ตอนที่ ๓๘ นางสุวรรณมาลีข้ามไปเมืองลังกา

๏ ฝ่ายนางสุวรรณมาลีศรีสวัสดิ์นางกษัตริย์ไสยาสน์ให้หวาดไหว
ด้วยสามีวิปริตในจิตใจให้หม่นไหม้มิ่งขวัญก็รัญจวน
คิดถึงพระอภัยที่ไปทัพนอนไม่หลับเลยให้อาลัยหวน
ได้ลำบากยากแค้นแม้นประชวรจะคร่ำครวญถึงน้องตรึกตรองตรอม
สรงเสวยเคยอร่อยจะถอยรสต้องออมอดโอ้พระรูปจะซูบผอม
เข้ารบพุ่งฟุ้งฝุ่นจะมุ่นมอมทูลกระหม่อมเมียเอ๋ยมิเคยเป็น
นางครวญคร่ำรำลึกจนดึกดื่นหลับลงคืนวันนั้นให้ฝันเห็น
ว่าเดือนหงายฉายช่วงดวงกระเด็นมาติดเป็นเพลิงร้อนเผากรกาย
แล้วสตรีมีศัสตราวิ่งมาตัดทั้งสองหัตถ์นางนาฏนั้นขาดหาย
ความเจ็บแสบแทบไม่รอดจะวอดวายพอมีชายเหาะมาแต่ปราจิม
เอาน้ำมันมาให้ใส่เป็นขวดที่เจ็บปวดหายเห็นเป็นปัจฉิม
แล้วซ้ำหยิบทิพรสให้ซดชิมนางกลืนอิ่มอมฤกรู้สึกองค์
พอรุ่งรางนางคิดนิมิตฝันยิ่งหวาดหวั่นพรั่นจิตพิศวง
หรือผ่านเกล้าเข้าประจญรณรงค์จะเสียองค์อับปางเป็นอย่างไร
หรือว่าการบ้านเมืองจะเคืองเข็ญหรือจะเป็นสุริย์วงศ์พระองค์ไหน
จะเกิดเหตุเภทพาลประการใดจึงดลใจให้วิบัติอัศจรรย์
ดำริพลางทางให้หาโหราเฒ่าเข้ามาเฝ้าเล่าตามเนื้อความฝัน
พระโหรดูรู้โชคโฉลกวันฝันว่าจันทร์แจ่มฟ้าในราตรี
ต้องตำราว่าหญิงช่วงชิงคู่ไปเป็นชู้เชยชมประสมศรี
ซึ่งเดือนหงายกลายเห็นเป็นอัคคีต้องอินทรีย์สายสมรให้ร้อนรน
จะเกิดความลามลุกถึงยุคเข็ญให้จำเป็นรวนเรระเหระหน
ซึ่งหัตถ์ขาดญาติที่รักร่วมพระชนม์จะมีคนเขามาพรากให้จากไป
ซึ่งมีผู้รู้วิชาคืออารักษ์จะช่วยชักชายแก่มาแก้ไข
อันกลืนน้ำอมฤกนึกสิ่งไรก็จะได้เสร็จสมนิยมยิน
เห็นแม่นมั่นวันนี้จะมีข่าวมาบอกกล่าวให้ประจักษ์ทิศทักษิณ
แล้วอวยชัยให้พระองค์ทรงแผ่นดินได้เพิ่มภิญโญยศปรากฏไป
นางประทานส่านเหลืองเครื่องคำนับดำรัสรับพรพราหมณ์ตามวิสัย
โหรคำนับรับประทานสำราญใจกลับออกไปเคหาพฤฒาจารย์ ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงทรงเสวยเหมือนเคยแล้วชมลูกแก้วสั่งสอนด้วยอ่อนหวาน
ถึงเวลาเคยว่าราชการออกวิมานบุษบกกระจกบัง
เบิกสุวรรณบัญชรสุนทรถามถึงถ้อยความเกี่ยวค้างแต่ปางหลัง
เหล่าลูกขุนทูลละอองอ่านฟ้องดังนางทรงฟังฝ่ายโจทก์จำโนทความ
แล้วสอบคำจำเลยเคยชำระต้องบทพระอัยการวิตถารถาม
พอปากน้ำนำผู้ถือหนังสือพราหมณ์มาทูลความตามที่ทัพถึงอับจน
นางทรงฟังสั่งให้เปิดใบบอกมาอ่านออกเนื้อความตามนุสนธิ์
พราหมณ์วิเชียรโมรากับสานนทั้งสามคนขอประณตบทมาลย์
แด่องค์พระมเหสีผู้มีศักดิ์ซึ่งอยู่รักษาเขตนิเวศน์สถาน
ด้วยกองทัพขับนิกรเข้ารอนราญได้แดนด่านจนกระทั่งถึงลังกา
