ตอนที่ ๕๑ สุดสาครตามนางเสาวคนธ์

๏ จะกล่าวหน่อบพิตรอดิศร สุดสาครตามติดกนิษฐา
จนล่วงเข้าอ่าวสินธุ์ถิ่นนาคา เห็นภูผาวุ้งเวิ้งเชิงคิริน
ดูโพลงพลุ่งรุ่งโรจน์โชติสว่าง อยู่ท่ามกลางเกลียวมหาชลาสินธุ์
จะแลซ้ายฝ่ายขวาล้วนนาคิน ขึ้นไล่กินกุ้งปลาในสาชล
รู้ทำนองปล่องนาคจึงบากข้าม ตัดไปตามคลื่นทะเลระเหระหน
พอเห็นลำสำเภาที่เสาวคนธ์ ทำด้วยมนต์หมายว่าเภตราทรง
ขับมังกรถอนถีบเร็วรีบไล่ เห็นไรไรไม่รู้ถึงตะลึงหลง
เลี้ยวละเมาะเกาะเกียนวกเวียนวง จนสุริยงเย็นรอนอ่อนกำลัง
เห็นลิบลิบถีบถลาข้างหน้าลับ ครั้นเหลียวกลับแลเขม้นเห็นข้างหลัง
เอะผิดทีผีหลอกดอกกระมัง ให้หลงตั้งติดตามถึงสามวัน
จึงลงเลขเสกเป่าไม้เท้าทิพย์ ชื่อมนต์นิพพารนาแก้อาถรรพณ์
ชี้สำเภาเป่าไปเป็นไฟกัลป์ สำเภานั้นหายวับไปกับตา ฯ
๏ พอแลเห็นเป็นชะวากที่ปากอ่าว มีเกาะยาวใหญ่ขวางอยู่ข้างหน้า
ควันโขมงสงสัยในวิญญาณ์ จึงขับม้าขึ้นละเมาะเกาะค้างคาว
เห็นโรงใหญ่ไปดูพบผู้เฒ่า นั่งชันเข่าเหลาตอกผมหงอกขาว
เป็นชายอยู่ผู้เดียวหญิงเกรียวกราว ล้วนสาวสาวน้อยน้อยสักร้อยคน
บ้างนั่งเรียงเคียงรอบริมขอบแคร่ พระแลแลหลากจิตคิดฉงน
ฝ่ายตาเฒ่าเจ้าผัวตามัวมน มองเห็นคนขับเมียไปเสียไกล
แลดูม้าน่ากลัวก้มหัวกราบ จะใคร่ทราบซักถามตามสงสัย
จะมาหาข้าหรือจะธุระอะไร จงโปรดให้แจ้งจิตในกิจจา ฯ
๏ หน่อกษัตริย์ตรัสถามตามสุภาพ อย่ากรานกราบเลยธุระจะมาหา
แล้วลงนั่งยังชะง่อนก้อนศิลา ร้องเรียกมาซักถามตามพระทัย
แน่ท่านครูผู้เฒ่าจงเล่าเรื่อง อยู่บ้านเมืองแห่งหนตำบลไหน
เกิดวิบัติขัดขวางเป็นอย่างไร มาอยู่ในเกาะแก่งตำแหน่งนี้ ฯ
๏ ฝ่ายผู้เฒ่าเล่าความไปตามซื่อ ข้าเจ้าหรือชาวพาราสาวัตถี
เมื่อหนุ่มนั้นภรรยาข้าไม่มี เกี้ยวสตรีโกรธาเที่ยวด่าทอ
จนขอสู่ผู้ใหญ่ยกให้พร้อม ยังไม่ยอมเป็นเมียต้องเสียหอ
อายมนุษย์สุดกำลังไม่รั้งรอ จะผูกคอเสียให้ตายวายชีวา
ขึ้นไปบนต้นกระแมงลายแทงผุด จึงทราบสุดซึ่งเล่ห์เสนหา
กลับไปเที่ยวเกี้ยวสาวชาวพารา พอปะตาต้องจิตสนิทใน
ประการหนึ่งคลึงเคล้าเย้ายั่วหญิง ให้หลงลิงโลดจิตพิสมัย
ถึงแม่พ่อก็ให้ลืมด้วยปลื้มใจ เหตุด้วยได้แยบคายในลายแทง
ถึงแก่เฒ่าสาวรักอักนิษฐ์ พอใจชิดชวนแนบนั่งแอบแฝง
รู้ถึงท้าวเจ้าเมืองคิดเคืองแคลง จึงกลับแกล้งแสร้งว่าเป็นกาลี
ด้วยแก่เฒ่าเคล้าเคลียมีเมียสาว มาปล่อยอ่าวพาราสาวัตถี
จึงสิงสู่อยู่เกาะละเมาะนี้ พวกนารีทั้งนั้นเป็นภรรยา
ขอถามพระจะไปไหนอยากใคร่ทราบ แสนสุภาพน่ารักนั้นหนักหนา
พระตรองตรึกนึกจะใคร่ได้วิชา ให้น้องยายอมบ้างเหมือนอย่างใจ
จึงเล่าความตามเรื่องที่เคืองข้อง มาตามน้องมิได้แจ้งตำแหน่งไหน
ท่านตาครูรู้เล่ห์เสน่ห์ใน ช่วยสอนให้แยบคายตามลายแทง
ถ้าสมหวังดังคำที่ร่ำกล่าว ให้ได้สาวประดิพัทธ์ไม่ขัดแข็ง
จะแทนบุญคุณบ้างอย่าคลางแคลง ช่วยจัดแจงเภตราออกมารับ ฯ
๏ ฝ่ายตาครูรู้ว่าเป็นกษัตริย์ ไม่ขืนขัดไขความตามตำรับ
