๙๓

๏ ฝ่ายกองทัพพระเจ้าบูอ๋องยกเข้ามาถึงกลางทาง กิมเฉียบกเฉีย พี่น้องสองคนปรึกษากัน ว่าเกียงจูแหยสั่งให้เราไปช่วยตังเปกโห ชื่อเกียงบุนฮ่วนตีด่านโต้เอ๋ง ถ้าเราจะเข้าตีโดยตรงก็เห็นจะได้โดยยาก เราจะคิดแปลงตัวเป็นโต้หยิน ปลอมเข้าไปในค่ายอิวฮุนก๋วนก่อนเมืองตังเปกโหเข้าตีด่าน เราจะได้ตีข้างในเป็นทัพกระหนาบเห็นจะได้โดยสะดวก พี่น้องสองคนคิดกันแล้ว จึงให้ม้าใช้ไปบอกเกียงบุนฮ่วนให้รู้กลที่คิดไว้ แล้วกิมเฉีย บกเฉียก็แปลงตัวเป็นโต้หยินเข้าไปในด่าน ถึงหน้าประตูโต้เอ๋งจึงบอกแก่นายประตูว่า ช่วยเข้าไปบอกกับนายท่าน ว่าเราทั้งสองมีธุระจะเข้าไปหา นายประตูก็ไปบอกแก่โต้เอ๋ง โต้เอ๋งก็ให้เชิญโต้หยินทั้งสองเข้าไปต่างคนต่างคำนับกัน โต้เอ๋งจึงถามว่าท่านชื่อไรอยู่ทิศไหนมาธุระสิ่งใด โต้หยินทั้งสองจึงบอกว่าเราแซ่สินชื่อเตกคนหนึ่ง ชื่อหยินคนหนึ่ง มาแต่เมืองตังไฮ รู้ข่าวว่าเกียงบุนฮ่วนจะหักด่านเข้ามา กองทัพเกียงจูแหยจะยกเข้าเมืองหลวง เรามีน้ำใจเจ็บร้อนด้วยแผ่นดินจะมาอาสาจับตัวเกียงบุนฮ่วน โต้เอ๋งได้ฟังก็นิ่งคิดอยู่มิได้ว่าประการใด เอียวต๋องทหารคนหนึ่งว่าท่านอย่าเชื่อเขา ดีร้ายจะเป็นพวกเกียงจูแหย ทำเล่ห์กลเข้ามาดอก โต้หยินทั้งสองได้ยินก็หัวเราะ จึงว่าแก่โต้เอ๋งว่าทหารร้องทัดทานมานั้นก็ชอบอยู่ ที่จริงแต่ก่อนเรากับเกียงจูแหยเป็นคนรู้จักกันเมื่อครั้งไปตีบ้านเซียนติ้น เกียงจูแหยฆ่าอาจารย์เราเสีย เราจึงได้คุมแค้น เราหมายจะตอบแค้นเกียงจูแหย จึงอุตส่าห์มาจะช่วยท่านทำการศึก ถ้าเคลือบแคลงอยู่แล้วก็จะลาท่านไป ว่าแล้วลุกขึ้นเดินไปตบมือหัวเราะไปพลาง โต้เอ๋งนายด่านคิดแต่ในใจว่าโต้หยินสองคนนี้ถึงจะเป็นพวกเกียงจูแหยจริง ก็จะทำไมเราได้ จึงสั่งให้ทหารไปเรียกโต้หยินทั้งสองกลับมา ทหารตามไปทันจึงว่าโต้เอ๋งให้เชิญท่านทั้งสองกลับไปก่อน โต้หยินจึงบอกว่าเราเอาความจริงมาแจ้งแก่นายท่านไม่เชื่อเรา ฟังคำคนอื่นจนเราได้ความอับอายบอกกับนายท่านเถิดเราไม่กลับไปแล้ว ทหารที่ตามไปก็อ้อนวอน โต้หยินทำเป็นเสียไม่ได้ก็กลับไปหาโต้เอ๋ง โต้เอ๋งคำนับโต้หยินแล้วจึงว่า ท่านอาจารย์ทั้งสองอย่าเพ่อน้อยใจก่อน