเห็นหน้าซ่องเฮ่าเฮ้าซ่องเอ๋งปิวเนืองๆ บุนอ๋องมีความวิตก จึงปรึกษาอาจารย์ว่า เราจะอยู่ที่นี่เห็นไม่ได้ จำจะกลับไปเมืองก่อนเถิด เกียงจูแหยเห็นด้วย จึงนัดกันพร้อมแล้วก็เลิกทัพมาเมืองไซรกี

๏ ฝ่ายขุนนางซึ่งอยู่ ณ เมืองปักเป๊กเฮา ครั้นเห็นซ่องเฮ่าเฮ้ากับบุตรตายแล้ว ก็ทำหนังสือบอกแจ้งข้อความไป ณ เมืองจิวโก๋ เตียวอ๋องบูจู๋เป็นบุตรพระเจ้าติวอ๋อง ครั้นผู้ถือหนังสือมาถึงแจ้งความแล้ว ก็เอาหนังสือเข้าไปทูลพระเจ้าติวอ๋อง พระเจ้าติวอ๋องทอดพระเนตรหนังสือแล้วทรงพระโกรธ จึงตรัสว่าบุนอ๋องเป็นคนโทษปล่อยไป ไม่คิดถึงคุณเรากลับอกตัญญูไปคบเกียงจูแหย ยกทัพมาตีบ้านเมือง ฆ่าซ่องเฮ่าเฮ้ากับซ่องเอ๋งปิว ซึ่งเป็นขุนนางของเราเสียดังนี้ โทษบุนอ๋องกับเกียงจูแหยผิดล่วงเกินนัก จึงตรัสปรึกษาขุนนางว่า เราจะให้กองทัพยกไปจับตัวมาฆ่าเสีย เอียวจองไต้หูสิหยินจึงกราบทูลว่า ซ่องเฮ่าเฮ้าทำราชการมีความชอบก็จริงอยู่ แต่น้ำใจหาตรงต่อแผ่นดินไม่ เป็นคนโลภเบียดเบียนอาณาประชาราษฎรได้ความเดือดร้อน ซึ่งบุนอ๋องฆ่าเสียก็ควรแล้ว พระองค์อย่าทรงพระวิตกเลย ซึ่งจะให้แต่งกองทัพไปนั้นข้าพเจ้าเห็นบุนไทสือก็ไม่อยู่ แล้วข่าวการศึกก็กำเริบทั้งสี่ทิศ ขอให้งดจัดแจงรักษาเมืองหลวงไว้ก่อน พระเจ้าติวอ๋องก็เห็นด้วย

๏ ฝ่ายบุนอ๋องครั้นกลับมาถึงเมืองไซรกี ตั้งแต่ไม่สบายข้าวปลาก็กินไม่ได้ซูบผอมนัก ครั้นรู้ว่าอาจารย์เกียงจูแหยมาเยี่ยม จึงเชิญให้เข้าไปนั่งข้างใน เล่าอาการโรคให้ฟังแล้วถอนใจใหญ่ เกียงจูแหยจึงว่าท่านอย่าเพ่อเสียใจ อุตส่าห์กินยากินข้าวรักษากายไว้ก่อน ข้าพเจ้าเห็นยังจะไม่เป็นไรดอก บุนอ๋องจึงว่าโรคเราครั้งนี้เหลือกำลังที่จะรักษาให้รอดชีวิตสืบไปได้ แต่เราคิดว่าถึงตัวเราจะตายไป เดชะผลความสัตย์ซึ่งได้ทำมา ก็จะไปสวรรค์เป็นสุข แต่คิดวิตกถึงการภายหลังยิ่งนัก ด้วยพระเจ้าติวอ๋องก็ไม่เป็นสัตย์ธรรม แผ่นดินก็หาเป็นปรกติไม่ และเมืองเราก็มีเมืองขึ้นถึงสองร้อย บุตรเราซึ่งจะรักษาสืบไปก็ยังเด็กนัก เราขอฝากธุระทั้งปวงไว้แก่ท่าน ๆ ได้เอ็นดูคิดว่ากีฮวดนี้เป็นบุตรของท่าน ๆ ช่วยสั่งสอนสืบไป เหมือนรักเรามาแต่หลังนั้นเถิด แล้วบุนอ๋องจึงเรียกกีฮวดเข้ามาให้คำนับเกียงจูแหย แล้วสั่งว่าหาบุญบิดาไม่แล้ว จงฝากตัวอาจารย์ให้จงดีคิดว่าเป็นบิดา จะว่ากล่าวสิ่งใดก็ให้ฟังถ้อยคำจึงจะเป็นสุขสืบไป แล้วซ้ำสั่งอีกสามประการว่าสิ่งใดที่ชั่วอย่าทำ แล้วอย่าได้ประมาทคนดี แม้นมีแขกมาหาให้ต้อนรับ สั่งสิ้นเท่านั้นแล้ว บุนอ๋องก็ร้องไห้ โรคที่บังเกิดในกายก็กำเริบหนักขึ้น จึงร้องว่าเราจะอยู่รักษาแผ่นดินสืบไปไม่ได้แล้วก็ขาดใจตาย เกียงจูแหยจึงคิดอ่านแก่กีฮวดผู้บุตร จัดแจงทำตามบรรดาศักดิ์ แล้วเชิญศพไปฝังไว้ที่แปะเหาเตียน เมื่อบุนอ๋องตายอายุได้เก้าสิบเจ็ดปี

๏ ขณะนั้น เกียงจูแหยจึงให้หาบรรดาหัวเมืองขึ้นมาพร้อม แล้วปรึกษาว่าบัดนี้บุนอ๋องก็ถึงแก่กรรม พระเจ้าติวอ๋องก็หาเอาใจใส่ราชการบ้านเมืองไม่ อาณาประชาราษฎร์ก็เดือดร้อนแผ่นดินไม่เป็นสุข เราเห็นว่ากีฮวดผู้บุตรบุนอ๋องนั้นสติปัญญารอบคอบ พอจะรักษาเมืองไซรกีและคนทั้งปวงได้จะยกกีฮวดเป็นพระเจ้าบูอ๋องรักษาแผ่นดินต่อไป เราจะช่วยทำนุบำรุง ท่านทั้งปวงจะเห็นประการใด ขุนนางปรึกษาพร้อมกันแล้ว จึงว่าซึ่งท่านจัดแจงทั้งนี้ข้าพเจ้าก็เห็นดีด้วย เกียงจูแหยก็ทำการตั้งกีฮวดเป็นบูอ๋อง กีฮวดครั้นเป็นบูอ๋องแล้ว ก็คิดอ่านจัดแจงว่าราชการตามขนบธรรมเนียมแผ่นดินสืบมาอย่างบิดา

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