๒๖

ติ๋นหงวนต้ายเซียนจับเห้งเจียยึดไว้กับมือแล้วจึงพูดว่า ข้าพเจ้ารู้มูลเหตุเดิมของเจ้าทั้งสิ้นว่า จะหนีไปข้างไหนก็ไม่รอดพ้นมือเรา เจ้าจงไปกับข้ายังทิศไซทีเฝ้าพระพุทธเจ้าของเจ้า พระองค์ใดทำปาฏิหารอย่างใดให้ต้นยิ่นเซียมก๊วยของเราฟื้นขึ้นเปนตามเดิม แม้ไม่ดังนั้นเจ้าอย่าพึงนึกไปว่ามีฤทธิ์ อานุภาพประการใดจะหนีไปนั้นยากนัก เห้งเจียได้ยินต้ายเซียนพูดดังนั้นหัวเราะแล้วพูดว่า เดิมท่านต้ายเซียนทำไมจึงไม่พูดอย่างนั้น ถ้าพูดเช่นนี้แล้วจะต้องวุ่นวายอะไรมี

ต้ายเซียนว่าข้าพเจ้าไม่ต้องวุ่นวายจะยอมอนุญาตให้ เห้งเจียว่าขอท่านได้แก้มัดปล่อยอาจาริย์ข้าพเจ้าออก ข้าพเจ้าจะทำให้ต้นยิ่นเซียมก๊วยของท่านเปนอยู่ตามเดิม ต้ายเซียนพูดว่า แม้เจ้ากระทำให้ต้นยิ่นเซียมก๊วยของข้าฟื้นขึ้นแล้ว ข้าพเจ้าจะไหว้แปดทิศผูกมิตร์เปนสหายแก่ตัวเจ้าจนวันตาย เห้งเจียว่าท่านอย่าเร่งรัดจงปล่อยพวกข้าพเจ้าออกแล้ว ต้นยิ่นเซียมก๊วยของท่านนั้น ข้าพเจ้าจะจัดแจงเอง ต้ายเซียนได้ฟังดังนั้นก็คิดว่า คนเหล่านี้ก็จะไม่หนีไปข้างไหนพ้น จึงสั่งให้แก้มัดปล่อยคนทั้งสามออกเสียทันที

หลวงจีนถังซัมจั๋งจึงถามว่า เห้งเจียจะไปหายาที่ไหนมาแก้ให้ต้นยิ่นเซียมก๊วยกลับคืนเปนมาดังเก่าได้ เห้งเจียตอบพระอาจาริย์ว่าจะไปเที่ยวหาตามเกาะในทะเลใหญ่ตามละเมาะเกาะแก่งทั้งหลาย บางทีจะปะพบผู้สำเร็จภาคแลว่านยาอันวิเศษบ้าง ได้มาแล้วจะได้รักษาต้นไม้ให้เปนขึ้น ใช้ให้แก่ท่านต้ายเซียนเธอ บัดนี้ข้าพเจ้าจะข้ามทเลไปทางทิศตวันออก พระถังซัมจั๋งถามว่าจะไปสักกี่เวลาจึงจะได้กลับมา เห้งเจียว่าข้าพเจ้าไปสามวันจะกลับมา เห้งเจียพูดดังนั้นแล้วก็คำนับลาอาจาริย์ออกจากสำนัก เหาะขึ้นกลางอากาศหมายทิศบูรพา เหาะไปบัดเดี๋ยวก็ถึงละเมาะเกาะหนึ่ง นามเรียกว่า (แป๊ะฮู้น) น่าถ้ำมีต้นสนออกสาขาร่มรื่น แลเห็นที่ใต้ต้นพฤกษามีผู้เฒ่านั่งเล่นหมากรุกกันอยู่สามคน เห้งเจียเห็นดังนั้นก็ลดลงเดินเข้าไป ก็แลเห็นซัมแชคือดาวทั้งสาม ดาวซิวแซนั้นนั่งดูดาวฮกแช แลดาวลกแชนั้นนั่งเดินหมากรุกกันอยู่ เห้งเจียเดินเข้าไปใกล้ร้องเรียกว่าท่านน้องทั้งสามข้าพเจ้าคำนับ ซัมแชทั้งสามแลเห็นเห้งเจียก็ดีใจปล่อยหมากรุกทำคำนับตอบ แล้วถามว่าท่านไปข้างไหนมา

