ตอนที่ ๖๑ สังฆราชบาทหลวงเผาเมืองลังกา

๏ ฝ่ายบาทหลวงล่วงรู้เมื่อสู้รบ ครั้นค่ำพลบพลัดพรายกระจายหนี
จึงนึกว่าพวกฝรั่งรบครั้งนี้ เสียท่วงทีทุกครั้งเพราะยังเยาว์
อ้ายสี่คนพลน้อยจะย่อยยับ เขาหลายทัพถึงจะแก้ก็แพ้เขา
ทั้งพวกพ่อก็จะโกรธทำโทษเรา ว่าบอกเล่าความหลังกับมังคลา
ไม่ถือพระจะทำด้วยอำนาจ ล้วนหยาบคายร้ายกาจนอกศาสนา
ไม่พ้นผิดคิดดูเป็นครูบา อยู่ลังกาน่าที่จะมีภัย
วลายุดามาตีเดี๋ยวนี้เล่า ก็แตกเขาเฝ้าแต่แพ้ต้องแก้ไข
ยังไล่จับสัประยุทธ์จะจุดไฟ ให้เพลิงไหม้มันจะกลับกองทัพมา
แกคิดพลางทางพาบรรดาเด็ก ขึ้นเกวียนเหล็กลูกไฟใส่ซ้ายขวา
เที่ยวบอกเล่าเหล่าฝรั่งว่าลังกา จะขาดชาติศาสนาเป็นป่าไป
ใครถือพระจะสมทบช่วยรบสู้ มาตามกูดูแลจะแก้ไข
ฝรั่งฟังสังฆราชก็หวาดใจ ต่างฉวยได้ดาบหอกออกวิ่งดาม
ต่างรู้ความทำนายทั้งชายหญิง พากันวิ่งตามถนนออกล้นหลาม
ถึงโรงรายท้ายวังหยุดสั่งความ บรรดาตามกูมาช่วยราวี
แม้เกิดไฟไหม้วังคนทั้งหลาย จะแตกตื่นแยกย้ายพลัดพรายหนี
จับกษัตริย์หัสไชยพวกไพรี ผลาญชีวีเสียให้ได้อย่าไว้มือ
แล้วหยิบชุดจุดประทัดทั้งมัดใหญ่ เป็นลูกไฟติดต่อบินปร๋อปรื๋อ
ตกตึกรามลามไหม้เปลวไฟฮือ เสียงอึงอื้ออึกทึกดังครึกครื้น
พวกผู้หญิงวิ่งผวาถลาล้ม ผ้านุ่งห่มหายไปไม่ได้สักผืน
พวกฝรั่งสังฆราชซ้ำสาดปืน ต่างวิ่งตื่นแตกพลัดกระจัดกระจาย
เหล่าล้อมวังนั่งเชิงเทินเนินหอรบ ต่างหลีบหลบล้มควํ่าคะมำหงาย
ทิ้งหน้าที่หนีไฟทั้งไพร่นาย ล้วนวุ่นวายวิ่งพรูทุกหมู่กรม ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์องค์พระมเหสี สุมาลีกับลูกรักนักสนม
อุตลุดยุดเหนี่ยวกันเกลียวกลม บ้างลุกล้มหลบลี้เที่ยวหนีไฟ
เป็นฝูงฝูงจูงกันวิ่งหันเหียน เลี้ยววนเวียนวิ่งวงเที่ยวหลงใหล
ควันตลบกลบกลุ้มมืดคลุ้มไป จนหายใจไม่ใครออกวิ่งซอกซอน
ร้องสั่งให้ไขประตูต่างกรูวิ่ง พวกผู้หญิงชิงกันเบียดเสียดสลอน
อัดหลามหลังคั่งคับแซกซับซ้อน ที่ผ้าผ่อนล่อนแลเห็นแต่กาย
ท้าวทศวงศ์ทรงแกว่งพระแสงง้าว นำแสนสาวชาววังสิ้นทั้งหลาย
พากันออกนอกประตูพบผู้ชาย ฝรั่งรายรุมจับพระรับรบ
สุมาลีมีพระแสงกวัดแกว่งฟาด ถูกตายกลาดดาษดื่นพวกอื่นหลบ
พอพวกพ้องสองพาราตามมาพบ ช่วยกันรบรับพลางตามทางไป ฯ
๏ ฝ่ายหน่อนาถอาจหาญออกผลาญศึก เสียงสะทึกสะเทื้อนลั่นสนั่นไหว
เหมือนคนตื่นยืนแลมาแต่ไกล เห็นไฟไหม้เวียงวังพลุ่งพลั่งโพลง
เปลวเพลิงแรงแสงปลาบวาบสว่าง เป็นควันกลางฟ้ากลุ้มคลุ้มโขมง
เรียกกองทัพขับสิงห์วิ่งตะโพง เห็นติดโรงร้านตลาดราษฎร
