ตอนที่ ๕๗ สุดสาครรบมังคลา

๏ ฝ่ายฝรั่งมังคลาคิดปรารภศึกสมทบหลายทัพเห็นคับขัน
จึงปรึกษาฝรั่งสิ้นทั้งนั้นจะผ่อนผันคิดอ่านประการใด
พวกคนเก่าเหล่าขุนนางแต่ปางก่อนเคยราญรอนรู้เห็นเป็นไฉน
ที่ยกเพิ่มเติมมาคือว่าใครหมวกเสื้อใส่ปีกปกเหมือนนกกา ฯ
๏ ฝ่ายผู้เฒ่าเฝ้าฟังรับสั่งถามจึงทูลตามความหลังที่กังขา
ซึ่งขี่หลังมังกรตีต้อนมาคือสุดสาครรณรงค์คงกระพัน
กันนงเยาว์เสาวคนธ์วิมลมิ่งซึ่งทรงสิงห์เหมือนพราหมณ์สงครามขยัน
แต่พวกหนึ่งซึ่งเหมือนนกวิหคนั้นแต่ก่อนมันมิได้มาช่วยราวี
ดูเหมือนแขกแปลกหน้าถีบถาโถมโจนกระโจมโหมหักดังปักษี
แต่ปางหลังครั้งเมื่อพระชนนีมารบที่เมืองใหม่ทำไกกล
สินสมุทรจุดไฟเที่ยวไล่จับเราจุดรับรอบกำแพงทุกแห่งหน
ปัจจามิตรติดกับถึงอับจนพอเกิดฝนตกระงับเพลิงดับไป
พระบิตุรงค์ทรงปี่โยธีทัพพากันหลับกลิ้งกลาดไม่หวาดไหว
พระชนนีปรีชาช่วยข้าไทล่อลวงพระอภัยหลงใหลรัก
จึงปลุกทัพกลับให้นายไพร่ตื่นได้กลับคืนไปลังกาอาณาจักร
อันครั้งนี้ทีศึกดูฮึกฮักเห็นจะหนักกว่าแต่หลังระวังภัย ฯ
๏ พระมังคลาว่าทหารพาลประมาทจึงพลั้งพลาดเสียทัพเพราะหลับใหล
ซึ่งข้าศึกฮึกหาญประการใดจะแก้ไขคิดล้างให้วางวาย
อันแยบยลกลหนูสู้พยัคฆ์เขารู้จักจึงไม่ได้ดังใจหมาย
ที่แปลกอย่างต่างหากมีมากมายจะยักย้ายแก้ไขผลาญไพรี
เราเห็นว่าข้าศึกจะนึกคาดว่าไม่อาจรบรับถอยทัพหนี
ทั้งพวกเพิ่มเติมมาเวลานี้เห็นท่วงทีจะประมาทองอาจใจ
จะให้พวกชาวละหม่านทหารเสือลอบเผาเรือขึ้นที่ท่าชลาไหล
ให้พวกพ้องกองทัพลงดับไฟเราล้อมไล่ให้มันลงข้างคงคา
ชิงเอาค่ายชายฝั่งออกตั้งมั่นจงเกณฑ์กันออกสักแสนให้แน่นหนา
พวกฝรั่งบังคมชมปัญญาจัดโยธาห้าหมื่นถือปืนรบ
ทั้งทวนยาวหลาวแหลนเป็นแสนหนึ่งไม่อื้ออึงเอะอะเงียบสงบ
เห็นเพลิงไหม้ให้ระดมออกสมทบเข้ารุมรบพร้อมกันตามสัญญา ฯ
๏ ฝ่ายพวกพ้องกองละหม่านทหารยักษ์เกลี้ยกล่อมมาสาพิภักดิ์รักอาสา
ออกหลังป้อมอ้อมลงข้างคงคาต่างประดาน้ำทนดำด้นไป
ขึ้นเรือรบครบร้อยค่อยค่อยย่องเห็นพวกกองเรือระงับนอนหลับใหล
ค่อยเลี่ยงหลีกฉีกชุดแล้วจุดไฟเผาให้ไหม้เชื้อชันน้ำมันยาง
แล้วฆ่าคนบนลำลงน้ำโพล่งเพลิงก็ลามพลามโพลงเสียงโผงผาง
บ้างไหม้เพลาเสากระโดงระโยงระยางบ้างติดกลางติดท้ายลุกรายเรียง ฯ
๏ ฝ่ายพวกพลบนค่ายทั้งนายไพร่เห็นเพลิงไหม้เรือเรียกกันเพรียกเสียง
ลงช่วยดับสับสนขนเสบียงบ้างแบกเหวี่ยงวิ่งสะพรั่งริมฝั่งชล ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งลังกาเห็นข้าศึกอึกทึกทุกทัพวิ่งสับสน
