๖๑

งู่ม่ออ๋องมีความวิตกในใจว่า อ้ายลิงมันได้วิธีทำพัดให้ใหญ่ได้ แม้เราจะเข้าไปทวงถามมัน มันคงไม่ให้เราเปนแน่ บางทีมันจะเอาพัดโบกเราจะปลิวไปถึงแปดหมื่นสี่พันโยชน์ ก็จะไม่สมคิด เราได้ยินว่าสานุศิษย์ที่สองของพระถังซัมจั๋งชื่อโป๊ยก่าย เราก็ได้พบเห็นรู้จักแล้ว จำเราจะแปลงเปนโป๊ยก่ายหลอกมันเอาพัดจึงจะได้ คิดดังนั้นแล้วก็ร่ายคาถาแปลงกายเหมือนโป๊ยก่าย รีบเดินลัดตัดน่าเห้งเจียมาก่อนย้อนกลับมารับเห้งเจีย ทำเปนร้องเรียกว่าพี่เห้งเจียข้าพเจ้ามาแล้ว อาจาริย์เห็นพี่มาช้าจึงให้ข้าพเจ้ามาตาม โดยเกรงว่างู่ม่ออ๋องจะขัดขวางไม่ให้พัด จึงให้ข้าพเจ้ารีบมาช่วย

เห้งเจียหัวเราะว่าไม่ต้องเปลืองใจเปนทุกข์พี่ได้มาแล้ว งู่ม่ออ๋องถามว่าทำอย่างไรจึงได้มา เห้งเจียว่างู่ม่ออ๋องรบแก่เราร้อยกว่าเพลงยังไม่แพ้ชะนะกัน มีผู้มาเชิญไปกินโต๊ะเธอผละจากเราไปกินเลี้ยงที่เขาล้วนเจียซัวบึงเพ๊กปอท้ำ พี่สะกดรอยตามไปลักเอากิมเจงขี่กลับมาที่ถ้ำปอเจียวต๋องหลอกนางล่อซั่วจึงได้พัดมา งู่ม่ออ๋องว่าพี่ต้องแบกพัดลำบากทำไม ส่งมาข้าจะแบกไปเอง เห้งเจียมิได้รู้ในกลอุบาย จึงส่งพัดใช้แก่งู่ม่ออ๋องไป งู่ม่ออ๋องรู้วิธีทำให้พัดเล็กลงได้ ก็ร่ายอาคมให้พัดเล็กลงเท่าใบมะม่วงอ่อน งู่ม่ออ๋องก็แปลงกายกลับเปนรูปเดิม แล้วชี้หน้าว่าอ้ายลิงมึงจำกูได้หรือไม่ เห้งเจียรู้ว่างู่ม่ออ๋องก็มีความเสียใจ คิดว่าเราไม่ดีเอง คิดแค้นใจตัว แล้วร้องตวาดคำหนึ่งทลึ่งโลดดุจฟ้าลั่น ถือตะบองเข้าตีงู่ม่ออ๋อง ๆ ก็จับพัดเข้าโบกไปทีหนึ่ง เห้งเจียก็ไม่หวั่นไหวงู่ม่ออ๋องเห็นดังนั้น ก็เอาพัดใส่ปากสองมือถือเกี่ยมแกว่งกวัดเข้ารบกับเห้งเจียกลางอากาศ ต่างบุกบั่นคลุกคลีกันพักหนึ่ง มิได้ลดละแก่กัน

ฝ่ายพระถังซัมจั๋ง นั่งอยู่กลางทางคอยถ้าเห้งเจีย ความร้อนก็มากขึ้นอกใจก็แห้งเหี่ยวหยากน้ำเปนกำลัง จึงถามเจ้าเขาว่าฝีมือกำลังงู่ม่ออ๋องเปนประการใด เจ้าเขาตอบว่า งู่ม่ออ๋องนั้นมีฤทธาอานุภาพมากนัก กับเห้งเจียก็พอสู้กันได้ พระถังซัมจั๋งว่าหนทางนั้น เห้งเจียเคยไปมาในสองพันเส้นบัดเดี๋ยวก็กลับมา นี่เปนอย่างไรไปวันหนึ่งแล้วก็ยังไม่เห็นกลับ เห็นจะไปต่อสู้อยู่แก่งู่ม่ออ๋องเปนแน่ จึงเรียกโป๊ยก่ายซัวเจ๋งมาถามว่า ใครจะไปรับพี่เจ้าสักคนหนึ่ง ถ้าไปพบกำลังรบกันจะได้เข้าช่วยกัน ถ้าได้พัดแล้วก็ให้กลับจะได้รีบข้ามเขาไป โป๊ยก่ายว่าข้าพเจ้าจะไปรับเอง แต่ทางจะไปเขาเจ๊กลุ่ยซัวไม่เคยไป เจ้าเขาบอกว่าข้าพเจ้ารู้จักทาง ให้ซัวเจ๋งอยู่เปนเพื่อนพระอาจาริย์ เรากับท่านไปด้วยกัน พระถังซัมจั๋งมีความยินดี โป๊ยก่ายก็จัดแจงแต่งกายแข็งแรงแล้ว เอาคราดขึ้นบ่าพร้อมด้วยเจ้าเขาเหาะหมายตรงไปยังทิศอาคะเน