เชิงสัมผัสสตรีที่ลี้ลับ สังเกตจับจิกเล็บที่เทพจร
จะปลาบปลื้มลืมหลงปลงสวาท อย่าให้คลาดเคลื่อนจำเหมือนคำสอน
รู้จับแน่แก่สาวย่อมหาวนอน สุดสาครขอประสิทธิ์สมคิดไว้
แล้วถามว่าตาครูอยู่ที่นี่ เห็นเภตรามาทางนี้บ้างหรือไฉน
เฒ่าชราว่าเขม้นเห็นไรไร เขาแล่นไปแต่เดือนสี่เมื่อปีกลาย
ออกน้ำเขียวฝ่าคลื่นขึ้นข้างเหนือ ใหญ่กว่าเรือไปมาเที่ยวค้าขาย
สังเกตแดนแผนที่บุรีราย จะเข้าฝ่ายฝั่งพาราวาหุโลม
แล้วจับยามตามไปจะได้ปะ สงสารพระผอมซูบเสียรูปโฉม
ช่างเดินทางกลางคลื่นครึกครื้นโครม ต้องทุกข์โทมนัสสาน่าปรานี ฯ
๏ พระฟังคำร่ำเล่าสำเภาใหญ่ จะตามไปเพื่อจะพบประสบศรี
จึงบัญชาว่าท่านครูอยู่จงดี ธุระมีจะขอลาท่านคลาไคล
แล้วขึ้นนั่งหลังมังกรรีบถอนโถม โจนกระโจมลงมหาชลาไหล
ออกน้ำลึกครึกครื้นตามคลื่นไป กำหนดในทิศทางข้างอุดร ฯ
๏ สิบห้าวันครั้นเย็นแลเห็นด่าน มีปราการก่อป้อมคร่อมสิงขร
สำเภาจอดทอดท่าริมสาคร เห็นแน่นอนนางจะมาเภตรานี้
เมื่อแรกทำจำได้ทั้งใบเสา ผิดสำเภาชาวเมืองมีเครื่องสี่
ขับม้าทรงตรงมาพอราตรี ก็ถึงที่ฝั่งทะเลขึ้นเภตรา
เห็นคนอยู่รู้จักจึงทักถาม ถึงเรื่องความตามติดกนิษฐา
เขาทูลความตามเรื่องจากเมืองมา จนชิงชัยได้พาราวาหุโลม ฯ
๏ พระฟังคำร่ำแถลงแจ้งประจักษ์ เหมือนพบพักตร์เสาวคนธ์วิมลโฉม
เป็นฤๅษีพี่จะได้ไปเป็นโยม ปลอบประโลมลองวิชาของตาครู
แม้สมนึกสึกชีเหมือนอิเหนา ไม่ปลอดเปล่าเปลื้องปลดที่อดสู
จะบวชตามทรามวัยลอบไปดู มิให้ผู้อื่นแจ้งจะแพร่งพราย
จึงแปลงองค์ทรงนุ่งหนังเสือเหลือง ประดับเครื่องครองเลิศล้วนเฉิดฉาย
พอรุ่งแจ้งแสงตะวันพรรณราย จึงสั่งนายพวกที่เฝ้าสำเภาทรง
ให้จ้างเขาชาวด่านบ้านปากน้ำ ได้คนนำทางตามความประสงค์
ถือไม้เท้าดาวบสจรดประจง ไปขึ้นทรงนั่งหลังม้ามังกร
กับผู้นำตำบลหนทางนั้น ต่างผายผันพาเดินเนินสิงขร
เข้าแดนด่านบ้านป่าพนาดร ประทับร้อนแรมทางมากลางไพร ฯ
๏ จะกล่าวพระอัคนีนารีราช แต่อาพาธพักตร์หมองไม่ผ่องใส
ให้โหยหิวหวิววับลมจับใจ สะอึกไอไห้สะอื้นทุกคืนวัน
เสวยยาสารพัดจัดถวาย ไม่เหือดหายคลายโรคที่โศกศัลย์
พี่เลี้ยงน้อมพร้อมหน้าปรึกษากัน ด้วยพระชันษายี่สิบห้าปี
เป็นคราวเคราะห์เพราะว่าพระราหู มาสมสู่สุริยาในราศรี
อังคารถึงซึ่งพฤหัสบดี ตกต้องที่ช้างฉัททันต์อันตราย
จงสึกหาลาพรตให้ปลดเปลื้อง ได้แต่งเครื่องพลีกรรมทำถวาย
จะเชือดแพะแกะสะเดาะพระเคราะห์ร้าย ให้เคลื่อนคลายหายโศกสิ้นโรคภัย ฯ
๏ นางเชื่อคำตำราจึงลาพรต ทรงเครื่องยศอย่างพราหมณ์ตามวิสัย
ตั้งบวงสรวงดวงชาตาสุราลัย ให้เชือดแพะแกะไก่ไหว้เทวัญ
ค่อยฟื้นองค์สรงเสวยนมเนยหอม หายผ่ายผอมผิวฉวีเป็นสีสัน
พี่เลี้ยงเหล่าสาวสุรางค์นางกำนัล คอยป้องกันห้ามมิให้ใครเข้ามา ฯ
๏ ฝ่ายนงเยาว์เสาวคนธ์วิมลสมร คิดจะจรจากนิเวศน์หนีเชษฐา
คืนวันนั้นครั้นสามยามเวลา เคลิ้มนิทราม่อยลงทรงสุบิน
ว่าองค์พระอนันตนาคราช เผ่นผงาดมาทางลำแม่น้ำสินธุ์
เข้ารัดนางกลางคืนจะกลืนกิน ร้องจนสิ้นเสียงสะดุ้งพอรุ่งราง