เห้งเจียตอบว่าข้าพเจ้าจะมาหาพวกท่านด้วยมีกิจธุระ ซิวแชถามว่าท่านเห้งเจียได้ยินว่าท่านติดตามรักษาพระถังซัมจั๋ง จะไปอาราธนาพระไตรยปิฎก เหตุใดจึงวางธุระมาเสียได้ เห้งเจียบอกว่าความจริงข้าพเจ้าไม่ปิดบังอะไรท่าน ข้าพเจ้าได้ติดตามพระถังซัมจั๋งไปประเทศไซทีจริง บัดนี้มามีเหตุขัดข้องขึ้นกลางทาง เพราะฉนั้นข้าพเจ้ามาทั้งนี้เพื่อจะขอพึ่งท่านทั้งหลายให้ช่วยสงเคราะห์ด้วย แต่ยังไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่

ฮกแชจึงถามว่ามีความขัดข้องที่แห่งใด จึงบอกให้ข้าพเจ้าทราบ ถ้าช่วยได้จะช่วย เห้งเจียจึงบอกว่าที่เขาบ้วนซิ่วซัวสำนักเหงาจึงกวน ซัมแชเซียนจึงพูดว่าสำนักเหงาจึงกวนนั้นเปนที่ของติ๋นหงวนต้ายเซียนอยู่ นี่เห็นเห้งเจียจะไปเอาผลยิ่นเซียมก๊วยกินดอกกระมัง

เห้งเจียหัวเราะแล้วบอกว่า ได้ลักกินผลหนึ่งจะดีร้ายอย่างไรหรือ ซัมแชเซียนบอกว่า ตัวเปนลิงไม่รู้จักของวิเศษ ผลไม้นี้เขาเรียกว่า (บ้วนซีวเช้าฮ่วนตัน) คือยาอายุยืน พวกข้าพเจ้าไม่เท่าเซียนจำพวกนี้ ทางปฏิบัติของเธอง่ายกว่าพวกข้าพเจ้า อายุเธอเสมอฟ้า พวกข้าพเจ้าปฏิบัติรักษาไม่รู้ว่ามากน้อยเท่าใด ความเพียรเท่าใด เห้งเจียทำไมจะถามร้ายดีอย่างไรใต้หล้านี้พันธุ์เผือกไม้กายสิทธิ์เปนที่สุดวิเศษ

เห้งเจียพูดว่าต้นผลไม้นี้วิเศษจริง ๆ ข้าพเจ้าทำลายโค่นล้มลงมาทั้งรากเง่เสียหมดแล้ว ซัมแชเซียนทั้งสามได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ ถามว่าทำไมจึงได้ทำให้ล้มลงดังนั้นเล่า

เห้งเจียจึงเล่าตามเหตุที่ได้ลักผลไม้ยิ่นเซียมก๊วยกินให้ฟังทุกประการ แล้วว่าบัดนี้ติ๋นหงวนต้ายเซียนกักข้งไว้มิให้ไป เพราะเหตุนี้ข้าพเจ้าเที่ยวหายาเพื่อจะรักษาต้นยิ่นเซียมก๊วยให้คืนเปนอย่างเดิม ท่านทั้งสามมียาอะไรที่จะแก้ได้บ้าง ขอให้ข้าพเจ้าไปรักษาต้นไม้นั้นให้คืนเปนดังเก่า จะได้ให้พระอาจาริย์ออกพ้นจากที่ยากได้

ซัมแชทั้งสามได้ฟังเห้งเจียพูดดังนั้น ก็นั่งนึกอยู่ในใจแล้วพูดว่า แม้ว่าท่านเห้งเจียตีสัตว์ทั้งหลายตาย จะต้องการประสงค์ยาของข้าพเจ้าไปแก้ก็คงจะคืนเปนได้ อันต้นยิ่นเซียมก๊วยของเทวดาจะแก้ไม่ได้ เห็นสิ้นปัญญาข้าพเจ้าไม่มียาจะแก้ เห้งเจียเห็นว่าไม่มียาจะแก้ในใจก็ไม่สบายไม่มีความรื่นเริงหน้านิ่วคิ้วย่น ฮกแชพูดว่าที่นี่ไม่มีที่อื่นจะมีบ้างดอกกระมังท่านจะด่วนเสียใจทำไม