นางละเวงเกรงทัพไม่รับรบกลับตลบเอาด้วยเล่ห์เสน่หา
ทั้งสามองค์หลงกลด้วยมนตราจะวอนว่าสักเท่าไรไม่ไยดี
พระทรงศักดิ์รักละเวงวัณฬาราชพระนุชนาถเสนหารำภาสะหรี
หน่อนรินทร์สินสมุทรกับบุตรีประเดี๋ยวนี้เข้าไปอยู่ในวัง
สั่งให้ทัพกลับมาพาราผลึกเป็นเสร็จศึกสิ้นตามเนื้อความหลัง
เห็นพระองค์หลงเหลือจะเชื่อฟังเกรงฝรั่งจะทำร้ายเมื่อปลายมือ
ข้าพเจ้าเหล่านี้สิ้นที่พึ่งจนใจจึงแจ้งความตามหนังสือ
เหมือนดินหูอยู่ใกล้กองไฟฮือลมกระพือพัดวับดับชีวัน
ขอองค์พระมเหสีเป็นที่พึ่งช่วยชุบซึ่งชีพพหลพลขันธ์
กลศึกลึกล้ำเป็นสำคัญจะผ่อนผันโปรดปรานประการใด ฯ
๏ นางฟังเรื่องเคืองขัดให้อัดอั้นน้ำเนตรนั้นครั้นจะกลืนก็ขืนไหล
โมโหหึงรึงรุมดังสุมไฟยิ่งแค้นใจสินสมุทรเหมือนบุตรา
อยู่ที่นี่อีผู้หญิงชิงกันเกี้ยวยังโกรธเกรี้ยวกริ้วกราดไม่ปรารถนา
ประเดี๋ยวนี้อีฝรั่งชาวลังกามันชักพาเอาไปติดกับบิตุรงค์
ชิชะพระอนุชาก็น่าแค้นทำหนุ่มแน่นลองเชิงละเลิงหลง
ยังสอนหลานหว่านเครือเอาเชื้อวงศ์จะบอกองค์อัคเรศเกษรา
ดำริพลางนางว่ากับข้าเฝ้าพระผ่านเกล้ากลับชาติศาสนา
จำจะตามข้ามฝั่งไปลังกาให้เรือใช้ไปหาสุดสาคร
แล้วก็ให้ไปบุรีรมจักรแจ้งพระอัคเรศความตามอักษร
เร่งชำระพระที่นั่งเมืองมังกรกับเรือจรเจ็ดลำเป็นกำลัง
พอป้องกันอันตรายทั้งซ้ายขวาเป็นกองหน้าปีกป้องทั้งกองหลัง
สั่งเสร็จสรรพหับบานบัญชรบังเหมือนจะคลั่งเป็นบ้าเพราะสามี
พอมารดาพาสองพี่น้องน้อยมานั่งคอยจะใคร่ถามความกรุงศรี
จึงเล่าเรื่องเมืองลังกาพระสามีประเดี๋ยวนี้เธออยู่ปรางค์นางละเวง ฯ
๏ พระชนนีขี้หึงเหมือนหนึ่งลูกฟังไม่ถูกในอารมณ์ว่าข่มเหง
ทำมนตรายาแฝดมันแปดเพลงอีละเวงนั้นและลูกทำหยูกยา
จะโกรธพระอภัยอย่างไรเล่าเธอมัวเมาไปด้วยมนต์ดลคาถา
ยุหลานน้อยสร้อยสุวรรณจันทร์สุดาช่วยกันด่าอีละเวงอย่าเกรงมัน
พระธิดาว่ามิใช่พระไม่ทราบถ้าเข็ดหลาบแล้วก็ใจไม่ใฝ่ฝัน
นี่ท้าวเธอเอออวยไปด้วยกันกระหม่อมฉันจะขอลาฝ่าธุลี
ไปลังกาพาลูกน้อยฉันไปด้วยจะได้ช่วยด่าวัณฬามารศรี
คงได้ปะพระอภัยเป็นไรมีมะรืนนี้ลูกจะลาพระคลาไคล ฯ
๏ พระมารดาว่าจะใคร่ตามไปด้วยจะได้ช่วยพูดจาอัชฌาสัย
นางกราบบาทมารดาพระอย่าไปอยู่วังในไว้ยศให้งดงาม
ลูกจะไปครั้งนี้ถึงศีรษะใครจะฉะเสียให้เด็ดไม่เข็ดขาม
แม้การนี้มิเสร็จสำเร็จความมิขอข้ามคืนมายังธานี ฯ
๏ ฝ่ายเสนามานั่งสั่งเสมียนให้เร่งเขียนสารสองบุรีศรี
ครั้นเสร็จสรรพพับปิดผนิดดีให้เสนีเรือใช้รีบไคลคลา
บ้างจัดแจงแต่งเรือพระที่นั่งบัลลังก์มังกรประกอบมีกรอบฝา
บุษบกกระจกกระจังบนหลังคาท้ายเภตราแวววามอร่ามเรือง
