ตอนที่ ๑๒๙ ภัทวงศ์ไปไหว้เทวรูปจนพบนางเกสรสุมาลัย

๏ ขอกล่าวกลับจับเรื่องเมืองวายุภักษ์กษัตริย์ศักดิ์พราหมณ์เทศวิเศษศรี
บริบูรณ์มั่งคั่งทั้งบุรีประชาชีหรรษาสถาวร
พระนามท้าวเจ้านิเวศน์เกศกษัตริย์ชื่อเจตรัตน์เรืองฤทธิ์อดิศร
มเหสีมีนางอุทุมพรองค์บังอรมีบุตรบุรุษชาย
ชื่อภัทวงศ์ทรงโฉมประโลมสวาทงามสะอาดคล้ายเขียนวิเชียรฉาย
เป็นนวลน้ำล้ำมนุษย์บุรุษชายทั้งคมคายผิดกว่าเหล่าเขาทั้งปวง
ชันษาได้สิบห้าพอแรกรุ่นประชาชื่นชมบุญเป็นใหญ่หลวง
ทั่วพิภพธรณินทร์สิ้นทั้งปวงทุกกระทรวงสรรเสริญเจริญพร
สมเด็จท้าวเจ้าบุรินทร์ปิ่นพิภพเธอปรารภที่จะให้ไปสิงขร
ไหว้พระรูปเทวฤทธิ์ประสิทธิ์พรในนครรามราชประพาสชม
ด้วยเป็นเชื้อพราหมณ์พรหมอุดมเดชต้องไปไหว้อมเรศอิสยมภู์
สมมุติว่าเชื้อวงศ์เป็นพงศ์พรหมต้องไปไหว้อินยมภู์ต่อต่อมา
ท้าวเจตรัตน์ตรัสว่ากับโอรสต้องไปประณตกราบบังคมก้มเกศา
จะได้สืบสมบัติกษัตราอายุถ้วนสิบห้าแล้วต้องจร
กุมาราบังคมประนมสนองไม่ขัดข้องบพิตรอดิศร
พระจอมวังให้จัดเภตราจรพวกนิกรสำหรับลำประจำงาน
ทั้งเรือรบเรือใช้ไปทุกหมู่กันศัตรูจัดใส่นายทหาร
ทั้งปืนยาหน้าไม้เครื่องใช้การกับอาหารของเสบียงเลี้ยงโยธี
พระสั่งเสร็จแล้วเสด็จยุรยาตรขึ้นปรางค์มาศเนาวรัตน์จำรัสศรี
ฝ่ายเสนามากันหลามตามบาญชีเรือปักษีเป็นบัลลังก์ที่นั่งทรง
ทั้งล้าต้าต้นหนพลรบจัดเครื่องครบเพราเพริศระเหิดระหง
เปลี่ยนเชือกเสาเพลาใบชักสายธงขนของลงบรรทุกใส่ในเภตรา
ทุกทุกลำสำรับครั้นสรรพเสร็จกำปั่นเจ็ดลำรายทั้งซ้ายขวา
มาจอดเรียงเคียงกันเป็นหลั่นมาเสวกาไปบังคมประนมทูล ฯ
๏ สมเด็จท้าวเจ้าพาราวายุภักษ์พระทรงศักดิ์ธิบดินทร์ปิ่นไอศูรย์
จัดเสนีที่ยิ่งใหญ่อันไพบูลย์กับประยูรญาติวงศ์ในพงศ์พันธุ์
ให้ไปกับพระกุมารชาญสมรทั้งผ้าผ่อนโขมพัตถ์ให้จัดสรร
เครื่องสำหรับบูชาสารพันเธอจัดสรรตามอย่างต่างต่างเคย
ใส่พานทองของสำหรับคำนับน้อมสำเร็จพร้อมสารพัดตรัสเฉลย
มอบให้พราหมณ์ทิพมนต์เป็นคนเคยอย่าช้าเลยพาโอรสยศไกร
ไปขอพรปรเมเทวฐานจะได้ผ่านพิภพเจือในเนื้อไข
กุมาราทูลลาพระทรงชัยภูวไนยทรงฤทธิ์ประสิทธิ์พร
พ่อไปดีมาดีอย่ามีทุกข์ให้ผาสุกภิญโญสโมสร
ภัทวงศ์ทรงสดับรับพระพรทูลลาจรจากเขตนิเวศน์วัง
ไปลงลำกำปั่นสุวรรณมาศพร้อมพระญาติรีบครรไลดั่งใจหวัง
พราหมณ์พฤฒามาลงเรือบัลลังก์พร้อมสะพรั่งทวยหาญชำนาญเรือ
พอฤกษ์ดีคลี่ใบขึ้นใส่รอกให้แล่นออกชักใบไปข้างเหนือ
ทหารยิงปืนประจำทุกลำเรือคัดหางเสือตามกันข้ามสันดอน
ลมก็ส่งตรงไปมิได้หยุดต่างรีบรุดเลียบละเมาะเกาะสิงขร
พระสถิตท้ายเภตราชมสาครมัจฉาจรแถกถาในวาริน
ฝูงฉลามล้วนฉลามไม่จากคู่เป็นหมู่หมู่กลางมหาชลาสินธุ์
เหล่าพิมพาพาพวกเที่ยวหากินกระเบนบินบินวนปนมังกง
ฝูงฉนากล้วนฉนากปากเป็นเลื่อยดูยาวเฟื้อยว่ายเปิดเตลิดหลง
ปลาโลมามาว่ายเป็นวนวงตะเพียนทองท่องหลงตะเพียนทอง
เหล่าราหูล้วนราหูเป็นคู่เคล้าไปจากเหล่าราหูเป็นคู่สอง
ฝูงปลาวาฬวาฬผุดขึ้นพ่นฟองเป็นแถวท่องเคียงคู่ล้วนหมู่วาฬ
ฝูงม้าน้ำดำน้ำแล้วผุดโผนกระโจมโจนจับมัจฉาเป็นอาหาร
เหล่าช้างน้ำเหมือนช้างเที่ยวรางควานลอยขนานเคียงกันเป็นหลั่นไป
ฝูงเงือกงูหมู่เงือกว่ายเสือกสนขึ้นว่ายวนวารินกระสินธุ์ใส
ทั้งเงือกงูเงือกคนปนกันไปแลละไมดูละม้ายคล้ายกับคน
ขนงเนตรเกศกรรณถันทั้งสองน่าประคองร่วมคู่ดูสักหน
เสียดายหนอเป็นมัจฉาในสาชลแม้นเป็นคนแล้วจะพามาประคอง
ที่บนแท่นทองระบายท้ายบาหลีสถิตที่ร่วมภิรมย์ประสมสอง
ไม่จรจากทรามสงวนนวลละอองจะประคองดวงจิตให้นิทรา ฯ
๏ เรือก็แล่นเลยลัดตัดละเมาะตามแก่งเกาะสัตว์หลายอย่างต่างภาษา
ตัวเป็นหอยหน้าเป็นเนื้อเป็นเสือปลาหัวเป็นลาตัวเป็นปูดูพิกล
หางเป็นปลาหน้าเป็นแกะเป็นแพะบ้างตัวเป็นกั้งหัวเป็นหมูดูฉงน
อันฝูงสัตว์มัจฉาในสาชลเอาปฏิสนธิ์ต่างต่างทางทะเล
ข้ามชะวากปากอ่าวกบิลพัสดุ์ระลอกซัดเรือกำปั่นใบหันเห
พวกต้นหนคนชำนาญการทะเลก็บ่ายเภตราตามข้ามสันดอน
สุริยงลงลับพยับฟ้าพระจันทราแจ่มจำรัสประภัสสร
น้ำค้างย้อยพรอยพร่างกลางอัมพรดารากรเปล่งสีมณีพราย
การเวกส่งเสียงสำเนียงแจ้ววิเวกแว่วบนนภางค์สว่างฉาย
ลมก็ริ้วฉิวเฉื่อยเรื่อยสบายทั้งไพร่นายผาสุกทุกทิวา
ไปเดือนครึ่งก็พอถึงรามราชแต่ล้วนชาติพราหมณ์วิเศษเพศภาษา
ฝ่ายท่านท้าวเจ้าบุรินทร์ปิ่นประชาเป็นพวกฝาหรั่งใหญ่ทั้งไพร่พล
ข้างพวกพราหมณ์อยู่ตามพราหมณ์ทั้งนั้นไม่ปนกันวุ่นวายไม่ขวายขวน
ภาษาใครใครก็ถือไม่ดื้อซนทุกตำบลโจรผู้ร้ายมิได้มี
ใครมาไปไม่ห้ามตามสนัดแต่ที่วัดพราหมณ์ถือคล้ายฤๅษี
กินผลไม้ถั่วงาทั้งตาปีกับข้าวโพดสาลีเป็นนิรันดร์
ถึงปีเข้าเจ้าเมืองให้เบี้ยเลี้ยงเป็นอย่างเยี่ยงเจ้านิเวศน์ในเขตขัณฑ์
ประเพณีมาอย่างไรต้องให้ปันเหมือนเหมือนกันมีอยู่แต่บูราณ ฯ
