ตอนที่ ๙ พระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อ

๏ จะกล่าวกลับจับความไปตามเรื่องถึงบาทเบื้องปรเมศพระเชษฐา
องค์อภัยมณีศรีโสภาตกยากอยู่คูหามาช้านาน
กับด้วยนางอสุรีนีรมิตเป็นคู่ชิดเชยชมสมสมาน
ต้องรักใคร่ไปตามยามกันดารจนนางมารมีบุตรบุรุษชาย
ไม่คลาดเคลื่อนเหมือนองค์พระทรงเดชแต่ดวงเนตรแดงดูดังสุริย์ฉาย
ทรงกำลังดังพระยาคชาพลายมีเขี้ยวคล้ายชนนีมีศักดา
พระบิตุรงค์ทรงศักดิ์ก็รักใคร่ด้วยเนื้อไขมิได้คิดริษยา
เฝ้าเลี้ยงลูกผูกเปลแล้วเห่ช้าจนใหญ่กล้าอายุได้แปดปี
จึงให้นามตามอย่างข้างมนุษย์ชื่อสินสมุทรกุมารชาญชัยศรี
ธำมรงค์ทรงมาค่าบุรีพระภูมีถอดผูกให้ลูกยา
เจียระบาดคาดองค์ก็ทรงเปลื้องให้เป็นเครื่องนุ่งห่มโอรสา
สอนให้เจ้าเป่าปี่มีวิชาเพลงสาตราสารพัดหัดชำนาญ
วันหนึ่งนางอสุรีผีเสื้อน้ำออกจากถ้ำเที่ยวหาภักษาหาร
จับกระโห้โลมากุมภาพาลกินสำราญรื่นเริงบันเทิงใจ ฯ
๏ ฝ่ายกุมารสินสมุทรสุดสวาทไม่ห่างบาทบิดาอัชฌาสัย
ความรักพ่อยิ่งกว่าแม่มาแต่ไรด้วยมิได้ขู่เข็ญเช่นมารดา
เห็นทรงธรรม์บรรทมสนิทนิ่งหนีไปวิ่งเล่นอยู่ในคูหา
โลดลำพองลองเชิงละเลิงมาเห็นแผ่นผาพิงผนิดปิดหนทาง
หนักหรือเบาเยาว์อยู่ไม่รู้จักเข้าลองผลักด้วยกำลังก็พังผาง
เห็นหาดทรายพรายงามเป็นเงินรางทะเลกว้างข้างขวาล้วนป่าดง
ไม่เคยเห็นเป็นน่าสนุกสนานพระกุมารเพลินจิตพิศวง
ออกวิ่งเต้นเล่นทรายสบายองค์แล้วโดดลงเล่นมหาชลาลัย
ด้วยหน่อนาถชาติเชื้อผีเสื้อสมุทรดำไม่ผุดเลยทั้งวันก็กลั้นได้
ยิ่งถูกน้ำกำลังยิ่งเกรียงไกรเที่ยวเลี้ยวไล่ขี่ปลาในสาชล
ระลอกซัดพลัดเข้าในปากฉลามลอดออกตามซีกเหงือกเสือกสลน
เห็นฝูงเงือกเกลือกกลิ้งมากลางชลคิดว่าคนมีหางเหมือนอย่างปลา
ครั้นถามไถ่ไม่พูดก็โผนจับดูกลอกกลับกลางน้ำปล้ำมัจฉา
ครั้นจับได้ให้ระแวงแคลงวิญญาณ์เช่นนี้ปลาหรืออะไรจะใคร่รู้
ฉุดกระชากลากหางขึ้นกลางหาดแลประหลาดลักษณามีตาหู
จะเอาไปให้พระบิดาดูแล้วลากลู่เข้าในถ้ำด้วยกำลัง
ถึงหุบห้องร้องบอกบิตุเรศพระลืมเนตรเหลียวหาทั้งหน้าหลัง
เห็นลูกลากเงือกน้ำแต่ลำพังจากบัลลังก์มาห้ามแล้วถามไป
เมื่อกี้เห็นเล่นอยู่ในคูหาเงือกนี้เจ้าเอามาแต่ข้างไหน
พระลูกเล่าตามจริงทุกสิ่งไปพระตกใจจึงว่าด้วยปรานี
แม้นแม่เจ้าเขารู้ว่าแรงนักกลัวจะลักลอบพาบิดาหนี
จะโกรธเกรี้ยวเคี้ยวเล่นเป็นธุลีไม่พอที่ชีวันจะบรรลัย ฯ
๏ สินสมุทรกุมารชาญฉลาดฟังพระบาทบิตุรงค์ให้สงสัย
จึงทูลถามความจริงด้วยกริ่งใจเหตุไฉนจึงจะเป็นไปเช่นนั้น ฯ
๏ พระฟังคำน้ำเนตรลงพรากพรากคิดถึงยากยามวิโยคยิ่งโศกศัลย์
แถลงเล่าลูกยาสารพันจนพากันมาบรรทมที่ร่มไทร
แม่ของเจ้าเขาเป็นเชื้อผีเสื้อสมุทรขึ้นไปฉุดฉวยบิดาลงมาได้
จึงกำเนิดเกิดกายสายสุดใจจนเจ้าได้แปดปีเข้านี่แล้ว
ไปเปิดประตูคูหาถ้าเขาเห็นตายหรือเป็นว่าไม่ถูกเลยลูกแก้ว
แม้นสินสมุทรสุดสวาทพ่อคลาดแคล้วไม่รอดแล้วบิตุรงค์ก็คงตาย ฯ
๏ พระโอรสรู้แจ้งไม่แคลงจิตรำคาญคิดเสียใจมิใคร่หาย
ด้วยแม่กลับอัปลักษณ์เป็นยักษ์ร้ายก็ฟูมฟายชลนาโศกาลัย ฯ
๏ ฝ่ายเงือกน้ำนอนกลิ้งนิ่งสดับกิตติศัพท์สองแจ้งแถลงไข
รู้ภาษามนุษย์แน่ในใจจะกราบไหว้วอนว่าให้ปรานี
ค่อนเขยื้อนเลื่อนลุกขึ้นทั้งเจ็บยังมึนเหน็บน้อมประณตบทศรี
พระผ่านเกล้าเจ้าฟ้าในธาตรีข้าขอชีวิตไว้อย่าให้ตาย
พระราชบุตรฉุดลากลำบากเหลือดังหนังเนื้อนี้จะแยกแตกสลาย
ทั้งลูกเต้าเผ่าพงศ์ก็พลัดพรายยังแต่กายเกือบจะดิ้นสิ้นชีวัน
พระองค์เล่าเขาก็พาเอามาไว้เศร้าพระทัยทุกข์ตรอมเหมือนหม่อมฉัน
ขอพระองค์จงโปรดแก้โทษทัณฑ์ช่วยผ่อนผันให้ตลอดรอดชีวา