รู้ตำราว่างูคือบุรุษ ยิ่งแสนสุดตรึกตรองคิดหมองหมาง
ตรัสเรียกสี่พี่เลี้ยงมาเคียงนาง ไม่อำพรางทางเล่าให้เข้าใจ
ประหลาดสุดภุชงค์ตรงมารัด จะเป็นศัตรูตรึกนึกไฉน
จะว่าพี่ที่เป็นคู่ก็อยู่ไกล แล้วใจไม่ยินดีจึงหนีตัว
ถึงพบพานฉันจะตัดจะขัดข้อง ขอเป็นน้องเป็นพี่ไม่มีผัว
แต่กริ่งใจในฝันเห็นพันพัว นาคนั้นกลัวว่าจะได้แก่ไพรี ฯ
๏ พี่เลี้ยงช่วยอวยพรสมรมิ่ง จะใหญ่ยิ่งยศถามารศรี
อันศึกเสือเหนือใต้เห็นไม่มี เพราะพระพี่ผูกพระทัยอยู่ในน้อง
จึงฝันเห็นเป็นคู่ที่ชูชื่น ใช่ผู้อื่นจะระคนอย่าหม่นหมอง
นางขวยเขินเมินนึกนิ่งตรึกตรอง อยู่ในห้องให้รัญจวนปั่นป่วนใจ ฯ
๏ จะกล่าวสุดสาครหยุดหย่อนบ้าง ผู้นำทางร่ำเดินเนินไสล
ยี่สิบวันครั้นรุ่งถึงกรุงไกร จึงปล่อยให้ม้ามังกรผ่อนกำลัง
สั่งผู้นำตำบลสองคนนั้น ให้พากันกลับไปเหมือนใจหวัง
แต่พระองค์ตรงมาถึงหน้าวัง เข้าหยุดยั้งนั่งหน้าศาลาลัย
พอขอเฝ้าเยาวมาลย์มาพานพบ เข้านอบนบยินดีจะมีไหน
พระรู้จักทักถามถึงทรามวัย เขาทูลให้แจ้งจิตไม่ปิดบัง
อันฤๅษีที่เป็นหมอพวกขอเฝ้า เคยเดินเข้าออกได้เหมือนใจหวัง
เชิญพระองค์ตรงไปเข้าในวัง อย่าให้ทั้งปวงแจ้งจะแพร่งพราย ฯ
๏ พระชื่นชอบตอบคำให้นำหน้า ขอเฝ้าพามาปราสาทเหมือนมาดหมาย
เห็นฤๅษีพี่เลี้ยงอยู่เรียงราย แกล้งเมียงม่ายมิให้รู้ว่าผู้ใด
ครั้นเห็นเมินเดินด้อมแอบอ้อมเสา ค่อยแฝงเงาม่านทองที่สองไข
เห็นน้องนอนซ่อนหน้านึกอาลัย เข้านั่งใกล้แกล้งประคองลองตำรา
นางซาบเสียวเหลียวดูรู้ว่าพี่ ไม่หน่ายหนีนึกสมเพชพระเชษฐา
พระแอบอุ้มจุมพิตวนิดา พี่อุส่าห์ติดตามด้วยความรัก
พลางรับขวัญมั่นหมายว่าตายราบ นางก้มกราบซบทับลงกับตัก
พระลูบโลมโฉมเฉลาเยาวลักษณ์ นางแกล้งผลักพลางว่าไม่ปรานี
พอมาถึงคลึงเคล้าเฝ้าเย้ายั่ว ไม่เกรงกลัวบาปหรือเป็นฤๅษี
พระปลอบนางข้างนอกดอกเป็นชี แต่ใจพี่เป็นคฤหัสถ์อยู่อัตรา
พลางปลดเปลื้องเครื่องครองออกกองไว้ เครื่องทรงในนั้นเป็นพราหมณ์งามหนักหนา
กอดประทับรับขวัญจำนรรจา อย่าหน่วงช้าทารกรรมให้ช้ำใจ
อันตัวพี่นี้เหมือนแมงภู่ผึ้ง มาพบซึ่งเสาวรสอันสดใส
สุดจะห้ามความรักหักฤทัย พลางลูบไล้โลมน้องประคองเชย
ถนอมแนบแอบชิดจุมพิตพักตร์ ภิรมย์รักร่วมเรียงเคียงเขนย
นางเบือนหนีนี่อะไรฉันไม่เคย พระก่ายเกยกอดประทับไว้กับทรวง
พอสบเชิงเริงรื่นชูชื่นแช่ม ต่างยิ้มแย้มหย่อนตามไม่ห้ามหวง
มณฑาทิพย์กลีบหุ้มเป็นพุ่มพวง ขยายดวงเด่นกระจ่างเมื่อกลางวัน
เกษมสุขทุกสถานพิมานทิพย์ เห็นลิบลิบลอยสล้างกลางสวรรค์
พวกรำเต้นเล่นงานค้างการนั้น กลับประชันโรงรำตามลำพัง
เหมือนราตรีมีโขนละครหุ่น กลางวันวุ่นวิ่งเต้นกลับเล่นหนัง
ตะโพนฆ้องกลองตีไม่มีดัง เหมือนสองสังวาสสวาทไม่คลาดคลา
พระคลึงเคล้าเย้ายวนให้ป่วนปลื้ม นางหลับลืมหลงเล่ห์เสนหา
พระเอนแอบแนบชิดวนิดา อุ่นอุราพลอยหลับระงับไป ฯ
๏ ฝ่ายนารีพี่เลี้ยงแว่วเสียงตรัส กลับสงัดเงียบระงับหรือหลับใหล
