๓๕

ฝ่ายเห้งเจียได้ของวิเศษมาแล้วก็หนีออกมานอกถ้ำ กลายเปนรูปเดิมร้องด่าท้าทายอยู่น่าถ้ำด้วยเสียงอันดังว่า เฮ้ยอ้ายพวกปิศาจมึงจงรีบไปบอกนายมึงว่ากูมาแล้ว ปิศาจน้อยถามว่าท่านอยู่ที่ไหนมา เห้งเจียว่ากูคือเห้งเจียซึง พวกปิศาจน้อยได้ฟังดังนั้นก็รีบนำความเข้าไปแจ้งแก่ใต้อ๋องทั้งสอง กิมกั๊กใต้อ๋องได้ฟังดังนั้นจิตรใจให้สดุ้งหวาดจึงพูดแก่งึ้นกั๊กผู้น้องว่า เห็นจะไม่เปนการเราไปโดนรังมันแล้วหมายว่าสองคน มันมีพี่น้องมากมันค่อยทอยกันมาอย่างนี้ เห็นจะไม่สำเร็จการ

งึ้นกั๊กใต้อ๋องพูดว่าพี่จงวางใจเถิด น้ำเต้าวิเศษของเราใส่ได้ถึงพันคน นี่เราพึ่งจับเจียเห้งซึงคนเดียว พี่จะวิตกอะไรแก่เห้งเจียซึง ข้าพเจ้าจะออกไปจับมันอิกคนหนึ่งให้ดู งึ้นกั๊กจึงหยิบเอาน้ำเต้าปลอมออกไปยังน่าถ้ำ โดยยังเข้าใจอยู่ว่าน้ำเต้านั้นเปนของจริง ครั้นออกมาร้องถามว่าอ้ายคนไหน สามารถมาท้าทายอึกกะทึกอยู่ที่นี่หวา มึงจงมานี่กูไม่ต่อสู้แก่มึง จะเรียกมึงคำหนึ่งมึงยังอาจจะขานรับหรือ เห้งเจียพูดว่าเจ้าเรียกข้า ๆ ก็อาจขานรับ ข้าจะเรียกเจ้าบ้างเจ้าอาจขานรับหรือ งึ้นกั๊กใต้อ๋องพูดว่าข้าเรียกเจ้า ๆ เข้าอยู่ในน้ำเต้าเจ้าจะได้อะไรที่ไหนมาใส่ข้า เห้งเจียตอบว่าข้าก็มีน้ำเต้าเหมือนกัน เจ้าอย่าสำคัญว่ามีแต่ของเจ้าผู้เดียวเลย งึ้นกั๊กว่าถ้ามีจริงจงเอาออกมาให้ดูสักทีจะได้หรือไม่ หรือเจ้าพูดอวดเล่นดอกกะมัง เห้งเจียได้ฟังปิศาจพูดท้าทายดังนั้น ก็หยิบเอาน้ำเต้าวิเศษออกจากมือเสื้อ ยกขึ้นชูแล้วว่าอ้ายมารร้ายเอ็งจงดูน้ำเต้าเถิด งึ้นกั๊กแลไปเห็นน้ำเต้าก็สดุ้งหวาดตกใจ พูดว่าทำไมจึงเหมือนของเราราวกับอันเดียวกัน จึงร้องถามว่าน้ำเต้าลูกนี้เจ้าได้ที่ไหนมา เห้งเจียไม่รู้ว่าจะบอกอย่างไรด้วยไม่ทราบว่ากำเนิดเดิมมาอย่างไร จึงกลับย้อนถามว่าก็น้ำเต้าของเอ็งได้มาจากไหนเล่า

