ตอนที่ ๘๐ พระมังคลายกทัพเมืองสำปันหนาไปตีเมืองลังกา

๏ จะกล่าวถึงมังคลานราราชกับนุชนาฏนางแขกแปลกวิสัย
แต่ลอบลักรักกันทุกวันไปกำหนดได้สิบเดือนไม่เคลื่อนคลา
จนโฉมยงทรงครรภ์ขึ้นอ่อนอ่อนพระบิดรรู้เรื่องเคืองนักหนา
เสด็จเข้าห้องในที่ไสยาแล้วให้หามเหสีมาชี้แจง
จะคิดอ่านอย่างไรน้ำใจเจ้ามีลูกเต้าเกิดอางขนางแหนง
เขาย่อมว่าปลูกผักคือฟักแฟงก็เสียแรงรดน้ำทุกค่ำคืน
เมื่อแตกกิ่งแตกก้านขึ้นร้านเขาบุราณเล่าเป็นตำราไม่ฝ่าฝืน
อันความอายหลายซ้ำต้องกล้ำกลืนจำจะขืนใจทำไปตามเกิน
คิดจะเสกสองราให้ปรากฏไว้เกียรติยศอย่าให้อายระคายเขิน
เหมือนปลาเน่าเถ้าใส่เพราะได้เกินครั้นจะเมินทำไม่รู้อดสูคน
จะระบือลือเล่าทั้งขอบเขตทั่วประเทศรู้แจ้งทุกแห่งหน
อายกับฝูงไพร่ฟ้าประชาชนตามกุศลเยาวมาลย์พอกันอาย
เจ้าจงไปไกล่เกลี่ยสองเมียผัวอย่าให้มัวหมองช้ำระส่ำระสาย
เอาความดีเข้าประจบพอกลบอายแม้นวุ่นวายพากันหนีมิเป็นการ ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์มิ่งมเหสีโอนเมาลีคำนับรับบรรหาร
เพราะพาซื่อถือตรงเหมือนวงศ์วานจึงเกิดการชู้สาวเพราะท้าวไท
จำจะต้องผูกสมัครไม่หักหาญดูอาการกิริยาอัชฌาสัย
แล้วออกจากปรางค์มาศปราสาทชัยกำนัลในแวดล้อมมาพร้อมเพรียง
เข้าในห้องปรางค์ปราธิดาราชกำนัลนาฏอยู่ข้างท้ายชายเฉลียง
นางมารดาปราศรัยแล้วไล่เลียงแม่จะเบี่ยงบ่ายทูลมูลความ ฯ
๏ พระธิดาอาดูรทูลฉลองโดยทำนองสารภาพไม่หยาบหยาม
ลูกได้ชั่วมัวเมาเพราะเบาความทั้งนี้ตามแต่จะโปรดซึ่งโทษทัณฑ์ ฯ
๏ นางพระยาว่าเจ้าเล่าก็ชั่วไปบอกผัวทุกข์ร้อนคิดผ่อนผัน
มาหาแม่พูดจาปรึกษากันได้ผ่อนผันตามเล่ห์ประเวณี
นางตามนาฏมาตุรงค์ทรงคำนับแล้วตรัสกับพวกเหล่านางสาวศรี
ให้ไปเชิญมังคลาอย่าช้าทีพระชนนีให้หามาในวัง
นางสาวใช้รีบไปเชิญเสด็จมาด้วยเสร็จสมความตามรับสั่ง
พระมังคลาเข้าปราสาทราชวังถวายบังคมคัลพระมารดา ฯ
๏ นางจึงมีสุนทรด้วยอ่อนหวานพ่อทำการอย่างนี้ดีหรือหนา
ให้เสียศักดิ์จักรพรรดิกษัตราพระบิดากริ้วโกรธพิโรธแรง
จะคิดอ่านอย่างไรจะใคร่รู้พ่อเอ็นดูแล้วอย่าอางขนางแหนง
จงบอกแม่จะได้แก้คดีแสดงเจ้าจงแจ้งให้กระจ่างอย่างพรางกัน ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์มังคลาราชเชิงฉลาดตัดรอนทูลผ่อนผัน
ทั้งนี้ล่วงพระอาญาสารพันซึ่งโทษทัณฑ์หลาบเข็ดจงเมตตา ฯ
๏ นางฟังคำร่ำตอบก็ชอบชื่นที่แข็งขืนอ่อนลงทรงปรึกษา
ละเมิดจิตผิดพลั้งแต่หลังมาพ่อตรึกตราตรองความให้งามดี
