ตอนที่ ๑๐๕ อภิเษกหัสกันกับนางวันชายา

๏ จะขอกล่าวราวเรื่องพระหัสกันกับโฉมวันชายามารศรี
ยังมิได้เสกสองครองบุรีพระชนนีจัดงานการวิวาห์
จะเสกสองครองกรุงให้ฟุ้งเฟื่องเป็นเจ้าเมืองปรากฏด้วยยศถา
เสร็จออกนั่งยังแท่นรจนาเรียกโหราเข้ามาฟังสั่งคดี
ให้หาฤกษ์ที่สวัสดิ์พิพัฒน์ผลการมงคลอดิเรกภิเษกศรี
จงพิเคราะห์ฤกษ์ยามตามคัมภีร์เอาที่ดีจะทำงานการมงคล ฯ
๏ โหราจับกระดานคูณหารเลขเสียโปกเปกคูณหารการเหตุผล
อันสี่ค่ำฤกษ์เย็นเป็นมงคลศุกร์จรดลมาอุตม์ถึงพุธา
จันทร์เป็นศรีจรถึงอุตม์พุธกำเนิดจะประเสริฐสืบวงศ์เผ่าพงศา
พฤหัสจรมาพักถึงลัคนาในตำราทายว่าดีไม่มีภัย
จึ่งกราบทูลนางพระยาว่าข้าบาทชำระธาตุตามที่คัมภีร์ไสย
วันสี่ค่ำตามโฉลกมีโชคชัยควรจะให้ตั้งงานการพิธี
นางกษัตริย์ฟังอรรถโหราถวายสั่งให้หมายตั้งการภิเษกศรี
เสนารับอภิวันท์ด้วยทันทีพระเสาวนีย์รับสั่งให้ตั้งการ
มาบาดหมายทุกตำแหน่งให้แต่งเครื่องกรมเมืองกรมท่าโยธาหาญ
เกณฑ์ขุนหมื่นพันทนายมาใช้การปลูกโรงร้านรำเต้นเล่นประชัน
หมายสนมกรมวังให้ตั้งเครื่องตามบทเบื้องสารพัดเร่งจัดสรร
พระแท่นสรงพรรณรายลายสุวรรณมีม่านกั้นพื้นขาวดาวกระจาย
พวกที่จัดมณฑลบนปราสาทตั้งเครื่องราชกกุธกัณฑ์เป็นชั้นฉาย
ทั้งกองแก้วกองสุวรรณพรรณรายทองอยู่ซ้ายแก้วอยู่ขวาหน้ามณฑล
แล้วกางกั้นเศวตฉัตรจัดไว้เสร็จการสำเร็จเครื่องวิวาห์สถาผล
ถึงวันดีสี่ค่ำพื้นอำพนพระสุริยนใสสดหมดมลทิน
ประโรหิตโหราเข้ามาพร้อมคอยพระจอมขัตติวงศ์สรงกระสินธุ์
ทั้งแตรสังข์กังสดาลประสานพิณมาเตรียมสิ้นกาหลแลดนตรี
นางสำหรับขับขานประสานเสียงเครื่องจำเรียงปี่อ้อแลซอสี
พวกสำหรับขับไม้มโหรีมาพร้อมที่พระปรัศว์ชัชวาล
บายศรีเงินทองแก้วดูแวววับสามสำรับพานทองใส่ของหวาน
แว่นวิเชียรเทียนทองของตระการปักบนพานทองเคียงไว้เรียงราย
ขวดกระแจะจวงจันทน์กลั่นเกสรมะพร้าวอ่อนจัดแจงแต่งถวาย
เครื่องเฉลิมเจิมขวัญสุพรรณพรายเอาจัดรายเรียงตั้งบัลลังก์ทอง ฯ
๏ ฝ่ายกษัตริย์หัสกันถึงวันฤกษ์พระทัยเบิกเปรมปรีดิ์ไม่มีหมอง
ออกพระแท่นบุษบกกระหนกทองประโคมกลองแตรฝรั่งกังสดาล
ประโรหิตโหราพฤฒาเฒ่าต่างก้มเกล้าเชิญพระองค์สรงสนาน
ขึ้นพระแท่นอุทุมพรเหมือนก่อนกาลพนักงานถวายผ้าภูษาทรง
โขมพัตถ์ผลัดเสร็จสำเร็จกิจขึ้นสถิตบนบัลลังก์ที่นั่งสรง
ไขปทุมโปรยปรอยเป็นฝอยลงต้องพระองค์เย็นซาบอาบอุรา
