ตอนที่ ๕๘ นางละเวงวัณฬาช่วยนางสุวรรณมาลีแลท้าวทศวงศ์

๏ ฝ่ายฝรั่งบังอลูผู้รับสั่งบอกกรมวังสั่งเวรเกณฑ์ทหาร
รีบเร่งรัดจัดกันให้ทันการอำเภอบ้านหัวเมืองส่งเนื่องมา
พวกไปทัพสับสนหาบขนของเดินเนืองนองนับหมื่นแบกปืนผา
รู้เข้าไปในวังนางรำภาทั้งยุพาผกาสุลาลี
ให้สืบดูรู้ว่าปัจจามิตรมาตั้งติดรบพุ่งถึงกรุงศรี
ต่างตกใจไปเฝ้าพระเสาวนีย์ทูลคดีที่ได้แจ้งยังแคลงใจ ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์วัณฬาพระยาหญิงตะลึงนิ่งนึกพรั่นประหวั่นไหว
ให้ซักเหล่าสาวสุรางค์พวกข้างในศึกถึงไหนไปเที่ยวถามเนื้อความดู
ได้รู้แน่แต่ว่าเวรเกณฑ์ทหารราชการเร็วร้อนไพร่อ่อนหู
จึงให้หาฝรั่งบังอลูมาถามดูรู้ว่าสุดสาคร
กับหัสไชยได้ด่านชานสมุทรพระราชบุตรอยู่ดงตาลด่านสิงขร
จึงถามเหตุเภทพาลแรกราญรอนมันยอกย้อนผ่อนแก้พูดแต่ดี
ครั้นซักไซ้ให้สบถปดไม่ได้ทราบว่าไปรบพุ่งสามกรุงศรี
ท้าวทศวงศ์พงศาสุมาลีทั้งบุตรีกวาดมาไว้ป่าตาล
นางตีอกตกใจด้วยไม่ทราบช่างหยามหยาบยิ่งนักทำหักหาญ
ข่มเหงเหล่าเผ่าพงศ์พวกวงศ์วานแสนสงสารสองธิดาสุมาลี
นางวัณฬาปรารมภ์จนลมจับระทวยทับธิดารำภาสะหรี
นวดอังสายาดมค่อยสมประดีนางโศกีตีอุราร่ำจาบัลย์
แสนสงสารบ้านเมืองจะเคืองแค้นทุกเขตแคว้นไพร่ฟ้าจะอาสัญ
แล้วตรัสถามสามนางเป็นอย่างนั้นจะผ่อนผันคิดอ่านประการใด ฯ
๏ ทั้งสามนางต่างคิดเห็นผิดนักเหลือที่จักผันแปรคิดแก้ไข
ต่างอัดอั้นตันตึงตะลึงตะไลถอนใจใหญ่ให้สะอื้นกลืนน้ำตา ฯ
๏ แต่ลีวันนั้นว่าเพราะพระสังฆราชสอนให้ขาดญาติวงศ์เผ่าพงศา
ถ้าไปห้ามปรามพระมังคลาให้งอนข้อขอสมาสุมาลี
ทั้งทรงยศทศวงศ์เห็นคงรับให้สององค์คงกลับไปกรุงศรี
ถึงลูกผิดคิดถึงพระชนนีกลัวแต่ที่เธอไม่วอนไม่อ่อนตาม ฯ
๏ นางวัณฬาว่าไม่ฟังพระสังฆราชคงวิวาทขาดเด็ดไม่เข็ดขาม
จะให้เจ้าเหล่านี้ไปไม่ได้ความข้าต้องตามไปให้ปะจึงจะดี
นางรำภามาไปด้วยกันเจ้าช่วยโลมเล้าพี่น้องทั้งสองศรี
แล้วสั่งกรมวังว่าอย่าช้าทีเทียมรถที่มีฝาหลังคาบัง
อีสาวใช้ไปข้างนอกบอกขอเฝ้าเร็วเร็วเข้าเราจะไปเหมือนใจหวัง
พวกท้าวนางต่างประหม่าละล้าละลังกรมวังวิ่งพัลวันไป
เทียมรถรัตน์จัดเร่งกันเซงแซ่ทั้งเกณฑ์แห่กลองชนะปี่ไฉน
รถสำหรับรับรำภาเสนาในมาเทียบไว้เกยลาหน้าพระลาน ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์วัณฬารำภานาฏสำอางอาตม์อ่าองค์สรงสนาน
