ตอนที่ ๑๑ นางสุวรรณมาลีไปเที่ยวทะเล

๏ จะกล่าวเรื่องเมืองผลึกราชฐานป้อมปราการเชิงเทินล้วนเนินผา
ซุ้มทวารบานบังใบเสมาล้วนศิลาเลื่อมลายดูพรายพราว
มีปราสาทสูงเยี่ยมขึ้นเทียมเมฆอดิเรกรุ่งฟ้าเวหาหาว
นภศูลแสงแก้วดูแวววาวดังดวงดาวเด่นกระจ่างอยู่กลางวัน
พระโรงธารชานพักตำหนักแก้วแต่ล้วนแล้วด้วยมุกดาฝาผนัง
ทั้งเสื้อผ้าเงินทองสิบสองคลังก็มั่งคั่งยิ่งกว่าทุกธานี
อันไพร่ฟ้าประชาชนออกล้นหลามนิคมคามประเทศล้วนเศรษฐี
ทั้งโหราพฤฒามาตย์ราชกวีชาวบุรีเริงรื่นทุกคืนวัน
พระนามท้าวเจ้าบุรินทร์สิลราชพระนางนาฏนามมิ่งมณฑาสวรรค์
มีบุตรีศรีนลาฏดังดวงจันทร์ชื่อสุวรรณมาลีนีรมล
เจ้าลังกามาขอให้โอรสได้กำหนดนัดวิวาห์สถาผล
ถึงเดือนเก้าเขาจะแต่งการมงคลแต่กุศลสองไม่เคยได้เชยชม ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุตรีศรีสวัสดิ์จะกำจัดไปข้างคู่เคยสู่สม
ปัจจุสมัยไก่ขันนางบรรทมฝันว่าได้ไปชมชลาลัย
เห็นดวงแก้วแววสว่างอยู่กลางเกาะนางก็เหาะลอยลิบไปหยิบได้
สะดุ้งตื่นฟื้นกายสิหายไปเสียน้ำใจจาบัลย์ทุกวันคืน
ไม่แต่งองค์สรงเสวยเลยไสยาสน์หวังสวาทจินดาไม่ฝ่าฝืน
คิดถึงฝันกลั้นโศกก็สุดกลืนซบสะอื้นอาวรณ์ร้อนฤทัย ฯ
๏ ฝ่ายพี่เลี้ยงเคียงปลอบประโลมถามนางเล่าความจริงแจ้งแถลงไข
สี่พี่เลี้ยงสงสารรำคาญใจไปทูลไทบิตุราชมาตุรงค์ ฯ
๏ กรุงกษัตริย์ตรัสสั่งพี่เลี้ยงว่ากูจะพาไปให้ชมสมประสงค์
เองกลับไปเล้าโลมนางโฉมยงให้แต่องค์สรงน้ำให้สำราญ
แล้วลีลามายังบัลลังก์โถงท้องพระโรงรจนามุกดาหาร
แสนเสนาข้าบาทราชการก็หมอบกรานกราบก้มบังคมคัล
จอมกษัตริย์ตรัสเเจ้งแถลงเล่าให้โหรเฒ่าทักทายทำนายฝัน
อันนิมิตธิดาวิลาวัณย์จะโศกศัลย์หรือจะสุขสนุกสบาย ฯ
๏ โหรารับจับยามตามโฉลกอุษาโยคยามจันทร์เจ็ดชั้นฉาย
ลงกระดานหารคูณแล้วทูลทายดีกับร้ายราวครึ่งพอกึ่งกัน
ฝันว่าได้ไปทะเลเที่ยวเร่ร่อนจำจะจรจากไกลไอศวรรย์
แล้วขึ้นเกาะเหาะเหินเจริญครันจะลือลั่นโลกาทั้งธานี
ซึ่งชูช่วงดวงแก้วแววสว่างคือคู่สร้างพระธิดามารศรี
จะได้ชมสมสองครองบุรีเป็นโมลีโลกาสถาพร ฯ