พราหมณ์ถวายน้ำสังข์ยังพระหัตถ์หน่อกษัตริย์ทรงเสวยเสยเกศา
พรหมณ์ก็อ่านมนต์พราหมณ์ตามตำราพวกโหราตั้งพระเต้าเสาวคนธ์
ชาวประโคมก็ประโคมเสียงโครมครึกมโหระทึกปี่ชวาก้องกาหล
ทั้งสังข์แตรจำเรียงเสียงระคนพระสรงชลมุรธาสถาพร
ครั้นเสร็จสรงทรงผลัดพระภูษาพวกโหราคั่งคับสลับสลอน
ถวายสุคนธ์ปนปรุงฟุ้งขจรกลิ่นเกสรจับสีฉวีวรรณ
พระเสร็จจากแท่นสรงแล้วทรงเครื่องอร่ามเรืองสารพัดล้วนจัดสรร
ทรงยกแย่งพื้นม่วงดวงสุวรรณเข็มขัดมั่นฝังจินดาค่าบุรินทร์
สนับเพลาเชิงงอนอ่อนระยับพลอยสลับเพราเพริศดูเฉิดฉิน
เจียระบาดคาดทับประดับนิลชายแครงจินดารายลายสุวรรณ
ฉลององค์ดาดแดงแสงระยับตาบทิศทับสะอิ้งพรายสายกระสัน
สังวาลพราหมณ์สามสายดูพรายพรรณเฟื่องกุดั่นใสสุกฝังมุกดา
ทับทรวงเม็ดเพชรรัตน์จำรัสศรีน้ำมณีราวกับดาววาวเวหา
ธำมรงค์เรือนมณีศรีโสภาทรงมหามงกุฎบุษย์น้ำทอง
ครั้นสำเร็จเสร็จมานั่งบัลลังก์อาสน์เสนานาดไปประมูลทูลฉลอง
พระชนนีที่ข้างในดังใจปองตามทำนองบทเบื้องเรื่องบุราณ ฯ
๏ ฝ่ายพระนางชนนีนารีราชเรียกนุชนาฏแต่งองค์สรงสนาน
ให้ทรงเครื่องเนาวรัตน์ชัชวาลตามบุราณนางกษัตริย์จัดประจง
พวกท้าวนางคุณจอมมาพร้อมเสร็จตามเสด็จเยื้องย่างดังนางหงส์
ขึ้นประสาทกับพระญาติมาตุรงค์ฝ่ายเอกองค์วันชายากุมารี
ให้ประทับยับยั้งอยู่ในม่านโหราจารย์มาประณตบทศรี
เชิญเสด็จกัลยากุมารีว่าฤกษ์ดีสมควรจวนเวลา ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระชนนีนางกษัตริย์พลางจูงหัตถ์ลูกน้อยเสน่หา
ออกจากม่านพาเดินดำเนินมาขึ้นมหาแท่นรัตน์กับหัสกัน
ให้นั่งเหนือกองแก้วมณีโชตินางปราโมทย์ปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
ให้สององค์ลูกน้อยเกี่ยวก้อยกันบนสุวรรณเรืองรองทองอุไร
ประโรหิตจุดเทียนแล้วเวียนแว่นพลูคะแนนนับที่คัมภีร์ไสย
มโหระทึกกึกก้องลั่นฆ้องชัยปี่ไฉนเป่าดังก้องกังวาน
ตั้งแตรสังข์พิณพาทย์ระนาดฆ้องประสานซ้องสำเนียงส่งเสียงหวาน
พวกขับไม้มโหรีที่ชำนาญบรรเลงลานซอสีปี่ชวา
ครั้นเวียนครบสรรพเสร็จได้เจ็ดรอบตามระบอบเวียนซ้ายแล้วย้ายขวา
ใบพลูดับเทียนพลันโบกควันมาตามตำราไสยเวทข้างเพศพราหมณ์
แล้วจุณเจิมพระขนงวงนลาฏโดยไสยศาสตร์ค่อยประจงองค์ละสาม
แล้วตักขวัญชั้นบายศรีพิธีพราหมณ์ทำไปตามข้างตำราในสามัญ
จึ่งตักน้ำมะพร้าวอ่อนป้อนถวายแล้วบรรยายอ่านเวทวิเศษขยัน