เห้งเจียพูดว่าข้าพเจ้าจะไปหาที่อื่นเห็นจะดี แต่ขัดด้วยท่านอาจาริย์ถังซัมจั๋งยังตกอยู่ในบังคับแน่นหนานัก ไม่สิ้นห่วงที่จะให้มีโอกาศไปเที่ยวหาให้ทันในกำหนดสามวัน แม้สามวันไม่กลับไปท่านก็จะภาวนาพระคาถาให้มงคลรัดศีศะเจ็บปวดเหลือที่จะทนได้

ซิ่วแชได้ฟังเห้งเจียพูดดังนั้นจึงพูดว่า ถ้ากระนั้นท่านเห้งเจียอย่าวิตกเลย ติ๋นหงวนต้ายเซียนเปนใหญ่ก็จริง แต่คุ้นเคยชอบพอแก่ข้าพเจ้าทั้งสามคนนี้ ข้าพเจ้าทั้งสามจะไปพูดจาขอร้องให้ผ่อนผันทั้งจะให้ท่านอาจาริย์รู้ข่าวอย่าให้ท่านภาวนา ข้าพเจ้าไปถึงแล้วอย่าว่าแต่สามวันเลยห้าหกวันก็ได้ แต่จะต้องคอยถ้าเห้งเจียอยู่ก่อนกว่าจะกลับ ข้าพเจ้าทั้งสามจึงจะกลับมาที่อยู่

เห้งเจียได้ฟังซัมแชพูดดังนั้นจึงพูดว่า ขอบใจท่านน้องทั้งสามมาก ๆ ขอเชิญท่านไปให้ข่าวด้วยเถิด ข้าพเจ้าจะไปเที่ยวค้นหายามาให้จงได้ พูดดังนั้นแล้วเห้งเจียก็คำนับซัมแชออกจากตำบลถ้ำแปะฮู้นเหาะไป

ฝ่ายซัมแชเห็นเห้งเจียเหาะไปแล้ว ซัมแชก็พากันเหาะไปยังสำนักเหงาจึงกวน ที่สำนักเหงาจึงกวนในเวลานั้นกำลังพร้อมกันอยู่ ได้ยินเสียงบนอากาศเหมือนนกการเวกอยู่บนเวหา สานุศิษย์ในสำนักแลขึ้นไปเห็นก็รีบเข้าไปบอกแก่ติ๋นหงวนต้ายเซียนว่า บัดนี้ท่านซัมแชทั้งสามลงมาจากเวหา เวลานั้นต้ายเซียนกำลังนั่งอยู่กับหลวงจีนถังซัมจั๋ง ได้ยินเซียนน้อยมาบอกดังนั้นก็ลุกจากเก้าอี้ เดินออกมายังน่าหอร้องเชิญซัมแช

โป๊ยก่ายเห็นซิ่วแชก็ตรงเข้ามาจับข้อมือหัวเราะแล้วพูดว่า อีตาหัวเนื้อนานแล้วมิได้พบปะกันเลย ทำไมจึงไม่สวมหมวก ดูคล้าย ๆ คนที่เปนขี้ค่าเขาอย่างนี้

ซิ่วแชได้ฟังโป๊ยก่ายพูดดังนั้นก็โกรธจึงพูดว่า อ้ายคนนี้พูดอยาบช้าอะไรอย่างนี้ มิได้มีอาฌาไสยรู้จักต่ำสูงอะไรเลย พูดหมิ่นประมาทเช่นนี้เขาเปนขี้ค่าของเจ้าหรือ โป๊ยก่ายหัวเราะแล้วพูดว่า พวกท่านไม่ใช่ขี้ค่าก็เปนคนดีอายุยืนคนมีบุญมีวาศนา เปนคนมีทรัพย์มีสินมาก

หลวงจีนถังซัมจั๋งเห็นโป๊ยก่ายพูดเลอะเทอะดังนั้นก็ตวาดให้ถอยไป โป๊ยก่ายก็จัดเสื้อใส่คำนับซัมแช ๆ ก็คำนับติ๋นหงวนต้ายเซียนตามธรรมเนียมที่คุ้นเคยกัน

