๒๙

โป๊ยก่ายซัวเจ๋งต่อสู้แก่ปิศาจอึ่งเพ้าได้สามสิบเพลง โดยเหตุบุญบารมีของพระถังซัมจั๋ง ที่จะยังไม่ถึงแก่ชีวิตรอันตราย จึงบันดานมิให้โป๊ยก่ายซัวเจ๋งแพ้แก่อึ่งเพ้าปิศาจ เทพยดาคอยรักษาโป๊ยก่ายซัวเจ๋งอยู่ ฝ่ายหลวงจีนถังซัมจั๋ง ต้องมัดอยู่ในถ้ำนั้นกำลังร้องไห้โศกเศร้าอยู่ แลไปเห็นหญิงคนหนึ่งเดินออกมายืนอยู่ข้างพระถังซัมจั๋งถามว่า เธอนี้อยู่ที่ไหน เหตุใดจึงได้มาต้องมัดอยู่อย่างนี้

พระถังซัมจั๋งได้ยินถามดังนั้น จึงพิเคราะห์ดูหญิงนั้นอายุประมาณสามสิบปีเสศ จึงตอบว่าอาตมภาพก็ถึงที่ตายแล้ว มาถึงที่ของสีกาแล้วจะกินเนื้อก็กินเสียเถิด จะถามอะไรไปทำไมให้เนิ่นช้าไปเล่า หญิงนั้นจึงบอกแก่พระถังซัมจั๋งว่า ข้าพเจ้ามิใช่ผีปิศาจดอก บ้านข้าพเจ้าจากที่นี่ไปสามร้อยโยชน์ที่ตำบลนั้นมีเมืองหนึ่งเรียกว่า (โป๊เชียงก๊ก) ข้าพเจ้านี้คือพระราชบุตรีที่สามชื่อข้าพเจ้าเรียกว่า (แป๊ะฮ่องเซียว) เหตุเมื่อน่าก่อนสิบสามปี เดือนสิบขึ้นสิบห้าค่ำออกมายังสวนดอกไม้ชมเดือนแลดอกไม้ อ้ายปิศาจตนนี้มันทำลมพะยุห์มืดฟ้ามัวฝน แล้วพัดหอบเอาข้าพเจ้ามาเปนผัวเมียแก่มันสิบสามปีแล้ว มีบุตรชายบุตรหญิงสองคนก็ไม่มีข่าวคราวไปถึงเมืองได้ พระราชบิดามารดาก็มิได้เห็นหน้าสิบสามปีแล้ว ก็ตัวของท่านเหตุใดมันจึงจับมาได้

หลวงจีนถังซัมจั๋งตอบว่า อาตมภาพนี้ถือรับสั่งของพระเจ้าถังไทจงฮ่องเต้ จะไปประเทศไซที อาราธนาพระไตรยปิฎกธรรม บังเอินหลงเข้ามาในที่นี่ปิศาจจึงได้จับอาตมภาพได้ ยังจะคอยจับสานุศิษย์ทั้งสองมาพร้อมกันแล้ว จึงจะได้ต้มกินเสียด้วยกันทั้งสามคน ฝ่ายก๋งจู๊ได้ฟังพระถังซัมจั๋งพูดดังนั้น หัวเราะแล้วพูดว่า แม้ว่าท่านจริงใจจะไปอาราทนาพระไตรยปิฎกแน่แล้ว ข้าพเจ้าจะช่วยท่านได้ ที่เมืองโป๊เชียงก๊กนั้น ตรงหนทางที่ท่านจะไป ท่านสงเคราะห์ข้าพเจ้านำหนังสือข่าวนี้ไปให้พระราชบิดาข้าพเจ้าทราบได้ ข้าพเจ้าจะขอปิศาจให้ปล่อยท่านไป

