๓๔

ฝ่ายปิศาจทั้งสองครั้งเปลี่ยนน้ำเต้านั้นมาแล้ว ต่างก็แย่งกันดูกลับหน้ามาก็มิได้เห็นเห้งเจีย เล่งหลีปิศาจพูดว่าเทวดาองค์นี้เห็นจะพูดหลอกลวงเราดอกกระมัง ว่าจะโปรดพวกเราให้สำเร็จมรรคผลเปนเทวดา ทำไมไปจึงไม่ลาเราเล่า เจงเส่ยปิศาจพูดว่าแม้เธอไปแล้วเราเอาน้ำเต้านั้นมาลองดู จึงหยิบน้ำเต้านั้นโยนขึ้นไป น้ำเต้านั้นก็กลับตกลงมา เล่งหลีถามว่าทำไมจึงไม่ใส่ฟ้าเล่า ถ้าใส่ไม่ได้เห็นจะเปนเห้งเจียเอาของปลอมมาเปลี่ยนของจริงไปดอกกระมัง

เจงเส่ยปิศาจพูดว่าน้องอย่าพูดเลอะเทอะไป เห้งเจียนั้นภูเขาใหญ่สามเขาทับไว้แล้ว ทำไมจึงจะออกมาเอาของเราไปได้ พี่จะภาวนาลองดูอิกทีจะเปนประการใด ว่าแล้วก็เอาน้ำเต้านั้นคว่างขึ้นบนอากาศแล้วภาวนาว่า ถ้าไม่สงเคราะห์เรา ๆ จะขึ้นไปทำจุลาจลยังปราสาทเล่งเซียวเต้ย ภาวนายังไม่ทันจะแล้วน้ำเต้าก็ตกลงมาดิน ปิศาจทั้งสองพูดว่าเห็นจะใส่ไม่ได้แล้วเปนของปลอมแท้ทีเดียว เมื่อปิศาจทั้งสองกำลังบ่นอยู่นั้น เห้งเจียอยู่บนอากาศฟังดูก็รู้แจ้งทุกประการ จึงเรียกขนนั้นคืนเข้าที่ตามเดิม น้ำเต้าก็สูญหายไป ปิศาจทั้งสองต่างถามกันว่าน้ำเต้าไปข้างไหน เล่งหลีว่าพี่เอาไปโยนลองมิใช่หรือ ทำไมจึงหายไปได้ จึงพากันลงที่ดินเที่ยวค้นหาตามหญ้าที่รกก็มิได้เห็น ปิศาจสองยิ่งตกใจกลัวพูดปฤกษากันว่าเราจะทำอย่างไรดี ของวิเศษของเราก็ไม่เห็น ทำอย่างไรจึงจะกลับไปได้ เราจะต้องถูกใต้อ๋องตีตายเปนแน่ เล่งหลีพูดว่าถ้ากระนั้นเราพากันหนีไปเสียเห็นจะดีกว่า

เจงเส่ยพูดว่าเราอย่าหนีเลยกลับไปดีกว่า เราเห็นว่าอยู่ทุกวันนี้ งึ้นกั๊กใต้อ๋องเห็นแก่หน้าน้อง อันความผิดนั้นให้น้องรับคนเดียวบางทีใต้อ๋องจะยกชีวิตรให้ แม้ไม่ฟังก็ตามแต่จะทำเถิดอย่างนั้นจะดีกว่าเราอย่าทำสองใจเลย ปิศาจทั้งสองปฤกษากันตกลงแล้วก็เดินกลับมายังถ้ำ เห้งเจียอยู่บนอากาศเห็นปิศาจเดินกลับไป ก็แปลงเปนแมลงวันบินตามปิศาจมา

ฝ่ายปิศาจทั้งสองเดินมาครั้นถึงประตูถ้ำก็เดินเข้าไปข้างใน เวลานั้นใต้อ๋องทั้งสองกำลังนั่งเสพยสุราอยู่ ปิศาจน้อยเข้ามาถึงคำนับแล้วก็คุกเข่าลงกับพื้นก้มหน้าอยู่มิได้พูดว่ากระไร