อันหัวท้ายสายชโลงระโยงแย่งสร้อยทองแดงใบดาดล้วนตาดเหลือง
มาเทียบจอดทอดท่าที่หน้าเมืองทั้งเรือเครื่องรองทรงปักธงทอง
กองหน้าหลังตั้งกันกำปั่นแห่ใส่ใบแพรสีฉาดผาดผยอง
ปักธงเทียวเขียวเหลืองดูเรืองรองตีฆ้องกลองแตรสังข์ตั้งกระบวน ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์พระมเหสีสุมาลีเศร้าสร้อยละห้อยหวน
ครั้นโหรเบิกฤกษ์พาเวลาจวนจึงตรัสชวนสองธิดาสรงวารี
แล้วโฉมยงทรงเครื่องแต่เก่าเก่าด้วยยามเศร้าซูบหมองไม่ผ่องศรี
ใส่เครื่องทรงมงกุฎพระบุตรีพระอัยกีตามส่งมาลงแพ
พวกแสนสาวชาววังร้องสั่งห้องเสียงแซ่ซ้องสั่งต่อกันจ๋อแจ๋
พอฤกษ์ดีตีฆ้องฆาตกลองแตรทหารแห่โห่ทั้งเรือดั้งกัน
นางกราบกรานมารดาทูลลาแล้วชวนลูกแก้วทั้งสองประคองขวัญ
พระพี่เลี้ยงเคียงคลอจรจรัลลงกำปั่นพระที่นั่งบัลลังก์ทอง
สร้อยสุวรรณจันทร์สุดาอยู่ขวาซ้ายเจ้าขรัวนายนั่งระวังอยู่ทั้งสอง
ออกจากท่าหน้าเมืองมาเนืองนองเป็นหลั่นล่องเลื่อนมาอ่าวสาคร
นางทรามเชยเคยทะเลมาหลายครั้งนางชาววังเคยคลื่นนั่งยืนสลอน
พอเวลาสายัณห์ตะวันรอนลมอ่อนอ่อนออกกลางให้กางใบ
บ่ายกำปั่นลั่นปืนเสียงครื้นครึกแลพิลึกลำทรงทวนธงไสว
ทั้งหน้าหลังดั้งกั้นเป็นหลั่นไปต่างใช้ใบลอยสล้างกลางคงคา ฯ
๏ ฝ่ายสุวรรณมาลีศรีสมรเผยบัญชรฉากฉายทั้งซ้ายขวา
ชวนลูกน้อยสร้อยสุวรรณจันทร์สุดาชมฝูงปลาแปลกอย่างต่างต่างกัน
หมู่ราหูงูเงือกขึ้นเกลือกกลอกตามระลอกลมกระพือหือรือหัน
ฉนากฉลามตามคลื่นนับหมื่นพันบ้างดำดั้นโดดดิ้นในสินธู
เห็นมัจฉาหน้าคนขึ้นกล่นเกลื่อนต่างเคล้าเพื่อนเหมือนมนุษย์สุดอดสู
เหราร้ายว่ายล่องขึ้นฟ่องฟูเป็นคู่คู่เขาไม่พลัดกระจัดกระจาย
แต่ตัวน้องท่องเที่ยวมาเปลี่ยวจิตไม่มีมิตรเหมือนมัจฉาปลาทั้งหลาย
ยิ่งรำลึกนึกฝืนสะอื้นอายจะเหลียวซ้ายแลขวาก็น่ากลัว
พอเย็นย่ำค่ำพลบดูกลบกลุ้มท้องฟ้าคลุ้มคล้ำหมดสลดสลัว
เหมือนมืดในใจน้องให้หมองมัวมาตามผัวผัวก็ไม่อาลัยแล
ชิชะพระอภัยพระทัยเอ๋ยเจ็บก็เคยยังไม่จำยังซ้ำแผล
รู้ว่าต่อแล้วยังล่อมาตอแยไม่เจียมแก่เกี้ยวชู้จนอยู่มัน
ยิ่งคิดแค้นแสนรักสลักอกแสนวิตกแต่ชั้นหลับก็กลับฝัน
ข้ามทะเลเตร่เตร็จมาเจ็ดวันถึงเขตคันขอบฝั่งข้างลังกา
ขึ้นเมืองใหม่ไพร่พลอลหม่านนายทหารรมจักรอยู่รักษา
ทราบว่าพระมเหสีบุตรีมาต่างก็หามันกลอยกล้วยอ้อยตาล
มารวบรอมพร้อมพรั่งตั้งถวายนางทักทายถามสิ้นถึงถิ่นฐาน
สั่งให้จัดเสื้อผ้ามาประทานกรมการกราบก้มประนมกร ฯ
๏ นางตรัสสั่งทั้งหลายพวกนายทัพเราจะยับยั้งทหารชาญสมร
ถึงช้าหน่อยคอยท่าสุดสาครมาถึงก่อนจึงจะยกขึ้นบกไป