ดูริมวังยังวิ่งชายหญิงวุ่น ซวนเซซุนสาวแก่แซ่สลอน
พระควบสิงห์วิ่งผ่าพลากร เห็นภูธรทศวงศ์ทำสงคราม
ฝรั่งพร้อมห้อมหุ้มเข้ารุมจับ พระรบรับรำคว้างอฺยู่กลางสนาม
เข้าขวางหน้าฆ่าไพร่มันไล่ตาม ตายสักสามสี่ร้อยแตกถอยไป
ท้าวทศวงศ์พงศาคณาญาติ เห็นหน่อนาถยินดีจะมีไหน
พวกห้ามแหนแสนสนมกรมใน พบหัสไชยชื่นจิตต่างติดตาม
หน่อนราพาองค์พงศ์กษัตริย์ รีบรบตัดไปทางกลางสนาม
บาทหลวงเห็นเป็นเชิงละเลิงลาม ต้อนคนตามล้อมจับเธอรับรอง ฯ
๏ พวกกองทัพกลับมาโยธาหาญ ต่างไปบ้านเรือนตนแบกขนของ
ทั้งหนุ่มสาวเฒ่าแก่เสียงแซ่ซ้อง ทุกบ้านช่องชุลมุนวิ่งวุ่นวาย ฯ
๏ ฝ่ายวลาวายุพัฒน์ต่างพลัดไพร่ เห็นเพลิงไหม้อึกทึกข้าศึกหาย
รวมพหลพลไกรทั้งไพร่นาย ที่เหลือตายหลายพันพากันมา
เห็นเมืองไหม้ไพร่พลสับสนวิ่ง ฝูงชายหญิงแยกย้ายทั้งซ้ายขวา
ให้ทหารขานโห่ก้องโกลา เที่ยวตามหาพวกกษัตริย์หัสไชย
เห็นรถเหล็กเด็กขับเข้าอภิวาท พระสังฆราชเล่าแจ้งแถลงไข
ทั้งสองทราบกราบพระคุณค่อยอุ่นใจ ครั้งนี้ได้ทีเห็นจะเป็นการ
ฝ่ายฝรั่งสังฆราชประกาศสั่ง ชาวเมืองทั้งปวงด้วยช่วยทหาร
แล้วแยกคนค้นหาฝ่ายอาจารย์ กำกับหลานไล่ค้นเที่ยววนเวียน ฯ
๏ ฝ่ายกษัตริย์หัสไชยมาใกล้ป้อม เห็นทัพอ้อมออกสกัดฉวัดเฉวียน ฯ
เชิญสองท้าวสาวสุรางค์ขึ้นต่างเกวียน ออกทางเตียนตัดไปข้างไพรวัน
พอพบกับทัพวลาวายุพัฒน์ ตั้งสกัดล้อเกวียนกลับเหียนหัน
พอเสนาห้าสิบรีบมาทัน ช่วยป้องกันกับกษัตริย์หัสไชย
ฝ่ายทัพล้อมพร้อมพรั่งบ้างตั้งโห่ รำแหลนโล่ไล่กระชั้นเสียงหวั่นไหว
พวกห้ามแหนแสนสนมกรมใน ต่างตกใจจวนตัวด้วยกลัวตาย
เห็นใกล้ชิดปิดตาซบหน้าร้อง เสียงแซ่ซ้องทรวงสั่นมิ่งขวัญหาย
พระหัสไชยไล่ฆ่าโยธาตาย ทหารซ้ายขวาแซงโถมแทงฟัน
พวกฝรั่งสังฆราชตายกลาดกลิ้ง ยิงฆ่ายิ่งเยียดยัดสกัดกั้น
ครั้นหักออกนอกได้มันไล่ทัน ต้องรบกันชาววังเป็นกังวล ฯ
๏ ฝ่ายละเวงวัณฬาตามวาโหม ให้ส่องโคมคบไต้เดินไพรสณฑ์
พอออกทุ่งมุ่งเมินรีบเดินพล ถึงสิงหลเห็นไฟยังไม่โทรม
ดูในวังพังทลายลงหลายแห่ง นอกกำแพงเพลิงฮือกระพือโหม
เห็นหัสไชยไล่บุกรบรุกโรม พวกวาหุโลมล้อมไล่ฟันไพร่นาย
ทั้งโยธาการะเวกตัวเอกอาจ ไล่พิฆาตฆ่าฝรั่งสิ้นทั้งหลาย
ลูกดาบหอกกลอกเกลือกซบเสือกกาย ต่างเรี่ยรายรบพุ่งจนรุ่งราง ฯ
๏ บาทหลวงกลับขับเกวียนเที่ยวเวียนวก เข้าบุกรกเลี้ยวลัดเดินขัดขวาง
เถาวัลย์เหนี่ยวเกี่ยวกระหวัดแกตัดพลาง เสียงโกร่งกร่างกรวบกราบสวบสาบไป
ฝ่ายหัสกันนั้นขับทัพมาพบ กำลังรบรับกันเสียงหวั่นไหว
เห็นวลาวายุพัฒน์หนีหัสไชย รีบขับไพร่พร้อมพรั่งหนุนคั่งคับ