ฝ่ายปิศาจพาซื่อหารู้ว่าเห้งเจียจะเอาคำของตัวไม่ ก็ตอบตามความจริงว่าอันน้ำเต้าของเรานี้ เมื่อเริ่มฟ้าเริ่มดินมีท่านพรหมท้ายเสียงเล่ากุนแปลงเปนนางหนึงฮวย ประกอบทำหินปะฟ้า ครั้นปะมาถึงทิศตวันออกที่เขากุลหลุนซัว ข้างริมเขานั้นมีของวิเศษของเทวะดา ท้ายเสียงเล่ากุนเอาของนั้นมาประกอบทำเปนน้ำเต้าทอง เพราะฉนั้นจึงมีมาจนทุกวันนี้ เห้งเจียได้ฟังปิศาจบอกดังนั้นจึงตอบว่า ของเราก็มีกำเนิดเหมือนของเจ้านั่นและ แต่ของเราเปนตัวผู้ของเจ้าเปนผัวเมียฤทธิ์น้อยกว่ากัน

ปิศาจได้ฟังดังนั้นจึงพูดว่า ไม่ต้องการด้วยตัวผู้แลตัวเมีย ใช้ได้แล้วก็เปนดีเหมือนกัน เห้งเจียพูดว่า เจ้าพูดดังนั้นก็จริงของเจ้าแล้ว เรายอมให้เจ้าเรียกก่อน เราจะเรียกต่อภายหลัง ปิศาจงึ้นกั๊กได้ฟังเห้งเจียยอมดังนั้นก็ดีใจ โดยเหตุที่ไม่รู้ศึกว่าของตนเปนของปลอม จึงถือน้ำเต้าเหาะขึ้นไปบนอากาศ เอาน้ำเต้าคว่ำลงแล้วก็เรียกว่าเห้งเจียซึงโวย เห้งเจียได้ยินเรียกก็รับขานว่าโวย ๆ เจ็ดแปดครั้ง ก็มิได้เห็นว่าเปนประการใด งึ้นกั๊กปิศาจเห็นดังนั้น ก็ลดลงยังพื้นกระทืบเท้าทุบอกร้องว่า เทวะดาเอ๋ยเทวะดาใครจะรู้เลยว่ามันจะแปรปรวนไปอย่างนี้ น้ำเต้าของเราเปนตัวเมียไปเห็นตัวผู้เข้าก็ใช้ไม่ได้เสียแล้ว

เห้งเจียหัวเราะแล้วพูดว่า ของเจ้าจงเก็บไปเถิด คราวนี้ถึงที่ข้าจะเรียกบ้าง เห้งเจียก็เหาะขึ้นไปกลางอากาศ เอาปากน้ำเต้าคว่ำลงตรงปิศาจแล้วก็ร้องเรียกว่า อ้ายงึ้นกั๊กปิศาจโวย งึ้นกั๊กก็รับขานว่าโวย ในทันใดนั้น งึ้นกั๊กก็เข้าไปอยู่ในน้ำเต้า เห้งเจียก็ลดลงยังพื้น เดินตรงเข้าไปที่ปากถ้ำ ทางเดินไม่ค่อยจะเรียบร้อย เห้งเจียหิ้วน้ำเต้ามาได้ยินเสียงในน้ำเต้าร้องไม่หยุดเดินมาประเดี๋ยวก็มาถึงประตูถ้ำยกน้ำเต้าขึ้นสั่นพักหนึ่ง จึงภาวนาว่า (จิวเหยียดบุนอ๋อง ขงจื๊อ เซี้ยหยิน ถัวฮวยหนึง เซียนแซกุ้ยก๊ก จื๊อเซียนแซ) พวกปิศาจเห็นดังนั้น ก็วิ่งเจ้าไปบอกกิมกั๊กว่าใต้อ๋องบัดนี้เกิดเหตุแล้ว เห้งเจียซึงจับงึ้นกั๊กใต้อ๋องใส่ในน้ำเต้ามายืนภาวนาอยู่น่าถ้ำนั้น

