๏ ครั้งนั้นพระเจ้าติวอ๋องครองสมบัติได้แปดปี อยู่ ณ เดือนสี่ข้างจีน เจ้าเมืองซึ่งกินเมืองเอกตั้งสี่กับเมืองขึ้นทั้งปวงนำเอาเครื่องบรรณาการมาถวาย และเจ้าเมืองเอกทั้งสี่นั้น รู้ว่าบุนไท้สือซึ่งเคยคำนับไปราชการทางเมืองปักไฮ แล้วเห็นว่าฮิวฮุนฮุยต๋งสองคนนี้ เป็นที่ชอบอัชฌาสัยแห่งพระเจ้าติวอ๋อง หัวเมืองทั้งปวงจึงจัดสิ่งของไปคำนับฝากตัวฮิวฮุนฮุยต๋งสิ้น แต่เชาฮูผู้เดียวเห็นว่าฮิวฮุนฮุยต๋ง เป็นคนไม่ซื่อตรง เชาฮูจึงมิได้ไปคำนับฮิวฮุนฮุยต๋ง ฮิวฮุนฮุยต๋งเห็นว่าเชาฮูไม่มาคำนับ คิดผูกใจพยาบาทเชาฮู วันหนึ่งเป็นวันแขกเมืองเข้าเฝ้าพระเจ้าติวอ๋องออกขุนนางเฝ้าพร้อม ห้องมึงกัวภาษาไทยว่าขุนนางกรมวังกราบทูลเบิกแขกเมืองเอกทั้งสี่เข้าเฝ้าพระเจ้าติวอ๋องปราศรัยแขกเมืองตามธรรมเนียมแล้ว พระเจ้าติวอ๋องจึงให้เชียงหยงนำแขกเมืองไปเลี้ยงโต๊ะ ณ เคียงเข่งต้อย แล้วพระเจ้าติวอ๋องก็เสด็จขึ้น จึงให้หาฮิวฮุนฮุยต๋งเข้าไปข้างใน จึงตรัสว่าซึ่งเราสั่งให้สี่เมืองเอกจัดหญิงรูปงามมาสี่ร้อยคน เชียงหยงว่ากล่าวขัดไว้ บัดนี้เมืองเอกทั้งสี่เมืองก็มาพร้อมกันแล้ว เราจะสั่งให้เมืองเอกทั้งสี่จัดหญิงที่รูปงามส่งเข้ามาเมืองละร้อยคน ท่านจะเห็นประการใด ฮิวฮุนฮุยต๋งจึงกราบทูลพระเจ้าติวอ๋องว่า เดิมพระองค์สั่งแกตึงแกกั๋ว ว่าจะให้มีหนังสือไปถึงสี่เมืองเอก ให้จัดสตรีรูปงามมาถวาย เชียงหยงทูลทัดทานพระองค์ก็เชื่อฟังคำเชียงหยงห้ามแล้ว บัดนี้พระองค์กลับจะสั่งหัวเมืองทั้งสี่ ให้จัดสตรีรูปงามมาถวายอีกเล่า พระองค์เป็นมหากษัตริย์ตรัสสิ่งใดมิได้ยั่งยืนดังนี้ราษฎรจะนินทาได้ และข้าพเจ้าได้ยินกิตติศัพท์ว่า เชาฮูเจ้าเมืองกีจิวเฮ้ามีบุตรหญิงคนหนึ่งรูปงามและประกอบด้วยสติปัญญา ขอให้หาตัวเชาฮูผู้บิดามาขอ เชาฮูก็จะถวายบุตรแก่พระองค์โดยง่าย และราษฎรทั้งปวงก็จะมิได้เดือดร้อนสืบไป พระเจ้าติวอ๋องได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี จึงให้หาเชาฮูมามาเฝ้าพระเจ้าติวอ๋อง จึงตรัสแก่เชาฮูว่า มีผู้บอกแก่เราว่าท่านมีบุตรหญิงคนหนึ่งรูปงามเราจะใคร่ได้ ถ้าท่านให้บุตรแก่เรา เรากับท่านก็จะได้เป็นคนสนิทกัน และเราก็จะให้ท่านครองเมืองกีจิวเฮ้ากว่าจะสิ้นชีวิต มีอาญาสิทธิ์เหมือนกับเรา เชาฮูได้ฟังดังนั้นมิได้ยินดีมีใจโกรธ จึงทูลพระเจ้าติวอ๋องว่า พระองค์มีนักสนมกำนัลนับด้วยพัน แล้วล้วนแต่มีลักษณะรูปร่างงาม อันบุตรข้าพเจ้าจะได้งามดุจผู้มากราบทูลนั้นหามิได้ แต่พระองค์ได้ครองราชสมบัติมา บ้านเมืองก็อยู่เย็นเป็นสุขโดยยุติธรรม ราษฎรทั้งปวงก็สรรเสริญว่าพระองค์มิได้ฝักใฝ่ในกามคุณ บัดนี้มาเชื่อฟังคำยุยงดังนี้ไม่ควร ชอบให้เอาผู้ยุยงไปฆ่าเสียจึงจะควร พระเจ้าติวอ๋องได้ฟังก็ทรงพระสรวล แล้วตรัสว่าตัวท่านถ้ายกลูกสาวให้แก่เราแล้ว ท่านก็จะได้เป็นใหญ่เสมอเรา ท่านเร่งตรึกตรองดูเถิด เชาฮูได้ฟังพระเจ้าติวอ๋องว่าดังนั้นก็โกรธ จึงตวาดร้องว่าตัวท่านเป็นกษัตริย์ ควรจะคิดบำรุงแผ่นดินให้เป็นสุข และจะทำทุจริตเหมือนดังพระเจ้าเจ๊ดอ๋อง เสพย์แต่สุรามัวเมาด้วยกามคุณ จนแผ่นดินเป็นจลาจลต่างๆ นั้นหาควรไม่ ชอบแต่ท่านจะบำรุงแผ่นดินให้เป็นสุข ดุจพระเจ้าเสี่ยงทางจึงจะควรและวงศ์พระเจ้าเสี่ยงทาง ซึ่งได้บำรุงราษฎรอยู่เป็นสุขสืบมาถึงหกร้อยปีเศษ แล้วบัดนี้ข้าพเจ้าเห็นว่าแผ่นดินจะฉิบหายเสียเพราะท่าน กระทำทุจริตเหมือนพระเจ้าเจ๊ดอ๋อง