ระดมปืนครื้นครั่นคอยกันหลัง พวกฝรั่งแตกตื่นต่างคืนกลับ
รุมระดมสมทบช่วยรบรับ เป็นสามทับซับซ้อนเข้ารอนราญ ฯ
๏ ฝ่ายโยธาการะเวกพวกวาโหม ไล่รุกโรมเร็วรวดหวดประหาร
มันแทงฟันหันเหซวนเซซาน สู้ต้านทานทนคงทรงกำลัง
ไม่หลีกหลบรบศึกเสียงครึกครื้น แต่ถูกปืนปีกทะลุดังปรุหนัง
นางละเวงเร่งขับทัพประดัง ช่วยรบทั้งสุมาลีบุตรีนาง ฯ
๏ ฝ่ายรำภากล้าหาญถือขวานพ่อ ขึ้นม้าห้อหกดีดคนกีดขวาง
ไล่หวดรันฟันทหารรำขวานคว้าง ทั้งสองนางหนุนหลังเข้าคั่งคับ
พวกทมิฬบินรบไม่หลบหลีก กระพือปีกป้องกันประจัญจับ
ฝรั่งตายหลายร้อยต่างถอยรับ ทั้งสามทัพยับแยกแตกกระจาย
นางรำภากล้าหาญเห็นหลานลูก ยิ่งคิดผูกพยาบาทมุ่งมาดหมาย
ไล่วลาวายุพัฒน์วิ่งพลัดพราย ยิงลูกชายเฉียดตาตกพาชี
นางฉวยขวานรานรุกพระลูกกลับ ขึ้นม้าขับข้ามโขดกระโดดหนี
ยุพาฟันลูกชายผิดหลายที สุลาลียิงสกัดหัสกัน
ต่างหลบเลี่ยงเพลี่ยงพลาดขยาดแม่ ไม่เหลียวแลหลบไปในไพรสัณฑ์
ต่างรวมได้ไพร่นายเหลือตายนั้น จวนสายัณห์เย็นพยับเลิกทัพไป ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงวัณฬาสลด เมืองไหม้หมดมัวหมองไม่ผ่องใส
เสียเผ่าพงศ์วงศาเสนาใน เสียพระทัยไห้สะอื้นกลืนนํ้าตา
ชวนสามนางย่างเยื้องชำเลืองเนตร นึกสมเพชพวกฝรั่งที่สังขาร์
ทั้งหญิงชายตายกลาดดาษดา พระชลนานางตกซกซกลง
แสนอาลัยไพร่นายทั้งชายหญิง ยิ่งดูยิ่งเยือกจิตพิศวง
เป็นลมเวียนเหียนคลื่นฝืนดำรง แต่ซวนลงสามนางพลางประคอง
สุมาลีศรีสวัสดิ์หัตถ์ประทับ แก้ลมจับนวดอุระพระขนอง
ทั้งแสนสาวชาวแม่ออกแซ่ซ้อง เสียงร่ำร้องไห้อึงคะนึงไป
พวกชาวบ้านร้านตลาดเที่ยวกลาดเกลื่อน เสียเหย้าเรือนเคหาที่อาศัย
เห็นศพกลาดญาติกายิ่งอาลัย เสียงร้องไห้แซ่ทั้งเมืองลังกา ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงเสียงเครงครื้น ค่อยพลิกฟื้นคืนดำรงเห็นวงศา
สะอื้นร่ำรำพันจำนรรจา น้องเกิดมาอาภัพอัประมาณ
เมื่อครั้งสาวคราวศึกผลึกเล่า เสียพงศ์เผ่าเสียตัวเพราะผัวผลาญ
ครั้นมีลูกปลูกฝังกลับจังฑาล เสียถิ่นฐานปรางค์ปราสาทราชวัง
เสียทีอยู่ผู้เฒ่าแต่เก่าก่อน เพราะไฟฟอนร้อนศพที่กลบฝัง
เสียสมบัติข้าวของสิบสองพระคลัง เสียฝรั่งราษฎรได้ร้อนรน
หมายบำรุงกรุงไกรให้เป็นสุข กลับได้ทุกข์ทั้งลังกาโกลาหล
เพราะลูกเต้าเหล่ากอมันทรชน อยู่เป็นคนทนระกำทุกค่ำคืน
ถึงแค้นใครไม่เหมือนลูกที่ผูกแค้น ดังศรแสนเสียบอุราสุดฝ่าฝืน
ยิ่งเคืองแค้นแสนศัลย์สุดกลั้นกลืน สะอึกสะอื้นขืนอุทัยมิใคร่คลาย ฯ
๏ สุมาลีพี่นางไม่ห่างน้อง เคียงประคองร้องไห้ฤทัยหาย