ใต้อ๋องทั้งสองเห็นดังนั้นจึงถามว่า เจ้าทั้งสองไปจับเห้งเจียได้มาแล้วหรือ ปิศาจน้อยคำนับแล้วก็ก้มหน้านิ่งอยู่มิได้อาจบอกว่ากระไร ถามดังนั้นถึงสามครั้งปิศาจน้อยจึงพนมมือพูดว่าอันโทษข้าพเจ้าทั้งสองนี้ถึงร้อยพันหมื่นตาย ขอใต้อ๋องได้กรุณาข้าพเจ้ารับของวิเศษนั้นเดินไปได้ครึ่งเขา พบเทวะดามาจากเขา (พ่องล่ายซัว) เธอมีน้ำเต้าทองวิเศษ เรียกใส่ทั้งท้องฟ้าได้ ข้าพเจ้าเห็นเปนของวิเศษมีใจโลภเจตนาจะใคร่ได้ เห็นว่าของเธอใส่ได้ทั้งท้องฟ้าของเราใส่ได้แต่คนจึงได้ขอเปลี่ยนแก่เธอ ทั้งเล่งหลีก็เอาขวดของวิเศษให้ไปด้วย ครั้นข้าพเจ้าเอาออกลองดูก็สูญหายไปทั้งน้ำเต้าเทวะดาก็ไม่เห็น ขอใต้อ๋องได้ทราบโทษข้าพเจ้าทั้งสองถึงแก่ชีวิตรขอได้กรุณา

กิมกั๊กใต้อ๋องได้ฟังดังนั้น ดุจใครเอาไฟมาแยงเข้าที่ทรวงอก ร้องเสียงดังดุจฟ้าผ่าว่า กูรู้แล้ว ๆ คืออ้ายซึงหงอคงเห้งเจียมันเอาของเก้มาเปลี่ยนเอาของกูไป อ้ายลิงนี้มันมีฤทธาอานุภาพใหญ่หลวงนัก มันรู้จักกันทุกแห่งทุกหน เข้าไหนก็ปล่อยมันออกนั่นจึงได้หลอกเอาของวิเศษของเราได้ งึ้นกั๊กใต้อ๋องพูดว่า อันเหตุที่อ้ายลิงนั้นจงสงบไว้ก่อน มันหนีไปได้ก็ชั่งมัน ข้าพเจ้าไม่มีปัญญาจับมันได้แล้ว ก็ไม่อยู่เปนปิศาจในถ้ำนี้ต่อไป กิมกั๊กใต้อ๋องถามว่าจะทำอุบายอย่างใดจึงจะจับมันได้ งึ้นกั๊กใต้อ๋องจึงพูดว่า เรามีของวิเศษห้าอย่าง สองอย่างมันเอาไปแล้ว ยังมีอยู่แต่สามอย่างคือ อาวุธเกี่ยม พัดไฟอยู่ที่นี่ เชือกวิเศษอยู่ที่เขาเอี๋ยมเล่งซัว ถ้ำเอี๋ยมเล่งต๋องมารดาเก็บไว้ เราใช้ให้คนไปเชิญมารดามากินเนื้อถังซัมจั๋ง แลสั่งให้มารดาเอาเชือกนั้นมาด้วย จะได้คิดจับเห้งเจียให้จงได้ กิมกั๊กถามว่าจะให้ผู้ใดไปดี งึ้นกั๊กใต้อ๋องตอบว่าไม่ต้องใช้อ้ายระยำสองคนนี้อีก จึงตวาดไล่ให้เล่งหลีกับเจงเส่ยออกไปเสียให้พ้น แล้วจึงเรียกปิศาจน้อยปาซัวเฮ้าคนหนึ่ง กี๊ฮั้ยเล้งคนหนึ่งเข้ามาจึงสั่งว่าให้ไปเชิญมารดามากินเนื้อถังซัมจั๋ง แลบอกให้มารดาเอาเชือกวิเศษมาด้วย จะได้จับตัวเห้งเจีย

สองปิศาจรับคำสั่งแล้วก็คำนับลาออกจากถ้ำรีบตรงไป ก็หารู้ว่าเห้งเจียอยู่ในที่นั้นไม่ เห้งเจียได้ฟังรู้ความทุกประการแล้ว จึงบินโผออกจากถ้ำตามปิศาจทั้งสองนั้นไปจับอยู่บนศีศะปิศาจนั้น มาได้ประมาณสักสามสี่โยชน์ เห้งเจียจะใคร่ตีปิศาจทั้งสองให้ตาย จึงมาตรึกตรองว่าจะฆ่าเสียก็ไม่ยากอะไร แต่ยังวิตกว่าบ้านมารดาของปิศาจอยู่ที่ไหน จำจะถามมันสักคำหนึ่งเห็นจะดี คิดดังนั้นแล้วก็โผออกจากตัวปิศาจ แปลงเปนปิศาจน้อยตนหนึ่งวิ่งตามร้องเรียกว่า ที่เดินข้างน่านั้นหยุดคอยก่อน กี๊ฮั้ยเล้งหันหน้ามาถามว่าตัวอยู่ที่ไหน วิ่งมาตามเราทำไมมีธุระอะไรหรือ