ให้สององค์เธอทรงเสวยพลันโหรานั้นอวยชัยถวายพร
จงสุขังมังคลานิราทุกข์เกษมสุขภิญโญสโมสร
ทั้งสององค์จงสำราญผ่านนครจงถาวรยาวยืนได้หมื่นปี
ทั้งสององค์ทรงรับพระพรเสร็จแล้วเสด็จเยื้องย่างเข้าปรางค์ศรี
ลดพระองค์ลงกราบพระชนนีนางเปรมปรีดิ์พาเขยเลยเข้าวัง ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายราษฎรพวกมอญแขกต่างตื่นแตกพากันไปดั่งใจหวัง
เที่ยวดูเล่นงานใหญ่ที่ในวังบ้างยืนนั่งกันเป็นหมู่ดูละคร
พวกเจ้าชู้เดินสอกรอผู้หญิงเฝ้าอ้อยอิ่งเล้าโลมโฉมสมร
ทั้งพูดจาปราศรัยพิไรวอนอีนางมอญร้องหุยว่าอุ๊ยยาย
แม้นรักใคร่ได้เสียเป็นเมียผัวดีฉันกลัวหม่อมจะริบเอาฉิบหาย
พลางควักค้อนชำเลืองเคืองระคายนายคงขายแท้แล้วไม่แคล้วเลย
ชายเจ้าชู้ดูตาทำหน้าเซ่อพูดไหลเล่อแล้วก็เดินทำเมินเฉย
เต็มกระดากที่ในใจไม่เสบยต้องละเลยหลีกไปไกลอีมอญ
พวกดูโขนหุ่นล้วนคุณหม่อมพวกบ่าวล้อมนั่งบนแคร่แลสลอน
จับกระเหม่าก้นหม้อแกงโดยแสงงอนไรจุกร่อนลอยหน้าตาเป็นมัน
พวกมอญรำทำท่าดูน่าเกลียดเข้าเบียดเสียดเคียงคู่ดูมันขัน
เจ้าพวกเจ๊กยืนก๋านัยน์ตาชันแล้วยิงฟันหัวร่อว่าฮ้อจริง
พวกละครชาตรีเสียงมี่ฉาวเล่นเรื่องราวเมื่อพระรถปดผู้หญิง
ให้เลี้ยงเหล้าชัยบานสำราญจริงเก็บเอาสิ่งยาหยูกกับลูกตา
แล้วหนีนางเมรีศรีสมรขึ้นอัสดรเหาะไปในเวหา
นางก็ตามมากระทั่งฝั่งคงคาเฝ้าโศกาตามผัวจนตัวตาย
พวกโรงงิ้วเล่นประชันกันอึงมี่เมื่อจิวยี่ให้โลซกเป็นสื่อสาย
หาเล่าปี่ทวงเมืองเคืองระคายขงเบ้งอุบายลวงจิวยี่แล้วกรีพล
ให้เตียวหุยฮ่องต่งไปกักด่านแล้วประจานหยาบคายอายพหล
จิวยี่โกรธเต็มประดาเข้าตาจนทุบอกตนรากโลหิตชีวิตวาย
พวกคนดูยัดเยียดเบียดกันวุ่นชุลมุนล้มคว่ำคะมำหงาย
แต่การเล่นหลายหลากยังมากมายจะบรรยายยกขึ้นว่าจะช้าที ฯ
๏ ครั้นครบถ้วนเจ็ดวันการภิเษกอดิเรกเฟื่องฟุ้งทั้งกรุงศรี
ขึ้นสามค่ำตรีจันทร์เป็นวันดีพระชนนีได้เวลาจึ่งพานาง
ไปมนเทียรแล้วก็ตั้งแต่สั่งสอนอย่าแง่งอนขัดข้องให้หมองหมาง
ผัวจะว่าสิ่งไรจงไว้วางอย่าระคางเคืองใจนั้นไม่ดี
การหึงหวงจ้วงจาบทำหยาบหยามอย่าก่อความขึ้งเคียดพูดเสียดสี
แก่ห้ามแหนแสนสุรางค์นางนารีจะเป็นที่เคืองขัดอัธยา
ผัวจะพูดความลับระงับไว้แต่ในใจใครประจบอย่าคบหา
จะถามไต่แม่อย่าได้ออกเจรจาจงรักสามีสนิทเหมือนบิดร
คำของแม่แต่เท่านี้นะลูกรักประเสริฐนักแม่จงจำเอาคำสอน