ปลอบวัณฬาว่าแม่คุณอย่าวุ่นวาย ตีตัวตายก่อนไข้ก็ไม่ควร
ที่โศกแสนแค้นเคืองพอเปลื้องปลิด แต่ชีวิตแม่อุตส่าห์รักษาสงวน
ยังหิวหอบบอบช้ำอย่าคร่ำครวญ จะประชวรโฉมยงจงระงับ
แม่แต่ตายชายหญิงทั้งสิงหล จะมืดมนแม้นเหมือนดังเดือนดับ
ชั้นลูกเล็กเด็กน้อยจะพลอยยับ แม่อยู่ด้วยช่วยระงับเคยดับร้อน
ราชการบ้านเมืองที่เคืองเข็ญ จะกลับเป็นสุขสบายเพราะสายสมร
เหมือนโปรดเกล้าเหล่าอำมาตย์ราษฎร ให้หายเหือดเดือดร้อนดังก่อนมา ฯ
๏ นางฟังปลอบนอบน้อมสู้ออมอด เชิญท้าวทศวงศ์เหล่าเผ่าพงศา
เข้าสู่วังตั้งประทับอยู่พลับพลา เกณฑ์โยธาซ่อมแปลงกำแพงวัง ฯ
๏ ส่วนวลายุดาวายุพัฒน์ พบกับหัสกันสมอารมณ์หวัง
รวบรวมทัพกลับมาในป่ารัง รีบไปยังด่านเขาเจ้าประจัญ
เข้าเฝ้าพระมังคลาวันทาแถลง กราบทูลแจ้งตามจริงทุกสิ่งสรรพ์
ตามที่ไฟไหม้กรุงรบพุ่งกัน ทั้งคืนวันฟั่นเฝือเหลือกำลัง ฯ
๏ พระมังคลาว่าศึกเห็นฮึกเหิม ยังจะเพิ่มเติมมาล้อมหน้าหลัง
พลางตรองตรึกนึกขยาดหวาดระวัง พอพระสังฆราชมาอุ่นอารมณ์
เชิญให้นั่งยังที่เก้าอี้อาสน์ อภิวาทหวังจิตสนิทสนม
น้ำชาตั้งทั้งพระศรีพัดวีลม แล้วกราบก้มเกศาบอกอาจารย์
ข้าพเจ้าคราวนี้สิ้นที่พึ่ง เหมือนโรคถึงที่ตัดอติสาร
พระโปรดด้วยช่วยคิดกิจการ จะลวงล่อต่อด้านประการใด ฯ
๏ ฝ่ายบาทหลวงง่วงเหงาบนเก้าอี้ ว่าเดิมทีสิไม่แจ้งแถลงไข
ไปจับวงศ์พงศาเขามาไว้ ศึกจึงใหญ่ยกมารุมราวี
แม้ผู้รู้อยู่ด้วยจะช่วยรบ ไม่นอบนบหยาบคายให้หน่ายหนี
จนศึกเสือเหลือกำลังแล้วดังนี้ ด้วยเดิมทีทำผิดกิจการ
อีวัณฬาว่ากูเป็นครูสอน ว่าปากบอนค่อนด่าช่างว่าขาน
พลอยรับเคราะห์เพราะว่าเป็นอาจารย์ คิดสงสารจึงอุตส่าห์ออกมาดู
เดี๋ยวนี้ทัพพระอภัยไล่มาติด ตั้งประชิดหน้าด่านเตรียมการอยู่
แล้วแม่เองอีวัณฬาถ้ามันรู้ มันต้องจู่มาขนาบช่วยปราบปราม
จะต้องสู้ดูสักครั้งเหมือนสั่งศึก ถ้าสมนึกก็จะเตียนที่เสี้ยนหนาม
จงหาคนปลอมพงศ์รูปทรงงาม มาสอนความมารยาให้พาที
ให้ช่างแต่งแปลงกายเหมือนหมายมั่น เคลือบผิวพรรณเผ้าผมให้สมครี
ไว้ลวงแม่แลข้างพระอภัยมณี ให้ไพรีชะงักฉงนชื่อกลกัน ฯ
๏ พระมังคลาอาหลานก้มกรานกราบ เห็นจะปราบศึกได้มไหศวรรย์
แล้วให้พระอนุชานัดดานั้น เที่ยวเลือกสรรเลกระบาดที่กวาดมา
คนสามเมืองเหลืองขาวหนุ่มสาวพร้อม พูดเล้าโลมโน้มน้อมยอมอาสา
ให้ขุนนางช่างทำสีนํ้ายา เคลือบผิวหน้าเนื้อหนังเหมือนทั้งนั้น
แล้วซ่อนไว้ให้คนปรนนิบัติ ตรวจเตรียมจัดแจงรับที่คับขัน
