ตอนที่ ๓๓ ย่องตอดสะกดทัพ

๏ ฝ่ายลูกสาวเจ้าเมืองมีเครื่องครบ รื้อตลบสั่งให้กันกั้นตาไข่
คิดขวางทางข้างบนเป็นกลไก ใครเข้าไปติดตึงเหมือนตรึงตรา
พอเห็นเขาเอาศพมาเสียบไว้ นางจำได้แทบจะดิ้นสิ้นสังขาร์
บังอลูมูรหุ่มขุนมาตา แต่บิดายังไม่เห็นว่าเป็นตาย
ทั้งยันตังสั่งไว้ยังไม่กลับ หรือเสียทัพท่วงทีจะหนีหาย
ยังคิดเห็นเป็นว่ารอดไม่วอดวาย เที่ยวเดินกรายตรวจพลสกลไกร ฯ
๏ ฝ่ายสามพราหมณ์สามทัพไม่ยับยั้ง หมายจะพังป้อมประตูเข้าสู้ไล่
ให้เอาโซ่ทำขั้นเป็นบันได ขึ้นชิงชัยชาวพลบนกำแพง
พวกฝรั่งทั้งสิ้นเอาหินทิ้ง บ้างยืนยิงปืนสั้นเกาทัณฑ์แผลง
แต่หักหาญราญรอนจนอ่อนแรง ฝรั่งแทงล้มตายเสียหลายคน ฯ
๏ สินสมุทรหยุดอยู่ดูทัพหน้า เห็นโยธาถอยกลับวิ่งสับสน
ลงจากสิงห์วิ่งไล่พวกไพร่พล เข้ารุมปล้นป้อมค่ายขึ้นป่ายปีน
ทหารปืนยื่นโซ่ขึ้นโย้แย่ง ฝรั่งแทงฟันฟาดขาดเป็นสีน
พระหน่อไทไล่ตามแขกจามจีน แล้วพลอยปีนป้อมกำแพงมันแทงฟัน
เสียงฮึกฮักชักโซ่โล้ทะลึ่ง พลัดตกตึงเต้นโลดโดดถลัน
ทั้งสามพราหมณ์ตามกลุ้มเข้ารุมรัน เสียงครื้นครั่นกราววิ่งเข้าชิงชัย ฯ
๏ ฝ่ายลูกสาวเจ้าเมืองเยื้องขยับ เห็นนายทัพแทงฟันไม่หวั่นไหว
ถือธนูอยู่พอพระหน่อไท เข้ามาใกล้น้าวสายหมายสำคัญ
ลั่นลูกออกตรอกโอษฐ์กระโดดดิ้น พลัดตกดินแทบชีวาจะอาสัญ
ชักลูกดอกออกภาวนาพลัน ที่แผลนั้นหายเหตุด้วยเวทมนตร์
ยิ่งคิดแค้นแหงนดูเห็นผู้หญิง ลุกขึ้นวิ่งขับทัพเข้าสับสน
พอหุ้มห้อมล้อมกันขึ้นชั้นบน เข้าใกล้กลไกกางตารางคลุม
จึงครอบครุบหุบเอาพลทมิฬ มันยกหินหอบกลิ้งมาทิ้งทุ่ม
เปิดประตูจั่นหับออกจับกุม พรูกันกลุ้มคลุกคลีเข้าตีรัน ฯ
๏ สินสมุทรฉุดฉีกจะหลีกลอด บ่าวมันกอดกลมกลัดฮึดฮัดหัน
พอทัพพระอนุชายกมาทัน ช่วยแก้กันออกไปทั้งไพร่นาย
พอพลบค่ำคล้ำคลุ้มชอุ่มอับ พวกกองทัพถอยหลังมาตั้งค่าย
ทุกหมู่หมวดตรวจเกณฑ์ตระเวนราย ฝ่ายตัวนายพร้อมนึกปรึกษาการ
อันกลไกอ้ายฝรั่งหลายอย่างนัก จะโหมหักตีเมืองเปลืองทหาร
กลศึกตรึกตรองลองวิจารณ์ ใครคิดอ่านเห็นบ้างเป็นอย่างไร ฯ
๏ เจ้าโมราว่าจะผูกเรือยนต์รบ บรรจุครบพลนิกายทั้งนายไพร่
แล่นไปตามข้ามภูเขาเข้าข้างใน เห็นจะได้โดยง่ายไม่หลายวัน
ต่างเห็นพร้อมยอมจิตเหมือนคิดอ่าน วิชาการกลเรือเหลือขยัน
จะแต่งไพร่ไว้บ้างข้างประจัญ ปรึกษากันตรวจตราในราตรี ฯ
๏ ฝ่ายลูกสาวเจ้าเมืองเป็นแม่ทัพ เห็นศึกกลับออกไปได้ยังไม่หนี
ให้รีบร้อนต้อนเหล่าชาวบุรี ขึ้นหน้าที่พร้อมทหารเป็นการจวน
ประหลาดจิตบิดาหามาไม่ คิดสงสัยเศร้าสร้อยละห้อยหวน
จะรอรั้งอยู่ที่นี่ก็มิควร เป็นการจวนจึงปรึกษาเสนานาย
บอกหนังสือชื่อนางอยู่ต่างพ่อ ให้ส่งต่อตามระยะไปถวาย
คนเร็วรับขับม้าจนตาลาย ถึงบ้านรายรับกันเป็นหลั่นไป
อันเยี่ยงอย่างข้างฝรั่งนั้นอย่างนั้น ทางสามวันวันหนึ่งเดินถึงได้
แต่ลังกามาด่านปราการไพร ประมาณได้สามวันดังพรรณา ฯ
๏ ฝ่ายยันตังอังกฤษไม่คิดยาก รีบบั่นบากมาตะบึงถึงเข้าหา
เอาหัวครูชูถวายนางวัณฬา เล่ากิจจาทูลแถลงให้แจ้งการ ฯ
๏ นางละเวงเพ่งพิศคิดสังเวช น้ำพระเนตรหลั่งลงน่าสงสาร
เพราะสัตย์ซื่อถือนายสู้วายปราณ โปรดประทานศพไว้ให้ยันตัง
เลื่อนศีรษะเป็นพระอุปราช บรรจุไว้ในปราสาทบาทหลวงฝัง
แล้วปรึกษาข้าเฝ้าเล่าให้ฟัง อยู่ข้างหลังเสียด่านแล้วป่านนี้
พอผู้ถือหนังสือมาพาเข้าเฝ้า ในบอกว่าข้าพเจ้ารำภาสะหรี
รักษาด่านราญรบตลบตี ผลาญไพรีล้มตายลงหลายพัน
จะคิดตามขามจนด้วยพลน้อย ข้าศึกถอยรอรั้งออกตั้งมั่น