เห้งเจียตอบว่านายเดียวกัน ยังไม่รู้จักกันหรือ กี๊ฮั้ยเล้งบอกว่าเราไม่เคยเห็น เห้งเจียบอกว่าข้าพเจ้าอยู่ข้างนอกมิได้เข้ามาจึงไม่รู้จักกัน ปิศาจถามว่าบัดนี้จะไปข้างไหน เห้งเจียบอกว่า ใต้อ๋องพูดว่าใช้พี่มาสองคน ให้ไปเชิญมารดามากินเนื้อถังซัมจั๋ง แลให้มารดาเอาเชือกวิเศษไปจับเห้งเจียด้วย วิตกว่าพี่จะเดินช้าไปจะเสียการ จึงให้ข้าพเจ้าตามมาเตือนพี่ทั้งสองให้รีบไปโดยเร็ว ปิศาจทั้งสองเมื่อได้ฟังดังนั้น ก็สำคัญว่าจริงไม่มีความสงไสย จึงพร้อมกันรีบเดินไป เห้งเจียจึงถามว่า ยังไกลอยู่หรือ กี๊ฮั้ยเล้งจึงเอามือชี้บอกว่า ที่ดงไม้ใหญ่นั้นและ เห้งเจียเงยหน้าขึ้นมองดู ก็เห็นมีดงไม้ใหญ่ข้างน่านั้น เห็นไม่สู้ไกลแล้ว จึงชักกระบองออกจากหูตีปิศาจทั้งสองนั้นล้มลงกับพื้น ตัวน่วมดุจแป้งขนม เห้งเจียก็ลากเอาศพทิ้งแอบไว้ข้างทางแล้ว ก็ถอนเอาขนหางออกขนหนึ่ง เป่าแปลงเปนปาซัวเฮ้า ตัวเห้งเจียก็แปลงเปนกี๊ฮั้ยเล้ง รีบเดินมาครั้นถึงปากช่องดงไม้ใหญ่ ก็เดินตรงเข้าไปเห็นมีประตูบานหนึ่งเปิดบานหนึ่งปิด มีหญิงปิศาจเฝ้าประตูอยู่คนหนึ่งเห็นเห้งเจียเดินเข้ามาจึงถามว่านี่ท่านจะไปข้างไหน

เห้งเจียตอบว่า ข้าพเจ้าอยู่ที่เขาเพ่งเต๊งซัวถ้ำเน่ยฮวยต๋อง บัดนี้ใต้อ๋องให้ข้าพเจ้ามาเชิญท่านแม่ไป หญิงปิศาจได้ฟังดังนั้นจึงบอกว่าเชิญเข้าไปข้างในเถิด เห้งเจียก็เดินเข้าไปถึงประตูชั้นสามแลไปก็เห็นนางปิศาจเฒ่านั่งอยู่บลที่สูง เห้งเจียหวนคิดขึ้นมาก็โทมนัศใจร้องไห้

มีคำถามว่า (เหตุใดเห้งเจียจึงร้องไห้) ตอบว่าเธอคิดขึ้นมาว่าเราเกิดมามีฤทธาอานุภาพไม่เคยเคารพใคร นอกจากพระพุทธเจ้ากับพระโพธิสัตว์กวนอิมแลพระอาจาริย์ วันนี้จะต้องมาเคารพต่อปิศาจหญิง ครั้นจะไม่คำนับ การที่คิดไว้ก็จะเสียไป คิดไปก็เปนความยากแก่ใจ เพราะเห็นแก่อาจาริย์ที่ต้องไภยจึงจะต้องทนความอดสู เห้งเจียคิดแล้วก็เข้าไปยังหน้าปิศาจหญิงเฒ่า เคารพแล้วคุกเข่าลงกับพื้น ปิศาจหญิงเฒ่าพยักหน้าแล้วบอกว่าให้ลุกขึ้นเถิด แล้วถามว่าลูกอยู่ที่ไหนไปไหนมา