๏ ฝ่ายกษัตริย์ภัทวงศ์ผู้ทรงเดชถึงประเทศนครามหาศาล
จึ่งสั่งให้เสนีปรีชาชาญไปว่าขานแก่ฝรั่งริมฝั่งชล ฯ
๏ ฝ่ายเสนาน้อมคำนับอภิวาทขึ้นบนหาดเดินไปทางกลางถนน
ถึงตึกตั้งพวกฝรั่งเข้าบัดดลแจ้งยุบลว่าจะจ้างนำทางไป
ที่วัดพระปรเมเทวฐานฝรั่งขานแล้วจึ่งแจ้งแถลงไข
ไม่ต้องจ้างดอกหนาจะพาไปทางไม่ไกลแต่ว่าเป็นป่าดง
เดินสบายไปมาไม่ช้านักมีที่พักศาลาใหญ่ในไพรระหง
จะให้เขาพาไปดั่งใจจงตามประสงค์มิได้ขัดอัธยา
ฝรั่งรับกลับมาทูลหน่อกษัตริย์ต่างรีบรัดขึ้นไปพลันด้วยหรรษา
แล้วจัดแจงแต่งตัวเป็นพฤฒาเหมือนพวกพาณิชละม้ายคล้ายคล้ายกัน
มาถึงบ้านฝรั่งสั่งคนใช้ให้นำไปวัดวาพนาสัณฑ์
พวกคนใช้นำหน้าพาจรัลอ้อมเขตคันเจ้าพาราเข้าดงป่า
พฤกษาสูงยูงยางสล้างเสลากรวยกันเกรารกฟ้าแก้วกาหลง
ตะเคียนเคี่ยมมันหมูประดู่ดงทั้งรังรงแคฝอยข่อยพะยอม
กระทึงกระทุ่มตูมกาต้นตาเสือมะกล่ำมะเกลืออินทนิลส่งกลิ่นหอม
สะไคร้สะคร้อหน่อแทรกขึ้นแปลกปลอมกระถินกระท่อมแทงทวยทั้งกรวยไกร
มะสังสนคนทาระดาดาษแต้วมะตาดขานางต้นหางไหล
ทั้งโศกสักรักพุมเรียงเคียงกันไปมะเฟืองมะไฟแสลงพันจันทน์คณา
กะทังหันกันเกรากระเบากระบากต้นซึกซากปรางปริงกิ่งสาขา
สนุ่นโสนโพทะเลต้นเพกาทรางพุทรายอยมสลมพัน
ทั้งฝิ่นฝางยางแดงมะเดื่อดูกบ้างออกลูกดาดไปในไพรสัณฑ์
ต่างเพลิดเพลินเดินในแถวแนวอรัญใกล้เขตคันแดนจังหวัดวัดของพราหมณ์
วิหคหงส์ส่งเสียงสำเนียงแจ้วดุเหว่าแว่วจับพลอดยอดมะขาม
สาสิกากาโกกิลาตามร้องเรียกนามตัวเองวังเวงใจ
แจ้วแจ้วแก้วพลอดบนกิ่งแก้วจะเจื้อยแจ้วจำเรียงส่งเสียงใส
ฝูงโนรีจับรังแอบบังใบนกเขาไฟจับฝางร้องครางครวญ
ฝูงขมิ้นบินมาจับกิ่งแมงเม่าเรียกคู่เคล้าโหยเสียงสำเนียงหวน
ต้นนมนางจับสล้างฝูงนางนวลกระทาชวนบินวนจับคนทา
นกกาลิงจับกิ่งอุโลกเลียบฝูงยูงเหยียบยอดยางพลางเรียกหา
ประสานเสียงก้องสนั่นอรัญญาถึงศาลาหยุดหย่อนผ่อนสบาย
กินน้ำท่าแก้เหนื่อยที่เมื่อยล้าแล้วเรียกหาพวกกันรีบผันผาย
ถึงวัดวาน่าเป็นสุขสนุกสบายมีตึกรายล้อมรอบเป็นขอบคัน
ศาลายาวเก้าห้องมีสองหลังทั้งเตียงตั้งรายเรียงเชี่ยนเคียงขัน
กับน้ำท่าอาหารเครื่องหวานมันมีห้องกันไว้สำหรับให้หลับนอน
สำหรับผู้ไปมาได้อาศัยเขาจัดไว้ฟูกเบาะทั้งเมาะหมอน
ท่านผู้ใหญ่พฤฒิพราหมณ์นามกรชื่อสินทรธาดาพฤฒาพรหม
อยู่ตึกใหญ่ในจังหวัดเป็นผู้เฒ่าด้วยเทือกเถาแกเป็นศิษย์อิสยมภู์
มาแต่ครั้งธาดามหาพรหมแต่ปฐมเหล่ากอต่อกันมา
ถึงกษัตริย์ขัตติยาวราฤทธิ์พราหมณ์จะผิดก็ไม่เอาซึ่งโทษา
ด้วยเยี่ยงอย่างประเพณีไม่มีมาเพราะธาดาได้สำหรับชั่วกัปกัลป์ ฯ
๏ ฝ่ายหน่อกษัตริย์ภัทวงศ์ตรงไปหาท่านพฤฒาปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
เชิญยับยั้งอยู่ที่นี่สักสี่วันตัวข้านั้นจะตั้งงานการพิธี
แล้วจะได้ไปบังคมพระปรเมศร์ให้เรืองเดชล้ำเลิศประเสริฐศรี
กลับสถานจะได้ผ่านพระบุรีท่านพราหมณ์ปรีชาดูรู้อาการ
แกจึงว่าข้าแต่หน่อกษัตริย์ศรีสวัสดิ์ชาติเชื้อมหาศาล
จงพักผ่อนพลไพร่ให้สำราญให้สถานตึกสำหรับได้หลับนอน
แล้วจัดแจงของข้าวเอาไปให้ได้เลี้ยงไพร่พลทหารชาญสมร
พลางตกแต่งเครื่องพิธีชุลีกรสยมพรตามตำราบูชาโคม
สอดสะพายสายธุรำประคำถือสวมข้อมือศิษย์แซ่ตามแห่โหม
ไปถึงที่เทวฐานจัดการโคมเสียงครึกโครมจุดไฟในกลางลาน
แล้วสวดมนต์ตามในไสยเวทตั้งน้ำมนต์อันวิเศษมหาศาล
บรรดาพวกพราหมณ์มหาพฤฒาจารย์ก็โอมอ่านอิทธิเวทมหามนต์ ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อนฤเบศเกศกษัตริย์สั่งให้จัดของบูชาสถาผล
ใส่พานทองตามกันไปทั้งไพร่พลชวนกันขนของไปวางกลางพิธี
ท่านพราหมณ์เฒ่าเอาตั้งบนเทวฐานส่งสักการกราบบังคมก้มเกศี
เชิญให้องค์พงศ์กษัตริย์สวัสดีอัญชุลีเทวฤทธิ์วิษณุกรม
สอนให้ว่ามนต์พราหมณ์ตามสังเกตขอเทเวศมาช่วยชุบอุปถัมภ์
องค์มเหศวรเจ้าอย่างกล่าวคำทั้งพิษณุกรรมภุชพงศ์องค์นารายณ์
ขอพระพรให้ประสิทธิ์เป็นอิสระชัยชนะหมู่อรินทร์สิ้นทั้งหลาย
อธิษฐานการกระทำคำภิปรายแล้วถวายอภิวันท์อัญชุลี
ท่านพราหมณ์เฒ่าเอากระแจะมาเจิมพักตร์ให้สูงศักดิ์ล้ำเลิศประเสริฐศรี
พลางอวยพรให้พิพัฒน์สวัสดีจงเปรมปรีดิ์ในสมบัติกษัตรา
ทั้งทุกข์โศกโรคภัยอย่าได้แผ้วให้คลาดแคล้วประจามิตรทุกทิศา
เสร็จอำนวยอวยสวัสดิ์กษัตราพวกพฤฒาเอาน้ำสังข์ค่อยหลั่งลง
การสำเร็จเสร็จพิธีแล้วลีลาศจากอาวาสแล้วให้มาบูชาหงส์
ครั้นแล้วเสร็จพาดำเนินเที่ยวเดินวงชมสิ่งของเครื่องบรรจงครั้งบุราณ
กระถางหินศิลารอบอาวาสบุปผาชาติปลูกไว้ในสถาน
มีดอกดวงพวงพุ่มทั้งตูมบานพิกุลกาญจน์ชงโคโยทะกา
มะลุลีมะลิวันพันกุหลาบแก้วอังกาบรสสุคนธ์ปนบุหงา
ทั้งสาวหยุดพุทธชาดดาษดากรรณิการ์กระถินกลิ่นขจร
ต้นคัดค้าวสาวหยุดแลพุดจีบจำปาปีบนางแย้มแซมเกสร
ประยงค์ดอกออกช่ออรชรกลิ่นขจรหอมฟุ้งจรุงใจ
มีรูปสัตว์ต่างต่างวางเป็นแถวทำด้วยแก้วแดงก่ำดูน้ำใส