เปิดทวารด้านใต้ต้อนไพร่พลออกเกลื่อนกล่นกลางคืนยิงปืนไฟ
บ้างรุมกันฟันแทงบ้างแกว่งขวานไล่ประหารโห่ลั่นเสียงหวั่นไหว
พวกทัพล้อมป้อมค่ายพลัดพรายไปพระหัสไชยเชษฐาสุดสาคร
ทั้งนงเยาว์เสาวคนธ์ขับพลรบศึกสมทบหลายทัพสลับสลอน
พวกวาโหมโรมรันช่วยฟันฟอนฝรั่งซ้อนแทรกกันประจัญบาน
ทั้งสามองค์ทรงพาหนะที่นั่งฟันฝรั่งมอดม้วยช่วยทหาร
ที่เหลือตายนายต้อนเข้ารอนราญต่างต่อต้านตีรันฟาดฟันแทง
ทั้งซ้ายขวาฝรั่งออกคั่งคับพอเพลิงดับมืดเขม้นไม่เห็นแสง
ทหารตามสามกษัตริย์ต่างพลัดแพลงพระอ่อนแรงรอลงข้างคงคา ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งทั้งหลายชิงค่ายได้ทั้งนายไพร่พร้อมพรักเข้ารักษา
ฝ่ายนงเยาว์เสาวคนธ์ถอยพลมาพบเชษฐากับทั้งพระหัสไชย
ทั้งโยธาวาหุโลมวาโหมนั้นถึงเสียทีมิได้พรั่นประหวั่นไหว
ต่างตีฆ้องกลองสำหรับเรียกทัพชัยประชุมไพร่พร้อมพรั่งริมฝั่งชล
ยังเหลือตายหลายหมื่นดูดื่นดาษยกเลียบหาดขึ้นไปตั้งหลังถนน
แล้วโฉมยงนงเยาว์เสาวคนธ์รู้ผ่อนปรนปราบศึกตรองตรึกการ
ได้ตำราปาโมกข์โลกเชษฐ์ปราบประเทศท้าวทมิฬได้ถิ่นฐาน
จึงว่าจะละเมินไว้เนิ่นนานสงสารทหารหิวโหยโรยกำลัง
จะยกทัพกลับไปตีพรุ่งนี้เช้าเข้าชิงเอาเมืองใหม่เหมือนใจหวัง
บอกอุบายนายไพร่เล่าให้ฟังแต่งตัวเป็นฝรั่งได้ตั้งพัน
ต่างแอบอ้อมปลอมเข้าไปแต่ในดึกกำลังศึกสับสนพลขันธ์
เข้าเมืองมั่งบ้างอยู่ค่ายเรี่ยรายกันใครไม่ทันเพ่งพิศไม่คิดแคลง ฯ
๏ ส่วนนงเยาว์เสาวคนธ์แบ่งพลทัพนายกำกับกองละพันล้วนขันแข็ง
ห้าสิบสองกองสกัดคัดจัดแจงตามตำแหน่งหนุนกันให้ทันที
พระเชษฐาพาทหารไปชานเขาคอยจับเจ้ามังคลาจะล่าหนี
พวกกองหน้าวาหุโลมเข้าโจมตีเหล่าเสนีน้อยใหญ่เข้าในเมือง
สกัดฆ่าฝรั่งสิ้นทั้งหลายถึงมิตายรอดบ้างก็คางเหลือง
พอจวนแจ้งแสงทองขึ้นรองเรืองต่างยกเนื่องหนุนตามกันหลามไป
ถึงค่ายรายชายฝั่งต่างตั้งโห่กึกก้องโกลาลั่นเสียงหวั่นไหว
ฝรั่งรายค่ายละหมื่นยิงปืนไฟทั้งปืนใหญ่ยิงลั่นเสียงครั่นครึก
ฝ่ายพวกแต่งแปลงปลอมอยู่พร้อมพรั่งฟันฝรั่งร้องว่าพวกข้าศึก
ต่างหันเหเซปะทะอึกทึกทหารฮึกหักโหมรุกโรมรัน
ฝรั่งวิ่งทิ้งค่ายทั้งนายไพร่กองทัพไล่เลี้ยวลัดสะพัดผัน
พวกปีกป้องกองแซงรุมแทงฟันค่อยหนุนกันกั้นสกัดตามจัดแจง
จนรุ่งเช้าเจ้าวลาวายุพัฒน์พบพวกหัสไชยรบหลีกหลบแฝง
ต่างถอยทัพกลับเข้าไปในกำแพงทั้งพวกแปลงปลอมพลพลอยปนไป