๏ พระฟังโหรเฒ่าทายทำนายฝันคิดสำคัญว่าเป็นคู่สู่สมร
ด้วยจวนการอภิเษกสยุมพรให้อาวรณ์หวาดหวั่นจึงฝันไป
ซึ่งว่าเคราะห์เพราะจะจากราชฐานไปชมชานเชิงผาชลาไหล
ดำริพลางทางสั่งเสนาในเราจะไปอ่าวสมุทรกับบุตรี
นางจะได้ชมเขาลำเนาเกาะให้สิ้นเคราะห์เพราะว่าจากปราสาทศรี
จงตระเตรียมเภตราในราตรีรุ่งพรุ่งนี้เราจะพาธิดาไป
สั่งกำชับสรรพเสร็จเสด็จขึ้นประโคมครื้นครึกครั่นสนั่นไหว
ฝ่ายมนตรีกรมท่าเสนาในไม่นอนใจรีบรัดไปจัดแจง
ต่างยกเสาสำเภาใส่ทั้งใบผ้าเลือกล้าต้าต้นหนล้วนคนแข็ง
ลำที่นั่งดั้งกันกับคู่แซงใส่ธงแดงเขียวเหลืองเรืองระยับ
ปืนฝรั่งจังกาทั้งหน้าท้ายมีปืนรายรอบข้างสล้างสลับ
แล้วถอยเลื่อนเคลื่อนคลามาประทับคอยเรียงรับอยู่ที่ท่าหน้าธานี ฯ
๏ สมเด็จท้าวเจ้าบุรินทร์สิลราชครั้นภาณุมาศลับเหลี่ยมคิรีศรี
ให้สาวใช้ไปบอกพระบุตรีว่าพรุ่งนี้จะไปชมยมนา
โฉมสุวรรณมาลีศรีสมรดังจะจรไปสวรรค์ด้วยหรรษา
สั่งพี่เลี้ยงสาวสรรค์กัลยาให้ตรวจตราเครื่องอานสำราญใจ ฯ
๏ ฝ่ายนารีที่จะตามเสด็จด้วยล้วนสะสวยโสภาอัชฌาสัย
บ้างอุตส่าห์หาของสำรองไปแหนบตะไกรกระจกหวีใส่กลี่งา
บ้างเลือกผ้าสารพัดแล้วจัดจีบเอาใส่หีบใบใหญ่ไม้ชำฉา
บ้างนั่งปรุงหุงขี้ผึ้งถึงตำราเร่งจัดหาเผื่อไปในทะเล
บ้างจัดของเคยแต่งแป้งขมิ้นของตัวสิ้นอุตส่าห์ไปเที่ยวไขว้เขว
สาวสุรางค์นางสนมสมคะเนไปทะเลหาหอยสักร้อยใบ
บ้างอบน้ำทำจันทน์กระแจะแป้งล้วนเครื่องแต่งตามประสาอัชฌาสัย
ทั้งหีบหมากนากทองของใส่ในไปทางไกลหมากหมดจะอดโซ
เจ้าขรัวนายท้าวนางว่าทางเปลี่ยวเอาของเปรี้ยวหวานไปให้อะโข
เลือกขนมส้มจีนใส่ปิ่นโตเปลือกส้มโอแช่อิ่มทับทิมพลับ
บ้างว่าน้ำเค็มจัดจะขัดสนเอาทะนนน้อยใหญ่ไปสำหรับ
บ้างเรียกข้ามานั่งสั่งกำชับเอาสินทรัพย์มอบหมายรายบาญชี
พอฟ้าขาวเช้ามืดขมุกขมัวต่างแต่งตัวนุ่งห่มให้สมศรี
ทั้งโฉมยงนงนุชพระบุตรีมาพร้อมที่ปรางค์รัตน์กษัตรา ฯ
๏ ฝ่ายองค์ท้าวสิลราชไสยาสน์ตื่นสำราญรื่นแต่งองค์ทรงภูษา
ชวนบุตรีลีลาศลงเภตราพร้อมบรรดาสาวสุรางค์นางกำนัล
พระทรงนั่งยังแท่นท้ายบาหลีฝูงนารีแซ่ซ้องอยู่ห้องกั้น