ซึ่งปากถ้ำทำลายลงเสียหมดให้โอรสยกตั้งบังคูหา
ข้าเห็นอย่างนางมารจะนานมาจะอาสาเกลี่ยทรายเสียให้ดี
หนึ่งพวกพ้องของข้าคณาญาติขอรองบาทบงกชบทศรี
แม้นประสงค์สิ่งไรในนทีที่สิ่งมีจะเอามาสารพัน ฯ
๏ พระฟังเงือกพูดได้ให้สงสารจึงว่าท่านคิดนี้ดีขยัน
รู้เจรจาสารพัดน่าอัศจรรย์อยู่พูดกันอีกสักหน่อยจึงค่อยไป
เราตรองตรึกนึกจะหนีนางผีเสื้อแต่ใต้เหนือไม่รู้แห่งตำแหน่งไหน
ท่านเจนทางกลางทะเลคะเนใจทำกระไรจึงจะพ้นทรมาน ฯ
๏ ฝ่ายเงือกน้ำคำนับอภิวาทข้าพระบาททราบสิ้นทุกถิ่นฐาน
อันน้ำนี้มีนามตามบุราณอโนมานเคียงกันสีทันดร
เป็นเขตแคว้นแดนที่นางผีเสื้อข้างฝ่ายเหนือถึงมหิงษะสิงขร
ข้างทิศใต้ไปจนเกาะแก้วมังกรหนทางจรเจ็ดเดือนไม่เคลื่อนคลา
ไปกลางย่านบ้านเรือนหามีไม่สมุทรไทซึ้งซึกลึกหนักหนา
แต่สำเภาชาวเกาะเมืองลังกาเขาแล่นมามีบ้างอยู่ลางปี
ถ้าเสียเรือเหลือคนแล้วนางเงือกขึ้นมาเลือกเอาไปชมประสมศรี
เหมือนพวกพ้องของข้ารู้พาทีด้วยเดิมทีปู่ย่าเป็นมนุษย์
อายุข้าห้าร้อยแปดสิบเศษจึงแจ้งเหตุแถวทางกลางสมุทร
แม้นจะหนีผีเสื้อด้วยแรงรุทรเห็นไม่สุดสิ้นแดนด้วยแสนไกล
แต่โยคีมีมนต์อยู่ตนหนึ่งอายุถึงพันเศษถือเพทไสย
อยู่เกาะแก้วพิสดารสำราญใจกินลูกไม้เผือกมันพรรณผลา
พวกเรือแตกแขกฝรั่งแลอังกฤษขึ้นเป็นศิษย์อยู่สำนักนั้นหนักหนา
ด้วยโยคีมีมนต์ดลวิชาปราบบรรดาภูตพรายไม่กรายไป
แม้นพระองค์ทรงฤทธิ์จะคิดหนีถึงโยคีเข้าสำนักไม่ตักษัย
เผื่อสำเภาเขาซัดพลัดเข้าไปก็จะได้โดยสารไปบ้านเมือง
แต่ทางไกลไม่น้อยถึงร้อยโยชน์ล้วนเขาโขดคีรีรัตน์ขนัดเนื่อง
กลางคงคาสารพัดจะขัดเคืองจงทราบเบื้องบงกชบทมาลย์
แม้นกำลังดังข้าจะพาหนีเจ็ดราตรีเจียวจึงจะถึงสถาน
อสุรีมีกำลังดังปลาวาฬตามประมาณสามวันจะทันตัว
ถ้าแก้ไขให้นางไปค้างป่าได้ล่วงหน้าไปเสียบ้างจะยังชั่ว
จะอาสาพาไปมิได้กลัวชีวิตตัวบรรลัยไม่เสียดาย
แต่พระองค์ทรงคิดให้รอบคอบถ้าเห็นชอบท่วงทีจะหนีหาย
จึงโปรดใช้ให้องค์พระลูกชายไปหาดทรายหาข้าจะมาฟัง ฯ
๏ พระแจ้งความตามคำเงือกน้ำเล่าค่อยบรรเทาทุกข์สมอารมณ์หวัง
จึงว่าพี่มีคุณน้องสักครั้งให้ได้ดังถ้อยคำที่รำพัน
ซึ่งลูกรักหักหาญให้ท่านโกรธจงงดโทษทำคุณอย่างหุนหัน
ช่วยไปปิดปากถ้ำที่สำคัญจวนสายัณห์ยักษ์มาจะว่าเรา
จึงบัญชาว่าเจ้าสินสมุทรไปช่วยฉุดศิลาใหญ่ขึ้นให้เขา
ขอสมาตาปู่อย่าดูเบาช่วยอุ้มเอาแกออกไปให้สบาย
กับลูกน้อยค่อยพยุงจูงเงือกน้ำมาปากถ้ำแลเห็นวนชลสาย
หวนรำลึกตรึกตรองถึงน้องชายพระฟูมฟายชลนาด้วยอาลัย
แล้วให้ลูกเลิกศิลาเข้ามาปิดเห็นมิดชิดมั่นคงไม่สงสัย
พระกลับมาตาเงือกเสือกลงไปลงที่ในวังวนชลธาร ฯ
๏ ฝ่ายผีเสื้อเมื่อขึ้นจากฝั่งน้ำจะมาถ้ำเที่ยวหาพฤกษาหาร
เก็บลูกไม้ใส่ห่อเห็นพอการทั้งเปรี้ยวหวานสารพัดแล้วลัดมา
เห็นหินปิดเปิดประตูคูหากว้างนิมิตอย่างนางมนุษย์เสนหา
วรพักตร์นารีศรีโสภาลีลามาเข้าในห้องเห็นสององค์
วางลูกไม้ในห่อให้ลูกผัวท้องของตัวเต็มท้องไม่ต้องประสงค์
พระทรงเลือกลูกมะซางปรางมะยงประทานองค์โอรสสู้อดออม
ครั้นพลบค่ำทำรักนางยักษ์ร้ายประคองกายกอดแอบแนบถนอม
ชื่นแต่หน้าอารมณ์นั้นกรมกรอมแต่คิดอ่านหว่านล้อมจะล่อลวง
ไม่เห็นช่องตรองตรึกนึกวิตกทุกข์ในอกนั้นสักเท่าภูเขาหลวง
พระกอดลูกน้อยประทับไว้กับทรวงให้เหงาง่วงงีบหลับระงับไป ฯ
๏ ฝ่ายผีเสื้อเมื่อจะจากพรากลูกผัวแต่พลิกตัวกลิ้งกลับไม่หลับใหล
ให้หมกมุ่นขุ่นคล้ำในน้ำใจจนเสียงไก่แก้วขันสนั่นเนิน
พอม่อยหลับกลับจิตนิมิตฝันว่าเทวัญอยู่ที่เกาะนั้นเหาะเหิน
มาสังหารผลาญถ้ำระยำเยินแกว่งพะเนินทุบนางแทบวางวาย
