ตอนที่ ๒๘ สุดสาครตามพระอภัยมณี

๏ ฝ่ายองค์พระอภัยเจ้าไตรจักร ยิ่งหลงรักรูปเสน่ห์ในเลขา
ถึงยามหลับทับไว้ริมไสยา ครั้นเวลาฟื้นองค์ก็ทรงชม
โฉมแฉล้มแก้มคางสำอางเอี่ยม ประโลมเลียมลืมสุรางค์นางสนม
ทุกคืนค่ำรำลึกนึกนิยม จะใคร่ชมเชยประโลมโฉมวัณฬา
ยามเสวยเคยอร่อยก็ถอยรส ไหนจะอดบรรทมชมเลขา
กระสันโศกโรครักหนักอุรา พระพักตรามัวหมองละอองนวล
ห้ามมิให้ใครเข้ามาเฝ้าแหน อยู่แต่แท่นที่ทองประคองสงวน
เสน่หาอาลัยให้รัญจวน ดังประชวรโรคามากว่าเดือน ฯ
๏ ฝ่ายสุวรรณมาลีศรีสวัสดิ์ นางกษัตริย์เศร้าใจใครจะเหมือน
ด้วยเห็นองค์ทรงธรรม์เธอฟั่นเฟือน พระพักตร์เฝื่อนฝ้าคล้ำน่ารำคาญ
ห้ามมิให้ใครเฝ้าเข้าไสยาสน์ สถิตอาสน์เอองค์น่าสงสาร
คิดจะใคร่ไปเฝ้าฟังอาการ ค่อยแหวกม่านเมียงมองเข้าห้องใน
เห็นทรงธรรม์บรรทมชมแต่รูป ประโลมลูบลืมองค์ด้วยหลงใหล
นางพรายพริ้มยิ้มแย้มกระแอมไอ พระอภัยพับหนีตะลีตะลาน
เอาแอบองค์ทรงคลุมหุ้มกระดาษ สุดสวาทวันทาไม่ว่าขาน
ทำทูลถามความว่าพระอาการ ร้อนรำคาญขัดขวางเป็นอย่างไร
พระฟังคำทำครางเหมือนอย่างเจ็บ ให้เหนื่อยเหน็บลุกนั่งยังไม่ไหว
เห็นนางยิ้มพริ้มพรายอายพระทัย ทำจับไข้รีบรูดวิสูตรบัง ฯ
๏ นางนบนอบมอบเมียงอยู่เคียงอาสน์ ลักกระดาษดูได้ดังใจหวัง
ยิ่งแลเล็งเพ่งพิศยิ่งคิดชัง พระคลุ้มคลั่งผอมซูบเพราะรูปนี้
จะเอาไว้ไยอีกฉีกกระดาษ ไม่ยักขาดแต่สักนิดด้วยฤทธิ์ผี
นางสุดแสนแค้นใจเอาไม้ตี รูปนารีร้องกรีดนางหวีดวาง
พระเหลียวเห็นเป็นโมโหพาโลว่า แค้นหนักหนานอกรีตมากีดขวาง
เข้าชิงรูปลูบแลดูแผลพลาง ยังกระจ่างแจ่มดีไม่มีช้ำ
กลับเข้าที่คลี่วางไว้ข้างแท่น เฝ้าหวงแหนชมชิมไม่อิ่มหนำ
จะเคลิ้มองค์หลงงึมเสียงพึมพำ พิไรร่ำรับขวัญจำนรรจา
นางโฉมยงองค์สั่นพระขวัญหาย เห็นรูปกายร้องดังก็กังขา
จะทูลถามขามขยาดพระอาชญา จึงกลับมาห้องนอกบอกกำนัล
พระภูวไนยได้กระดาษที่วาดรูป ประโลมลูบหลงใหลเหมือนใฝ่ฝัน
ทีนี้เจ้าเข้าไปด้วยได้ช่วยกัน ลักมาฟันเผาไฟเสียให้ยับ
แล้วพาเหล่าสาวสุรางค์ค่อยย่างย่อง เข้าในห้องเห็นพระบาทไสยาสน์หลับ
นางนบนอบหมอบเมียงเคียงคำนับ ค่อยขยับหยิบกระดาษรูปวาดมา
ชวนกันฉีกเท่าไรก็ไม่ขาด แค้นทายาดหยิกทึ้งด้วยหึงสา
เอาเผาไฟในเตาต้มน้ำชา ปีศาจกล้ากลับลุกขึ้นคลุกคลี
ขู่ตะคอกหลอกเหล่าสาวสนม บ้างหลบล้มเกลือกกลิ้งบ้างวิ่งหนี
ต่างแลเห็นเป็นรูปเข้าทุบตี ฝูงนารีบ้างก็ร้องบ้างป้องกัน
บ้างผลักไพล่ไล่ทุบกันตุบตับ เปรียบเหมือนหลับหลงเพ้อละเมอฝัน
พระอภัยไสยาสน์อาสน์สุวรรณ เสียงสนั่นแซ่ซ้องมามองเมียง
เห็นผลักพลิกขยิกขยี้ตีกระดาษ วุ่นวิวาทวาทาบ้างท้าเถียง
ยิ่งคลั่งคลุ้มกลุ้มใจไม่ไล่เลียง ฉวยไม้เมียงเข้ามาใกล้แล้วไล่ตี
ลงไม้เรียวเขวียวขวับไม่ยับยั้ง ถูกไหล่หลังเหล่าสุดาพากันหนี
พระแปลกพักตร์อัคเรศร่วมชีวี เที่ยวไล่ตีต้อนพัลวันไป
แล้วกลับมาหากระดาษที่วาดรูป ประโลมจูบพักตร์น้องให้ผ่องใส
เข้าสู่ที่คลี่กระดาษรูปวาดไว้ ให้คลั่งไคล้เคลิ้มอารมณ์ไม่สมประดี ฯ
๏ สงสารองค์นงลักษณ์อัคเรศ ชลเนตรแนวนองให้หมองศรี
ให้สาวใช้ไปเชิญพระชนนี มาถึงที่ปรางค์มาศปราสาทชัย
จึงทูลความตามกระดาษที่วาดรูป พระโลมลูบลืมองค์ด้วยหลงใหล
ลูกหลากนักลักเอามาเผาไฟ มันไม่ไหม้กลับลุกขึ้นคลุกคลี
ข้ากับเหล่าสาวสรรค์ชวนกันสู้ ปล้ำกันอยู่ผลักไสมันไม่หนี
พระโกรธาคว้าไม้มาไล่ตี แล้วเข้าที่มิได้ออกข้างนอกเลย ฯ
๏ พระมารดรข้อนทรวงเสียงผางผาง กันแสงพลางตรงมาหาลูกเขย
เห็นคว้ารูปลูบต้องประคองเชย เอะกรรมเอ๋ยกรรมกรรรมทำกระไร
ขึ้นแท่นรัตน์ตรัสถามว่าทรามสวาท ได้กระดาษเลขามาแต่ไหน