ของบุราณตั้งเรียงเคียงกันไปทั้งนอกในเทวฐานการบูชา
พฤฒาเฒ่าพาเที่ยวไปรอบวัดหน่อกษัตริย์ชมพลันทั้งหรรษา
ที่สงสัยไต่ถามพราหมณ์พฤฒาแกพรรณาเล่าแจ้งแสดงการณ์
แล้วชวนเชิญกลับมาที่อาศัยทั้งพลไพร่ปรีดิ์เปรมเกษมศานต์
แต่หยุดยั้งรั้งราห้าทิวารลาอาจารย์พฤฒาลงมาเรือ
ถอนสมอช่อใบขึ้นใส่รอกแล้วแล่นออกรีบไปข้างฝ่ายเหนือ
ต้นหนดูเข็มใหญ่ในท้ายเรือคัดหางเสือหมายมุ่งไปกรุงไกร
ทั้งเจ็ดลำตามกันรีบผันผายแสนสบายข้ามมหาชลาไหล
เลียบละเมาะเกาะแก่งทุกแห่งไปแต่ใช้ใบมาในทางกลางนที
ได้สิบวันลมคล่องแต่ล่องแล่นจะข้ามแดนสำปันหนาชวาฉวี
เกิดเมฆแดงมีแสงดั่งอัคคีคลื่นก็มีลมกล้าสลาตัน
พัดกระพือฮือหวนป่วนระลอกกระฉ่อนกระฉอกเรือปัดสะบัดหัน
ต้นหนให้ลดใบลงฉับพลันฟ้าก็ลั่นเปรี้ยงเปรี้ยงเสียงคำรน
ประเดี๋ยวใจเป็นพายุระบุระบัดกระพือพัดหนาวเย็นเกิดเป็นฝน
มืดพยับอับแสงพระสุริยนด้วยเมฆฝนดำมัวทั่วนภางค์
ระลอกซัดปัดผันกำปั่นเหดั่งไกวเปลคลื่นตลบกระทบผาง
ไม่เห็นหนแถวที่วิถีทางออกลอยคว้างในมหาชลาลัย
พวกต้นหนคนชำนาญชาญสมุทรเห็นสิ้นสุดความรู้สู้ไม่ไหว
พวกเสนีรี้พลสกลไกรต่างตกใจสั่นรัวทุกตัวคน
บ้างยกมือพัทยาเทพารักษ์เจ้าสำนักเกาะแก่งทุกแห่งหน
ขอเชิญช่วยอย่าให้วายทำลายชนม์ข้าจะบนบายศรีมีละคร
กับหัวหมูซ้ายขวาสุราไก่เทพไทเจ้าละเมาะเกาะสิงขร
ขอให้สมคำข้าเหมือนว่าวอนถึงนครแล้วจะทำดั่งรำพัน
ที่ลางคนบ่นว่าถ้าถึงบ้านจะตั้งศาลบำบวงเจ้าสรวงสวรรค์
ทั้งไก่พะแนงแกงพล่าสารพันถวายไทเทวัญเจ้านที
ที่ลางคนบนตัวว่าจะบวชถือศีลสวดอยู่กับเรือนเหมือนฤๅษี
จะห่มดองครองมุ้งของเรามีผิงอัคคีบูชาไฟในเชิงกราน
ไม่กินข้าวกินปลาสารพัดมัธยัสถ์จำเริญศีลกินแต่หวาน
บำเพ็งเพียรภาวนาสมาทานตัดรำคาญจิตใจอยู่ในครัว
ขอกุศลผลพลาอานิสงส์มาช่วยส่งค้ำจุนเถิดทูนหัว
ให้คลื่นลมหายตลอดให้รอดตัวจะบวชตัวเป็นแท้จนแก่เลย
ที่ลางคนภาวนาเรียกตาปู่แม่อีหนูอย่างไรเล่าแม่เจ้าเอ๋ย
ไม่ช่วยจริงหรือหวะแกล้งละเลยยังไม่เคยมาทะเลว้าเหว่ใจ
ครั้นจะบนบวชบ้างเหมือนอย่างเขาอ้ายเรื่องเล่าเรื่องเรียนเพียรไม่ไหว
อาจารย์เฆี่ยนนับร้อยน้อยเมื่อไรเล่าไม่ได้แต่ ก กา ถึงห้าปี
พลางร้องไห้ตายแท้อีแม่เจ้าตัวมันสั่นเทาเทาดั่งเข้าผี
บ้างก็เดินลุกล้มไม่สมประดีลมก็ตีเรือไปในสายชล
สิบห้าวันสิบห้าคืนเป็นคลื่นคลั่งไปกระทั่งเขตแคว้นแดนสิงหล
เมฆค่อยบางสางแสงพระสุริยนพื้นอำพนเรืองรางสว่างตา
ลมก็คลายหายหนาวพอเช้าตรู่ทั้งคนผู้ก็ค่อยคลายวายทุกขา
ระหวยหิวด้วยกันหมดอดข้าวปลาลุกขึ้นหารับประทานทั้งหวานมัน
ฝ่ายล้าต้าต้นหนค้นแผนที่ออกมาคลี่ดูประเทศทุกเขตขัณฑ์
รู้ว่าเข้าเขตลังกาไม่ช้าพลันทูลพระองค์ทรงธรรม์โดยคดี
จำจะต้องแวะหาปลาแลข้าวเสบียงเราขาดลงกลางทางวิถี
จะเลี้ยงคนพลไพร่เห็นไม่มียังอีกสี่ห้ามื้อต้องซื้อเติม ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อภัทวงศ์ทรงสดับจึ่งบังคับแก่อาณาปรีชาเฉลิม
แวะเข้าไปซื้อหาลงมาเติมพอเจือเจิมกว่าจะได้ไปพารา
ทั้งเรือรบเรือนำเจ็ดลำนั้นก็พลัดกันหายไปอย่างไรหนา
เหลืออยู่สองสามลำที่ตามมาจะแวะหาซื้อเสบียงพอเลี้ยงกัน
จึ่งสั่งกับนายท้ายให้บ่ายเข้าที่ตรงอ่าวลังกามหาสวรรค์
ต้นหนให้ชักใบขึ้นไปพลันแล่นตามกันตรงเข้าอ่าวบุรินทร์
ทอดสมอรอเรียงเคียงขนานพวกนายด่านเจ้าท่าชลาสินธุ์
จึงสั่งให้เรือตระเวนเจนวารินไปไต่ถามตามระบิลให้แจ้งใจ
กองตระเวนรีบมาหน้ากำปั่นพอถึงกันแล้วก็ถามตามสงสัย
ว่าเรือท่านนี้มาแต่เมืองใดขายสิ่งไรหรือจึ่งมาพาราเรา
ขุนเสนีแจ้งความที่ถามไต่จึ่งบอกไปโดยจิตไม่ปิดเขา
ข้าอยู่เมืองวายุภักษ์สำนักเนาพาลูกเจ้านครินทร์ปิ่นประชา
ไปไหว้พระเทวกรรมเมืองรามราชอภิวาทแล้วกลับมายังฝั่งมหา
สมุทรไทรีบไปยังเภตราใช้ใบมาตามทางกลางวาริน
ได้สิบวันเกิดพายุระบุระบัดเรือก็ซัดมาในท่าชลาสินธุ์
ไม่เห็นหนในนทีศีขรินทร์ประเทศถิ่นมิได้แจ้งตำแหน่งจร
พึ่งมาเห็นสุริยันในวันนี้พอถึงที่เกาะลังกาหน้าสิงขร
ขาดเสบียงเลี้ยงพหลพลนิกรจึ่งรีบร้อนเข้าทอดจอดเภตรา
จะขอซื้อข้าวปลากระยาหารเหมือนว่าขานได้สมมาดปรารถนา
พอซื้อได้ของข้าวเราจะลาไปพาราถิ่นประเทศเขตนคร
พวกเรือใช้ได้ความตามนุสนธิ์ก็เร่งคนกลับมายังฝั่งสิงขร
เอาความแจ้งแก่ขุนด่านชานนครตามสุนทรรีบเอาคำนำไปเรียน
กับพระยาตาเฒ่าเมืองปากน้ำแกแจ้งคำโดยสำเหนียกเรียกเสมียน
ให้มีบอกสารภาพไปกราบเรียนเสมียนเขียนเสร็จสรรพประทับตรา
ให้ม้าใช้รีบไปยังเมืองหลวงตามกระทรวงทูลท้าวเจ้ามหา
นครินทร์ปิ่นนิเวศน์เกศลังกาเจ้าพวกม้าใช้รับไปฉับพลัน
ถึงแล้วตรงส่งให้พวกกรมท่าที่ศาลาตามที่ขมีขมัน
พอเจ้าคุณกรมท่าเข้ามาพลันเอาบอกนั้นเรียนความตามสุนทร
ท่านผู้ใหญ่รับเข้าไปพระโรงรัตน์คอยกษัตริย์จะถวายลายอักษร