แล้วอารักษ์ควักล้วงเอาดวงเนตรสำแดงเดชเหาะกลับไปลับหาย
ทั้งกายสั่นพรั่นตัวด้วยกลัวตายพอฟื้นกายก็พอแจ้งแสงตะวัน
จึงก้มกราบบาทบงสุ์พระทรงศักดิ์แล้วนางยักษ์เล่าตามเนื้อความฝัน
ไม่เคยเห็นเป็นวิบัติอัศจรรย์เชิญทรงธรรม์ช่วยทำนายร้ายหรือดี ฯ
๏ พระฟังนางพลางนึกคะนึงหมายซึ่งฝันร้ายก็เพราะจิตเราคิดหนี
เห็นจะไปได้ตลอดรอดชีวีแต่นางผีเสื้อนั้นจะอันตราย
พอได้ช่องลองลวงดูตามเล่ห์สมคะเนจะได้ไปดังใจหมาย
จึงกล่าวแกล้งแสร้งเสเพทุบายเจ้าฝันร้ายนักน้องต้องตำรา
อันเทวัญนั้นคือมัจจุราชจะหมายมาดเอาชีวิตริษยา
แล้วเสแสร้งแกล้งทำบีบน้ำตาอนิจจาใจหายเจียวสายใจ
แม้สิ้นสูญบุญนางในปางนี้ไม่มีที่พึ่งพาจะอาศัย
จะกอดศพซบหน้าโศกาลัยระกำใจกว่าจะม้วยไปด้วยกัน
นึกจะใคร่สะเดาะพระเคราะห์เจ้าพอบรรเทาโทษาที่อาสัญ
เหมือนงอนง้อขอชีวิตแก่เทวัญกลัวแต่ขวัญเนตรพี่จะมิทำ ฯ
๏ นางผีเสื้อเชื่อถือรื้อประณตพระทรงยศจงช่วยชุบอุปถัมภ์
ตามตำราสารพัดไม่ขัดคำช่วยแนะนำอนุกูลอย่าสูญใจ ฯ
๏ พระฟังคำสำราญสำเร็จคิดจึงว่าผิดสายสมรหาสอนไม่
ตำรานั้นแต่ครั้งตั้งเมรุไกรว่าถ้าใครฝันร้ายจะวายปราณ
ให้ไปอยู่ผู้เดียวที่ตีนเขาแล้วอดข้าวอดปลากระยาหาร
ถ้วนสามคืนสามวันจะบันดาลให้สำราญรอดตายสบายใจ ฯ
๏ ฝ่ายว่านางผีเสื้อก็เชื่อถือคิดว่าซื่อสุจริตพิสมัย
จึงตอบว่าถ้ากระนั้นฉันจะไปอยู่เขาใหญ่ในป่าพนาวัน
พระโฉมยงจงอยู่ในคูหาเลี้ยงรักษาลูกน้อยคอยหม่อมฉัน
จะอดใจให้เหมือนคำที่รำพันถ้วนสามวันก็จะมาอย่าอาวรณ์
แล้ววันทาลาองค์พระทรงโฉมปลอบประโลมลูกแก้วแล้วสั่งสอน
อย่าแข็งนักรักตัวกลัวบิดรแม้นไม่นอนมารดาจะมาตี ฯ
๏ สินสมุทรสุดแสนสงสารแม่ด้วยรู้แน่ว่าบิดาจะพาหนี
ให้ห่วงหลังกังวลด้วยชนนีเจ้าโศกีกราบก้มบังคมคัล
บิดาดูรู้แจ้งจึงแกล้งห้ามจะวอนตามเขาไปไยในไพรสัณฑ์
อยู่เป่าปี่ตีเกราะเสนาะครันแล้วรับขวัญลูกน้อยกลอยฤทัย ฯ
๏ นางผีเสื้อเมื่อแรกก็แปลกจิตครั้นทรงฤทธิ์ปลอบลูกชายหายสงสัย
จึงรีบออกนอกคูหาแล้วคลาไคลไปเขาใหญ่ในป่าพนาวัน ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยวิไลโฉมปลอบประโลมลูกชายจะผายผัน
จึงหยิบปี่ที่เป่าเมื่อคราวนั้นเอาผ้าพันผูกดีแล้วลีลา
ให้ลูกรักผลักแผ่นศิลาล้มสมอารมณ์รีบออกนอกคูหา
เลียบลีลาศหาดทรายชายคงคาแลชลาล้วนคลื่นเสียงครื้นโครม ฯ
๏ ฝ่ายเงือกน้ำสำหรับทะเลลึกไม่วายนึกถึงองค์พระทรงโฉม
พอแจ่มแจ้งแสงทองผ่องโพยมปลอบประโลมลูกเมียเข้าเคลียคลอ
จะไปลอยคอยองค์ทรงสวัสดิ์ให้สมนัดซึ่งสัญญาเธอมาหนอ
แล้วออกจากวนวังไม่รั้งรอค่อยเคลื่อนคลายว่ายคลอกันไคลคลา
พอเห็นองค์ทรงยศโอรสราชอยู่ชายหาดพร้อมกันก็หรรษา
จึงชวนลูกสาวนั้นกับภรรยาคลานขึ้นมาชายฝั่งแล้วบังคม ฯ
๏ พงศ์กษัตริย์ทัศนานางเงือกน้อยดูแช่มช้อยโฉมเฉลาทั้งเผ้าผม
ประไพพักตร์ลักษณ์ล้ำล้วนคำคมทั้งเนื้อนมนวลเปล่งออกเต่งทรวง
ขนงเนตรเกศกรอ่อนสะอาดดังสุรางค์นางนาฏในวังหลวง
พระเพลินพิศคิดหมายเสียดายดวงแล้วหนักหน่วงนึกที่จะหนีไป
จึงตรัสว่าตาเงือกมาคอยรับช่างสมกับวาจาจะหาไหน
เราล่อลวงนางผีเสื้อก็เชื่อใจเดี๋ยวนี้ไปแรมทางกลางอรัญ
ช่วยเมตตาพาตรงไปส่งที่พระโยคีมีเวทวิเศษขยัน
กลางคงคาปลาร้ายก็หลายพรรณจะป้องกันภัยพาลประการใด ฯ
๏ เงือกผู้เฒ่าเคารพอภิวาทขอรองบาทบริรักษ์จนตักษัย
เสด็จขึ้นทรงบ่าจะพาไปพระหน่อไทให้ขี่ภริยา
อันอำนาจชาติเชื้อผีเสื้อน้ำปลาไม่กล้ำกรายกลัวทั่วทิศา
ด้วยกลิ่นอายคล้ายท่านผู้มารดาเมื่อจับข้าข้าจึงอ่อนหย่อนกำลัง
สัตว์ในน้ำจำแพ้แก่ผีเสื้อเปรียบเหมือนเนื้อเห็นพยัคฆ์ให้ชักหลัง