ขอให้แม่แลดูรูปผู้ใด พระอภัยรู้สึกให้นึกอาย
ทำยิ้มย่องป้องปิดแล้วอิดเอื้อน ต่อตรัสเตือนหลายคำจำถวาย
แล้วทูลว่านารีดีหรือร้าย ไม่ทราบฝ่ายข้าเฝ้าเขาเอามา
ว่าของท้าวเจ้าละมานหม่อมฉานเห็น ก็ดูเล่นตามสบายลายเลขา
อีสาวสาวเหล่ากำนัลกัลยา มันเป็นบ้าไปอย่างไรก็ไม่รู้
มาอื้ออึงหึงกระดาษวิวาทวุ่น ชุลมุนด้วยกันหมดไม่อดสู
เข้าฉุดคร่าหน้าหลังออกพรั่งพรู ลูกหนวกหูไล่ตีจึงหนีไป ฯ
๏ นางฟังคำทำตรัสว่าบัดสี รูปเช่นนี้ก็จะหึงไปถึงไหน
แล้วว่าพ่อก็อย่าเอาเข้ามาไว้ จะกระไรอยู่กระมังระวังองค์
ด้วยรูปนี้มีมาแต่ข้าศึก อย่าได้นึกรักใคร่จะใหลหลง
เดี๋ยวนี้พ่อก็ยังซูบทั้งรูปทรง รักษาองค์เสียให้หายสบายใจ
นี่แม่ขอพ่อเถิดรูปกระดาษ จงไสยาสน์อยู่ในห้องให้ผ่องใส
ประภาษพลางนางพระยาลุกคลาไคล เสด็จไปห้องนอกบอกธิดา
พระเหือดหายคลายคลั่งลงบ้างแล้ว พาลูกแก้วกลอยใจเข้าไปหา
ถึงกลัดกลุ้มคลุ้มคลั่งไม่ฟังยา ได้เห็นหน้าลูกน้อยก็ค่อยคลาย
แล้วส่งรูปเลขาให้จ่าโขลน เอาไปโยนเสียที่วนชลสาย
นางรอรั้งฟังเงียบเซียบสบาย จึงผันผายพาสุรางค์ไปปรางค์ทรอง ฯ
๏ ฝ่ายสุวรรณมาลีนารีราช เห็นภูวนาถเคลื่อนคลายค่อยวายหมอง
จูงธิดานารีทั้งพี่น้อง เข้าในห้องพระบรรทมค่อยก้มคลาน
จอมกษัตริย์ตรัสเรียกพระลูกรัก มานั่งตักข้างละองค์ด้วยสงสาร
แม่ไปไหนไม่มาหาพ่อช้านาน นางกราบกรานตรงพระเพลาแล้วเล่าความ
ฉันเกล้าจุกตุ๊กตาจะมาถวาย มันหนีหายก็ต้องไปเที่ยวไต่ถาม
ทั้งน้องน้อยพลอยว่าตุ๊กตางาม ยังอยู่สามตัววางไว้ข้างเตียง
พระกอดจูบลูบหลังแล้วฟังพลอด ช่างฉอดฉอดฉอเลาะเสนาะเสียง
อุ้มบุตรีพี่น้องประคองเคียง พิศเพียงพิมพ์เดียวแล้วเหลียวมา
แกล้งตรัสบอกหยอกมิ่งมเหสี ไหนน้องพี่นี่ยังคิดกังขา
นางแย้มยิ้มพริ้มพรายอายวิญญาณ์ พระตรัสว่าวันนี้ฤกษ์ดีครัน
จะตั้งนามตามวงศ์พงศ์กษัตริย์ ศรีสวัสดิ์จงขยับมารับขวัญ
ให้บุตรีพี่ชื่อสร้อยสุวรรณ น้องชื่อจันทร์สุดากุมารี
นางคำนับรับรสพจนารถ แล้วสอนราชธิดามารศรี
ให้รับสั่งบังคมก้มโมลี พระบุตรีรับพลอดฉอดสำเนียง
สร้อยสุวรรณนั้นว่าชื่อฉันเพราะกว่า น้องก็ว่าของฉันเพราะทะเลาะเถียง
ต่างทูลความถามไถ่เฝ้าไล่เลียง ว่าชื่อเสียงใครจะเพราะเสนาะดี
พระอภัยใจสบายค่อยคลายคลั่ง ว่าเพราะทั้งพี่น้องทั้งสองศรี
นางทูลลาว่าจะไปอวดอัยกี อัญชลีแล้วก็พากันคลาไคล ฯ
๏ พอพลบค่ำย่ำฆ้องกลองกระหึ่ม ประโคมครึ้มครื้นครั่นสนั่นไหว
นางสำหรับขับร้องทำนองใน ก็ท้าทับขับไม้มโหรี
บรรทมฟังวังเวงด้วยเพลงกล่อม ประสานซ้อมสังคีตทั้งดีดสี
จวนจะหลับกลับเห็นรูปนารี อยู่ริมที่ไสยาสน์ประหลาดใจ
ประโลมลูบรูปวาดปีศาจซ้ำ ให้จิตคล่ำเคลิ้มองค์กลับหลงใหล
แนบถนอมหอมชื่นรื่นฤทัย เฝ้าลูบไล้รับขวัญจำนรรจา
เจ้ากับพี่นี้กุศลแต่หนหลัง เห็นจริงจังเจียวนะแม่แน่หนักหนา
ถึงพรากไปไว้ที่อื่นคงคืนมา เหมือนเขาว่าคู่แล้วไม่แคล้วเลย
ประภาษพลางทางตระโบมประโลมลูบ ถนอมรูปร่วมเรียงเคียงเขนย
จนแสงทองส่องสว่างน้ำค้างเชย ลมรำเพยพัดพาสุมามาลย์
มารื่นรื่นชื่นจิตสนิทหลับ ระทวยทับรูปทรงน่าสงสาร
จนรุ่งเช้าสาวสรรค์พนักงาน ตั้งเครื่องอานแอบดูพระภูวไนย
เห็นสวมสอดกอดกระดาษที่วาดรูป ต่างก็ลูบอกว่าน่าสงสัย
เมื่อทิ้งขว้างกลางน้ำทำกระไร จึงมาได้หรือกระดาษปีศาจมี
ปรึกษาพลางทางรีบไปปรางค์รัตน์ ทูลรหัสเหตุพระมเหสี
นางตกใจให้เชิญพระชนนี มาพร้อมที่ปรางค์รัตน์กษัตรา
มองเขม้นเห็นกระดาษประหลาดจิต เป็นสุดคิดแค้นคั่งนั่งปรึกษา
ฝ่ายองค์พระอภัยตื่นไสยา เห็นมารดาเดือดดาลรำคาญใจ
ทำผินหลังบังกระดาษอนาถนิ่ง กลัวจะชิงฉีกมิตรพิสมัย