กิมกั๊กใต้อ๋องได้ฟังพวกปิศาจบอกดังนั้น ก็ตกตลึงล้มลงกับพื้น ร้องไห้ด้วยเสียงอันดังพูดว่า น้องเอ๋ยพี่กับเจ้าลงมาจากสวรรค์ จุติยังมนุษโลกย์เปนเจ้าเขา คิดว่าจะได้รับความศุขด้วยกัน ไม่รู้ว่าอ้ายพวกถือบวชเหล่านี้ มันจะมาฆ่าเจ้าให้ถึงแก่ความตาย พวกปิศาจเห็นนายเศร้าโศกโทมนัศร้องไห้ก็พากันร้องไห้ทั้งถ้ำ โป๊ยก่ายต้องมัดโยงแขวนอยู่บนขื่อ เห็นดังนั้นอดอยู่มิได้ ก็ร้องพูดออกมาว่า เฮ้ยอ้ายปิศาจน้องของเองบัดนี้ก็ตายแล้ว เองจะร้องไห้ไปทำไมให้ป่วยการ เจ้าจงรีบจัดแจงทำเครื่องแจให้สอาด เชิญพวกข้าจะสวดพระธรรมให้น้องเจ้าไปสวรรค์

กิมกั๊กได้ฟังดังนั้น ก็ยิ่งแสนแค้นจะใคร่เอาโป๊ยก่ายมาฆ่ากินเสียก่อน แลไปเห็นพวกปิศาจวิ่งเข้ามาบอกว่า บัดนี้เห้งเจียซึงมาร้องด่าท้าทายอยู่ที่น่าถ้ำอีกแล้ว กิมกั๊กก็ตกใจจึงให้พวกปิศาจตรวจของวิเศษดูว่ายังอยู่กี่สิ่ง ปิศาจน้อยบอกว่ายังอยู่สามสิ่ง คือเกี่ยม พัดไฟ ขวดน้ำมนต์ กิมกั๊กพูดว่ามันกลับเอาคนของเราใส่เข้าไปในน้ำเต้า จงเอาพัดไฟแลเกี่ยมนั้นมา พวกบริวานจึงหยิบของสองสิ่งนั้นมาใส่ให้ใต้อ๋อง กิมกั๊กจึงเอาพัดเหน็บไว้กับฅอเสื้อ มือก็ถือเกี่ยมเดินออกมายังน่าถ้ำ ร้องด่าว่าอ้ายชาติลิงมึงฆ่ามารดากับน้องกู กูมีความแค้นมึงยิ่งนัก

เห้งเจียจึงด่าว่า อ้ายชาติปิศาจมึงยังจะมาหาที่ตายอีกหรือ มึงจงรีบเร็วๆ ส่งอาจาริย์กูออกมา กูจะยกชีวิตรมึงไว้ กิมกั๊กมิได้พูดโต้ตอบว่ากระไร ถือเกี่ยมตรงเข้ามาฟันเอาเห้งเจีย ๆ ยกกระบองขึ้นรับ ต่างออกกำลังรบกันได้ประมาณยี่สิบเพลง ยังไม่แพ้ชะนะแก่กัน ปิศาจเอาเกี่ยมชี้ให้พวกบริวานเข้าช่วยระดมตี พวกปิศาจก็กรูเข้าล้อมจับเห้งเจีย ๆ อยู่ท่ามกลาง เห้งเจียเห็นดังนั้นจึงถอนขนออกกำมือหนึ่ง ร้องไห้ขนแปลงเปนเห้งเจียมากดังเม็ดฝน ตรงเข้าตีแยกปิศาจนั้นออกกระจายไป พวกปิศาจก็พากันวิ่งหลบหนีแลร้องว่าสู้เขาไมได้แล้ว เห้งเจียเต็มไปทั้งนั้นอย่างนี้ กิมกั๊กก็ถือเกี่ยมตรงเข้ามา มือหนึ่งฉายพัดออกหันหน้าไปทิศอาคะเณย์ร้องขึ้นคำหนึ่ง เอาพัดไฟโบกไปทีหนึ่ง พื้นดินก็ลุกเปนไฟขึ้นโดยแรงเปนเปลวปลิวขึ้นบนอากาศ