พวกนั่งป้อมล้อมวังสิ้นทั้งนั้นระดมปืนครื้นครั่นเสียงหวั่นไหว
พวกวาโหมโรมรบขว้างคบไฟที่เข้าในกำแพงปลอมแทงฟัน
ไล่ฆ่าเหล่าเฝ้าประตูผู้กำกับเปิดรับทัพทั้งปวงทะลวงถลัน
ต่างเข้าได้ในเมืองหนุนเนื่องกันไล่ฆ่าฟันไฟจุดไม่หยุดยั้ง
พระมังคลาข้าเฝ้าเหล่าทหารเหลือต้านทานทัพล้อมเข้าพร้อมพรั่ง
ขึ้นทรงม้าพาสนมกรมวังออกทางหลังเมืองใหม่พลัดไพร่พล ฯ
๏ พระหัสไชยไล่จับรอรับรบหลีกไปพบพวกทัพถอยสับสน
อ้อมออกทางข้างเขาพบเสาวคนธ์ไล่ฆ่าพลพวกฝรั่งมังคลา
พอพบน้องสองหลานช่วยราญรบเลี้ยวตลบหลีกทางไปข้างขวา
สาวสุรางค์นางห้ามตามหลามมาพบสุดสาครขวางหนทางไว้
ตวาดถามความว่าเหวยฝรั่งตัวชื่อมังคลาหรือชื่อไฉน ฯ
ลงจากม้ามาดีดีอย่าหนีไปจึงจะไว้ชีวาไม่ฆ่าฟัน ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งมังคลาควบม้าหนีนางสุนีติดไปในไพรสัณฑ์
พระหน่อไทไล่ลัดสกัดกันพอมาทันโถมจับกลับรับรบ
ด้วยฤทธาตราแก้วให้แคล้วคลาดต่างฟันฟาดพลาดเพลี่ยงหลีกเลี่ยงหลบ
เห็นห่างหันผันผินขับสินธพครั้นทันรบรับประจัญฟาดฟันฟอน
มังกรกัดฟัดม้าเจ้าฝรั่งสิ้นกำลังล้มกลิ้งริมสิงขร
พระมังคลาอาวุธหลุดจากกรสุดสาครโจนจับล้มทับกัน
กอดกระหวัดรัดแน่นรวบแขนเข้าจะทึ้งเถาวัลย์มัดรัดกระสัน
พอนางสุนีที่มาด้วยเข้าช่วยทันพ่นเป็นควันออกมาจากปากสตรี
เหมือนเพลิงพรายสายรุ้งพลุ่งพลุ่งพลั่งสุดสาครอ่อนกำลังถอยหลังหนี
พอฟ้าแลบแวบสว่างนางสุนีหายจากที่ไปทั้งพระมังคลา ฯ
๏ สุดสาครร้อนรนร่ายมนต์เป่าหายมึนเมามีกำลังคิดกังขา
อีคนนี้มีพิษตามติดมามันช่วยพาผัวหนีได้ดีจริง
แล้วขึ้นนั่งหลังนิลสินธพเลี้ยวตลบลัดป่าเที่ยวหาหญิง
ไม่เห็นหนจนจิตคิดประวิงรีบขับมิ่งม้ามาพบวายุพัฒน์
เห็นเหมือนพี่สีเขียวมีเขี้ยวแฝงทั้งเนตรแดงดูพลางขวางสกัด
ฝ่ายฝรั่งยั้งหยุดยืนเยียดยัดพอเห็นหัสกันมาเหมือนลาลี
จึงร้องห้ามตามภาษาข้างฝรั่งกูมาตั้งคอยจับอย่ากลับหนี
อ้ายนายทัพขับพลสองคนนี้ลูกลาลีนางยุพาหรือว่าไร ฯ
๏ พี่น้องดูรู้ว่าอารู้ว่าพ่อแกล้งลวงล่อเคลือบแคลงแถลงไข
ท่านแลดูรู้จักแกล้งซักไซ้จงบอกให้รู้บ้างอย่าพรางนาม ฯ
๏ สุดสาครฟังคำทำหัวร่อกูเป็นพ่อไม่รู้จักมาซักถาม
แม่ไม่บอกดอกหรือไม่เข้าใจความกูนี้นามชื่อว่าสุดสาคร
มึงลูกหลานว่านเครือไม่เผื่อแผ่นับถือแต่ฝรั่งมันสั่งสอน
ทำก่อศึกฮึกหาญไปราญรอนเผานครการะเวกโหยกเหยกครัน
ไปรบพุ่งกรุงผลึกรมจักรไม่รู้รักวงศาจะอาสัญ