เมื่อกำลังเหาะมานั้น ได้ยินเสียงกึกก้องโกลาหลสะท้านหวั่นไหว โป๊ยก่ายก็หยุดรอดู เจ้าเขาพูดว่าท่านโป๊ยก่ายยังรออะไรอยู่อีกเล่าจึงไม่รีบเข้าช่วยเห้งเจียรบกับงู่ม่ออ๋อง โป๊ยก่ายได้ฟังเจ้าเขาเตือนดังนั้น ก็ชักคราดออกตรงเข้าไปร้องเรียกว่าพี่เห้งเจียข้าพเจ้ามาแล้ว เช้งเจ๊ยเห็นโป๊ยก่ายมาจึงด่าว่าอ้ายกินรำมึงทำให้เราเสียการ โป๊ยก่ายถามว่าข้าพเจ้าทำอะไรให้ท่านเสียการ เห้งเจียบอกว่าอ้ายงู่ม่ออ๋องมันทำอุบาย เราไปหานางล่อซั่วหลอกลวงเอาพัดมาได้แล้ว มันตามมาทันแปลงตัวเหมือนเจ้าหลอกเอาพัดคืนไปได้ เราจึงได้รบกับมันอยู่ที่นี่ โป๊ยก่ายได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จับคราดเหล็กตรงเข้ามาด่าว่าอ้ายควายกูจะลอกหนังมึงออก มึงทำไมจึงบังอาจสามารถแปลงเหมือนปู่ หลอกพี่กูดังนี้ให้พี่น้องขัดใจกัน โป๊ยก่ายว่ากระนั้นแล้ว ก็ถือคราดตรงเข้าสับงู่ม่ออ๋อง

ฝ่ายงู่ม่ออ๋องรบแก่เห้งเจียมาวันหนึ่งแล้ว กำลังก็อ่อนลงมาก เห็นโป๊ยก่ายเหวี่ยงคราดมาโดยแรง ก็ยกเกี่ยมขึ้นรับทานกำลังโป๊ยก่ายไม่อยู่ก็ถอยหนี เจ้าเขาก็เรียกพวกทหารมาล้อมหน้าหลังสะกัดกั้นงู่ม่ออ๋องไว้ ร้องว่างู่ม่ออ๋องจงหยุดก่อน ด้วยพระถังซัมจั๋งจะไปไซทีอาราธนาพระไตรยปิฎกเทพาอารักษ์เจ้านายที่ศักดิ์สิทธิ์ ทั้งอินทรพรหมทุกช่องชั้นฟ้าก็ช่วยพิทักษ์รักษา ท่านจงรีบเอาพัดปอเจียวนั้นดับไฟข้ามส่งเธอไปเถิด ถ้ามิฉนั้นทราบถึงเง็กเซียงฮ่องเต้ โทษท่านก็จะถึงที่ตาย งู่ม่ออ๋องได้ฟังเทพารักษ์พูดดังนั้น จึงตอบว่า ท่านไม่รู้ว่าผิดชอบประการใด ข้อหนึ่งมันชิงลูกเราไป ข้อสองมันประมาทเมียน้อยเรา ข้อสามมันหลอกลวงเมียหลวงเรา มีความผิดดังนี้ เราจึงต้องติดตามมาเอาพัดคืน พูดยังไม่ทันขาดคำลงโป๊ยก่ายก็มาร้องด่าว่า อ้ายควายมึงรีบส่งพัดนั้นมาโดยเร็วเราจะยกชีวิตรไว้ให้ งู่ม่ออ๋องก็หันกลับมารับสู้รบอีก โป๊ยก่ายเห้งเจียก็เข้ารุมรบระดมตี คนทั้งสามสู้รบกันเปนตะลุมบอน ต่างฟาดพันกันโดยกำลัง งู่ม่ออ๋องสู้พลางถอยพลางรบกันอยู่คืนหนึ่งจนรุ่งสว่าง แลไปข้างน่านั้นคือ เจ้าเขาเจ๊กลุ่ยซัวถ้ำม่อหุ้นต๋องคนทั้งสามยิ่งออกกำลังเข้มแข็งฟัดเหวี่ยงกันไปมา เจ้าเขาก็ให้พวกผีเข้าระดมช่วยรบเสียงสะท้านหวั่นไหว นางเง็กมิ่นก๋งจู๊ได้ยินดังนั้นก็ตกใจจึงร้องเรียกพวกบริวารใหญ่น้อยให้ถืออาวุธพร้อมกัน ออกไปช่วยงู่ม่ออ๋อง งู่ม่ออ๋องมีความยินดีด้วยเห็นพวกบริวารมาพร้อมกันช่วยรบ โป๊ยก่ายรับไม่หยุดก็ชักคราดถอยหนีเห้งเจียก็ล่าเหาะขึ้นบนเวหา พวกผีทหารเจ้าเขาก็พากันหลบหนีไปหมดสิ้น งู่ม่ออ๋องมีไชยชะนะก็พาพวกบริวารกลับเข้าถ้ำปิดประตูแน่นมิได้ออกมา

