๕๑

๏ ฝ่ายโลจู๊เทียนจุ๋นจึงว่าแก่ง่วนสีเทียนจุ๋นว่า วันนี้เราเร่งทำลายค่ายหองโฮติ้นเสียให้สำเร็จ เราจะได้กลับไปที่สำนัก ซึ่งจะอยู่ที่นี่ช้าไปนั้นไม่ควร แล้วโลจู๊เทียนจุ๋นก็ขึ้นขี่โคเขียว ง่วนสีเทียนจุ๋นกับศิษย์ทั้งปวงก็ตามมา ครั้นถึงหน้าค่ายหองโฮติ้น โลจู๊เทียนจุ๋นก็ทำฤทธิ์ให้เสียงระฆังในค่ายกลหองโฮติ้นนั้นดังขึ้น แล้วร้องเรียกนางหุนเสียว นางเพกเสียว นางเกงเสียว ว่าเรามาแล้วเร่งออกมารับ เราจะเข้าไปในค่าย นางหุนเสียว นางเพกเสียว นางเกงเสียว ได้ยินก็ออกมายืนอยู่มิได้คำนับโลจู๊เทียนจุ๋น โลจู๊เทียนจุ๋นจึงว่าพวกท่านเหล่านี้บังอาจ ไม่มีความเกรงใจกัน แต่อาจารย์ของท่านยังคำนับเรา นางเพกเสียวจึงว่าเราจะคำนับก็แต่อาจารย์ของเรา ตัวท่านนั้นเราไม่เคยนับถือยำเกรง โลจู๊เทียนจุ๋นจึงตวาดด้วยความโกรธ แล้วขับโคไล่นางหุนเสียวนางเพกเสียวนางเกงเสียว นางหุนเสียวนางเพกเสียวนางเกงเสียวก็หนีเข้าค่าย โลจู๊เทียนจุ๋นง่วนสีเทียนจุ๋นแปะเฮาะตองหยีก็ไล่รบพุ่งติดตามนางทั้งสามเข้าไป

๏ ฝ่ายง่วนสีเทียนจุ๋นโลจู๊เทียนจุ๋นก็ขับโคเข้าไปตีนพยุห์ เห็นศิษย์ทั้งปวงต้องอาวุธบาดเจ็บหลายคน ที่สลบอยู่ก็เป็นอันมาก จึงคิดว่าศิษย์เราเหล่านี้เรียนความรู้มาช้านานแล้ว ยังหนีกรรมหาพ้นไม่ ฝ่ายนางหุนเสียวนางเพกเสียวนางเกงเสียวอยู่บนหอรบ เห็นอาจารย์ทั้งสองเข้ามาในพยุห์ นางหุนเสียวจึงเอากิมเก๋าเจียน แปลว่าตะไกรขว้างลงมา ง่วนสีเทียนจุ๋นก็เอามือเสื้อรับไว้ได้ นางหุนเสียวก็โกรธจึงเอางวนจิมเกา แปลว่าถังใส่ของโสโครกทิ้งซ้ำลงไป ง่วนสีเทียนจุ๋นก็เอาห่องอวยผู้ถวน แปลว่าเบาะรองนั่งประกอบด้วยธาตุไฟธาตุลมขว้างขึ้นไปห่อเอาถังแล้วให้ลักเสือแปลว่าโหงพรายพาเอาถังไปไว้ยกฮือเก๋งที่อยู่ง่วนสีเทียนจุ๋น นางทั้งสามจึงร้องว่าซึ่งท่านเอาของวิเศษของเราไปนั้น ท่านเข้าใจว่าเราจะสู้ไม่ได้หรือ แล้วลงจากหอรบรำกระบี่เข้าไปจะฟันอาจารย์ทั้งสอง โลจู๊เทียนจุ๋นก็เอาเขียนกุนเต๋า แปลว่าผ้าเขียนแผ่นฟ้าแผ่นดินโยนไปห่อนางหุนเสียวเข้า แล้วให้อึ้งกิมเลกซูเอาไปฝังเสียเงื้อมเขากิหลิม