เหล่าล้าต้าต้นหนคนทั้งนั้นเร่งให้ขันกว้านโห่โล้สำเภา
ทั้งหน้าหลังดั้งกันลั่นม้าล่อแล้วขันช่อชักใบขึ้นใส่เสา
พอออกอ่าวลมอุตรามาเพลาเพลาแล่นสำเภาผางผางมากลางชล
นางสาวสาวชาววังนั่งชะแง้ตะลึงแลเกาะแก่งทุกแห่งหน
ให้เปล่าตาว้าเหว่ทะเลวนดูมัวมนหมอกกลุ้มชอุ่มควัน
ทั้งน้ำเขียวเกลียวคลื่นเสียงครื้นครึกไม่รู้สึกสมประดีไม่มีขวัญ
บ้างคลื่นเหียนเวียนวิงเข้าพิงกันให้หวาดหวั่นวิญญาณ์ระอาใจ ฯ
๏ กรุงกษัตริย์ตรัสชวนพระลูกแก้วให้ชมแถวที่ชลาคงคาใส
เหล่าละเมาะเกาะเกียนเหมือนเขียนไว้มีเขาไม้โขดคุ่มงุ้มชะเงื้อม
บ้างงอกง้ำน้ำท่วมถึงเชิงผาแผ่นศิลาแลลื่นคลื่นกระเพื่อม
เสียงดังโครมใหญ่ไม่กระเทื้อมเป็นไคลเลื่อมเลื่อมผาศิลาลาย
พอลมเรื่อยเฉื่อยชื่นคลื่นสงัดให้แล่นตัดไปตามวนชลสาย
ชมมัจฉาสารพัดพวกสัตว์ร้ายเห็นคล้ายคล้ายว่ายเคล้าสำเภาจร
ฝูงกระโห้โลมาขึ้นคลาคล่ำบ้างผุดดำเคลื่อยคล้อยลอยสลอน
ทั้งกริวกราวเต่าปลาในสาครเที่ยวสัญจรหากินในสินธู
ฝูงฉลามล้วนฉลามมาตามคลื่นฉนากตื่นชมฉนากไม่จากคู่
ปลาวาฬวนพ่นฟองขึ้นฟ่องฟูทั้งราหูเหราสารพัน ฯ
๏ นางโฉมยงหลงเพลินจำเริญจิตนั่งพินิจนึกเห็นเหมือนเช่นฝัน
เป็นกองกรรมจำพรากจะจากกันพอสายัณห์เย็นพยับลับโพยม
ให้บ่ายลำสำเภาจะเข้าฝั่งคงคาคลั่งคลื่นกลุ้มกระทุ่มโถม
สลาตันลั่นพิลึกเสียงครึกโครมสำเภาเอียงเพียงจะโทรมทรุดทำลาย
ลำที่นั่งดั้งกันออกฟันคลื่นจนเที่ยงคืนลมใหญ่ก็ไม่หาย
พายุหวนป่วนปัดกระจัดกระจายออกเรี่ยรายร้องเรียกกันเพรียกไป
แต่ลำทรงหลงอ่าวก้าวออกนอกต้องระลอกลมแดงก็แพลงไถล
ออกน้ำเขียวเดี่ยวโดดลิงโลดใจพายุใหญ่ตีตึงตะบึงมา ฯ
๏ ถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนเป็นคลื่นคลั่งเรือที่นั่งซัดไปไกลหนักหนา
จนพ้นแดนแผ่นดินสิ้นสายตาไม่รู้ว่าจะไปหนตำบลใด
พระบุตรีพี่เลี้ยงสาวสนมต่างซบซมโศกาน้ำตาไหล
สะอื้นรํ่าจํ้าจี้พิรี้พิไรรู้กระนี้ที่ไหนใครจะมา
ถึงม้วยมอดวอดวายจะตายบกนี่มาตกน้ำตายอายมัจฉา
บ้างบ่นว่าพ่อแม่แก่ชราทั้งป้าน้าน้องพี่อยู่ที่วัง