ค่อยแหวกม่านคลานแลอยู่แต่ไกล เห็นเนาในแท่นทองทั้งสององค์
นึกเอะใจใครหนอนอนคลอเคล้า พลางเคียงเข้าพินิจพิศวง
สังเกตจำสำคัญได้มั่นคง รู้ว่าองค์เชษฐาสุดสาคร
มาเมื่อไรได้เสร็จสำเร็จคิด ถนอมสนิทแนบทรวงดวงสมร
เดิมพระน้องข้องขัดถึงตัดรอน กลับโอนอ่อนอัศจรรย์ไม่ทันรู้
น่าหัวเราะเพราะหนีอภิเษก มาลอยเมฆเหมือนเขาว่าน่าอดสู
นางถอยกลับลับม่านขี้คร้านดู ทำไม่รู้เสียเถิดหนอหัวร่อกัน
บ้างค่อยว่าตาขยิบซุบซิบพูด เทวทูตท่านมาเตือนจึงเฟือนฝัน
นึกว่าใครไหนจะคิดมาติดพัน มิรู้ว่าพระอนันตนาคา
บ้างพลอยว่าสาแก่จิตที่บิดพลิ้ว เดี๋ยวนี้หิวเห็นจะรักเธอหนักหนา
จะคอยดูอยู่เมื่อตื่นฟื้นกายา จะพูดจาว่ากระไรจะใคร่ฟัง
บ้างค่อยว่าน่าสงสัยหรือไม่รู้ เธอจะจู่มาเมื่อหลับลอบลับหลัง
บ้างค่อนว่าถ้ากระนั้นก็น่าชัง ดูเหมือนดังดินอิฐใช่จิตใจ
จนผู้ชายก่ายกอดสอดสัมผัส ยังไม่ฟัดไม่ครือหรือไฉน
ต่างหัวร่อต่อกระซิกขิกขิกไป ด้วยยินดีที่จะได้ไปพารา ฯ
๏ ฝ่ายนงเยาว์เสาวคนธ์วิมลโฉม ปลื้มประโลมหลับเนตรแนบเชษฐา
ครั้นเต็มตื่นฟื้นกายอายวิญญาณ์ กลับซบหน้านึกแน่นแค้นใจตัว
แต่เดิมทีหนีหายไม่หมายคบ เธอมาพบหรือเผอิญกลับเพลินผัว
ผิดวิสัยใจเรามาเมามัว เหมือนหญิงชั่วชายเกี้ยวประเดี๋ยวใจ
วิบากกรรมจำจนให้อ้นอั้น สุดจะผันสุดจะแปรสุดแก้ไข
สุดจะอายขายหน้าพวกข้าไท น่าน้อยใจใจเอ๋ยไม่เคยคิด
จะใคร่ล้วงดวงใจออกให้เห็น ว่ามันเป็นอย่างไรหนอในจิต
จึงริรักมักง่ายให้ชายชิด ช่างไม่คิดเกรงกลัวมืดมัวเมา
เมื่อหลบลี้วิวาห์เมืองการะเวก มาภิเษกเสียตัวกับผัวเขา
ชะน่าแค้นแม้นมิใช่จิตใจเรา จะใคร่เอาเกลือทาให้สาใจ
ลงจากแท่นแค้นสี่พระพี่เลี้ยง เรียกมาเคียงค่อนว่าไม่ปราศรัย
นั่งอยู่นี่พี่ยามาเมื่อไร ไม่บอกให้แจ้งจิตแกล้งปิดบัง
เป็นลมจับหลับอยู่ไม่รู้แจ้ง นี่เนื้อแกล้งจะให้อายเมื่อภายหลัง
ให้นอนเคียงเรียงกันบนบัลลังก์ เห็นงามทั้งห้าไร่จะได้ดู
คิดว่าดีพี่เลี้ยงก็เพียงพี่ ทีนี้ดีแตกหมดน่าอดสู
แกล้งรู้เห็นเป็นใจทำไม่รู้ ให้จู่ลู่ลามลวนไม่ควรเป็น ฯ
๏ พี่เลี้ยงฟังนั่งตะลึงแล้วจึงว่า นี่เธอมาแต่เมื่อไรก็ไม่เห็น
ดู๋อยู่อยู่จู่จรมาซ่อนเร้น ควรจะเป็นโทษทั่วทุกตัวคน
บ้างบ่นว่ามาตรงตรงก็คงปะ ชะรอยพระลอดช่องเช่นล่องหน
บ้างบ่นว่าข้าเห็นทีจะมีมนต์ จึงบังตนเข้ามาได้ในไสยา ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อวรนาถไสยาสน์ตื่น ยังหอมรื่นรสกุหลาบอาบนาสา
สำอางองค์ทรงศักดิ์สรงพักตรา พอเห็นหน้าพี่เลี้ยงหมอบเมียงมอง
จึงแกล้งตรัสตัดพ้อเออออหม่อม ฉลาดพร้อมพูดเพราะเสนาะสนอง
เจ้าเป็นที่พี่เลี้ยงเคียงประคอง พาพระน้องหนีมาจากธานี
ช่างแนะนำทำศึกที่ฝึกสอน เที่ยวราญรอนรบพุ่งทุกกรุงศรี
ไม่ห้ามปรามตามลำพังทำดังนี้ เจ้าเห็นดีแล้วสิหนอไม่รอรา
พระบิตุราชมาตุรงค์ทรงกำสรด ทุกข์ระทดทั้งพระวงศ์เผ่าพงศา
ด้วยเริศร้างค้างงานการวิวาห์ เพราะตัวพาพระบุตรีหนีนคร