๏ นางเพกเสียวก็แกว่งกระบี่เข้าไล่ฟันง่วนสีเทียนจุ๋น ง่วนสีเทียนจุ๋นจึงให้แปะเฮาะท่องจือเอาสำโปหยกยุ่ย แปลว่าหยกสามแง่ โยนขึ้นไปบนอากาศตกต้องหน้าผากนางเพกเสียวศีรษะแตกตาย นางเกงเสียวจึงคิดว่าเสียแรงเรียนความรู้มาหลายพันปีแล้วก็ไม่ช่วยตัวได้ แล้วเอากระบี่บินได้ปล่อยไปจะให้ตัดศีรษะง่วนสีเทียนจุ๋น แปะเฮาะท่องจือก็เอาหยกยุ่ยขว้างไปถูกกระบี่ตกลง ง่วนสีเทียนจุ๋นจึงเปิดตลับทิ้งซ้ำไปครอบนางเกงเสียวตัวละลายเป็นโลหิตไปสิ้น แล้วอาจารย์ทั้งสองก็ทำลายหองโฮติ้นพยุห์นั้นเสีย จึงเอานิ้วกลางชี้ลงที่แผ่นดินบังเกิดเสียงดังฟ้าร้อง บรรดาศิษย์ซึ่งสลบอยู่ก็ฟื้นขึ้น แต่กิมเฉียบกเฉียเอียวเจี้ยนทั้งสามคนนี้โดดออกมาจากค่าย พากันเข้าไปคำนับอาจารย์ทั้งสอง อาจารย์ทั้งสองก็พากันกลับมาค่าย เกียงจูแหยก็พาทหารทั้งปวงเข้าไปคำนับง่วนสีเทียนจุ๋น ง่วนสีเทียนจุ๋นจึงว่าท่านทั้งปวงต้องพยุห์ครั้งนี้ก็เป็นเคราะห์กรรมแต่ก่อน แต่เกียงจูแหยนั้นยังจะเข้าที่อับจนถึงสามสิบหกครั้งแล้วบอกมนต์ให้ศิษย์ทั้งปวง สำหรับเดินทางได้วันละหลายพันเส้น แล้วเอาอาวุธวิเศษซึ่งอยู่ในถังออกแจกให้ทุกคน

๏ ฝ่ายง่วนสีเทียนจุ๋นจึงว่ากับน่ำเก๊กเชียงอ๋องว่า ท่านจงอยู่ช่วยเกียงจูแหยทำลายอั๋งแซติ้นพยุห์เสียจงได้ แล้วอาจารย์ทั้งสองก็ลาไป เกียงจูแหยกับศิษย์ทั้งปวงก็ตามไปส่งถึงนอกค่าย ฝ่ายใช้หุนเสียนจุ๋นห้ำจือเสียนเห็นอาจารย์ทั้งสองมาทำลายพยุห์เสียแล้ว ก็รีบไปบอกบุนไทสือ บุนไทสือแจ้งดังนั้นก็ตกใจ จึงแต่งหนังสือขึ้นไปขอกองทัพเมืองจิวโก๋แล้วเอาหวยป้ายให้ม้าเร็วรีบไปแจ้งแก่เตงจิวก๋ง นายด่านซำโซก๋วนให้ยกกองทัพมาช่วย

๏ ฝ่ายเกียงจูแหยเมื่ออยู่ ณ ค่ายนั้นวิตกถึงบูอ๋องนัก จึงเข้าไปว่าแก่เหยียนเต๋งโตหยินว่าครบเก้าสิบกว่าวันแล้ว ท่านจงจัดแจงซึ่งจะทำลายพยุห์เถิด เหยียนเต๋งโตหยินจึงว่าท่านอย่าวิตกเลย ครั้นเพลารุ่งเช้าเหยียนเต๋งโตหยินกับน่ำเก๊กเชียงอ๋อง แปะเฮาะท่องจือ ก็พาศิษย์แลทหารออกตั้งอยู่นอกค่าย เหยียนเต๋งโตหยินจึงให้น่ำเก๊กเชียงอ๋องเข้าไปทำลายอั๋งแซติ้นพยุห์ ทหารทั้งสองก็คำนับลาไป