ป่างพระมิ่งมงกุฎสุดสาครเสด็จจรออกที่นั่งมังคลา
สถิตแท่นเนาวรัตน์อดิเรกได้เศวกฉัตรชัยในมหา
พร้อมขุนนางหมอบกลาดดาษดาเฝ้าพระปิ่นนคราบังคมคัล ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมอิศรามหากษัตริย์โองการตรัสความนิเวศน์ขอบเขตขัณฑ์
ตามประเพณีมาโดยสามัญทุกทุกวันมิได้ขาดราชการ
ฝ่ายปลัดกรมท่าเข้ามาเฝ้าพลางก้มเกล้าทูลแจ้งแถลงสาร
แล้วคลี่บอกอ่อนพลันมิทันนานว่าเมืองด่านปากน้ำนำคดี
ให้กราบทูลภูวไนยเจ้าไอศวรรย์ว่ากำปั่นหน่อกษัตริย์พลัดกรุงศรี
ต้องพายุซัดมาในวารีมาทอดที่ปากอ่าวแล้วกล่าววอน
จะขอซื้อข้าวปลากระยาหารจะโปรดปรานอย่างไรในอักษร
มาขอซื้อแก่อาณาประชากรราษฎรกลัวอาญาฝ่าละออง
ไม่อาจรับจับจ่ายขายไปได้มีบอกให้กราบประมูลทูลฉลอง
สุดแล้วแต่บาทาฝ่าละอองจะโปรดเกล้าเขาทั้งผองประการใด ฯ
๏ ป่างพระจอมนครินทร์ปิ่นกษัตริย์สดับอรรถทราบประสงค์ทรงขานไข
ว่าอกเขาอกเราเศร้าฤทัยเคยพลัดไปเหนื่อยยากจากนคร
ทรมานร่างกายแทบวายวอดความทุกข์ทอดหนักยิ่งกว่าสิงขร
อันหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์กำจัดจรพลัดนครแสนวิตกอกระกำ
ควรจะให้ข้าวของที่ต้องประสงค์พอดำรงเหมือนช่วยชุบอุปถัมภ์
วิสัยเนื้อเชื้อกษัตริย์ฉัตรทองคำควรจะทำคุณไว้เป็นไมตรี
พระตรัสพลางทางสั่งกรมท่าให้จัดหาของข้าวเหล้าอาหนี
ทั้งเครื่องกินต่างต่างแต่อย่างดีบรรดามีในประเทศเขตลังกา
เอาไปให้ในลำกำปั่นใหญ่ว่าเราให้ตามมาดปรารถนา
อย่าต้องซื้อเครื่องเสบียงเลี้ยงโยธาทั้งข้าวปลาเราจะให้ดั่งใจจง
ขุนอำมาตย์มาสั่งดั่งกระแสหาเรือแพใส่ของต้องประสงค์
ทั้งข้าวปลาสารพัดจัดประจงแล้วขนลงเรือใช้รีบไปพลัน
พอถึงลำกำปั่นใหญ่มิได้ช้าขุนเสนาแจ้งจริงทุกสิ่งสรรพ์
ว่าพระจอมจักรพงศ์ผู้ทรงธรรม์เจ้าเขตคันนัครินทร์ปิ่นลังกา
รับสั่งใช้ให้เราเอาข้าวสารเครื่องคาวหวานต่างต่างกับมังสา
มาถวายหน่อกษัตริย์ขัตติยาท่านจงพาเฝ้าองค์พระทรงชัย
พวกเสนาในกำปั่นครั้นแจ้งเหตุว่าปิ่นเกศเจ้าพิภพสบสมัย
จึ่งนำเข้าเฝ้าองค์พระหน่อไทแล้วทูลไขข้อคดีต่างปริดิ์เปรม ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อบพิตรอดิศรค่อยสร่างร้อนคลายทุกข์สุขเกษม
จี่งปราศรัยเสนีด้วยปรีดิ์เปรมเธออิ่มเอมทั้งมหาเสนาพลัน
ขอบพระคุณกรุณาได้มาพิงดีเหมือนหนึ่งแผ่นฟ้าสุธาสวรรค์
ท่านกวาบทูลแต่พระองค์ผู้ทรงธรรม์ว่าเรานั้นอภิวาทบาทบงสุ์
พรุ่งนี้เช้าจะไปเฝ้าให้รู้จักพระปิ่นปักภูวนาถราชหงส์
ขอบารมีทูลกระหม่อมพระจอมวงศ์เป็นร่มธงป้องกันอันตราย
ขุนเสนีที่มาทูลลากลับน้อมคำนับชวนกันรีบผันผาย
ทูลแถลงแห่งยุบลทั้งต้นปลายบรรยายทูลท้าวเล่าแผ่นดิน ฯ
๏ กษัตริย์สุดสาครบวรนาถตรัสประภาษโดยในพระทัยถวิล
เขาภักดีจะมาหาในธานินทร์โดยถวิลรับมาอย่าช้าที
ขุนเสนาบังคมบรมนาถมาหมายบาดรถรัตน์ทั้งหัตถี
เครื่องพิณพาทย์กาหลแลดนตรีทั้งธงสีเขียวแดงแย่งมังกร
ม้าประจำนำริ้วเป็นทิวแถวผูกเครื่องแก้วแจ่มจำรัสประภัสสร
เสนานำกำกับพวกนิกรจากนครไปเมืองด่านชานชลา
กระบวนเรือเสื้อแดงแต่งสำหรับลงไปรับถึงกำปั่นท่านมหา
เสนีใหญ่รีบไปถึงนาวาทูลกิจจาเชิญเสด็จประเวศวัง ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อนฤบาลชาญสมรก็บทจรสมจิตที่คิดหวัง
เสด็จลงที่นั่งศรีมีบัลลังก์พร้อมสะพรั่งเสวกามาในเรือ
กระบวนแห่แตรสังข์ประดังเสียงประโคมเคียงเร่งพายขึ้นฝ่ายเหนือ
ถึงเมืองด่านที่สำหรับประทับเรือจอดเข้าเหนือฉนวนน้ำแต่ลำทรง
ฝ่ายเสนาผู้กำกับไปรับเสด็จพร้อมกันเสร็จเชิญพระบาทราชหงส์
สถิตเหนือวอสุวรรณอันบรรจงให้แห่ตรงเข้าเขตนิเวศน์วัง
เดินกระบวนทวนธงเครื่องยงยุทธ์ต่างรีบรุดแห่มาทั้งหน้าหลัง
เครื่องพิณพาทย์ครื้นเครงวังเวงดังถึงกระทั่งเวียงชัยในบุรินทร์ ฯ
๏ ป่างพระองค์ผู้ดำรงมไหสวรรย์จรจรัลออกที่นั่งดั่งถวิล
ให้เชิญหน่อนาถท้าวเจ้าบุรินทร์มาทั้งสิ้นกับมหาเสนาใน
เข้าพระโรงรจนามุกดาหารพระผู้ผ่านโอภาพลางปราศรัย
พระหน่อนาถกราบกรานคลานเข้าไปบังคมไทจอมวังกรุงลังกา
พระไต่ถามตามเรื่องเมื่อเรือซัดหน่อกษัตริย์กราบประนมก้มเกศา
ทูลแถลงแจ้งยุบลแต่ต้นมาให้ราชาทราบความตามสุนทร ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ผู้ดำรงอาณาจักรเธอพิศพักตร์หน่อกษัตริย์ประภัสสร
ฉวีวรรณลักขณาสถาพรไม่แง่งอนราบคาบสุภาพดี
จึ่งว่าพ่อเป็นหน่อกษัตริย์ศักดิ์จงรู้จักกันไว้เถิดประเสริฐศรี
อันบ้านเมืองก็จะได้เป็นไมตรีถ้าแม้นมีทุกข์ถึงได้พึ่งกัน
นึกเหมือนญาติขาดเหลือจะเกื้อหนุนจงเคยคุ้นกันไว้สองไอศวรรย์
คิดเอาเหมือนญาติวงศ์เป็นพงศ์พันธุ์ไปเดียดฉันท์สารพัดเลยนัดดา
พระบังคมก้มเศียรศิโรราบบังคมกราบธิบดินทร์ปิ่นมหา
ขอสนองรองเบื้องพระบาทากว่าชีวาจะวอดวายทำลายลาญ
พระตรัสว่าอย่าอาวรณ์ให้ร้อนเร่าอันเมืองเราต้นหนพลทหาร