เที่ยวซุ่มคนกลรบทำครบครัน เป็นหลายชั้นกันศึกตรองตรึกการ ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงวัณฬาราช ยังซ่อมแปลงแต่งปราสาทราชฐาน
จึงเกณฑ์พลคนหมื่นพื้นชำนาญ จะไปด่านได้สมทบรบโอรส
ท้าวทศวงศ์พงศาเข็ดฝรั่ง ไม่อยู่วังจะไปช่วยกันด้วยหมด
พร้อมกษัตริย์ขัตติย์วงศ์ทรงพระยศ ขึ้นทรงรถเรียงกันเป็นหลั่นไป
ได้ฤกษ์ดีตีฆ้องยกกองทัพ ต่างโห่รับครื้นครั่นสนั่นไหว
กองทัพหน้าฝรั่งกองหลังไทย พระหัสไชยไปกับน้องสองสุดา
พวกไปทัพนับหมื่นคนอื่นทุกข์ เธอเป็นสุขสามองค์ทรงรถา
เฝ้ายียวนสรวลสันต์จำนรรจา เสียงจ๊ะจ๋าจ๋อแจ๋ตรงแกลทอง
ส่วนเจ้าพี่ชี้พนมชมนกไม้ นางซักไซ้เสียงเพราะเสนาะสนอง
พระเชษฐาว่านกเงือกเลือกคู่ครอง ครั้นคลอดฟองของตัวให้ผัวฟัก
ปิดโพรงไม้ไว้ช่องพอมองเห็น กลัวจะเล่นชู้ชั่วหึงผัวหนัก
ตัวเมียไปได้ชู้เป็นคู่รัก ลืมผัวฟักฟองไข่ทิ้งให้ตาย
ต่างยิ้มสรวลชวนชมพนมพนัส ปักษาสัตว์จตุบาทประหลาดหลาย
สิงโตเต้นเล่นหางฝูงกวางทราย เที่ยวแวดชายรายเรียงม่ายเมียงเมิน
เหล่าคนป่าม่าเหมียวเที่ยวเป็นฝูง บ้างอุ้มจูงลูกเต้าเลียบเขาเขิน
นางถามพี่ชี้บอกแล้วหยอกเอิน ต่างเพลิดเพลินเดินรถบทจร ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงเร่งทหาร เข้าดงดานเดินทางหว่างสิงขร
พอลงเขาเจ้าประจัญตะวันรอน ให้หยุดหย่อนโยธาหน้ากำแพง
ทั้งสี่ทัพยับยั้งต่างตั้งมั่น เป็นขอบคันขุดแซะตีแตะแผง
ทั้งซ้ายขวาสารวัดวิ่งจัดแจง ตามตำแหน่งนายหมวดต่างตรวจตรา ฯ
๏ ฝ่ายพวกพลบนกำแพงตำแหน่งป้อม ตั้งโต๊ะล้อมเลี้ยงกันทำหรรษา
พูดหยาบหยามตามเล่ห์เสียงเฮฮา บ้างเยี่ยมหน้ายืนมองดูกองทัพ
เห็นพวกพ้องร้องเตือนอ้ายเพื่อนเอ๋ย อย่าอยู่เลยหลบลี้หลีกหนีกลับ
พวกผลึกฮึกดีทีนี้ยับ เจ้ากูจับจำไว้ทั้งไพร่นาย
สักครู่หนึ่งจึงจะพามาฆ่าเสีย ให้ลูกเมียดูหัวผัวทั้งหลาย
มึงอย่าอยู่ผู้น้อยจะพลอยตาย บอกเจ้านายเลิกทัพถอยกลับไป
ฝ่ายฝรั่งลังกาพูดจาฉาว ทั้งนายบ่าวบอกกันเสียงหวั่นไหว
ข้างเผ่าพงศ์องค์กษัตริย์หัสไชย ต่างว่าอ้ายโป้งโหยงโกงทั้งนั้น
จนสิ้นคิดปิดประตูกลับขู่เสือ มันเหมือนเบื้อเชื่อว่าปัญญาขยัน
แล้วสั่งให้ไพร่นายท้าทายมัน อ้ายพวกเขาเจ้าประจัญถึงวันตาย
ผีมันเข้าเจ้าข้าพากันหลอก ไยไม่ออกรบพุ่งเหมือนมุ่งหมาย
เห็นฮึกมาตาขาวทั้งบ่าวนาย คิคอุบายหลายอย่างดังรางควาน ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งสังฆราชประกาศสั่ง ลูกศิษย์ทั้งหลายฝ่ายนายทหาร
ยกเสารอกซอกเสมาบนปราการ ใส่กระดานดังหนึ่งหิ่งห้อยชิงช้า
เอารูปแปลงแต่งเป็นเช่นกษัตริย์ มาผูกมัดห้อยแขวนขึงแขนขา