พระถังซัมจั๋งได้ฟังก๋งจู๊พูดดังนั้นจึงพูดว่า แม้ก๋งจู๊ช่วยอาตมภาพได้ อาตมภาพจะรับนำหนังสือนั้นไปให้ ก๋งจู๊ได้ฟังพระถังซัมจั๋งรับอาสาดังนั้น จึงกลับเข้าไปหยิบกระดาษมาเขียนหนังสือเสร็จแล้วก็เข้าผนึกเดินออกมาแก้มัดพระถังซัมจั๋ง ส่งหนังสือฉบับนั้นให้พระถังซัมจั๋ง ๆ รับหนังสือนั้นมาแล้วพูดว่า อาตมภาพขอบคุณก๋งจู๊ได้ช่วยให้รอดพ้นจากความตาย เมื่ออาตมภาพไปถึงเมืองจะนำเข้าไปถวาย แต่อาตมภาพยังวิตกว่า ก๋งจู๊พลัดพรากมาหลายปีแล้วบางทีพระราชบิดาจะจำไม่ได้ ก๋งจู๊อย่าสงไสยว่าอาตมภาพจะพูดกลับกลอก

ก๋งจู๊ว่าข้อนั้นท่านอย่าวิตกเลย เพราะพระราชบิดานั้นมีบุตรีสามคน ข้าพเจ้าเปนคนสุดท้อง แม้หนังสือไปถึงแล้วพระราชบิดาก็จำได้ พระถังซัมจั๋งรับหนังสือใส่มือเสื้อแล้วก็ลานางก๋งจู๊เดินออกไปน่าถ้ำ ก๋งจู๊จึงห้ามว่าท่านอย่าออกไปทางน่าถ้ำ ที่น่าถ้ำปิศาจกับศิษย์ของท่านกำลังรบต่อสู้กันอยู่ ท่านจงออกไปทางหลังถ้ำไปแอบซุ่มตัวอยู่ตามพุ่มรกก่อน ไว้ให้ข้าพเจ้าเกลี้ยกล่อมขอร้องเขาก่อนแล้ว จึงให้สานุศิษย์ไปตามจะได้พร้อมกันไป พระถังซัมจั๋งได้ฟังก๋งจู๊พูดแนะนำดังนั้นก็เห็นชอบด้วยจึงลานางออกไปทางหลังถ้ำ ก๋งจู๊เห็นพระถังซัมจั๋งพ้นไปแล้วจึงกลับเดินออกไปยังน่าถ้ำคิดอุบายได้ประการหนึ่ง ในเวลานั้นก่งจู๊ออกมายืนยังน่าถ้ำได้ยินเสียงอึกกะทึกอยู่กลางอากาศ แลเห็นโป๊ยก่ายกับซัวเจ๋งกำลังรบกับอึ่งเพ้า ก๋งจู๊เรียกว่าอึ่งเพ้าใต้อ๋องลงมาก่อน

อึ่งเพ้าใต้อ๋องได้ยินเสียงเรียกดังนั้นก็ผละโป๊ยก่ายซัวเจ๋งลดลงยังปากถ้ำเดินมาถามก๋งจู๊ว่ามีธุระอะไรหรือ ก๋งจู๊จึงบอกว่าข้าพเจ้ากำลังหลับอยู่ในห้องฝันไปว่าเจ้ากิมกะมา อึ่งเพ้าว่าเจ้ากิมกะพูดว่ากระไรหรือ ก่งจู๊บอกว่าเมื่อข้าพเจ้ายังเยาว์อยู่ปักเสาไว้อัทธิฐานว่า แม้ข้าพเจ้าเดิบใหญ่ไปข้างหน้า มีสามีชื่อเสียงปรากฎฤทธาอานุภาพยิ่งกว่าคน ข้าพเจ้าจะทำสังฆทานแลกุศลต่าง ๆ บัดนี้มาร่วมรักกับใต้อ๋องเปนสามีภิริยากัน ข้าพเจ้าก็หานึกได้ไม่ เจ้ากิมกะมาทวงตามซึ่งข้าพเจ้าได้อัทธิฐานไว้นั้นแล้ว ตวาดข้าพเจ้าก็ตกใจตื่นจะมาบอกแก่ใต้อ๋อง เดินออกมาจากห้องก็มาพบพระสงฆ์ต้องผูกมัดอยู่กับเสา ขอใต้อ๋องได้กรุณาแก้พระสงฆ์ปล่อยไปเถิด เปรียบเหมือนใต้อ๋องช่วยแก้ความอัทธิฐานของข้าพเจ้านั้น แต่ยังไม่ทราบว่าใต้อ๋องจะเห็นควรหรือไม่