ท่านท้าวนางต่างเศร้าถึงข้าวของใครจะครองสืบสายไปภายหลัง
เหล่าลูกหนี้ที่ติดจะปิดบังไม่ได้ทั้งดอกเบี้ยน่าเสียดาย
นางสาวสาวเศร้าจิตคิดถึงเพื่อนจะมาเยือนเช้าเย็นไม่เห็นหาย
แต่คลาดแคล้วแล้วมิหนำจะซ้ำตายต่างฟูมฟายชลนาไม่ราวัน ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ทรงฤทธิ์บิตุราชให้หวั่นหวาดวิญญาณ์เพียงอาสัญ
ถามล้าต้าต้นหนคนทั้งนั้นเคยสำคัญทิศทางเป็นอย่างไร
ซึ่งสำเภาเราซัดมาบัดนี้จะเป็นที่เกาะเเก่งตำแหน่งไหน
จะใกล้อ่าวพาราหรือมาไกลทำกระไรจึงจะแจ้งแห่งหนทาง ฯ
๏ พวกล้าต้าต้นหนก็จนจิตเป็นสุดคิดสารพัดจะขัดขวาง
ต่างหยิบเอาแผนที่มาคลี่กางหาหนทางที่สำคัญก็ฟั่นเฟือน
ต่างทูลว่ามานี่เห็นลึกลับสิ้นตำรับแผนที่ไม่มีเหมือน
ครั้นจะจำสำคัญตะวันเดือนก็กลบเกลื่อนมืดมาหลายราตรี
ซึ่งลำทรงหลงทางมากลางสมุทรควรจะหยุดยับยั้งตั้งบายศรี
เครื่องบูชาสารพัดทั้งบัตรพลีจะบวงผีถามทางกลางคงคา ฯ
๏ กรุงกษัตริย์ตรัสตอบว่าชอบอยู่ผู้ใดรู้สิ่งใดให้ปรึกษา
แล้วสั่งให้ทอดสมอลงรอราอยู่ตรงหน้าเกาะขวางข้างคิรี ฯ
๏ ฝ่ายต้นหนคนประจำลำที่นั่งจึงแต่งตั้งโต๊ะใหญ่ใส่บายศรี
ทั้งเป็ดไก่กุ้งปลาบรรดามีเหล้าอาหนีล้วนเข้มเต็มประดา
แล้วเชือดแพะแกะขว้างลงกลางน้ำพลีกรรมภูตพรายทั้งซ้ายขวา
พลางสมมุติจุดธูปเทียนบูชารินสุราเซ่นสรวงแล้วบวงบน
บังคมคัลวันทาเทพารักษ์ซึ่งสำนักเกาะแก่งทุกแห่งหน
เทพเจ้าเขาขวางในกลางวนอยู่สายชลขึ้นล่องท้องชลา
ข้าแต่งตั้งสังเวยเคยคำนับเชิญมารับเครื่องมัจฉะมังสา
จะขอทางกลางทะเลกับเทวาแล้วตีม้าล่อลั่นสนันดัง ฯ
๏ พอเจ้าเข้าเจ้าขรัวนายให้กายสั่นลุกถลันเหลือกตาเหมือนบ้าหลัง
นุ่งลอยชายกรายมาหน้าบัลลังก์ขึ้นโต๊ะตั้งนั่งรินกินสุรา
เห็นไก่ดิบหยิบปีกฉีกกระชากเอาใส่ปากเคี้ยวกินจนสิ้นขา
หัวเราะเร่อเออออเจ้าให้เรามาจะปรารถนาสิ่งไรทั้งไพร่นาย ฯ
๏ ฝ่ายต้นหนคนสำคัญจึงนบน้อมแล้วว่าจอมจักรพรรดิให้จัดถวาย
ด้วยเรือซัดพลัดพหลพลนิกายมาเป็นหลายคืนวันแทบบรรลัย
ให้เชิญมาว่าจะถามเนื้อความท่านท่านอยู่ศาลสิงขรชะง่อนไหน