๏ พระเจ้าติวอ๋องได้ฟังเชาฮูว่าดังนั้นก็โกรธ จึงว่าแก่เชาฮูว่าเราเป็นกษัตริย์ ชีวิตท่านทั้งปวงก็อยู่ในเงื้อมมือเรา และเราขอลูกท่านทั้งนี้ด้วยความกรุณา จะเลี้ยงท่านให้เป็นใหญ่และท่านกลับกล่าวคำหยาบช้า เอาพระเจ้าเจ๊ดอ๋องมาเปรียบเราดังนี้ท่านหามีความยำเกรงแก่เราไม่ พระเจ้าติวอ๋องว่าดังนั้นแล้ว จึงให้เอาตัวเชาฮูออกไปให้ขุนนางปรึกษาใส่ด้วยกฎหมาย ถ้าโทษถึงตายให้ประหารชีวิตเสีย คนใช้พระเจ้าติวอ๋องก็เอาตัวเชาฮูออกไป ณ​หง้อหมึงฮุยต้อง ฮิวฮุนฮุยต๋งจึงทูลพระเจ้าติวอ๋องว่า ซึ่งจะให้ปรึกษาโทษเชาฮูตามกฎหมายนั้นก็ควรอยู่ แต่ข้าพเจ้าเห็นว่าราษฎรทั้งปวงจะนินทาว่าพระองค์ฆ่าเชาฮูเสีย เพราะจะเอาลูกสาวเป็นภรรยา ขอให้ปล่อยเชาฮูไปเมืองกีจิวเฮ้าก่อน เห็นว่าเชาฮูจะรู้จักโทษตัวกลัวอาญา จะแต่งบุตรมาถวายโดยดีหาผู้นินทามิได้ พระเจ้าติวอ๋องได้ฟังดังนั้นเห็นชอบด้วย จึงสั่งให้ยกโทษเชาฮูให้เชาฮูกลับไปเมือง