อึ่งเพ้าใต้อ๋องได้ฟังนางก๋งจู๊พูดดังนั้น จึงพูดว่าก่งจู๊ทำไมจะต้องสงไสยให้มากความไปเล่า ข้าพเจ้าจะใคร่กินเนื้อแม้ว่าก๋งจู๊ได้อัทธิฐานไว้พระสงฆ์ที่จับได้นั้นตามแต่จะปล่อยไปเถิด แต่ให้ไปทางหลังถ้ำก็แล้วกัน ก๋งจู๊เห็นอึ่งเพ้ายกให้ดังนั้นก็มีความดีใจจึงเดินเข้าไปในถ้ำ อึ่งเพ้าก็เดินออกมาทางน่าถ้ำตะโกนร้องเรียก โป๊ยก่ายซัวเจ๋งบอกว่า เจ้าทั้งสองจงลงมานี่ก่อน แต่มิใช่ข้าจะยอมแพ้ฝีมือเจ้าดอกเพราะข้าเห็นแก่ภรรยาของข้า บัดนี้อาจาริย์ของเจ้าข้าพเจ้าปล่อยออกไปข้างหลังถ้ำแล้ว จงรีบไปหาจะได้พากันไปโป๊ยก่ายซัวเจ๋งได้ฟังอึ่งเพ้าร้องดังนั้น ก็ตกใจลดลงยังพื้นรีบไปยกหาบจูงม้าตัดข้ามไปทางหลังถ้ำร้องเรียกว่าพระอาจาริย์อยู่ที่ไหน ฝ่ายพระถังซัมจั๋งซ่อนอยู่ในรก ครั้นได้ยินเสียงร้องเรียกก็จำได้ จึงขานว่าอาตมอยู่นี่

ซัวเจ๋งก็แหวกหญ้าเข้าไปรับอาจาริย์ออกมาให้ขึ้นม้าแล้วรีบเดินไป โป๊ยก่ายนำทางซัวเจ๋งหาบตามมาข้างหลัง ตัดเนินออกจากดงเข้าทางใหญ่รีบไป โป๊ยก่ายซัวเจ๋งทั้งเดินทั้งทะเลาะกันไปตามทางไม่หยุด พระถังซัมจั๋งเห็นดังนั้นก็ห้ามคนทั้งสองมิให้ทะเลาะกัน

เมื่อออกจากอึ่งเพ้าเล้ว เช้าก็ออกเดินค่ำก็หยุดพักเดินมาได้ประมาณสามร้อยโยชน์ แลไปข้างหน้าก็เห็นกำแพงเมือง คือเมืองเชียงโป๊ก๊ก พิศดูไชยภูมิงดงาม เดินไปดูไม่รู้สิ้นซึ่งสิ่งอันปลาดต่าง ๆ ครั้นเดินเข้าไปในเมืองแล้วถึงศาลาพักแห่งหนึ่ง อาจาริย์กับศิษย์ก็พากันเข้าพักอาไศรยอยู่ในศาลา หลวงจีนก็หยิบเอาหนังสือที่ก๋งจู๊ฝากมานั้น เดินเข้าไปถึงประตูเมืองชั้นในบอกแก่ผู้เฝ้าประตูว่าบัดนี้มีพระสงฆ์อยู่เมืองใต้ถังจะขอเข้าไปเฝ้าพระเจ้าแผ่นดิน ขอท่านได้ช่วยนำความกราบทูลให้ทรงทราบ

ฝ่ายขุนนางกรมวังผู้เฝ้าประตูได้ฟังพระถังซัมจั๋งบอกดังนั้น ก็รีบนำความเข้าไปกราบทูลพระเจ้าแผ่นดินว่า บัดนี้มีพระสงต์มาจากเมืองใต้ถังจะขอเข้ามาเฝ้า

ฝ่ายเจ้าเมืองเชียงโป๊ก๊กได้ฟังขุนนางกราบทูลดังนั้น จึงรับสั่งให้นิมนต์พระถังซัมจั๋งเข้าไปเฝ้า ขุนนางก็ออกไปนิมนต์พระถังซัมจั๋งเข้าไปเฝ้า พระถังซัมจั๋งทำกิริยาคำนับแล้วก็นั่งที่อันสมควร ในเวลานั้นขุนนางเฝ้าอยู่พร้อมกัน พากันสรรเสริญพระถังซัมจั๋งว่าพระสงฆ์มาจากเมืองบนมีกิริยาเรียบร้อยงามดี