ครั้นถึงพยุห์น่ำเก๊กเชียงอ๋องจึงร้องว่าอาจารย์เราให้มาทำลายพยุห์นี้เสีย ผู้ใดซึ่งกล้าหาญจงออกมาลองฝีมือกัน เตียวเทียนกุ๋นได้ยินดังนั้นก็ขึ้นขี่กวางถือกระบี่ออกมายืนอยู่หน้าค่ายร้องว่าแก่น่ำเก๊กเชียงอ๋องว่า ท่านเหล่านี้แต่ล้วนรักษาศีลอยู่สิ้น จะพากันมาตายเสียในพยุห์ของเราหาควรไม่ น่ำเก๊กเชียงอ๋องจึงว่าอย่าอวดพยุห์เลย ท่านกับเราจะได้เห็นฝีมือกันเดี๋ยวนี้ เตียวเทียนกุ๋นก็โกรธขับกวางรำกระบี่เข้าไปจะรบด้วยน่ำเก๊กเชียงอ๋อง แปะเฮาะท่องจือก็แกว่งหยกสามแง่ เข้ารบกับเตียวเทียนกุ๋นประมาณสิบเพลง เตียวเทียนกุ๋นทำเสียทีขับกวางเข้าไปในกลพยุห์ น่ำเก๊กเชียงอ๋องกับแปะเฮาะท่องจือก็ไล่ติดตามไป เตียวเทียนกุ๋นลงจากกวางขึ้นไปบนหอรบเอากรวดเม็ดแดงทิ้งลงมา น่ำเก๊กเชียงอ๋องก็เอาพัดซึ่งทำด้วยธาตุทั้งห้าโบกไป กรวดเม็ดแดงก็แหลกเป็นธุลีไปสิ้น เตียวเทียนกุ๋นเห็นดังนั้นก็ตกใจนัก คิดจะหนีเอาตัวรอด

๏ แปะเฮาะท่องจือ ก็เอาหยกสามแง่ขว้างขึ้นไปถูกหลังเตียวเทียนกุ๋นตกลงจากหอรบ แล้วชักกระบี่ออกฟันเตียวเทียนกุ๋นคอขาดตาย น่ำเก๊กเชียงอ๋องกับแปะเฮาะท่องจือก็ทำลายพยุห์นั้นเสีย แปะเฮาะท่องจือแลไปเห็นคนสลบอยู่เป็นหลายคน จึงบอกกับน่ำเก๊กเชียงอ๋อง น่ำเก๊กเชียงอ๋องก็กระทำฤทธิ์ดังเสียงฟ้าร้อง โลเฉียกับหลุยจินจู๊ซึ่งสลบอยู่นั้นก็ฟื้นขึ้นแลเห็นน่ำเก๊กเชียงอ๋องก็ดีใจคิดว่าอาจารย์ให้มาช่วย แล้วโลเฉียก็เข้าไปจะยกบูอ๋องขึ้นเห็นบูอ๋องตายแล้วก็ตกใจนัก แลม้าซึ่งบูอ๋องขี่นั้นเปื่อยเน่าไปสิ้น โลเฉียก็ร้องไห้รักบูอ๋องเป็นอันมากแลเมื่อขณะน่ำเก๊กเชียงอ๋องกับแปะเฮาะท่องจือเข้าไปทำลายอั๋งแซติ้นพยุห์นั้น เหยียนเต๋งโตหยินกับเกียงจูแหยก็ขับม้าพาทหารตามไปถึงพยุห์ เกียงจูแหยเห็นบูอ๋องตายแล้วก็โจนลงจากหลังม้าเข้าไปกอดศพร้องไห้ เหยียนเต๋งโตหยินจึงว่าท่านอย่าร้องไห้เลยบูอ๋องหาตายไม่ดอก ซึ่งเป็นเหตุทั้งนี้เพราะบูอ๋องเคราะห์ร้ายอยู่ร้อยวันเราจึงแกล้งให้มาในพยุห์ หวังจะให้สิ้นเคราะห์เสีย แลเมื่อจะมานั้นก็ให้ยันต์สำหรับรักษาชีวิตมาด้วย แล้วสั่งให้หลุยจินจู๊อุ้มพี่ชายกลับมาค่าย