เจ้าเป็นที่พี่เลี้ยงรู้เยี่ยงอย่าง จึงได้วางพระทัยให้สั่งสอน
ถึงพระน้องข้องขัดให้ตัดรอน ควรผันผ่อนเพ็ดทูลมูลิกา
นี่กลับเห็นเป็นดีพาหนีหาย โทษถึงตายหรือไม่เล่าหม่อมเจ้าขา
ซึ่งทั้งปวงล่วงพระราชอาชญา ให้เรามาตัดศีรษะเสียบประจาน
จะรับองค์นงนุชสุดสวาท กลับไปราชนิเวศน์เขตสถาน
เร่งรู้ความตามโทษที่โปรดปราน จงให้การแก้ผิดที่ติดพัน ฯ
๏ พี่เลี้ยงนางต่างว่าข้าพเจ้า มีโทษเท่าดินฟ้าควรอาสัญ
ถ้าลงพระอาญาให้ฆ่าฟัน สุดจะผันผ่อนตนให้พ้นตาย
ได้ทูลห้ามสามครั้งไม่ฟังห้าม ต้องติดตามทรามสวาทเหมือนมาดหมาย
สืบสนองรองบาทไม่คลาดคลาย แม้เจ้านายไปถึงไหนก็ไม่ทิ้ง
ด้วยเป็นข้าสาพิภักดิ์ถึงจักม้วย สู้ตายด้วยพระธิดาประสาหญิง
ไม่แกล้งว่าสารพัดเป็นสัตย์จริง สุดจะทิ้งเจ้าพระคุณกรุณา ฯ
๏ พระฟังคำทำเป็นเคืองชำเลืองค้อน ที่โทษกรณ์ก็รู้จักว่าหนักหนา
จะหยุดยั้งรั้งพระราชอาญา ให้คิดหาความชอบปลอบพระน้อง
ให้เจ้านายหายดื้อได้หรือไม่ ไปกรุงไกรแล้วก็จะทูลฉลอง
ให้พ้นโทษโปรดปรานกินพานทอง จงตรึกตรองเกรงพระราชอาชญา ฯ
๏ ทั้งสี่นางต่างรู้ว่าขู่หยอก จึงว่านอกจากสมเด็จพระเชษฐา
สุดจะฝืนขืนขัดพระอัชฌา เสด็จมาแล้วก็เห็นจะเป็นการ ฯ
๏ ฝ่ายนงเยาว์เสาวคนธ์รู้กลพี่ ทำห้ามสี่กัลยาอย่าว่าขาน
ช่วยกันหาฝรั่งมาตั้งพาน ติดบนท่านผู้รับสั่งจึงบังควร
พระชื่นชอบตอบว่าลูกฝรั่ง พี่นี้ชังกลิ่นฉุนให้หุนหวน
ถ้าแม้บนผลมะปรางสำอางนวล จะสงวนเชยชื่นทุกคืนวัน
จะละวางบ้างอยู่ไม่ขู่เข็ญ มิให้เป็นโทษกรณ์ช่วยผ่อนผัน
มิตามคำสำรองของกำนัล ได้เกาะกันวันนี้ไม่มีรอ ฯ
๏ นางว่าชะพระพี่ผู้รับสั่ง ได้ขึ้นซังครั้งนี้แล้วสิหนอ
อย่าเพ่อนึกฮึกฮักมิยักง้อ ไม่รักขอโทษตัวไม่กลัวตาย
มีรับสั่งอย่างไรแล้วไม่ขัด เชิญช่วยตัดเอาศีรษะไปถวาย
พระตอบว่าสรรพางค์รูปร่างกาย มิสูญหายเสียหรือเจ้าเยาวมาลย์
จริงนะน้องจะต้องตามความรับสั่ง พาไปทั้งรูปทรงส่งสัณฐาน
พลางอิงแอบแนบองค์อุ้มนงคราญ ขึ้นแท่นรัตน์ชัชวาลรูดม่านบัง
พี่เลี้ยงออกนอกห้องสองกษัตริย์ โสมนัสนงนุชนั่งจุดหลัง
อยู่ปรางค์ทองห้องสุวรรณร่วมบัลลังก์ ตามลำพังพิศวาสไม่คลาดคลา
นางโฉมยงหลงละเลิงด้วยเชิงชื่น พระหลงรื่นรสสุคนธ์ปนบุปผา
นางลืมวงศ์พงศ์พันธุ์สวรรยา พระลืมลาลีวันกำนัลใน
ต่างบันเทิงเริงรื่นชุ่มชื่นแช่ม ทั้งขึ้นแรมร่วมจิตพิสมัย
ไม่เริศร้างห่างเหินเพลิดเพลินใจ กำหนดได้หลายเดือนไม่เคลื่อนคลาย ฯ
๏ อยู่วันหนึ่งจึงองค์นางนงลักษณ์ คิดอายพักตร์พวกทมิฬสิ้นทั้งหลาย
แม้มีผู้รู้แจ้งจะแพร่งพราย ทั้งระคายคิดถึงองค์จะทรงครรภ์
จึงแจ้งเหตุเชษฐาเมื่อมารบ ได้สมทบพวกพหลพลขันธ์
จะจัดแจงแต่งตั้งให้รางวัล เหมือนผูกพันมั่นไว้ด้วยไมตรี
มีธุระก็จะได้ใช้ทหาร ช่วยรอนราญรบพุ่งกันกรุงศรี
แต่ตัวน้องนี้จะต้องเป็นมุนี ออกนั่งแท่นที่สุวรรณพรรณราย
เสร็จธุระจะได้ไปเสียให้ลับ จึงสึกกลับแปลงนามให้ความหาย
อยู่ที่นี่มีผู้รู้ระคาย จะได้อายอัประมานรำคาญใจ ฯ