อันท้าวไทกริ้วโกรธพิโรธนักว่าจะลักธิดาพากันหนี
แม่แก้ไขเพ็ดทูลมูลคดีที่ราคีมิได้เคืองในเรื่องราว
นางพูดจาปราศรัยอาลัยเขยกลัวจะเลยยุ่งยิ่งทิ้งลูกสาว
แล้วปราศรัยมิให้เคืองในเรื่องราวกลัวลูกสาวจะเป็นม่ายอายเขาจริง
แล้วว่าแม่ก็จะลาเจ้าอย่าวุ่นเดชะบุญคงได้ครองกับน้องหญิง
จะเพ็ดทูลดับร้อนช่วยวอนวิงแต่ความจริงพ่ออย่าแจ้งให้แพร่งพราย
แล้วกลับมาปราสาทค่อยยาตรเยื้องไปแจ้งเรื่องเค้ามูลทูลถวาย
ท้าวรายาฟังเล่าบรรเทาคลายค่อยเหือดหายโกรธาจึ่งว่าพลาง
นี่แน่เจ้าเราจะช่วยคิดอ่านทำการงานปัดป้องที่หมองหมาง
อย่าให้ทันคนผู้รู้ระคางท้าวตรัสพลางเสด็จออกไปนอกวัง
ออกพระโรงรจนาพร้อมข้าบาทท้าวประกาศเสนาฝ่ายหน้าหลัง
ให้ตกแต่งปรางค์มาศราชวังจะแต่งตั้งมังคลาธิดาเรา
ให้สองราว่าที่อุปราชหมายประกาศฤกษ์เอกจะเสกเขา
มีการเล่นเต้นรำตามลำเนาให้พวกเราจัดแจงเร่งแต่งการ
ตามเยี่ยงอย่างขัตติยามหากษัตริย์มอบสมบัติราชัยอันไพศาล
ขุนโหราหาฤกษ์มงคลการตามบุราณซื่อตรงพงศ์ประยูร ฯ
๏ โหรารับนับยามตามโฉลกวันศุกร์โชคข้างไสยมไหสูรย์
ขึ้นสิบค่ำเดือนเก้าเป็นเค้ามูลแล้วกราบทูลไทท้าวเจ้านคร ฯ
๏ ฝ่ายทรงฤทธิ์อิศราพระยาแขกสั่งให้แจกหมายการทุกด่านขนอน
ครั้นสั่งเสร็จแล้วเสด็จบทจรสู่แท่นรัตน์ปัจถรณ์พอสายัณห์
พวกทำงานการระดมมาสมทบจัดเครื่องครบพร้อมไว้แต่ไก่ขัน
ขึ้นสิบค่ำทำวิวาห์สารพันให้เชิญท่านโต๊ะหะยีสี่สิบคน
มาพร้อมมูลทูลท้าวชวาราชพระสั่งนาฏศรีสวัสดิ์พิพัฒน์ผล
ให้แต่งองค์โฉมศรีนีฤมลเข้ามณฑลตามอย่างทางบุราณ
แล้วตรัสสั่งให้มังคลาราชขึ้นนั่งอาสน์รจนามุกดาหาร
กับบุตรศรีสวัสดิ์ท้าวจัดการให้เยาวมาลย์นั่งหน้าพระสามี
ตามธรรมเนียมเมืองชวาอาณาจักรจะได้รักกันไปไม่หน่ายหนี
โต๊ะก็สวดตำราบรรดามีพร้อมกันที่โรงรัตน์ชัชวาล
สวดภาษามลายูผู้วิเศษตามสังเกตยักย้ายหลายสถาน
จบสำเร็จเสร็จสวดพิธีการพนักงานผู้เลี้ยงมาเรียงราย
ยกสำรับกับข้าวเอามาตั้งล้วนมังสังแพะแกะชำแหละถวาย
มัสมั่นไก่ปิ้งกระทิงควายมาตั้งรายเรียงเรียบเทียบประจำ
โต๊ะก็กินอาหารสำราญรสมั่วกันหมดฉันชิมครั้นอิ่มหนำ
พวกโรงงานการเล่นทั้งเต้นรำเวลาค่ำมีหนังให้ตั้งจอ
คนที่มาดูแลเสียงแซ่ซ้องทั้งพี่น้องเดินหลามตามกันสอ
พวกเจ้าชู้เห็นผู้หญิงเที่ยววิ่งกรอเข้าเคลียคลอเกี้ยวพานเดินพล่านไป ฯ
๏ งานภิเษกครบเสร็จสำเร็จหวังฝ่ายพระมังคลาแจ้งแถลงไข
พระบาทหลวงก็ค่อยคลายสบายใจอยู่ที่ในเมืองชวามาช้านาน