อย่าเกรงภัยในชลที่วนวังขึ้นนั่งยังบ่าข้าจะพาไป ฯ
๏ พงศ์กษัตริย์ตรัสชวนสินสมุทรสอนให้บุตรขอสมาอัชฌาสัย
พระทรงบ่าเงือกน้ำงามวิไลพระหน่อไทยขอสมาขึ้นบ่านาง
เงือกประคองสององค์ลงจากฝั่งมีกำลังลีลาศค่อยวาดหาง
ค่อยฟูฟ่องล่องน้ำไปท่ามกลางลูกสาวนางเงือกงามตามลีลา ฯ
๏ พระโฉมยงองค์อภัยมณีนาถเพลินประพาสพิศดูหมู่มัจฉา
เหล่าฉลามล้วนฉลามตามกันมาค่อยเคลื่อนคลาคล้ายคล้ายในสายชล
ฉนากอยู่คู่ฉนากไม่จากคู่ขึ้นฟ่องฟูพ่นฟองละอองฝน
ฝูงพิมพาพาฝูงเข้าแฝงวนบ้างผุดพ่นฟองน้ำบ้างดำจร
กระโห้เรียงเคียงกระโห้ขึ้นโบกหางลอยสล้างกลางกระแสแลสลอน
มังกรเกี่ยวเลี้ยวลอดกอดมังกรประชุมซ่อนแฝงชลขึ้นวนเวียน
ฝูงม้าน้ำทำท่าเหมือนม้าเผ่นขึ้นลอยเล่นเลี้ยวลัดฉวัดเฉวียน
ตะเพียนทองล่องน้ำนำตะเพียนดาษเดียรดูเพลินจนเกินมา
เห็นละเมาะเกาะเขาเขียวชอุ่มโขดตะคุ่มเคียงเคียงเรียงรุกขา
จะเหลียวซ้ายสายสมุทรสุดสายตาจะแลขวาควันคลุ้มกลุ้มโพยม
จะเหลียวดูสุริย์แสงเข้าแฝงเมฆให้วิเวกหวาดองค์พระทรงโฉม
ฟังสำเนียงเสียงคลื่นดังครึ้นโครมยิ่งทุกข์โทมนัสในฤทัยทวี
พอเย็นย่ำค่ำพลบลงโพล้เพล้ท้องทะเลมืดมัวทั่ววิถี
พระห้ามเงือกสองราด้วยปรานีประเดี๋ยวนี้ลมกล้าสลาตัน
เห็นละเมาะเกาะใหญ่ที่ไหนกว้างหยุดเสียบ้างให้สบายจึงผายผัน
เราหนีนางมาได้ก็ไกลครันต่อกลางวันจึงค่อยไปให้สำราญ ฯ
๏ ตาเงือกน้ำซ้ำสอนพระทรงศักดิ์ยังใกล้นักอย่าประมาททำอาจหาญ
นางรู้ความตามมาไม่ช้านานจะพบพานพากันตายวายชีวัน
อันตาข้าถ้าค่ำเห็นสว่างทั้งเดินทางเรี่ยวแรงแข็งขยัน
ถ้าแดดกล้าตามัวเป็นหมอกควันจะผายผันล่วงทางไปกลางคืน
แล้วว่ายแหวกแบกองค์พงศ์กษัตริย์พลางสะบัดโบกหางไปกลางคลื่น
สลาตันลั่นพิลึกเสียงครึกครื้นจนดึกดื่นรีบรุดไม่หยุดเลย
ครั้นรุ่งเช้าเข้าเกาะเสาะลูกไม้พระลูกให้บิตุรงค์ทรงเสวย
เงือกก็หาอาหารกินตามเคยแล้วรีบเลยล่วงไปในคงคา ฯ
๏ ฝ่ายนางผีเสื้อสมุทรที่สุดโง่ไปนั่งโซเซาอยู่ริมภูผา
ขอชีวิตพิษฐานตามตำราต้องอดปลาอดนอนอ่อนกำลัง
ได้สามวันรันทดสลดจิตเจียนชีวิตจะเด็ดดับไม่กลับหลัง
อุตส่าห์ยืนฝืนใจให้ประทังค่อยเซซังซวนทรงไม่ตรงตัว
เห็นลูกไม้ในป่าคว้าเข้าปากกำลังอยากยืนขยอกจนกลอกหัว
ที่มืดหน้าตาลายค่อยหายมัวคิดถึงผัวเหยาะย่างมากลางไพร
ถึงประตูคูหาเห็นเปิดอยู่เอ๊ะอกกูเกิดเข็ญเป็นไฉน
เข้าในห้องมองเขม้นไม่เห็นใครยิ่งตกใจเพียงจะดิ้นสิ้นชีวี
แลดูปี่ที่เป่าเล่าก็หายนางยักษ์ร้ายรู้ว่าพากันหนี
เสียน้ำใจในอารมณ์ไม่สมประดีสองมือตีอกตูมฟูมน้ำตา
ลงกลิ้งเกลือกเสือกกายร้องไห้โร่เสียงโฮโฮดังก้องห้องคูหา
พระรูปหล่อพ่อคุณของเมียอาควรหรือมาทิ้งขว้างหมองหมางเมีย
ทั้งลูกน้อยกลอยใจไปด้วยเล่าเหมือนควักเอาดวงใจน้องไปเสีย
น้องร้อนรุ่มกลุ้มใจดังไฟเลียทูนหัวเมียช่างไม่ไว้อาลัยเลย
ถึงแปดปีนี่แล้วไม่แคล้วคลาดเคยร่วมอาสน์อกอุ่นพ่อคุณเอ๋ย
ตั้งแต่นี้น้องจะได้ผู้ใดเชยเหมือนพระเคยคู่เคียงเมื่อเที่ยงคืน
เสียแรงรักหนักหนาอุตส่าห์ถนอมสู้อดออมสารพัดไม่ขัดขืน
ช่างกระไรใจจืดไม่ยืดยืนนางสะอื้นอ้าปากจนรากเรอ
ด้วยแรงน้อยถอยทบสลบหลับแล้วก็กลับพลิกฟื้นตื่นเผยอ
ร้องเรียกลูกผัวเฟือนเหมือนละเมอไม่เห็นเธอทอดกายดังวายปราณ
ระกำอกหมกมุ่นหุนพิโรธกำลังโกรธกลับแรงกำแหงหาญ
ประหลาดใจใครหนอมาก่อการช่างคิดอ่านเอาคู่ของกูไป
ศิลานี้ที่มนุษย์จะเปิดนั้นสักหมื่นพันก็ไม่อาจจะหวาดไหว
ยักขินีผีสางหรืออย่างไรมาพาไปไม่เกรงข่มเหงกู
พลางรำพึงถึงจะไปไม่ไกลนักจะตามหักคอกินเหมือนชิ้นหมู