ด้วยข้าพเจ้ากับท่านยังไม่คุ้นเคยกันต้องระวังตัวด้วยเป็นการศึกจอแจอยู่ ซึ่งทหารของข้าพเจ้าสงสัยท่านนั้น ท่านอย่าถือโทษเลย ถ้าท่านจะสงเคราะห์จริงก็ช่วยสั่งสอนจัดแจงการให้สมควรที่จะรับรองข้าศึกได้ โต้หยินจึงว่าเรารู้ไส้เกียงจูแหยอยู่ ยกทัพเข้ามาครั้งนี้ มีทหารกล้าแข็งเป็นเขี้ยวศึกสงครามอยู่แต่เกียงบุนฮ่วน เห็นเกียงบุนฮ่วนจะเป็นกองหน้าเข้าตีด่าน ทำไมกับฝีมือเกียงบุนฮ่วน เราจะแผลงฤทธิ์อย่างเดียวก็จะจับเกียงบุนฮ่วนได้ ถ้าเกียงจูแหยเสียเกียงบุนฮ่วนกองหน้าแล้ว เหมือนแขนเบื้องขวาหักข้างหนึ่ง ทแกล้วทหารทั้งปวงก็จะเสียใจรวนเรกันสิ้น เราจึงค่อยคิดการจับตัวเกียงจูแหยต่อภายหลัง โต้เอ๋งได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วยมีความยินดีนัก สั่งให้แต่งโต๊ะเลี้ยงอาจารย์ทั้งสองเสร็จแล้ว พอม้าใช้เข้ามาบอกว่าเกียงบุนฮ่วนยกทัพเข้ามาถึงริมกำแพงด่านแล้ว โต้เอ๋งจึงว่าอาจารย์ทั้งสองจะคิดประการใด โต้หยินจึงว่าเราจะออกไปรบ โต้เอ๋งก็จัดแจงทหารให้ โต้หยินทั้งสองยกออกมาใกล้ทัพเกียงบุนฮ่วน จึงทำเป็นร้องถามว่า ทหารซึ่งคุมกองทัพมานั้นชื่อไร ม้าเทียวตอบว่าเราชื่อม้าเทียวเป็นทหารเกียงบุนฮ่วน ตัวท่านซึ่งคุมทัพออกมานั้นชื่อไรเล่า โต้หยินจึงบอกว่าเราชื่อซุนเต๊ก เป็นทหารใหญ่รักษาด่านเมืองหลวง ตัวท่านเป็นพวกขบถต่อแผ่นดิน เคยชนะทัพอวนหองซึ่งเป็นสัตว์เดียรัจฉาน จึงกำเริบใจจะยกเข้าตีเอาเมืองหลวง เราเป็นเมืองด่านขอบขัณฑ์เสมาสำหรับกำจัดข้าศึกศัตรู ถ้าท่านจะขืนหักด่านเข้ามา ก็เหมือนเอาเลือดเนื้อของท่าน แลทหารทั้งปวงมาถมแผ่นดินหน้าด่านให้สูงขึ้นก็เหมือนกัน ม้าเทียวทำเป็นโกรธ เอามือชี้หน้าว่าท่านพูดจาเกินตัวนัก ม้าเทียวเข้ารบกับโต้หยิน ถ้อยทีต่อสู้กันได้สามสิบเพลง โต้หยินร่ายมนต์โยนกระบองขึ้นไปดังสนั่น บันดาลเป็นหมอกกลุ้มไปทั้งกองทัพ จับตัวม้าเทียวได้ โต้เอ๋งนายด่านก็ขับทหารเข้าตีกองทัพม้าเทียวแตกหนีไป แล้วเลิกทัพกลับเข้ามาในด่าน โต้เอ๋งให้ทหารคุมเอาตัวม้าเทียวเข้ามาต่อหน้าอาจารย์ทั้งสอง ม้าเทียวเข้ามาถึงมิได้คำนับยืนขึงอยู่ โต้เอ๋งจึงตวาดว่าอ้ายคนนี้ถึงกรรม