/*ฝ่ายเห้งเจียจึงพูดแก่โป๊ยก่ายแลเจ้าเขาว่า มันมีกำลังเข้มแข็งนักรบกันวันกับคืนหนึ่งแล้วมันยังไม่สิ้นกำลัง แลยังมีบริวารมาช่วยอีก บัดนี้มันก็เข้าถ้ำปิดประตูแน่นเสียอย่างนี้เราจะทำประการใด โป๊ยก่ายว่าถ้ายังนี้ก็ยากที่จะได้พัดวิเศษ ทำประการใดจะให้พระอาจาริย์ข้ามเขาไปได้เล่า เรากลับไปทางเก่าเถิดหรือ เจ้าเขาได้ฟังโป๊ยก่ายว่าดังนั้นจึงพูดว่า เห้งเจียอย่าเปนทุกข์โป๊ยก่ายอย่ามีความท้อถอย ท่านพูดว่าจะกลับไป ก็ดุจดังเข้าอุปสมบทแต่มิได้ปฏิบัติธรรมอันวิเศษ อาจาริย์ท่านทั้งสองก็นั่งอยู่กลางทางตั้งตาคอยท่านทั้งสองกว่าจะสำเร็จการ เห้งเจียได้ยินดังนั้นก็มีความแค้นพูดว่าท่านพูดนั้นถูกต้อง จึงพูดว่าเราพี่น้องจงตั้งใจขับเขี้ยวเอาพัดวิเศษนั้นให้จงได้ โป๊ยก่ายพูดว่าพี่พูดนั้นถูกแล้ว เราช่วยกันให้สำเร็จการ เห้งเจียโป๊ยก่ายเจ้าเขากับทหารผีก็พากันมาเข้าล้อมถ้ำม่อหุ้นต๋อง เห้งเจียโป๊ยก่ายตีประตูปากถ้ำหักพังหลายป่นละเอียดไปทั้งสิ้น พวกปิศาจที่เฝ้าประตูก็วิ่งเข้าไปบอกงู่ม่ออ๋องว่า เห้งเจียพาพักพวกมาตีประตูหักพังไปหมดสิ้นแล้ว