ประมาณสี่สิบเส้นพอเห็นกัน บิดานั้นหายไปยังไม่มา
แม้นมิช่วยให้ทันในวันรุ่ง จะรบพุ่งศึกเสือเหลือรักษา
จะเสียด่านบ้านเมืองเคืองบาทา ชีวิตข้าทั้งหลายจะวายปราณ ฯ
๏ นางทรงฟังสรรเสริญว่าเกินหญิง ขยันยิ่งเสียกว่าชายนายทหาร
ให้ตั้งนางต่างบิดาบัญชาการ เป็นผู้ผ่านพารารักษาเมือง
ทั้งเครื่องยศกลดกระบี่มีสำหรับ หมวกประดับขนนกการเวกเหลือง
เสื้อสุหร่ายลายทองดูรองเรือง ทั้งเกราะเครื่องแต่งรบมีครบครัน
อ้ายยันตังตั้งให้เป็นปลัดด่าน คุมทหารหมื่นหนึ่งดูขึงขัน
แต่งขุนนางให้วิรุญกับกุนตัน ล้วนล่ำสันสูงพีมีกำลัง
รีบยกพลคนละหมื่นถือปืนผา ไปรักษาด่านไว้เหมือนใจหวัง
ฝ่ายวิรุญกุนตันกับยันตัง ต่างรับสั่งเสร็จความทั้งสามนาย
บังคมลาพาพลคนละหมื่น ทั้งกลางคืนกลางวันรีบผันผาย
สองวันครึ่งถึงด่านดงตาลราย เข้าทางท้ายเมืองมาหากรมการ ฯ
๏ จึงแจ้งความตามรับสั่งให้ตั้งแต่ง ตามตำแหน่งนางรำภาได้ว่าขาน
ทั้งเครื่องยศกลดกระบี่ที่ประทาน นางก้มกรานกราบคำนับแล้วรับตรา
พออ่านดูรู้ว่าบิดาม้วย อ่อนระทวยแทบชีวังจะสังขาร์
สลบล้มลมจับอับวิญญาณ์ พอหมอมาแก้ทันไม่บรรลัย
นางรู้สึกแล้วก็นึกสะอื้นอั้น พลางรำพันพูดจาอัชฌาสัย
บิดาตายฝ่ายเราให้เปล่าใจ นึกจะใคร่เชือดคอให้มรณา
แต่จนใจได้รับสั่งมาตั้งแต่ง สุดจะแข็งขัดข้องต้องอาสา
แล้วเล่าข่าวข้าศึกฝึกโยธา เอาฟางหญ้ามาทำเป็นลำเรือ
สำรองไว้เป็นอันมากเห็นหลากอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะไปข้างใต้เหนือ
จะแต่งใครให้สนิทเข้าชิดเชื้อ ก็ล้นเหลือความคิดเห็นผิดที ฯ
๏ ฝ่ายวิรุญกุนตันนั้นประมาท ไม่หวั่นหวาดเห็นว่าศึกคงนึกหนี
ด้วยเมืองเราเล่าก็ลำแม่น้ำมี มันเสียทีก็จะลงข้างคงคา
แล้วเกณฑ์ไพร่ให้ไปสกัดกัก ในน้ำปักตอหลักไว้หนักหนา
ที่จะอยู่หมู่หมวดให้ตรวจตรา ขึ้นรักษาป้อมค่ายรายระวัง ฯ
๏ ฝ่ายเจ้าพราหมณ์สามคนพลสมทบ ทำเรือรบเสร็จสมอารมณ์หวัง
พอทัพหลวงล่วงมาถึงป่ารัง ยังหยุดยั้งอยู่ไม่มาช่วยราวี
พระอนุชาพาสามพราหมณ์ไปเฝ้า ต่างก้มเกล้ากราบประณตบทศรี
ทูลแถลงแจ้งความตามคดี ไม่ต่อตีแต่งการจะราญรอน ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยวิไลโฉม ทรวงจะโทรมเสียด้วยหมายสายสมร
อยู่รถทรงองค์เอกเขนกนอน คิดแต่กลอนเพลงยาวเมื่อคราวครวญ
ครั้นน้องยาพาสามพราหมณ์มาเฝ้า เขาทูลเล่าการณรงค์ทรงพระสรวล
แล้วแกล้งว่าข้าไม่ห้ามตามแต่ควร เจ้านี้ด่วนเด็ดขาดประมาทการ
จนถูกกลพลตายต้องอายเขา เหตุเพระเจ้าอาสาทั้งอาหลาน
แม้นฟังว่าถ้าแต่ก่อนอย่ารอนราญ จะคิดอ่านเพลงยาวอีกคราวเดียว
แม้มิได้ให้ปรับจะรับผิด นี่ขืนคิดเคืองขุ่นทำฉุนเฉียว
น่าอดสูผู้หญิงจริงจริงเจียว ไม่คิดเกี้ยวชู้สาวแล้วคราวนี้
วาสนาหาไม่มันไพล่พลิก พลอยหยุกหยิกอยากจะถือเป็นฤๅษี
จะถือศีลตั้งมั่นในขันตี ไม่ย่ำยียุ่งหยาบเป็นบาปกรรม
จะคิดกันฉันใดตามใจเจ้า แต่ตัวเรานี้จะภาวนาร่ำ
แล้วเอนเอกเขนกองค์ทรงประคำ ทำพึมพำผินหลังตั้งเมตตา ฯ
๏ ศรีสุวรรณกลั้นยิ้มพริ้มพระพักตร์ เห็นทรงศักดิ์เศร้าสร้อยละห้อยหา
จะเกาแต่แผลคันจำนรรจา นางวัณฬาเหมือนกับไก่อยู่ในมือ
จะจับพามาถวายฝ่ายพระพี่ ถือขันตีเสียแล้วมิแคล้วหรือ
พระยิ้มพรายคลายโกรธออกโอษฐ์อือ ถึงจะถือก็ทำไมแม้ได้มา
จะจัดการบ้านเมืองเปลื้องธุระ มิใช่จะสิ้นเล่ห์เสน่หา
พระน้องฟังบังคมชมศรัทธา ทูลลามารั้งรออยู่พอพลบ
เรือสำหรับทัพละร้อยทั้งน้อยใหญ่ บรรจุไพร่พร้อมเพียบเงียบสงบ
เมื่อฤกษ์ดีมีลมให้สมทบ แล่นตลบเข้าบูรีทั้งสี่นาย