พวกนายทัพรับสั่งอยู่พรั่งพร้อมนอนกองล้อมวงวังตั้งอาศัย
ถึงราตรีตีฆ้องให้กองไฟประทับอยู่เมืองใหม่พร้อมไพร่นาย ฯ
๏ ฝ่ายเรือข่าวชาวผลึกออกลึกแล่นไปตามแผนที่ทะเลคะเนหมาย
ทุกคืนค่ำร่ำแล่นแสนสบายให้ท้องสายสาคเรศประเทศธาร
ลำหนึ่งถึงพาราการะเวกเข้าหาเอกอำมาตย์แจ้งราชสาร
เวลาเฝ้าเข้าท้องพระโรงธารทูลแล้วอ่านออกความตามสารา ฯ
๏ ในราชสารสุมาลีศรีสวัสดิ์เชิญกษัตริย์ทรงยศโอรสา
ให้รีบตามข้ามฝั่งไปลังกาช่วยบิดาเหมือนได้แก้มาแต่เดิม
เมื่อได้รูปซูบบ้างพอยังชั่วนี่ได้ตัวสมนึกยิ่งฮึกเหิม
ประเดี๋ยวนี้พี่ยาทั้งอาเติมไปพูนเพิ่มพิสมัยอยู่ในวัง
แล้วยกความพราหมณ์บอกนั้นออกอ่านราชสารเบื้องต้นแต่หนหลัง
พระลูกยามาช่วยด้วยสักครั้งแม่จะรั้งรอท่าอย่าช้าการ ฯ
๏ กษัตริย์สุริโยไทยได้สดับเป็นเรื่องรับรสรักสมัครสมาน
ผิดขนบรบสู้แต่บูราณจึงบรรหารตรัสว่าสุดสาคร
จงพาสองน้องรักรีบไปช่วยอย่าเข้าด้วยพวกฝรั่งนะฟังสอน
สนองบาทราชการพระมารดรดูผันผ่อนหน้าหลังระวังภัย
พระบิดาอาพี่เจ้าดีนักเข้ารบรักรักติดปลิดไม่ไหว
เดี๋ยวนี้เล่าเจ้าก็รุ่นเหมือนฟุนไฟจะไปใกล้ดินดำพ่อรำคาญ
อย่าคบค้าฝรั่งจะพลั้งพลาดตัดให้ขาดความรักหักประหาร
ช่วยชีวิตบิตุรงค์ทั้งวงศ์วานสำเร็จการแล้วก็พากันมาเมือง ฯ
๏ สุดสาครอ่อนน้อมว่าหม่อมฉันถึงทุกวันนี้ยังทรงหนังเสือเหลือง
เหมือนหนึ่งเณรเจนจิตคิดเนืองเนืองมิได้เปลื้องกาสาของอาจารย์
ถ้าแผ่นดินสิ้นทุกข์สิ้นยุคเข็ญบ้านเมืองเป็นผาสุกสนุกสนาน
ได้ไปลาตาที่เกาะพิสดารกระหม่อมฉานจึงจะสึกเหมือนตรึกตรอง ฯ
๏ พระบิดาว่าอย่าเชื่อหนังเสือเหลืองกลัวจะเปลื้องมิใคร่ทันเหมือนฉันของ
แม้ใกล้ชิดคิดคบสบทำนองหนังเสือครองหรือจะขัดจะทัดทาน
ท่านผู้รู้ผู้สำเร็จยังเข็ดรักไม่ปลอมปลักปลีกไปเสียไพรสาณฑ์
แม้อยู่เฝ้าเคล้าเคลียจะเสียการจงคิดอ่านออกองค์ให้จงดี ฯ
๏ พระรับสั่งบังคมประนมสนองไม้เท้าของครูให้เคยไล่ผี
ถึงเสน่ห์เล่ห์ลมอาคมดีเอาไม้ตีหายฤทธิ์ประสิทธิ์นัก
ซึ่งโปรดให้ไปกับสองพระน้องนั้นเป็นห่วงฉันเหลือจะห่วงเพียงทรวงหัก
กนิษฐานารีเป็นที่รักใครรู้จักทักทายก็อายใจ
ขอให้อยู่บูรีที่ปราสาทให้รองบาทพระบิดาอัชฌาสัย
แต่องค์พระอนุชาจะพาไปด้วยจะได้เห็นหน้าปรึกษากัน ฯ
๏ ฝ่ายนงเยาว์เสาวคนธ์วิมลโฉมงามประโลมรุ่นราวดังสาวสวรรค์
สิบเอ็ดปีศรีปลั่งเพียงเพ็งจันทร์ไม่เว้นวันเล่นสนุกตุ๊กตา
เคยนอนหลับกับพระสุดสาครพี่ด้วยถ้อยทีซื่อตรงเหมือนวงศา
ครั้นเจ้าพี่มิให้นางไคลคลาพระชลนาผอยผอยด้วยน้อยใจ
จึงว่าชะพระพี่นี้เป็นหนุ่มจะต้องอุ้มต้องถือหรือไฉน
เมื่อคราวนั้นนั่นเป็นไรจึงให้ไปประเดี๋ยวนี้ทำไมจึงอายคน