อันองค์พระมเหสีบุตรีนั้นล้วนพงศ์พันธุ์พี่อาปู่ย่าเอง
ทั้งสองท้าวสาวสนมรมจักรจับมากักขังไว้ไล่ข่มเหง
ทำโอหังตั้งตัวไม่กลัวเกรงโทษของเองสู้พ่อพวกทรชน
ถึงฆ่าตายภายหน้าเกิดมาอีกจะสับซีกเล็กน้อยสักร้อยหน
ไม่สาจิตคิดดูผิดผู้คนช่างมืดมนมิได้รู้จักผู้ใด
กูพบปะจะสังหารผลาญชีวิตก็ยังคิดอายเหลือว่าเนื้อไข
จะรั้งรอพอให้หัวติดตัวไว้จับส่งไปถวายพระชนกา
ตามจะโปรดโทษมึงที่ดึงดื้อไม่นับถือซื่อตรงต่อวงศา
อย่าเกะกะจะลำบากลงจากม้าให้กูพาไปดีดีทั้งพี่น้อง ฯ
๏ วายุพัฒน์หัสกันพรั่นพรั่นจิตมิได้คิดนบนอบตอบสนอง
ซึ่งชั่วดีมีสติต้องตริตรองไม่ฟังฟ้องฝ่ายโจทก์กล่าวโทษทัณฑ์
ถ้าแม้ไม่ไล่เลียงให้เที่ยงแล้วใครว่าแก้วในอุราก็อาสัญ
จะผ่าแผ่แล่เนื้อด้วยเชื่อกันไม่สัตย์ธรรม์ธรรมดาปรึกษาความ
ว่าเป็นพ่อข้อนี้ก็มิรู้อย่าจู่ลู่จ้วงจาบทำหยาบหยาม
แม้จริงจิตบิดรจะผ่อนตามนี่ฟังความขวางหูอดสูใจ
จะมัดผูกลูกเต้าให้เขาอื่นไม่ผิดขืนจะว่าผิดคิดไฉน
ส่วนพวกพ้องของท่านเข้ากันไปผิดวิสัยธรรมดาในฟ้าดิน
แม้พ่อแม่แลเห็นลูกเหลนหลานย่อมสงสารมีจิตคิดถวิล
แต่ร้ายกาจชาติเสือเหลือทมิฬก็ไม่กินลูกหลานวงศ์ว่านเครือ
นี่ว่าพ่อก็จะมาฆ่าลูกหลานผิดโบราณร้ายกล้ายิ่งกว่าเสือ
จะนอบน้อมยอมตายเสียดายเนื้อกินข้าวเกลือเปลืองมากไม่อยากตาย
แม้จริงจังดังว่าเมตตาบุตรเหมือนมนุษย์ในแผ่นดินสิ้นทั้งหลาย
อย่ากีดขวางกางกั้นทำอันตรายให้ไพร่นายฝ่ายฝรั่งไปลังกา ฯ
๏ สุดสาครอ่อนใจอาลัยบุตรทั้งแสนสุดสังเวชลูกเชษฐา
แล้วกลับคิดผิดพลั้งแต่หลังมาจึงตอบว่าลูกดีเป็นที่รัก
แม้ลูกชั่วหัวดื้อทำซื้อรู้จนพี่ป้าย่าปู่ไม่รู้จัก
ผลาญพงศ์เผ่าเหล่ากอทรลักษณ์ชื่อว่าอกตัญญูชาติงูพิษ
เหมือนพวกมึงซึ่งไม่รู้จักกูนี้ดังทรพีวัดรอยจะคอยขวิด
ถึงเหล่ากอหน่อเนื้อที่เชื้อชิดเหมือนโลหิตที่ในกายเกิดร้ายแรง
ก็ต้องกลอกออกให้สิ้นมลทินโทษถ้าลูกโฉดชาติชั่วเช่นหัวแข็ง
ใจจองหองข้องขัดเหลือดัดแปลงไม่ควรแต่งต้องทำลายให้วายวาง
แล้วขับม้าถาโถมเข้าโจมจับฝรั่งรับรบสกัดคอยขัดขวาง
พระฟันฟาดกลาดเกลื่อนลงกลางทางบ้างตายบ้างครางล้มเสือกซมซบ
วายุพัฒน์หัสกันหนีดั้นป่าต่างขับม้าพลัดแพลงลัดแลงหลบ
พระหน่อไทไล่จับขับสินธพตามไม่พบพอเวลาจะราตรี
จึงกลับม้าพาพหลพลไพร่มาเมืองใหม่พบพระน้องทั้งสองศรี
ให้รวมรอมพร้อมสิ้นต่างยินดีเข้าอยู่ที่ตึกรามตามสำราญ
ได้ปืนผาสารพันกำปั่นรบหอกดาบครบเครื่องเสบียงเลี้ยงทหาร