พระอภัยศรีสุวรรณเรียงกันมา ทั้งลูกยาสินสมุทรสุดสาคร
รูปนงเยาว์เสาวคนธ์ใส่กลร้อง เรียกพวกพ้องครวญครางเหมือนอย่างสอน
ฝ่ายฝรั่งลังกาพลากร เห็นแน่นอนว่าเจ้านายวุ่นวายกัน
บ้างทูลเหล่าเผ่าพงศ์วงศ์กษัตริย์ ต่างองค์ตรัสว่าไม่จริงทุกสิ่งสรรพ์
มันทูลมากหลากในฤทัยครัน ต่างพากันออกไปแลดูแต่ไกล
เห็นรูปแขวนแม้นเหมือนไม่เคลื่อนคลาด ทั้งเอวองค์วงวิลาสคิดหวาดไหว
ต่างแลเล็งเพ่งพิศชิดเข้าไป พลางจำได้ใจหายเพียงวายวาง
ให้อัดอั้นตันตึงตะลึงจิต เป็นสุดคิดสารพัดจะขัดขวาง
ส่วนรูปแขวนแสนกลดิ้นรนคราง ร้องสั่งนางสั่งน้องห้ามกองทัพ
จงหลบลี้หนีไปทั้งใหญ่น้อย อยู่จะพลอยบรรลัยมิได้กลับ
ทั้งสิบองค์หลงใหลจิตใจวับ ต่างเซล้มลมจับทบทับกัน
พวกข้าเฝ้าเถ้าแก่บ้างแซ่ซ้อง เข้าประคองนวดเคล้นเป็นจ้าละหวั่น
ค่อยพลิกฟื้นฝืนองค์เผ่าพงศ์พันธุ์ สะอื้นอั้นอ่อนกายฟายน้ำตา ฯ
๏ สุมาลีตีทรวงกันแสงร่ำ เนื้อว่ากรรมเจ้าประคุณทูลเกศา
ลูกในไส้ให้กำเนิดได้เกิดมา ควรหรือฆ่าพ่อตัวไม่กลัวอาย
ยังมัดถ่างกางเขนตระเวนแขวน โอ้แสนแค้นแสนชาติไม่ขาดหาย
เมื่อเกิดมาอาภัพต้องกลับกลาย จะสู้ตายก่อนองค์พระทรงธรรม์
นางชักกริชพระธิดาวัณฬายุด ชิงอาวุธวอนว่าอย่าอาสัญ
ทำถอยทัพกลับไปตามใจมัน จะฆ่าฟันหรือจะยังรอรั้งไว้
คอยดูทีดีกว่าอย่าช้านัก สงสารองค์ทรงศักดิ์จะตักษัย
แม้วันนี้ชีวันไม่บรรลัย คิดแก้ไขให้พระองค์คงชีวา ฯ
๏ นางเห็นจริงนิ่งดูพระภูวนาถ ใจจะขาดน้อมนบซบเกศา
ฝายโฉมยงองค์ละเวงวัณฬาสุดา จึงร้องว่าเหวยฝรั่งรอรั้งไว้
มึงบอกทั้งสังฆราชกับลูกรัก อย่าฆ่าองค์ทรงศักดิ์ให้ตักษัย
ไม่รบสู้กูจะกลับกองทัพไป แม้ขืนให้ฆ่าฟันทำอันตราย
ไม่งดอยู่กูจะกลับสัประยุทธ์ กว่าจะสุดสิ้นชาติเหมือนมาดหมาย
แล้วถอยทัพขับพหลพลนิกาย ไปอยู่ชายทุ่งกว้างห่างกำแพง ฯ
๏ ฝ่ายบาทหลวงลวงลองพวกกองทัพ เห็นถอยกลับกลัวสิ้นไม่กินแหนง
จึงสั่งให้ไพร่พลพาคนแปลง ไปจัดแจงหน้าเขาเจ้าประจัญ
คอยดูพระอภัยที่ในค่าย เคยเดินกรายตรวจพหลพลขันธ์
เห็นมาใกล้ให้คนรูปกลนั้น ขึ้นนั่งขันควงรอกแขวนหลอกไว้
พวกฝรั่งฟังพระสังฆราช ชมฉลาดเหลือดีจะมีไหน
ต่างกราบลาพากันไปทันใด ตระเตรียมไว้พร้อมเสร็จสำเร็จการ ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยเจ้าไตรภพ ออกหอรบที่ริมป้อมพร้อมทหาร
กับพระน้องสองโอรสรับพจมาน คิดอ่านการจะทำลายค่ายลังกา
พอเห็นคนบนรอกออกสล้าง ผูกไม้กางเขนแขวนมัดแขนขา
สุมาลีพี่น้องสองธิดา รูปเจ้าวาโหมชัดทั้งหัสไชย
ท้าวทศวงศ์องค์นางพระยานั้น ดูสำคัญมั่นคงไม่สงสัย