๏ ฝ่ายเชาฮูก็ไป ณ​ กงก๋วน ภาษาไทยว่าเป็นที่อยู่แขกเมือง และบรรดาขุนนางซึ่งมาด้วยเชาฮูแต่เมืองกีจิวเฮ้านั้น ครั้นเห็นเชาฮูกลับมาจึงชวนกันมาถามเชาฮู ว่าพระเจ้าติวอ๋องให้หาท่านเข้าไปว่าด้วยข้อราชการสิ่งใด เชาฮูจึงเล่าความให้ขุนนางทั้งปวงฟังทุกประการแล้ว ว่าพระเจ้าติวอ๋องหาอยู่ในยุติธรรมไม่ เชื่อฟังแต่ถ้อยคำฮิวฮุนฮุยต๋งยุยงต่างๆ หาดูเยี่ยงอย่างพระเจ้าเสี่ยงทางซึ่งเป็นอัยกาไม่ และซึ่งให้เราพ้นโทษมาทั้งนี้ เพราะความคิดของฮิวฮุนฮุยต๋งด้วยหมายว่าเราจะคิดถึงบุญคุณ ก็จะให้บุตรโดยง่าย ครั้นเราจะยอมให้บุตรแก่พระเจ้าติวอ๋องครั้งนี้ ขุนนางทั้งปวงก็จะติเตียนว่าเราหาปัญญามิได้ ด้วยพระเจ้าติวอ๋องหาอยู่ในยุติธรรมไม่ เชื่อฟังแต่คำฮิวฮุนฮุยต๋งคิดทำทุจริตต่างๆ ถ้าแลบุนไท้สืออยู่แล้ว ที่ไหนพระเจ้าติวอ๋องจะทำการวิปริตได้ถึงเพียงนี้ เราคิดเสียดายแต่แผ่นดินของพระเจ้าเสี่ยงทางจะสูญเสียครั้งนี้เป็นมั่นคง ขุนนางทั้งปวงจึงว่าแก่เชาฮูว่า พระเจ้าติวอ๋องมิได้ตั้งอยู่ในยุติธรรมแล้ว ข้าพเจ้าทั้งปวงเห็นว่าขุนนางและหัวเมืองทั้งสิ้น ก็จะเอาใจออกห่างจากพระเจ้าติวอ๋องหมด ท่านเร่งกลับไป ณ​เมืองกีจิวเฮ้าโดยเร็วเถิด จะได้คิดการใหญ่สืบไป เชาฮูได้ฟังจึงว่าเราเป็นชายคิดดังนั้นหาองอาจไม่, เชาฮูจึงเอาภู่กันมาเขียนเป็นโคลงปิดไว้ ณ บานประตูกงก๋วนที่อยู่บทหนึ่งเป็นใจความห้าข้อ ข้อหนึ่งว่าเป็นพระมหากษัตริย์ ถ้าอยู่ในยุติธรรม ขุนนางทั้งปวงก็จะรักใคร่ยำเกรงยิ่งนัก หนึ่งผู้เป็นอาจารย์สอนศิษย์ ถ้ามิได้ลำเอียงเที่ยงตรงอยู่ศิษย์ก็กลัวเกรง หนึ่งผู้จะเป็นบิดาเลี้ยงบุตรโดยธรรม บุตรก็กลัวเกรง หนึ่งผู้จะเป็นผัว ถ้าเลี้ยงเมียเป็นยุติธรรมเมียก็ยำเกรง หนึ่งผู้จะมีมิตรสหาย ถ้ารักใคร่กันโดยสุจริตมิตรก็ย่อมเกรงใจ นี่เมื่อพระมหากษัตริย์มิได้อยู่ในยุติธรรมดังนี้ จะมีผู้ใดเกรงกลัวเล่า ตั้งแต่วันนี้ไปเมืองจิวโก๋กับเราขาดกัน เราจะได้ไปมาอย่างแต่ก่อนนั้นหามิได้แล้ว เชาฮูครั้นเขียนโคลงแล้ว ก็พาขุนนางทั้งปวงซึ่งเป็นพรรคพวกออกจากเมืองจิวโก๋ไปยังเมืองกีจิวเฮ้า

๏ ฝ่ายพระเจ้าติวอ๋องตั้งแต่ปล่อยเชาฮูไปเมือง ก็มีความวิตกว่าเชาฮูจะไปเอาบุตรมาให้เราหรือ หรือเชาฮูจะคิดประการใดก็ยังไม่รู้ ขณะนั้นนายประตูซึ่งรักษากงก๋วนเชาฮูอยู่นั้น ครั้นเชาฮูไปแล้วเห็นโคลงจารึกไว้ ณ บานประตูดังนั้น จึงนำเอาโคลงเชาฮูเข้าไปถวายพระเจ้าติวอ๋อง พระเจ้าติวอ๋องอ่านดูเห็นข้อความว่ากล่าวหยาบช้ายิ่งนัก พระเจ้าติวอ๋องโกรธ จึงด่าเชาฮูว่ามันหารู้จักคุณกูไม่ ครั้นก่อนว่ากล่าวหยาบช้าต่อกู กูยกโทษเสียควรที่จะคิดถึงคุณกู บัดนี้กลับทำโคลงว่ากล่าวหยาบช้าอีกเล่า ครั้นจะมิเอาโทษเชาฮูขุนนางและหัวเมืองทั้งปวงก็จะดูเยี่ยงอย่าง จำจะให้ไปจับเอาตัวมาฆ่าเสียจงได้ พระเจ้าติวอ๋องจึงให้หาอินโภ้ไป้หนึ่ง เตียวฉานหนึ่ง ลู่หยงหนึ่งเข้ามาแล้วจึงบอกว่า เชาฮูว่ากล่าวหยาบช้าแก่เราต่างๆ เราจะยกกองทัพไปตีเมืองกีจิวเฮ้าจับตัวเชาฮูฆ่าเสียจงได้ เราจะให้ท่านทั้งสามคุมพลทหารยี่สิบหมื่นเป็นทัพหน้าเรา ลู่หยงได้ฟังพระเจ้าติวอ๋องตรัสดังนั้น จึงกราบทูลพระเจ้าติวอ๋องว่าหัวเมืองเอกทั้งสี่ ก็เข้ามาพร้อมกันในเมืองจิวโก๋ และซึ่งพระองค์จะยกทัพไปตีเมืองกีจิวเฮ้า และจะละเมืองจิวโก๋เสียดังนี้มิควร ขอให้เมืองเอกเมืองใดเมืองหนึ่ง คุมทหารไปตีเมืองกีจิวเฮ้าก็เห็นพอจะได้ เพราะเมืองกีจิวเฮ้าเป็นเมืองน้อย ถ้าทัพหลวงยกไปถึงมาตรว่าจะได้เมืองก็ไม่มีเกียรติยศ พระเจ้าติวอ๋องเห็นชอบด้วย ถึงถามลู่หยงว่า เจ้าเมืองเอกทั้งสี่ ท่านจะเห็นผู้ใดมีสติปัญญาและฝีมือกล้าแข็งเล่า ฮุยต๋งจึงกราบทูลพระเจ้าติวอ๋องว่าเมืองกีจิวเฮ้า และเมืองปักเป๊กเฮ้าสองเมืองนี้เป็นเมืองฝ่ายเหนือ ขอให้ซ่องเฮ่าเฮ้าเจ้าเมืองปักเป๊กเฮ้ายกไปตีเมืองกีจิวเฮ้าเห็นจะได้โดยง่าย ลู่หยงได้ฟังฮุยต๋งทูลดังนั้นจึงคิดว่าซ่องเฮ่าเฮ้านี้เป็นคนหยาบช้า หามีผู้ใดนับถือรักใคร่ไม่ ถ้าซ่องเฮ่าเฮ้าเสียทีแก่เมืองกีจิวเฮ้า ก็จะเสียพระเกียรติยศของพระเจ้าติวอ๋องไป ลู่หยงคิดดังนั้นจึงทูลว่าซ่องเฮ่าเฮ้าคนนั้นยังหาเห็นฝีมือปรากฏในการรบพุ่งประการใดไม่ ข้าพเจ้าเห็นแต่กีเซียงเจ้าเมืองใส่เป๊กเฮ้านั้น มีสติปัญญาและฝีมือกล้าแข็ง แล้วสัตย์ซื่อมั่นคง ราษฎรทั้งปวงก็นับถือรักใคร่กีเซียงเป็นอันมาก ถ้าโปรดให้กีเซียงถืออาญาสิทธิ์เป็นนายทัพไปตีเมืองกีจิวเฮ้า จับเอาตัวเชาฮูมาถวายเห็นจะได้โดยง่าย พระเจ้าติวอ๋องได้ฟังลู่หยงทูลดังนั้น จึงตรัสว่าท่านทั้งสองต่างคนต่างเห็นดังนั้นแล้ว เราจะให้อาญาสิทธิ์ไปทั้งสองคน ให้เป็นนายทัพไปตีเมืองกีจิวเฮ้า พระเจ้าติวอ๋องจึงสั่งให้เขียนหนังสือมอบธงอาญาสิทธิ์ไปให้แก่กีเซียงซ่องเฮ่าเฮ้าเป็นใจความว่า ให้กีเซียงกับซ่องเฮ่าเฮ้าถืออาญาสิทธิ์ด้วยกันทั้งสองเป็นนายทัพยกไปตีเมืองกีจิวเฮ้า จับตัวเชาฮูมาจงได้