พวกพาราการะเวกเลกรองงานต่างพบพานเจ้านายสบายใจ
จับฝรั่งลังกาได้กว่าหมื่นใช้ผ่าฟืนตักน้ำตามวิสัย
คนสามพันบรรดาพวกข้าไทส่งคืนไปพาราด้วยปรานี ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งลังกาพวกล่าทัพต่างแตกยับแยกย้ายพลัดพรายหนี
บุกรกเรี้ยวเลี้ยวหลงในพงพีเข้าราตรีมิได้เห็นเขม้นมอง
บ้างเดินโดนโคนตอยองย่อยอบลงฟุบหมอบมือนวดปวดขมอง
บ้างบุกหนามความกลัวหนังหัวพองตุ๊กแกร้องบ้างล้มกลิ้งบ้างวิ่งโทง
บ้างออกทุ่งมุ่งเมินเดินโก้งเก้งเสื้อกางเกงก็ไม่มีเหมือนผีโป่ง
บ้างล้าเลื่อยเหนื่อยบอบหิ้วหอบโครงลงโก้งโค้งคลานตามหนีความตาย
ครั้นกลางวันบรรดาโยธาหาญต่างพบพานพวกฝรั่งสิ้นทั้งหลาย
ต่างติดตามถามข่าวถึงเจ้านายแล้วมุ่งหมายรีบมาเมืองป่าตาล ฯ
๏ ฝ่ายวายุพัฒน์หัสกันหนีดั้นด้นพบพวกพลไพร่นายฝ่ายทหาร
เห็นห่างศึกนึกหมายไม่วายปราณรีบไปด่านกลางได้ดังใจจง ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งมังคลานราราชสุนีบาตอุ้มเที่ยวลดเลี้ยวหลง
พระเหนื่อยอ่อนซอนซบสลบลงระทวยองค์แอบอังสาข้างขวานาง
นางสุนีหนีมาเวลาค่ำถึงธารน้ำลำเนาภูเขาขวาง
ยิ่งดึกดื่นชื่นฉ่ำด้วยน้ำค้างเดือนกระจ่างแจ่มฟ้าดาราเรียง
จังหรีดร้องลองไนก้องไพรสัณฑ์จักจั่นเจื้อยแจ้วแว่วแว่วเสียง
ไก่กระชั้นขันเร้าริมเขาเคียงเสียงผึ้งเพียงฆ้องลั่นหวั่นวิญญาณ์
ยามพระพายชายเชยระเหยหวนหอมลำดวนดอกไม้ไพรพฤกษา
ค่อยแช่มชื่นฟื้นองค์คิดสงกาเห็นแต่หน้านางสุนีไม่มีใคร
คิดเป็นครู่รู้ว่าหนีข้าศึกแล้วนิ่งนึกนางนี้เยาว์อุ้มเราไหว
ช่วยชีวิตชิดชอบคิดขอบใจจึงปราศรัยไต่ถามดูตามแคลง
เจ้าพาพี่หนีมาพ้นข้าศึกกำดัดดึกเดือนสว่างกระจ่างแสง
หยุดเสียบ้างข้างเขาค่อยเบาแรงต่อรุ่งแจ้งจึงค่อยพากันคลาไคล
แล้วให้นางวางองค์ชวนนงลักษณ์เข้าหยุดพักเพิงผาพออาศัย
ตรัสถามทางกลางป่าพนาลัยไกลเมืองใหม่มาแล้วหรือแก้วตา ฯ
๏ นางสุนีอัญชลีทูลแถลงข้าลัดแลงเลียบเดินตามเนินผา
ไม่เห็นทางกลางคืนสู้ฝืนมาไม่ทราบว่าแห่งหนตำบลใด ฯ
๏ พระฟังนางวังเวงเกรงจะหลงดูแดนดงดาษดาพฤกษาไสว
เสียทีศึกนึกสะท้อนถอนฤทัยทั้งนายไพร่พลัดพรายล้มตายครัน
เป็นคราวเคราะห์เพราะประมาทจึงพลาดพลั้งถึงสองครั้งดังชีวาจะอาสัญ
อนุชาวายุพัฒน์หัสกันจะหลบลี้หนีทันหรือบรรลัย
ยิ่งระลึกตรึกตรมอารมณ์เทวษน้ำพระเนตรคลอคลอชะลอไหล
ทั้งหิวโหยโรยแรงแข็งพระทัยปูสไบลงบนแท่นแผ่นศิลา ฯ
๏ แล้วเอนองค์ลงบรรทมพนมมาศสุนีบาตนั้นอุส่าห์หาบุปผา