โมโหหุนผลุนออกนอกประตูเที่ยวตามดูรอยลงในคงคา
กระโดดโครมโถมว่ายสายสมุทรอุตลุดดำด้นเที่ยวค้นหา
ไม่เห็นผัวคว้าไปได้แต่ปลาควักลูกตาสูบเลือดด้วยเดือดดาล
ค่อยมีแรงแผลงฤทธิ์คำรนร้องตะโกนก้องเรียกหาโยธาหาญ
ฝ่ายปีศาจราชทูตภูตพรายพาลอลหม่านขึ้นมาหาในสาชล
อสุรีผีเสื้อจึงซักถามมึงอยู่ตามเขตแขวงทุกแห่งหน
เห็นมนุษย์นวลละอองทั้งสองคนมาในวนวังบ้างหรืออย่างไร ฯ
๏ ผ่ายพวกผีที่อยู่ทิศทักษิณครั้นได้ยินจึงแจ้งแถลงไข
เห็นเงือกพามนุษย์รีบรุดไปข้างทิศใต้แต่เมื่อคืนวานซืนนี้
ข้านึกร้ายหมายจะตามก็ขามเด็กด้วยลูกเล็กเหลือตัวไม่กลัวผี
เห็นจะไปได้ครันจนวันนี้ด้วยท่วงทีรีบร้อนไม่นอนใจ ฯ
๏ นางผีเสื้อเหลือโกรธโลดทะลึ่งโตดังหนึ่งยุคุนธร์ขุนไศล
ลุยทะเลโครมครามตามออกไปสมุทรไทแทบจะล่มถล่มทลาย
เหล่าละเมาะเกาะขวางหนทางยักษ์ภูเขาหักหินหลุดทรุดสลาย
เสียงครึกครื้นคลื่นคลุ้มขึ้นกลุ้มกายผีเสื้อร้ายรีบรุดไม่หยุดยืน ฯ
๏ ฝ่ายพระอภัยมณีซึ่งหนียักษ์กับลูกรักเงือกน้ำไปตามคลื่น
บรรลุทางกลางชลาได้ห้าคืนเห็นทะมื่นมาข้างหลังดังสะเทือน
จึงถามเงือกว่าไฉนจึงไหวหวั่นสลาตันลมใหญ่ก็ไม่เหมือน
ไม่เห็นแสงสุริยันตะวันเดือนเป็นคลื่นเคลื่อนคลอนลั่นสนั่นดัง ฯ
๏ ฝ่ายเงือกน้ำสำเหนียกแน่ในจิตคือว่าฤทธิ์ยักษ์ร้ายมาภายหลัง
ด้วยเดชนางยักษ์ขินีมีกำลังชีวิตครั้งนี้เห็นไม่เป็นตน
จึงทูลองค์พระอภัยว่าใช่อื่นเสียงครึกครื้นมารนางมากลางหน
คงทันกันวันนี้หนีไม่พ้นเห็นสุดจนจำม้วยลงด้วยกัน ฯ
๏ พระอภัยใจหายไม่วายเหลียวให้เปล่าเปลี่ยวนัยนาเพียงอาสัญ
แต่มานะกษัตริย์สู้กัดฟันอุตส่าห์กลั้นกลืนน้ำตาแล้วพาที
จะไปไหนไม่พ้นผีเสื้อน้ำวิบากกรรมก็จะสู้อยู่เป็นผี
ท่านส่งเราเข้าที่เกาะละเมาะนี้แล้วรีบหนีไปในน้ำแต่ลำพัง
แล้วว่าแก่สินสมุทรสุดที่รักแม้นนางยักษ์จะมารับจงกลับหลัง
อันตัวพ่อขอตายวายชีวังกันแสงสั่งลูกยาด้วยอาลัย ฯ
๏ สินสมุทรมิได้กลัวกลับหัวร่อลูกไม่ขอจากพระองค์อย่าสงสัย
แม้มารดามาตามจะห้ามไว้พระรีบไปก่อนข้าอย่าปรารมภ์
ลูกจะค่อยลอยตามแต่ห่างห่างอยู่ต้นทางจะได้พบประสบสม
แล้วเผ่นโผนโจนลงทะเลลมพระปรารมภ์เรียกไว้ก็ไม่ฟัง
เที่ยวดำด้นค้นหามัจฉาใหญ่พอจับได้ปลาอินทรีขึ้นขี่หลัง
เสียงโผงผางกลางน้ำแต่ลำพังค่อยลอยรั้งรอมาในวาริน ฯ
๏ ฝ่ายผีเสื้อสมุทรไม่หยุดหย่อนครั้นลุยอ่อนอุตส่าห์ว่ายสายกระสินธุ์
กำลังน้อยถอยถดด้วยอดกินเจียนจะสิ้นชีวาในสาคร
ได้สามวันทันผัวกับลูกน้อยเห็นเลื่อนลอยลิบลิบยิ่งถีบถอน
กระโจมโจนโผนโผชโลทรคลื่นกระฉ่อนฉาดฉานสะท้านมา ฯ
๏ ฝ่ายเงือกน้ำกำลังก็สิ้นสุดครั้นจะหยุดยักษ์ไล่ใกล้นักหนา
เรียกลูกสาวคราวนี้พ่อจะมรณาเจ้าช่วยพาภูวไนยไปให้พ้น
นางเงือกน้อยสร้อยเศร้าเข้ามาผลัดแบกกษัตริย์ว่ายเสือกเสลือกสลน
กำลังสาวคราวด่วนด้วยจวนจนออกกลางชลโบกหางผางผางไป ฯ
๏ สินสมุทรหยุดอยู่ดูนางยักษ์เห็นผิดพักตร์มารดาน่าสงสัย
ด้วยเห็นแม่แต่รูปนิมิตไว้สงสัยใจออกขวางกลางคงคา
แล้วร้องถามตามประสาเป็นทารกนี่สัตว์บกหรือสัตว์น้ำดำนักหนา
โจนกระโจมโครมครามตามเรามาจะเล่นข้าท่าไรจะใคร่รู้ ฯ
๏ ฝ่ายนางอสุรีผีเสื้อน้ำได้ยินคำโอรสนึกอดสู
เป็นห่วงผัวมัวแลชะแง้ดูไม่เห็นอยู่ด้วยกันนี่ฉันใด
หรือจวนตัวกลัวเมียไปเสียก่อนหรือซุ่มซ่อนอยู่เกาะละเมาะไหน
จำจะปลอบโดยดีแม้นมิไปจึงจะได้จับกุมตะลุมบอน
จึงตอบโต้โป้ปดโอรสราชมิใช่ชาติยักษ์มารชาญสมร
เจ้าแปลกหรือคือนี่แลมารดรเมื่อนั่งนอนอยู่ในถ้ำไม่จำแลง
ออกเดินทางอย่างนี้ต้องนิมิตรูปจึงผิดไปกว่าเก่าเจ้าจึงแหนง
ไม่ปิดงำอำพรางอย่าคลางแคลงแม่แกล้งแปลงตัวตามเจ้างามมา