ติ๋นหงวนต้ายเซียนจึงเชิญให้นั่งที่ตามสมควร แล้วลกแชพูดว่าตั้งแต่จากท่านต้ายเซียนไปครั้งนั้นนานแล้วมิได้มาคำนับท่านเลย บัดนี้เพราะเห้งเจียต้ายเซียนไปหาข้าพเจ้าทั้งสามพูดบอกว่า ได้ทำลายต้นผลไม้ยิ่นเซียมก๊วยของท่านล้มลงเสียแล้ว จะไปขอยาที่ข้าพเจ้ามารักษาต้นยิ่นเซียมก๊วยให้เปนขึ้นมาดังเก่า ข้าพเจ้าทั้งสามไม่มียาจะให้ บัดนี้เห้งเจียจะไปเที่ยวค้นหายาที่อื่น แต่เห้งเจียวิตกว่าจะกลับมาในกำหนดสามวันกลัวจะไม่ทัน เกรงพระอาจาริย์จะภาวะนาคาถาจะเจ็บปวด เพราะฉนั้นจึงให้ข้าพเจ้าทั้งสามมาขอพระอาจาริย์ผ่อนผันให้เธอด้วย

หลวงจีนถังซัมจั๋งได้ฟังซัมแชมาขอร้องดังนั้นจึงพูดว่า อาตมภาพไม่ภาวนาท่านซัมแชอย่าได้วิตกเลย โป๊ยก่ายนั่งอยู่ข้างนั้นก็แอบเข้ามาใกล้ท่านฮกแชจะใคร่ขอผลไม้กิน สองมือก็คลำตามเสื้อค้นหารอบตัว หลวงจีนถึงซัมจั๋งเห็นโป๊ยก่ายทำดังนั้น จึงถามว่าท่านทำดังนั้นด้วยมีธุระอย่างไรหรือ โป๊ยก่ายบอกว่าไม่มีธุระอะไรดอก ซึ่งทำอย่างนี้เรียกว่าเปนบุญ หลวงจีนถึงซัมจั๋งจึงขับโป๊ยก่ายให้ถอยไปเสีย

ฝ่ายเห้งเจียเมื่อออกจากซัมแชก็เหาะเที่ยวไป มาถึงชายเกาะละเมาะหนึ่ง เห้งเจียก็ลงยังพื้นในดวงจิตรมิได้มีความสบายที่จะได้พิจารณาชมเชยสิ่งใดเลย ก็เดินตรงเข้าไปในสำนักหอมกลิ่นมาตามลมพัดถูกจมูกเห้งเจีย แลได้ยินเสียงนกการเวกร้องแลไปเห็น (ตังฮวยตี๊กุน) เสด็จมา เห้งเจียก็เดินเข้ามาสกัดหน้าร้องเรียกว่า (ตี๊กุน) ข้าพเจ้าคำนับท่าน (ตี๊กุน) เห็นเห้งเจียจึงคำนับตอบแล้วพูดว่า ข้าพเจ้าไม่ทันเห็น เชิญท่านเข้าไปในตำหนักรับประทานน้ำให้สบายก่อน

เห้งเจียกับตี๊กุนจับมือพากันเดินเข้าไปในตำหนัก เชิญเห้งเจียให้นั่งที่อันสมควร แล้วเห้งเจียแลเข้าไปในตำหนัก เห็นหนุ่มน้อยคนหนึ่งเดินออกมา รูปร่างลักษณงดงามแต่งตัวเปนเพศเซียนฤๅษีถือบวชเรียกนามว่า (ตังฮองเซาะ) เทวดาเห้งเจียเห็นก็จำได้จึงถามว่า อ้ายหัวขะโมยน้อยมาอยู่กับตี๊กุนที่นี่หรือ ไม่มีชมภู่จะกินอิกแล้ว (ตังฮองเซาะ) คำนับแล้วพูดว่า อ้ายหัวขะโมยใหญ่ทำไมจึงมาถึงนี่เล่า อาจาริย์ข้าพเจ้าไม่มียาวิเศษจะให้ขะโมยกินอิกแล้ว