ฝ่ายงู่ม่ออ๋องกำลังเล่าความให้เง็กมิ่นก๋งจู๊ฟังพอได้ยินคนมาบอกว่าเห้งเจียมาหักพังประตูดังนั้น ก็ยิ่งเกิดโทสะกัดฟันรีบสวมเกราะถือพลองออกมาด่าว่าอ้ายสัตว์เดรฉาน มึงเปนผู้ใหญ่มาทำดังนี้สมควรหรือ โป๊ยก่ายร้องด่าว่าอ้ายเขาลอกหนัง มึงเปนคนอย่างไรจึงได้พูดว่าเล็กว่าใหญ่ มึงอย่าหนีจงดูคราดของปู่ งู่ม่ออ๋องร้องตวาดว่าอ้ายกินรำ มึงจงเรียกอ้ายลิงมาสู้กับกูจึงจะพอมือ เห้งเจียว่ามึงไม่รู้จักดีแลชั่ว เมื่อวานนี้กูกับมึงว่าเปนพี่น้องวันนี้กูจะเปนผู้พยาบาทแก่มึง มึงจงระวังให้ดีมึงจะต้องกินตะบอง งู่ม่ออ๋องก็เอาพลองเข้ารับรบกัน ต่อสู้กันได้ประมาณร้อยเพลง โป๊ยก่ายเอาคราดกระโจมเข้าไปสับไม่รอรั้ง งู่ม่ออ๋องรับไม่หยุด ก็ล่าถอยหนีจะเข้าถ้ำมาโดนเจ้าเขาเอาพวกทหารผีเข้าล้อมสกัดไว้ ร้องตวาดว่างู่ม่ออ๋องจะหนีไปข้างไหน งู่ม่ออ๋องจะเข้าถ้ำก็ไม่ได้แลไปเห็นเห้งเจียโป๊ยก่ายไล่รุกเข้ามา งู่ม่ออ๋องไม่มีทางจะไป ก็ถอยเกราะถอดหมวกทิ้งไว้ แปลงเปนนกเป็ดน้ำโผบินขึ้นบนอากาศหนีไป เห้งเจียเห็นแล้วก็หัวเราะบอกโป๊ยก่ายว่า งู่ม่ออ๋องหนีไปแล้ว โป๊ยก่ายแลเจ้าเขาก็มิได้รู้พากันเหลียวซ้ายแลขวาเที่ยวค้นหา เห้งเจียชี้มือว่าที่บินบนอากาศนั่นและ โป๊ยก่ายว่านั่นนกเป็ดน้ำมิใช่หรือ เห้งเจียบอกว่านั่นคืองู่ม่ออ๋องมันแปลงตัว เจ้ากับเจ้าเขาจงตีขนาบเข้าไปในถ้ำจับพวกปิศาจในถ้ำฆ่าเสียให้หมด รื้อพังถ้ำเสียอย่าให้มันมีที่อาไศรยได้ ตัวข้าจะตามไปต่อสู้จับมันให้จงได้ โป๊ยก่ายกับเจ้าเขาก็กระทำตามคำสั่งเห้งเจียตีรุกเข้าไปในถ้ำหักพังทำลายเสียสิ้น

ฝ่ายเห้งเจียก็ร่ายคาถาแปลงเปนนกเหยี่ยวใหญ่ โผร่อนมาในอากาศโฉบตัวนกเป็ดน้ำจิกเอาลูกตา งู่ม่ออ๋องก็ห่อปีกแปลงเปนนกตะกรุมกลับมาจะจิกนกเหยี่ยว เห้งเจียก็แปลงเปนนกหงส์ดำไล่จิกนกตะกรุม งู่ม่ออ๋องก็แปลงเปนนกยางแล้วก็บินไปทางทิศอาคะเน เห้งเจียขยับปีกสลัดขนแปลงเปนนกพระยาหงษ์ งู่ม่ออ๋องเห็นดังนั้นก็หลบลงข้างภูเขาแปลงเปนสัตว์สี่เท้า คืออีเก้ง ทำกิริยาเดินกินหญ้าอยู่ที่ชายเขา เห้งเจียเห็นก็โผตามลงมาแปลงเปนเสือกระดิกหางจะใคร่กระโดดเข้าจับอีเก้งกิน งู่ม่ออ๋องตกใจก็แปลงเปนเสือโคร่งกระโดดมาจะกัดเสือผอม เห้งเจียเห็นดังนั้นก็แปลงเปนสางโถมมาตะครุบเสือโคร่ง งู่ม่ออ๋องก็กลายเปนหมีคนแยกเขี้ยวจะเข้าทำร้ายสาง เห้งเจียก็กลายเปนช้างจะเข้าจับหมีคน งู่ม่ออ๋องเห็นดังนั้นก็หัวเราะแล้วก็แปลงกายไปตามเดิม เปนกระบือใหญ่ศีศะเท่าภูเขาตาดุจแสงฟ้าแลบสองเขาดุจพระเจดีย์ ฟันดุจคมมีดตัวยาวกว่าพันวา สูงได้แปดร้อยวา ร้องบอกแก่เห้งเจียว่าอ้ายสัตว์ลิงมึงจะทำอะไรกู เห้งเจียก็กลับกลายเปนรูปเดิมชักตะบองออกกระทุ้ กับพื้นทีหนึ่ง ร้องว่าให้สูงตัวก็สูงขึ้นหมื่นวาศีศะใหญ่เท่าภูเขาท้ายซัว สองในตาดุจดวงพระอาทิตย์ ปากดุจบ่อโลหิตฟันดุจบานประตู มือถือตะบองเหล็กหมายตีตรงศีศะงู่ม่ออ๋อง ๆ ก็เอาเขาขวิดรบกันสท้านหวั่นไหวก้องโกลาหล ทั้งสองแผลงอิทธิฤทธิ์อานุภาพต่อสู้กันอยู่กลางภูเขาใหญ่ หมู่เทวาอารักษ์ที่ท่องเที่ยวอยู่ในอากาศ แลเจ้ากิมเอียดที้หลักเตงหลักกะแลหมู่เจ้าที่รักษาธรรมทั้งหลายก็มาระดมช่วยล้อมงู่ม่ออ๋องไว้ งู่ม่ออ๋องก็ทำเฉยไม่หวาดหวั่นครั่นคร้าม เห้งเจียมารับน่ากับหมู่เจ้าทั้งหลายก็พร้อมกันระดมตีงู่ม่ออ๋อง ๆ จวนตัวก็หมุนคว้างอยู่กับดิน แล้วกลับเปนรูปเดิมหนีเข้าถ้ำปอเจียวต๋อง เห้งเจียก็พาหมู่เจ้าเทพารักษ์ไล่ตามมา ฝ่ายงู่ม่ออ๋องหนีเข้าถ้ำได้ก็ปิดประตูแน่นไม่ออกมาสู้รบต่อ่ไป