พระมารดรวอนว่าด้วยอาลัย นี่รูปใหม่หรือเก่าพ่อเฝ้าเชย
รูปไม่ดีผีสิงทิ้งเสียเถิด จะก่อเกิดความวุ่นพ่อคุณเอ๋ย
ฟังแม่ว่าเถิดอย่าได้เอาไว้เลย พ่อควรเชยสาวสนมกรมใน
นางพระยาว่าวอนพระนอนนิ่ง นางก็ยิ่งวอนว่าน้ำตาไหล
พระฮึดฮัดตรัสว่าระอาใจ เฝ้าแคะไค้ค่อนว่าดูน่าชัง
ทั้งผู้ดีขี้ข้าขึ้นมาแซ่ เฝ้าโหมแห่หึงสาเหมือนบ้าหลัง
พระเคืองขับกลับรูดวิสูตรบัง ให้คลุ้มคลั่งเคลิ้มอารมณ์ไม่สมประดี ฯ
๏ พระมารดรถอนฤทัยไห้สะอื้น สุดจะกลืนกลั้นน้ำตามารศรี
ทั้งโฉมยงองค์สุวรรณมาลี พระหัตถ์ตีทรวงซ้ำร่ำพิไร
โอ้พระร่มโพธิ์ทองของน้องแก้ว หลงเสียแล้วกรรมเอ๋ยกรรมจะทำไฉน
พระมารดาว่าพ่อคุณเคยอุ่นใจ เหมือนฉัตรชัยช่วยบำรุงให้รุ่งเรือง
มาเกิดเป็นเช่นนี้วิปริต เหมือนมืดมิดแหล่งหล้าฟ้าจะเหลือง
แม้ข้าศึกฮึกอึงมาถึงเมือง เมื่อแค้นเคืองขุ่นเข็ญจะเห็นใคร
นางครวญคร่ำกำสรดสลดจิต โอ้สุดคิดสุดที่แม่จะแก้ไข
ทั้งห้ามแหนแสนสนมกรมใน ต่างร้องไห้ไม่วายฟายน้ำตา ฯ
๏ ครั้นสว่างนางให้หาโหราราช ทั้งอำมาตย์เมืองผลึกมาปรึกษา
เป็นเหตุใหญ่ไพรีจะมีมา เสวกาจะคิดอ่านประการใด
พวกเสนาต่างคนคิดอ้นอั้น สติตันตกประหม่าน้ำตาไหล
ต่างทูลความตามแคลงไม่แจ้งใจ แล้วสั่งให้โหรชำระดูพระเคราะห์
พฤฒาเฒ่าเอาประดิทินออกคลี่ ตั้งเดือนปีลงเลขโปกเปกเปาะ
ราหูเสาร์เข้ารวบจวบจำเพาะ เป็นพระเคราะห์คราวร้ายจึงทายทูล
ต้องตำราว่าผีไพรีร้าย ทำวุ่นวายหวังจะให้เสียไอศูรย์
แต่ไม่ม้วยด้วยพระวงศ์พงศ์ประยูร จะเพิ่มพูนผ่อนปรนให้พ้นภัย ฯ
๏ นางพระยาว่ากระนั้นในวันนี้ จะลงผีไต่ถามตามสงสัย
ให้หาท้าวเจ้าสิงที่จริงใจ มาข้างในแต่งตั้งเครื่องสังเวย
ทั้งเป็ดไก่บายศรีอาหนีเหล้า เทพเจ้าจงเจริญเชิญเสวย
อีท้าวแมนแสนกลเป็นคนเคย ร้องสังเวยไหว้ผีให้ตีโทน
ทำถือเทียนเวียนหันสั่นสะเทิ้ม ระริกเริ้มรัวเต้นดังเล่นโขน
ลูกสมุนหมุนหน้าทับรับตะโพน ท่านยายโยนเหล้าเข้มเข้าเต็มตึง
ทั้งกรีดกรายย้ายอย่างย่างสะบัด ขึ้นเตียงขัดสมาธิ์นั่งทำตั้งขึง
คนสำหรับนับถือก็อื้ออึง ท่านอยู่ถึงถิ่นฐานโรงศาลใด
อีท้าวแมนแสนรู้ว่ากูนี้ มิใช่ผีโป่งป่ามาแต่ไหน
คือองค์ท้าวจ้าวนครแต่ก่อนไร พระอภัยไม่มาง้อกูพ่อตา
จึงแค้นนักจักทำให้หนำจิต เอาชีวิตเสียเดี๋ยวนี้แล้วสิหนา
ทำตึงตังดังจะเอาซึ่งชีวา นางพระยาตกใจกระไรเลย
นึกว่าจริงวิ่งมาหายายท้าว ว่าพ่อเจ้าจงการุญพ่อคุณเอ๋ย
อย่าถือโทษพระอภัยเธอไม่เคย เลี้ยงลูกเขยไว้เถิดท้าวเจ้าประคุณ
อีท้าวแมนแสนฉลาดตวาดว่า ยายอย่ามาหน่วงเหนี่ยวจะเฉียวฉุน
แม้งอนง้อขอชีวาจะการุญ เร่งบนหุ่นโขนละครทั้งมอญรำ
สักเจ็ดวันนั้นและยายจะหายแค้น ถ้ามาตรแม้นมิบนอยู่จนค่ำ
จะหักคอมรณาทารกรรม พอสิ้นคำทำล้มไม่สมประดี
นางพระยาว่าพุคะจะถวาย ขอให้หายเถิดจะให้ทั้งบายศรี
แล้วตรัสสั่งทั้งสองเสนาบดี จัดเสนีนายด่านชำนาญเรือ
ไปเชิญพระอนุชาหาโอรส มาทั้งหมดเมืองผลึกเป็นศึกเสือ
ทั้งโหรดูภูวนาถว่าชาติเชื้อ จะก่อเกื้อแก้หายไม่วายปราณ ฯ
๏ เสนาในได้สดับคำรับสั่ง ออกจากวังเรียกเสมียนมาเขียนสาร
ให้เสนีที่ฉลาดรู้ราชการ คุมทหารเภตราไปห้าลำ
พอลมดีคลี่ใบทั้งใหญ่น้อย ออกแล่นลอยตามคลื่นทุกคืนค่ำ
ต่อน้ำหมดอดนักแวะตักน้ำ แล้วแล่นร่ำรีบไปจนไกลครัน ฯ
๏ จะกลับกล่าวเจ้าพาราการะเวก เสวยเสวกฉัตรชัยไอศวรรย์
เมื่อปีสุดสาครจรมานั้น พระนางจันทวดีมีโอรส
พระบิตุราชมาตุรงค์วงศ์กษัตริย์ โสมนัสเฝ้าถนอมอยู่พร้อมหมด
สาวสุรางค์นางสนมล้วนสมยศ เลี้ยงโอรสค่อยเจริญมาเนิ่นนาน
ได้สิบขวบอวบอ้วนเป็นนวลเปล่ง ดังเดือนเพ็งผิวพรรณในสัณฐาน
ถวายนามตามชะตาโหราจารย์ ชื่อกุมารหัสไชยวิไลทรง