เหยียนเต๋งโตหยินจึงเอาน้ำมาชำระตัวบูอ๋องให้หมดมลทินแล้ว เอายาวิเศษละลายน้ำกรอกเข้าไป บูอ๋องก็ฟื้นขึ้นเห็นอาจารย์แลทหารทั้งปวงอยู่พร้อมกันก็มีความยินดี เกียงจูแหยก็เชิญบูอ๋องขึ้นรถมีทหารแห่กลับมาเมืองไซรกี เหยียนเต๋งโตหยินจึงว่ากับกองเซ่งจู๊ว่าบุนไทสือเสียพยุห์ครั้งนี้ เห็นจะไปด่านเหงาก๋วน ท่านจงรีบไปสกัดอยู่ ณ เขาโถหัวเฉีย อย่าให้บุนไทสือเข้าด่านได้ เซกเจงจู๊ให้ไปคอยอยู่เขาเอียงสานคอยสกัดตีทัพบุนไทสือ อย่าให้เข้าด่านเหงาก๋วนได้ ทหารทั้งสองก็คำนับลาไป แล้วเหยียนเต๋งโตหยินจึงว่ากับอาจารย์ทั้งปวงได้มาช่วยเกียงจูแหยทำศึกถึงสิบครั้งแล้ว จะกลับไปที่อยู่ก็ตามใจเถิด แต่ผังโตหยินนั้นอยู่ช่วยเกียงจูแหยก่อน อาจารย์ทั้งปวงก็คำนับลาเหยียนเต๋งโตหยินจะกลับไป พอเห็นหุนต๋งจู๊เดินเข้ามา เหยียนเต๋งโตหยินกับอาจารย์ทั้งปวงก็คำนับเชิญให้นั่งที่สมควร

๏ เหยียนเต๋งโตหยินกับอาจารย์ทั้งปวงจึงว่า ท่านมีบุญมากนักหาต้องทำลายพยุห์ลำบากเหมือนข้าพเจ้าไม่ หุนต๋งจู๊จึงว่าเราต้องทำเสาทองแดงอยู่แปดเสาที่จะไปปัก ณ เขาจวดเล็กเนียคอยจับบุนไทสือ เหยียนเต๋งโตหยินได้ฟังดังนั้นคิดขึ้นได้จึงว่าจงรีบกลับไปเถิด หุนต๋งจู๊ก็ลาไป เหยียนเต๋งโตหยินจึงเอาตราสำหรับแม่ทัพกับกระบี่อาญาสิทธิ์มอบให้เกียงจูแหย แล้วว่าเราจะต้องไปช่วยหุนต๋งจู๊ก่อน ด้วย ณ​ เขาจวดเล็กเนียนั้นเป็นที่สำคัญนัก แล้วเหยียนเต๋งโตหยินก็รีบตามหุนต๋งจู๊ไป เกียงจูแหยจึงสั่งทหารทั้งปวงให้ตระเตรียมตัวไว้ เพลาพรุ่งนี้เราจะออกรบกับบุนไทสือให้ถึงแพ้แลชนะ

๏ ฝ่ายบุนไทสือครั้นเสียพยุห์แล้วเป็นทุกข์นัก คอยกองทัพเมืองจิวโก๋กับด่านซำไซรก๋วนก็หาเห็นมาไม่ จึงให้หาไซหุนเสียนจู๊ห้ำจือเสียนมาแล้วว่า ซึ่งท่านมาช่วยเราครั้งนี้ขอบใจนัก แต่เราทำศึกมาไม่เสียทีเหมือนครั้งนี้เลย ขณะเมื่อพูดกันอยู่นั้นทหารเข้ามาบอกว่า เกียงจูแหยยกทหารมาตั้งอยู่หน้าค่าย ให้เชิญท่านออกไปจะสนทนาด้วย บุนไทสือก็โกรธจึงว่า เพลาวันนี้จะจับตัวเกียงจูแหยฆ่าเสียให้ได้ ถ้าไม่ได้ตัดศีรษะเกียงจูแหย ไม่อยู่ในแผ่นดินเลย