ฝ่ายหมู่เทพารักษ์ ก็พากันเข้าล้อมเข้าจุ๊ยหุ้นซัวไว้แน่นหนาไม่มีทางจะออกได้ ครั้นจะตีประตูเข้าไปก็พอได้ยินเสียงโป๊ยก่ายกับเจ้าเขากระหืดกระหอบวิ่งตามกันมา ทั้งหมู่ทหารมีก็ตรูกันมาด้วย เห้งเจียถามว่าที่ถ้ำม่อหุ้นต๋องนั้นเปนอย่างไรบ้าง โป๊ยก่ายหัวเราะพูดว่า เมียของอ้ายงู่ม่ออ๋องข้าพเจ้าสับด้วยคราดตายแล้ว แก้เสื้อออกดูก็เห็นเปนปิศาจเสือปลา ปิศาจน้อย ๆ เหล่านั้นข้าพเจ้าฆ่าตายหมดแล้ว ถ้ำนั้นข้าพเจ้าเอาไฟเผาไหม้หมดแล้ว เจ้าเขาว่ามันมีที่อาศัยอยู่อิกแห่งหนึ่ง ที่นี่เขาใหญ่ชื่อถ้ำปอเจียวต๋องมิใช่หรือ เห้งเจียบอกว่าใช่ในนี้คือนางล่อซั่วอยู่ โป๊ยก่ายได้ฟังดังนั้นจึงพูดว่าทำไมไม่เร่งตีเข้าไปตามเอาพัดเล่าไว้ช้าการจะมีปัญญาต่อไป โป๊ยก่ายออกท่าโดยเข้มแข็ง เอาคราดสับกระชากประตูหักพังลงทั้งสิ้น พวกผู้หญิงที่เฝ้าประตูเห็นดังนั้นตกใจ พากันวิ่งเข้าไปบอกงู่ม่ออ๋องว่าบัดนี้ใครไม่รู้จักมันมาพังประตูลงหมดแล้ว