เจ้าเมืองเชียงโป๊ก๊กจึงตรัสถามพระถังซัมจั๋งว่า ท่านมีธุระอย่างไรหรือ จึงได้มาถึงเมืองข้าพเจ้า พระถังซัมจั๋งตอบว่าอาตมภาพเปนสมณะอยู่เมืองใต้ถัง มีรับสั่งพระเจ้าแผ่นดินให้อาตมภาพไปเมืองไซทีอาราธนาพระไตรยปิฎกธรรมมีหนังสือเดินทางตามธรรมเนียม จะต้องเอามาเปลี่ยน เพราะฉนั้นอาตมภาพจึงต้องเข้ามาเฝ้าพระองค์ขอความกรุณาได้โปรด

จึงเจ้าเมืองเชียงโป๊ก๊กตรัสว่า แม้มีหนังสือเดินทางของพระเจ้าแผ่นดินถังมาท่านจงเอาให้ดูก่อน พระถังซัมจั๋งก็ถวายหนังสือเจ้าเมืองเชียงโป๊ก๊กรับแล้วคลี่ออกอ่านดูใจความมีว่า ในมหาชมภูทวีปนี้เมืองใต้ถังเมืองใหญ่มีหนังสือเดินทางฉบับหนึ่ง ด้วยพระองค์ได้เสวยราชสมบัติปกครองอาณาประชาชนโตยยุติธรรม ไพร่บ้านพลเมืองมีความศุขความเจริญ เพราะผิดด้วยไฮ้เล่งอ๋องครั้นเมื่อพระองค์สวรรคตแล้ว วิญญาณจิตรของพระองค์ลงไปยังเมืองนรก ได้เที่ยวทอดพระเนตรตามขุมนรก ได้เห็นซึ่งสัตว์นรกที่มีกรรมเวรทรมานอยู่ทุกข์ต่าง ๆ พระยามัจจุราชได้สั่งให้ยมพบาลพาพระองค์กลับมาส่งยังเมืองมนุษย์ เพราะฉนั้นพระองค์จึงมีพระราชศรัทธาเลื่อมไสยในพระพุทธสาศนา ตั้งพิธีทำมหากุศล เหตุนี้พระโพธิสัตว์กวนอิมเสด็จปาฏิหารมาชี้นำว่า พระไตรปิฎกธรรมในประเทศไซที ถ้าได้มาแล้วตั้งพิธีจึงจะช่วยบรรเทาบันเทากรรมของสัตว์นรกให้ปลดเปลื้องเบาบางออกไปได้ เพราะฉนั้นจึงให้พระสงฆ์เหี้ยนจึงตั้งความเพียรอุสาหะมากว่าจะถึงแม้ว่าพระถังซัมจั๋งไปถึงเมืองใดในประเทศตวันตก แม้ว่าท่านเจ้าเมืองใดตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรมแล้ว ได้ทราบหนังสือฉบับนี้ขอให้ท่านประทับตราส่งต่อ ๆ ไปในฉบับนั้นมีลายพระราชหัดถ์เซ็นว่า พระเจ้าเจงกวนเสวยราชได้สิบสามปีแลประทับตราเก้าดวง

เมื่อพระเจ้าแผ่นดินเชียงโป๊ก๊กทอดพระเนตรจบแล้ว จึงประทับตราของพระองค์ลงในหนังสือฉบับนั้นเปนสำคัญ แล้วจึงส่งให้พระถังซัมจั๋งไป พระถังซัมจั๋งรับหนังสือแล้ว จึงถวายพระพรว่า ข้อหนึ่งอาตมภาพขอเปลี่ยนหนังสือเดินทาง ข้อสองอาตมภาพนำข่าวพระราชบุตรีของพระองค์มาถวาย