บอกพระน้องสองโอรสยศไกร ต่างตกใจในอารมณ์ไม่สมประดี ฯ
๏ ฝ่ายรูปกลคนแปลงมันแกล้งร้อง เหมือนเสียงสองพระธิดามารศรี
พระบิตุรงค์องค์พระอาจงปรานี อย่าต่อตีเลิกทัพถอยกลับไป
พระมังคลาว่าจะส่งองค์กษัตริย์ ไปเวียงวังจังหวัดหาช้าไม่
แม้ทัพยังตั้งประชิดติดเวียงชัย เขาจะให้ฆ่าฟันเสียวันนี้
แล้วรูปนางต่างร้องห้ามกองทัพ จงโปรดกลับไปบำรุงซึ่งกรุงศรี
ฝ่ายพวกพ้องของพระอภัยมณี มิรู้ที่จะคิดอ่านประการใด
นางเสาวคนธ์มณฑาเห็นหน้าน้อง ต้องจำจองพันธนาน้ำตาไหล
เป็นลมจับวับวิงซบนิ่งไป พอเกือบใกล้สุริยนสนธยา
พระอภัยไม่รู้ว่าผู้อื่น สะอึกสะอื้นอัดอั้นตันนาสา
จึงร้องตอบปลอบฝรั่งพวกลังกา อย่าเพ่อฆ่าพงศ์พันธุ์ให้บรรลัย
พรุ่งนี้เช้าเราจะกลับทัพทหาร ไม่คิดการราญณรงค์อย่าสงสัย
ฝรั่งว่าถ้าจริงไม่ชิงชัย ถอยทัพไปเสียทีเดียวประเดี๋ยวนี้ ฯ
๏ พระฟังคำสำคัญผิดอั้นอ้น ถึงอับจนจำเราจะเปาปี่
จึงสั่งพระอนุชาอย่าช้าที เร่งเอาขี้ผึ้งปั้นปิดกรรณไว้
สินสมุทรสุดสาครอย่านอนหลับ ช่วยกันจับอ้ายสี่คนให้จนได้
ฝ่ายสามองค์ลงจากหอรบไป บอกนายไพร่ปิดหูให้รู้การ ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยเห็นใกล้คํ่า จึงวักน้ำลูบปี่อธิษฐาน
เป่าเสียงสูงฝูงคนเหลือทนทาน ก้องกังวานวาบวับเสียวจับใจ
ให้ปลาบปลื้มลืมอื่นบ้างยืนนั่ง โยธาทั้งสามทัพเคลิ้มหลับใหล
แต่องค์พระมังคลาคาดตราไว้ ตกพระทัยวิ่งมาเข้าหาครู
บาทหลวงยังนั่งกินเหล้าเสียงเป่าปี่ ฉวยทองหยิบบีบขยี้เข้าที่หู
ฉุดมังคลาว่าไวไวไปกับกู ออกประตูตะวันตกวิ่งวกวน
ดูม้าช้างต่างหลับเห็นทัพล้อม ตั้งค่ายอ้อมโอบสกัดคิดขัดสน
เข้าบุกป่าฝ่าหนามไปตามจน แต่สองคนด้นเดินเนินบรรพต ฯ
๏ ฝ่ายศรีสุวรรณสินสมุทรสุดสาคร เจ้ามังกรเจ้ายุขันพร้อมกันหมด
พระกฤษณาสามารถราชโอรส ต่างปิดหูรู้กำหนดหมดด้วยกัน
ครั้นกองทัพหลับสงบพอพลบค่ำ บันไดทำไว้สำหรับทุกทัพขันธ์
ปีนเข้าได้ในกำแพงแจ่มแสงจันทร์ ด้วยเป็นวันเพ็ญบูรณ์เห็นหุ่นกล
คนประจำสำหรับก็หลับอยู่ ต่างพิศดูรู้อุบายเป็นสายสน
มิใช่องค์พงศ์กษัตริย์มันจัดคน สวมรูปกลแขวนรอกร้องหลอกลวง
ต่างจุดไฟเที่ยวส่องทุกห้องหับ หมายจะจับหน่อนาถกับบาทหลวง
เห็นโยธาฝรั่งสิ้นทั้งปวง ถือคันควงขันรอกกรนครอกดัง ฯ
๏ ฝ่ายพระอภัยมณีทรงปี่เป่า เห็นน้องเข้าด่านได้ดังใจหวัง
ยินดีสุดหยุดปี่มีกำลัง ไม่รอรั้งรีบเข้าไปในกำแพง
พบพระน้องร้องถามตามวิตก ต่างหยิบยกรูปหุ่นทูลแถลง
ใช่เผ่าพงศ์วงศ์กษัตริย์มันจัดแจง ทำกลแกล้งจะให้ทัพถอยกลับไป
แล้วต่างองค์ทรงพระสรวลเสียงคักคัก ที่ผิวพักตร์เผือดหมองก็ผ่องใส