ตี๊กุนจึงเรียกตังฮองเซาะ แลห้ามว่าอย่าพูดวุ่นวายไป จงไปจัดแจงยกน้ำชามาเถิด เห้งเจียพูดว่าข้าพเจ้ามาครั้งนี้ มีกิจธุระอย่างหนึ่ง ยังไม่ทราบว่าตี๊กุนจะสงเคราะห์ข้าพเจ้าได้หรือไม่ ว่าแล้วเห้งเจียก็เล่าความตามที่ได้ทำต้นยิ่นเซียมก๊วยล้มนั้น ให้ตี๊กุนฟังทุกประการโดยละเอียด

ตี๊กุนครั้นได้ฟังเห้งเจียเล่าบอกดังนั้น จึงพูดว่าข้าพเจ้ามียาวิเศษอยู่เม็ดหนึ่งเรียกว่า (เก๊าจ๊วนท้ายอิดฮ่วนตัน) คือยาวิเศษประกอบทำถึงเก้าหนจึงสำเร็จ หากว่ามนุษย์หรือสัตว์เดรฉานแลต้นไม้ในใต้หล้าเปนอันตราย ยานี้ก็คงจะรักษาให้กลับฟื้นคืนมาได้ แต่ที่สำนักเหงาจึงเปนที่เทวดาชั้นสูง แลภูเขาบ้วนซิ่วซัวนั้นก็เปนที่ไชยภูมิของพรหมแต่ต้นยิ่นเซียมก๊วยนั้น ก็เปนของกายสิทธิ์ เกิดเมื่อเริ่มตั้งฟ้าตั้งดินมิใช่ของธรรมดาในใต้หล้านี้ เพราะฉนั้นข้าพเจ้าไม่มียาจะรักษา

เห้งเจียพูดว่าถ้าท่านไม่มียาแก้ได้แล้ว ข้าพเจ้าก็จะลาท่านไปหาที่อื่น พูดดังนั้นแล้วก็ลาตี๊กุนออกจากสำนักเหาะไป ถึงชายเกาะแห่งหนึ่งมีต้นไม้ร่มรื่น เห้งเจียแลไปที่ใต้ต้นไม้มีคนรูปร่างหนุ่มแต่ผมนั้นหงอกขาว นั่งเล่นหมากรุกแลกินสุราเปนการรื่นเริงกันอยู่ เห้งเจียก็ลดลงเดินเข้าไปใกล้เห็นถนัดก็จำได้ คือ (กี๊วเล้า) เห้งเจียจึงร้องเรียกด้วยเสียงอันดังว่า ข้าพเจ้ารื่นเริงด้วยสักคนหนึ่ง

ฝ่ายพวกเทวดาได้ยินเสียงร้องเรียกจึงหันหน้าดู ต่างคนลุกขึ้นเชิญรับเห้งเจีย ๆ จึงถามว่า พวกท่านทั้งหลายมีความศุขอยู่ดอกหรือ กี๊วเล้าจึงตอบว่า แม้เมื่อก่อนท่านเห้งเจียไม่ทำให้เกิดเหตุวุ่นวายบนสวรรค์แล้ว ท่านจะมีความศุขยิ่งกว่าข้าพเจ้าหลายเท่า เวลานี้ท่านปฏิบัติทางธรรมตามหลวงจีนถึงซัมจั๋งไปมัชฌิมประเทศแล้ว เหตุใดจึงวางธุระมาถึงนี่เล่า

เห้งเจียจึงเล่าเหตุผลต้นปลายให้กี๊วเล้าฟังทุกประการ กี๊วเล้าได้ฟังก็พากันตกใจ พูดว่าท่านทำไมจึงไปทำดังนั้นเล่า ข้าพเจ้าทั้งหลายไม่มียาจะรักษาให้ฟื้นได้ เห้งเจียได้ฟังกี๊วเล้าบอกว่าไม่มียา ก็ลากี๊วเล้าจะไปหาที่อื่น กี๊วเล้าจึงพูดว่าท่านได้มาถึงที่นี่แล้ว เชิญรับประทานของสักเล็กน้อยก่อนแล้วจึงค่อยไป เห้งเจียก็นั่งกินสุราเซียนถ้วยหนึ่งกับของแกล้มคำหนึ่ง แล้วก็ลากี๊วเล้าออกจากที่นั้นไป บัดเดี๋ยวก็พ้นเกาะยันจิว หมายตรงทิศบูรพาทะเลใหญ่ใกล้เขา (โละแก่ซัว) ครั้นถึงเห้งเจียก็ลดลงยังพื้นแล้วเดินเข้าไปในดงไผ่ จะเข้าไปหาพระโพธิสัตว์กวนอิม