ประดับเครื่องเรืองจำรัสชัชวาลพนักงานพัชนีพัดวีลม
ทรงเกือกทองรองบาทต่างยาตรเยื้องนางเชิญเครื่องเนื่องตามล้วนงามสม
ขุนหมื่นหมอขอเฝ้าทั้งเจ้ากรมกราบบังคมคอยตามกันหลามไป
ทั้งสององค์ทรงรถพระกลดกั้นรถกำนัลนั่งเคียงเรียงไสว
สารถีตีม้าเคลื่อนคลาไคลปี่ไฉนกลองชนะตีประโคม
ขนัดนอกหอกดาบกำซาบสะพรั่งทั้งหน้าหลังสังข์แตรเป่าแห่โหม
อภิรุมชุมสายพรายโพยมครั้นค่ำโคมคบสว่างตามทางไป
ต่อย่ำฆ้องสองยามหยุดประทับครั้นรุ่งขับคนเดินเนินไศล
กำลังทุกข์ยุคเข็ญเห็นสิ่งใดนางมิได้ชื่นชมด้วยตรมทรวง
แต่ขอเฝ้าเจ้าชู้ไม่รู้ทุกข์แสนสนุกเสนหานางข้าหลวง
เก็บดอกไม้ในป่าบุปผาพวงทั้งมะม่วงมะปรางให้นางใน
นางสาวสาวน้าวกิ่งชิงกันเก็บจนเสียเล็บแลหาน้ำตาไหล
บ้างท้าวแขนแหงนชมพนมไพรดูนกไม้ต่างต่างตามทางมา ฯ
๏ ฝ่ายพวกพ้องกองร้อยรายคอยข่าวรู้เรื่องราวรีบเดินตามเนินผา
ถึงด่านเข้าเฝ้าพระมังคลาทูลว่าพระมารดามาในไพร ฯ
๏ ฝ่ายเอกองค์ทรงยศโอรสราชฟังประหลาดหลากจิตคิดสงสัย
ปรึกษาน้องสองหลานรำคาญใจหรือใครไปเพ็ดทูลจึงวุ่นวาย
พระอนุชาว่าเห็นจะเป็นแน่จะคิดแก้อย่างไรเห็นไม่หาย
อย่าให้พบหลบลี้ดูดีร้ายให้แต่ฝ่ายผู้เฒ่าอยู่เฝ้าฟัง
พระมังคลาว่าจริงพี่กริ่งตรึกที่พวกผลึกรมจักรซึ่งกักขัง
แม้พบปะจะปล่อยคอยระวังแล้วตรัสสั่งนายทหารเป็นการลับ
อาญาสิทธิ์ผิดชอบจงลอบบอกกองในนอกนายประตูดูกำกับ
ทั้งซ้ายขวาหน้าหลังสั่งกำชับครั้นเสร็จสรรพชวนพระน้องสองนัดดา
ขึ้นอยู่ป้อมพร้อมพรั่งกันทั้งสี่คิดแต่ที่ทำศึกต่างปรึกษา
ฝ่ายนายหมวดตรวจกำกับกำชับกำชาบอกกิจจาแจ้งทั่วทุกตัวคน ฯ
๏ ฝ่ายนางนาถมาตุรงค์ทรงพระยศเร่งรีบรถแรมทางมากลางหน
ถึงดงตาลด่านใหญ่ดูไพร่พลไม่เห็นหนผู้ใดเดินไปมา
นอกประตูอยู่แต่คนแก่เฒ่าจึงเรียกเข้ามาประณตริมรถา
แล้วตรัสถามตามระแวงแคลงวิญญาณ์พระมังคลาไปอยู่หนตำบลใด ฯ
๏ พวกผู้เฒ่าเฝ้าฟังรับสั่งถามจึงทูลความเคลือบแฝงแถลงไข
พระหน่อนาถราชโอรสยศไกรเสด็จไปลังกาได้ห้าวัน
ปิดประตูผู้ใดเข้าในด่านจะประหารชีวาให้อาสัญ
ข้าพเจ้าเข้ามาแต่อารัญต้องพากันขัดค้างอยู่อย่างนี้ ฯ
๏ นางดำริตริตรึกนิ่งนึกแหนงเห็นจะแกล้งไม่ให้พบคิดหลบหนี
จึงซักไซ้ใครเล่าเฝ้าบุรีหรือไม่มีตัวทหารประการใด