ไหนพ่อเจ้าเล่าแม่ไม่แลเห็นอย่างหลงเล่นจงไปอยู่ในคูหา
แต่จากอกหกวันแล้วขวัญตาขอมารดาอุ้มหน่อยเถิดกลอยใจ ฯ
๏ สินสมุทรฟังเสียงสำเนียงแน่รู้ว่าแม่มั่นคงไม่สงสัย
ดูรูปร่างอย่างเปรตสมเพชใจช่างกระไรราศีไม่มีงาม
กระนี้หรือพระบิดามิน่าหนีทั้งท่วงทีไม่สุภาพทำหยาบหยาม
จำจะบอกหลอกลวงหน่วงเนื้อความอย่าให้ตามเข้าไปชิดพระบิดา
จึงเสแสร้งแกล้งว่าข้าไม่เชื่อจะฉีกเนื้อกินเล่นเป็นภักษา
ถ้าเป็นแม่แน่กระนั้นจงกรุณาอย่างตามมามุ่งหมายให้วายปราณ
ด้วยองค์พระชนนีเป็นผีเสื้ออันชาติเชื้ออยู่ถ้ำลำละหาน
พระบิดรร้อนรนทนทรมานเคยอยู่บ้านเมืองมนุษย์สุดสบาย
คิดถึงวงศ์พงศาคณาญาติจึงสามารถมานี่ไม่หนีหาย
เห็นมารดรซ่อนตัวด้วยกลัวตายลูกจึงว่ายน้ำอยู่แต่ผู้เดียว
ประทานโทษโปรดปล่อยไปหน่อยเถิดที่ละเมิดแม่คุณอย่าฉุนเฉียว
ลูกขอลาฝ่าธุลีสักปีเดียวไปท่องเที่ยวหาประเทศเขตนคร
แม้พบอาย่าปู่อยู่เป็นสุขบรรเทาทุกข์ภิญโญสโมสร
จึงจะชวนบิตุเรศเสด็จจรมาสถานมารดรไม่นอนใจ ฯ
๏ อสุรีผีเสื้อไม่เชื่อถ้อยนึกว่าน้อยหรือตอแหลมาแก้ไข
แกล้งดับเดือดเงือดงดอดฤทัยทำปราศรัยเสียงหวานด้วยมารยา
ถ้าแม้นแม่แต่แรกรู้กระนี้ชนนีก็จะได้ไม่เที่ยวหา
นี่นึกแหนงแคลงความจึงตามมาไม่โกรธาทูนหัวอย่ากลัวเลย
จะไปไหนไม่ห้ามจะตามส่งไหนทรงฤทธิ์บิตุรงค์เล่าลูกเอ๋ย
แม่ขอพบพูดจาประสาเคยแล้วทรามเชยจึงค่อยพาบิดาไป ฯ
๏ สินสมุทรสุดฉลาดไม่อาจบอกยังซ้ำหลอกลวงแม่พูดแก้ไข
มิใช่การมารดาจะคลาไคลขอเชิญไปอยู่ในถ้ำให้สำราญ
ซึ่งจะให้ไปบอกออกมาหาบิดาข้าขี้ขลาดไม่อาจหาญ
พระแม่อย่าทารกรรมให้รำคาญไม่ช้านานบิตุรงค์คงจะมา ฯ
๏ อสุรีผีเสื้อเหลือจะอดแค้นโอรสราวกับไฟไหม้มังสา
ช่างหลอกหลอนผ่อนผันจำนรรจาแม้นจะว่าโดยดีเห็นมิฟัง
จะจับไว้ให้พาไปหาพ่อแล้วหักคอเสียให้ตายเมื่อภายหลัง
โกรธตวาดผาดเสียงสำเนียงดังน้อยหรือยังโหยกเหยกเด็กเกเร
ช่างว่ากล่าวราวกับกูไม่รู้เท่ามาพูดเอาเปรียบผู้ใหญ่ทำไพล่เผล
เอาบิดรซ่อนไว้ในทะเลทำโว้เว้ว่ากล่าวให้ยาวความ
ยิ่งปลอบโยนโอนอ่อนยิ่งหลอนหลอกแม้นไม่บอกโดยดีจะตีถาม
พลางโผโผนโจนโจมเสียงโครมครามเข้าไล่ตามคลุกคลีตีไปพลาง
สินสมุทรผุดออกนอกรักแร้แล้วล่อแม่ตบหัตถ์ผัดผางผาง
แกล้งหลบลี้หนีวนไปต้นทางหมายให้ห่างพระบิดาได้คลาไคล
นางผีเสื้อเหลือแค้นแสนสาหัสแต่ฉวยพลัดแพลงคลื่นลื่นไถล
อุตลุดผุดดำปล้ำกันไปเหมือนเล่นไล่ตามละเมาะทุกเกาะเกียน
ถึงเขาใหญ่ในน้ำง้ำชะเงื่อมพระหลบเลื่อมเลี้ยวลัดฉวัดเฉวียน
เข้าหาดทรายชายตื้นขึ้นบนเตียนเที่ยววิ่งเวียนวนรอบขอบคิรี
เห็นมารดาล่าลับแล้วยับยั้งแกล้งถอยหลังลงน้ำแล้วดำหนี
ไม่พ่นผุดรุดไปในนทีตั้งภักดีตามติดพระบิดร ฯ
๏ ฝ่ายผีเสื้อเมื่อลูกลอบลงน้ำพอจวนค่ำคิดว่าวิ่งขึ้นสิงขร
ด้วยใจนางคิดว่าพาบิดรมาซุ่มซ่อนอยู่ที่นี่จึงหนีมา
เที่ยวแลรอบขอบเขาเงาชะงุ้มยิ่งมืดคลุ้มก็ยิ่งคลั่งตั้งแต่หา
เสียงคลื่นโครมโถมตะครุบก้อนศิลาจนหน้าตาแตกยับลงสับเงา
แล้วลุกขึ้นยืนชะโงกโยกสิงขรจนโคลงคลอนเคลื่อนดังทั้งภูเขา
ยิ่งมืดค่ำสำเหนียกร้องเรียกเดาไม่พ้นเราเร่งมาหาโดยดี
เห็นไม่ขานมารร้ายทลายซ้ำเขาระยำย่อยยับดังสับสี
ไม่พบเห็นเป็นเพลาเข้าราตรีอสุรีเหลือแค้นเน่นอุรา
ช่างชาติชั่วหัวกระดูกลูกตอแหลลวงให้แม่หลงกลเที่ยวค้นหา
เออกระนั้นมันจึงทบตลบมาให้บิดาเลยไปเสียไกลแล้ว
ดำริพลางนางมารอ่านพระเวทให้สองเนตรโชติช่วงดังดวงแก้ว
แลเขม้นเห็นไปไวแววแววอยู่โน่นแล้วลุยตามโครมครามไป ฯ
๏ หน่อนรินทร์สินสมุทรไม่หยุดยั้งรีบมาทั้งคืนค่ำในน้ำไหล