๏ ขณะนั้น ผู้ถือหนังสือรับสั่งไปให้กีเซียงซ่องเฮ่าเฮ้านั้น กีเซียงกับซ่องเฮ่าเฮ้าและขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวงพร้อมกัน กินโต๊ะอยู่ ณ เคียนเข่งต้อย กีเซียงและซ่องเฮ่าเฮ้าได้แจ้งในหนังสือรับสั่งนั้นแล้ว

๏ ฝ่ายกีเซียงจึงว่าแก่เชียงหยงปิกันขุนนางผู้ใหญ่ ว่าเชาฮูคนนี้สิเป็นคนสัตย์ซื่อแล้วก็มาเฝ้าอยู่ด้วยกันทุกวัน ไฉนจึงทำโคลงหยาบช้าให้ขัดเคืองฉะนี้เล่า และโคลงบทนี้เชาฮูจะทำหรือ หรือจะเป็นผู้ซึ่งชังเชาฮูแกล้งแต่งโคลงไว้ให้ลงโทษเอาเชาฮู ความทั้งนี้ข้าพเจ้ายังสงสัยอยู่ ขอท่านได้กราบทูลถามพระเจ้าติวอ๋องก่อน ถ้าเชาฮูกระทำโคลงหยาบช้าจริงดังนั้นแล้ว ข้าพเจ้าจะขออาสาไปจับเชาฮูมาฆ่าเสียจงได้ ปิกันได้ฟังกีเซียงว่าดังนั้นก็เห็นชอบด้วย ซ่องเฮ่าเฮ้าจึงตอบกีเซียงว่า ท่านว่าดังนี้เราไม่เห็นด้วย อันประเพณีพระมหากษัตริย์ ถ้าตรัสสิ่งใดแล้วก็สิทธิ์ขาด ข้าราชการก็กระทำตาม ซึ่งท่านจะให้ทูลถามนั้น เหมือนหนึ่งหายำเกรงกลัวพระราชอาญาไม่ กีเซียงจึงตอบว่า ซึ่งท่านว่านั้นก็ควรอยู่ แต่เราเห็นว่าเชาฮูนั้นเป็นคนสัตย์ซื่อ แล้วโทษผิดแต่เพียงนี้ ซึ่งจะให้ยกทัพไปจับเชาฮูนั้น ราษฎรทั้งปวงก็พลอยได้ความเดือดร้อน ข้อหนึ่งก็จะเปลืองพระราชทรัพย์หลวง ซึ่งจ่ายเป็นเสบียงอาหารหาควรไม่ ซ่องเฮ่าเฮ้าจึงว่าความซึ่งท่านว่านี้เราก็คิดอยู่ แต่ว่าเรามิอาจที่จะขัดรับสั่งได้ กีเซียงจึงว่าถ้าดังนั้นท่านจงยกกองทัพไปก่อนเราเถิด เราจึงจะค่อยยกตามไปครั้งหลัง ซ่องเฮ่าเฮ้าได้ฟังดังนั้น ก็พาขุนนางหัวเมืองทั้งปวงกลับไปที่อยู่กงก๋วน กีเซียงครั้นเห็นซ่องเฮ่าเฮ้าไปแล้ว จึงว่าแก่เชียงหยงปิกัน บัดนี้ซ่องเฮ่าเฮ้าเขาจะยกไปแล้ว แต่ข้าพเจ้าจะต้องแวะไปจัดเอาทหาร ณ​ เมืองไซรกี ได้ทหารพร้อมแล้วจึงจะยกไปตามกองทัพซ่องเฮ่าเฮ้า กีเซียงว่าดังนั้นแล้วก็ลาไป เชียงหยงปิกันก็กลับไปบ้าน