แล้วให้นางเต๋งซินเป็นปีกซ้าย นางเตียเอี๋ยเป็นปีกขวา บุนไทสือก็แต่งตัวใส่เกราะถือกระบองหยกขึ้นขี่กิเลน เป็นกองหลวงยกออกจากค่าย เกียงจูแหยจึงขับซูปุดเสียงขึ้นไปหน้าทหารทั้งปวงแล้วจึงร้องว่า แต่เราทำศึกกันมาถึงสามปีแล้ว ยังหาแพ้ชนะกันไม่ กลพยุห์ของท่านยังมีอีกหรือไม่เล่า แล้วสั่งบูกิดให้เอาตัวเตียวกังออกมาฆ่าเสีย บุนไทสือเห็นก็โกรธขับกิเลนรำกระบองเข้าไปจะรบด้วยเกียงจูแหย อึ้งเทียนฮัวทหารเกียงจูแหยเห็นดังนั้นก็ขับกิเลนรำกระบองเข้าสู้บุนไทสือ ห้ำจือเสียนก็รำกระบี่เข้าช่วยบุนไทสือ เอียวหยินก็ขับม้ารำทวนเข้ารบห้ำจือเสียน ไซหุนเสียนจู๊ก็รำกระบี่เข้าช่วยห้ำจือเสียน โลเฉียก็ขึ้นเหยียบจักรรำทวนเข้ารบกับไซหุนเสียนจู๊ เต๋งหนึ่ง ซินหนึ่ง เตียวหนึ่ง เอียวหนึ่ง ทหารบุนไทสือทั้งสี่คน ก็ขับม้ารำทวนเข้าช่วยรบ อึ้งปวยฮอหนึ่ง หลำจงกวดหนึ่ง บูกิดหนึ่ง สินกะหนึ่ง ทหารทั้งสี่นายก็เข้าช่วยรบพุ่งเป็นสามารถ ห้ำจือเสียนทหารบุนไทสือ จึงเปิดถุงของวิเศษออกบังเกิดเป็นเมฆสีดำพลุ่งขึ้นบนอากาศ ผังโตหยินยืนอยู่บนหอรบเห็นดังนั้นก็เอาเตียวฮ่องจู๋ แปลว่าแก้วห้ามลมทิ้งลงไปเมฆก็หายสิ้น เกียงจูแหยได้ทีก็เอากระบองตีห้ำจือเสียนศีรษะแตกตาย ไซหุนเสียนจู๊ได้ยินเสียงห้ำจือเสียนร้องขึ้นเหลียวไปดูโลเฉียก็เอาทวนแทงไซหุนเสียวจู๊ตาย อึ้งปวยฮอรบอยู่กับเตียวจัด อึ้งปวยฮอตวาดเสียงดังฟ้าผ่า เตียวจัดตกใจ อึ้งปวยฮอได้ทีก็เอาทวนแทงเตียวจัดตกม้าตาย บุนไทสือเห็นดังนั้นก็เสียใจนักพาทหารถอยกลับเข้าค่าย เกียงจูแหยครั้นมีชัยชนะบุนไทสือ ก็พาทหารกลับเข้าค่าย ผังโตหยินก็ลาไป เกียงจูแหยจึงเขียนหนังสือสามฉบับเรียกโลเฉียหนึ่ง อึ้งเทียนฮัวหนึ่ง หลุยจินจู๊หนึ่ง ทั้งสามคนเข้ามาสั่งเป็นความลับ แล้วเอาหนังสือกับลูกเกาทัณฑ์อาญาสิทธิ์ส่งให้ ทหารทั้งสามคนก็ลาไป แล้วให้อึ้งปวยฮอคุมทหารห้าพันไปซุ่มอยู่ข้างทิศเหนือ ให้หลำจงกวดคุมทหารห้าพันไปซุ่มอยู่ข้างทิศใต้ แม้นได้ยินเสียงประทัดสัญญาแล้วให้ตีเข้ามาทั้งสองด้าน แล้วให้อูจิ๋นคุมทหารสามพันไปซุ่มอยู่หลังค่าย