พระสั่งน้องสองโอรสยศไกร ไปจับอ้ายมังคลาอย่าช้าที
พระกฤษณาพาพราหมณ์ไปเที่ยวค้น ในตึกกลบนพลับพลาหลังคาสี
หน่อนรินทร์สินสมุทรจุดอัคคี ขึ้นดูที่บนหอรบพบนัดดา
ผูกมือมัดหัสกันนั้นมาก่อน สุดสาครถือเทียนเที่ยวเวียนหา
เห็นวายุพัฒน์มัดแน่นลากแขนมา ผูกไว้หน้าตึกขวางที่กลางลาน
พระกฤษณาพบวลายุดาหลับ ผูกมือจับจูงมาที่หน้าฉาน
พออุทัยไตรตรัสชัชวาล ต่างกราบกรานทูลองค์พระทรงธรรม์ ฯ
๏ สมเด็จพระอภัยวิไลลักษณ์ เสียดายศักดิ์กษัตรานราสรรค์
จึงเอื้อนอรรถตรัสโปรดยกโทษทัณฑ์ อ้ายเหล่านี้ชีวันถึงบรรลัย
สุดแล้วแต่แม่เขาเหล่าฝรั่ง จะกักขังฆ่าตีตามวิสัย
เอาตรึงตราทารกรรมจองจำไว้ กว่าจะได้ไปปะนางละเวง
อันโยธาฝรั่งกำลังหลับ ตื่นจะกลับตะโกรงทำโฉงเฉง
ปลุกด้วยปี่ถึงตื่นไม่ครื้นเครง ด้วยฟังความตามเพลงวังเวงใจ
แล้วขึ้นนั่งยังเก้าอี้เป่าปี่แก้ว วิเวกแจ้วสำเนียงส่งเสียงใส
โอ้แสงทองส่องฟ้านภาลัย ดวงดอกไม้ชื่นช่ออรชร
ลมเฉื่อยเฉื่อยเรื่อยรินกลิ่นกุหลาบ ละอองอาบซาบทรวงดวงสมร
แสนสงสารบ้านเรือนเพื่อนที่นอน จะอาวรณ์ว้าเหว่อยู่เอกา
เจ้าพี่เอ๋ยเคยเรียงอยู่เคียงข้าง จะอ้างว้างห่างเหเสน่หา
โอ้ยามตื่นขึ้นแล้วนะแก้วตา จะลับหน้านึกถึงคะนึงครวญ
แม้เสร็จศึกดึกดื่นยามตื่นหลับ ภิรมย์รับขวัญประคองครองสงวน
ห่างถนอมหอมอื่นไม่ชื่นชวน ไม่เหมือนนวลเนื้อหอมถนอมเชย
เวลาเช้าสาวหยุดก็สุดหอม ไม่เหมือนกล่อมกลิ่นเกลี้ยงเคียงเขนย
รสระรื่นชื่นใจสิ่งใดเลย ไม่เหมือนเชยโฉมชื่นระรื่นเย็น
อยู่บ้านถิ่นสิ้นทุกข์เป็นสุขสุด มายงยุทธ์ยากแค้นถึงแสนเข็ญ
สาพิภักดิ์เจ้านายไม่วายเว้น อยากไปเห็นถิ่นฐานบ้านเรือนเอย ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งฟังฟื้นตื่นขึ้นสิ้น คิดถึงถิ่นฟูกหมอนที่นอนเขนย
ที่รอนราญการศึกไม่นึกเลย ต่างแหงนเงยเห็นพระอภัยมณี
แล้วถอดหมวกพวกฝรั่งต่างคำนับ เป็นลำดับน้อมประณตบทศรี
ขอเป็นข้ากว่าจะตายวายชีวี พระเปรมปรีดิ์ปราศรัยทั้งไพร่นาย
เราทำศึกนึกแสนแค้นลูกหลาน ไม่ถือโทษโกรธททารท่านทั้งหลาย
จงอยู่เย็นเป็นสุขสนุกสบาย แล้วสั่งฝ่ายนายหมวดเร่งตรวจตรา
เมืองด่านนี้มีประตูทั้งสี่ทิศ อย่าป้องปิดเลยไปเปิดเสียเถิดหนา
ไม่ห้ามปรามตามแต่ใครจะไปมา เครื่องศัสตราเก็บหอมรวบรอมไว้ ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งบังคมชมพระเดช ซึ่งโปรดเกศกรุณาจะหาไหน
ทั้งไพร่นายฝ่ายทหารสำราญใจ ก็ลาไปตรวจตราด่านธานี ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