ช่วยชี้คุ้งกรุงผลึกเหมือนนึกไว้เทพไทเทวาจงปรานี ฯ
๏ ฝ่ายปู่เจ้าหาวเรอเผยอหน้านั่งหลับตาเชื่อมซึมดื่มอาหนี
แล้วว่ากูปู่เจ้าเขาคิรีทะเลนี้มิใช่แคว้นแดนมนุษย์
ปรอทแร่แม่เหล็กก็มีมากชื่อว่านาควารินสินธุ์สมุทร
ฝูงนาคมาอาศัยด้วยไกลครุฑถ้ายั้งหยุดอยู่ที่นี่จะมีภัย
จงตัดคลื่นฝืนไปทิศอิสานจะพบพานผู้วิเศษข้างเพทไสย
จึงซักถามตามประสงค์จำนงใจจงรีบไปเถิดออเจ้าเราจะลา
เจ้าขรัวนายล้มกลิ้งลงนิ่งแน่หมอเข้าแก้ฟื้นกายอายนักหนา
เข้าในห้องร้องไห้ฟายน้ำตาเมาสุรารากเรอบ่อเพ้อไป ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ทรงยศทศทิศเห็นศักดิ์สิทธิ์ปู่เจ้าเขาไศล
จึงเร่งให้ถอนสมอขันช่อใบแล้วแล่นไปตามทางกลางคงคา ฯ
๏ ฝ่ายสำเภาเหล่าพวกตามเสด็จครั้นถึงเจ็ดวันคืนคลื่นนักหนา
ครั้นลมหายสายสว่างกระจ่างตาเที่ยวแล่นหากันไขว่ในนที
ไม่เห็นเรือลำทรงพงศ์กษัตริย์ก็ก้าวตัดข้ามคุ้งเข้ากรุงศรี
ทูลโฉมยงองค์อัครเทวีว่าบุตรีกรุงกษัตริย์นั้นพลัดไป ฯ
๏ ฝ่ายนางนาฏมณฑาพระยาหญิงอนาถนิ่งนึกพรั่นประหวั่นไหว
แล้วว่ากรรมเอ๋ยกรรมทำฉันใดจึงจะได้รู้ความตามพระองค์
หรือเสียเรือเมื่อยังกำลังคลื่นจึงไม่คืนเข้าวังดังประสงค์
ให้ร้อนเร่าเศร้าหมองถึงสององค์กันแสงทรงโศกซบสลบไป ฯ
๏ ฝ่ายแสนสาวท้าวนางในปรางค์มาศร้องหวีดหวาดวิ่งแซ่เข้าแก้ไข
ค่อยรู้สึกนึกโศกแสนอาลัยจึงสั่งให้โหราพยากรณ์
จงพินิจพิศดูพระภูวนาถกับองค์ราชบุตรีศรีสมร
จะม้วยมอดมรณาในสาครหรือจะจรกลับมายังธานี ฯ
๏ โหรคำนับจับยามตามสังเกตวันศุกรเศษเสาร์สถิตถึงดิถี
ต้องตำราว่าชายวายชีวีแต่สตรีจะได้มาแต่ช้านาน
จะทูลความตามเรื่องที่เคืองแค้นนางจะแสนโศกาน่าสงสาร
จะทายที่ดีไว้ให้สำราญโหราจารย์จึงประนมบังคมทูล
พระบุตรีมีบุญดังจุลจักรจะสูงศักดิ์สืบสายไม่หายสูญ
สองปีกึ่งจึงจะมาอย่าอาดูรแกล้งเทียบทูลผ่อนผันด้วยปัญญา ฯ
๏ นางฟังโหรเฒ่าทายค่อยคลายโศกยามวิโยคยังไม่สิ้นถวิลหา
จึงตรัสถามเสนีผู้ปรีชาจะตรึกตราคิดอ่านประการใด ฯ
๏ ฝ่ายมหาอำมาตย์ฉลาดฉลองให้ถูกต้องวิญญาณ์อัชฌาสัย