เจ้าเมืองเชียงโป๊ก๊กตรัสถามว่าข่าวอะไร พระถังซัมจั๋งตอบว่าพระราชบุตรีที่สามของพระองค์ บัดนี้ต้องทนทุกข์อยู่ที่ปิศาจอึ่งเพ้าจับไว้ที่เขาอั๊วจื๊อซัวถ้ำปอง้วยต๋อง อาตมภาพเดินทางมาทางนั้นจึงได้พบ ก๋งจู๊ได้ฝากหนังสือมาให้พระองค์ทราบ เจ้าเมืองได้ฟังดังนั้น ก็ทรงพระกันแสงตรัสว่า สิบสามปีแล้วมิได้เห็นหน้าแลข่าวคราวก๋งจู๊เลย ทำไมท่านจึงรู้ว่าปิศาจยักษ์จับไป พระถังซัมจั๋งจึงหยิบเอาหนังสือออกจากมือเสื้อถวายให้ทรงทอดพระเนตร เห็นที่สลักหลังซองข้างนอกว่าเจริญศุข ก็จำได้ว่าเปนลายมือของลูก พระหัดถ์ให้อ่อนเปลี้ยไปจนไม่สามารถจะเปิดผนึกหนังสือออกอ่านได้ จึงรับสั่งให้ขุนนางมาเปิดออกอ่านดูมีใจความว่า ข้าพเจ้าหญิงกตัญญู คือแป๊ฮวยเซี้ยวถวายบังคมมายังพระราชบิดาทราบ แลฝ่ายในใหญ่น้อยทั้งหลาย แลฝ่ายหน้าขุนนางทั้งหลายได้ทราบว่า ข้าพเจ้าเปนหญิงเกิดมา พระคุณของบิดามารดาดุจดังว่าฟ้าแลดิน ข้าพเจ้าก็ยังหาได้ตอบแทนไม่ บังเอินเมื่อก่อนสิบสามปี เดือนสิบขึ้นสิบห้าค่ำ พระราชบิดามีรับสั่งทั้งฝ่ายในฝ่ายหน้าเลี้ยงโต๊ะด้วยความรื่นเริง แลชมพระจันทรในวันเพ็ง ในขณะนั้นก็บังเกิดมืดมนอนธกาลพยุห์ใหญ่ มีปิศาจร้ายลงมาอุ้มหอบข้าพเจ้าเหาะขึ้นบนอากาศพาไปยังถ้ำ ได้ความคับแค้นแสนสาหัศสุดที่จะแก้ไข ปิศาจจึงได้ข่มขืนร่วมประเวณีมาได้สิบสามปีมีบุตรด้วยปิศาจสองคนหญิงหนึ่งชายหนึ่ง เหตุนี้จำใจต้องจำเปนให้เสียชาติมนุษย์ ซึ่งเปนการอัปยศอย่างนี้ไม่ควรจะกล่าวให้พระองค์ทรงฟัง แต่มีความวิตกว่าลูกตายไป เมื่อภายหลังพระบิดาจะมิได้ทราบเรื่องว่าเปนประการใด ข้าพเจ้าคิดถึงพระบิดามารดาแลวงษาคณาญาติก็ไม่รู้ที่จะทำประการใด บังเอินพบพระถังซัมจั๋งอยู่ณเมืองใต้ถังเดินมาทางนี้ปิศาจจับมัดไว้ ข้าพเจ้าคิดอุบายแก้ไขปล่อยได้ จึงได้ฝากหนังสือบอกข่าวมา เมื่อพระบิดามารดาจะได้ทรงทราบแล้ว คือหาทหารที่มีฤทธิ์มาปราบปรามปิศาจที่เขา (อั๊วจื๊อซัวถ้ำปอง้วยต๋อง) จับตัวอึ่งเพ้าให้ได้ช่วยข้าพเจ้าให้ได้กลับบ้านคืนเมือง ได้เห็นหน้าพระบิดาแลมารดาเพื่อได้ฉลองพระเดชพระคุณต่อไป

ครั้นอาลักษณ์อ่านจบสิ้นข้อความแล้ว พระราชบิดาก็ทรงพระกันแสง บันดาข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย ก็พากันโศกเศร้าถึงเจ้านายที่ต้องตกยากไปอยู่กับปิศาจ ต่างคนมีความสงสารทุก ๆ คน ทั้งฝ่ายในแลฝ่ายหน้า จึงมีรับสั่งถามขุนนางใหญ่น้อยทั้งปวงว่า ผู้ใดยังสามารถอาจอาสายกพลโยธาไปต่อสู้ จับตัวปิศาจนั้นมาได้บ้าง ให้ข้าพเจ้าแก้แค้นก๋งจู๊ผู้บุตรกลับมาได้ แต่พระองค์ตรัสถามดังนี้ถึงสามครั้ง ก็หามีผู้ใดจะออกปากรับอาสาไม่ พระองค์ก็ทรงพระโทมนัศทรงพระกันแสงมากขึ้น