มาโรยรายถวายพระมังคลาแล้วอุส่าห์นวดฟั้นให้บรรทม
เห็นทุกข์ร้อนถอนฤทัยมิใคร่หลับจึงกล่อมขับคำประดิษฐ์สนิทสนม
โอ้เย็นฉ่ำน้ำค้างพร่างพรายพรมระรื่นร่มรังสล้างเหมือนปรางค์ทอง
บรรทมแท่นแผ่นผาศิลาอ่อนต่างบรรจถรณ์ทูลเกล้าอย่าเศร้าหมอง
ฟังสำเนียงเสียงผึ้งหึ่งหึ่งร้องเหมือนเสียงฆ้องยามย่ำประจำวัง
จักจั่นหวั่นแว่วแจ้วแจ้วเจื้อยลองไนเรื่อยแร่แร่ดังแตรสังข์
เสียงสินธุพุลั่นสนั่นดังเหมือนกลองระฆังกังสดาลขานประโคม
ขอเดชะพระพายช่วยชายกลิ่นมารวยรินเรื่อยรื่นให้ชื่นโฉม
ดวงดาวเดือนเกลื่อนกลางนภางค์โพยมเหมือนอย่างโคมชวาลาระย้าระยับ
เสียงเป็ดผีปี่แก้วแว่วแว่วหวีดจังหรีดกรีดเกรียวกริ่งดังฉิ่งกรับ
ทั้งไก่แก้วแว่วเสียงจำเรียงรับเหมือนโทนทับขับกล่อมทูลหม่อมเอย ฯ
๏ พระทรงฟังวังเวงวิเวกเสียงหวนสำเนียงเสนาะน้ำคำเฉลย
ฉลาดขับจับใจกระไรเลยน่าใคร่เชยชมโฉมประโลมลาน
แต่ดูเด็กเล็กเหลือหรือเนื้อน้อยกระจ้อยร่อยรูปทรงน่าสงสาร
แล้วคิดแหนงแรงล้นพ้นประมาณเมื่อเสียด่านเดินมาตามม้าทัน
เห็นท่วงทีมีฤทธิ์นิมิตไว้ตามวิสัยสารพางค์นางสวรรค์
แล้วอุ้มเราเข้าป่ามากว่าวันเห็นแม่นมั่นมิใช่ว่ากุมารี
ดำริพลางทางดำรงพระองค์นั่งค่อยลูบหลังเลียบประโลมนางโฉมศรี
พี่แสนยากจากวังมาครั้งนี้เห็นสุนีบาตเหมือนเพื่อนชีวิต
มิม้วยมอดวอดวายไปภายหน้าจะอุส่าห์โอบอ้อมถนอมสนิท
อย่านบนอบหมอบเมียงมาเคียงชิดให้ชื่นจิตพี่บ้างเหมือนอย่างใจ ฯ
๏ ส่วนพิกลสตรีสุนีบาตเมื่อหน่อนาถมังคลาเธอปราศรัย
จึงนบนอบตอบตามเนื้อความในพระเป็นใหญ่ในฝรั่งทั้งลังกา
ที่คู่บุญรุ่นราวสาวสนมควรภิรมย์สมรักนั้นหนักหนา
ฉันลูกเด็กเล็กน้อยติดต้อยมาช่วยรักษาฝ่ายุคลให้พ้นภัย
เสร็จธุระจะต้องลาไม่ช้านักอย่ารื้อรักชักชิดพิสมัย
เชิญพระองค์จงไปชมสนมในฉันมิใช่คนชนิดน่าชิดเชย ฯ
๏ พระฟังนางคลางแคลงใคร่แจ้งจิตถนอมสนิทนางสุนีเจ้าพี่เอ๋ย
ขอถามความตามซื่ออย่าถือเลยเจ้าคุ้นเคยอยู่ด้วยกันทุกวันมา
ช่วยอุ้มพี่หนีได้จึงใจพี่ให้ปรานีนึกรักเจ้าหนักหนา
จะปลูกฝังหวังสวาทไม่คลาดคลามิควรหนีพี่ยาให้อาวรณ์
ไฉนเล่าเจ้าจึงว่าจะลาจากประหลาดหลากเหลือเสียดายสายสมร
อย่าปละเปลื้องเคืองขัดถึงตัดรอนจะผันผ่อนหย่อนตามแต่ทรามวัย ฯ
๏ นางฟังปลอบขอบคุณการุญโปรดสมาโทษทูลแจ้งแถลงไข
ด้วยองค์พระมหาสุราลัยบัญชาให้ฉันลงมาเป็นทารก
ช่วยธุระพระองค์ให้คงชีพแล้วกลับรีบไปรักษาพลาหก