เราจะยกวกอ้อมเข้าล้อมหลัง แม้นแตกพังไพรีจะหนีหาย
เห็นดีพร้อมน้อมคำนับรับอุบาย สานนนายพราหมณ์อ่านโองการมนต์
ร้องเรียกลมกลมกลุ้มคลุ้มพยับ บัดเดี๋ยวกลับพัดมาโกลาหล
โห่สนั่นหวั่นไหวกางใบกล อันเรือยนต์เขยื้อนออกเคลื่อนคลา
ทัพละร้อยลอยลิ่วฉิวฉิวเฉื่อย เหมือนงูเลื้อยแล่นลู่บนภูผา
กระทบผางกางเกยเลยศิลา ด้วยฟางหญ้าหยุ่นท้องจึงคล่องเคล้า
ที่ถือท้ายสายยนต์มือคนเหนี่ยว ให้ลดเลี้ยวแล่นตลอดถึงยอดเขา
แล้วกลับตรงลงเชิงเทินเนินลำเนา ในเมืองเหล่าชนวิ่งทั้งหญิงชาย
เห็นเรือรบคบอร่ามลงข้ามโขด สะดุ้งโดดโดนกันมิ่งขวัญหาย
ต่างหลบลี้หนีพลัดกระจัดกระจาย เสียงเวยวายวิ่งไขว่กันไปมา ฯ
๏ พวกหน้าที่หนีพรูไม่สู้รบ แตกตลบแล่นโลดโดดถลา
พลผลึกฮึกโห่เป็นโกลา เที่ยวไล่ฆ่าชายหญิงด้วยชิงชัง
บ้างเผาบ้านร้านโรงโพลงสว่าง เห็นกระจ่างจับได้มัดไพล่หลัง
ฝ่ายวิรุญกุนตันกับยันตัง เหลือกำลังเลี้ยวลัดเที่ยวพลัดกัน
จะรบรับขับไพร่มันไม่อยู่ เปิดประตูแตกตื่นเสียงครื้นครั่น
แต่นายนั้นขับม้าเที่ยวฝ่าฟัน ฝ่ายกุนตันรำทวนเที่ยวรวนเร
พอพบสามพราหมณ์พร้อมเข้าล้อมจับ ปะทะทัพรับไล่กันไพล่เผล
กุนตันฟาดพลาดผวาทั้งม้าเซ ทหารเฮหุ้มจับยังรับรอง
พอวิรุญขุนพลอ้อมมาพบ เข้าช่วยรบแก้กันผันผยอง
ต่างรำทวนสวนแทงแกว่งกระบอง คอยรับรองป้องกันประจัญบาน ฯ
๏ ฝ่ายลูกสาวเจ้าเมืองใส่หมวกเพชร เสื้อเกราะเกล็ดนาคราชชาติทหาร
อาวุธแอบแนบกายหลายประการ เมื่อเสียด่านโดดขึ้นนั่งหลังอาชา
กับสาวสาวบ่าวไพร่ที่ใช้ชิด อุตส่าห์ติดตามนายทั้งซ้ายขวา
พอยันตังอังกฤษศิษย์บิดา ถือขวานผ่าฟันรบมาพบนาง
ออกนำหน้าพาอ้อมไปป้อมนอก จะหักออกไม่ถนัดให้ขัดขวาง
เห็นวิรุญกุนตันฟันอยู่กลาง ยันตังนางรำภาช่วยราวี
ทหารแตกแยกย้ายพวกนายทัพ ต่างต้อนรับรบพลางพานางหนี
เปิดประตูพรูออกนอกบูรี เจ้าพราหมณ์ตีติดตามออกหลามมา ฯ
๏ ศรีสุวรรณนั้นตั้งอยู่หลังด่าน วางทหารเรียงรายทั้งซ้ายขวา
เห็นคนออกนอกกำแพงแต่งกายา นางรำภาเพชรประดับอยู่วับวาม
รู้ว่านายกรายกระบองร้องตวาด ไล่พิฆาตควงขวางมากลางสนาม
นางรำภาล่อลัดเข้าวัดพราหมณ์ พระติดตามไล่นางไปห่างพล
นางหวดห่วงบ่วงคล้องกระบองหลุด พระโถมฉุดฉวยจับกันสับสน
ต่างตกม้าคว้าคลำด้วยจำจน ทั้งสองคนแข็งข้อกอดคอกัน
นางเห็นพักตร์ผลักแพลงพลิกแว้งวัด เสียวสัมผัสใกล้ชิดจิตกระสัน
พระสวมสอดกอดปะทะพัลวัน นางอกสั่นด้วยว่าชิดสนิทชาย
แต่กลัวกันครั้นจะวางจะล้างผลาญ ด้วยทหารก็ไม่เห็นเขม้นหมาย
พระรักรูปจูบพลางไม่วางวาย นางเหลืออายอดสูกับภูมี
แต่เคราะห์กรรมจำจนทนให้จูบ ครั้นหลบลูบล้ำเหลือเบื่อบัดสี
จึงว่าไฮ้ไม่รบกันดีดี เฝ้าจู้จี้จูบข้าหน้าไม่อาย
จงวางกันสัญญาหยิบอาวุธ สัประยุทธ์อย่างทหารท่านทั้งหลาย
พระว่าหญิงวิ่งมาอยู่กับผู้ชาย จะต้องตายเสียเปล่าเปล่าไม่เข้ายา
เสียดายรูปจูบเล่นเหมือนเช่นชู้ เจ้ามาสู้กันด้วยเล่ห์เสน่หา
แม้บุรุษสุดแรงแผลงศักดา นี่หญิงมารบสู้เหมือนชู้เมีย
จะโลมเล้าเอาไปเลี้ยงไว้เรียงหมอน จงโอนอ่อนอนุกูลอย่าสูญเสีย
พลางเฟ้นฟอดกอดคอค่อยคลอเคลีย อะลิ้มอะเหลี่ยลองจิตสะกิดเกา
นางว่าเบื่อเชื่อตัวไม่กลัวบาป นิยมหยาบหยอกเยียลูกเมียเขา
พระปล้ำปลอบตอบคำว่าทำเนา แม้ตัวเจ้าปลงใจจะได้บุญ
มิใช่ผัวตัวติดมากีดขวาง พระว่าพลางกอดเกี่ยวให้เฉียวฉุน
ขยำหยอกนอกเสื้อเหลือละมุน อิงแอบอุ่นอักอ่วนให้ยวนยี
พอดังเปรี้ยงเสียงผลุงสะดุ้งหวาด เห็นปีศาจสูงง้ำดำมิดหมี
ทำตึงตังยังแต่ตัวหัวไม่มี กษัตริย์ศรีสุวรรณวิ่งมันยิ่งตาม