๏ พระยิ้มพลางทางว่าจะลาบวช ฉันมิชวดอยู่หรือกรรมจะทำไฉน
นางว่าเบื่อเหลือแล้วคะภูวไนย ฉันมิใช่ชาติฝรั่งลิ้นลังกา
พระสวมสอดกอดประคองว่าน้องรัก บวชแต่สักสองวันเท่านั้นหนา
พลางแย้มสรวลชวนชิดวนิดา จนหลับใหลไสยาในราตรี ฯ
๏ ครั้นรุ่งแสงสุริยงนางทรงพรต น้อมประณตศีลถือเป็นฤๅษี
ข้าหลวงล้อมพร้อมตามพระมุนี ออกนั่งที่แท่นรัตน์ชัชวาล
พร้อมเสนาข้าเฝ้าเหล่าอำมาตย์ อภิวาทดาษดาแน่นหน้าฉาน
พระอัคนีศรีสวัสดิ์ดำรัสการ ตามโบราณมอบสมบัติสวัสดี
ให้โอรสยศยงองค์วาโหม ครองพาราวาหุโลมเฉลิมศรี
นางธิดาชันษาสิบห้าปี ให้เป็นที่อัคเรศเกศกำนัล
อันนายด่านชานชลาซึ่งสามารถ เป็นอุปราชราชวังนรังสรรค์
ฝ่ายราหูผู้เป็นเจ้าเมืองตะวัน ตรีเมฆนั้นเป็นมหาเสนาบดี
ฝ่ายพระกาลด่านในให้ไปอยู่ คงเป็นผู้รั้งด่านชานกรุงศรี
ที่นอกนั้นบรรดาช่วยราวี ให้แทนตรีเมฆราหูเป็นผู้รั้ง
ทั้งบุตรชายนายด่านประทานยศ เช่นโอรสรักเหมือนลูกช่วยปลูกฝัง
อายุได้สิบปีมีกำลัง เป็นผู้รั้งเมืองด่านชานชลา
ทั้งเงินทองของประทานทหารรบ ได้ถ้วนครบไพร่นายทั้งซ้ายขวา
ต่างเริงรื่นชื่นชมบังคมลา ไปรักษาแดนด่านสำราญใจ ฯ
๏ พระอัคนีปรีชาสั่งวาโหม จงอยู่โสมนัสสาอัชฌาสัย
อุปถัมภ์บำรุงชาวกรุงไกร ตั้งอยู่ในยุติธรรมอย่าลำเอียง
ปรึกษาความตามบทในกฎหมาย อย่ากลับกลายว่ากล่าวให้ก้าวเฉียง
ผู้ดีใดมีวิชาเอามาเลี้ยง จึงต้องเยี่ยงอย่างกษัตริย์ขัตติยา
คิดกำจัดศัตรูโจรผู้ร้าย ให้หญิงชายชื่นจิตทุกทิศา
มีโทษกรณ์ผ่อนผันกรุณา ให้เย็นใจไพร่ฟ้าประชาชน
หนึ่งม้ารถคชสารทหารรบ ให้รู้จบเจนศึกเฝ้าฝึกฝน
แม้มีผู้ยุยงอย่าหลงกล อย่าคบคนสอพลอทรลักษณ์
ใครข้องขัดทัดทานอย่าหาญฮึก ค่อยตรองตรึกชอบผิดคิดหน่วงหนัก
แม้มีผู้รู้มาสาพิภักดิ์ ให้ยศศักดิ์สมควรอย่าชวนชัง
จงฟังคำร่ำว่ารักษาศิล จะเพิ่มภิญโญไปเหมือนใจหวัง
รูปขอลาวาโหมโยมชาววัง กลับไปยังฝั่งทะเลลงเภตรา
เที่ยวหลีกบ่วงห่วงสัตว์ตัดสงสาร ไปวิมานเมืองสวรรค์ให้หรรษา
วาโหมฟังหลั่งหล่อคลอน้ำตา ด้วยความอาลัยในพระอัคนี ฯ
๏ จึงทูลว่าข้าคิดเหมือนบิตุเรศ เคยฟังเทศน์ถือศิลพระชินศรี
พระจะไปไกลวังเสียครั้งนี้ ไม่มีที่อุปถัมภ์ก็จำจน
ด้วยฝ่ายพระประโยชน์เที่ยวโปรดสัตว์ สุดจะขัดทัดทานการกุศล
แม้สบายภายหลังสิ้นกังวล ขอนิมนต์กลับมายังธานี ฯ
๏ พระรับคำอำลากลับมาห้อง พร้อมพวกพ้องพหลพลฤๅษี
พอโพล้เพล้เวลาจวนราตรี ชวนพระพี่รีบออกนอกนคร
พระทรงเดชเชษฐาทรงม้ามิ่ง นางทรงสิงห์ตามเดินเนินสิงขร
น้ำค้างย้อยพรอยพรำแต่อัมพร เข้าดงดอนแดนป่าพนาลัย
พวกขอเฝ้าสาวศรีเหล่าพี่เลี้ยง ส่งโคมเคียงข้างทางสว่างไสว
ประทับค้างตามทางมากลางไพร ถึงบ้านไหนรับเลี้ยงพร้อมเพรียงกัน
ด้วยนับถือฤๅษีเป็นที่ยิ่ง ทั้งชายหญิงอยากจะใคร่ไปสวรรค์
แต่แรมทางกลางย่านสำราญครัน ถึงเขตคันด่านสมุทรที่หยุดยั้ง
เจ้าเมืองทำตำหนักไว้พรักพร้อม ทั้งกระท่อมน้อยน้อยสักร้อยหลัง