สุดสาครนอนเคียงคอยเลี้ยงน้อง เหมือนร่วมท้องรักใคร่จนใหลหลง
ทุกเช้าเย็นเล่นกับน้องทั้งสององค์ จนค่อยทรงพระเจริญยิ่งเพลินใจ
มาวันหนึ่งรำพึงถึงบิตุเรศ ไม่แจ้งเหตุว่าอยู่หนตำบลไหน
แต่วันลาดาบสกำหนดไว้ น้อยหรือได้สิบปีเข้านี่แล้ว
พระบิตุรงค์องค์ไหนยังไม่เห็น เสียแรงเป็นหน่อเนื้อในเชื้อแถว
แม้มิตายหมายมาดไม่คลาดแคล้ว พรุ่งนี้แล้วลูกจะลาบิดาไป
พระครวญคร่ำรำลึกสะอึกสะอื้น จนดึกดื่นเดือนลับไม่หลับใหล
พอรุ่งรางพลางสะท้อนถอนฤทัย จึ่งปราศรัยสั่งพระน้องสองกุมาร
เย็นวันนี้พี่จะลาแล้วหนาจ๊ะ ด้วยธุระร้อนใจดังไฟผลาญ
เที่ยวตามติดบิตุรงค์หาวงศ์วาน แม้นพบพานพี่จะมาหาพระน้อง
แม่นงเยาว์เสาวคนธ์อย่าซนวิ่ง เป็นผู้หญิงเนื้อตัวจะมัวหมอง
พระอนุชาอย่าไปเต้นเล่นคะนอง อยู่ในห้องหัดหนังสืออย่าดื้อดึง
พลางสวมสอดกอดสองพระน้องแก้ว แม้ไปแล้วพี่จะนึกรำลึกถึง
ไม่รู้เรื่องเมืองผลึกยังลึกซึ้ง เมื่อไรจึงจะได้มาเห็นหน้ากัน
พระพี่น้องสองกุมารสงสารพี่ ร้ายหรือดีก็ไม่แจ้งกันแสงศัลย์
สะอื้นพลางทางว่าถ้าเช่นนั้น ไปด้วยกันฉันไม่อยู่ในบูรี
พระเชษฐาว่าทางกลางสมุทร ลำบากสุดเสียแล้วน้องจะหมองศรี
เล่นกับพระอนุชาอยู่ธานี หน่อยหนึ่งพี่ก็จะมาไม่ช้านาน
พระพี่น้องร้องไห้จะไปด้วย เข้าฉุดฉวยเชษฐาน่าสงสาร
สุดสาครวอนว่าเป็นช้านาน สองกุมารก็ไม่ฟังเข้ารั้งไว้
จะขัดนักจักช้าจึงพาน้อง ไปเฝ้าสองกษัตริย์อัชฌาสัย
ศิโรราบกราบบาทเพียงขาดใจ พลางพิไรร่ำว่าด้วยอาวรณ์
โอ้ผ่านเกล้าเจ้าประคุณการุญรัก ถนอมพักตร์ผิดพลั้งช่วยสั่งสอน
เกษมสุขทุกทิวาเฝ้าอาทร ยิ่งบิดรมารดาพยาบาล
แต่ตัวลูกผูกคิดถึงบิตุเรศ ไม่แจ้งเหตุธานินทร์ถิ่นสถาน
มาพึ่งบุญมุลิกาอยู่ช้านาน นึกสงสารพระบิดาเอกากาย
ลูกขอลาฝ่าละอองสองกษัตริย์ ไปปฏิบัติบิตุราชเหมือนมาดหมาย
แม้นลูกนี้ชีวิตมิวอดวาย จะผันผายกลับมาเหมือนอาลัย ฯ
๏ สองกษัตริย์อัดอั้นให้ตันจิต สุดจะคิดขัดข้องทำนองไหน
เสนหาอาวรณ์ร้อนฤทัย พระชลนัยน์นองเนตรเวทนา
จึงว่าพ่อก็ไม่ห้ามจะตามส่ง ให้พบองค์บิตุราชเหมือนปรารถนา
จงรอรั้งสั่งเวรเกณฑ์เภตรา ยกโยธาไปด้วยกันสักพันลำ ฯ
๏ สุดสาครอ่อนเกล้าลงเคารพ พระคุณลบเลี้ยงชุบอุปถัมภ์
แต่มิควรกวนองค์พระทรงธรรม แล้วจะลำบากใจแก่ไพร่พล
จะขอลาฝ่าละอองไปท่องเที่ยว แต่ผู้เดียวได้แสวงทุกแห่งหน
พระบิตุรงค์จงสำราญผ่านมณฑล ให้ไพร่พลบ้านเมืองเรืองสำราญ
ขอฝากแต่กนิษฐานุชาน้อย จะเศร้าสร้อยโศกาหาหม่อมฉาน
ช่วยว่ากล่าวน้าวโน้มประโลมลาน อย่ารุกรานรับขวัญจนฉันมา
พระพี่น้องสององค์ทรงกันแสง เข้ายุดแย่งหยิกแขนแค้นหนักหนา
เขาจะได้ไปด้วยไม่ช่วยลา แล้วโศกากอดไว้ไม่ไกลกาย ฯ
๏ สองกษัตริย์ทัศนาธิดาบุตร ยิ่งแสนสุดอาลัยมิใคร่หาย
เหมือนพี่น้องท้องเดียวเจียวเสียดาย จึงภิปรายโปรดว่าสุดสาคร
ถึงลูกรักจักมิให้พ่อไปด้วย จะขอช่วยแต่งทหารชาญสมร
ให้ลูกยาพาพหลพลนิกร เที่ยวสัญจรตามติดพระบิดา
เพื่อพบกันวันใดจะได้แจ้ง ว่าพ่อแต่งตามยศโอรสา
อย่าตัดญาติขาดเด็ดจงเมตตา ให้บิดาดีใจจึงไกลกัน ฯ
๏ สุดสาครอ่อนหวานประทานโทษ ตามจะโปรดชุบย้อมกระหม่อมฉัน
แล้วปลอบน้องสองราอย่าจาบัลย์ สองสามวันพี่ยาจะมาวัง
นางว่าชะพระพี่ช่างขี้ปด เขารู้หมดมิใช่ว่าเป็นบ้าหลัง
ไม่ทูลลาพาไปก็ไม่ฟัง นางเฝ้านั่งบ่นว่าแล้วจาบัลย์
สุดสาครอ่อนใจอาลัยน้อง จึงทูลสองกษัตรานราสรรค์
พระน้องรักจักใคร่ไปด้วยกัน ให้หม่อมฉันทูลลาฝ่าธุลี ฯ
๏ พระบิตุรงค์สงสารโองการตรัส พ่อไม่ขัดขุ่นข้องให้หมองศรี
จะอยู่ไปพ่อไม่ห้ามดอกตามที สุดแต่พี่กับน้องปรองดองกัน
พระตรัสพลางทางหาเสนาผู้ใหญ่ มาสั่งให้จัดพหลพลขันธ์
