๙๙

ฝ่ายพระถังซัมจั๋งกับศิษย์ทั้งสามกำลังเดินไป ได้ยินสายลมพัดดังอู้ๆ มาข้างหลัง ก็นึกเสียว่าเปนด้วยอำนาจของพระพุทธเจ้าจึงมิได้คิดที่จะระวังอันใด พอได้ยินเสียงอู้ใหญ่แลไปที่กลางอากาศเห็นยื่นมือลงมารวบเอาพระคำภีร์บนหลังม้าไปทั้งสิ้น พระถังซัมจั๋งเห็นดังนั้นก็ทุบอกตกใจร้องเรียกเห้งเจียให้ไล่ตามไป ฝ่ายแปะฮุงซึงเจีย แลเห็นเห้งเจียเหาะไล่ตามมาจวนจะถึง ก็มีความวิตกเกรงว่าเห้งเจียมีตะบองเหล็ก ด้วยเธอไม่ทันจะรู้ความตามเหตุผล ไล่มาทันเข้าก็จะตีเอา คิดดังนั้นแล้วจึงฉีกห่อคำภีร์ทิ้งสาดโปรยลงมายังพื้นดิน เห้งเจียเห็นห่อคำภีร์แตกขาดกระจุยกระจายไปทั้งสิ้นก็ลดลงไปยังพื้นเก็บคำภีร์อยู่มิได้แลตามไป ฝ่ายพระแปะฮุงซึงเจียก็กลับมาทูลพระเยียนเตงตามที่ไปกระทำมาแล้วทุกประการ

ฝ่ายโป๊ยก่ายตามมาแลเห็นพระคำภีร์เรี่ยราดตกลงมาก็เข้าช่วยเห้งเจียเก็บรวบรวมใส่บ่าแบกกลับไปหาพระถังซัมจั๋ง ๆ เห็นดังนั้นก็มีความโทมนัศถอนใจใหญ่ว่า ในประเทศที่พระพุทธเจ้าแล้วยังมีมารยักษ์มาประจนผลาญดังนี้อิกเล่า ซัวเจ๋งเอาห่อมาแก้ดูเล่มหนึ่งไม่เห็นมีตัวอักษรก็คิดปลาดใจ จึงเอาไปยื่นให้อาจาริย์ดู แล้วพูดว่าอาจาริย์จงดูหรือ นี่ทำไมจึงไม่มีตัวอักษรดังนี้เล่า เห้งเจียเปิดขึ้นดูอิกเล่มหนึ่งก็ไม่มีตัวอักษรเหมือนกัน โป๊ยก่ายก็หยิบมาเปิดดูอิกหนึ่งเล่มก็ไม่มีตัวอักษรอิกเหมือนอัน พระถังซัมจั๋งให้เปิดดูทุก ๆ เล่มก็ไม่มีอักษรเหมือนกันทุก ๆ เล่ม พระถังซัมจั๋งถอนใจใหญ่แล้วพูดว่าเมืองใต้ถังบุญวาศนาไม่มีเสียแล้ว ไม่มีตัวอักษรดังนี้จะเอาไปทำอะไรได้ เมื่อเปนดังนี้แล้วจะกลับไปหาพระเจ้าแผ่นดินอย่างไรได้ เห้งเจียนึกขึ้นมาได้ว่า ข้าพเจ้าเข้าใจแล้วคือพระอานนท์กับพระกัศสปถามถึงของกำนัน เพราะเราว่าไม่มีอะไรจึงให้คำภีร์ที่ไม่มีอักษรมาดังนี้ จำเราจะต้องพากันกลับไปกราบทูลพระพุทธเจ้าว่าเธอทั้งสองทวงของกำนัน ไม่มีจะให้จึงได้แกล้งให้คำภีร์ที่ไม่มีอักษรให้เสียการดังนี้ โป๊ยก่ายว่าพี่คิดดังนั้นดีแล้ว อาจาริย์กับศิษย์เห็นพร้อมกันแล้ว ก็พากันรีบกลับมาครั้นถึงก็เข้าในประตูแลเห็นหมู่สาวกแลเทพยดาทั้งปวง ก็กระทำความเคารพแล้วหัวเราะถามว่า ท่านอาจาริย์กลับมาเปลี่ยนพระคำภีร์หรือ พระถังซัมจั๋งว่าจะกลับมาขอเปลี่ยนพระคำภีร์ หมู่ท้าวเจ้ากิมกังก็มิได้ห้ามปรามปล่อยให้เธอเดินเข้าประตูไป