จนแจ่มแจ้งสุริโยอโณทัยเห็นเงือกใหญ่ยายตายังล้านัก
จึงว่ารีบถีบถอนไปก่อนท่านโน่นนางมารหนุนไล่มาใกล้หนัก
แล้วว่ายรอคลอไปพอได้พักพอนางยักษ์ทันโถมกระโจมมา
พระลูกหลบพบเงือกจะเสือกหนีเหยียบขยี้สองแขนแน่นนักหนา
ตะคอกถามตามโมโหที่โกรธาไยมึงพาผัวพรากมาจากกู
เดี๋ยวนี้องค์พระอภัยอยู่ไหนเล่าไม่บอกเราหรือกระไรทำไขหู
จะควักเอานัยนาออกมาดูตะคอกขู่คุกถามคำรามรน ฯ
๏ ทั้งสองเงือกเสือกกายหมายไม่รอดถึงม้วยมอดมิให้แจ้งแห่งนุสนธิ์
จึงกล่าวแกล้งแสร้งเสด้วยเล่ห์กลเธออยู่บนเขาขวางริมทางมา
ข้าจะพาไปจับจงกลับหลังให้ได้ดังมุ่งมาดปรารถนา
ไม่เหมือนคำรำพันที่สัญญาจงเข่นฆ่าให้เราม้วยไปด้วยกัน ฯ
๏ อสุรีผีเสื้อก็เชื่อถือยุดเอามือขวาซ้ายให้ผายผัน
เงือกก็พามาถึงได้ครึ่งวันแกล้งรำพันพูดล่อให้ต่อไป
นางผีเสื้อเบื่อหูรู้เท่าถึงจึงว่ามึงตอแหลมาแก้ไข
มาถึงนี่ชี้โน่นเนื่องกันไปแกล้งจะให้ห่างผัวไม่กลัวกู
แล้วนางยักษ์หักขาฉีกสองแขนไม่หายแค้นเคี้ยวกินสิ้นทั้งคู่
แล้วกลับตามข้ามทางท้องสินธูออกว่ายวู่แหวกน้ำด้วยกำลัง ฯ
๏ ฝ่ายกุมารสินสมุทรไม่หยุดหย่อนตามบิดรทันสมอารมณ์หวัง
จึงเล่าความตามติดไม่ปิดบังพระทรงฟังลูกชายค่อยคลายใจ
พอเห็นเงาเขาขวางอยู่กลางน้ำพิลึกล้ำกว่าคิรีที่ไหนไหน
จึงถามนางเงือกน้อยกลอยฤทัยเกาะอะไรแก้วตาตรงหน้าเรา ฯ
๏ นางเงือกน้ำบอกสำคัญว่านั่นแล้วคือเกาะแก้วพิสดารเป็นชานเขา
พระฟังนางสร่างโศกค่อยบรรเทาจึงว่าเราเห็นจะรอดไม่วอดวาย
แล้วพิศดูภูผาศิลาเสื่อมชะโงกเงื้อมน้ำวลชลสาย
แลลิบลิบหลังคาศาลารายมีเสาหงส์ธงปลายปลิวระยับ
พระยินดีชี้บอกสินสมุทรโน่นแน่กุฏิ์มุงกระเบื้องเหลืองสลับ
พระหน่อน้อยค่อยเรียงเคียงคำนับหมายประทับที่เสาหงส์ตรงเข้ามา ฯ
๏ ฝ่ายโยคีที่อยู่บนภูเขากับคนเหล่าเหลือตายหลายภาษา
ทั้งจีนจามพราหมณ์แขกไทยชวาวิลันดาฝรั่งพรั่งพร้อมกัน
เป็นร้อยคนปรนนิบัติอยู่เช้าค่ำบ้างต้มน้ำเก็บลูกไม้มาให้ฉัน
เป็นเหล่าล้อมพร้อมหน้าเวลานั้นบ้างนวดฟั้นปรนนิบัตินั่งพัดวี
พอบ่ายเบี่ยงเสียงคลื่นดังครื้นครึกอึกทึกมาข้างหน้าคิรีศรี
ครั้นดูลมก็ไม่พัดสงัดดีพระโยคีจับยามตามตำรา
แล้วบอกศิษย์ซึ่งนั่งอยู่ทั้งหลายวันนี้ชายมีศักดิ์จักมาหา
ผีเสื้อน้ำทำฤทธิ์ติดตามมาเสียงชลาเลื่อนลั่นสนั่นดัง
จำจะไปคอยดูอยู่ที่หาดช่วยตวาดขู่ขับให้กลับหลัง
ฉวยไม้เท้าก้าวย่างจากบัลลังก์แขกฝรั่งพรั่งพร้อมล้อมลีลา
ถึงหาดกว้างทางแลกระแสสมุทรเห็นมนุษย์ไรไรไหลนักหนา
ผีเสื้อน้ำทำฤทธิ์ติดตามมาเวทนาแลดูอยู่ทุกคน ฯ
๏ พระอภัยมณีเห็นผีเสื้อความกลัวเหลือว่ายคว้างอยู่กลางหน
ยักษ์กระโจมโถมจับแทบอับจนพอเห็นคนอยู่ที่หาดตวาดครืน
เข้าถึงที่ผีเสื้อก็ถึงด้วยกระชั้นฉวยผิดเสือกเกลือกเข้าตื้น
พอโยคีมีคาถาลงมายืนผีเสื้อตื่นตัวสั่นขยั้นยั้ง
พระอภัยภูมินทร์กับสินสมุทรช่วยกันฉุดนางเงือกเสือกเข้าฝั่ง
แล้วกราบกรานโยคีมีกำลังแขกฝรั่งพรั่งพร้อมล้อมพูดจา ฯ
๏ พระโยคีมีจิตคิดสงสารจึงว่าท่านหนีตายหมายมาหา
เราลงมาคอยช่วยด้วยเมตตาแต่กิจจาไม่กระจ่างยังคลางแคลง ฯ
๏ พระอภัยได้สดับสุนทรถามจึงยกความก่อนเก่าเล่าแถลง
จะหนีนางกลางสมุทรก็สุดแรงรำพันแจ้งความจริงทุกสิ่งไป
แล้ววอนว่าข้ากับโอรสราชจะรองบาทประดิพัทธ์จนตัดษัย
ขอพระองค์ทรงธรรม์ช่วยกันภัยแต่พอได้หยุดหย่อนผ่อนสบาย ฯ
๏ พระโยคีมีญาณว่าหลานรักจงสำนักอยู่ให้สมอารมณ์หมาย
อันยักษีผีสางสมุทรพรายมาถูกทรายชายหาดก็ขาดใจ
เราลงเลขเสกทำไว้สำเร็จดังเขื่อนเพชรภูตปีศาจไม่อาจใกล้
มันอยู่แต่ห่างห่างช่างเป็นไรทำไม่ได้นัดดาเจ้าอย่ากลัว ฯ