เห้งเจียตอบว่ามาจากถ้ำเน่ยฮวยต๋อง ใต้อ๋องทั้งสองใช้ให้มาเชิญท่านแม่ไปกินเนื้อถังซัมจั๋ง แลสั่งให้ท่านแม่เอาเชือกวิเศษนั้นไปด้วย จะได้คิดจับเห้งเจีย หญิงเฒ่าปิศาจจึงพูดว่า ลูกของเรามีกตัญญู มีของกินก็อุสาห์มาเชิญแม่ พูดดังนั้นแล้ว ก็สั่งปิศาจคนใช้ให้เอาเกี้ยวหามออกมาจัดแจง พวกปิศาจคนใช้ก็จัดแจงหามเกี้ยวออกไปตามสั่งเสร็จสรรพแล้ว ก็กลับมาบอกว่าเสร็จแล้ว

ฝ่ายปิศาจหญิงเฒ่าจัดแจงแต่งกายเสร็จแล้ว ก็ออกมาจากถ้ำเข้านั่งในเกี้ยว ปิศาจหญิงสองคนก็เข้าหามเดินมา เมื่อเดินมาได้ประมาณสามสี่โยชน์ คนหามก็ลงพักหยุดหายเหนื่อยนั่งอยู่ เห้งเจียจึงชักกระบองออกมาฟาดคนหามตายทั้งสองคน ปิศาจหญิงเฒ่าอยู่ในเกี้ยว ชะเง้อหัวออกมามองดู เห้งเจียเอากระบองกะทุ้งถูกศีศะแตกตายอยู่กับที่ เห้งเจียก็จับออกมาดู ที่สุดเปนตัวเสือปลาเก้าหาง เห้งเจียจึงเอาเชือกวิเศษพันกับพุงมีความดีใจที่สุด ออกปากว่า แม้อ้ายใต้อ๋องจะมีฝีมือเข้มแข็งอย่างไร ของวิเศษเราก็เอามาได้สามสิ่งแล้ว พูดดังนั้นแล้วก็ถอนขนหางออกสี่เส้น แปลงเปนปิศาจกี๊ฮั้ยเล้งปาซัวเฮ้า อีกสองขนก็แปลงเปนหญิงหามเกี้ยว ตัวเห้งเจียเอ็งแปลงเปนปิศาจหญิงเฒ่า ขึ้นนั่งบนเกี้ยวให้ขนแปลงนั้นหามมา บัดเดี๋ยวก็ถึงน่าถ้ำเน่ยฮวยต๋อง ขนแปลงเปนปาซัวเฮ้ากี๊ฮั้ยเล้งทั้งสอง ก็เดินนำหน้ามาถึงก็ร้องเรียกให้เปิดประตูรับ พวกปิศาจเฝ้าประตูก็เปิดประตู แล้วถามว่าท่านใต้อ๋องใช้ไปเชิญท่านแม่มาแล้วหรือ ปิศาจแปลงว่าท่านที่นั่งอยู่ในเกี้ยวนั้นไม่ใช่หรือ พวกเฝ้าประตูก็วิ่งเข้าไปบอกแก่ใต้อ๋องทั้งสองว่า ท่านแม่มาแล้วอยู่ข้างนอก

ปิศาจใต้อ๋องทั้งสองได้ฟังดังนั้น ก็สั่งให้พวกปิศาจทั้งหลายจัดแจงออกไปรับ ออกมาพร้อมกันที่นอกประตู เห้งเจียเห็นดังนั้นก็ดีใจลงจากเกี้ยวเดินเข้าไปข้างใน ขึ้นนั่งบลที่สูงอยู่แต่ผู้เดียว ปิศาจใหญ่น้อยทั้งหลายก็พร้อมกันมาคำนับ ใต้อ๋องทั้งสองก็เข้ามาคำนับ ก็คุกเข่าลงกับพื้นบอกว่า ข้าพเจ้าทั้งสองเคารพ เห้งเจียแปลงบอกว่าลูกของแม่จงลุกขึ้นเถิด