๏ ฝ่ายซ่องเฮ่าเฮ้าครั้นรุ่งขึ้นเวลาเช้า ก็เข้าไปทูลลาพระเจ้าติวอ๋องแล้ว ก็พาทหารห้าหมื่นยกไปตีเมืองกีจิวเฮ้า ฝ่ายเชาฮูครั้นมาถึงเมืองกีจิวเฮ้า จึงเล่าความทั้งปวงให้เชาชวนต๋งผู้บุตรกับทหารทั้งปวงฟังทุกประการ แล้วจึงว่าเมื่อเราจะมานี้ เราเขียนโคลงเป็นข้อหยาบช้าไว้ ณ ประตูกงก๋วน ถ้าพระเจ้าติวอ๋องรู้ว่าเป็นโคลงของเราเขียนไว้เห็นจะโกรธเรา จะยกกองทัพมาตีเมืองเราเป็นมั่นคง จำจะจัดแจงบ้านเมืองเครื่องศาสตราวุธทั้งปวงไว้ให้พร้อม ทหารและขุนนางทั้งปวงก็ทำตามเชาฮูสั่งทุกประการ

๏ ฝ่ายซ่องเฮ่าเฮ้าครั้นยกทัพมาถึงเมืองกีจิวเฮ้า แล้วให้ตั้งค่ายมั่นคงไว้ใกล้กำแพงเมืองประมาณยี่สิบเส้น ทหารเชาฮูซึ่งอยู่รักษาเชิงกำแพงเห็นดังนั้น จึงเข้าไปบอกแก่เชาฮูว่า ข้าพเจ้าเห็นกองทัพคนประมาณห้าหมื่นยกมาตั้งค่ายมั่นอยู่นอกกำแพงเมืองทางประมาณยี่สิบเส้น เชาฮูถึงถามทหารว่าผู้ใดเป็นนายทัพมา ทหารจึงบอกว่าธงชื่อซ่องเฮ่าเฮ้าเจ้าเมืองปักเป๊กเฮ้า เชาฮูจึงว่าถ้าผู้อื่นยกมาก็พอจะพูดจาด้วยได้ อันซ่องเฮ่าเฮ้านี้เป็นคนหยาบช้า และจะละไว้มิได้ เชาฮูจึงจัดแจงพลทหารทั้งปวงพร้อมแล้ว เชาฮูก็แต่งตัวใส่เกราะขึ้นม้าถือทวนพาพวกพลทหารออกจากเมือง ครั้นถึงหน้าค่ายซ่องเฮ่าเฮ้า เชาฮูจึงขับม้าขึ้นไปหน้าทหารทั้งปวง แล้วร้องว่าให้เชิญท่านแม่ทัพออกมาเจรจากัน ทหารซ่องเฮ่าเฮ้าได้ฟังดังนั้น จึงเข้าไปบอกความแก่ซ่องเฮ่าเฮ้า ซ่องเฮ่าเฮ้าได้แจ้งดังนั้นจึงแต่งตัวใส่เสื้อเกราะสีแดงขึ้นม้าถือง้าว กับซ่องเอ๋งปิวผู้บุตรยกพลทหารออกไปนอกค่าย

๏ ฝ่ายเชาฮูครั้นเห็นซ่องเฮ่าเฮ้าออกมา จึงร้องถามว่าท่านยกมาครั้งนี้มีความสุขอยู่หรือ อนึ่งทุกวันนี้พระเจ้าติวอ๋องหาอยู่ในยุติธรรมไม่ เสพย์แต่สุรามัวเมาเชื่อฟังคำยุยง ข่มเหงเอาบุตรขุนนางและราษฎรมาเป็นภรรยา ราษฎรได้ความเดือดร้อน เราเห็นว่าเมืองจิวโก๋จะฉิบหายมั่นคง และตัวเรานี้หามีความผิดไม่ ซึ่งท่านยกทัพมาจะตีเมืองเรานี้หาควรไม่