๏ ฝ่ายผีเสื้อเหลือโกรธโลดทะลึ่งเสียงโผงผึงเผ่นโผนตะโกนผัว
เหตุไฉนไปนั่งกำบังตัวเชิญทูนหัวเยี่ยมหน้ามาหาน้อง
นิจจาเอ๋ยเคยอยู่เป็นคู่ชื่นทุกวันคืนค่ำเช้าไม่เศร้าหมอง
จนมีลูกปลูกเลี้ยงเคียงประครองมิให้ข้องเคืองขัดพระอัชฌา
อยู่ดีดีหนีเมียมาเสียได้เสียน้ำใจน้องรักเป็นนักหนา
จึงอุตส่าห์พยายามสู้ตามมาขอเป็นข้าบาทบงสุ์พระทรงธรรม์
พระเสด็จไปไหนจะไปด้วยเป็นเพื่อนม้วยภัสดาจนอาสัญ
ประทานโทษโปรดเลี้ยงแต่เพียงนั้นอย่าบากบั่นความรักน้องนักเลย ฯ
๏ พระอภัยใจอ่อนถอนสะอื้นอุตส่าห์ฝืนพักตร์ว่านิจจาเอ๋ย
แม่ผีเสื้อเมื่อไม่เห็นในใจเลยพี่ไม่เคยอยู่ในถ้ำให้รำคาญ
คิดถึงน้องสองชนกที่ปกเกล้าจะสร้อยเศร้าโศกาน่าสงสาร
ด้วยพลัดพรากจากมาเป็นช้านานไม่แจ้งการว่าข้างหลังเป็นอย่างไร
จึงจำร้างห่างห้องให้น้องโกรธจงงดโทษพี่ยาอัชฌาสัย
แม้นไปได้ก็จะพาแก้วตาไปนี่จนใจเสียด้วยนางต่างกระกูล
พี่มนุษย์สุดสวาทเป็นชาติยักษ์จงคิดหักความสวาทให้ขาดสูญ
กลับไปอยู่คูหาอย่าอาดูรจงเพิ่มพูนภาวนารักษาธรรม์
อย่าฆ่าสัตว์ตัดชีวิตพิษฐานหมายวิมานเมืองแมนแดนสวรรค์
จะเกิดไหนขอให้พบประสบกันอย่าโศกศัลย์แคล้วคลาดเหมือนชาตินี้
พี่ขอบุตรสุดใจเอาไปด้วยเป็นเพื่อนม้วยเหมือนสุดามารศรี
ขอลาแก้วแววตาไปธานีอย่าราคีขุ่นข้องให้หมองมัว ฯ
๏ ผีเสื้อน้ำซ้ำวอนด้วยอ่อนหวานไม่โปรดปรานอนุกูลเลยทูนหัว
ถ้าทิ้งไว้ไหนน้องจะครองตัวทั้งจากผัวจากบุตรสุดอาลัย
มิขออยู่สู้ตายวายชีวิตไม่เห็นจิตน้องรักจะตักษัย
เชิญพระองค์ลงมาชลาลัยเมียจะให้มนต์เวทวิเศษครัน
แล้วร้องเรียกลูกยามาด้วยพ่อแม่จะขออำลาเจ้าอาสัญ
อย่าสงสัยใจจริงทุกสิ่งอันไม่รำพันพูดลวงเจ้าดวงใจ ฯ
๏ สินสมุทรสุดแสนสงสารแม่ชำเลืองแลดูหน้าน้ำตาไหล
จึงกราบกรานมารดาแล้วว่าไปจะเข้าใกล้ทูนหัวลูกกลัวนัก
เมื่อวานนี้ตีข้าน้อยไปหรือระบมมือเหมือนกระดูกลูกจะหัก
ซึ่งรักลูกลูกก็รู้อยู่ว่ารักมิใช่จักลืมคุณกรุณา
ถึงตัวไปใจลูกยังผูกคิดพอปลดปลิดเปลื้องธุระจะมาหา
อย่ากริ้วโกรธโปรดปรานเถิดมารดาไปไสยาอยู่ในถ้ำให้สำราญ ฯ
๏ ฝ่ายโยคีมียศพจนารถให้โอวาทนางยักษ์ไม่หักหาญ
จงตัดบ่วงห่วงใยอาลัยลานอย่าปองผลาญลูกผัวของตัวเลย
ทั้งนี้เพราะเคราะห์กรรมทำให้วุ่นจึงสิ้นบุญวาสนาสีกาเอ๋ย
เห็นมิได้ไปอยู่เป็นคู่เชยด้วยสองเคยปลูกเลี้ยงกันเพียงนั้น
อย่าควรคิดติดตามด้วยความโกรธจะเป็นโทษกับสีกาเมื่ออาสัญ
จงยับยั้งฟังคำรูปรำพันไปสวรรค์นฤพานสำราญใจ ฯ
๏ นางผีเสื้อเหลือโกรธพิโรธร้องมาตั้งซ่องศีลจะมีอยู่ที่ไหน
ช่างเฉโกโยคีหนีเขาใช้ไม่อยู่ในศีลสัตย์มาตัดรอน
เขาว่ากันผัวเมียกับแม่ลูกยื่นจมูกเข้ามาบ้างช่วยสั่งสอน
แม้นคบคู่กูไว้มิให้นอนจะรานรอญรบเร้าเฝ้าตอแย
แล้วชี้หน้าด่าอึงหึงนางเงือกทำซบเสือกสอพลออีตอแหล
เห็นผัวรักยักคอทำท้อแท้พ่อกับแม่มึงเข้าไปอยู่ในท้อง
ทำปั้นเจ๋อเย่อหยิ่งมาชิงผัวระวังตัวมึงให้ดีอีจองหอง
พลางเข่นเขี้ยวเคี้ยวกรามคำรามร้องเสียงกึกก้องโกลาลูกตาโพลง ฯ
๏ พระโยคีชี้หน้าว่าอุเหม่ยังโว้เว้วุ่นวายอีตายโหง
เพราะหวงผัวมัวเมาเฝ้าตะโกรงว่ากูโกงมึงก็ตกนรกเอง
อียักษาตาโตโมโหมากรูปก็กากปากก็เปราะไม่เหมาะเหมง
นมสองข้างอย่างกระโปรงดูโตงเตงผัวของเองเขาระอาไม่น่าชม
จึงหนีมาอาศัยกูให้อยู่มิใช่กูรู้เห็นเท่าเส้นผม
มาตีชาว่ากูผิดในกิจกรมจะให้สมน้ำหน้าสาแก่ใจ
แล้วเสกทรายปรายขว้างมากลางคลื่นดังลูกปืนยิงยักษ์ให้ตักษัย
ผีเสื้อกลัวตัวสั่นเพียงบรรลัยก็หลบไปตามวนชลธาร ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