พระตกใจได้กระบองรับรองรบ พอพานพบพวกพลมาล้นหลาม
ปีศาจหายกายสั่นให้ครั่นคร้าม ไม่ติดตามต้อนทัพรีบกลับไป ฯ
๏ ฝ่ายรำภาสะหรีเห็นผีพ่อ น้ำตาหล่อหลั่งตกซกซกไหล
โอ้บิดามาช่วยลูกชิงชัย เหลืออาลัยแลลับวับวิญญาณ์
ให้เย็นอกยกมือขึ้นไหว้กราบ เปลื้องเข้มขาบคาดอกโพกเกศา
พอสว่างนางกลับขึ้นอาชา ก็เร่งม้าหมายมุ่งไปกรุงไกร ฯ
๏ ฝ่ายวิรุญกุนตันนั้นอยู่หลัง ทั้งยันตังตีฝ่าออกมาได้
พอพบกันทันนางที่กลางไพร ได้พวกไพร่พลบ้างไปลังกา ฯ
๏ ฝ่ายกองทัพยับยั้งเข้าตั้งด่าน พร้อมทหารไพร่นายทั้งซ้ายขวา
ให้ตีฆ้องร้องป่าวชาวพารา ให้กลับมาอยู่กินตามถิ่นเคย
ศรีสุวรรณนั้นสั่งสินสมุทร อย่ายั้งหยุดอยู่นานเลยหลานเอ๋ย
เหมือนเล่าเรียนเขียนกนไปจนเกย อย่าละเลยสงครามตามไปตี
ทั้งสามพราหมณ์สามทัพกำกับด้วย จะได้ช่วยรบพุ่งถึงกรุงศรี
อาจะตามข้ามทุ่งไปพรุ่งนี้ ให้พระพี่อยู่ที่ด่านสำราญใจ
สินสมุทรกับสามพราหมณ์คำนับ มาจัดทัพธงทิวปลิวไสว
โห่สนั่นลั่นฆ้องทั้งกลองชัย ต่างขับไพร่พลหลามไปตามกัน ฯ
๏ ฝ่ายรำภาสะหรีหนีจากด่าน กับทหารสามนายรีบผายผัน
มาตามทางกลางคืนทั้งกลางวัน ถึงเขตคันเข้าไปเฝ้าเยาวมาลย์
แล้วทูลความตามที่เสียทีทัพ มิทันรับเรือกลพหลทหาร
มันข้ามเขาเข้าไปได้ในปราการ จึงเสียด่านด้วยไม่ทันป้องกันพล ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงวัณฬาราช แสนฉลาดล้ำหญิงในสิงหล
จึงเสแสร้งแกล้งตรัสให้จัดพล คอยประจญประจัญรอบขอบเวียงชัย
แล้วพิศพักตร์ลักขณารำภาสะหรี ดังสำลีลำยองดูผ่องใส
รู้รบศึกฝึกฝนทำกลไก จะกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงไว้เป็นไมตรี
จึงให้หามาใกล้ปราศรัยปลอบ เจ้าทำชอบช่วยบำรุงซึ่งกรุงศรี
จะรักใคร่กันให้เหมือนเพื่อนชีวี นึกว่าพี่น้องกันจนวันตาย ฯ
๏ นางรำภาฝรั่งฟังประภาษ แสนสวาทหวานหูไม่รู้หาย
ทูลฉลองพร้องเพราะด้วยเราะราย ขอถวายชีวาฝ่าธุลี
ถึงเลือดเนื้อเมื่อเป็นของต้องประสงค์ จะปลดปลงเปลื้องถวายไม่หน่ายหนี
พระปิ่นเกล้าเจ้าจังหวัดปัถพี อย่าราคีคิดแหนงแคลงพระทัย ฯ
๏ นางโฉมยงทรงสดับให้จับจิต แสนสนิทเสน่หาจะหาไหน
ชวนรำภาฝรั่งเข้าวังใน แล้วจัดให้ห้องหับที่หลับนอน
ทั้งเครื่องแต่งแป้งสุคนธ์ปนเสน่ห์ อุปเท่ห์สารพัดนางตรัสสอน
ปรึกษากิจคิดการจะราญรอน จะผันผ่อนเพทุบายหลายประการ
รบคราวนี้มิชนะก็จะขัด ด้วยความรักรึงรัดประหัตประหาร
แค้นแต่ใจใครเขาวอนไม่รอนราญ คิดสงสารเสียแล้วใจไม่ได้ความ
เหมือนหนึ่งเจ้าเขารักแต่หากว่า จะเข่นฆ่าได้มิได้จะใคร่ถาม
นางทูลว่าข้าพเจ้าเข้าสงคราม ไม่เข็ดขามเคยสังหารผลาญชีวี
ถึงเขารักหากว่าข้าพเจ้า ไม่รักเขาฆ่าได้ให้เป็นผี
แม้นรักเขาถ้าจะฆ่าก็ปรานี เห็นเต็มทีทำใครไม่ได้เลย ฯ
๏ นางฟังเปรียบเฉียบแหลมยิ้มแย้มเยื้อน ใจเจ้าเหมือนใจเราเจียวเจ้าเอ๋ย
แต่ครั้งนี้มิเคยต้องจำเคย แล้วชมเชยพี่น้องสองสุดา
แม้มารดรอ่อนใจจะใช้เจ้า ให้ฆ่าเขาฆ่าได้หรือไม่ฆ่า
ทั้งสองนางพลางคำนับรับบัญชา เว้นแต่ว่าบิตุรงค์พระองค์เดียว
ถ้าคนอื่นหมื่นแสนที่แค้นขัด จะไปตัดเอาศีรษะเสียประเดี๋ยว
นางฟังพลอดยอดหญิงจริงจริงเจียว ประทานเกี้ยวกับช้องทั้งสองรา
แล้วตรัสสั่งตั้งแต่งตำแหน่งที่ เป็นบุตรีกั้นกลดมียศถา
ถ้าเทียบอย่างข้างเราเป็นเจ้าฟ้า แล้วปรึกษาสงครามเป็นความลับ
อ้ายย่องตอดยอดทหารเหมือนมารร้าย ฆ่าไม่ตายแต่ปิดกิตติศัพท์
เจ้าคุมไปใช้ลองในกองทัพ สมทบกับนางรำภาปรึกษากัน
อันแยบยลกลศึกล้วนลึกซึ้ง มิควรขึ้งเคียดอ่อนค่อยผ่อนผัน