ให้ศิษย์หาหลับนอนผ่อนกำลัง อยู่ริมฝั่งหาดทรายสบายใจ ฯ
๏ พระอัคนีมิได้ลาสิกขาบท ดูทรงยศพี่ยาจะว่าไฉน
อยู่ตำหนักชักประคำนั้นร่ำไป เรียกมาลามาลัยไว้ใช้การ
พวกขอเฝ้าสาวสรรค์พากันสึก ต่างสมนึกแสนสุขสนุกสนาน
แต่องค์สุดสาครร้อนรำคาญ ด้วยเยาวมาลย์มารยาไม่ลาพรต
อยู่กุฎีที่พระน้องมีห้องกั้น ทุกคืนวันวอนว่าพระดาบส
นางผ่อนผัดขัดข้องก็ต้องงด สู้ออมอดอกใจดังไฟลาม
คิดจะทำตามตำรับให้กลับสึก แล้วตรองตรึกเกรงบาปไม่หยาบหยาม
แต่พากเพียรเวียนวอนไม่อ่อนตาม จนถึงสามเดือนแล้วไม่แผ้วพาน
เวลานั้นหันหุนให้ฉุนแค้น ขึ้นนั่งแท่นเทียมสิทธาแล้วว่าขาน
นี่แน่ะคะพระบรมสมภาร บวชมานานยิ่งนิ่งก็ยิ่งลวง
จะบวชไปให้เป็นขรัวใช่ตัวเปล่า เป็นเมียเขาเจ้าของยังครองหวง
เหมือนเป็นหนี้มิใช่น้อยเขาคอยทวง จะลุล่วงไปได้หรือขืนดื้อดึง
เร่งสึกหาลาศีลเสียเถิดคะ ไม่ลดละแล้วจริงจริงอย่านิ่งขึง
มิฟังคำทำดื้อได้อื้ออึง ไปฟ้องถึงไหนก็ไปเถิดไม่กลัว
พระบิตุราชมาตุรงค์ก็ปลงให้ แล้วก็ได้เป็นพี่เป็นที่ผัว
ขืนผ่อนผัดขัดข้องให้หมองมัว เดี๋ยวนี้ตัวเปล่าหรือถืออย่างไร ฯ
๏ นางฟังคำทำเป็นขึงแล้วจึงว่า เมื่อศรัทธายังไม่เสื่อมที่เลื่อมใส
ไม่สึกหาฆ่าฟันเป็นฉันใด ตามพระทัยเถิดไม่ขัดพระอัชฌา
ด้วยชาตินี้มีกรรมจึงลำบาก ต้องพลัดพรากสุริย์วงศ์เผ่าพงศา
จะถือศิลภิญโญโมทนา ไปชาติหน้าจะได้สุขไม่ทุกข์ทน
ถึงจะเชือดเลือดเนื้อเมื่อมิโปรด ไม่ขึ้งโกรธดอกจะใคร่ได้กุศล
จะสู้ซื่อถือศิลไม่ดิ้นรน อุส่าห์ทนจนถึงกายจะวายปราณ ฯ
๏ พระว่าชะจะนิ่งจริงหรือน้อง จะได้ลองชมศรัทธาที่กล้าหาญ
จะแล่เถือเนื้อน้องไม่ต้องการ โปรดประทานแต่ที่เคยได้เชยชิด
จะกอดจูบลูบต้องที่ของรัก อย่าพลิกผลักมือนะจ๊ะพระนักสิทธ์
ช่วยเอียงแก้มแย้มเยื้อนให้เหมือนคิด พลางเข้าชิดโฉมฉายยิ่งอายใจ
จึงว่าพระจะข่มเหงไม่เกรงบาป ทำหยามหยาบหยอกฤๅษีผิดวิสัย
พระชื่นชวนสรวลสันต์นั่นเป็นไร ปากว่าได้ใจเบือนไม่เหมือนคำ
อย่าขัดเขาเจ้าของไม่ต้องที่ สึกดีดีเถิดนะน้องไม่ต้องปล้ำ
ขืนหน่วงหนักชักช้าทารกรรม แก้มจะช้ำเสียเปล่าเปล่าไม่เข้าการ ฯ
๏ นางเสแสร้งแกล้งว่าพระเป็นคฤหัสถ์ จะมาตัดกิจกรมพรหมวิหาร
แม้เลือดเนื้อเถือได้ควรให้ทาน นี่เป็นการบาปกรรมที่สำคัญ
จึงหลีกตัวกลัวพระพี่จะมีโทษ ด้วยประโยชน์อยากจะใคร่ไปสวรรค์
จะจับต้องกองไฟประลัยกัลป์ ครั้นจะผันผ่อนให้ก็ไม่ควร
พระมิใช่ไม่เคยเชยชมน้อง เคยถูกต้องชิดเชื้อเนื้อสงวน
นี่บาปกรรมจำห้ามขืนลามลวน พระเห็นควรหรือไฉนจะใคร่ฟัง ฯ
๏ พระยิ้มพลางทางว่าสิกขาบท พี่รู้หมดมิใช่ว่าเป็นบ้าหลัง
แม้รักใคร่ใจจริงไม่ชิงชัง จะจับมั่งก็ไม่บาปไม่หยาบคาย
แม้ฤๅษีมีผัวหนีตัวบวช ให้ผัวชวดรักใคร่บาปใจหาย
ไม่สึกหาถ้าแม้คู่ข้างผู้ชาย เขากอดก่ายกรรมอยู่กับมุนี
จริงจริงนะจะต้องปล้ำอย่าทำดื้อ พี่เคยถือศีลห้าก่อนมารศรี
นางขืนขึ้งบึ้งหน้าไม่พาที จะเซ้าซี้สักเท่าไรไม่เจรจา
พระกอดรัดขัดใจอุ้มใส่ตัก นางเฉยพักตร์หลับเนตรแกล้งเชษฐา