สักห้าหมื่นปืนรบให้ครบครัน ลงกำปั่นร้อยลำประจำการ
ที่นั่งรองของเรายาวสามเส้น เอาแต่งเป็นลำทรงใส่ธงฉาน
เลือกล้าต้าต้นหนทั้งคนงาน ที่ชำนาญนาวาในสาคร
เสนาในได้สดับคำรับสั่ง มาเตรียมพรั่งพร้อมทัพสลับสลอน
ลำที่นั่งบังห้องช่องบัญชร มีบรรจถรณ์แท่นตั้งล้วนฝังพลอย
ทั้งธงทองรองเรืองเครื่องประดับ เชือกสำหรับรอกใบของใช้สอย
มาทอดท่าหน้าวังถ้วนทั้งร้อย ต่างเตรียมคอยพระโอรสยศไกร ฯ
๏ ฝ่านโฉมจันทวดีนารีราช แสนสวาทลูกน้อยละห้อยไห้
จะจากวังทั้งสามตามกันไป เป็นจนใจที่จะขัดจะทัดทาน
จัดสุรางค์นางสนมพี่เลี้ยงพร้อม ทั้งคนกล่อมกล่าวเกลี้ยงล้วนเสียงหวาน
เจ้าขรัวยายนายสำหรับบังคับการ ตรวจเครื่องอานพร้อมเพรียงจนเสียงเครือ
เร่งให้คนขนส่งลงกำปั่น ทั้งกำนัลน้อยใหญ่ดีใจเหลือ
พอรุ่งรางต่างคนมาลงเรือ มีหมอนเสื่อสารพัดจัดประจง ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อบพิตรอดิศร สุดสาครชวนพระน้องเข้าห้องสรง
สีสุคนธ์ปนทองละอององค์ ต่างสอดทรงเครื่องประดับดูวับวาม
แล้วลีลามายังห้องสองกษัตริย์ ชลีหัตถ์พร้อมพรั่งกันทั้งสาม
นางไว้จุกลูกน้อยน้อยคอยติดตาม ล้วนงามงามน่ารักลักษณา ฯ
๏ พระบิตุราชมาตุรงค์องค์กษัตริย์ สู้อั้นอัดอดรักไว้หนักหนา
กลัวเป็นลางต่างสะอื้นกลืนน้ำตา ทั้งบิดามารดรอวยพรชัย
จงไปดีมาดีศรีสวัสดิ์ อย่าเคืองขัดขุ่นข้องให้ผ่องใส
ได้พบปะพระบิดาดังอาลัย อรินทร์ภัยคลาดแคล้วอย่าแผ้วพาน
ทั้งสามองค์ทรงสดับอภิวาท ประยูรญาติใหญ่น้อยพลอยสงสาร
พระบิตุราชมาตุรงค์ทั้งวงศ์วาน พากุมารมาส่งลงนาวา
พร้อมสะพรั่งทั้งร้อยลอยสล้าง มีขุนนางลำละนายรายรักษา
เสียงทหารขานโห่ก้องโกลา ปืนสัญญายิงลั่นสนั่นดัง
ออกกำปั่นลั่นฆ้องกลองกระหึ่ม ประโคมครึ้มครื้นแซ่ทั้งแตรสังข์
ออกจากท่าสาคเรศนิเวศน์วัง ลำที่นั่งลอยเลื่อนค่อยเคลื่อนคลาย
สองกษัตริย์ทัศนานาวาคล้อย หวนละห้อยโหยไห้พระทัยหาย
ทั้งแสนสาวท้าวนางท่านขรัวนาย ต่างฟูมฟายชลนาด้วยอาลัย
ยิ่งแลลับวับจิตคิดวิตก ระกำอกอุตส่าห์ขืนสะอื้นไห้
กษัตราพาสนมกรมใน กลับไปไพชยนต์สุวรรณพรรณราย ฯ
๏ สงสารหน่อบพิตรอดิศร สุดสาครเสาวคนธ์วิมลฉาย
ทั้งหน่อกษัตริย์หัสไชยใจสบาย อยู่ห้องท้ายกำปั่นเผยบัญชร
บริกรรมสำเหนียกร้องเรียกม้า ด้วยมนตราดลจิตนักสิทธ์สอน
จึงดลใจให้พระยาม้ามังกร ทุรนร้อนรีบมาหากุมาร
เผ่นขึ้นลำกำปั่นสุวรรณรัตน์ ไม่ดีดกัดเสนาโยธาหาญ
มาเฟี้ยมฟุบยุบยอบเหมือนหมอบกราน พระกุมารออกมาหาอาชาไนย
แล้วลูบหลังสั่งว่าเวลาค่ำ ขึ้นนอนลำกำปั่นน้องให้ผ่องใส
แต่กลางวันนั้นไม่ห้ามตามแต่ไป แล้วก็ให้ของกินด้วยยินดี ฯ
๏ พอออกจากปากน้ำพระกำหนด เหมือนดาบสบอกทางกลางวิถี
หมายพายัพรับโห่ทั้งโยธี พอลมดีใช้ใบไรไรมา
ทั้งร้อยลำกำปั่นเป็นหลั่นแล่น ตั้งแห่แหนเรียงรายทั้งซ้ายขวา
นางสาวสาวเหล่ากำนัลกัลยา ออกเยี่ยมหน้านั่งสลอนข้างตอนท้าย
เห็นกว้างขวางว่างโว้งละโล่งลิ่ว เห็นหวิวหวิวหวั่นหวั่นมิ่งขวัญหาย
เกาะกระพุ่มคุ่มเคียงเรียงเรียงราย จะเหลียวซ้ายแลขวาก็น่ากลัว
กลางอากาศกลาดกลุ้มชอุ่มเมฆ แลวิเวกเวหาฟ้าสลัว
เสียงครึกครื้นคลื่นระลอกเป็นหมอกมัว ระวังตัวต่างภาวนาดัง ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อบรเมศร์เกศกษัตริย์ โสมนัสในอารมณ์ด้วยสมหวัง
ขึ้นบาหลีที่สุวรรณเหนือบัลลังก์ พระน้องนั่งแนบข้างไม่ห่างกัน
ลมเย็นเย็นเห็นมัจฉาขึ้นคลาคล่ำ บ้างผุดดำดูชวนกันสรวลสันต์
เฝ้าทับยีพี่ยาถามสารพัน ว่ายโน่นนั่นปลาอะไรใหญ่เต็มที
พระบอกน้องสองราประสาเด็ก นี่ปลาเล็กดอกนะจ๊ะมารศรี