หรือน้องนี้ขี้ฉ้อทรลักษณ์ให้ขายพักตร์พระเจ้าพี่สักกี่หน
ทั้งผูกแก้วแววตารักษาตนไม่กลัวคนใครจะกล้ามาว่าไร ฯ
๏ พระเชษฐาว่าถ้าแม้เหมือนแต่ก่อนยังเด็กอ่อนก็ไม่ห้ามตามวิสัย
ประเดี๋ยวนี้ว่าพี่มิพาไปใครใช้ให้เป็นสาวขึ้นเล่าน้อง
พี่ปรานีมิพาไปให้ได้ยากจะต้องตากลมฝนจะหม่นหมอง
ธรรมเนียมสาวเขาก็เพียรเรียนร้อยกรองจะเที่ยวท่องไปทำไมมิใช่การ ฯ
๏ นางว่าชะปรานีหนอพี่เจ้าเขารู้เท่าดอกอย่ามาเฝ้าว่าขาน
ถ้าไปด้วยฉวยจะขัดจะทัดทานจะเสียการพี่ยาไม่พาไป
แต่เขาอ้วนขึ้นก็เห็นว่าเป็นสาวแกล้งว่ากล่าวแค้นน่าน้ำตาไหล
ส่วนองค์พระอนุชาจะพาไปเป็นผู้ใหญ่ลำเอียงไม่เที่ยงธรรม์ ฯ
๏ พระบิตุราชมาตุรงค์ทรงพระสรวลจึงว่าควรเขาเป็นชายต้องผายผัน
เจ้าจงอยู่ดูสุรางค์นางกำนัลทะเลาะกันเปล่าเปล่าไม่เข้าการ
แล้วตรัสสั่งเสนาวายุพัดจงเร่งรัดเภตราโยธาทหาร
ให้พี่น้องสองตามความสำราญทั้งตัวท่านจงไปด้วยช่วยระวัง ฯ
๏ อำมาตย์รับอภิวาทมาบาดหมายทหารฝ่ายฝึกฝนแต่หนหลัง
เลกขุนนางต่างกรมสมกำลังมาพร้อมพรั่งไพร่นายเร่งจ่ายปืน
แล้วแต่งลำกำปั่นสุวรรณมาศใส่ใบตาดใหญ่น้อยสักร้อยผืน
ผลัดเชือกเสาเพลานอกสายรอกยืนประจำปืนท้ายหน้าจังก้าตรง
ทั้งปืนช่องสองข้างสล้างสลับแล้วเสร็จสรรพฟ่องฟูดูระหง
ทั้งเรือเครื่องเฟื่องฟ่องเรือรองทรงปักทวนธงทอดท่าในสาคร
คนประจำลำละพันล้วนสันทัดถือหอกซัดขัดดาบกำซาบศร
เคยตามเจ้าห้าวหาญรบราญรอนเสด็จจรจึงประจำอยู่ลำทรง ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อปรเมศเกศกษัตริย์ชวนพระหัสไชยน้องเข้าห้องสรง
โซมสุคนธ์ปนทองทั้งสององค์แล้วต่างทรงผ้าต้นกำพลรัต
คาดกระสันปั้นเหน่งดูเปล่งปลั่งพระสอดสังวาลวิเชียรเฉวียนฉวัด
ตาบประดับทับทรวงดุนดวงชัดพาหุรัดทองกรสอดซ้อนซับ
ทรงมหามงกุฎบุษย์กระจายกรรเจียกพรายพร่างไสวดอกไม้ประดับ
อุบะห้อยพรอยแพรววาวแวววับครั้นเสร็จสรรพจับไม้เท้าของเจ้าตา
พระน้องนาถอาจองทรงพระขรรค์จรจรัลตามเสด็จพระเชษฐา
ไปห้องทองสองกษัตริย์ขัตติยาต่างทูลลากราบก้มบังคมคัล
พระเชษฐาลาเสาวคนธ์น้องอย่าขัดข้องเคืองค้อนให้พรฉัน
พี่จะไปไม่ช้าสิบห้าวันจะพากันกลับมายังธานี ฯ
๏ นางเสาวคนธ์อ้นอั้นให้ตันจิตไม่นั่งชิดเชษฐาผินหน้าหนี
มิไปไยไปดีก็มาดีฉันไม่มีพี่น้องจึงต้องอาย
สะอื้นอั้นกลั้นไว้อยู่ในหน้าส่วนน้ำตากลืนกลั้นมันไม่หาย
ยิ่งแค้นหนักหักมั่งยิ่งพรั่งพรายทั้งพี่ชายชลนัยน์ก็ไหลนอง
พระวงศ์วานมารดากับบิตุเรศน้ำพระเนตรหล่อหลั่งด้วยทั้งสอง
พอฤกษ์งามยามดีเขาตีฆ้องพระพี่น้องกราบก้มบังคมลา