เขาจับมัดมาได้แล้วยังจองหองไม่คำนับถือตัวว่ากะไรหรือ ม้าเทียวตอบว่าท่านให้อาจารย์ไปจับเรามาได้ด้วยแพ้รู้ เราก็ชาติทหารความตายสำหรับตัวอยู่เองหาต้องการไม่ที่จะอ่อนน้อมต่อท่าน โต้เอ๋งโกรธสั่งให้ทหารเอาม้าเทียวไปฆ่าเสีย โต้หยินทั้งสองจึงว่า ท่านอย่าเพ่อฆ่าม้าเทียวก่อน ต่อเมื่อใดจับเกียงบุนฮ่วนได้เป็นสองคนด้วยกัน ท่านจึงบอกส่งเข้าไปเมืองจิวโก๋ ความชอบก็จะมีแก่ท่านเป็นอันมาก โต้เอ๋งเห็นด้วยเพราะเห็นฝีมืออาจารย์ทำการโดยสุจริต ก็เชื่อถ้อยฟังคำทุกประการ สั่งให้เอาตัวม้าเทียวไปจำไว้

๏ ฝ่ายทหารม้าเทียวจึงเอาความไปแจ้งเกียงบุนฮ่วนว่ากิมเฉียซึ่งแปลงเป็นโต้หยินคุมกองทัพมารบจับเอาตัวม้าเทียวไปได้แล้ว เกียงบุนฮ่วนได้ฟังก็ดีใจ การซึ่งเราคิดไว้จะหักด่านเข้าไปเห็นจะได้อยู่แล้ว ครั้นเวลารุ่งเช้าเกียงบุนฮ่วนจัดแจงทหารรี้พลยกออกไปถึงหน้าด่าน ทหารก็เอาความมาแจ้งกับโต้เอ๋งว่า มีกองทัพใหญ่ยกใกล้มาหน้าด่านเข้ามาอีกแล้ว โต้เอ๋งจึงปรึกษาโต้หยินทั้งสอง ว่าเกียงบุนฮ่วนยกกองทัพเข้ามาครั้งนี้ ท่านจะคิดประการใด โตหยินทั้งสองจึงว่าเราตั้งใจมาทั้งนี้หวังว่าจะอาสาท่าน อย่าว่าแต่เกียงบุนฮ่วนเลย ถึงเกียงจูแหยเราก็ไม่ถอยหลัง โต้เอ๋งก็จัดทหารให้อาจารย์ทั้งสองยกออกไปใกล้ทัพเกียงบุนฮ่วน อาจารย์กิมเฉียจึงร้องว่า ตัวท่านชื่อไรเวลาวานนี้เราจับม้าเทียวไปได้ยังหาเข็ดไม่หรือ เกียงบุนฮ่วนร้องตอบว่าม้าเทียวซึ่งท่านจับไปได้นั้นเป็นทหารเลวของเรา เราไม่เสียดาย เหมือนดังขนหน้าแข้งเราหล่นไปเส้นหนึ่งก็เหมือนกัน อันวิสัยทหารแล้วได้ทีเสียทีแพ้แลชนะสำหรับตัวเราไม่ครั่นคร้าม ว่าแล้วเกียงบุนฮ่วนเข้าไล่แทงกิมเฉีย ถ้อยทีทำเป็นต่อสู้กันได้เจ็ดแปดเพลง เกียงบุนฮ่วนทำเป็นถอยหนี อาจารย์สองคนไล่เกียงบุนฮ่วนไปใกล้กันเข้า กิมเฉียจึงบอกเกียงบุนฮ่วนว่า เวลาค่ำวันนี้ยกเข้าตีหักด่านเถิด เราสามคนทั้งม้าเทียวจะตีหลังกระหนาบออกมาทีเดียว เกียงบุนฮ่วนรู้แล้วก็กลับหน้ามาทำเป็นเอาเกาทัณฑ์ยิงกิมเฉีย กิมเฉียเอากระบี่ฟาดลูกเกาทัณฑ์ตกลงดิน กิมเฉียกับเกียงบุนฮ่วน ต่างคนต่างล่าทัพถอยไป โต้เอ๋งจึงว่าทำไมอาจารย์ไม่แผลงฤทธิ์จับเอาตัวเกียงบุนฮ่วนเล่า กิมเฉียจึงว่าเวลานี้ขัดด้วยฤกษ์บน ถึงจะแผลงฤทธิ์ประการใดหามีชัยชนะไม่ ต่อพรุ่งนี้เราจึงจะจับเกียงบุนฮ่วนให้ได้ โต้หยินทั้งสองก็พาทหารกลับเข้าไปในด่านนั่งปรึกษาราชการกันสามคน