เห้งเจียเห็นไฟลุกขึ้นดังนั้น ก็ถอนขนในตัวออกขนหนึ่งร่ายคาถาเป่าไปเปนรูปเห้งเจียยืนอยู่ ตัวเห้งเจียก็เหาะหนีไฟไป ครั้นออกจากที่ลับไฟนั้นแล้ว ก็เหาะไปยังน่าถ้ำเน่ยฮวยต๋อง คิดจะเข้าไปแก้อาจาริย์ออก ก็ตรงเข้าไปในถ้ำเอากระบองตีปิศาจตายไปทั้งสิ้น แลเข้าไปในถ้ำนั้นมีแสงแดงสว่างไปทั้งถ้ำ เดิมคิดว่าไฟ ดูไปก็มิใช่ไฟเปนแสงรัสมี เห้งเจียเดินเข้าไปใกล้มองดูเห็นขวดน้ำมนต์มีแสงสว่าง เห้งเจียก็ลักเอาขวดนั้นมาหาทันจะช่วยอาจาริย์ไม่ ก็รีบหนีออกมาจากถ้ำ บังเอินมาพบกิมกั๊กกลับเข้ามา กิมกั๊กเห็นเห้งเจียก็ตรงเข้าเอาเกี่ยมฟันเห้งเจีย ๆ ก็เหาะหนีหายไปในอากาศ กิมกั๊กเห็นเห้งเจียหนีหายไปแล้ว ก็เดินเข้าไปในถ้ำ แลไปเห็นพวกปิศาจบริวารล้มตายไปทั้งสิ้น เงียบสงัดไมได้ยินเสียง กิมกั๊กเห็นดังนั้นก็ยิ่งแสนโทมนัศเสียใจ คิดขึ้นมาแล้วก็ร้องไห้ นั่งพักที่โต๊ะเลยหลับไป

ฝ่ายเห้งเจียลักได้ขวดน้ำมนต์วิเศษมาแล้ว ก็รัดผูกเข้ากับบั้นเอ็วเหาะย้อนกลับมายังถ้ำเน่ยฮวยต๋อง ครั้นถึงเห้งเจียก็แอบย่องดูในถ้ำเห็นเงียบสงัดอยู่ เห้งเจียก็ค่อย ๆ เดินเข้าไป แลเห็นปิศาจนั่งหลับอยู่กับโต๊ะ พัดไฟกับเกี่ยมวางอยู่บนโต๊ะ เห้งเจียเห็นดังนั้นก็เดินเบา ๆ เข้าไปข้างโต๊ะ เอื้อมหยิบเอาพัดนั้นมาก็วิ่งหนีออกไป กิมกั๊กตกใจลืมตาเห็นเห้งเจีย จึงฉวยเอาเกี่ยมกระโดดไล่เห้งเจียออกมายังน่าถ้ำ เห้งเจียวิ่งออกมาจากถ้ำแล้ว เอาพัดไฟเหน็บไว้กับบั้นเอ็วแล้ว สองมือถือกระบองตรงเข้ามาประจันหน้ารบกับปิศาจกิมกั๊กออกกำลังรับเห้งเจียได้สี่สิบเพลง ทานกำลังเห้งเจียไม่ไหว ก็ล่าถอยเหาะหนีไปทิศตวันตกตรงไปยังถ้ำเอี๋ยมเล่งต๋อง เห้งเจียเห็นปิศาจหนีไปแล้ว ก็ลงเดินเข้าไปในถ้ำ แก้มัดอาจาริย์โป๊ยก่ายซัวเจ๋ง อาจาริย์กับสานุศิษย์ก็มีความดีใจ จัดหาอาหารกินในถ้ำนั้น แล้วก็พักนอนในถ้ำคืนหนึ่ง