รู้เขตแดนแผนที่มีชำนาญจะจัดการเภตราให้พาไป
พระตรัสว่าสักห้าวันจึ่งค่อยกลับไปประทับเก๋งทองอันผ่องใส
พอหายเหนื่อยเมื่อยล้าจึ่งคลาไคลพระหน่อไทกราบก้มบังคมคัล
เสวกาพาไปพักตำหนักสวนที่รัญจวนก็ค่อยคลายวายโศกศัลย์
ทั้งพราหมณ์เฒ่าราชครูอยู่ด้วยกันต่างค่อยบรรเทาทุกข์สุขสำราญ ฯ
๏ ฝ่ายพระสุดสาครบวรนาถขึ้นปรางค์มาศรจนามุกดาหาร
ดำรัสสั่งเหล่านางพนักงานจัดเครื่องอานออกไปดั่งใจจง
เขาก็เป็นเชื้อกษัตริย์มัทราชทั้งมารยาทสมสกูลประยูรหงส์
ดูเรียบร้อยน่าชมสมเป็นวงศ์ไม่อาจองฝากตัวทั้งกลัวเกรง
ควรจะต้องอนุกูลการุญเขาแต่ยังเยาว์มั่นคงไม่โฉงเฉง
อันเมืองเขาก็เป็นธรรมควรยำเกรงไม่ข่มเหงเหล่าอาณาประชากร
มเหสีฟังคดีพระผ่านฟ้าอยากเห็นหน้าพระกุมารชาญสมร
จึ่งกราบทูลปิ่นเกล้าเจ้านครพระภูธรจงให้หามาข้างใน
จะได้ดูรู้จักกษัตริย์ชาติมัทราชเชื้อพราหมณ์จะงามไฉน
พระตรัสว่าเราจะหามาข้างในเจ้าปราศรัยให้งามตามบุราณ
แล้วสั่งให้จัดแจงแต่งของเลี้ยงทั้งเครื่องเคียงข้าวปลากระยาหาร
ใช้สาวสาวเหล่านางพนักงานตั้งเครื่องอานเอาที่ดีมีอัชฌา
มเหสีสององค์มาทรงจัดสารพัดพร้อมหมดตามยศถา
ขึ้นตั้งที่แท่นจำนงอลงการ์แล้วจัดหานางมากำกับสำรับเชิญ
๏ ฝ่ายพระจอมนครามหากษัตริย์ออกแท่นรัตน์ลายกระหนกวิหคเหิน
สั่งเสนีผู้ใหญ่ให้ไปเชิญองค์เจริญหน่อกษัตริย์ภัทวงศ์
เสนีรับอภิวาทกรุงกษัตริย์แล้วรีบรัดไปทูลตามความประสงค์
ฝ่ายพระหน่อขัตติยาวราพงศ์เสด็จตรงเข้าไปเฝ้าเจ้านคร
น้อมประนมก้มเกล้าบังคมกราบศิโรราบองค์บพิตรอดิศร
พระโอภาปราศรัยพลางให้พรจงถาวรพูนสวัสดิ์วัฒนา
แล้วเรียกให้จักรพงศ์ทรงเสวยทั้งนมเนยเครื่องมัจฉมังสา
พนักงานเชิญเครื่องเนื่องกันมาตั้งถวายกษัตราไม่ช้าที ฯ
๏ ฝ่ายพระสุดสาครบวรนาถตรัสประภาษเรียกหน่อกษัตริย์ศรี
มาเสวยด้วยกันในทันทีพระภูมีแสนสงสารดั่งว่านเครือ ฯ
๏ ฝ่ายทั้งสองมเหสีอารีรักได้ยลพักตร์งามละไมวิไลเหลือ
ดูผิวพรรณผุดผ่องดั่งทองเจือสมเป็นเชื้อพงศ์กษัตริย์ขัตติยา
แล้วปราศรัยไต่ถามถึงความยากได้ลำบากเคืองเข็ญเป็นนักหนา
จึ่งว่าพ่อหน่อกษัตริย์ขัตติยาชันษาโฉมเฉลาได้เท่าไร
พระหน่อนาถภัทวงศ์ทรงสดับน้อมคำนับทูลแจ้งแถลงไข
อายุได้สิบห้าปีต้องที่ไปบังคมไทเทวฤทธิ์พระอิศรา
ในสถานบ้านพราหมณ์รามราชไปนบบาทเทวรูปเครื่องบุปผา
เอาแก้วเก้าเนาวรัตน์ไปบูชาเป็นเยี่ยงอย่างทำมาแต่บุราณ
พอเสร็จสรรพกลับลงมาเภตราใหญ่จะแล่นไปยังนิเวศน์เขตสถาน
ออกเภตรามาสิบทิวาวารบังเกิดการมืดคลุ้มชอุ่มควัน
เป็นพายุลมกล้าคงคาคลั่งไม่เห็นฝังเหนือใต้จะผายผัน
ทั้งมืดมิดปิดแสงพระสุริยันคนทั้งนั้นไม่รู้แห่งตำแหน่งจร
สิบห้าวันพอสว่างกลางเวหาถึงพาราบพิตรอดิศร
ได้พึ่งพาบารมีชุลีกรเหมือนบิดรมารดาสารพัน ฯ
๏ ฝ่ายเสาวคนธ์มณฑาสุลาลีต่างเปรมปรีดิ์ชื่นชมภิรมย์ขวัญ
เชิญเสวยของตระการเครื่องหวานมันเหมือนพงศ์พันธุ์กันเองอย่างเกรงใจ
หน่อกษัตริย์กราบกรานคลานไปนั่งที่โต๊ะตั้งเก้าอี้ทองอันผ่องใส
ฝ่ายพระจอมนครินทร์ปิ่นเวียงชัยสถิตในเก้าอี้ทองทั้งสององค์
พนักงานคลานเข้ามาเปิดเครื่องขนัดเนื่องสาวสำอางดั่งนางหงส์
บำเรอไทภูวนาถบาทบงสุ์เหล่าอนงค์โบกปัดพัชนี
พวกจำเรียงเสียงซอประสานสายขับถวายสังคีตบ้างดีดสี
เรือนาดฆ้องฉิ่งกรับรับกันตีกระจับปี่โทนขลุ่ยรำมะนา
พวกคนพร้องร้องเรื่องระเด่นโหยอาดูรโดยแดดิ้นถวิลหา
เมื่อลมหอบน้องนุชบุษบาพระตามหาไปจนจบภพไกร
ไม่พานพบยาหยีที่เป็นคู่เป็นสุดรู้สุดฤทธิ์จะคิดไฉน
จนสิ้นแดนแสนสลดระทดใจก็ต้องไปปะตาปาเป็นอายัน
มโหรีตีรับทั้งกรับฉิ่งเสนาะพริ้งซอสีดีขยัน
พลางโหยหวนครวญเสียงจำเรียงรันถวายองค์ทรงธรรม์ในปรางทอง
เสวยเสร็จพระเสด็จขึ้นจากอาสน์พระหน่อนาถกราบก้มประนมสนอง
ทูลลาไปสำนักตำหนักทองแต่ตรึกตรองจะครรไลไปบุรินทร์ ฯ
๏ ฝ่ายกษัตริย์สุดสาครบวรนาถจะยุรยาตรไปที่ธารละหานหิน
ชมแก้วเก็จเพชรสีมณีนิลที่ก้อนศิลาลายข้างท้ายเมือง
จึ่งสั่งพวกเสนาโยธาหาญให้เตรียมการวอทองละอองเหลือง
ทั้งรถรัตน์แก้วมณีสีประเทืองพร้อมทั้งเครื่องบูชาเจ้าป่าดง
ถ้วนกำหนดสามปีที่สิงขรต้องไปร่อนเพราะเป็นของต้องประสงค์
พวกข้างในเคยไปตามพระองค์ใครประสงค์เก็บเอามาจาระไน
จอมกษัตริย์ตรัสว่าจะพาองค์ภัทวงศ์ไปเขาเขินเนินไศล
เก็บแก้วเก็จเพชรมณีสีวิไลได้เอาไปฝากท้าวเจ้านคร
พระจึ่งสั่งเสนีปรีชาฉลาดให้เอาราชรถรัตน์ประภัสสร
ไปรับองค์ขัตติยามานครจะพาจรไปลำเนาเขาโมรา
เก็บเพชรนิลจินดาหาหัวแหวนไปเขตแดนแจกวงศ์เผ่าพงศา
เสนีรับโองการคลานออกมาไปทูลหน่อกษัตรามิทันนาน
ฝ่ายพระหน่อภัทวงศ์ทรงสดับน้อมคำนับปรีดิ์เปรมเกษมศานต์
จึงชวนพราหมณ์ผู้รู้ครูอาจารย์จากสถานขึ้นรถบทจร ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ผู้ดำรงอาณาจักรชวนสองนาฏนงลักษณ์ดวงสมร