๏ ฝ่ายฮูหยินเมียโต้เอ๋งนิ่งคิดอยู่ในใจ แต่วันโต้หยินสองคนเข้ามาหาโต้เอ๋งพูดจาคิดอ่านทำการ จนจับตัวม้าเทียวมาได้ให้จำไว้ ฮูหยินมีความสงสัย จึงออกมาว่ากับโต้เอ๋งต่อหน้าโต้หยินทั้งสอง หวังจะให้โต้หยินสะดุ้งใจไปเสียจากโต้เอ๋งว่าข้าพเจ้าจะเตือนสติท่าน การศึกครั้งนี้เห็นหนักแน่นอยู่อย่าประมาท ทหารผู้ใดที่เคยเป็นเพื่อนยากอับจนมาแต่หลัง ก็ให้เร่งนับถือเอาเป็นที่ปรึกษา อย่าลุ่มหลงด้วยเล่ห์กลเขาล่อลวง ซื่อนักมักเสียด้วยคนคด ว่าแล้วก็กลับเข้าไปในห้องตึก

๏ ฝ่ายโต้หยินทั้งสองได้ฟังดังนั้น ก็สะดุ้งใจนึกว่าหญิงคนนี้ปัญญาฉลาดแหลมหนักหนา ครั้นจะนิ่งเสียก็มิได้ จำจะทำมารยาซ้อนกลให้โต้เอ๋งสิ้นสงสัย จึงจะคิดทำการได้ถนัด โต้หยินจึงว่ากับโต้เอ๋งว่า ซึ่งภรรยาของท่านออกมาว่า เมื่อตะกี้เรารู้เท่าแกล้งยุว่าเสียดสีเรา เมื่อแรกเรามาหาท่าน ทหารคนหนึ่งก็สงสัยเราครั้งหนึ่งแล้ว เราก็จะลาไปจากท่าน ท่านอ้อนวอนหน่วงเหนี่ยวไว้ให้อยู่ช่วยคิดการศึก เราก็ตั้งใจสุจริตช่วยรบข้าศึก จนจับม้าเทียวมาได้ก็ไม่มีความดี ภรรยาของท่านกลับสงสัยเราต่อไปอีก เราจะอยู่ทำการกับท่านต่อไปที่ไหนได้ จะลาไปแล้ว โต้เอ๋งก็ห้ามปรามอ้อนวอนว่า ท่านอย่าถือเลยวิสัยผู้หญิงมีแต่ความสะดุ้งตกใจเป็นหัวหน้า ไม่เข้าใจในชั้นเชิงการทัพศึก โต้หยินทั้งสองกับข้าพเจ้าเชื่อถือกันต่างหาก ถ้าท่านช่วยคิดทำศึกมีชัยครั้งนี้ ก็จะได้ความชอบในพระเจ้าติวอ๋องเป็นที่สุด โต้หยินทั้งสองจึงว่า เราก็ถือศีลสัจอยู่ในถ้ำในเขาตามวิสัยของเรา ก็เป็นสุขหาอันตรายมิได้ ครั้งนี้เห็นว่าแผ่นดินจะเกิดจลาจล ได้อาศัยแผ่นดินท่านเป็นสุข คิดถึงคุณพระเจ้าแผ่นดินจึงตั้งใจมาจะช่วยกำจัดข้าศึก ควรหรือมีเสี้ยนหนามสอดแนมเข้าเสียดแทงเอาอีกเล่า นี่หากว่าเราถือมั่นในกตัญญูแล้วขอบใจท่านที่นับถือเรา ทั้งเสียดายความรู้ที่ได้เรียนมา จะไว้ชื่อให้ปรากฏในแผ่นดิน จะรั้งรออยู่ช่วยท่านจับตัวเกียงบุนฮ่วนให้จงได้ ให้เห็นความจริงแล้วจะลาท่านไป เราไม่ยินดีในบำเหน็จความชอบดอก