พวกคนแก่แก้ว่าข้าพเจ้ามิได้เข้าไปเห็นว่าเป็นไฉน
นางทรงฟังสั่งบรรดาพวกข้าไทจงเรียกให้เปิดบานทวารบัง
นายประตูผู้ใดมิได้ขานเป็นช้านานนางให้ซ้ำร้องคำหลัง
มิให้เราเข้าไปก็ไม่ฟังจะฟันพังประตูเข้าบูรี
สักครู่หนึ่งจึงเห็นคนบนหอรบนั่งนอบนบนางวัณฬามารศรี
ร้องถามชายนายขอเฝ้าพระเสาวนีย์ออกมานี้ราชการสถานใด ฯ
๏ ขอเฝ้าว่ามาช่วยหน่อวรนาถดำริราชสงครามตามวิสัย
ทั้งเยี่ยมเยือนเหล่าพลสกลไกรตามพระทัยกรุณาทั้งธานี
เร็วเร็วเถิดเปิดบานทวารรับรถจะได้ไปประทับพลับพลาศรี
จะขัดขวางค้างอยู่นอกบูรีโทษจะมีเหมือนขบถประทษร้าย ฯ
๏ พวกหอรบหลบหน้าโยธาหาญจึงเปิดบานประตูได้ดังใจหมาย
เข้าในเมืองเนื่องมาประดานายกราบถวายวันทาพร้อมหน้ากัน
เชิญประทับพลับพลาตรงหน้าป้อมทหารล้อมวงรอบเป็นขอบขัณฑ์
นางกษัตริย์ตรัสสั่งคนทั้งนั้นเองพากันไปบอกพระมังคลา
ให้พาน้องสองหลานทหารเก่ามาหาเราเราธุระจะมาหา
ฝ่ายขุนนางพรางความตามสัญญาพระไปวังลังกาได้ห้าวัน
วางพระทัยให้ข้ารักษาด่านราชการเตรียมตรวจกันกวดขัน
นี่หากพระเสด็จมาจึงพากันมาคอยรับอภิวันท์ฟังบัญชา ฯ
๏ นางตรัสถามความเรื่องเมืองผลึกมาขังตึกไว้ที่ไหนจะไปหา
ทั้งพระยศทศวงศ์ซึ่งส่งมามึงช่วยพาไปให้พบประสบกัน
ฝ่ายฝรั่งฟังตรัสให้ขัดข้องกลัวจะต้องโทษกรณ์พูดผ่อนผัน
ไม่ทราบความตามจริงทุกสิ่งอันกระหม่อมฉันข้าทหารใช้ราญรอน
นางเคืองขัดตรัสด่าพวกข้าเฝ้ามึงโฉดเฉาช่างไม่บอกพูดหลอกหลอน
จะทำให้ไพร่ฟ้าประชากรได้เดือดร้อนรบราต้องฆ่าฟัน
กูเคยพบรบสู้เคยรู้เห็นที่ยุคเข็ญเย็นร้อนคิดผ่อนผัน
มึงสอพลอยอเจ้าทิ้งเผ่าพันธุ์จะพากันฉิบหายล้มตายไป
กูเลี้ยงลูกปลูกฝังเห็นพลั้งผิดจึงตามติดคิดแต่จะแก้ไข
มึงขัดขวางอย่างนี้จะมีภัยไสหัวไปให้พ้นอ้ายคนพาล ฯ
๏ ฝ่ายรำภาสะหรีเห็นที่ขัดเข้าห้องผลัดเครื่องประดับสำหรับทหาร
ใส่เกราะเพชรเตร็จตรัจชัชวาลแล้วถือขวานออกหน้าพลับพลาพลัน
ประกาศว่าข้าเฝ้าเหล่าอำมาตย์เป็นข้าบาทบทเรศทั้งเขตขัณฑ์
ใครเสียสัตย์ขัดข้องคิดป้องกันกูจะฟันเสียให้ตายทำลายลง ฯ
๏ ฝ่ายพวกพลคนผู้เฒ่าชาวผลึกต้องเฝ้าตึกปัดเป่ากวาดเผ้าผง
ได้ยินความถามไต่ดังใจจงจึงเดินตรงเข้าไปทูลซึ่งมูลความ
อันองค์พระมเหสีบุตรีผลึกต้องใส่ตึกกักขังอยู่ทั้งสาม