พระแนบเน้นเคล้นพุ่มปทุมา แล้วจูบซ้ายย้ายขวาให้สาใจ
เสาวคนธ์ทนจูบให้ลูบต้อง พระจี้ลองร้องกรีดหวีดหวั่นไหว
ผลักพระหัตถ์บัดสีนี่กระไร เฝ้าลูบไล้เหลือเบื่อเหลือจะลาม
แค้นหนักหนาฟ้าผี่เถิดซินะ ไม่บวชละจะเป็นบาปเพราะหยาบหยาม
พลางลาพรตปลดเปลื้องทรงเครื่องพราหมณ์ พระเดินตามเข้าในห้องแนบน้องยา
สาแก่ใจไยจึงมิดึงดื้อ ไม่รู้หรือว่าพี่รักนั้นหนักหนา
สู้ติดตามข้ามทะเลเร่ร่อนมา กินน้ำตาต่างข้าวทุกเช้าเย็น
มาพบปะจะได้ชื่นขืนให้ชวด กลับถือบวชตรวจน้ำแกล้งทำเข็ญ
เฝ้าห่างเหเรรวนไม่ควรเป็น ดูเหมือนเช่นมิใช่คู่ไม่รู้รัก
หรือชิงชังรังเกียจไม่เฉียดชิด อย่าเกรงจิตจงแถลงแจ้งประจักษ์
ต้องง้องอนวอนว่าหนักหนานัก เสียดายรักที่ได้รักหนักอุรา
มิคิดถึงทูลกระหม่อมจอมกษัตริย์ ก็ไม่ขัดขืนจิตกนิษฐา
จะขอถามตามวิสัยใจสุดา ซึ่งหนีมาหมายจะไม่ไปบุรี
หรือกระไรใคร่แจ้งที่แคลงจิต ใช่จะคิดเคืองข้องให้หมองศรี
สิ้นอาลัยในชนกชนนี แล้วหรือพี่จะได้ลาเจ้าคลาไคล ฯ
๏ เสาวคนธ์อ้นอั้นให้ตันจิต สุดจะคิดออกช่องทำนองไหน
จึงว่าเพราะเคราะห์กรรมได้ทำไว้ จะกลับไปเฝ้าแหนก็แสนอาย
อันชาตินี้มิขออยู่จะสู้ม้วย พระพี่ช่วยเอาศีรษะไปถวาย
จริงจริงนะจะขอลาก้มหน้าตาย อยู่ก็อายไปก็รับอัประมาน
นางซบพักตร์ลงบนแท่นแสนระทด โศกกำสรดเศร้าถวิลถึงถิ่นฐาน
สุดสาครช้อนโฉมประโลมลาน แสนสงสารสวมสอดกอดประคอง
อย่าครวญคร่ำกำสรดสลดนัก แม่ยอดรักเสาวคนธ์จะหม่นหมอง
พี่แกล้งว่าเล่นดอกหยอกพระน้อง อย่าขัดข้องคิดตายวายชีวา
พระชนกชนนีโมลีโลก จะซ้ำโศกสิ้นวงศ์เผ่าพงศา
แม้ศึกเสือเหนือใต้ที่ไหนมา หรือโรคาเคืองเข็ญไม่เห็นใคร
หนึ่งพระน้องหมองเศร้าทุกเช้าค่ำ แม่ไม่รำลึกบ้างหรือถือไฉน
จะสูญวงศ์พงศาไม่อาลัย น้อยหรือใจเจ้าจะตายวายชีวี ฯ
๏ นางฟังว่าอาวรณ์ถอนสะอื้น อุส่าห์ฝืนพักตร์สนองทั้งหมองศรี
ซึ่งน้องคิดผิดพลั้งลงครั้งนี้ ด้วยเดิมทีมิได้ตรึกให้ลึกซึ้ง
อันพระน้องสองชนกที่ปกเกล้า ทุกค่ำเช้าเศร้าใจอาลัยถึง
จะกลับไปใจน้องตรองรำพึง จะอื้ออึงอดสูไม่รู้วาย
พระบิตุราชมาตุรงค์พงศ์กษัตริย์ ยังเคืองขัดแค้นเดือดไม่เหือดหาย
มีแต่ผิดคิดน่าระอาอาย นึกระคายขวยเขินสะเทินใจ
ถ้าหากว่าฝ่าละอองสองกษัตริย์ เกิดวิบัติแปรปรวนประชวรไข้
หรือธานีมีศึกนึกจะไป ทำชอบให้หายผิดที่ติดพัน ฯ
๏ พระเชยโฉมโลมเล้าว่าเจ้าพี่ แม่คิดดีดวงสมรจะผ่อนผัน
แต่งเรือน้อยคอยเหตุไปเขตคัน แม้มีอันตรายมาถึงธานี
ไปช่วยการบ้านเมืองเมื่อเคืองแค้น พอทดแทนทำผิดที่คิดหนี
หนอแม่หนอรอรั้งฟังคดี ต่างเปรมปรีดิ์ปรองดองกันสองรา ฯ
๏ แล้วองค์สุดสาครบวรนาถ ออกนั่งอาสน์สั่งช่างทั้งซ้ายขวา
ต่อเรือใช้ไพร่ประจำลำนาวา ให้คืนคลาไปนิเวศน์ฟังเหตุการณ์
อันเรื่องราวเสาวคนธ์วิมลสมร สุดสาครคู่รักสมัครสมาน
คอยฟังข่าวเช้าค่ำค่อยสำราญ อยู่เมืองด่านชานชลาริมวารี ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