ตรงเข้าไปถึงพระพุทธเจ้าแล้วก็ถวายนมัศการกราบไหว้ ทูลว่าพวกข้าพระพุทธิเจ้าทนความยากแสนสาหัศมาจากเมืองไกล พบปะแต่มารร้ายราวีทุกแห่งหนตำบลมากว่าจะถึงพระพุทธองค์ พระกัศสปกับพระอานนท์แกล้งให้เสียการทั้งนี้ ขอพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรด เธอให้คำภีร์ข้าพระพุทธเจ้าไปไม่มีตัวอักษรเช่นนี้ จะเอาไปทำอะไรได้ ขอพระองค์ได้โปรดเถิด สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อได้ทรงฟังพระถังซัมจั๋งกราบทูลดังนั้นทรงแย้มพระโอฐตรัสว่า ถังซัมจั๋งอย่ามีความโทมนัศเสียใจเลย ท่านทั้งสองทวงของกำนันตถาคตก็ได้ทราบตลอดแล้ว อันที่จริงพระคำภีร์ธรรมไม่ให้ใครง่าย ๆ แลจะให้กันเปล่านั้นก็ไม่ได้ ดังไสมยหนึ่งพระภิกษุสงฆ์เอาคำภีร์ลงไปจากเขา ไปยังที่บ้านเสรฐีเตี้ยแกในเมืองราชคฤห์ สวดพระพุทธมนต์จบหนึ่งก็ได้คุ้มรักษาในบ้านเสรฐี ตายไปก็ได้ไปสวรรค์สุคะติ พระภิกษุสงฆ์ก็ได้รับบิณฑบาตเจ้าภาพให้เข้าสารสามถังกับเงินทองบ้างเล็กน้อย ตถาคตยังเห็นว่าเปนการดูถูกพระธรรมผิดไปจะพาให้บุตร์นัดาทดถอยน้อยทรัพย์ ถังซัมจั๋งมามือเปล่าแต่จะใคร่ได้พระคำภีร์ เพราะฉนั้นจึงได้พระคำภีร์เปล่าไม่มีอักษรดังนั้น อันคำภีร์ไม่มีอักษรนั้นเปนคำภีร์อันวิเศษแท้ เพราะเมืองใต้ถังผู้ปะฏิบัติยังหาลุถึงมรรคแลผลไม่ จึงได้เอาคำภีร์เปล่านั้นให้ไป สมเด็จพระผู้มีพระภาคย์ตรัสดังนั้นแล้ว จึงตรัสแก่พระมหากัศสปแลพระอานนท์ว่า ท่านทั้งสองจงรีบไปตรวจดูพระคำภีร์ที่มีอักษรทุก ๆ เล่มว่าจะมีสักเท่าใด จงบอกให้ถังซัมจั๋งรู้แล้วก็จงมอบให้ไป

ส่วนพระมหาเถรเจ้าทั้งสอง เมื่อได้ฟังพระตรัสสั่งดังนั้น ก็ถวายนมัศการคลานถอยออกมาแล้ว ก็พาพระถังซัมจั๋งกับศิษย์ทั้งสามไปยังหอพระไตรปิฎก ครั้นถึงพระเถระเจ้าทั้งสององค์ก็ถามว่า มีของอะไรมาบ้างหรือเปล่า พระถังซัมจั๋งก็ไม่มีอะไรจึงเรียกซัวเจ๋งให้เอาบาตนั้นมา ประคองสองมือถวายพูดว่า อาตมภาพมาทางไกลหาได้มีสิ่งใดติดมาไม่ มีมาแต่บาตนี้ซึ่งเปนของพระเจ้าแผ่นดินพระราชทานไว้สำหรับขาดเหลือกลางทางจะได้บิณฑบาตฉัน ข้าพเจ้าขอเอาบาตนี้ถวายเปนทางน้ำจิตร์ที่นับถือ ขอพระเถระเจ้าทั้งสองได้โปรดประทานพระคำภีร์ที่มีอักษรนั้น จึงจะไม่ผิดแก่รับสั่งของพระเจ้าแผ่นดินใต้ถัง แลทั้งไม่เสียเวลาที่อาตมภาพมาโดยแสนทุเรศกันดาร ฝ่ายพระกัศสปกับพระอานนท์เมื่อได้รับบาตมาแล้ว