กับบุตรีนางลาลีวันอันบวรเสด็จจรทรงรถาแล้วคลาไคล
กระบวนแห่แตรสังข์สะพรั่งพร้อมประณตน้อมเดินเรียงเคียงไสว
ถึงเนินผาหน้าเขาลำเนาไพรพลไกรหยุดยั้งนั่งล้อมวง
ฝ่ายพระหน่อนฤเบศเกศกษัตริย์ก็รีบรัดตามเสด็จเสร็จประสงค์
ถึงภูผาที่สุดหยุดรถทรงดำเนินตรงไปเคารพอภิวันท์ ฯ
๏ ฝ่ายพระปิ่นลังกาอาณาจักรโองการทักปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
แล้วชวนให้ไปบวงสรวงเทวัญที่เชิงชั้นเขาย้อยอันพร้อยพราย
มเหสีบุตรีก็ยุรยาตรดำเนินนาดจรจรัลรีบผันผาย
ไปบวงสรวงเทพเจ้าที่เขาลายพลางถวายเครื่องบุปผาสุมาลี
ฝ่ายพระหน่อนฤเบศเกศกษัตริย์ชุลีหัตถ์บังคมก้มเกศ
ทั้งสองนางพลางว่ากับบุตรีอัญชุลีเชษฐาอย่าอาวรณ์
สุมาลัยบังคมประนมหัตถ์หน่อกษัตริย์รับไหว้สายสมร
พระแลเล็งเพ่งพิศจิตอาวรณ์ดั่งอัปสรลอยฟ้าลงมาดิน
ทั้งรูปทรงองค์นางเหมือนช่างวาดงามวิลาศเนตรขนงดังวงศิลป์
ฉวีวรรณเปล่งปลั่งดั่งลูกอินฉะงามสิ้นสารพัดไม่ขัดตา
แม้นได้น้องมาประคองเป็นคู่เคล้าไม่จากเจ้าพุ่มพวงดวงยิหวา
ถ้ากลับวังแล้วจะตั้งทูลบิดาแต่งบรรณาการมาขออรไท
ข้างยุพยงเห็นองค์หน่อกษัตริย์หวนประหวัดจะใคร่ชิดพิสมัย
กำลังรุ่นฉุนเฉียวเสียวฤทัยแต่จนใจไม่รู้จักจะทักทาย
ทั้งสองข้างต่างประหวัดแต่ขัดขวางให้อางขนางนึกพรั่นต่างผันผาย
ไปเลือกเก็บแก้วเก็จที่เพชรพรายตามซอกชายเชิงผาคูหาบรรพ์
ทับทิมแซมแนมแก้วมรกตล้วนเขียวสดแดงดีสีขยัน
ทั้งเพทายมุกดาสารพันสีอัญชันพรายพร้อยล้วนพลอยนิล
ทั้งโกเมนบุษรามหาชาติระดาดาษซับซ้อนตามก้อนหิน
ทั้งไพฑูรย์เพรำน้ำเหมือนนิลที่เหลืองสิ้นสีประสานสังวาลวาว
สีม่วงอ่อนซ้อนดำน้ำตะแบกร้าวเป็นแสกแซมมณีล้วนสีขาว
ที่เรียกนิลดีปลาสร้อยสีพร้อยพราวคล้ายกับดาวแวมวับจับคีรินทร์
ต่างเลือกเก็บหัวแหวนแสนสนุกบ้างล้มลุกตามธารละหานหิน
นางสาวสาวชาวในนั่งไค้ดินจะหานิลทำแหวนให้แสนงาม ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ผู้ดำรงมไหสวรรย์ให้เลือกสรรเพชรที่ดีสีสยาม
ประทานหน่อภัทวงศ์ผู้ทรงนามที่เงาวาวรู้ร่วงดวงมณี
แล้วเสด็จไปยังโคกที่โคตรเพชรชมแก้วเก็จหลายอย่างต่างต่างสี
บนชะง่อนก้อนผาหน้าคิรีประสานสีโสภาโมราลาย
ที่ม่วงอ่อนซ้อนซับสลับขาวเป็นแสงวาวเขียวขจีมณีฉาย
ที่สีแสงแดงย้อยดูพรอยพรายเป็นลวดลายราวกับเขียนเจียนประจง
มีน้ำพุดุดั้นเป็นชั้นช่องศิลาทองเลี่ยนดีเป็นที่สรง
ที่ท้องธารละหานหินต้นลินจงบุษบงบัวผันสันตะวา
ก้ามกุ้งแกมแซมแทรกจอกกระจับแลสลับเรียงรายทั้งซ้ายขวา
น้ำก็ใสสะอาดเย็นเห็นตัวปลาทั้งซิวซ่าสร้อยทองละอองอิน
ปลาเนื้ออ่อนช่อนชะโดทั้งดุกด้องตะเพียนทองผุดว่ายในกระสินธุ์
ทั้งปูหอยลอยไล่เล็มไคลกินกระดิกดิ้นผุดว่ายในสายชล
มีไม้ดอกงอกงามตามเชิงเขาเป็นเหล่าเหล่าเรียงรายทั้งไม้ผล
ต้นลั่นทมนมสวรรค์อินจันทน์ปนรสสุคนธ์มณฑาสารภี
ทั้งคัดเค้าสาวหยุดพุทธชาดระดาดาษงอกงามตามวิถี
มะลิวันกรรณิการ์จำปาจำปีมะลุลียี่โถโยทะกา
พิกุลแก้วกาหลงดงนางแย้มยี่สุ่นแซมกุหลาบงอกตามซอกผา
ต้นซ่อนกลิ่นกลิ่นระคนปนชบาแย้มผกาเกสรขจรขจาย
ที่ไม้ผลต้นมะทรางมะปรางม่วงลูกเป็นพวงดาษดาทั้งหว้าหวาย
มะตูมตาดยอยมต้นนมควายลำไยรายขึ้นเรียงเคียงมะเฟือง
ทั้งลิ้นจี่สีแดงดั่งแสงชาดมะดูกดาษผลหอมสุกงอมเหลือง
พะวาต้นสุกแดงแสงประเทืองขึ้นเป็นเรื่องตามแถวแนวอรัญ
ฝูงวิหคนกการะดาดาษดูเกลื่อนกลาดจำเรียงส่งเสียงขัน
กระทาเขาเค้ากู่เบญจวรรณนกอังชันแก้วดุเหว่าเร้าตะโกน
กระลุมพูหมู่กระตั้วกระเต็นเต้นกระสาเผ่นบินโดดบ้างโลดโผน
ฝูงนกเงือกผกโผจิงโจ้โจนกระรอกโหนรังร้องก้องไพรวัน
ขมิ้นอ่อนร่อนราคอยหาฝูงมยุรยูงฟ้อนหางอย่างกังหัน
ฝูงแขกเต้าเจ่าจับร้องรับกันเบญจพรรณเป็ดหงส์ส่งสำเนียง
ฝูงอิลุ้มกระลุมพูหมู่ตะขาบกระจิบกระจาบซังแซวจะแจ้วเสียง
ตะลอนฟางย่างย่องจับมองเมียงกระเรียนเรียงเดินรายตามชายดอน
เหล่าฝูงสัตว์จัตุบาทวิ่งกลาดเกลื่อนกระทิงเถื่อนมฤคาฝูงกาสร
นรสิงห์สิงหนัดอัสดรกิเลนซอนซอกเขาลำเนาเนิน
ฝูงเลียงผาพาพวกเลียงผาเผ่นบ้างโลดเต้นไต่เต้าบนเขาเขิน
กระจงจามรีสิงห์วิ่งริมเนินละมั่งเดินปนละมั่งทั้งกวางทราย
ล้วนฝูงสัตว์จัตุบาทผาดผยองวิ่งคะนองตามกันบ้างผันผาย
พระชมสัตว์เพลิดเพลินตามเนินทรายพอลมชายบ่ายแสงสุริยน
ให้เลิกพลลังกาโยธาหาญกลับสถานเวียงชัยไปสิงหล
ขึ้นรถาพากันจรดลทั้งไพร่พลเสนาเข้าธานินทร์ ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อนฤเบศเกศกษัตริย์คิดประหวัดหวนให้ฤทัยถวิล
ถึงนงนุชกัลยายุพาพินแทบจะดิ้นแดโดยโหยรัญจวน
ได้ยลพักตร์เยาวลักษณ์วิไลสมรทุรนร้อนทรวงในฤทัยหวน
ลงนิ่งนอนกรพาดนลาฏครวญละห้อยหวนในอารมณ์ยิ่งตรมตรอม
ทำฉันใดจึ่งจะได้สมรมิตรมาร่วมคิดร่วมเชยระเหยหอม
คะนึงนวลครวญคร่ำระกำตรอมเหลือจะออมอดรักหักอารมณ์