ฝ่ายโป๊ยก่ายที่ต้องแขวนอยู่บลขื่อนั้น แลไปเห็นเข้าก็หัวเราะขึ้น ซัวเจ๋งถามว่าถูกมัดแขวนอยู่อย่างนี้ยังจะมีแก่ใจสนุกหัวเราะได้อีกหรือ โป๊ยก่ายบอกว่า น้องเอ๋ยพี่หัวเราะนั้น คือพี่ได้เห็นแล้วรู้แล้วว่า มันไปเชิญมารดามันมาจะใคร่กินเนื้อเรา แต่มิใช่มารดาของมันดอก เปนแต่คนพูดแทน ซัวเจ๋งถามว่าใครพูดแทนที่ไหน โป๊ยก่ายตอบว่า เป๊กเบ๊อุน ซัวเจ๋งว่าทำไมที่จึงรู้ได้ โป๊ยก่ายว่าน้องไม่ดูหางพันอยู่ที่บั้นเอ็วนั้น หางตุงอยู่ข้างหลังพี่กับน้องแขวนอยู่สูงจึงได้เห็นถนัด ซัวเจ๋งห้ามว่าพี่อย่าพูดไป ไว้ดูเขาจะทำประการใดกัน

เห้งเจียนั่งอยู่บนท่ำกลาง ถามว่าลูกทั้งสองให้คนไปเชิญแม่มามีกิจธุระอะไรหรือ ปิศาจทั้งสองตอบว่า ข้าพเจ้าทั้งสองนานแล้วมิได้ไปเยือนมารดา บัดนี้ข้าพเจ้าจับได้ถังซัมจั๋งก็ไม่อาจกินก่อนมารดา เพราะฉนั้นข้าพเจ้าจึงได้ไปเชิญมารดามา จะได้ทำเนื้อถังซัมจั๋งต้มแกงให้มารดากินสักเวลาหนึ่ง อายุของมารดาจะได้ยืนยาว เห้งเจียพูดว่าอันเนื้อถังซัมจั๋งกินยาก ได้ยินว่าได้โป๊ยก่ายมาด้วย มารดาอยากกินแต่ใบหูโป๊ยก่าย ลูกจงตัดใบหูโป๊ยก่ายทำกับกินกับเหล้าเถิด โป๊ยก่ายได้ยินดังนั้นก็ตกใจ พูดว่าปะอ้ายห่านี้เข้าแล้ว มันคิดจะตัดใบหูเรากินแกล้มเหล้าเสียแล้ว ประเดี๋ยวกูจะร้องขึ้นให้ปิศาจมันรู้ ในเวลาที่โป๊ยก่ายบ่นวุ่นวายอยู่นั้น แลไปเห็นปิศาจพลตระเวรวิ่งเข้ามาบอกว่า ขอใต้อ๋องได้ทราบเห้งเจียตีท่านแม่ตายแล้ว บัดนี้แปลงกายเข้ามาที่นี่ ปิศาจทั้งสองได้แจ้งดังนั้นก็ชักเกี่ยมวิเศษกระโดดขึ้นฟันเห้งเจีย ๆ ไหวกายเปนแสงสว่างแดงไปทั้งถ้ำแล้วก็รีบหนีออกจากถ้ำ

กิมกั๊กใต้อ๋องเห็นดังนั้นก็ตกใจ บอกว่าน้องจงแก้มัดถังซัมจั๋งโป๊ยก่ายซัวเจ๋งคืนให้มันเสียเถิดจะได้สิ้นความจลาจล งึ้นกั๊กใต้อ๋องพูดว่าพี่พูดอะไรอย่างนั้น เราได้รับความลำบากมาไม่รู้ว่าเท่าไรแล้วจึงจับมาได้ จะปล่อยเสียโดยง่ายนั้นอย่างไรได้ พี่จงนั่งให้สบายอย่าวิตก ข้าพเจ้าได้ยินว่าเห้งเจียมีฤทธาอานุภาพเข้มแขง เราพึ่งได้มาพบก็ยังหาได้ดูฝีมือกันไม่ ไว้ธุระข้าพเจ้าจะลองฝีมือดูก่อน แม้ว่าเธอไม่ชะนะเรา ๆ ก็จะกินถังซัมจั๋ง โป๊ยก่าย ซัวเจ๋งโดยง่าย แม้ว่าเราสู้ไม่ได้ เราจึงค่อยปล่อยไปไม่ช้าอะไร งึ้นกั๊กใต้อ๋องพูดดังนั้นแล้ว ก็แต่งตัวถืออาวุธเกี่ยมเดินออกมาที่น่าถ้ำ ร้องเรียกว่าอ้ายซึงเห้งเจีย มึงจงใช้ของวิเศษแลมารดาเราให้เรา เราจะปล่อยอาจาริย์มึงไปไซที เห้งเจียอยู่บลเมฆได้ยินดังนั้น ร้องด่าลงมาว่าอ้ายมารร้าย มึงจงรีบส่งอาจาริย์แลน้องของกูออกมาอย่าให้ทันปู่ลงมือได้