งู่ม่ออ๋องเวลานั้นกำลังเล่าความที่เอาพัดคืนมาได้ แลได้รบรอต่อสู้กันให้นางล่อซั่วฟัง ก็พอได้ยินคนเข้ามาบอกก็มีความโกรธเปนอันมาก งู่ม่ออ๋องคายพัดวิเศษออกจากปากส่งให้นางล่อซั่ว ๆ รับเอาพัดมาแล้วก็ร้องไห้ จึงพูดว่าจงเอาพัดนี้ให้ซึงเห้งเจียไปเถิดมันจะได้ยกทัพกลับไป งู่ม่ออ๋องพูดว่าเปนของเล็กน้อยก็จริง แต่ความแค้นเคืองนั้นลึกซึ้งนัก เจ้าจงนั่งก่อนพี่จะใคร่ออกต่อสู้แก่มันอิกสักพักหนึ่ง พูดดังนั้นแล้วก็เอาเกราะสรวมใส่ตัวแล้วก็ถืออาวุธเกี่ยม กระโดดออกไปจากประตู ก็ปะโป๊ยก่ายกำลังสับพังประตู งู่ม่ออ๋องเอาเกี่ยมแทงโป๊ยก่าย ๆ เอาคราดรับขยับถอยออกมานอกประตู เห้งเจียก็มาทันเข้าเอาตะบองตีงู่ม่ออ๋องถูกเจ็บปวดก็บันดานเปนสายลมพยุห์ หนีออกจากถ้ำปอเจียวต๋องขึ้นอยู่บนยอดเขาจุ๊ยหุ้นซัว หมู่เจ้าแลเทพารักษ์ก็เข้าช่วยกันล้อมงู่ม่ออ๋องไว้ พวกผีก็ระดมตีเข้าไปพร้อมกันทั้งซ้ายแลขวา งู่ม่ออ๋องก็แข็งใจรบมิได้คิดแก่ชีวิตร ต่อสู้กันไปมาประมาณห้าสิบเพลง ทานไม่ไหวก็ล่าหนีไปข้างทิศอุดรก็มาปะท่านกิมกางหงษ์ท้ายซัวซึ่งมีฤทธาอานุภาพกว้างใหญ่มาสกัดน่าร้องตวาดว่า งู่ม่ออ๋องจะหนีไปข้างไหน เรารับคำสั่งพระยูไลยเจ้ามาล้อมจับตัวเจ้า กำลังพูดอยู่เห้งเจียโป๊ยก่ายแลหมู่เทพยดาก็ไล่ตามมา งู่ม่ออ๋องตกใจกลัวก็กลับหันหนีไปทางทิศอาคะเน ก็มาประเจ้ากิมกังโบ้เหลียงเส้งจี่สะกัดหน้าไว้ ตวาดว่าเรารับคำสั่งพระยูไลยมาคอยจับตัวเจ้า งู่ม่ออ๋องก็หันกลับหนีไปทางทิศตวันออก ก็ปะเจ้ากิมกังกุนโล้ซัวบุ๊นตั้วลัดสะกัดหน้าคอยจับ งู่ม่ออ๋องก็หวาดหวั่นกลับหนีไปทางทิศตวันตก ก็ปะเจ้ากิมกังปุ๊ดไหวย้งจู๊สะกัดหน้าร้องตวาดว่างู่ม่ออ๋องจะหนีไปข้างไหน เรารับคำสั่งพระยูไลยมาคอยจับเจ้าอยู่ที่นี่

งู่ม่ออ๋องเห็นทั้งสี่ทิศมีทหารพระยูไลยมาคอยสะกัดจับอยู่ จะเข้าที่อับจนชีวิตรจะไม่ลอดแล้ว ก็พอเห็นเห้งเจียพาพวกใส่ติดตามมางู่ม่ออ๋องทำเมฆลอยขึ้นจะหนีไปบนอากาศ บนอากาศมีถักทะลีทีอ๋องโลเฉียกับทหารเทพบุตรทั้งหลายสะกัดไว้ ร้องเรียกว่ามาเร็ว ๆ พวกเราได้รับคำสั่งของเง็กเซียงฮ่องเต้มากำจัดเจ้า

งู่ม่ออ๋องเห็นดังนั้นก็สั่นหัวแปลงเปนกระบือขาวใหญ่ตรงเข้าไปจะขวิดถักทะลีทีอ๋อง ๆ ก็เอาดาบจะฟัน ข้างหลังเห้งเจียก็มาทัน โลเฉียร้องเรียกด้วยเสียงอันดังว่า ท่านเห้งเจียเครื่องมือมีอยู่กับตัวทำไมจึงจับไม่ได้ เมื่อวานนี้พระยูไลยมีฎีกามาให้เง็กเซียงฮ่องเต้ว่าพระถังซัมจั๋งติดขัดที่เขาฮ้วยเอี้ยมซัว เห้งเจียคนเดียวกำจัดงู่ม่ออ๋องไม่ได้จึงให้ข้าพเจ้าพ่อลูกมาช่วยเห้งเจีย ๆ ว่างู่ม่ออ๋องมันมีฤทธิ์มากนักจะทำอย่างไรดีจึงจะปราบได้