พระบิตุราชมาตุรงค์พงศ์กษัตริย์อวยสวัสดิ์ทรงยศโอรสา
ต่างตามส่งลงกำปั่นกลั้นน้ำตาพระเรียกหาม้ามังกรขึ้นตอนท้าย
หน่อกษัตริย์หัสไชยนั้นได้สิงห์ร้องเรียกวิ่งตามได้ดังใจหมาย
ต่างโปรดปรานพานทองรองปลาตายให้กินหลายเวลาประสาใจ
แล้วตั้งโห่โล้ออกไปนอกอ่าวพอลมว่าวริ้วริ้วหวิวหวิวไหว
ได้ฤกษ์ดีตีฆ้องทั้งกลองชัยต่างใช้ใบเรียงตามกันหลามลำ
ต้นหนนั่งตั้งเข็มให้เล็มแล่นไปตามแผนภูมิพื้นทุกคืนค่ำ
ด้วยอยู่เยื้องเมืองผลึกออกลึกล้ำได้ลมร่ำรีบมาไม่ราใบ ฯ
๏ สุดสาครกับพระน้องอยู่ห้องท้ายฝาพระฉายฉากช่องม่านสองไข
เฝ้าพูดพลอดกอดรัดพระหัสไชยหวนอาลัยโฉมเฉลาเสาวคนธ์
จะเหลียวกลับลับนุชสุดสังเกตน้ำพระเนตรหยดย้อยดังฝอยฝน
นิจจาเอ๋ยเคยมาในสาชลเป็นสามคนขาดหน้าก็อาลัย
อนุชาว่าพระองค์ทรงกันแสงฉันไม่แจ้งเคืองเข็ญเป็นไฉน
พระว่าพี่นี้นึกรำลึกไปให้อาลัยกนิษฐาจึงจาบัลย์
พระน้องพลอยรำลึกสะอึกสะอื้นไม่ฝ่าฝืนฟุบแฝงกันแสงศัลย์
พอโพล้เพล้เวลาเข้าสายัณห์พระรับขวัญนุชน้องประคองเคียง
สั่งให้เหล่าสาวสุรางค์นางน้อยน้อยร้องดอกสร้อยลำนำเฉื่อยฉ่ำเสียง
ประสานซอหน้าทับรับจำเรียงเสียงพร้อมเพรียงเพราะพร้องทำนองใน
อนุชาว่าพระพี่ช่วยตีทับฉันจะขับตามประสาอัชฌาสัย
โอ้แลเหลียวเปลี่ยวสุดสมุทรไทจะแลไหนน้องก็เปล่าเศร้าวิญญาณ์
จะแลซ้ายสายเนตรน้องพรายพร่างเห็นแต่หว่างวงทะเลกับเวหา
จะแลแหงนแสนสูงสุดสายตาเห็นแต่ฟ้าหมอกเมฆวิเวกใจ
จะแลขวาสาครกระฉ่อนคลื่นไม่มีพื้นพสุธาจะอาศัย
โอ้เปลี่ยวสิ้นดินฟ้านภาลัยเหมือนเปลี่ยวในใจฉันทุกวันเอย ฯ
๏ สุดสาครกรกอดว่ายอดมิ่งพ่อขับพริ้งเพราะพร้องจริงน้องเอ๋ย
จะขับมั่งฟังความนะทรามเชยแล้วทรงเอ่ยเอื้อนเสียงสำเนียงนวล
โอ้ยามหนาวดาวเคลื่อนเดือนก็คล้อยน้ำค้างพร้อยพร่างพรมเมื่อลมหวน
คิดถึงเนื้อเจือจันทร์ยิ่งรัญจวนเหมือนจะชวนชื่นจิตคิดคำนึง
เสาวคนธ์มณฑาจำปาเทศมาลับเนตรให้พี่นึกรำลึกถึง
แก้วพี่เอ๋ยเคยเฝ้าแต่เคล้าคลึงเมื่อไรจึงจะได้มาเห็นหน้าน้อง
โอ้แลเหลียวเปลี่ยวใจให้ละห้อยสงสารสร้อยเสาวคนธ์จะหม่นหมอง
มาลับนุชสุดสงวนนวลละอองกอดแต่น้องน้อยอุ่นละมุนทรวง
พระขวัญเอ๋ยเคยนอนบรรจถรณ์แท่นมาเที่ยวแล่นเรือเร่ทะเลหลวง
โอ้ดวงเดือนเหมือนจะส่องให้ต้องดวงพระพักตร์พ่วงผ่องเพียงจะเคียงเดือน
ถึงดินแดนแผ่นฟ้าจะหาอื่นมาชูชื่นจิตพี่ไม่มีเหมือน
ขนงเนตรเกศแก้มแย้มยิ้มเยื้อนเหมือนจะเตือนอารมณ์ให้ชมเอย ฯ
๏ พระน้องน้อยพลอยฟังให้วังเวกเอกเขนกนิ่งหลับกับเขนย
พระเอนแอบแนบน้องประคองเชยพระกรเกยกอดประทับเลยหลับไป ฯ
๏ สุดสาครนอนวันนั้นก็ฝันร้ายว่าลงว่ายกลางมหาชลาไหล