จำจะคิดติดตามเสด็จไปถ้าหลงใหลแล้วคงจะวงเวียน
จะขอเกณฑ์เภตราสักห้าร้อยออกแล่นลอยเลี้ยวลัดฉวัดเฉวียน
เที่ยวปักธงทุกละเมาะตามเกาะเกียนหนังสือเขียนไว้ให้แจ้งแห่งหนทาง
ทั้งน้ำข้าวเอาขึ้นใส่ไว้ให้ครบแม้นมาพบสารพัดไม่ขัดขวาง
เดชะบุญทูลกระหม่อมไม่อับปางเห็นหนทางจะได้มายังธานี ฯ
๏ นางฟังคำอำมาตย์ฉลาดคิดค่อยเปลื้องปลิดขุ่นข้องที่หมองศรี
ตรัสสรรเสริญเสนาปัญญาดีอย่าช้าที่รีบรัดไปจัดการ
ขุนนางพร้อมน้อมคำนับนางกษัตริย์มารีบรัดเร่งคนขนอาหาร
ใส่เภตราห้าร้องทั้งอ้อยตาลเกลือข้าวสารน้ำท่าสารพัน
คนประจำลำละร้อยออกลอยแล่นตามแว่นแคว้นเกาะเกียนเที่ยวเหียนหัน
เที่ยวปักธงทุกตำแหน่งแจ้งสำคัญแล้วแยกกันรายทางไปกลางชล ฯ
๏ ฝ่ายองค์ท้าวเจ้าลังกามหากษัตริย์ซึ่งมานัดการวิวาห์สถาผล
จึงสั่งบุตรอุศเรนให้เกณฑ์คนแล้วยกพลเภตรามาห้าพัน
ถึงปากอ่าวเมืองผลึกก็ครึกครื้นให้ยิงปืนเป็นสัญญาโกลาลั่น
ทอดสมอรอเรียงอยู่เคียงกันคอยสำคัญฟังข่าวชาวบุรี ฯ
๏ พวกนายด่านตกใจออกไปถามครั้นได้ความกลับมุ่งมากรุงศรี
บอกเสนาข้าเฝ้านางเทวีอัญชลีทูลแถลงแจ้งกิจจา ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์อัคเรศท้าวได้ทราบข่าวเขยน้อยละห้อยหา
จะเริศร้างค้างงานการวิวาห์วาสนาลูกแก้วช่างแคล้วกัน
ดำริพลางนางสั่งเสนาผู้ใหญ่เป็นจนใจไม่รู้ที่จะผ่อนผัน
ไปแจ้งความตามจริงทุกสิ่งอันให้ทรงธรรม์หมายมาดเหมือนญาติวงศ์
เราเปลี่ยวใจไม่มีที่จะพึ่งพระมาถึงสมจิตคิดประสงค์
จะขอเจ้าอุศเรนเกณฑ์ณรงค์ไว้คอยองค์ธิดาอยู่ธานี ฯ
๏ เสนาในได้สดับคำรับสั่งถวายบังคมลามารศรี
ลงเรือเร็วรีบมาในวารีออกไปที่อ่าวสมุทรไม่หยุดยั้ง
ขึ้นเฝ้าท้าวเจ้าเกาะลังกาแก้วบังคมแล้วทูลตามเนื้อความหลัง
บัดนี้พระมเหสีที่ในวังถวายบังคมมาถึงฝ่าละออง
ด้วยกรุงไกรไม่มีจอมกษัตริย์จบจังหวัดมณฑลให้หม่นหมอง
จะขอเขยขึ้นไปมอบให้ครอบครองช่วยปกป้องไพร่ฟ้าประชาชน ฯ
๏ สมเด็จท้าวเจ้าลังกาอาณาเขตได้แจ้งเหตุความวิบัติก็ขัดสน
จะเริศร้างค้างงานป่วยการคนเป็นสุดจนที่จะคิดให้ปิดบัง