ว่ายข้างนอกดอกมันเท่าเขาคีรี ว่ายเหล่านี้ซิวซ่าปลาเล็กน้อย
แล้วชวนดูหมู่สัตว์ปฏิสนธิ์ หัวเป็นคนข้างท้ายกลายเป็นหอย
เที่ยวเก็บกินดินสลุตขึ้นผุดลอย พระน้องน้อยชมเพลินเจริญใจ
บ้างมีหางอย่างปลาหน้าเหมือนเงาะ ต่างหัวเราะร้องว่าปลาไปไหน
มันพูดอย่างข้างเราไม่เข้าใจ พระหน่อไททิ้งอาหารให้ทานกิน
มีต่างต่างบ้างพิกลก้นเป็นสาย ขึ้นเรียงรายกลางมหาชลาสินธุ์
มีแต่กายสายหยั่งกระทั่งดิน เที่ยวจับกินกุ้งปลาในสาชล
เห็นกำปั่นมันร้องออกก้องเสียง ให้แล่นเลี่ยงหลีกทางไปกลางหน
จะถูกสายตายสิ้นมันดิ้นรน เสียงเหมือนคนแต่ข้างเราไม่เข้าใจ
พระพี่น้องสององค์ทรงพระสรวล ต่างชี้ชวนชมปลาชลาไหล
ทั้งเสนีรี้พลสกลไกร สำราญใจจรมาสิบห้าวัน ฯ
๏ ถึงละเมาะเกาะกาวินถิ่นผีเสื้อ ต่างทอดเรือเรียงเรียงเคียงเคียงคั่น
ขึ้นตักน้ำลำเลียงพร้อมเพรียงกัน ผีเสื้อมันได้กลิ่นก็บินมา
เสียงคึกคึกครึกครื้นเป็นหมื่นแสน เท่าลำแพนแผ่ปีกหลีกถลา
ลงโฉบได้ไพร่พลบนเภตรา กระพือพาขึ้นละเมาะเกาะกาวิน
ที่เหลืออยู่สู้รบไม่หลบหลีก มันมาอีกอัดแอกระแสสินธุ์
เปรียบเหมือนเหยี่ยวเฉี่ยวปลาแล้วพาบิน หน่อนรินทร์กับพระน้องอยู่ห้องใน
เสียงว้าวุ่นผลุนออกมานอกห้อง มันโฉบสองอนุชาพาไปได้
สุดสาครร้อนอกตกพระทัย ฉวยได้ไม้เท้าโลดกระโดดมา
ขึ้นขี่หลังมังกรก็ถอนถีบ ลงน้ำรีบตามติดขนิษฐา
ไล่ผีเสื้อเงื้อไม้เท้าของเจ้าตา ร้องเหวยว่าสักเท่าไรก็ไม่วาง
มันกลับกลุ้มรุมจับพระรับรบ ทั้งม้าขบโขกกัดสะบัดหาง
ทั้งตัวปีกฉีกตายมันวายวาง พระสู้พลางภาวนามหามนต์
หวดไม้เท้าดาบสดังกรดกริช พอถูกนิดกายขาดกลาดกลางหน
ผีเสื้อร้ายวายปราณไม่ทานทน ต่างทิ้งคนเสียสิ้นแล้วบินไป
พระอุ้มน้องสององค์ขึ้นทรงม้า พวกโยธาว่ายคล่ำในน้ำไหล
ต่างขึ้นลำกำปั่นไม่บรรลัย ทั้งนายไพร่พร้อมสิ้นก็ยินดี ฯ
๏ ถอนสมอช่อใบขึ้นใส่รอก จะรีบออกนาวาพากันหนี
พออากาศฟาดเปรี้ยงเสียงสุนี เห็นคนดีถือขวานผ่านหน้าเรือ
แล้วร้องว่าอย่าเพ่อไปจะได้ลาภ ช่วยกันปราบอสุรีพวกผีเสื้อ
มันหยาบคายร้ายกาจเป็นชาติเชื้อ กินชาวเรือค้าขายมาหลายพัน
เทพไทใช้เรามาเผาผลาญ ผีเสื้อพาลพวกยักษ์มักกะสัน
อ้ายนายใหญ่ในน้ำตัวสำคัญ มันป้องกันพวกพลด้วยมนตรา
มิให้เราเข้าไปถึงในถ้ำ ต้องคอยทำร้ายอยู่นอกคูหา
ท่านช่วยล่อแต่พอให้มันไล่มา เราจะฆ่าตัวนายให้วายชนม์
จึงคว้าแก้วแววตาทั้งขวาซ้าย ไปกันกายสารพัดไม่ขัดสน
บังเกิดแรงแข็งณรงค์ทั้งคงทน ถ้าจับคนเข้าก็อ่อนหย่อนกำลัง ฯ
๏ หน่อกษัตริย์ตรัสว่าถ้าเช่นนั้น จะล่อมันมาให้ได้ดังใจหวัง
แล้วปราศรัยให้พระน้องเข้าห้องบัง กำชับสั่งพลไกรทั้งไพร่นาย
ถ้าที่นี้ผีเสื้อมาเรืออีก อย่าเลี่ยงหลีกรบพุ่งเหมือนมุ่งหมาย
แล้วแต่งองค์ทรงเกาทัณฑ์คันเขาควาย สะพักสายทรงพระยาม้ามังกร
สมคะเนเทวดาพาขึ้นเกาะ ข้ามละเมาะเขาเขินเนินสิงขร
ถึงปากถ้ำอำลาสุดสาคร ขึ้นแฝงนั่งบังชะง่อนก้อนศิลา
พระหน่อนาถอาจองตรงเข้าถ้ำ พิลึกล้ำแลเวิ้งเป็นเพิงผา
เห็นผีเสื้อเหลือใหญ่เท่าไอยรา ก็รู้ว่าตัวนายนอนร่ายมนต์
จึงเอี้ยวองค์ทรงลั่นเกาทัณฑ์ขวับ ถูกขมับไม่ระคายเท่าปลายขน
ซ้ำอีกทีผีเสื้อเห็นเหลือทน ลืมร่ายมนต์โมโหให้โกรธา
คำรนร้องก้องกึกสะอึกไล่ พระหน่อไทหนีออกนอกคูหา
ผีเสื้อร้ายหมายจะกินบินออกมา ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงเปรี้ยงสำเนียงดัง
ถูกผีเสื้อเนื้อตัวทั้งหัวขาด พระหน่อนาถชื่นชมด้วยสมหวัง
เข้าควักแก้วแววตาละล้าละลัง ได้มาทั้งสองข้างสว่างวาว
เป็นแสงรุ้งพลุ่งพรายประกายแก้ว ดูวาวแววกลมเกลียวบ้างเขียวขาว
พิศเพ่งเปล่งปลั่งดูดังดาว สมที่ท้าวเทวาเธอว่าดี