ไม่เห็นฝั่งดังชีวันจะบรรลัยปะงูใหญ่ผุดขึ้นพบได้รบกัน
มันกอดเกี้ยวเกลียวกลมจมสมุทรทะลึ่งผุดเพียงชีวาจะอาสัญ
แต่พอแม่มัจฉาว่ายมาทันได้ดื่มถันกล้ำกลืนค่อยชื่นใจ
พระโยคีที่เป็นครูมาอยู่ด้วยที่เจ็บป่วยบาดแผลท่านแก้ไข
พอพลิกฟื้นตื่นตะลึงคะนึงในจนรุ่งให้โหรทายให้หายแคลง ฯ
๏ โหรชำระพระสุบินจนสิ้นเสร็จไล่ฤกษ์เกร็ดคูณหารวิตถารแถลง
ฝันว่าว่ายสายสมุทรจนสุดแรงจะพลัดแพลงถิ่นฐานรำคาญเคือง
ซึ่งงูรัดกัดขบจะพบคู่ได้สมสู่กับสตรีฉวีเหลือง
ข้างต้นร้ายปลายมือรื้อประเทืองจะรุ่งเรืองฤทธิรงค์สืบวงศ์วาน ฯ
๏ พระรับพรถอนฤทัยใจเห็นแน่นึกถึงแม่มัจฉาน่าสงสาร
ลูกพลัดพรากจากมาก็ช้านานคิดรำคาญเคืองเข็ญมิเห็นกัน
หรือเมื่อค่ำรำลึกนึกถึงลูกจิตจึงผูกผ่านเกล้ามาเข้าฝัน
ยิ่งรำลึกตรึกตรายิ่งจาบัลย์สะอื้นอั้นอ่อนองค์ลงโศกา ฯ
๏ หน่อกษัตริย์หัสไชยเข้าไปกอดชะอ้อนพลอดถามเหตุพระเชษฐา
พระเป็นไรไม่แถลงแจ้งกิจจาเฝ้าโศกาบ่อยบ่อยจะถอยแรง
คิดถึงใครให้ประจักษ์บ้างสักหน่อยฉันจะพลอยทุกข์ด้วยช่วยกันแสง
อย่าปิดงำอำพรางให้คลางแคลงน้องไม่แพร่งพรายให้ผู้ใดฟัง ฯ
๏ สุดสาครถอนสะอื้นสู้กลืนกล้ำสุดจะร่ำเรื่องต้นแต่หนหลัง
จึงว่าพี่นี้อาลัยถึงในวังคิดถึงทั้งบิตุราชมาตุรงค์
แม่นงเยาว์เสาวคนธ์จะบ่นร่ำทุกเช้าค่ำขาดเคยเสวยสรง
พระน้องพลอยกำสรดสลดลงกันแสงทรงโศกาด้วยอาลัย
พระแย้มสรวลชวนน้องเข้าห้องสรงสำอางองค์เอี่ยมละอองดูผ่องใส
ขึ้นบัลลังก์บังลมที่ร่มใบพระหัสไชยเอนทับลงกับเพลา
พลางทูลถามนามมหาสาคเรศทุกขอบเขตโขดเกาะละเมาะเขา
สุดสาครอ่อนโน้มประโลมเล้าแล้วตรัสเล่าเขตแขวงตำแหน่งนาม
นับสิบห้าราตรีไม่มีหยุดให้เร่งรุดรีบเสด็จไม่เข็ดขาม
ถึงฟากฝั่งลังกาท่าสงครามต่างไต่ถามแจ้งยุบลพระชนนี
จึงชวนน้องหัสไชยขึ้นไปเฝ้าต่างก้มเกล้ากราบพระมเหสี
สร้อยสุวรรณจันทร์สุดากุมารีต่างไหว้พี่พูดจาหรรษากัน ฯ
๏ นางลดองค์ลงประคองสองโอรสโศกสลดเล่าแจ้งกันแสงศัลย์
พระบิตุรงค์องค์อาเชษฐานั้นไปได้กันกับฝรั่งแล้วคลั่งไคล้
ทั้งสามคู่อยู่ปราสาทราชฐานทิ้งทหารสามพราหมณ์ห้ามไม่ไหว
พ่อมาด้วยช่วยเอ็นดูพระภูวไนยไปแก้ไขเสียให้ฟื้นกลับคืนเป็น ฯ
๏ สุดสาครอ่อนคำนับอภิวาทข้าพระบาทจะขอรับช่วยดับเข็ญ
พระต้องมนต์รนร้อนไม่หย่อนเย็นจึงเคลิ้มเคล้นคลั่งรักสู้หักอาย
จะแก้ไขไล่ตีขับผีสางให้สิ้นรางควานทับก็กลับหาย
แต่อยู่ห่างอย่างนี้ที่ดีร้ายจะมุ่งหมายนั้นไม่แน่เหมือนแลดู ฯ
๏ นางตรัสตอบชอบแล้วลูกแก้วแม่เหมือนช่วยแก้เกียรติยศที่อดสู
แต่ระวังครั้งนี้จะตีงูมันคงสู้หมอแล้วไม่แคล้วเลย