ไปตั้งสู้อยู่ที่เขาเจ้าประจัญ หนทางวันหนึ่งจะมาถึงธานี
เป็นการใหญ่เกณฑ์ไพร่ให้หลายหมื่น หอรบปืนป้อมคูประตูผี
มีไฟฝนกลหลบเหล็กตบตี เจ้ารู้ทีทำศึกจงตรึกตรอง
แล้วจัดเสื้อเครือกระหนกเกราะหมวกเพชร กลเม็ดสอนสั่งให้ทั้งสอง
ครั้นสำเร็จเสร็จมานั่งบรรลังก์ทอง ให้หาย่องตอดมาแล้วพาที
เราจะใช้ให้เป็นที่พระพี่เลี้ยง อยู่ใกล้เคียงพี่น้องทั้งสองศรี
แม้เกิดเหตุเภทภัยสิ่งใดมี จะฆ่าตีตัวมึงให้ถึงตาย ฯ
๏ อ้ายย่องตอดทอดตาดูหน้าเจ้า ล้วนสาวราวกับเขียนวิเชียรฉาย
ฉุนสุคนธ์ปนยาต้องตาชาย รักแทบตายจะได้ใคร่ดังใจปอง
เป็นคนซื่อถือว่าที่พระพี่เลี้ยง จะกล่อมเกลี้ยงปลูกฝังให้ทั้งสอง
กษัตริย์นั้นมันกลัวหนังหัวพอง พยักร้องว่าอย่าได้ปรารมภ์ ฯ
๏ นางกษัตริย์จัดแจงแต่งย่องตอด ใส่เสื้อสอดสวมเกราะดูเหมาะสม
ใส่หมวกทองรองเรืองเฟืองมะยม มันชื่นชมชอบใจด้วยได้ดี
แล้วจัดเอาศัสตรามาให้ถือ สำหรับมือมอบให้มันสั่นเกศี
เอาแต่พร้าอีโต้โตเต็มที่ เหน็บไว้ที่ท้องน้อยนั่งคอยนาย ฯ
๏ นางกษัตริย์ตรัสว่ากับข้าเฝ้า อันตัวเราขาดญาติที่มาดหมาย
จะทำศึกปรึกษาบรรดาชาย ก็คิดอายอยู่ว่าเห็นเป็นสตรี
อันพี่น้องสองนี้ถืออาญาสิทธิ์ ถ้าใครคิดข้องขัดตัดเกศี
รีบยกไปให้ทันในวันนี้ ตั้งอยู่ที่ด่านเขาเจ้าประจัญ ฯ
๏ ฝ่ายนายทัพรับสั่งสะพรั่งพร้อม ประณตน้อมนางกษัตริย์มาจัดสรร
ให้ยันตังทั้งวิรุญและกุนตัน คุมฉกรรจ์กองละหมื่นพื้นกำลัง
ฝ่ายพี่น้องสององค์ขึ้นทรงรถ กั้นพระกลดเตรียมแห่ทั้งแตรสังข์
ได้ฤกษ์ดีตีฆ้องกลองระวัง ยกไปตั้งด่านเขาเจ้าประจัญ ฯ
๏ ฝ่ายสามพราหมณ์สามทัพกับสินสมุทร ไม่ยั้งหยุดแยกย้ายกันผายผัน
พอร่วมทางหว่างเขาเจ้าประจัญ เห็นป้องกันเชิงเทินเนินหอรบ
คนรักษาหน้าที่ดูมี่ฉาว เสียงเกรียวกราวกรูเกริ่นเดินบรรจบ
จึงหยุดทัพยับยั้งตั้งสมทบ พอจวนพลบเพลิงโหมประโคมกลอง ฯ
๏ ฝ่ายยุพาผกาอยู่หน้าป้อม ทหารพร้อมเฝ้าฟังรับสั่งสนอง
เห็นโยธาข้าศึกนั่งตรึกตรอง แล้วบอกน้องโน่นแน่แม่แลดู
อันพวกเขาชาวผลึกศึกสันทัด รู้จักจัดตั้งทัพที่รับสู้
มีกองแซงแว้งหางเหมือนอย่างงู ใครโจมจู่จะได้รัดกระหวัดไว้
จำจะคิดบิดเบือนให้เหมือนเหยี่ยว ไปโฉบเฉี่ยวเอาแต่ตามาให้ได้
จึงคลุกคลีตีตัวกลัวอะไร แต่จะได้เกียรติยศให้งดงาม
ดำริพลางนางแกล้งแต่งหนังสือ ให้ทูตถือรีบไปปราศรัยถาม
พวกทัพหน้าพาขึ้นเฝ้าฝ่ายเจ้าพราหมณ์ ให้อ่านตามหนังสือซึ่งถือมา ฯ
๏ ว่าโฉมยงองค์ยุพาผกาสวรรค์ กับสุลาลีวันกนิษฐา
พระบุตรีพี่น้องสองสุดา เสด็จมาอวยทานแทนมารดร
ด้วยสินทรัพย์นับโกฏิจะโปรดให้ ทั้งนายไพร่พวกทหารชาญสมร
ใครมีแรงหาสาแหรกมาแบกคอน อย่าราญรอนรบกวนชวนกันไป
แม้มิรับทรัพย์สินมาปีนปล้น ไม่รอดพ้นความตายทั้งนายไพร่
จะจับมาฆ่าฟันให้บรรลัย สาแก่ใจโจรป่าไม่ปรานี ฯ
๏ สินสมุทรสุดแสนแค้นหนังสือ น้อยไปหรือร่ำว่าน่าบัดสี
จะตีทัพจับมันในวันนี้ เถิดหรือพี่พราหมณ์จะเห็นเป็นอย่างไร
ทั้งสามพราหมณ์ห้ามว่าช้าก่อนพ่อ เขาลวงล่อเลียมลามตามวิสัย
ซึ่งการศึกตรึกตรองทำนองใน พี่จะได้ตอบโต้ข้างโลกีย์
แล้วเขียนคำทำตอบให้มอบหมาย ไปถวายพระธิดามารศรี
ฝรั่งรับกลับมาให้นารี แจ้งคดีโดยดังได้ฟังมา ฯ
๏ นางอ่านความนามนรินทร์สินสมุทร ราชบุตรบรเมศร์เหมือนเชษฐา
ปลอบประโลมโฉมพระน้องสองสุดา ซึ่งยกมาหมายจะใคร่เป็นไมตรี
ด้วยบิตุรงค์ทรงศักดิ์สมัครสมาน กับพระมารดาน้องทั้งสองศรี
จะร่วมเสวกเอกฉัตรสวัสดี เจ้ากับพี่เล่าก็คงเป็นพงศ์พันธุ์
ถึงสินทรัพย์นับแสนแม้นจะให้ ไม่เหมือนได้แนบน้องประคองขวัญ