ปิศาจงึ้นกั๊กได้ฟังดังนั้น ถือเกี่ยมเหาะขึ้นไปบนอากาศ เห้งเจียถือกระบองตรงเข้าสู้กันกลางเวหาประมาณสักสามสิบเพลง ยังไม่แพ้ชะนะกัน เห้งเจียนึกในใจว่าอ้ายนี่มีอาวุธเกี่ยมเข้มแขงอาจทานรับกระบองเราอยู่ได้ โดยจะคิดต่อสู้ทางอาวุธก็เสียกำลังจำจะเอาน้ำเต้าแลขวดหยกวิเศษนเรียกจับมันเห็นจะดีกว่า คิดดังนั้นแล้วหากเรียกมันไม่ขารเรามิเสียทีหรือสู้เอาเชือกวิเษศไม่ได้ เห้งเจียเอาเชือกวิเศษคว่างไปมัดปิศาจ ๆ เห็นดังนั้นก็อ่านคาถาเชือกที่เห้งเจียคว่างไปนั้นกลับมามัดเอาเห้งเจียเข้าไว้

ซึ่งเปนทั้งนี้เพราะปิศาจได้คาถาไว้สองบท ๆ หนึ่งสำหรับมัดข้าศึก บทหนึ่งกลับมามัดผู้ที่คว่างเชือกนั้นเอง เพราะฉนั้นเห้งเจียจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ไม่ได้ ปิศาจก็เข้าจับเชือกลากลงมายังฟันเอาเกี่ยมฟันศีศะเห้งเจียเจ็ดแปดที ศีศะเห้งเจียก็มิได้เปนอันตรายปิศาจก็จูงเห้งเจียเข้าไปในถ้ำ ร้องบอกกิมกั๊กว่าข้าพเจ้าจับมาได้แล้ว กิมกั๊กแลไปเห็นก็มีความยินดีเปนที่สุด พูดว่านี่และอ้ายเห้งเจียจึงให้เอามัดใส่คาไว้ที่โคนเสาใหญ่ แล้วแก้เอาน้ำเต้ากับขวดหยกวิเศษออกมาจากตัว ปิศาจทั้งสองก็พากันไปนั่งข้างในเสพย์สุราเปนที่สบายใจทั้งสองคน

ฝ่ายเห้งเจียต้องมัดอยู่กับโคนเสานั้นก็ดิ้นรนกลิ้งเกลือกไป โป๊ยก่ายเห็นดังนั้น ก็หัวเราะก๊าก ๆ ถามว่า เห็นจะกินใบหูเราไม่ได้แล้วหรือ เห้งเจียด่าว่าอ้ายชาติหมูมึงอย่าทำพูดมากไปประเดี๋ยวเราจะออกได้ แก้ไขเอาพวกเราออกให้จงได้ พูดดังนั้นแล้วเหลียวซ้ายแลขวาไม่เห็นใคร ก็ชักกระบองเหล็กออกจากหูงัดคาออกจากฅอได้แล้ว ถอนเอาขนหางแปลงเปนรูปปลอมเข้าติดคาอยู่กับที่นั้น ตัวเห้งเจียก็แปลงเปนปิศาจน้อยเข้าไปยืนเฝ้าปิศาจอยู่ที่ริมตัว เห้งเจียจะใคร่ลักเอาของวิเศษนั้น จึงเดินเข้าไปใกล้ปิศาจ บอกว่าใต้อ๋อง ข้าพเจ้าเห็นเห้งเจียกลิ้งเกลือกดิ้นรนดังนั้น เชือกนั้นจะขาดไป แม้ได้เชือกใหญ่ ๆมาเปลี่ยนเอาเชือกนั้นออกเห็นจะดี กิมกั๊กใต้อ๋องพูดว่าจริงอยู่ ว่าแล้วก็แก้เชือกที่คาดพุงออกจากเอวส่งให้เห้งเจีย ๆ รับเอามาก็แก้เอาเชือกวิเศษออกเอาเชือกใหญ่มัด เห้งเจียแปลงไว้ตามเดิมแล้วเอาเชือกวิเศษซ่อนไว้ในตัว ถอนขนหางออกเส้นหนึ่ง แปลงเปนเชือกวิเศษอิกเส้นหนึ่งมาส่งให้แก่ปิศาจใต้อ๋องทั้งสอง ปิศาจก็มิได้พิจารณาเชือกว่าปลอมหรือจริงไม่ เห้งเจียครั้นได้เชือกวิเษศมาแล้ว ก็รีบออกไปนอกถ้ำกลายเปนรูปเดิมแล้ว ก็ร้องเรียกพวกปิศาจด้วยเสียงอันดังว่า พวกปิศาจน้อยจึงถามว่า ตัวอยู่ที่ไหนมาจึงมาเรียกอึกกระทึกอย่างนี้ เห้งเจียบอกว่า พวกเจ้าจงเร่งไปบอกให้อ้ายพวกมารใหญ่มันรู้ว่า คือเจียเห้งซึงมาแล้ว ปิศาจน้อยได้ฟังดังนั้น ก็นำความเข้าไปแจ้งแก่ปิศาจใต้อ๋อง กิมกั๊กใต้อ๋องได้ฟังปิศาจน้อยบอกดังนั้นก็ตกใจ พูดว่าเราจับซึงเห้งเจียมัดไว้ได้แล้ว นี่เหตุใดจึงมีเจียเห้งซึงมาอิกเล่า งึ้นกั๊กใต้อ๋องพูดว่าวิตกกลัวมันทำไม น้ำเต้าวิเษศของเรายังมี ข้าพเจ้าจะออกไปเรียกมันให้เข้าอยู่ในน้ำเต้าก็ได้ พูดดังนั้นแล้ว ก็หยิบเอาน้ำเต้าออกไปยังประตูถ้ำ ร้องถามว่าเจ้าคือใครที่ไหนมา