ฝ่ายพระโพธิสัตว์กวนอิมเวลานั้นอยู่ในสำนัก กำลังเทศนาให้พรหมแลเทวดาแลฮุยไง้เล่งหนึงฟัง พระโพธิสัตว์กวนอิมรู้ว่าเห้งเจียมา จึงใช้ให้ต้ายสินออกไปรับ ต้ายสินคำนับแล้วออกจากดงไผ่แลเห็นเห้งเจีย จึงร้องทักว่าหงอคงไปไหนมา เห้งเจียหันหน้ามาตวาดว่า เจ้าเปนสัตว์ผีดำทำไมจึงมาเรียกเราว่าหงอคง ไม่มีความเกรงใจ เมื่อก่อนนั้นเราปล่อยเจ้ามิใช่หรือ เจ้าคือปิศาจผีที่เขาเฮกฮองซัว บัดนี้มาอยู่ด้วยพระโพธิสัตว์สมาทานอันชอบธรรม จะเรียกเราว่าท่านผู้ใหญ่สักคำหนึ่งไม่ได้หรือ ทำไมจึงต้องเรียกว่าหงอคงเล่า

ต้ายสินผู้นี้เดิมก็ได้พึ่งเห้งเจียมาก่อนจริง ครั้นได้ฟังเห้งเจียพูดดังนั้นจึงพูดว่า คำโบราณท่านว่า อันเปนมนุษย์ที่มีความรู้แล้วมิได้มีความพยาบาท บัดนี้พระโพธิสัตว์ให้ข้าพเจ้ามารับเชิญท่านเข้าไปข้างใน เห้งเจียกับต้ายสินก็พากันเดินเข้าไป ครั้นถึงเห้งเจียคำนับแล้วก็ยืนอยู่ข้างนั้น พระโพธิสัตว์จึงถามว่า เห้งเจียท่านมาด้วยเหตุธุระทุกข์ร้อนประการใดหรือ

เห้งเจียพนมมือแล้วจึงเล่าเรื่องที่ตนทำ ต้นยิ่นเซียมก๊วยล้มโคนตั้งแต่ต้นจนปลาย บัดนี้จะมาขอยารักษาให้ต้นยิ่นเซียมก๊วยฟื้นขึ้น

พระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้นจึงพูดว่า ทำไมเห้งเจียจึงไม่มาหาอาตมภาพก่อน เที่ยวค้นหาที่ไหนให้ช้าการเปล่า ๆ เห้งเจียได้ฟังพระโพธิสัตว์พูดดังนั้นก็นึกดีใจ จึงคลานเข้าไปใกล้อ้อนวอน พระโพธิสัตว์พูดว่าขวดน้ำมนต์ของอาตมภาพนี้ อาจรักษาต้นไม้ของพวกเทวดาเซียนนั้นได้ เห้งเจียพนมมือแล้วถามว่า ได้เคยรักษามาแล้วหรือประการใด พระโพธิสัตว์บอกว่าพรหมท้ายเสียงเล่ากุนได้เคยลอง อาตมภาพให้ท้ายเสียงเล่ากุน ถอนเอาต้นสนไปใส่ในเบ้าหุงยานั้นจนเกรียมแห้งแล้ว เอามาส่งให้อาตมภาพ ๆ เอาน้ำมนต์ในขวดนี้ พรมลงไว้คืนหนึ่งกับวันหนึ่ง ต้นสนนั้นก็กลับเปนขึ้นอย่างเดิมใบก้านออกงามยิ่งกว่าเก่า

เห้งเจียได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะแล้วพูดว่า ต้นสนแห้งเกรียมแล้วยังกลับเปนได้ อันต้นยิ่นเซียมก๊วยนี้เปนแต่เพียงล้มลงเท่านั้น ยังไม่สู้กระไรนักคงจะกลับคืนได้