ทหารล้อมพร้อมคุมทุกทุ่มยามจงทราบความตามจะโปรดที่โทษทัณฑ์ ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์วัณฬารำภาสะหรีต่างยินดีด้วยได้จริงทุกสิ่งสรรพ์
จากพลับพลาพาขอเฝ้าเหล่ากำนัลผู้เฒ่านั้นนำไปเหมือนใจจง
ถึงตึกขังบังห้องทั้งสองตึกพวกผลึกทูลความตามประสงค์
ฝ่ายฝรั่งพรั่งพร้อมพวกล้อมวงเห็นโฉมยงองค์ละเวงกลัวเกรงครัน
ต้องหลีกเหล่าชาววังไปทั้งพวกแล้วถอดหมวกเหมือนไหว้เจ้าไอศวรรย์
กุญแจใส่ใบบานเอาขวานฟันแล้วตามกันเข้าในห้องทั้งสองนาง ฯ
๏ เห็นองค์พระมเหสีบุตรีน้อยซูบเศร้าสร้อยมิได้หวีเกศีสาง
เข้ากราบลงตรงที่เพลาพี่นางสะอื้นพลางนางวัณฬาโศกาลัย
โอ้พระพี่วิบากมายากแค้นต้องโศกแสนเศร้าหมองไม่ผ่องใส
มิควรเป็นเวรสร้างแต่ปางใดจึงทำให้ขัดขวางถึงอย่างนี้
เพราะลูกชั่วตัวน้องก็ต้องผิดอย่าเพ่อคิดถือโกรธโปรดเกศี
เสียแรงน้องครองสัตย์สวัสดีนึกเหมือนพี่ร่วมครรภ์ไม่ฉันทา
เพราะเจ้ากรรมทำเข็ญให้เป็นโทษเสียประโยชน์ญาติวงศ์เผ่าพงศา
แต่ทราบข่าวเช้าค่ำกลืนน้ำตาเหมือนน้องฆ่าพี่นางให้วางวาย ฯ
๏ ส่วนสุวรรณมาลีเห็นดีนักกอดน้องรักร้องไห้จิตใจหาย
สะอื้นอ้อนอ่อนระหวยระทวยกายพระหัตถ์ฟายชลนาร่ำจาบัลย์
เป็นบุญแท้แม่ละเวงวัณฬาน้องเหมือนร่วมท้องดีจริงทุกสิ่งสรรพ์
สาพิภักดิ์รักพี่เหมือนชีวันจะสู้ม้วยด้วยกันไม่ฉันทา
ถึงลูกเต้าเขาชังก็ช่างเขาแต่ใจเราเรายังรักกันหนักหนา
ลูกกำเนิดเกิดครรภ์แม่วัณฬาเหมือนลูกพี่มิได้ว่าแม่อาธรรม์
ทั้งสองนางต่างสลดกำสรดสะอื้นสุดจะขืนฝืนแรงกันแสงศัลย์
สิ้นกำลังทั้งสองตระกองกันสะอื้นอั้นอ่อนซบสลบลง
ทั้งรำภาสะหรีโศกีร่ำเรียกเอาน้ำหอมชโลมโสรจโซมสรง
เกสรสดรสรื่นค่อยฟื้นองค์ต่างดำรงหฤทัยให้ประทัง
นางวัณฬาว่าน้องจะเชิญพระพี่ไปส่งที่เมืองใหม่เหมือนใจหวัง
ทั้งทรงยศทศวงศ์ดำรงวังคืนไปยังรมจักรนครา
สุมาลีดีใจปราศรัยสนองขอบคุณของน้องรักนั้นหนักหนา
อันทรงยศทศวงศ์ซึ่งส่งมาเขามิให้ไปหาพูดจากัน
แม่ควรช่วยด้วยเป็นวงศ์ของทรงเดชคืนนิเวศน์เวียงชัยไอศวรรย์
นางคำนับรับคำชวนกำนัลเชิญสุวรรณมาลีบุตรีมา
เข้าตึกท้าวทศวงศ์เห็นทรงยศต่างประณตน้อมประนมก้มเกศา
ส่วนสององค์ทรงศักดิ์เพ่งพักตราเห็นแม่นมั่นวัณฬาสุมาลี
ลดพระองค์ลงใกล้ไห้สะอื้นต้องแตกตื่นตายเป็นไม่เห็นผี
เพราะลูกเจ้าเอามาขังไว้ดังนี้มิรู้ที่ทำกระไรที่ไหนเลย