โฉมยุพาผกาสุลาลีวัน อย่าโศกศัลย์เศร้าหมองละอองนวล
ไม่นึกร้ายหมายรบพอพบพักตร์ จะประจักษ์แจ้งความทรามสงวน
ให้เห็นรักหนักในใจรัญจวน อย่าคิดควรขาดเด็ดได้เมตตา
แม้นตัดรักหักหาญจะราญรบ กว่าจะสบสมมาดปรารถนา
มิพบพักตร์แล้วไม่ยักไปนครา กรุงลังกานี้ก็เหมือนกับเรือนตาย ฯ
๏ นางรู้เรื่องเคืองข้องแต่ต้องนิ่ง น้องสาวชิงฉีกกระดาษเสียขาดหาย
แล้วนิ่งนึกตรึกความตามอุบาย จึงสั่งนายย่องตอดจงดอดไป
สะกดคนพลทัพให้หลับสิ้น แล้วเลือกกินตามประสาอัชฌาสัย
แต่นายทัพจับมาให้สาใจ จะได้ใส่กรงขังไปลังกา ฯ
๏ ย่องตอดรับกลับกลายแล้วหายฉิบ ด้วยผีดิบโดดไปไกลหนักหนา
ลงจากป้อมด้อมมองเที่ยวย่องมา เห็นโยธาทัพผลึกยังครึกครื้น
เข้าแฝงเงาเป่ามนต์คนทั้งหลาย เปรียบเหมือนทรายซัดตาไม่ฝ่าฝืน
บ้างล้มหลับทับหอกกระบอกปืน ดูดาษดื่นเดินเที่ยวลดเลี้ยวมา
เห็นวัวควายรายหลับเข้าจับฟาด เชื้อปีศาจสูบเลือดเชือดมังสา
กินแต่ตับกับไตกับนัยน์ตา ทั้งม้าลาล้มตายวายชีวัน
แล่นขึ้นบนพลับพลาหาแม่ทัพ เห็นพราหมณ์หลับรวบรัดมัดกระสัน
ได้แต่พราหมณ์สามคนเอาปนกัน ผ้าขาวพันผูกตาไปหานาย ฯ
๏ ฝ่ายสองนางต่างดูไม่รู้จัก จึงถามซักพวกฝรั่งสิ้นทั้งหลาย
ข้าก็เห็นเป็นพราหมณ์ทั้งสามชาย คนไหนนายหน่อกษัตริย์ขัตติยา
นางรำภาว่าเมื่อรบได้พบเห็น พราหมณ์นี้เป็นตัวนายปีกซ้ายขวา
ที่รูปร่างอย่างยักษ์ลักขณา ทั้งสองตาแดงช่วงดังดวงไฟ
มีเขี้ยวคมผมย่นเหมือนขนแกะ คนนี้แหละแทงฟันมันไม่ไหว
นางยุพาว่าพี่กลับไปฉับไว จับให้ได้ตัวนายคนนั้นมา
แล้วให้หามพราหมณ์ไปไว้บนป้อม ทหารล้อมพร้อมพรักคอยรักษา
ให้โยธีตีกรงจงตรึงตรา ส่งไปวังลังกาไม่ฆ่าฟัน ฯ
๏ ฝ่ายย่องตอดตลอดออกข้างนอกป้อม เที่ยวเดินด้อมดูไปจนไก่ขัน
เข้าค่ายใหญ่ไฟสว่างดังกลางวัน ค่อยด้นดั้นด้อมมาพลับพลากลาง
มองเขม้นเห็นสินสมุทรหลับ สิงโตกับอัสดรนั้นนอนขวาง
มีดโต้เหน็บแทบท้องค่อยย่องพลาง เขย่งย่างยืนขยับขึ้นพลับพลา
สิงโตเห็นเผ่นตบทั้งขบกัด ตะครุบฟัดคร่อมขี่ทั้งสี่ขา
ด้วยเขี้ยวแก้วแพรวพรรณกันกายา ศัตรูมามิได้หลับคอยรับรบ
อ้ายย่องตอดกอดสิงห์ล้มกลิ้งคว่ำ มันขย้ำหยิกฟัดสะบัดขบ
ทั้งขาแข้งแย่งชักให้หักทบ เสือกสลบแล้วลุกขึ้นคลุกคลี
สิงโตกัดพลัดพลาดมันฟาดสิงห์ ลงเกลือกกลิ้งกลางแปลงด้วยแรงผี
มันหลีกตัวกลัวว่าจะช้าที เข้าถึงที่หน่อไทเธอไสยา
มองเขม้นเห็นสินสมุทรหลับ กระโจนจับยึดแน่นทั้งแขนขา
กุมารตื่นฟื้นตนด้วยมนตรา มันรีบพาออกไปพ้นพลรบ ฯ
๏ หน่อนรินทร์ดิ้นหลุดมันยุดแย่ง ชักพระแสงสวนรับจับประจบ
ฟันขมองย่องตอดลงทอดทบ เสือกสลบล้มนิ่งไม่ติงกาย
พอสว่างสร่างมนต์ไพร่พลตื่น ต่างฉวยปืนหอกดาบกำซาบสาย
ออกวิ่งตามถามข่าวลูกเจ้านาย เห็นศพตายหงายหน้ามีตาเดียว
บ้างจับต้องร้องบอกว่าออกกลิ่น เห็นจะกินสัตว์เป็นจึงเหม็นเขียว
บ้างว่าเชื้อเสือสมิงจริงจริงเจียว นี่มันเที่ยวมาแต่หนตำบลใด ฯ
๏ สินสมุทรหยุดพิศพินิจนึก พวกข้าศึกมั่นคงไม่สงสัย
ให้หาพราหมณ์สามนายก็หายไป ต่างตกใจวุ่นวิ่งเป็นสิงคลี
พอแสงแดดแผดต้องอ้ายย่องตอด ลมตลอดดวงจิตเพราะฤทธิ์ผี
โดดถลาถาโถมเข้าโจมตี ชาวบุรีแตกตื่นเสียงครื้นเครง
บ้างหลีกหลบรบรับสัประยุทธ์ แกว่งอาวุธดาบหอกกลอกเขนง
มันฉุกวิ่งล้มปะทะปะกันเอง เสียงครื้นเครงไพร่พลัดกระจัดกระจาย
สินสมุทรสุดโกรธพิโรธร้อง เข้ารบย่องตอดตีไม่หนีหาย
แกว่งพระขรรค์ฟันฟาดปราดประกาย มันไม่ตายแต่ว่าล้มลงซมซาน
ครั้นรุมจับกลับรบไม่หลบหลีก กระชากฉีกแขนขาโยธาหาญ