๏ ฝ่ายซ่องเฮ่าเฮ้าได้ฟังเชาฮูว่าดังนี้ จึงเอาแซ่ม้าชี้หน้าเชาฮูแล้วร้องว่า ตัวท่านขัดรับสั่งโทษก็ถึงตายอยู่แล้ว พระเจ้าติวอ๋องก็มิได้เอาโทษ ควรหรือหารู้จักคุณพระเจ้าติวอ๋องไม่ กลับเขียนโคลงเป็นข้อหยาบช้าให้เคืองพระทัยพระเจ้าติวอ๋อง จึงใช้ให้เรามาจับท่านไปฆ่าเสีย หวังจะมิให้ผู้ใดดูเยี่ยงอย่าง ท่านกลับกล่าวคำหยาบช้าว่าพระเจ้าติวอ๋องไม่ตั้งอยู่ในยุติธรรมอีกเล่า ซ่องเฮ่าเฮ้าจึงสั่งทหารให้เข้าตีทัพจับตัวเชาฮู

๏ ฝ่ายป่วยบุ๋นทหารซ้ายซ่องเฮ่าเฮ้า ใส่เกราะทองขี่ม้าถือขวานใหญ่ ขับม้าเข้าไปจะจับตัวเชาฮู เชาชวนต๋งบุตรเชาฮูเห็นดังนั้น ก็ขับม้าเข้ามาจะรบด้วยป่วยบุ๋น ป่วยบุ๋นเห็นหน้าเชาชวนต๋งคล้ายเหมือนเชาฮู ก็เข้าใจว่าเป็นบุตรเชาฮู ป่วยบุ๋นจึงร้องว่าบิดาท่านเป็นคนโทษถึงตาย ชอบแต่จะมาไหว้ขอชีวิตเราจึงชอบ นี่ท่านกลับจะมารบกับเราอีกเล่า เชาชวนต๋งได้ฟังคำป่วยบุ๋นว่าหยาบช้าดังนั้น, ก็ขับม้ารำทวนเข้ารบด้วยป่วยบุ๋นได้ยี่สิบเพลง เชาชวนต๋งเอาทวนแทงป่วยบุ๋นตกม้าตาย เชาฮูได้ทีดังนั้นก็ขับให้เตียเปียหนึ่ง ตันกุยเก๋งหนึ่ง กับทหารเข้าไล่ฆ่าฟันทหารซ่องเฮ่าเฮ้าล้มตายเป็นอันมาก

๏ ฝ่ายซ่องเฮ่าเฮ้าเห็นดังนั้น ก็ให้ซ่องเอ๋งปิวผู้บุตรหนึ่ง กิมคุ้ยหนึ่ง อึงง่วนจี่หนึ่ง กับทหารซึ่งเหลืออยู่นั้นถอยทัพรอรบไปทางประมาณร้อยเส้น เชาฮูก็ให้ตีม้าล่อสำคัญเลิกทัพเข้าเมือง แล้วปูนบำเหน็จทหารตามสมควรแล้วเชาฮูจึงปรึกษาแก่ทหารทั้งปวงว่า ซึ่งซ่องเฮ่าเฮ้าแตกไปนั้น เห็นจะให้มีหนังสือไปขอกองทัพ ณ​ เมืองจิวโก๋ เพิ่มเติมมาเป็นมั่นคง ถ้ามีทัพมาดังนั้น เมืองเราก็เล็กทหารก็น้อยตัว เห็นจะต้านทานมิได้ ท่านทั้งปวงจะเห็นประการใด เตียเปงนายทหารจึงตอบคำเชาฮูว่า ซึ่งกองทัพซ่องเฮ่าเฮ้าแตกไปวันนี้ก็ยังหายับเยินไม่ ตัวท่านก็มีความผิดในพระเจ้าติวอ๋องมากขึ้น ถ้าซ่องเฮ่าเฮ้ามีหนังสือไปถึงพระเจ้าติวอ๋อง เห็นว่าพระเจ้าติวอ๋องจะยกทัพใหญ่เพิ่มเติมมาอีก อันเมืองเราดุจศิลาอันน้อย ทัพพระเจ้าติวอ๋องจะยกมาดุจพระมหาสมุทร ซึ่งเราจะอยู่ต้านทานนั้นเหมือนเอาศิลาอันน้อยทอดทิ้งลงในพระมหาสมุทรอันใหญ่ก็จะจมไปโดยเร็ว ซึ่งข้าพเจ้าว่าทั้งนี้หวังจะเตือนสติท่าน ถ้าแลท่านเห็นจะสู้รบมิได้ ก็เร่งให้คิดผ่อนผันเสีย ถ้าเห็นกำลังพอจะสู้รบได้อยู่ ก็เร่งให้คิดการศึกให้มีกำลังขึ้น บัดนี้ทัพซ่องเฮ่าเฮ้าแตกไปไกลเมืองออกไปประมาณสองร้อยเส้นเวลาค่ำวันนี้ ขอให้ท่านแก้พรวนม้า ห้ามปากเสียงเสียให้สงบสงัด ยกเป็นกองโจรลอบไปปล้นค่ายซ่องเฮ่าเฮ้าเห็นจะได้โดยง่าย เชาฮูได้ฟังดังนั้นจึงว่า ซึ่งท่านว่านี้ชอบเรายินดีนัก ด้วยต้องความคิดเรา เชาฮูจึงสั่งเชาชวนต๋งผู้บุตร ว่าตำบลเหงากางติ๋นนั้น เป็นทางช่องแคบจำเพาะเดิน ถ้าทัพซ่องเฮ่าเฮ้าเสียทีแก่เรา เห็นจะถอยไปทางนั้นเป็นมั่นคง เจ้าจงคุมทหารสามพันไปตั้งซุ่มอยู่ ถ้าทัพซ่องเฮ่าเฮ้าถอยไปก็ให้ตีสกัดจับตัวซ่องเฮ่าเฮ้าฆ่าเสียจงได้ เชาชวนต๋งก็คุมทหารสามพันยกออกไปตั้งซุ่มอยู่ตำบลเหงากางติ๋นตามคำเชาฮูสั่ง