แม้มีผัวชั่วช้าอุลามกจะต้องตกอยู่แผ่นดินสุดสิ้นฤทธิ์
ซึ่งอุ้มแอบแนบกายแต่ภายนอกก็ได้ดอกด้วยบัญชาประกาศิต
ซึ่งออกโอษฐ์โปรดเกล้าให้เข้าชิดเป็นจนจิตจำขัดพระอัธยา ฯ
๏ พระฟังคำร่ำว่านิจจาเอ๋ยจะกลับเลยละให้อาลัยหา
เคยอยู่ด้วยช่วยพี่รอดชีวาทุกเวลาเช้าเย็นเคยเห็นกัน
แม้จากไปไหนพี่จะมีสุขจะแสนทุกข์แทบชีวาจะอาสัญ
ถึงสตรีมีดื่นสักหมื่นพันไม่เหมือนขวัญเนตรพี่เพื่อนชีวิต
จงอยู่วังลังกาเถิดอย่ากลับจะประคับประคองถนอมเป็นจอมจิต
ประการหนึ่งถึงมิได้เหมือนใจคิดขอชื่นชิดเชยชมให้สมรัก
พระปลอบนางพลางแอบแนบถนอมค่อยโอบอ้อมอุ้มนางขึ้นวางตัก
ประคองกอดสอดสนิทจุมพิตพักตร์นางกระดักกระดิกกระเดียมอายเหนียมชาย
พระยียวนชวนชิดนางบิดพลิ้วแต่เพียงผิวพอจะน้อมยอมถวาย
จะสิ้นฤทธิ์คิดเฉลียวเสียวเสียดายต่อศึกวายวันอื่นจึงชื่นชม
จะได้เดินเชิญพระองค์ไปส่งด่านเป็นทหารแล้วจึงจะเป็นสนม
พลางแอบองค์ทรงธรรม์ให้บรรทมเคลิ้มหลับในไพรพนมใต้ร่มรัง ฯ
๏ พอเช้าตรู่รู้สึกนึกวิตกศึกจะยกวกทางมาข้างหลัง
พอเห็นทางนางสุนีมีกำลังเชิญขึ้นนั่งบนบ่าแบกพาเดิน
ผินพักตร์ต่อหรดีวิถีทิศสำแดงฤทธิ์เร็วเราะดังเหาะเหิน
ข้ามละหานชานเขาลำเนาเนินพระเพลิดเพลินพลอยสบายเคลื่อนคลายใจ
ให้นางอุ้มจุมพิตสนิทแนบชะอ้อนแอบอุ่นจิตพิสมัย
สัพยอกหยอกนางมากลางไพรชมนกไม้ต่างต่างสล้างเรียง
ต้นร้อยลิ้นอินทร์จันทน์ขนันขนุนหอมกลิ่นกรุ่นตูมตาดมะหาดเหียง
ฝางฝาหรั่งทั้งอินทนิลพะเนียงเสลาเสลี่ยงแสลงพันกรวยกันเกรา
กระถินกระทุ่มตูมกามณฑาเทศตะโกเกดแก้วงอกตามซอกเขา
เคี่ยมคล้อเขลงเต็งตะเคียนกระเบียนกระเบาเข็มคัดเค้าสาวหยุดพุดพะยอม
พระชมชื่นยื่นเล็บเก็บนางคลี่ให้สุนีบาตชมแซมผมหอม
นางเก็บจันทน์คันธรสประณตน้อมถวายจอมกษัตริย์ตรัสชมเชย
เห็นนมนางข้างเขาเต่งเต้าตั้งพระรอรั้งเรียกสุนีเจ้าพี่เอ๋ย
มันน่ารักจักใคร่ได้กระไรเลยนางขวยเขินเมินเฉยแกล้งเลยเดิน
ดูไม้สูงฝูงนกวิหคจับบ้างเรียกรับร้องเร้าริมเขาเขิน
นกแซงแซวแก้วกรอดพูดพลอดเพลินที่หว่างเนินนกยูงเป็นฝูงฟ้อน
ทั้งไก่ฟ้าพระยาลอขันจ้อเสียงเค้าโมงเมียงมาจับสลับสลอน
กระลุมพูคู่เคียงประเอียงอรขมิ้นอ่อนป้อนลูกยอดมูกมัน
ฝูงสร้อยร้าบ้าระบุ่นนกขุนแผนกระเหว่ากระแวนสัตวากระทาขัน
กระลิงกระลางกางเขนเบญจวรรณนกนวลจันทร์จิบจาบคุ่มขาบเคียง
บนเขาสูงฝูงหงส์บุหรงร้องดังพิณก้องกังวานประสานเสียง
ระวังไพรไก่แก้วแจ้วจำเรียงวิเวกเพียงพิณพาทย์สวาทวอน ฯ