หรือทดแทนแค้นเคืองแต่เรื่องหลังต้องพลาดพลั้งพลอยทุกข์เพราะลูกเขย
ก็คิดว่าการุญได้คุ้นเคยมิควรเลยจริงจริงนะแม่ละเวง ฯ
๏ นางวัณฬาสารภาพพึ่งทราบเกล้าว่าลูกเต้าเจ้ากรรมทำข่มเหง
ไม่บอกแม่แต่มันคิดกันเองไม่ยำเยงเกรงพระราชอาชญา
แต่ลูกนี้มิได้เป็นใจด้วยจะคิดช่วยกำจัดตัดเกศา
ทั้งสององค์ทรงธรรม์จงกรุณาแต่ตัวข้านี้ได้โปรดยกโทษทัณฑ์
ที่ลูกหลานพาลผิดคิดขบถมันคนคดควรฆ่าให้อาสัญ
จะเชิญองค์ทรงเดชคืนเขตคันทั้งกำนัลเสนาชาวธานี ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์ว่าอ่อพ่อขอโทษมาหลงโกรธแม่วัณฬารำภาสะหรี
เออลูกเต้าเล่าก็เป็นไปเช่นนี้ไม่พอที่ทำข่มเหงกันเองเลย
นางพระยามานั่งลูบหลังไหล่แม่ขอบใจแม่วัณฬานิจจาเอ๋ย
ได้พบเห็นเป็นบุญได้คุ้นเคยอย่าโกรธเลยลูกเต้าเหมือนเผ่าพันธุ์
ถึงเด็กผิดคิดอาลัยผู้ใหญ่ซื่อมิควรถือโทษกรณ์พอผ่อนผัน
แม่วัณฬามาลีนี้ดีครันรู้รักกันนี่กระไรขอบใจจริง
จะรุ่งเรืองเลื่องลือมีชื่อเสียงได้สืบเยี่ยงอย่างเลิศประเสริฐหญิง
รักกันไปให้ตลอดอย่าทอดทิ้งมีแต่สิ่งสรรเสริญเจริญใจ ฯ
๏ ทั้งสองนางต่างคำนับน้อมรับสั่งอยู่พร้อมพรั่งทั้งรำภาอัชฌาสัย
เชิญสองท้าวสาวสรรค์กำนัลในเสด็จไปรถประทับที่พลับพลา
ท้าวทศวงศ์องค์พระมเหสีรำภาสะหรีมียศร่วมรถา
สุมาลีพี่น้องสองธิดาทั้งวัณฬาร่วมรถบทจร
พวกไพร่พลคนผลึกรมจักรมาพร้อมพรักพรูตามหลามสลอน
ฝ่ายฝรั่งลังกาพลากรต่างใส่กลอนปิดบานทวารบัง
นายทหารด้านเหนือใส่เสื้อหมวกเป็นพวกพวกขี่ม้าล้อมหน้าหลัง
แล้วร้องว่าอย่าทำแต่ลำพังพระเจ้าลังกากษัตริย์ตรัสกำชับ
ให้ขุนนางต่างพระทัยนัยน์เนตรรักษาเขตคอยเสด็จจนเสร็จกลับ
แม้ผู้ใดไม่ฟังบทบังคับก็จะจับฆ่าฟันให้บรรลัย
เมืองผลึกรมจักรเป็นนักโทษยังไม่โปรดพระจะมาพาไปไหน
คืนส่งมาข้าพเจ้าจะเอาไปใส่ไว้ในตึกขังจึงบังควร ฯ
๏ ขณะนั้นวัณฬารำภาสะหรีฟังเสนีเนรคุณคิดหุนหวน
ออกยืนด่าข้าเฝ้าเจ้าสำนวนมึงไม่ควรขัดข้องจองหองนัก
กูบำรุงกรุงไกรยกให้ลูกช่วยฝังปลูกแปลกกูไม่รู้จัก
พลอยสอพลอก่อศึกทำฮึกฮักพวกอ้ายอกตัญญูเหมือนงูพิษ
มึงคิดร้ายหมายสู้กูหรือนี่ว่าไม่มีวาสนาอาชญาสิทธิ์
ขืนขัดขวางทางไว้มึงไม่คิดประเดี๋ยวนี้ชีวิตจะวายวาง ฯ
๏ ฝ่ายเสนาว่าพระองค์ดำรงราชย์ก็สิทธิ์ขาดสารพัดไม่ขัดขวาง