โลเฉียหัวเราะแล้วพูดว่าเห้งเจียอย่ามีความสงไสย เราจะจับปิศาจงู่ม่ออ๋องให้ดู พูดดังนั้นแล้วโลเฉียก็แปลงกายเปนสามเศียรหกกรกระโดดขึ้นบนหลังงู่ม่ออ๋อง เอาเกี่ยมวิเศษออกมาฟันฅองู่ม่ออ๋องลงไปทีหนึ่งฅอก็ขาดกระเด็นไป ศีศะงู่ม่ออ๋องก็ออกมาอิกศีศะหนึ่งปากก็พ่นควันคำออกมา ไนตาก็แดงดุจแสงพระอาทิตย์ โลเฉียเห็นดังนั้นก็เอาเกี่ยมฟันลงไปอิกทีหนึ่ง ฅอก็ขาดศีศะตกลง ศีศะก็ออกมาทันทีอิกศีศะหนึ่งอิก โลเฉียฟันซ้ำสิบทีศีศะก็ออกมาทันทีทั้งสิบทีเหมือนกัน จึงเอาจักรไฟวิเศษแขวนที่เขางู่ม่ออ๋อง ไฟก็ลุกติดเขางู่ม่ออ๋องดิ้นรนกลิ้งเกลือกร้องด้วยเสียงอันดัง จะใคร่แปลงตัวหนี ถักทะลีทีอ๋องก็เอาจักรวิเศษส่องจับไว้จะแปลงก็มิได้ งู่ม่ออ๋องก็สิ้นฤทธิ์จึงร้องขอว่าอย่าล้างชีวิตรข้าพเจ้าเสียเลย ข้าพเจ้าขอยอมตัวปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า โลเฉียว่าแม้รักชีวิตรก็รีบเอาพัดมาโดยเร็ว

งู่ม่ออ๋องว่าพัดนั้นอยู่ที่เขา ภรรยาข้าพเจ้าเขารักษาไว้ โลเฉียเห็นพูดดังนั้นก็เอาเชือกวิเศษออกร้อยจะมูกแล้วก็จูงมา เห้งเจียเจ้ากิมกังทั้งสี่ แลหมู่เทพยดาเทพารักษ์ทั้งหลายเจ้าเขาแลโป๊ยก่ายทหารผีก็พร้อมกันไปที่ถ้ำปอเจียวต๋อง งู่ม่ออ๋องร้องบอกภรรยาให้เอาพัดมาถ่ายชีวิตร นางล่อซัวได้ยินสามีร้องเรียกดังนั้น ก็ถอดเครื่องแต่งตัวทองแหวนทิ้งเสียทั้งสิ้น ผลัดเครื่องนุ่งห่มเปนชี มือถือพัดออกมาจากประตูคุกเข่าลงกับพื้นแล้วพูดว่า ขอท่านได้กรุณายกชีวิตรผัวเมียไว้ด้วยเถิด ข้าพเจ้าเอาพัดมาถวายให้อาซึงเห้งเจ้ย ขอให้อาสำเร็จกิจนั้นเถิด เห้งเจียก็เข้าไปรับพัดวิเศษจากนางล่อซั่วมาแล้วก็พร้อมกันกับหมู่เทพยดาอารักษ์ เหาะกลับมายังสำนักที่พระถังซัมจั๋งคอยอยู่

ฝ่ายพระถังซัมจั๋งกับซัวเจ๋งนั่งชะแง้คอยดูอยู่ช้านานยังไม่เห็นกลับมา ก็มีความทุกข์ร้อนไม่สบายใจ แลไปก็เห็นเมฆเปนรัศมีลอยมาเต็มทั้งฟ้าจวนจะถึง พระถังซัมจั๋งว่าตาย ๆ อิก นั่นกองทัพที่ไหนยกมา ซัวเจ๋งแลไปก็จำได้จึงพูดแก่พระอาจาริย์ว่า นั่นคือท้าวกิมกังทั้งสี่กับเจ้าเอี๊ยดที้หลักเตงหลักกะ เจ้ารักษาธรรมทั้งหลาย แลเทพยดาอารักษ์ทั้งหลาย กับที่จูงงู่ม่ออ๋องมานั้นคือโลเฉียท้ายจื๊อที่ถือกระจกนั้น คือถักทะลีทีอ๋อง พี่เห้งเจียแบกพัดวิเศษมากับเจ้าเขานั่นโป๊ยก่าย พระถังซัมจั๋งได้ฟังดังนั้นก็จัดแจงครองจีวรออกมาคอยรับกับซัวเจ๋ง ครั้นท่านเหล่านั้นมาถึงพร้อมกัน พระถังซัมจั๋งก็ย่อตัวลงขอบคุณพูดว่า อาตมภาพบุญน้อยไม่ควรให้ท่านทั้งหลายได้ความลำบากลงมาถึงนี่