๏ ฝ่ายเชาฮูจึงให้ตันกุยเจ๋งเป็นนายกองปีกซ้าย เตียเปียเป็นนายกองปีกขวา ตัวเชาฮูเป็นแม่ทัพ เชาฮูจึงสั่งทหารทั้งปวงให้แก้พรวนม้าออกเสีย ถ้าแลเรายกไปถึงค่ายซ่องเฮ่าเฮ้าแล้ว ให้ทหารนายกองทั้งปวงคอยฟังเสียงประทัดสัญญา ถ้าได้ยินเสียงประทัดแล้ว จึงให้ยกเข้าตีระดมพร้อมกัน ครั้นเชาฮูให้ความสัญญาแก่นายทหารทั้งปวงแล้ว พอเวลาพลบค่ำลง เชาฮูก็ยกทหารออกไปจากเมืองกีจิวเฮ้า

๏ ฝ่ายซ่องเฮ่าเฮ้าครั้นเสียทีเชาฮู และเสียทหารเป็นอันมาก จึงถอยทัพประชุมทหารอยู่ไกลเมืองประมาณสองร้อยเส้น ซ่องเฮ่าเฮ้าจึงปรึกษาแก่ทหารทั้งปวงว่า แต่เราทำศึกมาหลายครั้งอยู่แล้ว หาเสียทหารเหมือนครั้งนี้ไม่ ซึ่งป่วยบุ๋นนายทหารเราตายนั้นเราเสียใจนัก บัดนี้ทัพเชาฮูก็ได้ทีมีใจกำเริบขึ้น ท่านทั้งปวงจะเห็นประการใด อึงง่วนจี้จึงว่าแก่ซ่องเฮ่าเฮ้าว่า ประเพณีเป็นทหารกระทำศึกแล้ว ก็มีแต่แพ้กับชนะ ซึ่งท่านจะคิดย่อท้อดังนั้นหาควรไม่ ข้าพเจ้าเห็นว่ากีเซียงเมืองไซรเป๊กเฮา ก็ยกตามมาจะใกล้ถึงอยู่แล้ว ถ้าทัพกีเซียงมาพร้อมกันทหารก็จะมากขึ้น จะเข้าตีเอาเมืองกีจิวเฮ้าก็จะได้โดยง่าย ขอท่านจงตั้งมั่นอยู่คอยกองทัพกีเซียงก่อน ซ่องเฮ่าเฮ้าได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบด้วย จึงให้แต่งโต๊ะเลี้ยงทหาร ทหารทั้งปวงพากันกินโต๊ะเสพย์สุรามัวเมา มิได้คิดที่จะรักษาค่าย

๏ ฝ่ายเชาฮูครั้นยกมาถึงค่ายซ่องเฮ่าเฮ้าเวลาประมาณยามเศษ เห็นค่ายซ่องเฮ่าเฮ้าเงียบสงัดอยู่ ได้ท่วงทีแล้วก็ให้จุดประทัดสัญญาขึ้น ทหารเชาฮูได้ยินเสียงประทัดสัญญาก็พากันโห่ร้องทลายค่ายเข้าไปทั้งสี่ด้าน

๏ ฝ่ายทหารซ่องเฮ่าเฮ้ามิทันรู้ตัวตกใจตื่นแตกหนี ทิ้งเครื่องศัสตราวุธเสียเป็นอันมาก ซ่องเฮ่าเฮ้าหลับอยู่ตื่นขึ้นได้ยินเสียงโห่ร้องแลเห็นทหารวิ่งวุ่นวายหนีออกจากค่ายดังนั้น ซ่องเฮ่าเฮ้าตกใจก็ขึ้นม้าจะหนีเอาตัวรอด เชาฮูเห็นซ่องเฮ่าเฮ้าจึงร้องตวาดว่ามึงจะหนีกูไปไหน จงทิ้งอาวุธเสียมัดตัวเข้ามาหากูโดยดี กูจึงจะไว้ชีวิต เชาฮูว่าแล้วก็ขับม้าเอาทวนแทงซ่องเฮ่าเฮ้า ซ่องเฮ่าเฮ้าเอาง้าวป้องกันไว้ แล้วซ่องเฮ่าเฮ้าขับม้าเข้ารบด้วยเชาฮู ซ่องเอ๋งปิวบุตรซ่องเฮ่าเฮ้ากับกิมคุ้ยอึงง่วนจี้เห็นดังนั้น ก็ขับม้าเข้าช่วยซ่องเฮ่าเฮ้ารุมรบเชาฮู เตียเป๋งหนึ่งตันลี่เจงหนึ่ง ทหารเชาฮูเห็นดังนั้นก็ขับม้าเข้าช่วยเชาฮูรบ ทหารทั้งเจ็ดนายรบพุ่งกันเป็นสามารถ เตียเป๋งทหารเชาฮูเอาง้าวฟันกิมคุ้ยทหารซ่องเฮ่าเฮ้าตกม้าตาย ซ่องเฮ่าเฮ้าเสียทหารเห็นจะต้านทานมิได้ จึงพาซ่องเอ๋งปิวผู้บุตร กับอึงง่วนจี้ชักม้าถอยรอรบไป เชาฮูกับขับม้าไล่ฆ่าทหารซ่องเฮ่าเฮ้าไปทางประมาณสองร้อยเส้น เชาฮูเห็นมืดนัก จึงให้ทหารตีม้าล่อถอยทัพกลับเข้าเมืองกีจิวเฮ้า