ครั้นตรัสมอบขอบคันสวรรยางค์ให้ขุนนางเชื่อฟังพระมังคลา
ต้องถือน้ำทำสัตย์เพราะตรัสสั่งจึงเชื่อฟังทรงยศโอรสา
เดี๋ยวนี้พระจะกลับบังคับบัญชาเจ้าลังกาก็จะต้องเป็นสององค์
แม้ออกโอษฐ์โปรดขอต่อหน่อนาถอนุญาตยอมตามความประสงค์
ไม่ขัดเคืองเบื้องบาทมาตุรงค์ซึ่งพระองค์จะมาทำแต่ลำพัง
เหมือนถอดหน่อวรนาถราชโอรสให้เสียยศเยี่ยงอย่างแต่ปางหลัง
ข้าทูลห้ามปรามไว้พระไม่ฟังโทษข้าทั้งปวงนี้ถึงที่ตาย
แต่พวกพ้องสองเมืองที่เคืองขัดจะต้องตัดเอาศีรษะไว้ถวาย
ไม่รบสู้อยู่เกล้าเป็นเจ้านายคนอื่นหมายมิให้ออกนอกกำแพง ฯ
๏ นางรำภาว่าอุเหม่อ้ายเดรฉานยังต้านทานทุ่มเถียงขึ้นเสียงแข็ง
มากั้นกางขวางขัดสกัดสแกงมึงจะแกล้งกลบพระเสาวนีย์
ธรรมเนียมนาถมาตุรงค์มิ่งมงกุฎควรช่วยบุตรบำรุงซึ่งกรุงศรี
ถึงหน่อไทไม่อยู่ในบูรีพระชนนีชี้ขาดราชการ
ก็ควรฟังทั้งหมดช่วยปลดเปลื้องให้บ้านเมืองเรืองสมบัติพัสถาน
ถ้าทำผิดกิจกษัตริย์ไม่ทัดทานจะเกิดการยุคเข็ญไม่เว้นวาย
ทุกวันวุ่นขุ่นเคืองด้วยเรื่องรบจะเกลื่อนกลบเกลี่ยไกล่เสียให้หาย
มึงขืนขวางทางไว้ทั้งไพร่นายจะต้องตายโหงทั่วทุกตัวคน
แล้วแต่งองค์ทรงม้ามือคว้าขวานไล่ทหารมิให้ขวางทางถนน
ทั้งนายไพร่ไม่รบหลีกหลบวนนางเร่งพลขับรถบทจร ฯ
๏ ฝ่ายโยธาฝรั่งออกตั้งรับล้อมหน้าหลังคั่งคับสลับสลอน
นางรำภากล้าหาญไล่ราญรอนมันกลับย้อนแยกวิ่งจับหญิงชาย
ฉุดลากเหล่าชาวผลึกรมจักรเสียงคึกคักร้องกรีดหวาดหวีดหวาย
นางไล่ฟันโยธาข้างหน้าตายมันเข้าท้ายรถไล่ฆ่าไพร่พล
พวกขอเฝ้าเจ้ากรมออกสมทบช่วยเจ้ารบรอนรับกันสับสน
นางรำภาฆ่านายตายหลายคนมันฆ่าพลพวกตามตายครามครัน ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์นงลักษณ์อัคเรศคิดสมเพชพวกโยธาที่อาสัญ
จึงตรัสห้ามรำภาสะหรีนั้นอย่าฆ่าฟันให้ตายวายชีวา
จะกลับไปให้เขาขังไว้ดังเก่าด้วยพวกเรายับย่อยน้อยหนักหนา
นางละเวงเกรงว่าพระมังคลาจะให้ฆ่าห้ากษัตริย์ด้วยขัดใจ
จึงร้องว่าฝรั่งสิ้นทั้งหลายบอกเจ้านายมึงให้แจ้งแถลงไข
อันพวกพ้องสองพารากูพาไปรักษาไว้ในวังเมืองลังกา
ถ้าลูกกูรู้จักรักพ่อแม่อย่าถือแต่ยศศักดิ์ให้หนักหนา
แล้วให้กลับขับรถเลี้ยวลดมานางรำภาอยู่หลังระวังระไว
เปิดทวารบานบังออกหลังด่านเหล่าทหารมิได้ห้ามปรามไฉน
รีบแรมทางกลางป่าพนาลัยถึงกรุงไกรพร้อมเพรียงเข้าเวียงวัง