ก็พาพระถังซัมจั๋งกับศิษย์ทั้งสามเข้าไปในหอไตรย ตรวจพระคำภีร์ทุก ๆ ผูกแล้วก็ชี้ให้พระถังซัมจั๋ง พระถังซัมจั๋งจึงเรียกสานุศิษย์ทั้งสามให้มารับทุก ๆ เล่ม แลตรวจดูอย่าให้เหมือนครั้งก่อนได้ เห้งเจียโป๊ยก่ายซัวเจ๋งก็เข้าตรวจดูทุก ๆ เล่ม รวมห้าพันสี่สิบแปดเล่ม ครั้นรวบรวมมัดห่อแล้วก็บันทุกขึ้นหลังม้า อีกห่อหนึ่งโป๊ยก่ายแบกซัวเจ๋งหาบเข้าของเห้งเจียจูงม้า พระถังซัมจั๋งจัดเรียบร้อยสำรวมกิริยาแล้วก็พากันออกมายังที่พระพุทธเจ้า เวลานั้นพระถังซัมจั๋งมีความยินดีปรีดาปราโมทย์เปนที่สุด สมเด็จพระพุทธเจ้ารับสั่งให้พระมหาเถร เห่งเล้งฮอกโฮ้ทั้งสองไปตีระฆังสัญญาขึ้นสามลาเปนการประชุมใหญ่ หมู่พระอะระหันต์ชีนาศพห้าพันแปดร้อยพระภิกษุ ทั้งพระโพธิสัตว์แลอุบาสกอุบาสิกา แลหมู่เทพยดาเทพารักษ์ทั้งหลายมาประชุมแวดล้อมองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมกันแล้ว เทพยเจ้าก็ประโคมดุริยางค์ดนตรีขึ้นถวายนมัศการพร้อมกัน กระแสเสียงนฤนาดสนั่นก้องในท้องนภากาศประเทศ สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่เหนือรัตนบันลังก์ ทรงเผยพระพุทธฎีกาตรัสถามพระกัศสพกับพระอานนท์เถระเจ้าว่า ให้พระคำภีร์ธรรมไปนั้นมากน้อยเท่าใด จงแสดงให้ตถาคตทราบ พระเถระเจ้าทั้งสององค์เมื่อได้ฟังพระพุทธฎีกาตรัสถามดังนั้น จึงกราบทูลว่าพระคำภีร์ธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าโปรดประทานให้พระถังซัมจั๋งไปนั้น คือ พระคำภีร์พิดพินร้อยเล่ม คำภีร์โผ้สัตว์เกงสามร้อยหกสิบเล่ม คำภีร์เล่งฮือจั๋งเกงยี่สิบเล่ม คำภีร์สิ่วเล่งเงี้ยมเกงสามสิบเล่ม คำภีร์จินอี่เกงสี่สิบเล่ม คำภีร์ค้วยเตึ๊ยวเกงสี่สิบเล่ม คำภีร์โป๊จั๋งเกงยี่สิบเล่ม คำภีร์ฮัวเงี้ยมเกงแปดสิบเล่ม คำภีร์เล้ยจินปู๊เกงสามสิบเล่ม คำภีร์ต้ายปัญญะเกงหกสิบเล่ม คำภีร์ต้ายก้วงห้าสิบเล่ม คำภีร์ย้วยเจงอิ๋วเกงห้าร้อยสามสิบเล่ม คำภีร์อุยมอเกงสามสิบเล่ม คำภีร์ซัมหลุนเปี๊ยดเกงยี่สิบเล่ม คำภีร์ฮุดปุ๊นเห่งเกงร้อยสิบหกเล่ม คำภีร์เง้าเล่งเกงยี่สิบเล่ม คำภีร์โผ้สัตว์ก๊ายเกงหกสิบเล่ม คำภีร์ต้ายก๊วยสามสิบเล่ม คำภีร์มอเกี๊ยดเกงร้อยสี่สิบเล่ม คำภีร์ฮวบวาเกงสิบเล่ม คำภีร์ยู้แก่เกงสามสิบเล่ม คำภีร์โป๊เสียงเกงร้อยเจ็ดสิบเล่ม คำภีร์ไซยทีหลุนเกงสามสิบเล่ม คำภีร์เจงกี่เกงร้อยสิบเล่ม คำภีร์ฮุดก๊กจั๊บเกงหกสิบสามเล่ม