ทั้งอ้วนพีปรีดิ์เปรมเกษมสุขบรรเทาทุกข์ที่ในใจหลายสถาน
ทั้งศิษย์เป็นอุปราชว่าราชการค่อยคิดอ่านเอาใจพวกไพร่พล
เลี้ยงคนดีมีวิชาที่กล้าแข็งคิดจัดแจงเกลี้ยกล่อมพร้อมพหล
กับเหล่าพวกผู้วิเศษข้างเวทมนตร์ทั้งคงทนอาวุธยุทธนา
ต่อกำปั่นพันลำทำด้วยเหล็กจ้างพวกเจ๊กตีพื้นแต่ปืนผา
ทั้งเสน่าหลาวโล่โตมราเครื่องสาตรารวมรอมไว้พร้อมเพรียง
คิดจะไปรบราวายุพัฒน์ไปกำจัดพวกกระบิลให้สิ้นเสียง
จะตีเอาเมืองเซ็นเป็นเสบียงได้พร้อมเพรียงแล้วจะได้ไปลังกา
คิดแล้วแสนแค้นเคืองเรื่องพระขรรค์ไม่ควรมันที่จะคิดริษยา
ใช่คนอื่นคนไกลหาไหนมานี่บรรดาน้ำเนื้อในเชื้อวงศ์
เพราะเสียทีที่ประมาทจึงพลาดพลั้งไม่ระวังตัวไว้เพราะใหลหลง
เขาว่าหนอนบ่อนเจาะเพราะทะนงมันไม่ตรงต่อญาติก็ขาดกัน ฯ
๏ พระมังคลาว่าจริงเขาทิ้งสัตย์ก็ต้องตัดญาติกาจนอาสัญ
ไม่ขอเป็นพวกพ้องพี่น้องมันแล้วขอท่านเจ้าคุณกรุณา
บาทหลวงว่าถ้าชีวิตกูยังอยู่อ้ายพวกหมู่ประจามิตรที่ริษยา
คงได้เล่นเห็นกันในทันตาเองจะปรารมภ์ไปทำไมมี
คิดอุบายถ่ายเทด้วยเล่ห์หลอกคิดย้อนยอกด้วยอุบายให้หน่ายหนี
แม้นหนามยอกหนามบ่งไปตามทีคิดให้มีชัยชนะจึ่งจะควร
แต่เดี๋ยวนี้ไม่สนัดยังขัดข้องเพราะเมียท้องอย่าเพ่อวุ่นทำหุนหวน
จะคิดการทัพค่ายยังไม่ควรฤดูจวนฟ้าฝนไปหนทาง
ทะเลลมยมนาสาคเรศแม้นเกิดเหตุสารพัดจะขัดขวาง
ต่อตกแล้งแต่งเรือไปสืบทางทุกด่านขวางขอบเขตประเทศเมือง
ให้รู้แจ้งจะได้แต่งกระบวนทัพไปรบรับยุทธนาจนตาเหลือง
คิดลอบลักหักหาญเอาบ้านเมืองแก้แค้นเคืองแล้วจะได้ไปลังกา ฯ
๏ บาทหลวงนั่งสั่งสอนสานุศิษย์ก็เพราะจิตมิได้ยั้งตั้งอิจฉา
ตะแกอยากที่จะได้ไปลังกาด้วยเคยผาสุกสบายเป็นใหญ่โต
มาตกยากกรากกรำระยำยับให้คั่งคับในอุราอนาโถ
ไม่ปราดเปรื่องเหมือนแต่ก่อนต้องนอนโซเกิดโทโสไม่รู้สิ้นถวิลวาย
คิดสอนสั่งมังคลานราราชพยาบาทเกิดอยู่ไม่รู้หาย
ทุกเช้าค่ำผูกจิตคิดไม่วายหมายทำลายสุริย์วงศ์พงศ์ประยูร
จะได้ตั้งมังคลาสานุศิษย์ให้เป็นอิศราในมไหสูรย์
ทั้งบ้านเมืองศาสนาที่อาดูรให้เพิ่มพูนภิญโญมโหฬาร
เมืองฝรั่งลังกาอาณาเขตจะกลับเพศขัตติยามหาศาล
ทั้งเสียศักดิ์เผ่าพงศ์เสียวงศ์วานแม้นเนิ่นนานจะเป็นไทยเพราะไพรี
เร่งคิดอ่านการร้อนอย่านอนเปล่าให้พวกเราไปบำรุงจัดกรุงศรี
กำพลเพชรเขตแคว้นแดนบุรีไว้เป็นที่ยับยั้งฟังเนื้อความ
แล้วให้หาข้าเก่าเหล่าทหารมาคิดการที่จะไปเร่งไต่ถาม
พวกพหลพลเชลยเคยสงครามเอาสักสามสี่พันให้ทันการ
จัดกำปั่นบรรทุกเสบียงไว้เร่งจัดใส่ข้าวปลากระยาหาร