พระโพธิสัตว์จึงสั่งหมู่บริวารทั้งหลายให้ดูเฝ้าสำนัก อาตมภาพจะไปธุระ เสร็จแล้วจึงจะกลับมา พระโพธิสัตว์สั่งแล้วมือหนึ่งถือขวดน้ำมนต์นกแก้วขาวบินนำหน้า เห้งเจียเดินตามหลังออกจากดงไผ่ปาฏิหารตรงไปยังภูเขาบ้วนซิ่วซัว

ฝ่ายติ๋นหงวนต้ายเซียนกับซัมเล่าเซียน กำลังสนทนากันอยู่แลไปเห็นเห้งเจียลงมาจากเมฆเดินเข้ามาบอกว่า พระโพธิสัตว์มาแล้ว พวกเซียนทั้งหลายได้ฟังดังนั้น ต่างก็รีบออกมารับยังน่าหอ

พระโพธิสัตว์เดินเข้ามาบนหอ ทักถามติ๋นหงวนต้ายเซียน ๆ คำนับเชิญเข้าไปนั่งที่อันสมควรแล้ว พวกเซียนทั้งหลายเหล่านั้น ก็มาคำนับพระโพธิสัตว์ทุก ๆ คน เห้งเจียจึงนิมนต์พระถังซัมจั๋งให้มาพบกับพระโพธิสัตว์ เห้งเจียเรียกโป๊ยก่ายซัวเจ๋งมาคำนับพระโพธิสัตว์ แล้วเห้งเจียจึงบอกแก่ติ๋นหงวนต้ายเซียนว่า ท่านต้ายเซียนอย่าช้าจงรีบจัดแจง พระโพธิสัตว์จะรักษาต้นยิ่นเซียมก๊วยให้เปนขึ้นอย่างเดิม ติ๋นหงวนต้ายเซียนได้ฟังเห้งเจียพูดดังนั้น จึงสั่งสานุศิษย์ทั้งหลายให้ออกไปที่สวน จัดแจงปัดกวาดแลตั้งโต๊ะบูชา พวกศิษย์ทั้งหลายก็ออกไปจัดแจงกระทำตามสั่งทุกประการ แล้วก็กลับเข้ามาบอกแก่ติ๋นหงวนต้ายเซียน ติ๋นหงวนต้ายเซียนจึงลุกมานิมนต์พระโพธิสัตว์ ๆ จึงได้ดำเนินไปยังสวน หมู่เซียนทั้งหลายก็เดินตามพระโพธิสัตว์ไปยังสวนด้วยกันทั้งสิ้น ครั้นพระโพธิสัตว์มาถึงสวนแล้ว จึงพิจารณาดูต้นยิ่นเซียมก๊วยเห็นล้มนอนราบอยู่กับพื้นใบก้านก็ร่วงโรยแห้งเหี่ยวไปทั้งสิ้น พระโพธิสัตว์จึงเรียกเห้งเจียเข้าไปใกล้แล้วบอกเห้งเจียว่า ให้ยื่นมือซ้ายแล้วแบฝ่ามือออกให้พระโพธิสัตว์ ๆ จึงจับยอดกิ่งสนจุ้มน้ำมนต์ในขวด แล้วเขียนยันต์บนฝ่ามือเห้งเจีย เปนยันต์รักษาต้นยิ่นเซียมก้วยให้เปนขึ้น แล้วเอาน้ำมนต์พรมลงไปในฝ่ามือเห้งเจีย แล้วสั่งเห้งเจียให้เอาฝ่ามือตบพรมที่รากต้นยิ่นเซียมก๊วย แลกำหนดน้ำที่รากนั้นมิให้ไหลออกมาก จึงค่อยตักพรมทั้งต้นต่อไป แลเมื่อมีขึ้นห้ามมิให้เอาของทั้งห้าตัด คือธาตุห้าอย่างได้แก่ ทองหนึ่ง ไม้หนึ่ง น้ำหนึ่ง ไฟหนึ่ง ดินหนึ่ง เห้งเจียได้ฟังดังนั้น จึงประคองมือซ้ายที่เขียนยันต์เดินมาที่รากต้นยิ่นเซียมก๊วยนั้น บัดเดี๋ยวใจที่รากก็มีน้ำเกิดขึ้นไหลออกโดยมาก ติ๋นหงวนต้ายเซียนจึงให้เอาถ้วยหยกสามสิบสี่ถ้วย มาตักน้ำนั้นรดบนต้นยิ่นเซียมก๊วยจนตลอดทั้งต้น