ฝ่ายปิศาจกิมกั๊กหนีไปหาน้าชายรวบรวมปิศาจทั้งชายแลหญิงเข้าสมทบกันพร้อมแล้ว อาชิดใต้อ๋องยกมา เห้งเจียกำลังนั่งอยู่ได้ยินเสียงลมพัดฉิวมาก็วิ่งออกมานอกประตูแลไป เห็นกิมกั๊กพาพักพวกมา เห้งเจียก็กลับเข้าไปบอกว่าบัดนี้ปิศาจไปพาพวกมาเปนอันมาก จึงสั่งให้ซัวเจ๋งคอยระวังพระอาจาริย์ เรียกโป๊ยก่ายให้คอยช่วยรบ เห้งเจียเก็บเอาของวิเศษเหล่านั้นซ่อนเข้าไปแล้ว มือจับกระบองพร้อมด้วยโป๊ยก่ายเดินออกมา แลไปเห็นอาชิดนายใหญ่ยืนอยู่ข้างน่าดูรูปร่างลักษณะหน้าขาวดุจเพ็ชหนวดยาวคิ้วตั้งแขง ใบหูดุจมีดมือถืออาวุธทวนร้องด่าด้วยเสียงอันดังว่า เฮ้ยอ้ายชาติลิงไม่มีดี มึงอาจสามารถประมาทคน มึงจงยื่นฅอออกมายอมตายเสียโดยดีจะได้แก้แค้นแทนวงษ์ญาติของเรา เห้งเจียได้ฟังดังนั้นก็เกิดโทโสจึงร้องด่าว่าเอ็งจะต้องตายไม่ดีทั้งโคด มึงยังไม่รู้จักฝีมือกูซึ่งเปนปู่ของเอ็ง มึงอย่าวิ่งหนีจงมารับกระบองดูสักทีหนึ่ง ปิศาจอาชิดเอาทวนแทงเห้งเจีย ๆ ยกกระบองขึ้นรับปิดไว้ ต่างออกกำลังเข้มแขงรบกันโดยสามารถได้สามสิบเพลง ปิศาจกำลังน้อยทานกำลังเห้งเจียไม่ได้ก็ถอยหนี เห้งเจียไล่กระชั้นมา กิมกั๊กยกเกี่ยมเข้าสกัดหน้ารบกันอิกสามสิบเพลง อาชิดก็หวนมาช่วยรบ โป๊ยก่ายแลเห็นจึงจับคราดเหล็กกระโดดเข้าสกัดรบแก่อาชิดใต้อ๋อง รบกันได้พักใหญ่ยังหาแพ้ชะนะกันไม่ อาชิดจึงร้องให้ปิศาจบริวารเข้าระดมช่วย พวกปิศาจก็พากันเข้าช่วยรบ ซัวเจ๋งเห็นดังนั้นก็จับพลองเหล็กตรงเข้ามาสกัดหน้า ตีพวกพลปิศาจกระจายไปทั้งสิ้น อาชิดใต้อ๋องเห็นเสียทีก็หันโดดหนีไป โป๊ยก่ายไล่กระชั้นตามมาเอาคราดสับลงทีหนึ่งตายคาที่ เอาคราด ๆ มาดูศพ เปนเสือปลาตัวหนึ่ง กิมกั๊กเห็นฆ่าน้าชายตายแล้ว ผละออกจากเห้งเจีย ถือเกี่ยมมารบกับโป๊ยก่าย ๆ ก็เข้าต่อสู้กับกิมกั๊ก ซัวเจ๋งเห็นดังนั้นก็จับพลองเข้าช่วยโป๊ยก่าย ปิศาจทานกำลังสองนายไม่ไหว ก็ผละออกเหาะหนีไป โป๊ยก่ายซัวเจ๋งก็ไล่ตามไป เห้งเจียเห็นดังนั้นก็ชิงเหาะสกัดหน้า เอาขวดวิเศษออกหันปากขวดไปตรงปิศาจกิมกั๊กร้องเรียกคำหนึ่งว่า กิมกั๊กใต้อ๋อง กิมกั๊กหมายว่าพวกบริวารตามมาเรียก จึงขานรับกิมกั๊กก็แล่นเข้าไปอยู่ในขวดวิเศษ เห้งเจียก็เอายันต์ปิดปากขวดไว้ แลไปเห็นเกี่ยมวิเศษของปิศาจตกอยู่กับพื้น เห้งเจียก็เก็บเอามา เห้งเจียกำจัดปิศาจร้ายตายแล้วก็พากันกลับมายังถ้ำ เข้าไปคำนับพระอาจาริย์แล้วเห้งเจียจึงพูดแก่พระถังซัมจั๋งว่า บัดนี้ก็ราบคาบแล้ว ขอนิมนต์พระอาจาริย์ขึ้นม้าออกเดินเถิด ถังซัมจั๋งมีความยินดี พร้อมอาจาริย์กับศิษย์ก็ออกเดินหมายตรงไปยังปราจิณทิศ ในเมื่อกำลังเดินไปนั้น แลไปเห็นตาเฒ่าผู้หนึ่งยืนอยู่ข้างทาง เดินออกมายึดเอาพระถังซัมจั๋งแล้วถามว่า พระสงฆ์จะไปข้างไหน จงคืนของวิเศษนั้นมาให้ข้าพเจ้า เห้งเจียพิศดูไปมาก็รู้ว่า ท่านพรหมท้ายเสียงเล่ากุน จึงคำนับแล้วถามว่า นี่ท่านจะไปข้างไหน