ถ้าได้ยินเสียงประทัดแล้วให้เอาเพลิงจุดเสบียงบุนไทสือเสีย แล้วรีบไปช่วยหลุยจินจู๊ นายทหารทั้งสามคนก็รีบยกแยกกันไปตามคำสั่ง แล้วให้สินกะหนึ่ง สินเบี๋ยนหนึ่ง ไทเตี๋ยนหนึ่ง กวนเถียนหนึ่ง อิมเจียหนึ่ง บีจ๋งหนึ่ง ทั้งหกคนคุมทหาร แต่งตัวเป็นชาวเมืองจิวโก๋อ้อมออกไปทางหลังค่ายเดินผ่านหน้าทัพบุนไทสือเข้าไปเมืองไซรกีแล้วร้องประกาศว่าพระเจ้าติวอ๋องทำทุจริตต่างๆ เราได้ความเดือดร้อนนัก บัดนี้แจ้งว่าผู้มีบุญอยู่เมืองไซรกีเราจะไปเป็นข้าจะได้รอดชีวิต นายทหารทั้งหกคนก็ไปทำตามสั่ง ทหารบุนไทสือได้ยินก็เสียใจ

๏ ฝ่ายบุนไทสือครั้นเพลาบ่ายเห็นเมฆแดงดังสีเพลิงตั้งขึ้นข้างเมืองไซรกีแล้วเป็นแสงผ่านข้ามค่ายมา บุนไทสือคิดว่าค่ำวันนี้เกียงจูแหยจะมาปล้นค่ายเป็นมั่นคง จึงให้หาเตงต๋งกับเอียวหยงมาสั่งว่า ค่ำวันนี้เห็นข้าศึกจะมาปล้นค่าย จงตระเตรียมทหารไว้อย่าประมาท แล้วให้สินโปยรักษาค่ายด้านเหนือ โหกิวลิดกับอิเค่ง คุมทหารเกาทัณฑ์รักษาค่ายเสบียงด้านหลัง

๏ ฝ่ายเกียงจูแหยครั้นเวลาสองยามเศษ ก็ให้เหลงชิวเฮาเป็นกองหน้า กิมเฉียเป็นปีกขวา บกเฉียเป็นปีกซ้าย ยกออกจากค่าย ครั้นไปถึงหน้าค่ายบุนไทสือก็จุดโคมแลประทัดสัญญาขึ้น ทหารซึ่งซุ่มอยู่ทั้งสามกองระดมเข้าตีค่ายบุนไทสือ บุนไทสือก็ยกทหารออกจากค่ายร้องว่าแก่เกียงจูแหยว่า ท่านกับเรามารบกันให้ถึงแพ้แลชนะ แล้วขับกิเลนรำกระบองเข้าไปตีเกียงจูแหย เกียงจูแหยก็เอากระบี่รับไว้ เหลงชิวเฮาทหารเกียงจูแหยก็ทำให้ก้อนศิลาปลิวมาดังฝูงผึ้ง ทหารบุนไทสือเจ็บป่วยล้มตายเป็นอันมาก ขณะเมื่อเกียงจูแหยรบกับบุนไทสืออยู่นั้น อึ้งปวยฮอคุมทหารตีเข้ามาข้างด้านเหนือ เตงต๋งจึงร้องว่าบุนไทสือให้เรามาคอยท่านอยู่ แล้วขับม้ารำขวานใหญ่เข้ารบกับอึ้งปวยฮอ เอียวหยงก็รำกระบองเข้าช่วยเตงต๋งรบเป็นสามารถ อึ้งปวยฮอเอาทวนแทงเอียวหยงตกม้าตาย เตงต๋งก็คอยรอรบมา หลำจงกวดซึ่งซุ่มอยู่ก็คุมทหารหักเข้ามาข้างด้านใต้ สินโปยก็รบพุ่งต้านทานไว้ สินห้วนก็ให้ทหารจุดคบเพลิงขึ้นแล้วต้อนทหารเข้าช่วยรบ