แล้วแลดูผู้นั้นครั้นไม่เห็น ขับม้าเผ่นโผนผาดดังราชสีห์
ลงลำเนาเขาเขินเนินคิรี ข้ามนทีถึงกำปั่นไม่ทันเย็น
จึงแจ้งความตามล้วงได้ดวงเนตร ของวิเศษชูให้นายแลไพร่เห็น
ดูเปล่งปลั่งดังดาวราวกับเป็น ต่างเขม้นหมอบก้มชมกุมาร
พระยื่นแก้วแววตามหายักษ์ ให้น้องรักสององค์ด้วยสงสาร
กายสิทธิ์ฤทธิรณทั้งทนทาน สองกุมารอัญชลีด้วยดีใจ
ต่างรับแก้วแววเนตรจากเชษฐา ชมจินดาแพรวพร่างสว่างไสว
พระอนุชาว่ามณีดีอย่างไร ฉันจะใคร่ดูเล่นให้เห็นฤทธิ์
ออกจากห้องลองยกครกเหล็กใหญ่ เอาขึ้นได้ดูไม่ยากแต่สักนิด
ต่างเริงรื่นชื่นชมด้วยสมคิด มานั่งชิดเชษฐาแล้วพาที
ฉันข้อแข็งแรงเรี่ยวขึ้นเจียวจ๊ะ ทีนี้ปะข้าศึกไม่นึกหนี
ถึงสูงกว่าห้าศอกจะออกตี อวดพระพี่พูดจาประสาใจ
แล้วเชษฐาหาขุนนางช่างฉลาด มาคิดคาดเพชรรัตน์จำรัสไข
ทำสายสร้อยร้อยกรองทองอุไร ผูกหัตถ์ให้นุชน้องสองกุมาร ฯ
๏ แล้วออกลำกำปั่นเป็นหลั่นแล่น ไปพ้นแดนเกาะกาวินถิ่นสถาน
สังเกตทิศสิทธาบัญชาการ มาประมาณสามเดือนไม่เคลื่อนคลา
เข้าเขตแคว้นแดนเมืองผลึกราช เห็นเรือลาดตระเวนรายทั้งซ้ายขวา
ให้ตีฆ้องร้องถามตามสงกา ชาวพารารับฆ้องแล้วร้องไป
เราพวกพ้องกองตระเวนเมืองผลึก นี่ข้าศึกหรือนาวามาแต่ไหน
สมคะเนเสนีก็ดีใจ จึงสั่งให้ทอดสมอลงรอรา
แล้วบอกเหล่าชาวผลึกใช่ศึกเสือ พระหน่อเนื้อทรงยศโอรสา
จะมาเฝ้าเจ้าชีวิตพระบิดา แวะเข้ามาเถิดจะเล่าให้เข้าใจ
กองตระเวนเจนจิตคิดสังเกต รู้ว่าเพศพงศ์พราหมณ์ตามวิสัย
เป็นโอรสยศยงพระองค์ใด จำจะไปเฝ้าฟังรับสั่งความ
จึงขึ้นลำกำปั่นสุวรรณรัตน์ หน่อกษัตริย์ทรงทักแล้วซักถาม
ถึงพงศ์เผ่าเหล่ากอพระหน่อนาม ก็ได้ความเที่ยงแท้แน่พระทัย
แล้วว่าเราเยาว์อยู่ไม่รู้จัก จึงนับศักดิ์สุริย์วงศ์ด้วยสงสัย
ท่านชี้แจงแจ้งสิ้นไม่กินใจ จะขอไปเฝ้าองค์พระทรงธรรม์ ฯ
๏ กองตระเวนเจนจัดจึงขัดขวาง อันเยี่ยงอย่างกรุงไกรมไหศวรรย์
ถึงหน่อเนื้อเชื้อวงศ์เป็นพงศ์พันธุ์ อยู่ไกลกันก็ต้องห้ามตามทำนอง
จะนำข่าวราวความไปตามเรื่อง ให้ทราบเบื้องบาทมูลทูลฉลอง
แม้นภูวไนยให้หาฝ่าละออง จึงยกกองทัพเข้าไปในนคร
แล้วทูลลามาเกณฑ์ตระเวนด่าน เรือทหารห้าร้อยลอยสลอน
ให้ประจำกำกับอย่างหลับนอน แล้วรีบร้อนเร็วมาถึงธานี ฯ
๏ จึงแจ้งการท่านมหาเสนาผู้ใหญ่ พาเข้าไปทูลพระมเหสี
ฝ่ายโฉมยงองค์สุวรรณมาลี ไม่ทราบที่เท็จจริงยังกริ่งใจ
จะทูลความยามคลั่งกำลังเคลิ้ม เนื้อความเดิมเห็นพระองค์จะหลงใหล
จึงตรองตรึกปรึกษาเสนาใน จะรับให้มาดีหรือมิควร
ขุนนางพร้อมน้อมประณตว่ากฎหมาย แม้นเจ้านายเสียจริตเห็นผิดผวน
ครั้นจะกราบทูลความตามประชวร ก็ไม่ควรขอให้ทัพเธอยับยั้ง
อยู่ท่าพระอนุชาถ้ามาถึง นั่นแหละจึงจะได้ถามเนื้อความหลัง
กลศึกลึกเหลือจะเชื่อฟัง ข้าคิดยังเคลือบแคลงระแวงความ
นางกษัตริย์ตรัสตอบว่าชอบอยู่ ด้วยศัตรูเบียดเบียนเป็นเสี้ยนหนาม
จะไล่ขับกลับไปก็ไม่งาม ฉวยเป็นความสุจริตจะผิดนัก
เสนาในไปให้ถึงจึงจะชอบ ช่วยโต้ตอบตามโบราณอย่าหาญหัก
แม้นโอรสอุตส่าห์มาสาพิภักดิ์ ให้ลูกรักอยู่ที่ด่านชานนคร ฯ
๏ เสนารับอภิวันท์แล้วผันผาย ไปด้วยนายแดนด่านชาญสมร
ขึ้นลำทรงองค์พระหน่อบดินทร สุดสาครเรียกหามาข้างนี้
เสนาในไปประณตโอรสราช เห็นผุดผาดผิวผ่องละอองศรี
ไม่คลาดเคลื่อนเหมือนพระอภัยมณี ความยินดีเห็นจริงไม่กริ่งใจ
จึงทูลความตามองค์พระทรงศักดิ์ ประชวรหนักลืมองค์ให้หลงใหล
ทั้งห้ามแหนแสนสนมกรมใน นั่งร้องไห้ไม่วายฟายน้ำตา
แต่ธานีมีศึกนึกวิตก จึงต้องปกปิดความห้ามหนักหนา
ให้เรือใช้ไปเชิญพระอนุชา ไม่เห็นมาช้านานจนป่านนี้
พอทราบว่าฝ่าพระบาทราชโอรส ยกพวกทศโยธามากรุงศรี