จะคุ้มกันอันตราย์สถาวรเมื่อยามนอนกราบบาทอย่าขาดวัน
พลางลีลาพาบุตรสุดสวาทขึ้นปราสาทหน่อไทพอไก่ขัน
เข้าหยุดยั้งนั่งที่แท่นสุวรรณทางรำพันวอนว่าด้วยอาลัย
แม่ขอฝากวันชายาธิดาด้วยพ่อจงช่วยปกครองให้ผ่องใส
จงรักกันโอบอ้อมถนอมใจทั้งเวียงชัยพ่อจงผ่านสวรรยา
แม่ขอฝากเวชายันนั้นยังอ่อนช่วยสั่งสอนกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงรักษา
อันตัวแม่เล่าก็แก่โรคชราหมั่นเข้ามาเยี่ยมเยียนเบียนทุกวัน
แม้นวอดวายจะได้ฝากแต่ซากผีพอเป็นที่ดับร้อนช่วยผ่อนผัน
หน่อกษัตริย์กราบก้มบังคมคัลอภิวันท์บาทยุคลพระชนนี
ได้ชุบเลี้ยงเพียงบุตรสุดที่รักพระคุณหนักขอรับใส่เกศี
จะสนองมุลิกาฝ่าธุลีกว่าชีวีลูกจะวายทำลายลาญ
นางพระยาอวยพรถาวรสวัสดิ์จากปรางค์รัตน์คืนหลังยังสถาน
สองกษัตริย์เริงรื่นชื่นสำราญในสถานมนเทียรวิเชียรพราย ฯ
๏ ธรรมดาหนุ่มสาวเมื่อเข้าห้องก็จำต้องแต่คดีตีขยาย
ครั้นจะลัดตัดไปไม่ภิปรายขอบรรยายแต่สักหน่อยพอกลอยใจ
พระรับขวัญวันชายาสุดาโฉมปลอบประโลมนุชน้องให้ผ่องใส
สถิตเหนือแท่นจำลองทองประไพพระปราศรัยกนิษฐายุพาพิน
ถนอมแนบแอบอุ้มพลางจุมพิตนางเบือนบิดเหหันแล้วผันผิน
เพราะเรื่องการมารยายุพาพินไม่สุดสิ้นพลิกแพลงเพราะแสนงอน
เพราะรู้เท่าเยาวลักษณ์ประจักษ์จิตว่านางบิดเคยได้ลวงดวงสมร
พระนิ่งเฉยมิได้เผยสุนทรวอนทำเป็นนอนถอนใจไม่ไสยา
นางตกใจหมายว่าเธอกริ้วโกรธประทานโทษพงศ์กษัตริย์รับหัตถา
พระคลึงเคล้นเฟ้นพุ่มปทุมาเต็มหัตถาครัดเคร่งเต่งพระทรวง
แมลงผึ้งคลึงเคล้นเฟ้นเกสรกลิ่นขจรเกลือกกลั้วดอกบัวหลวง
สุมาลีคลี่คลายขยายดวงจนโรยร่วงเรณูฟูกระจาย
พายุพยับอับฟ้าเวหาห้องสุนีก้องแสงสว่างกระจ่างฉาย
พิรุณโรยโปรยปรอยเป็นฝอยปรายสาดกระจายในนภางค์กลางอัมพร
เขาพระเมรุยอดโยกโบกสะบัดพระพายพัดไม่ค่อยหยุดเพียงหลุดถอน
ทั้งขุนเขาเนมินอิสินธรยอดก็อ่อนเอนเอียงเพียงทำลาย
มัติมิงคล์กลิ้งท้องชลาสินธุ์กระโดดดิ้นในวนชลสาย
เมขลาล่อแก้วดูแพรวพรายอสูรกรายกรประหารขว้างขวานดัง
วิหคหงส์บินเหินตามลมหวนบ้างบินทวนหลงถิ่นถวิลหวัง
กระเหว่าร้องก้องกังวานประสานดังอยู่ในรังส่งเสียงสำเนียงงม
สองกษัตริย์ดั่งได้เชยเสวยสวรรค์ในช่อชั้นเทวฤทธิ์สนิทสนม
ไม่จรจากแท่นสุวรรณที่บรรทมเฝ้าเชยชมวันชายากุมารี ฯ

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