สิงโตเห็นเผ่นโผนโจนทะยาน ช่วยทหารโฮกกัดทั้งฟัดยี
อ้ายย่องตอดลอดโลดกระโดดหลบ เขารุมรบแรงน้อยต้องถอยหนี
ทหารห้อมล้อมรุกเข้าคลุกคลีก มาถึงที่หน้าเขาเจ้าประจัญ ฯ
๏ ฝ่ายยุพาผกาเวลารุ่ง เสียงรบพุ่งย่องตอดลอดถลัน
ให้ยันตังทั้งวิรุญกับกุนตัน ออกช่วยกันโอบอ้อมเข้าล้อมรบ
ฝรั่งรับขับพลอลหม่าน เข้าต่อต้านตีทัพกลับตลบ
ทั้งหน้าหลังพรั่งพร้อมล้อมสมทบ ทหารรบรับกันสนั่นดัง
เหล่าพหลพลทมิฬพวกสินสมุทร ต้องอาวุธยับย่อยก็ถอยหลัง
เสียกระบวนรวนเรวิ่งเซซัง พวกฝรั่งรุมกันไล่ฟันแทง
แต่หน่อนาถอาจองค์ขึ้นทรงสิงห์ แล้วควบวิ่งฝ่าทหารชาญกำแหง
เข้ารบรับขับเคี่ยวด้วยเรี่ยวแรง ใครต่อแย้งย่อยยับลงนับพัน ฯ
๏ ฝ่ายยุพาผกาเห็นฝรั่ง เข้าหน้าหลังล้อมทัพไว้คับขัน
จึงตรัสสั่งทั้งรำภาสุลาลีวัน ออกช่วยกันรบจับนายทัพไว้ ฯ
๏ ฝ่ายสองนางต่างลงมาทรงม้า ยกโยธาถือดาบกำซาบไสว
เข้าสมทบรบรุมเป็นกลุ่มไป พระหน่อไทแทงฟันประจัญบาน ฯ
๏ พอวิรุญกุนตันพลันมาพร้อม เข้าห้อมล้อมแต่ชายนายทหาร
พระขับสิงห์วิ่งโผนโจนทะยาน เข้าชิงขวานฟาดฟันอ้ายยันตัง
มันหลีกหลบรบรับพอทัพหนุน ชุลมุนซ้ายขวาทั้งหน้าหลัง
หน่อนรินทร์สินสมุทรสุดกำลัง ด้วยถูกทั้งแหลนหลาวลูกเกาทัณฑ์
จึงถอยกลับขับสิงห์ให้วิ่งแหวก ทหารแตกตื่นหนีไม่มีขวัญ
พอเสียงโห่โยธีศรีสุวรรณ ยกมาทันทัพหลานช่วยราญรอน
ทัพฝรั่งลังกาทั้งห้าทัพ ออกรายรับรบทหารชาญสมร
เข้าคั่งคับจับกุมตะลุมบอน ยิ่งตายต้อนตามกันเข้าฟันแทง
พวกโยธีศรีสุวรรณประจัญสู้ ยิงธนูน้าวลั่นเกาทัณฑ์แผลง
ส่วนสองนางต่างขับกองทัพแซง สกัดแย่งยิงปืนเสียงครื้นครึก ฯ
๏ ฝ่ายเจ้าพราหมณ์สามคนอยู่บนป้อม ทหารล้อมหลับแน่มาแต่ดึก
ตื่นสว่างต่างดูรู้สำนึก ว่าข้าศึกมัดมาในราตรี
จึงอ่านมนต์ฝนลมระดมพัด เป็นเมฆกลัดกลุ้มมัวทั่ววิถี
สลัดหลุดผุดลุกไล่คลุกคลี ชิงกระบี่พลไพร่แล้วไล่ฟัน
ออกประตูผู้คุมมันรุมจับ เจ้าพราหมณ์รับรบฆ่าให้อาสัญ
ฝ่ายยุพาผกาวิลาวัณย์ ถือเกาทัณฑ์รีบลงมาทรงรถ
ให้ขับตามพราหมณ์ออกไปนอกป้อม ทหารพร้อมพรูพรั่งมาทั้งหมด
ทั้งสามพราหมณ์ตามกันขึ้นบรรพต นางเร่งรถรีบตามเจ้าพราหมณ์ไป ฯ
๏ ฝ่ายโยธีศรีสุวรรณกับสินสมุทร ต่างต่อยุทธ์อยู่จนพลบหลบไม่ไหว
ทหารแตกแยกยับทั้งทัพชัย ฝรั่งไล่ล้มลุกลงคลุกคลาน ฯ
๏ สินสมุทรหยุดรับทัพฝรั่ง คอยกันหลังโยธาทั้งอาหลาน
พอทัพหลวงล่วงมาจากป่าตาล ให้ทหารจุดคบช่วยรบรับ
ฝรั่งสิ้นดินลูกถูกอาวุธ บ้างเหนื่อยทรุดเซล้มทั้งลมจับ
พระอนุชาพาหลานไล่ผลาญทัพ ฝรั่งยับเยินแยกแตกกระจาย
พลผลึกฮึกโหมเข้าโจมจบ ตีตลบล้อมไล่ไพร่ทั้งหลาย
บ้างกลุ้มกลัดตัดทัพจะจับนาย ฝรั่งตายย่อยยับลงนับพัน
พลลังกาห้าทัพไม่รับรบ แตกตลบหลีกไปเข้าไพรสัณฑ์
พอทัพหลังนางยุพายกมาทัน ช่วยป้องกันแก้ฝรั่งชาวลังกา
ให้แยกยกวกหลังประดังรบ ตีกระทบตัดท้ายทั้งซ้ายขวา
ฝ่ายเจ้าพราหมณ์สามคนสนธยา รีบออกมาที่รบพบยันตัง
มันตามจับสับสนอลหม่าน ไม่แจ้งการณ์ว่าใครมาข้างหน้าหลัง
จึงอ่านมนต์ฝนลมระดมดัง เหลือกำลังที่ทหารจะทานทน
พวกลังกาล่ากลับทัพผลึก ยิ่งโหมฮึกไล่ล้างมากลางฝน
ด้วยเคยเป็นเห็นเหตุว่าเวทมนตร์ ทั้งอยู่ต้นลมมาไล่ฆ่าฟัน ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งทั้งหลายวิ่งพรายพลัด พราหมณ์สกัดเข่นฆ่าให้อาสัญ
ฝ่ายยุพารำภาสุลาลีวัน พบวิรุญกุนตันขุนยันตัง
ต่างต้อนพลฝนหนาวพอเช้าตรู่ เข้าประตูด่านได้ดังใจหวัง
พลผลึกศึกกล้าดาประดัง ยกเข้าตั้งโอบเขาเจ้าประจัญ ฯ