พระมารดาข้าแผ่นดินก็ยินดี ให้ข้านี้มาประณตบทมาลย์
เชิญประทับยับยั้งยังปากอ่าว ด้วยได้ข่าวข้าศึกเห็นฮึกหาญ
ให้พระองค์ทรงฤทธิ์ค่อยคิดการ รักษาด่านปากน้ำที่สำคัญ
คลายประชวรควรทูลถวายได้ จึงจะให้เชิญเสด็จเข้าเขตขัณฑ์
อนึ่งเล่าพระเจ้าอานุชานั้น สองสามวันเห็นจะมาไม่ช้าที ฯ
๏ สุดสาครร้อนจิตถึงบิตุเรศ ชลเนตรแนวนองให้หมองศรี
ถอนสะอื้นฝืนพักตร์ซักเสนี ประเดี๋ยวนี้ทรงธรรม์ค่อยบรรเทา
หรือประชวรปรวนแปรกว่าแต่ก่อน อกเราร้อนราวกับไฟประลัยเผา
เสนาทูลมูลความตามสำเนา ค่อยบรรเทาขึ้นด้วยถ่ายหลายเวลา
พระอาหารวานนี้ก็มีรส เสวยหมดข้าวสวยสักถ้วยฝา
เห็นชื่นมื่นฟื้นฟังกำลังยา พระโรคาคงจะหายเหมือนหมายไว้ ฯ
๏ พระฟังคำจำจนให้อ้นอั้น จึงผ่อนผันพูดจาอัชฌาสัย
เป็นจำเพาะเคราะห์กรรมกระทำไว้ จึงมิได้รักษาพยาบาล
ซึ่งองค์พระชนนีมีรับสั่ง ให้ระวังปากอ่าวด้วยข่าวสาร
ถ้าข้าศึกฮึกโหมมาโรมราญ จะต่อต้านตีทัพให้ยับเยิน
แต่อาการผ่านเกล้าเบาหรือหนัก ให้ประจักษ์แจ้งบ้างอย่าห่างเหิน
ขุนเสนาว่าจะไม่ละเมิน กระนั้นเชิญเข้าด่านชานนคร ฯ
๏ พระทรงฟังสั่งมหาเสนาผู้ใหญ่ ให้ใช้ใบกำปั่นเป็นหลั่นสลอน
เข้าปากน้ำย่ำเย็นลงรอนรอน ให้พักผ่อนอยู่ที่ด่านชานบุรี ฯ
๏ อันเรื่องราวกล่าวความที่ห้ามเฝ้า ยังมิเข้าไปประณตบทศรี
พอผู้ถือหนังสือมาถึงธานี แจ้งคดีด้วยเรื่องเมืองลังกา
ว่าทัพท้าวเจ้าประเทศทุกเขตแคว้น มาถึงแดนสิงหลพลหนักหนา
แต่ละเมืองเรืองเดชเวทวิชา ชิงอาสารบก่อนไม่หย่อนกัน
นางละเวงเกรงใจให้อนุญาต ใครสามารถรบได้ไอศวรรย์
จะมอบตราราหูให้ผู้นั้น จึงชิงกันยกมาทุกธานี
เมืองมะหุ่งกรุงเตนกุเวนลวาด เมืองวิลาสวิลยาชวาฉวี
ถึงเมืองเงาะเกาะวลำสำปะลี จะชิงตีเมืองผลึกเป็นศึกรุม ฯ
๏ นางรู้ข่าวราวกับกายวายชีวิต เป็นสุดฤทธิ์ร้อนฤทัยดังไฟสุม
พระทูลกระหม่อมจอมวังยังคลั่งคลุ้ม ใครจะคุ้มครองได้เห็นไม่มี
พลางเข้าห้องมองดูภูวนาถ จูบกระดาษซูดซูดพูดกับผี
เข้าเคียงองค์ทรงธรรม์แล้วอัญชลี ทรงโศกีกลั้นสะอื้นกลืนน้ำตา
แล้วทูลความตามฝรั่งบอกหนังสือ พระอืออือแล้วก็เคลิ้มเหิมหรรษา
อยู่ดีดีชี้นิ้วกริ้วโกรธา น้อยหรือมานั่งหึงกระบึงกระบอน
ทำจ้วงจาบหยาบช้าสารพัด พระผลักพลัดตกสุวรรณบรรจถรณ์
นางสงสารผ่านฟ้ายิ่งอาวรณ์ พระกรข้อนทรวงซ้ำร่ำพิไร
โอ้ปิ่นเกล้าเจ้าประคุณของเมียเอ๋ย ไม่ฟื้นเลยแล้วหรือกรรมจะทำไฉน
ศึกจะมาธานีไม่มีใคร ช่วยแก้ไขคิดอ่านการณรงค์
โอ้เวียงวังครั้งนี้ไม่มีรอด จะม้วยมอดเหมือนเขาเบื่อไม่เหลือหลง
แล้วมิหนำซ้ำสูญประยูรวงศ์ นางร่ำทรงโศกาถึงธานี
พระฟังเฟือนเหมือนหนึ่งว่าด่ากระดาษ ตรัสตวาดว่าอุเหม่มเหสี
แสนสำออยคอยเฝ้ามาเซ้าซี้ พูดอย่างนี้อย่างนั้นขยันจริง
เจ้าคารมลมเติบกำเริบจิต ดัดจริตเข้ามาด่าว่าผู้หญิง
พลางแผดเสียงเหวี่ยงเขนยที่เคยอิง นางหวีดวิ่งหนีมาหน้าพระลาน
แล้วให้หาข้าเฝ้าเข้ามาสั่ง สงครามครั้งนี้หนักจะหักหาญ
เร่งขึ้นป้อมล้อมรอบขอบปราการ หัดทหารเดินรบบรรจบกัน
แล้วเกณฑ์ไพร่ไว้ทุกช่องกองละหมื่น ฉวยค่ำคืนเข้มงวดจะกวดขัน
ถ้าหนักไหนให้ทหารช่วยด้านนั้น อย่าคิดครั่นคร้ามใจแก่ไพรี ฯ
๏ ฝ่ายเวียงวังคลังนาพวกข้าเฝ้า ต่างก้มเกล้ากราบพระมเหสี
มาสั่งเวรเกณฑ์ทหารตามบาญชี ขึ้นนั่งที่เชิงเทินเนินหอรบ
นายรักษาหน้าด่านทหารเอก ให้คุมเลกคนละพันเข้าบรรจบ
ทั้งกองหมื่นพื้นสันทัดจัดสมทบ บนหอรบรายปืนกองฟืนไฟ
บ้างเทียบรถคชาผูกม้าช้าง พวกขุนนางตรวจกันเสียงหวั่นไหว
จองหง่องหง่องฆ้องกระแตออกแซ่ไป ต่างเตรียมไว้เสร็จสรรพรับสงคราม ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