ให้สองท้าวสาวสนมรมจักรสำนักพักตึกทองทั้งสองหลัง
ทอดยี่ภู่ปูสุวรรณบัลลังก์แท่นที่ตั้งอย่างกษัตริย์ขัตติยา
ส่วนสุวรรณมาลีศรีสวัสดิ์อยู่ตึกจัตุรมุขเป็นสุขา
ทั้งลูกน้อยสร้อยสุวรรณจันทร์สุดาพร้อมทั้งข้าหลวงเหล่าพวกสาวใช้
นางวัณฬาอารีปรนนิบัติมิได้ขัดเคืองวิญญาณ์อัชฌาสัย
เลี้ยงทั้งเหล่าชาวพลสกลไกรทั้งนายไพร่ได้เป็นสุขทั่วทุกคน ฯ
๏ แต่ฝ่ายข้างนางละเวงวัณฬาราชแค้นหน่อนาถนึกเห็นไม่เป็นผล
แกล้งแอบแฝงแต่งให้พวกไพร่พลไล่ฆ่าคนข่มเหงไม่เกรงใจ
ข้างพวกพ่อก็ทำระยำยับทั้งไม่นับถือแม่พูดแก้ไข
พลางตรัสถามสามนางคิดอย่างไรลูกกลับไปเป็นศัตรูมาดูแคลน
ทั้งสามนางต่างว่าหนักหนาหนักเหมือนเลี้ยงรักลูกเสือร้ายเหลือแสน
จะช่วยชุบอุปถัมภ์กลับทำแค้นเหมือนเหยียบแผ่นดินผิดจนจิตใจ
นางวัณฬาว่าเพราะพระสังฆราชสอนให้ขาดญาติวงศ์จึงหลงใหล
น่าแค้นเหลือเชื่อพระจำจะไปต่อว่าให้ขาดกันเสียวันนี้
จึงแต่งองค์ทรงเครื่องแล้วเยื้องย่างพร้อมสามนางกับเหล่านางสาวศรี
ทั้งสี่องค์ทรงวอจรลีถึงกุฎีขึ้นบันไดเข้าในประตู ฯ
๏ พอผันแปรแลเห็นพระสังฆราชนั่งบนอาสน์อิงหมอนมือยอนหู
ไม่ก้มเกล้าเข้าไปนั่งตั้งกระทู้ท่านขรัวครูสอนสั่งเจ้ามังคลา
เหมือนลูกเสือเหลือเอกลอยเมฆแท้ขาดพ่อแม่เผ่าพงศ์พวกวงศา
คิดว่าช่วยแม่บำรุงกรุงลังกามิรู้มากลับเป็นไปเช่นนี้
ช่างยุยงส่งเสริมให้เหิมฮึกจนเกิดศึกรบพุ่งถึงกรุงศรี
เพราะสั่งสอนบอนบอกนอกบาลีจนเกิดดีดีแตกแหลกระยำ
เสียแรงเชื่อถือว่าเหมือนตาปู่จะค้ำชูช่วยชุบอุปถัมภ์
มาหลงเชื่อเสือเฒ่าตัวเจ้ากรรมช่างแนะนำทำให้ขาดญาติกา ฯ
๏ บาทหลวงฟังนั่งตะลึงแล้วจึงถามมันเกิดความอย่างไรมึงอึงหนักหนา
ว่าปากบอนสอนสั่งมังคลากูพูดจาว่ากระไรบอกให้รู้
ไม่ไต่ถามหยามหยาบบาปนะวะกูเป็นพระจะทะเลาะไม่เพราะหู
ถึงลูกเต้าเอามาไว้ที่ในกูสอนให้รู้สารพัดกลับขัดใจ ฯ
๏ นางวัณฬาว่าเพชรก้อนเก็จแก้วเขาขอให้ไปเสียแล้วเป็นไหนไหน
ใครบอนบอกออกให้รู้ครูหรือใครสอนให้ไปชิงเขาเผาพารา
เที่ยวรบพุ่งกรุงผลึกรมจักรให้เสียศักดิ์สุริย์วงศ์เผ่าพงศา
จับสองท้าวสาวสรรค์กัลยากับสร้อยสุวรรณจันทร์สุดาสุมาลี
มาขังไว้ในด่านดงตาลตึกจนเกิดศึกรบพุ่งถึงกรุงศรี
เสียเมืองใหม่ไพร่นายวายชีวีตัวต้องหนีเข้าไปอยู่หมู่ดงตาล