ฝ่ายขุนนางข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย เมื่อพระเจ้าแผ่นดินทรงพระกันแสงทุกข์โทมนัศถึงพระราชธิดาดังนั้น จึงพร้อมกันกราบทูลว่าธรรมดามนุษย์เช่นพวกข้าพเจ้าทั้งหลาย ได้ฝึกหัดเพลงสาตราอาวุธแลตำหรับพิไชยสงครามก็สำหรับจะได้ต่อสู้ เอาไชยชะนะแก่มนุษย์ด้วยกัน อันปิศาจยักษ์เช่นอึ่งเพ้านี้ มีฤทธาอานุภาพเหาะเหินเดินอากาศได้ แลทั้งนิมิตรบิดเบือนกายเปนลมแลเปนไฟได้ จำเปนจะต้องคิดหาผู้วิเศษเช่นพระถังซัมจั๋ง โดยเหตุว่าหนทางที่จะมาจากทิศตวันออกจากเมืองใต้ถัง ถ้ามิใช่ผู้มีอภินิหารบุญญาบารมีมากแล้ว ก็จะไม่สามารถจะมาได้ถึงเพียงนี้ เพราะฉนั้นพระถังซัมจั๋งคงจะมีศิษย์หาที่ดีมีฤทธิ์ปราบปิศาจได้บ้าง มีคำสุภาสิตพูดไว้ว่า มาทางใดต้องเอาทางนั้นแก้ ขอพระองค์ได้นิมนต์พระถังซัมจั๋งให้ช่วยปราบปิศาจให้ ก็คงจะช่วยนางก๋งจู๊ให้คืนมาได้ ขอพระองค์จงได้ทรงพระดำริห์เถิด หากจะสำเร็จได้เปนแน่

พระเจ้าแผ่นดินเชียงโป๊ก๊ก ได้ทรงฟังขุนนางกราบทูลดังนั้น จึงเบือนทระภักตรมาตรัสแก่พระถังซัมจั๋งว่า ถ้ากระนั้นนิมนต์ท่านช่วยโยมกำจัดปิศาจยักษ์ แก้ก๋งจู๊บุตรโยมให้กลับมาเมืองแล้ว ท่านไม่ต้องไปไซทีให้ลำบาก เรากับท่านผูกสมัครักกันเหมือนญาติ อยู่รับความศุขสำราญมิดีหรือ พระถังซัมจั๋งได้ฟังเจ้าแผ่นดินตรัสดังนั้น จึงพูดว่า ขอพระองค์ได้ทรงทราบ อาฒภาพเปนสมณะประกอบกิจวัดสวดมนต์ไหว้พระเท่านั้น การที่จะปราบปิศาจยักษ์ร้ายหารู้ไม่

เจ้าเมืองจึงถามว่า ท่านไม่มีฤทธิ์อานุภาพทำไมท่านจึงอาจสามารถมาประเทศไซทีได้ พระถังซำจั๋งตอบโดยความจริงว่า อาตมภาพมีศิษย์สองคน คอยรักษาอาตมภาพจึงได้มาถึงนี่ พระเจ้าแผ่นดินเชียงโป๊ก๊ก จึงรับสั่งให้หาโป๊ยก่ายกับซัวเจ๋งเข้ามาในที่เฝ้า พระถังซัมจั๋งจึงถวายพระพรว่า สานุศิษย์สองคนนั้น รูปร่างหยาบช้ารุงรัง อาตมภาพวิตกว่าให้เข้ามาในพระราชวังแล้ว คนทั้งหลายจะพากันหวาดเสียว ทั้งพระองค์ก็จะตกพระไทย

พระเจ้าแผ่นดินตรัสว่า เมื่อได้บอกให้ทราบแล้วดังนี้ก็ไม่ต้องวิตกอะไรดอก จึงโปรดรับสั่งให้ขุนนางถือป้ายทองคำออกไปรับโป๊ยก่ายซัวเจ๋งยังศาลา โป๊ยก่ายซัวเจ๋งได้ทราบดังนั้น ก็เก็บเข้าของแลม้าฝากมอบไว้แก่คนที่รักษาศาลาแล้ว โป๊ยก่ายซัวเจ๋งก็ต่างถืออาวุธสำหรับมือ ตามขุนนางเข้าไปในพระราชวัง ครั้นถึงหน้าพระที่นั่งโป๊ยก่ายซัวเจ๋งก็คำนับแล้วก็ยืนสองข้าง