เห้งเจียตอบว่าเรานี้แลคือน้องของเห้งเจีย ข้ารู้ว่าเจ้าจับเอาเห้งเจียพี่ของข้ามาไว้ บัดนี้ข้าจะมาเปนธุระด้วยพี่ข้า งึ้นกั๊กพูดว่าเจ้ามารบแก่เราหรือ เราจะไม่รบแก่เจ้าจะเรียกเจ้าสักคำหนึ่งเจ้าอาจขานได้หรือ เห้งเจียตอบว่าเราจะกลัวอะไรแก่เจ้านักหนาจนถึงแก่จะไม่กล้าขานรับ ต่อให้เรียกสิบคำข้าจะขานสักหมื่นคำก็ได้

ปิศาจงึ้นกั๊กได้ฟังเห้งเจียพูดดังนั้นก็เหาะขึ้นบนเวหา เอาน้ำเต้าคว่ำลงแล้วก็เรียกว่าเจียเห้งซึงก็ไม่กล้าขานรับ ปิศาจก็เรียกอิกคำหนึ่งว่าเจียเห้งซึง เห้งเจียมาคิดว่าเราชื่อเห้งเจีย มันมาเรียกเจียเห้งซึงผิดความจริงคงจะจับเราไม่ได้ คิดดังนั้นแล้วขานรับออกมาคำหนึ่ง เห้งเจียก็เข้าไปอยู่ในน้ำเต้าวิเศษของปิศาจ ๆ ก็เอายันต์ปิดปากน้ำเต้าไว้ อันความจริงนั้นถ้าใครขานแล้วก็เข้าไปอยู่ในน้ำเต้าจะเปนเก๊หรือไม่เก๊นั้นไม่เปนข้อสำคัญ

ฝ่ายเห้งเจียเข้าไปติดอยู่ในน้ำเต้าแล้ว ดูมืดดำไปหมดมิได้เห็นแสงสว่างเลย เปนที่คับแค้นแสนลำบากสุดที่จะทนได้ เมื่อเราพบปิศาจทั้งสองบอกว่าน้ำเต้ากับขวดหยกนั้น เรียกเข้าอยู่ข้างในแล้วบัดเดี๋ยวใจก็แปรเปนน้ำหนอง ส่วนตัวเราไม่อาจให้เปนเช่นนั้นได้ จึงคิดขึ้นได้ว่าเมื่อก่อนห้าร้อยปี พรหมท้ายเสียงเล่ากุนจับเราใส่ในเบ้า (โป๊ยก่วย) หลอมเรา แต่หัวใจเราเปนทองแดงกายสิทธิ์ตัวเปนเหล็กตาไฟแก้วตาเปนทองกายสิทธ์ ของวิเศษเหล่านี้ก็ไม่ทำอันตรายเราได้