๏ ต่างชมเพลินเดินมาเวลาพลบพอพานพบพวกตามหลามสลอน
เชิญพระองค์ทรงรถบทจรจากดงดอนด่วนมาเมืองป่าตาล
ขึ้นประทับพลับพลาฝ่ายฝรั่งมาพร้อมพรั่งทั้งพระน้องกับสองหลาน
พระเล่าตามความหลังแล้วสั่งการให้ทหารตรวจตราเตรียมอาวุธ
ทั้งนายไพร่ให้พร้อมทุกป้อมค่ายหอรบรายเรียงรับสัประยุทธ์
แล้วคิดอ่านการรณรงค์จะยงยุทธ์เราเสียด่านชานสมุทรสุดเสียดาย
ด้วยเดิมทีตีได้ดังใจนึกพวกข้าศึกเสียทีแตกหนีหาย
ทหารเราเบาใจทั้งไพร่นายจึงเสียค่ายเมืองใหม่แก่ไพรี
เราแตกยับอัปราฝ่ายข้าศึกจะเหิมฮึกรบพุ่งถึงกรุงศรี
จะผันแปรแก้ไขอย่างไรดีจึงจะตีคืนได้เมืองใหม่มา ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งฟังถามสิ้นความรู้ไม่มีผู้สามารถอาจอาสา
แต่องค์พระวลายุดานุชาจึงทูลว่าไพรีมีกำลัง
ครั้นตีแตกแยกยับกลับตลบสมทบรบเราได้ดังใจหวัง
อย่าโดยด่วนข้าขอให้รอรั้งบอกพระสังฆราชครูให้รู้ความ
ท่านเคยศึกลึกล้ำช่วยกำจัดจึงจะตัดศึกเตียนที่เสี้ยนหนาม
เห็นชนะจะได้ตรงออกสงครามคิดปราบปรามไพรีให้มีชัย ฯ
๏ พระมังคลาว่าชอบท่านรอบรู้เคยรบสู้ดูแลคิดแก้ไข
ให้เขียนบอกลอกฉบับแล้วฉับไวให้ม้าใช้ไปลังกาบอกอาจารย์
แล้วตรัสสั่งบังอลูคนรู้รอบรีบไปลอบสั่งเวรเกณฑ์ทหาร
ยี่สิบหมื่นปืนผาอย่าช้าการมาเมืองด่านได้สมทบรบไพรี ฯ
๏ บังอลูผู้ถือหนังสือลับต่างกำชับเรียกหากะลาสี
สะพายย่ามตามออกนอกบุรีขึ้นม้าขี่ควบตรงเข้าดงดาน
ถึงระยะประทับหยุดยับยั้งมีตึกตั้งโต๊ะเรียงเลี้ยงทหาร
อิ่มแล้วไปไม่ขาดราชการเป็นย่านย่านเรียดทางไปกลางไพร
ถึงเวียงวังลังกาเข้าอาวาสกราบพระบาทหลวงแจ้งแถลงไข
พระอาจารย์อ่านอักษรแล้วถอนใจจึงว่าอ้ายนอกครูทำจู่โจม
จับพวกพ้องของตัวมามั่วสุมศึกจึงรุมพร้อมพรักมาหักโหม
ไม่จัดแจงแบ่งเบาค่อยเล้าโลมเที่ยวรุกโรมสงครามทั้งสามเมือง
เออกระนั้นมันจึงได้ดินไหวหวั่นเป็นหมอกควันทุกเวลาท้องฟ้าเหลือง
อ้ายลูกถ่อยพลอยให้ผู้ใหญ่เคืองไม่ได้เรื่องราวทำระยำบอน
จะเกิดทุกข์ยุคเข็ญเสียเป็นแน่หน่อยหนึ่งแม่มันจะมาว่ากูสอน
แกกอดเข่าเจ่าจุกเป็นทุกข์ร้อนแล้วลุกถอนใจใหญ่เข้าในกุฎี
ดูตำรับทัพศึกที่ลึกซึ้งเห็นบทหนึ่งชื่อทวาทศราศรี
ผูกผนิดปิดตราไม่ช้าทีให้เสนีมึงเอาไปส่งให้นาย ฯ
๏ ฝ่ายม้าใช้ได้ตำรับไม่ยับยั้งเรียกบ่าวทั้งปวงนั้นรีบผันผาย
ออกหน้าวัดจัดแจงตกแต่งกายขึ้นม้าหมายมุ่งมาเมืองป่าตาล ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