พระโพธิสัตว์จึงเรียกเห้งเจียโป๊ยก่ายซัวเจ๋งทั้งสาม ให้ช่วยกันพะยุงยกต้นยิ่นเซียมก๊วยขึ้นตั้งตรงอย่างเดิมแล้ว พระโพธิสัตว์เดินเข้าไปใกล้ต้นยิ่นเซียมก๊วยเอาขวดน้ำมนต์รดบนต้นยิ่นเซียมก๊วย ภาวนาด้วยคาถา บัดเดี๋ยวต้นยิ่นเซียมก๊วยก็ฟื้นสดขึ้นอย่างเดิม ต้นใบก้านผลก็ออกบริบูรณ์อย่างเดิม ผลยิ่นเซียมก๊วยมียี่สิบสามผล เชงฮองเม่งง้วยจึงพูดว่าปลาดจริงๆ ผลนั้นยังเหลือยี่สิบสองผล ทำไมจึงมีขึ้นอิกหนึ่งผล เห้งเจียว่านานวันจึงจะเห็นความจริงของข้าพเจ้า เดิมข้าพเจ้าเก็บมาสามผล อิกผลหนึ่งหล่นถึงแผ่นดินแล้วมุดหายไปใต้ดิน โป๊ยก่ายยังมีความสงไสย ว่าข้าพเจ้าซ่อนไว้หนึ่งผล

ฝ่ายติ๋นหงวนต้ายเซียน เมื่อได้เห็นต้นยิ่นเซียมก๊วยกลับคืนเปนมาได้ดังนั้น ก็มีความยินดีรื่นเริงเปนอันมาก จึงบอกให้สานุศิษย์เอาไม้ขอทองคำขึ้นสอยลงมาสิบผลแล้ว นิมนต์พระโพธิสัตว์กลับมายังสำนัก แลซัมแชเล่าเซียนกับด้วยบริวารทั้งหลายก็ตามพระโพธิสัตว์กลับมายังสำนัก ครั้นถึงติ๋นหงวนต้ายเซียน จึงนิมนต์พระโพธิสัตว์ขึ้นนั่งที่อันสมควรแล้ว แลซัมแชก็เข้านั่งยังที่ประชุมพร้อมกันแล้ว พระโพธิสัตว์นั่งอยู่กลาง สองข้างซัมแชเล่าเซียนนั่ง ติ๋นหงวนต้ายเซียนจึงให้ศิษย์ยกผลยิ่นเซียมก๊วยมาถวายพระโพธิสัตว์หนึ่งผล หลวงจีนถังซัมจั๋งหนึ่งผล ซัมเล่าแชคนละหนึ่งผล เห้งเจียโป๊ยก่ายซัวเจ๋งคนละหนึ่งผล ติ๋นหงวนต้ายเซียนหนึ่งผล สานุศิษย์หนึ่งผล เมื่อติ๋นหงวนต้ายเซียนเลี้ยงผลยิ่นเซียมก๊วยเสร็จแล้ว พระโพธิสัตว์จึงลาติ๋นหงวนต้ายเซียนกลับไปยังน่ำไฮ้ ซัมแชก็ลากลับไปยังสำนักเดิม

ฝ่ายติ๋นหงวนต้ายเซียนส่งพระโพธิสัตว์ไปแล้ว ก็จัดเครื่องแจเลี้ยงเห้งเจียผูกไมตรีเปนมิตรสหายกัน ตั้งแต่นั้นหลวงจีนถังซัมจั๋งกับติ๋นหงวนต้ายเซียน กับสานุศิษย์ทั้งสองฝ่าย ก็ผูกรักเปนสามัคคีกันทุก ๆ คน เวลานั้นก็จวนจะค่ำ ต่างคนไปหยุดพักหลับนอน

ครั้นเวลารุ่งแจ้งหลวงจีนถังซัมจั๋งจะออกเดิน ติ๋นหงวนต้ายเซียนมีใจจงรักภักดี ยังหน่วงขอให้พักอยู่ห้าหกเวลา พระถังซัมจั๋งก็พักอยู่ห้าหกเวลา จึงได้ลาติ๋นหงวนต้ายเซียนออกเดินต่อไป

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