คำภีร์กี้สินหลุยเกงห้าสิบเล่ม คำภีร์ต้ายตี๊โต้เกงเก้าสิบเล่ม คำภีร์โป๊ฮุยเกงร้อยสี่สิบเล่ม คำภีร์เล่งก๊กเกงห้าสิบหกเล่ม คำภีร์เจี๊ยลุกบุ้นเกงสิบเล่ม คำภีร์ต้ายขงเฉียเกงสิบสี่เล่ม คำภีร์อุยเซ็กหลุนเกงสิบเล่ม คำภีร์เกี๊ยนเสียหลุนเกงสิบเล่ม รวมทั้งสิ้นสามสิบห้าผูกเปนเล่มห้าแสนสี่สิบแปดเล่ม ประทานแก่พระถังซัมจั๋งไปยังประเทศจีน รวบรวมใส่บนหลังม้าบ้างหาบบ้างพร้อมแล้ว จะเข้ามาถวายนมัศการลา

ฝ่ายพระถังซัมจั๋งถับสานุศิษย์ทั้งสาม วางหาบลงแล้วก็กราบกรานนมัศการลา จึงสมเด็จพระผู้มีพระภาคย์ตรัสแก่พระถังซัมจั๋งว่า อันคำภีร์ธรรมของพระตะถาคตนี้ เปนมหากุศลอันใหญ่หาที่เปรียบมิได้เปนธรรมในฝ่ายพระพุทธสาสนา หากถึงประเทศจีนแล้ว ให้ปกแผ่แก่มหาชนทั่วไปในนานาประเทศ อย่าได้มีความหมิ่นประมาท ถ้าไม่กินแจรับศีลให้บริสุทธิ์ก่อน อย่าได้เปิดพระคำภีร์ของพระตถาคต ในพระคำภีร์นั้นเปนอันประเสริฐจะทำให้ถึงซึ่งมรรคแลผล แลสว่างแจ่มแจ้งเปนหนหางวิสุทธิมรรคแท้ พระถังซัมจั๋งได้ฟังพระพุทธฎีกาตรัสดังนั้นก็กราบลงรับพระพุทธพจน์แล้วก็คลานถอยหลังออกจากที่ มาถึงประตูที่สามต่างนมัศการลาหมู่พระอริยะบุคคลทั้งหลาย กับพระภิกษุสงฆ์แลเทพยดาเทพารักษ์ แล้วก็เดินออกจากพระอารามไป ส่วนสมเด็จพระพุทธองค์โปรดประทานธรรมเทศนาแล้วก็เลิกประชุม

ฝ่ายพระโพธิสัตว์กวนอิมอยู่ที่นั่นจึงกราบทูลว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคย์เจ้า ซึ่งพระองค์มีรับสั่งให้ข้าพระพุทธเจ้าไปประเทศจีนหาคนที่จะมาอาราธนาพระธรรม มาบัดนี้ก็สำเร็จแล้วคิดรวมกันได้สิบสี่ปี รวมวันห้าพ้นสี่ร้อยวัน ยังขาดอยู่แปดวันจึงจะครบตามกำหนด ข้าพเจ้าขอถวายคืนรับสั่ง สมเด็จพระพุทธองค์ได้ทรงฟังพระโพธิสัตว์กวนอิมกราบทูลดังนั้น จึงตรัสว่าชอบแล้ว ๆ ในทันใดนั้นจึงตรัสแก่ท้าวกิมกังทั้งแปดว่า จงรีบจัดแจงแผลงฤทธาอานุภาพส่งถังซัมจั๋งกลับไปยังเมืองใต้ถัง เมื่อถึงแล้วนำพระธรรมออกปกแผ่ให้แพร่หลายทั่วแล้วจงรับพระถังซัมจั๋งกลับมายังไซที กำหนดในแปดวันจึงครบกำหนดห้าพันสี่สิบแปดวัน อย่าได้เสียเวลากาล ท้าวกิมกังทั้งแปดได้รับสั่งดังนั้นแล้ว ก็กระทำความเคารพถอยออกมาจากพระอารามรีบตามพระถังซัมจั๋งร้องเรียกว่า ท่านอาจาริย์จงตามพวกข้าพเจ้าทั้งแปดนี้ไป

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