ฝ่ายพระเจ้าแผ่นดิน ทอดพระเนตรเห็นคนทั้งสองมีลักษณน่ากลัวดังนั้น ในพระไทยก็ให้หวาดเสียวทรงนิ่งไปเปนครู่ จึงตรัสถามว่าท่านทั้งสองท่านผู้ใดเข้าใจในการปราบปิศาจยักษ์มารได้ โป๊ยก่ายได้ยินถามดังนั้นจึงตอบว่า ข้าพเจ้าเข้าใจเคยปราบได้ พระเจ้าแผ่นดินถามว่าท่านทำประการใดในวิธีปราบปิศาจจึงปราบได้ โป๊ยก่ายตอบว่าข้าพเจ้าอยู่บนสวรรค์ เปนที่ขุนนางพ่องง้วนเส้ย เพราะมีโทษทำผิดจึงต้องลงมาตามโทษอยู่ในทางสัมมาปะฏิบัติ ตั้งแต่เมืองใต้ถังมาถึงนี่ข้าพเจ้านี่แลปราบปิศาจที่หนึ่ง

เจ้าแผ่นดินเชียงโป๊ก๊กจึงตรัสว่า ถ้ากระนั้นก็เปนทหารบนฟ้าลงมาดินคงจะเปลี่ยนแปลงกายได้ โป๊ยก่ายทูลว่าการเปลี่ยนแปลงก็ทำได้แต่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง เจ้าแผ่นดินเชียงโป๊ก๊กว่าขอเชิญท่านแปลงให้ดูสักหน่อยเถิด โป๊ยก่ายว่าจะโปรดให้แปลงเปนอะไรขอให้ทราบก่อน จะได้ทำตามต้องการ เจ้าแผ่นดินเชียงโป๊ก๊กว่าขอให้แปลงตัวให้สูง

อันที่จริงโป๊ยก่ายแปลงตัวได้ถึงสามสิบหกอย่าง เมื่อได้ฟังเจ้าแผ่นดินบอกดังนั้น โป๊ยก่ายร่ายพระคาถาร้องเสียงดังว่าสูงตัวนั้นก็สูงแปดเก้าวา รูปร่างดุจปิศาจขุนนางทั้งหลายเมื่อได้เห็นดังนั้น ก็พากันตกใจตัวสั่นไปทุกคน

มีขุนนางฝ่ายทหารผู้หนึ่ง ถามว่าท่านแปลงได้เท่านี้แลหรือ ๆ จะสูงเพียงใดได้อิก โป๊ยก่ายว่าดูตามสายลม ถ้าลมตวันออกยังปรกติไม่เปนไร ถ้าลมตวันตกก็ยังไม่เปนไร แม้ว่าลมทิศอาคะเณมาก็หอบทั้งท้องฟ้าได้ พระเจ้าแผ่นดินได้ยินโป๊ยก่ายพูดดังนั้นก็ร้องห้ามว่าท่านอย่าแปลงเลย โป๊ยก่ายจึงร่ายพระคาถาลดตัวให้เล็กลงตามเดิม

พระเจ้าแผ่นดินเชียงโป๊ก๊กเห็นดังนั้นก็มีความยินดีเปนที่สุด จึงเรียกขันธีให้เอาสุรามารินรางวัลให้โป๊ยก่ายถ้วยหนึ่ง โป๊ยก่ายรับแล้วก็ดื่มหมดถ้วย เจ้าแผ่นดินเชียงโป๊ก๊กพูดว่านี่ข้าพเจ้ารางวัล ต่อเมื่อช่วยก๋งจู๋มาได้แล้วจะรางวัลเงินทองให้ยิ่งกว่านี้