จนเดือนเที่ยงเสียงนกวิหคร้องประสานซ้องเกริ่นคู่ที่สู่สม
นิจจาอกเหมือนกับตกทะเลจมฝืนอารมณ์กลับเข้าในที่ไสยา ฯ
๏ ฝ่ายพราหมณ์เฒ่าเข้าใจจึ่งไต่ถามพระแจ้งความให้แกฟังที่กังขา
พฤฒาเฒ่าเข้าใจในตำราดวงชะตาภัทวงศ์คงจะดี
พระพุธถึงจันทราว่าจะได้อรไทองค์เอกอภิเษกศรี
จะสมบูรณ์พูนพิพัฒน์สวัสดีคงเป็นศรีนคราสถาพร
แกจึ่งว่าอย่าทุกข์ไปเลยพ่อกลับมาขอคงได้ชมสมสมร
เป็นคราวเคราะห์ดีหนาอย่าอาวรณ์กลับนครรีบมาอย่าช้าที
พระกุมารฟังสารพฤฒาแถลงประจักษ์แจ้งปรีดิ์เปรมเกษมศรี
พรุ่งนี้เช้าเข้าไปเฝ้าพระภูมีดูท่วงทีไทท้าวเจ้านคร
ครั้นพูดจาพาทีกันเสร็จสรรพไปประทับแท่นรัตน์ปัจถรณ์
ฝ่ายโฉมยงองค์ธิดาพะงางอนให้อาวรณ์ร้อนฤทัยเมื่อไสยา
หวนคะนึงถึงพระหน่อวรนาถยามไสยาสน์พลิกฟื้นตื่นผวา
ให้เคลิ้มเคล้นเห็นหน่อกษัตรามาพูดจาแจ้วเสียงในเวียงวัง
นางลุกไปเที่ยวมองทุกห้องหับนอนไม่หลับโหยไห้อาลัยหวัง
จึ่งปลุกสี่พี่เลี้ยงเคียงบัลลังก์ลุกขึ้นฟังสำเนียงเสียงผู้ใด
มาเรียกน้องสองครั้งฟังไม่แน่ไปดูแลเถิดคงรู้อยู่ที่ไหน
นางพี่เลี้ยงจุดเทียนเที่ยวเวียนไปไม่พบใครกลับมาทูลมูลความ ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุตรีศรีสมรยิ่งอาวรณ์หวาดไหวพระทัยหวาม
ให้ค้นคว้าหาที่ไหนไม่ได้ความนางโฉมงามร้อนรนกระวนกระวาย
พี่เลี้ยงดูรู้แจ้งไม่แคลงจิตจะดับพิษดาลเดือดให้เหือดหาย
จึ่งกล่าวคำแสร้งเสเพทุบายไปเนินท้ายวันนี้ทีจะเป็น
เทพารักษ์ทักทายสายสมรที่สิงขรเหนือไศลจึ่งให้เห็น
เป็นเที่ยงแท้แน่ตระหนักจึ่งหักเป็นจะต้องเซ่นสรวงเจ้าที่เข้าคน
เทพเจ้าเขานี้ใช่ผีสางดูท่าทางนานไปจะให้ผล
รุ่งพรุ่งนี้พี่จะออกไปบอกบนเอานุสนธิ์ข้อคดีไปนี้แจง ฯ
๏ นางฟังดูรู้ว่าเขารู้เท่าถึงที่รุมรึงทรวงเศร้าเล่าแถลง
เอาความลับทับทวีออกชี้แจงจะแอบแฝงอยู่ก็เห็นไม่เป็นการ
ด้วยความรักหนักเท่าภูเขาทับเหลือจะดับทรวงร้อนดั่งศรผลาญ
จึ่งว่าพี่ชี้ช่องช่วยตรองการจะบนบานเป็นไฉนได้เมตตา
พี่เลี้ยงฟังรู้แน่ว่าแผลพิษพอสะกิดเล็บกระทั่งถึงมังสา
จึ่งทูลองค์มิ่งมิตรพระธิดาจะอาสาให้ประจักษ์ที่ทักทาย
นางโฉมยงทรงห้ามปรามพี่เลี้ยงกระซิบเสียงแม้นมิสมอารมณ์หมาย
ฉวยอื้อฉาวราวกับไฟไหม้กระจายจะได้อายแก่อาณาประชาชน
พี่เลี้ยงว่าอย่าทุกข์ไปเลยแม่ที่บาดแผลมิให้แพร่งแห่งนุสนธิ์
อย่าอาวรณ์ร้อนใจในกมลอันเล่ห์กลคงจะเห็นไม่เป็นไร
บุราณว่ามีดอกจึ่งออกผลแม้นกังวลผูกจิตพิสมัย
จะได้ดูรู้รักประจักษ์ใจพี่ออกไปก็จะแจ้งแห่งคดี
นางโฉมยงทรงฟังพี่เลี้ยงเฉลยค่อยเสบยปรีดิ์เปรมเกษมศรี
พลางขึ้นแท่นไสยาสน์อาสน์มณียิ่งทวีความรักหนักอุรา
คะนึงในสักเมื่อไรจะรุ่งเช้าจะฟังข่าวเรื่องหลังที่กังขา
ให้เคลิ้มเคล้นเห็นหน่อกษัตราเธอเข้ามาอิงแอบแนบสกนธ์
แล้วฝันว่านาคาวราฤทธิ์มาพ่นพิษร้อนรุ่มทุกขุมขน
แล้วรวบรัดมัดไว้แทบวายชนม์นางดิ้นรนก็พอฟื้นตื่นนิทรา
แล้วเล่ากับนารีสองพี่เลี้ยงน้องฝันเพียงชีวังจะสังขาร์
ว่านาคกระหวัดรัดน้องไว้ตรึงตราแล้วพ่นพิษเต็มอุราทั้งกายกร
น้องยิ่งร้องยิ่งรัดสะพัดผันตัวยังสั่นกลัวฤทธิ์ดั่งพิษศร
ฉันหมายจิตว่าชีวิตจะม้วยมรณ์พอตื่นนอนนาคร้ายก็หายไป ฯ
๏ นางพี่เลี้ยงฟังสุบินไม่กินแหนงก็รู้แจ้งมั่นคงไม่สงสัย
ตำราฝันว่าผู้ชายเขาใส่ใจแม้นออกไปคงจะสมอารมณ์ตรอง
แล้วจึ่งว่าความวิตกในอกแม่พี่เห็นแน่เหมือนประสงค์จำนงสนอง
พอรุ่งเช้าพี่จะไปดั่งใจปองดูทำนองก็คงแจ้งแห่งคดี
แต่พูดกันสามคนจนสว่างอาทิตย์สางส่องฟ้าในราศี
นางพี่เลี้ยงผลัดผ้าเรียกนารีเชิญพระศรีพานกลมเครื่องถมยา
พาพวกชาวเครื่องเสวยเคยไปตั้งพร้อมสะพรั่งตามกันต่างหรรษา
แล้วรีบไปในสวนสุมาลานางพี่เลี้ยงเดินหน้าพาสุรางค์
พวกเชิญเครื่องคาวหวานคลานไปตั้งบนที่นั่งเก๋งพักตำหนักขวาง
พอกษัตริย์ภัทวงศ์ทรงสำอางเสร็จเยื้องย่างออกจากตำหนักจันทน์
คะนึงคิดจิตพะวงถึงนงลักษณ์พอยลพักตร์พวกเหล่านางสาวสรรค์
สมประสงค์ตรงที่คิดจิตผูกพันพระทรงธรรม์เอื้อนอรรถตรัสภิปราย
ได้ปะพี่วันนี้เป็นบุญหนักขอพึ่งพักอนุกูลอย่าสูญหาย
อันตัวน้องเจ็บไข้ไม่สบายเหลือภิปรายเล่าให้ผู้ใดฟัง
เห็นแต่พี่นี้จะแก้ที่แผลเจ็บที่เมื่อยเหน็บในอารมณ์ได้สมหวัง
เอนดูฉันให้ตลอดรอดชีวังแม้นสมดั่งปรารถนาที่อาวรณ์
ไม่ลืมคุณพี่จนตายวายชีวาตม์ขอพิงพาดแอบอิงเป็นสิงขร
ให้สมซึ่งวาจาน้องว่าวอนช่วยฉุดถอนโรครักที่หนักทรวง ฯ
๏ ฝ่ายนารีพี่เลี้ยงเฝ้าเคียงอาสน์เห็นหน่อนาถทุกข์ใจนั้นใหญ่หลวง
จึ่งทูลว่าอย่าระทมตรมพระทรวงจะดับง่วงเหงาใจให้หายประชวร
ให้สมซึ่งฝ่าพระบาทปรารถนาพระเมตตาอนุกูลอย่าหุนหวน
ต้องรอราช้าไว้พอใคร่ครวญถ้าแม้นด่วนเร็วไปไม่ได้การ
พระทรงฟังชื่นชมสมประสงค์ถอดธำมรงค์เพชรมณีสีประสาน
ฝากถวายโฉมเฉลาเยาวมาลย์ของบุราณน้องน้อยใส่ก้อยมา