๏ ฝ่ายโต้เอ๋งได้ฟังถ้อยคำดังนั้น ก็สิ้นสงสัยกลับนับถือยิ่งขึ้นไปกว่าเก่า จึงว่าพรุ่งนี้ท่านอาจารย์จงแผลงฤทธิ์จับเกียงบุนฮ่วนเสียให้จงได้ แล้วเราจะได้คิดการตีทัพเกียงจูแหยต่อไป โต้หยินจึงว่าซึ่งจะจับตัวเกียงบุนฮ่วนนั้นไว้เป็นธุระเรา แต่ทหารรี้พลทั้งปวงเป็นธุระท่านจัดแจงไว้ให้พร้อมเถิด โต้เอ๋งได้ฟังก็ยินดี ลุกจากที่เข้าไปในห้องตึก เวลาประมาณสองยามเศษ ได้ยินเสียงกลองเสียงประทัดม้าล่ออื้ออึงเข้ามา พอคนเร็วม้าใช้เข้ามาบอกว่า ข้าศึกยกเข้าตีค่ายชั้นนอก  โต้เอ๋งตกใจรีบออกมาหาโต้หยินว่าท่านจะคิดประการใด โต้หยินทั้งสองจึงว่ากับโต้เอ๋งว่า ศึกเข้าปล้นเป็นเวลากลางคืน จำจะแยกย้ายกันรักษาหน้าที่เชิงเทินทั้งสี่ด้าน

๏ ฝ่ายฮูหยินภรรยาโต้เอ๋ง ก็แต่งตัวเป็นทหารถือกระบี่ออกรบ ขณะนั้นกิมเฉียซึ่งแปลงเป็นโต้หยินจึงว่า โต้เอ๋งกับเราจะคุมทหารรี้พลออกรักษาด้านหน้า ฮูหยินกับโต้หยินน้องของเราให้คุมทหารแยกไปรักษาด้านหนึ่ง จัดแจงกันพร้อมแล้วก็ยกออกมา ครั้นโต้หยินกับโต้เอ๋งออกมาถึงประตูกำแพงด่าน แลเห็นทหารเกียงบุนฮ่วนถือคบเพลิงเป็นอันมาก ทิ้งเข้ามาเผาค่ายชั้นนอก แสงเพลิงสว่างแลเห็นเกียงบุนฮ่วน โต้หยินจึงพาโต้เอ๋งออกไปถึงค่ายชั้นนอก โต้หยินจึงว่ากับโต้เอ๋งว่า เราจะออกไปจับตัวเกียงบุนฮ่วน ท่านคอยดูอยู่หน้าค่าย โต้หยินก็คุมทหารออกไปใกล้เกียงบุนฮ่วนจึงร้องว่า เกียงบุนฮ่วนคนไรที่เป็นทหารมีฝีมือออกมาต่อสู้กับเรา แต่ตัวต่อตัวให้ถึงแพ้แลชนะ เกียงบุนฮ่วนก็เข้าใจในทีมิได้โต้ตอบ รำเพลงง้าวเข้าไปจะฟันโต้หยินต่อสู้กันได้สามเพลง โต้หยินก็ทำเสียทีถอยหนีเข้ามาจนกระทั่งโต้เอ๋ง เกียงบุนฮ่วนไล่โต้หยินเข้าไปถึงโต้เอ๋ง เกียงบุนฮ่วนเอาง้าวฟันโต้เอ๋ง โต้เอ๋งก็เอาง้าวรับต่อสู้เกียงบุนฮ่วน กิมเฉียซึ่งแปลงเป็นโต้หยินเอากระบองมีฤทธิ์ขว้างขึ้นไปตกลงถูกโต้เอ๋งตาย ขณะเมื่อเกียงบุนฮ่วนกับโต้เอ๋งต่อสู้กัน

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