แม้หลงใหลไปเป็นเช่นพระพี่แม่สิ้นที่พึ่งแล้วลูกแก้วเอ๋ย
พลางจูบเกล้าเผ้าผมนั่งชมเชยชวนเสวยพร้อมพรั่งทั้งธิดา
ครั้นสำเร็จเสร็จสรรพกำชับสั่งให้พร้อมพรั่งไพร่นายทั้งซ้ายขวา
พรุ่งนี้เช้าเราจะยกกับลูกยาไปลังกาเตรียมกันให้ทันการ ฯ
๏ พวกนายทัพรับสั่งมาบังคับกำหนดนับหมู่หมวดตรวจทหาร
ทั้งเสนีพี่น้องสองกุมารต่างเตรียมการพร้อมพรั่งริมฝั่งชล
พอแสงทองส่องฟ้าห้ากษัตริย์สรงสหัสธาราดังห่าฝน
น้ำกุหลาบอาบองค์ทรงสุคนธ์ใส่เครื่องต้นตามอย่างต่างต่างกัน
แม้องค์พระมเหสีผู้มียศขึ้นทรงรถพรายเพริศดูเฉิดฉัน
สร้อยสุวรรณจันทร์สุดาวิลาวัณย์ขึ้นร่วมบัลลังก์รถพระกลดบัง
สุดสาครทรงนิลสินธพทหารครบรักษาทั้งหน้าหลัง
พระน้องทรงสิงห์คะนองลองกำลังพลตั้งโห่แห่สังข์แตรเกรียว ฯ
๏ พระพี่น้องกองหน้าพาทหารเข้าดงดานแดนดอนสิงขรเขียว
ดำเนินทางทางรถต้องลดเลี้ยวดูธงเทียวปลายปลิวเป็นทิวไป
นางโฉมยงองค์พระมเหสีทุกข์ทวีไปตามทางหว่างไศล
คิดจะใคร่ได้ดูแต่ภูวไนยเห็นอะไรอย่างอื่นไม่ชื่นตา
แต่พี่น้องสองศรีบุตรีน้อยชะโงกคอยเอื้อมหัตถ์ริมรถา
พอรถเรียงเคียงต้นผลผกาชิงกันคว้าหักกิ่งเก็บปริงปราง
ฝูงสาวสรรค์กัลยาพวกข้าหลวงต่างหยิบช่วงชิงกันอยู่ชั้นล่าง
ที่หอมรื่นยื่นถวายเจ้านายพลางทั้งสองข้างเหน็บรอบริมขอบรถ
สุดสาครขับม้าพาพระน้องเที่ยวเก็บช้องนางหาบุปผาสด
เก็บกระถินอินจันข้างบรรพตมาริมรถให้พระน้องสองบังอร
แล้วอ้อมทางกลางป่ามาหน้าทัพให้เร่งขับพลเดินเนินสิงขร
ครั้บพลบค่ำทำพลับพลาพนาดรประทับนอนรุ่งทวีปแล้วรีบไป ฯ
๏ ถึงดงตาลด่านกลางขุนนางพร้อมต่างนบน้อมนางกษัตริย์ตรัสปราศรัย
ประทานทรัพย์เสื้อผ้าแล้วคลาไคลเสด็จไปถึงเขาเจ้าประจัญ
เห็นปืนรายค่ายคูประตูด่านป้อมปราการแม้นเหมือนหนึ่งเขื่อนขัณฑ์
ยังตีได้ไม่ข้ามถึงสามวันสติปัญญาเลิศประเสริฐชาย
ควรหรือหลงงงงวยไปด้วยหญิงน่าแค้นจริงเป็นเจ้าชู้ไม่รู้หาย
นางหึงหวงง่วงหงิมไม่ยิ้มพรายจนเบี่ยงบ่ายตรัสบัญชาให้คลาไคล
ออกจากเขาเจ้าประจัญเสียงครั่นครึกเข้าดงลึกแดนด่านห้วยธารไศล
เป็นป่าหลวงจวงจันทน์พรรณดอกไม้ทั้งเปลือกใบรากหอมมีพร้อมเพรียง
พฤกษาดอกออกช่อลอออ่อนแย้มเกสรภู่ผึ้งหึ่งหึ่งเสียง
ที่จอมเขาสาวหยุดพุดพุมเรียงลำพักเคียงขอนดอกออกระย้า
นางโฉมยงทรงรถอดไม่ได้เด็ดดอกไม้มาพลางข้างรถา
ให้ลูกน้อยสร้อยสุวรรณจันทร์สุดาจนพ้นป่าไม้หอมตรอมฤทัย
ออกทุ่งกว้างทางเลี่ยนเตียนตะล่งพออัสดงค์เดือนกระจ่างสว่างไสว
รีบเดินพลจนรุ่งถึงกรุงไกรไปค่ายใหญ่ที่ตั้งล้อมลังกา ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