เจ้ากิมกังทั้งสี่บอกแก่พระถังซัมจั๋งว่า ข้าพเจ้ามีความยินดีด้วยท่าน ขอให้สำเร็จซึ่งมัคแลผลเถิด พระยูไลยเจ้ามีรับสั่งให้พวกข้าพเจ้ามาช่วยท่าน ๆ จงอย่าได้เกียจคร้าน พระถังซัมจั๋งย่อตัวคำนับรับคำ เห้งเจียก็เอาพัดวิเศษเดินเข้าไปใกล้เขายกพัดขึ้นโบกโดยเต็มกำลังทีหนึ่ง ไฟนั้นก็ค่อย ๆ ราบสงบลงไป เห้งเจียดีใจก็โบกซ้ำอิกสองที ก็ได้ยินเสียงลมพัดอู้ฝนก็ตกลงมาเต็มท้องฟ้า เวลานั้นพระถังซัมจั๋งก็หายความเร่าร้อนจิตรใจก็ผ่องไสยสบายเปนความศุขเย็น อาจาริย์กับศิษย์ก็พากันคำนับขอบคุณ เจ้ากิมกังกับเทพยดาทั้งหลายก็พากันกลับไปยังสฐานทิพย์พิมานแห่งตน ๆ หมู่ลักเตงลักกะก็คอยตามรักษาพยาบาลพระถังซัมจั๋ง ถักทะลทีอ๋อง โลเฉียก็จูงงู่ม่ออ๋องไปกราบทูล เจ้าเขาก็นำนางล่อซั่วมาอยู่ข้างนั้น

เห้งเจียพูดว่านางล่อซั่วทำไมยังไม่ไปจะมาอยู่ที่นี่ทำไม นางล่อซั่วคุกเข่าลงพูดว่า เดิมท่านได้พูดว่า ยืมพัดไปดับไฟแล้วก็จะคืนให้ข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าไม่ทันคิดไม่ให้พัดแก่ท่าน จึงได้เกิดจลาจลให้ท่านได้ความลำบาก ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติบวชมาก็พูดภาษามนุษย์ได้แล้ว แต่ยังมิได้สำเร็จมรรคผล ขอท่านใต้เซียได้คืนพัดให้ข้าพเจ้าบวชเรียนต่อไป เจ้าเขาจึงพูดแก่เห้งเจียว่า อันหญิงนี้เข้าใจในการใช้พัดไฟ ขอท่านคืนพัดให้เสียเถิดจะได้เอาไว้ดับไฟช่วยสัตว์ทั้งหลายในตำบลนี้ เปนศุขต่อไป เห้งเจียพูดว่าเราได้ถามชาวบ้านเหล่านี้บอกว่าโบกสามทีไฟก็ดับ ทำนาได้เข้าปีหนึ่งก็ทำอย่างไรจึงดับไฟไม่สิ้นได้

นางล่อซั่วพูดว่าแม้ว่าอยากดับให้สิ้นรากเง่าไฟนั้น ต้องพัดโบกซ้ำๆ สี่สิบเก้าทีก็จะดับไฟได้ไม่มีไฟต่อไป เห้งเจียได้ฟังดังนั้นก็เอาพัดโบกไปสี่สิบเก้าทีฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่ อาจาริย์กับศิษย์ก็หลบไปในที่ไม่มีฝน เหตุว่าที่ใดไม่มีไฟฝนก็ไม่ตกไปที่นั้น อาจาริย์กับศิษย์ก็พักอยู่คืนหนึ่ง พอรุ่งแจ้งเห้งเจียก็เอาพัดคืนให้นางล่อซั่ว ๆ ก็เศกให้พัดเล็กลงเอาใส่ปากอมแล้ว ก็คำนับลาไปหาที่สำนักบวชเรียนตามเพดนักบวช ฝ่ายพระถังซัมจั๋งก็ตั้งหน้าหมายตรงไปทิศปราจิณเดินข้ามเข้าฮ้วยเอี้ยมซัวมาได้แล้วก็เปนที่เย็นใจ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