โป๊ยก่ายพอดื่มสุราแล้วก็เหาะลอยไปในอากาศ เจ้าแผ่นดินเห็นดังนั้นก็สรรเสริญว่าท่านเหาะเหินได้ โป๊ยก่ายเหาะไปแล้วซัวเจ๋งดื่มสุราแล้วก็เหาะลอยขึ้นกลางอากาศตามไป พระเจ้าแผ่นดินเห็นดังนั้นก็ตกใจร้องห้ามว่าท่านถังซัมจั๋งอย่าเพ่อเหาะไปก่อนนิมนต์นั่งสนทนากับข้าพเจ้าก่อน พระถังซัมจั๋งว่าอาตมภาพนี้เหาะได้แต่แข้ยอดหญ้า จะย่างก้าวก็ไม่ได้จะเหาะไปข้างไหนได้ ในเวลานั้นพระถังซัมจั๋งกับพระเจ้าแผ่นดินเชียงโป๊ก๊กนั่งสนทนากันอยู่ในพระราชวัง

ฝ่ายโป๊ยก่ายซัวเจ๋งเหาะไปบัดเดี๋ยวก็ถึงปากถ้ำจึงลดลงยังพื้นแล้วก็เดินเข้าไปยังประตูถ้ำเอาคราดเหล็กสับขุดประตูถ้ำล้มลงทั้งสิ้น พวกปิศาจที่เฝ้าประตูเห็นดังนั้นก็พากันวิ่งเข้าไปในถ้ำ บอกว่าใต้อ๋องได้ทราบเถิด บัดนี้อ้ายปากยาวหูใหญ่กับอ้ายสีหมอกมันมาขุดรื้อประตูทลายลงหมดแล้ว

อึ่งเพ้าได้ฟังดังนั้นก็ตกใจเอาเกราะสวมตัวเสร็จแล้วมือถือมีดดาบรีบเดินออกมายังปากถ้ำ ร้องตวาดด้วยเสียงอันดังว่าข้าปล่อยอาจาริย์เจ้าไปแล้ว เหตุใดจึงกลับมาทำสามารถดังนี้ โป๊ยก่ายตอบว่าอ้ายปิศาจเอ็งไม่มีความดี ทำอิทธิฤทธิ์อานุภาพลอบลักบุตร์หญิงที่สามของเจ้าเมืองเชียงโป๊ก๊กมาข่มขืนเปนเมียถึงสิบสามปีแล้ว บัดนี้กูรับอาสามาจะจับตัวมึง ๆ รักตัวกลัวตายจงเร่งส่งนางโดยเร็วเถิดกูจะไว้ชีวิตร

อึ่งเพ้าได้ฟังโป๊ยก่ายพูดดังนั้นก็ยิ่งมีความโกรธเปนกำลัง ยกมีดขึ้นฟันโป๊ยก่ายหลบทันก็ยกคราดเหล็กขึ้นรับรองต่อสู้กัน ซัวเจ๋งเห็นดังนั้นก็จับไม้พลองเหล็กวิ่งตามมาระดมตีอึ่งเพ้า รบกันครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน อึ่งเพ้าโป๊ยก่ายซัวเจ๋งตลบตแลงต่อสู้กันที่บนเนินเขา โดยสามารถได้แปดสิบเพลงโป๊ยก่ายกำลังล้าลงท่าจะเอาไชยชะนะไม่ได้ รบคราวนี้สู้อึ่งเพ้าไม่ได้ เพราะคราวก่อนมีเทวดาช่วยเปนกำลัง คราวนี้เทพยดาติดตามรักษาพระถังซัมจั๋งอยู่เมืองเชียงโป๊ก๊ก เพราะฉนั้นโป๊ยก่ายซัวเจ๋งจึงสู้อึ่งเพ้าไม่ได้ โป๊ยก่ายเห็นกำลังตัวอ่อนลงจึงร้องให้ซัวเจ๋งสู้ไปก่อน ไว้พี่พักประเดี๋ยวพูดดังนั้นแล้วก็ผละทิ้งให้ซัวเจ๋งรบ วิ่งมุดแอบเข้ารกนอนเสียไม่ออกมารบ

ฝ่ายอึ่งเพ้าปิศาจ เห็นโป๊ยก่ายหนีแล้ว ก็ออกกำลังรบซัวเจ๋ง ๆ กำลังน้อยอ่อนพลาดท่าอึ่งเพ้ากระโจนเข้าจับตัวได้เอาเข้ามาในถ้ำ แล้วเอาเชือกมาขึงพืดถ่างไว้ทั้งเท้าแลมือ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