๏ ขณะเมื่อเกียงจูแหยรบกับบุนไทสือนั้น เกียงจูแหยเอากระบองขว้างไปถูกไหล่ซ้ายบุนไทสือเจ็บปวดเป็นสาหัส เหลงชิวเฮาเห็นได้ทีก็อ่านมนต์ขึ้น บังเกิดเป็นก้อนศิลาลอยมาดังห่าฝนตกถูกทหารบุนไทสือล้มตายอีกเป็นอันมาก ทหารเกียงจูแหยก็ระดมรบทั้งสี่ด้าน ทหารบุนไทสือก็เรรวนไม่เป็นใจรบพุ่ง ทหารเกียงจูแหยก็ร้องไปว่าพระเจ้าติวอ๋องไม่อยู่ในยุติธรรมแล้ว ท่านทั้งปวงจงสมัครมาอยู่ด้วยนายเราเถิด บูอ๋องเป็นผู้มีบุญต้องคำเทพยดาทำนาย ทหารบุนไทสือได้ยินดังนั้นก็มาเข้าด้วยเกียงจูแหยประมาณกึ่งหนึ่ง ขณะนั้นสินห้วนเห็นแสงเพลิงข้างหลังค่ายสว่างขึ้น จึงร้องบอกบุนไทสือว่าข้าศึกมาลอบเผาเสบียงได้แล้ว บุนไทสือก็ตกใจนักพาทหารซึ่งเหลือรบหักออกมาได้ แล้วรีบหนีไปทางประมาณแปดร้อยเส้น พอสว่างขึ้นบุนไทสือเหลียวมาไม่เห็นกองทัพติดตามจึงเข้าหยุดอยู่ริมเขากีสาน ให้ตรวจดูเหลือทหารสามหมื่นเศษ บุนไทสือทอดใจใหญ่ เตงต๋งจึงว่าซึ่งท่านจะกลับไปเมืองจิวโก๋ครั้งนี้จะเดินทางไหน บุนไทสือจึงว่าเราจะใคร่ไปทางริมเขากีสาน แต่ไม่รู้ว่าจะไปเข้าด่านตำบลใด สินห้วนจึงว่าทางเขากีสานนี้ตรงเข้าด่านเกียงเหมงก๋วน บุนไทสือก็มีความยินดีจึงให้ยกไปทางซอกเขากีสาน ครั้นไปถึงเขาโถหัวเฉีย เห็นธงเหลืองปักอยู่บนเนินเขาแล้วเห็นกองเซ่งจู๊ยืนอยู่ริมธง บุนไทสือจึงถามว่าท่านมาอยู่ทำไม กองเซ่งจู๊จึงว่าเราคอยท่านอยู่นานแล้ว เรากับท่านก็หามีข้อผิดกันไม่ แต่เหตุเพราะท่านขัดคำเทพยดา ไปช่วยทำนุบำรุงผู้ผิดกลับมาทำร้ายผู้มีคุณ เราจึงมาสกัดอยู่มิให้ท่านไปทางนี้ บุนไทสือก็โกรธร้องตวาดว่าเห็นเราเสียทีเกียงจูแหยมาหรือจึงบังอาจดูหมิ่นเรา แล้วขับกิเลนรำกระบองเข้ารบกองเซ่งจู๊ได้หกเพลง กองเซ่งจู๊ก็เอาตราชื่อหวนทินหยินขว้างขึ้นไปบนอากาศ บุนไทสือก็ตกใจขับกิเลนลงจากเนินเขาสินห้วนจึงถามว่าท่านเกรงฝีมือกองเซ่งจู๊หรือ บุนไทสือจึงว่าตราดวงนี้มีฤทธิ์นัก อาวุธสิ่งใดรับไม่ได้ซึ่งจะหักไปทางนี้เห็นขัดสน เตงต๋งจึงว่าถ้าดังนั้นจะต้องเดินทางเขาเอียนสานไปเข้าด่านแชเหลงก๋วน บุนไทสือก็พาทหารลัดลงตามทางใหญ่

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