จึงตรัสบอกราชบุตรอุศเรนเป็นกรรมเวรของเจ้าสร้างแต่ปางหลัง
เสียทีมาท่าทางกลางวลวังจะปลูกฝังก็ไม่สมอารมณ์นึก
ข้างนี้เล่าเขาก็คิดเหมือนเขยขวัญจะผูกพันให้บำรุงกรุงผลึก
มิใช่ว่าหาอื่นที่ตื้นลึกเจ้าจงตรึกตรองความให้งามใจ ฯ
๏ อุศเรนแสนสลดระทดท้อน้ำตาล่อคลอคลั่งจะหลั่งไหล
เสียดายนางอย่างชีวันจะบรรลัยร้อนฤทัยเทียมเพลิงละเลิงเลีย
จะกลับหลังยังลังกาน่าอดสูครั้นจะอยู่อายหน้าประดาเสีย
ด้วยความค้างนางหายเป็นม่ายเมียจำจะเกลี่ยไกล่ความไปตามนาง
จึงตรัสแก่เสนาที่ข้าเฝ้าอุระเราร้อนดังจะพังผาง
เสียสวาทมาดหมายเหมือนวายวางจะตามนางกว่าจะพบประสบกัน
ซึ่งองค์พระชนนีมีรับสั่งให้ระวังเวียงชัยไอศวรรย์
จะแบ่งพลเภตราสักห้าพันอยู่ป้องกันนคราให้ถาวร
แต่ตัวเราเคารพอภิวาทขอลาบาทมารดาเที่ยวหาสมร
แม้นพบแก้วแววตาจะพาจรมานครคิดอ่านการมงคล ฯ
๏ อำมาตย์รับอภิวาทแล้วคลาดคล้อยลงเรือน้อยเร็วรัดไม่ขัดสน
มาถึงวังบังคมนิรมลทูลยุบลบาทาแล้วลาจร ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อมกุฎอุศเรนจึงกะเกณฑ์แบ่งทหารชาญสมร
รายรักษาหน้าด่านชานนครคอยราญรอนไพรีจะบีฑา
แล้วทูลองค์ทรงฤทธิ์บิตุราชขอลาบาทตามติดขนิษฐา
เชิญเสด็จภูวไนยไปลังกาให้เป็นผาสุกสวัสดิ์กำจัดภัย ฯ
๏ พระบิตุรงค์ทรงฤทธิ์คิดสงสารจะทัดทานกลัวจะขัดอัชฌาสัย
จึงอวยพรภิญโญเดโชชัยให้พ้นภัยพบนางกลางคงคา
กลับมาถึงจึงบอกบิดาด้วยจะมาช่วยทำขวัญให้หรรษา
ครั้นสั่งแล้วเลิกพหลพลเภตราไปลังกานคเรศนิเวศน์วัง ฯ
๏ ฝ่ายข้างพวกอุศเรนเกณฑ์กำปั่นเป็นดั้งกันเกณฑ์แห่ทั้งแตรสังข์
ล้วนใบผ้าห้าร้อยลอยประดังลำที่นั่งนั้นเอาตาดมาดาดใบ
ทั้งธงทิวริ้วทองห้องประดับอัจกลับแพรวพร่างสว่างไสว
พอแสงทองส่องฟ้านภาลัยยิงปืนใหญ่ตูมตามขึ้นสามตึง
ประโคมฆ้องกลองแตรแซ่สนั่นเหล่ากำปั่นน้อยใหญ่ชักใบขึง
ยกออกจากปากอ่าวอึงคะนึงพอลมตึงแล่นตามกันหลามไป
นายฝรั่งนั่งส่องกล้องสว่างเห็นหนทางสามโยชน์โขดไศล
ออกน้ำลึกแล่นเลี้ยวเกี่ยวกันไปไม่พบไม่กลับหลังตั้งแต่ตาม ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