พี่เลี้ยงรับธำมรงค์ของทรงฤทธิ์สมความคิดโดยมาดปรารถนา
เสวยเสร็จแล้วประมูลนางทูลลารีบเข้ามาถึงปราสาทราชวัง
ขึ้นมนเทียรเฝ้าองค์นางนงลักษณ์แจ้งประจักษ์ทูลเรื่องแต่เบื้องหลัง
ฝ่ายสุมาลัยอนงค์ได้ทรงฟังสมที่หวังค่อยสบายวายอาวรณ์
แล้วพี่เลี้ยงเมียงชม้ายถวายแหวนนางยิ่งแสนชื่นในฤทัยสมร
แล้วตรัสพลางทางว่าด้วยอาวรณ์พี่รีบจรกลับไปดั่งใจจง
แล้วจัดของตอบแทนที่แหวนก้อยเอาสายสร้อยที่เป็นของต้องประสงค์
กับสไบตาดบางที่นางทรงใส่ในพานลงยาราชาวดี
ส่งให้นางพี่เลี้ยงไปถวายพระโฉมฉายจอมเจิมเฉลิมศรี
พี่เลี้ยงรับของพลันด้วยทันทีจรลีรีบไปมิได้นาน
ถึงสำนักตำหนักใหญ่ที่ในสวนตั้งที่ควรทูลถวายแล้วไขขาน
ว่าพระนุชนงเยาว์ลำเพาพาลสร้อยสังวาลกับสไบถวายมา
แล้วให้ฉันทูลถามเป็นความลับอย่าให้นับวันคอยละห้อยหา
แม้นพระองค์ทรงธรรม์กรุณาจงรีบมาเร็วพลันในทันที
พระตรัสว่าถ้าไปถึงนิเวศน์จะทูลองค์ทรงเดชทั้งสองศรี
ให้แต่งราชสารมาไม่ช้าทีขอพระนุชบุตรีร่วมชีวัน
ถึงตัวไปใจน้องยังอยู่นี่จริงนะพี่สารพัดความสัตย์ฉัน
ไม่ลืมมิตรจิตรักเหมือนร่วมครรภ์ไม่เสกสรรจริงหนาเหมือนพาที
สองพี่เลี้ยงทูลลามานิเวศน์เล่าแถลงแจ้งเหตุพระโฉมศรี
นางฟังคำร่ำว่าแสนปรานีเธอพาทีตามตรงไม่วงวน
ครั้นจะห้ามปรามไว้มิให้กลับอันความลับก็จะแพร่งทุกแห่งหน
จะได้อายอาณาประชาชนจะว่าซนหาคู่คบผู้ชาย ฯ
๏ ป่างพระจอมนครินทร์ปิ่นสิงหลภูวดลเสด็จมาเวลาสาย
พร้อมพหลพลไกรทั้งไพร่นายน้อมถวายอภิวาทบาทบงสุ์
หน่อกษัตริย์ขัตติยาก็มาเฝ้าพระปิ่นเกล้าจอมสกูลประยูรหงส์
พระปราศรัยหน่อกษัตริย์ภัทวงศ์โดยจำนงที่จะได้ไปบุรี
พระสั่งพวกอาสาจามตามตำแหน่งให้จัดแจงเภตรากะลาสี
ทั้งกัปตันต้นหนที่คนดีรู้แผนที่ชำนาญการคงคา
เอาเรือกำปั่นสุวรรณหงส์ปักทวนธงเรียงรายทั้งซ้ายขวา
ให้เป็นลำที่นั่งทรงองค์นัดดาขุนเสนาไปด้วยช่วยระวัง
เอาเรือรบเรือใช้ไปให้ด้วยจะได้ช่วยโอบอุ้มช่วยคุ้มขัง
พรุ่งนี้เช้าเขาจะได้ระไวระวังพระตรัสสั่งสรรพเสร็จเสด็จจร
ขึ้นปรางค์มาศราชวังในจังหวัดสั่งให้จัดเนาวรัตน์ประภัสสร
กับเครื่องต้นลายกุดั่นอันบวรกรรเจียกจรมงกุฎบุษรา
ครั้นรุ่งเช้าท้าวออกพระโรงรัตน์หน่อกษัตริย์แต่งองค์ทรงภูษา
ไปเฝ้าองค์พงศ์กษัตริย์ขัตติยาแล้วทูลลาจอมพิภพจบสกล
พระประทานเครื่องทรงอลงกตเป็นเกียรติยศตามสกูลประยูรหงส์
หน่อกษัตริย์อภิวาทบาทบงสุ์แล้วทูลองค์ธิบดินทร์นรินทร
ข้าขอเป็นเกือกทองฉลองบาทจนสิ้นชาติในพระองค์ผู้ทรงศร
แม้นไปถึงนคราสถาพรแล้วจะจรกลับมาปองฉลองคุณ
พระตรัสพลางทางว่านัดดาเอ๋ยได้คุ้นเคยขาดเหลือจะเกื้อหนุน
พ่อรีบไปเถิดนะเดชะบุญอย่าเคืองขุ่นภิญโญเดโชชัย
ไปถึงวังแล้วจงทูลพระบิตุเรศสองนิเวศน์ไปมาได้อาศัย
แม้นมีทุกข์ขุกเข็ญเป็นอย่างไรจงบอกให้ถึงกันดั่งสัญญา
พระตรัสเสร็จแล้วเสด็จยุรยาตรพระหน่อนาถไปชานพักตำหนักขวา
แล้วตรัสสั่งสาวใช้ให้ไคลคลาไปเรียกสองกัลยามาเร็วพลัน
ว่านัดดาเขาจะลาไปนคเรศถิ่นประเทศกรุงไกรไอศวรรย์
พวกสาวใช้รีบไปบังคมคัลอภิวันท์ทูลแถลงแจ้งคดี
ทั้งสององค์ทรงสดับการรับสั่งรีบมายังปรางค์มาศปราสาทศรี
พาสุมาลัยนุชพระบุตรีจรลีรีบมาด้วยอาวรณ์ ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อนฤเบศเกศกษัตริย์พอยลมิตรจิตประหวัดแล้วทอดถอน
แม้นมิห่วงบิตุรงค์องค์มารดรไม่จากจรนครังกรุงลังกา
แข็งพระทัยกราบก้มประนมสนองมเหสีทั้งสองตามซ้ายขวา
อภิวาทบาทมูลขอทูลลาไปพาราเขตนครเพราะร้อนรน
ทั้งสองนางต่างองค์คิดสงสารจึ่งประทานพรสวัสดิ์พิพัฒน์ผล
จงอิ่มเอมเปรมปราในสากลครองมณฑลสืบวงศ์ดำรงวัง
หน่อกษัตริย์ภัทวงศ์ทรงสดับน้อมคำนับทูลไปดั่งใจหวัง
แม้นไปถึงนเรศนิเวศน์วังได้เฝ้าทั้งบิตุราชมาตุรงค์
จะทูลลากลับมาอภิวาทฉลองบาทภูวไนยเหมือนใจประสงค์
พระคุณเจ้าจอมจังหวัดยิ่งญาติวงศ์พระองค์ทรงกรุณาทั้งปรานี ฯ
๏ ฝ่ายโฉมสร้อยสุมาลัยประไพพักตร์นางนงลักษณ์ร้อนจิตดั่งพิษฝี
พอสบเนตรอภิวันท์อัญชุลีไม่พาทีอัดอั้นตันอุรา
หน่อกษัตริย์รับหัตถ์ยิ่งหนักจิตดังศรพิษดูดเลือดเชือดมังสา
แต่แข็งขืนกลืนกลั้นชลนามิให้จับกิริยาในทำนอง
แม้นมิเกรงทรงฤทธิ์บิตุราชจะอุ้มนุชสุดสวาทผาดผยอง
เป็นจนใจจนจิตแต่คิดตรองจนบ่ายสองโมงประมูลแล้วทูลลา ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมนครินทร์ปิ่นนิเวศน์พระทรงเดชเสด็จไปส่งเหมือนวงศา
ออกจากวังพรั่งพร้อมขุนเสนาทรงรถาไปถึงด่านชานบุรินทร์
จนลงเรือกำปั่นสุวรรณหงส์ให้ชักธงพร้อมสะพรั่งดั่งถวิล
ถวายบังคมท้าวเจ้าแผ่นดินพร้อมกันสิ้นแล่นออกนอกสันดอน ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมลังกามหากษัตริย์กลับจังหวัดขึ้นสุวรรณบรรจถรณ์
สุขเกษมเปรมปราสถาวรด้วยสองนางบังอรในปรางค์ปรา ฯ

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