ครั้นรู้ความตามไปจะไกล่เกลี่ยก็หลบเสียให้แม่พบแต่ทหาร
ให้รบแม่แต่ล้วนอ้ายน้ำใจพาลเพราะอาจารย์ฝึกหัดจึงตัดรอน
จนรบราฆ่าฟันกันออกวุ่นเพราะเจ้าคุณหรือมิใช่หรือใครสอน
อยู่กุฎีมีสุขไม่ทุกข์ร้อนเหมือนเสือนอนกินควายสบายครัน ฯ
๏ บาทหลวงว่ามาพาโลอีโกหกสัตว์นรกเนรคุณทำหุนหัน
ไม่ไต่ถามความหลังสิ้นทั้งนั้นกูบอกมันตามจริงผิดสิ่งใด
บวชเป็นพระจะให้ว่ามุสาวาทจะมิขาดศิลถือหรือไฉน
ข้าตัดรอนสอนสั่งเมื่อครั้งไรมาแกล้งใส่โทษว่าสารพัด
อันลูกเต้าเหล่ากอกับพ่อแม่ก็สุดแท้แต่น้ำใจวิสัยสัตว์
เหมือนอย่างผัวตัวบ้างกูง้างคัดมึงจะตัดหรือวะอีละเวง
อ้ายมังคลาบ้าลำโพงโกงเหมือนแม่มันเอาแต่ตามอารมณ์ทำข่มเหง
ลูกในท้องของตัวไม่กลัวเกรงมาครื้นเครงโกรธกูเป็นครูบา
โทษเอาผัวตัวมึงจึงจะถูกที่ทำลูกล้างวงศ์เผ่าพงศา
มาลบหลู่กูแก่ชแรชรามึงฟันฆ่าเสียเถิดวะเป็นพระบอน
เมื่อผัวอยู่กูก็ผิดกูคิดสู้ถึงลูกเต้าเล่าก็กูเป็นครูสอน
ต้องอับอายหลายทีทีนี้นอนให้มึงถอนเถือเนื้อใส่เกลือกิน
ใครหายใจไม่ออกถึงนอกฟ้าผิดก็มาอยู่กับกูไม่รู้สิ้น
กูอาศัยในแดนรักแผ่นดินมึงกลับนินทาว่าสารพัน ฯ
๏ นางวัณฬาว่าเป็นครูรู้ว่าผิดไม่ห้ามศิษย์สั่งสอนช่วยผ่อนผัน
จนเกิดศึกครึกครื้นทุกคืนวันไม่ช่วยห้ามปรามมันคิดฉันใด ฯ
๏ บาทหลวงว่าวิสัยในมนุษย์ฟันจะหลุดแล้วก็ห้ามปรามไม่ไหว
ห้ามเกศาว่าอย่าหงอกยังนอกใจมันขืนหงอกออกจนได้มันไม่ฟัง
กูทำดีมีแต่ผิดไม่คิดหลาบมึงมาหยาบหยามว่าเหมือนบ้าหลัง
สาพิภักดิ์จักตายเสียหลายครั้งเหลือกำลังช่างใครไม่ใช่การ ฯ
๏ นางละเวงเกรงบาปไม่หยาบหยามคิดถึงความซื่อตรงก็สงสาร
ชลีลาพาหญิงพวกศฤงคารไปปราสาทราชฐานรำคาญใจ ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งมังคลามหาราชได้แบบบาทหลวงแจ้งแถลงไข
รู้ตำรับทัพศึกต้องตรึกไตรแล้วฝึกไพร่พลรบรู้ครบครัน
ให้ตั้งค่ายใหญ่น้อยร้อยแปดค่ายเป็นหลั่นรายเรียบไปในไพรสัณฑ์
แบ่งคนไว้ไพร่นายค่ายละพันธงสำคัญสัญญารบราวี
มีปืนลากขวากล้อมไว้พร้อมหมดชื่อค่ายทศเทวาเป็นราศี
ร้อยแปดค่ายหมายได้แม้ไพรีมาโจมตีมิได้รอดตลอดไป
ริมธานีมีลำแม่น้ำกว้างเหมือนลำรางลงเชี่ยวเป็นเกลียวไหล
จัดเรือน้อยร้อยลำประจำไว้จะได้ใช้สอยสำหรับจับไพรี ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