๏ ฝ่ายยุพานารีเสียทีศึก พลผลึกล้อมทัพไว้คับขัน
ให้ยันตังทั้งวิรุญกับกุนตัน ขึ้นป้องกันเชิงเทินเนินหอรบ
แม้ได้ทีตีด่านเข้าหาญหัก จึงหันจักรหกหุ้มคลุมตลบ
แล้วเตรียมไพร่ใหญ่น้อยคอยสมทบ ทหารรบรายรอบขอบกำแพง ฯ
๏ ฝ่ายย่องตอดลอดหลบไปซบหลับ จนทัพกลับตื่นตาค่อยกล้าแข็ง
ออกวิ่งหนักพักเดียวด้วยเรี่ยวแรง ถึงกำแพงโผนเข้าไปเฝ้านาง ฯ
๏ พระธิดาปราศรัยมิให้หมอง คืนนี้น้องรบพุ่งจนรุ่งสาง
เมื่อทัพแตกแยกย้ายแทบวายวาง พี่หลงทางไปข้างไหนจึงไม่มา ฯ
๏ อ้ายย่องตอดกอดเข่าแล้วเล่าบอก หลับไปดอกด้วยว่าเมื่อยเหนื่อยหนักหนา
อ้ายนายพลคนดีมีศักดา มันจับข้ามึนอ่อนให้หย่อนแรง
ส่วนสามนางต่างนึกว่าศึกใหญ่ จนชั้นไอ้ผีป่ายังว่าแข็ง
จึงปรึกษาว่าเขาล้อมป้อมกำแพง จำจะแจ้งความหลังไปลังกา
แล้วสามนางร่างบอกแต่ออกรบ เขียนจนจบม้วนปิดผนิดฝา
มอบม้าใช้ให้ถือกระบอกตรา ขึ้นควบม้าหมายมุ่งไปกรุงไกร ฯ
๏ ฝ่ายพราหมณ์สามกษัตริย์จัดทหาร เข้าล้อมด่านเขาประจัญเสียงหวั่นไหว
พอราตรีตีฆ้องให้กองไฟ พระอภัยขึ้นประทับที่พลับพลา
ศรีสุวรรณกับหลานทหารพร้อม ประณตน้อมเฝ้าฝ่ายทั้งซ้ายขวา
พระตรัสถามตามเรื่องเมืองลังกา นางวัณฬาลงมาอยู่หรือผู้ใด ฯ
๏ สินสมุทรสุดเคืองด้วยเรื่องนั้น แต่จำกลั้นกล่าวแกล้งแถลงไข
ล้วนสาวสาวเหล่าผู้หญิงมาชิงชัย ที่เป็นใหญ่ชื่อยุพาสุลาลีวัน
เป็นลูกสาวเจ้าลังกาวัณฬาราช แสนฉลาดลูกเสือเหลือขยัน
เมื่อล่าหนีตีทัพจับไม่ทัน จะฟาดฟันสับซ้ำให้หนำใจ ฯ
๏ พระอภัยได้ยินสินสมุทร ฉงนสุดตรัสถามตามสงสัย
นางวัณฬาสามีอยู่ที่ใด จึงจะได้ลูกสาวมากล่าวความ
สินสมุทรทรุดหมอบไม่ตอบโอษฐ์ พระกริ้วโกรธตรัสขู่กระทู้ถาม
หน่อนรินทร์ผินพักตร์พยักพราหมณ์ ให้ทูลตามสารศรีที่มีมา
ครั้นดึกมีชายดุจักขุบอด มันลอบลอดเข้ามาได้ไวหนักหนา
ใครแทงฟันมันไม่ตายวายชีวา ถามเขาว่ามันเป็นที่พระพี่เลี้ยง
พระอภัยได้ฟังลงนั่งนิ่ง ไม่เห็นจริงสารพัดจึงตรัสเถียง
แล้วว่าเจ้าเบาใจไม่ไล่เลียง เอาชื่อเสียงผู้ผัวหรือตัวใคร
หน่อกษัตริย์ตรัสว่าประสาซื่อ จะเอาชื่อผัวนางไปข้างไหน
พระบิตุรงค์หลงรักเฝ้าซักไซ้ ฉันมิใช่พงศ์พันธุ์นางวัณฬา
พระบิดรค้อนเคืองยกเรื่องเก่า จึงว่าเจ้าพร้อมกันขันอาสา
แม้เสียทัพกับฝรั่งชาวลังกา จะให้ฆ่าชีวันถึงบรรลัย
เดี๋ยวนี้ทัพยับแยกแตกตลบ เรามาพบพ่ายแพ้ต้องแก้ไข
เดิมสัญญาว่าขานประการใด จงว่าไปตามจริงทุกสิ่งอัน
พระอนุชาว่ายังไม่พลั้งพลาด มิควรคาดโทษถึงซึ่งอาสัญ
เหยียบลังกามาถึงเขาเจ้าประจัญ สองสามวันก็จะเสร็จสำเร็จการ
อันต่อตีมีแพ้แลชนะ มิใช่จะเลิกล่าโยธาหาญ
วิสัยศึกตรึกตราต้องช้านาน ต้องคิดการแรมปีจึงมีชัย
อันผู้หญิงสิงหลทำกลศึก ย่อมล้ำลึกลวงล่อให้หลงใหล
หรือทรงฤทธิ์คิดอ่านประการใด มิให้ไพร่พลยากลำบากกาย
พระเชษฐาว่าเจ้ายังเยาว์อยู่ มิได้รู้จักการประมาณหลาย
เป็นชายชอบตอบสู้กับผู้ชาย ถึงวอดวายไว้ชื่อให้ลือชา
อันสตรีทีท่วงทำหน่วงเหนี่ยว ชอบแต่เกี้ยวกันด้วยเล่ห์เสน่หา
แม้เหมือนหมายได้ทั้งเมืองลังกา ทุกพารารู้เรื่องจะเลื่องลือ
วิสัยพี่นี้ชำนาญแต่การปาก มิให้ยากพลไพร่ใช้หนังสือ
พระน้องยาอาหลานทหารมือ เรียนแต่ดื้อดึงได้เราไม่เคย
แล้วเข้าไปในไสยาสน์อนาถนิ่ง พระองค์อิงเอนเอกเขนกเขนย
คะนึงนางปางใดเมื่อไรเลย จะได้เชยโฉมฉายเหมือนหมายมา ฯ
๏ ศรีสุวรรณชวนสามพราหมณ์กับหลาน ไปเตรียมการตรวจค่ายทั้งซ้ายขวา
ให้ตีเกราะเคาะฆ้องกลองสัญญา วางเสือป่าแมวเซาคอยเฝ้าฟัง ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