๏ ฝ่ายซ่องเฮ่าเฮ้ามาถึงเหงากางตี๋น รู้ว่าเชาฮูพาทหารกลับไปแล้วจึงหยุดม้า ประชุมทหารพร้อมกันแล้วจึงว่า แต่เรารบศึกมาหลายครั้งจะเสียทหารเหมือนครั้งนี้หามิได้ ซ่องเอ๋งปิวจึงว่าซึ่งเสียทีแก่เชาฮูครั้งนี้ ทหารทั้งปวงก็ล้มตายเป็นอันมาก ทหารซึ่งเหลือตายอยู่น้อยตัวนัก ขอท่านให้ม้าใช้รีบไปถึงกีเซียงเจ้าเมืองไซรเป๊กเฮ้า ให้เร่งยกกองทัพมาโดยเร็ว จะได้คิดการเข้าตีเมืองกีจิวเฮ้าสืบไป ซ่องเฮ่าเฮ้าได้ฟังซ่องเอ๋งปิวว่าดังนั้นเห็นชอบด้วย จึงว่ารุ่งขึ้นวันพรุ่งนี้เราจะให้ม้าใช้ไปเร่งกองทัพเมืองไซรเป๊กเฮ้า พอได้ยินเสียงประทัดและทหารโห่ร้องอื้ออึงมาสกัดหน้าไว้ แล้วร้องว่าบิดาเราใช้ให้เรามาจะเอาชีวิตท่าน ท่านเร่งลงจากม้ามาหาเราโดยดีเถิด ซ่องเฮ่าเฮ้าตกใจได้ยินดังนั้น แลไปเห็นทหารหนุ่มน้อยใส่เสื้อแดงขี่ม้าถือทวนขับม้าเข้ามาหน้าซ่องเฮ่าเฮ้าจำได้ว่าเป็นบุตรเชาฮู ซ่องเฮ่าเฮ้าจึงร้องด่าว่าอ้ายลูกกบฏ มึงจะมีชีวิตอยู่สักกี่วัน แล้วซ่องเฮ่าเฮ้าจึงให้อึงง่วนจี้เข้ารบด้วยเชาชวนต๋ง ทหารทั้งสองถ้อยทีต่อสู้กันเป็นสามารถ สิงจีอูเห็นอึงง่วนจี้เพลี่ยงพล้ำจะเสียทีแก่เชาชวนต๋ง สิงจีอูก็ขับม้าเข้ารบช่วยอึงง่วนจี้ เชาชวนต๋งเอาทวนแทงถูกสิงจีอูตกม้าตาย

๏ ฝ่ายซ่องเฮ่าเฮ้ากับซ่องเอ๋งปิวเห็นดังนั้น ก็ขับม้าเข้ารบด้วยเชาชวนต๋ง เชาชวนต๋งผู้เดียว ต่อรบด้วยทหารทั้งสามเป็นสามารถ เชาชวนต๋งเอาทวนแทงถูกขาซ่องเฮ่าเฮ้าเกราะขาด ซ่องเฮ่าเฮ้าเห็นจะสู้รบเชาชวนต๋งมิได้ จึงชักม้าหนีไป ซ่องเอ๋งปิวเห็นดังนั้น ตกใจประหม่ามือสั่น เชาชวนต๋งเอาทวนแทงถูกแขนซ่องเอ๋งปิวซวนไป จะตกลงจากหลังม้า ทหารทั้งปวงก็เข้าสกัดหน้าเชาชวนต๋งไว้ ซ่องเอ๋งปิวตั้งตัวได้ จึงพาทหารทั้งปวงหนีเชาชวนต๋งไป

๏ ฝ่ายเชาชวนต๋งมีชัยแก่ซ่องเฮ่าเฮ้า ครั้นจะติดตามไปก็เห็นว่าเป็นเวลาดึกนัก เกลือกจะเสียท่วงทีแก่ซ่องเฮ่าเฮ้า เชาชวนต๋งจึงพาทหารกลับเมืองกีจิวเฮ้า จึงเล่าความซึ่งได้รบกับซ่องเฮ่าเฮ้าให้แก่เชาฮูผู้บิดาฟังทุกประการ เชาฮูได้ฟังเชาชวนต๋งดังนั้นก็มีความยินดี จึงว่าเราจะคอยฟังกำลังกองทัพซึ่งจะเพิ่มเติมมาภายหลังจะมากน้อยประการใด

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