ท้ายเสียงเล่ากุนได้ยินเห้งเจียถามดังนั้น ก็เหาะขึ้นไปนั่งบลบัลลังก์แก้วลอยอยู่กลางอากาศร้องเรียกว่าซึงเห้งเจีย จงคืนของวิเศษมาให้ข้าพเจ้า เห้งเจียก็เหาะตามขึ้นไปถามว่า ของวิเศษนั้นคืออะไรที่ไหน เล่ากุนบอกว่า น้ำเต้านั้นของเราใส่ยา ขวดนั้นของเราใส่น้ำ เกี่ยมนั้นของเราปราบมารร้าย พัดนั้นของเราใช้ไฟ เชือกนั้นของเราไว้คาดเอ็ว สองปิศาจนั้นคนหนึ่งสำหรับรักษาเบ้าทอง ชื่อ (กิมท่งจื๊อ) คนหนึ่งรักษาเบ้าเงิน ชื่อ (งึ้นท่งจื้อ) เธอทั้งสองลักเอาของวิเศษหนีลงมาเกิดในมนุษย์โลกย์นี้ เที่ยวค้นหาก็ไม่พบ บัดนี้เห้งเจียจับได้มีซึ่งความชอบ เห้งเจียได้ฟังดังนั้น จึงพูดว่านี่คือท่านปล่อยสานุศิษย์ลงมาให้ทำร้ายโทษนี้อยู่แก่ท่าน เพราะสั่งสอนไม่เรียบร้อย เล่ากุนตอบว่า ข้อนั้นเราไม่เกี่ยวข้องด้วย เหตุด้วยอาจาริย์สานุศิษย์พวกถังซัมจั๋ง มิใช่พวกมารปิศาจทำให้ลำบาก ถ้ามิฉนั้นก็จะไม่สำเร็จมรรคผล เห้งเจียได้ฟังดังนั้น ก็มีใจผ่องไสโสมนัศ จึงพูดว่าแม้ของวิเศษแห่งท่านก็จงมาเอาไปเถิด เห้งเจียก็นำของมาส่งให้เล่ากุน ๆ รับเอามาแล้วจึงเปิดยันต์ที่ปากขวดน้ำเต้า คว่ำเทออกมาสองสายย้อย เล่ากุนเอามือชี้เข้าทีหนึ่ง ก็กลายกลับคืนอย่างเดิมเปนกิมท่งจื้อ งึ้นท่งจื้อ ยืนเฝ้าซ้ายขวา เล่ากุนบันดานเปนแสงสว่างเหาะกลับไปยังทิพสฐานวิมานฟ้า

ฝ่ายเห้งเจียเอาของวิเศษคืนให้ท่ายเสียงเล่ากุนไปแล้วก็เหาะกลับลงมายังพื้นดิน เล่าความให้ถังซัมจั๋งฟังทุกประการ ถังซัมจั๋งได้ทราบดังนั้นก็มีความยินดี ตั้งน่าหมายมุ่งไปยังทิศปราจิณ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