ปิศาจงึ้นกั๊กเมื่อเรียกเจียเห้งซึงเข้าในน้ำเต้าแล้ว ก็พาไปยังถ้ำร้องบอกกิมกั๊กว่า ข้าพเจ้าจับเจียเห้งซึงได้แล้วขังอยู่ในน้ำเต้านี้ กิมกั๊กใต้อ๋องได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี จึงพูดแกงึ้นกั๊กว่าเอาไว้สั่นดูถ้ามันไม่มีเสียงแล้วจึงค่อยเปิดยันต์ออกดู

เห้งเจียอยู่ในน้ำเต้าได้ยินปิศาจมันพูดกันดังนั้นจึงคิดว่า อันตัวของเรานี้ทำไมจึงจะสั่นไม่มีเสียงได้ ถ้ากายนั้นไม่แปรก็มีเสียงอย่าเลยเราจะหลอกมัน ถ้ามันสั่นไม่ได้ยินเสียงมันก็จะเปิดยันต์ออกเราจะได้คิดหนีไป คิดแล้วก็นึกว่าทำอย่างนั้นเห็นจะไม่เปนคนเก่งได้ ไว้คอยมันสั่นเราจึงทำกระแอมไอจามหลอกมันให้เปิดเราออกก็จะไปได้ เห้งเจียคัดดังนั้นแล้วก็เกรียมตัวคอยอยู่ มิได้รู้ว่าปิศาจทั้งสองมันมัวกินสุราเสียมิได้มาสั่นน้ำเต้า เห้งเจียจะใคร่หลอกปิศาจให้มาสั่นน้ำเต้าจึงร้องว่าฟ้าเอ๋ยรูปนั้นแปรแล้ว ปิศาจก็มิได้มาสั่น เห้งเจียก็ร้องอิกว่าแม่เอ๋ยแปรเข้าไปถึงบันเอ๋วแล้ว

ปิศาจกิมกั๊กได้ยินดังนั้นจึงพูดว่า ถ้าแปรเข้าไปถึงบั้นเอ็วก็คงจะแปรเข้าไปขาดครึ่งตัวจงเปิดดูที เห้งเจียได้ยินดังนั้นจึงถอนขนหางแปลงเปนรูปครึ่งตัวอยู่ในนั้น ตัวเห้งเจียก็แปลงเปนแมลงหวี่คอยจะบินออกเมื่อเปิด ปิศาจกิมกั๊กจึงยกเอาน้ำเต้ามาเปิดยันต์ออกดู เห้งเจียก็บินออกไปแปลงเปนปิศาจกี๊ฮั้ยเล้งยืนอยู่ข้างนั้น กิมกั๊กใต้อ๋องก็ยกน้ำเต้าขึ้นมองดูแลเข้าไปก็เห็นมีรูปครึ่งตัวอยู่ในนั้น มิได้รู้ศึกว่ารูปแปลงหรือจริง ก็ร้องบอกว่าเร็ว ๆ ปิดเสียมันแปลงยังไม่หมดตัว งึ้นกั๊กใต้อ๋องก็เอายันต์ปิดเข้าตามเดิม กิมกั๊กใต้อ๋องจึงหยิบเอาป้านสุรามารินกินอิกสองสามถ้วย แล้วส่งให้งึ้นกั๊กพูดว่าเจ้ามีความลำบากมากควรพี่จะรินสุราให้เจ้ากิน งึ้นกั๊กเห็นพี่มีกะใจดังนั้นก็รับมากินอิกสองสามถ้วย หยิบน้ำเต้าส่งให้กี๊ฮั้ยเล้งโดยไม่รู้ศึกว่าเห้งเจียแปลงเปนปิศาจ ทั้งสองก็ส่งสุราไปมากินกันอยู่จนเมา

เห้งเจียเห็นปิศาจมิได้สงไสยจึงเอาน้ำเต้านั้นส้อนไว้ในเสื้อ ถอนขนหางแปลงเปนน้ำเต้ายืนถืออยู่ ปิศาจเสพย์สุรามึนเมาแล้วก็กลับรับเอาน้ำเต้าคืนมา ก็กลับเข้านั่งที่กินสุราไปอิกพักหนึ่ง เห้งเจียได้ของวิเศษแล้วก็ถอยออกมามีความดีใจ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