ทั้งล้าต้าต้นหนล้วนคนงานเร่งจัดการให้สำเร็จในเจ็ดวัน ฯ
๏ เสนารับอัภิวาทมาบาดหมายทั้งบ่าวนายเร่งรัดมาจัดสรร
เปลี่ยนเชือกเสาเพลาผ้าทาน้ำมันร้องเรียกกันจัดแจงแต่งเภตรา ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์พระมังคลาราชกับครูบาทหลวงนั่งตั้งปรึกษา
ทุกเช้าเย็นมิได้เว้นสักเวลาจนเภตราพร้อมถ้วนจวนจะไป
บาทหลวงดูฤกษ์ยามตามสังเกตวันศุกร์เศษโชคดีคัมภีร์ไสย
จึงสั่งพวกโยธาเสนาในเร่งใส่ใบเถิดอย่าช้าเพลาดี
พวกพหลพลไพร่ทั้งนายบ่าวออกเล่นก้าวหมายมุ่งไปกรุงศรี
เอาเข็มตั้งวางทิศหรดีตามแผนที่เคยสังเกตขอบเขตคัน ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายนางงามทรามสงวนครั้นครรภ์ถ้วนยามวิโยคให้โศกศัลย์
จะใกล้คลอดโอรสกำหนดวันให้ป่วนปั่นไม่เคยสุขทุกทิวา
กำนัลนางพลางไปเชิญเสด็จท้าวมาพร้อมเหล่าญาติวงศ์เผ่าพงศา
ทั้งนางนาฏมาตุรงค์เสร็จตรงมาขึ้นปรางค์ปราเขยขวัญมิทันนาน
พลางอิงแอบแนบนุชสุดสวาทพจนารถด้วยสุนทรอันอ่อนหวาน
จงแข็งขืนกลืนกลั้นในสันดานความรำคาญมีทั่วทุกตัวคน
อย่าท้อแท้แม่จะช่วยที่ป่วยไข้แล้วเรียกให้หมอมาเอายาฝน
ทาอุทรแต่พอเบาบรรเทาทนค่อยผ่อนปรนแก้ไขพอให้คลาย
ถึงยามปลอดคลอคองค์นางนงลักษณ์ประไพพักตร์งามเหมือนดั่งเดือนฉาย
คล้ายบิดาสามารถไม่คลาดคลายทั้งกรกายพริ้งพร้อมละม่อมละไม
ท้าวรายาปราโมทย์ในหลานขวัญจัดกำนัลให้นัดดาอัชฌาสัย
ทั้งพี่เลี้ยงนางนมสนมในประทานให้พระธิดากุมารี
แล้วให้นามตามวงศ์ข้างพงศ์เพศชื่อระเด่นกินเรศรัศมี
แล้วอวยพรให้พิพัฒน์สวัสดีจงเป็นศรีเมืองชวาอย่าอาดูร ฯ
๏ อันเรื่องราวกล่าวมาที่ทารกขอหยิบยกยั้งไว้ที่ไอศูรย์
ค่อยเจริญสุขใสอันไพบูลย์ตามตระกูลเจ้านายฝ่ายชวา
จะว่าด้วยสังฆราชพระบาทหลวงแกนั่งง่วงก็เพราะจิตริษยา
ทุกเช้าค่ำร่ำเตือนพระมังคลาจะให้ว่าวอนท้าวผู้เจ้าเมือง
ขอพหลพลไกรกลับไปถิ่นมิได้สิ้นทุกข์ตรอมจนผอมเหลือง
คิดจะเอาถิ่นฐานทั้งบ้านเมืองให้ลือเลื่องชื่อไว้ในแผ่นดิน ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์พระมังคลาราชคอยโอกาสประวิงไว้ดั่งใจถวิล
ทุกเย็นเช้าเฝ้าพ่อตาเป็นอาจิณท้าวทมิฬรักใคร่ดังใจปอง
ให้สิทธิ์ขาดราชการทั้งขอบเขตทั่วประเทศเกรงหมดสยดสยอง
เมื่อวันนั้นสมจิตที่คิดปองจึงสนองทูลท้าวเจ้าบุรินทร์
มาอยู่ในกรุงชวาก็ผาสุกแต่ความทุกข์ยังไม่หายวายถวิล
จะทูลลาไปกำราบปราบไพรินเสียให้สิ้นเสี้ยนหนามตามบุราณ
ด้วยเมืองเพชรกำพลคนทั้งหลายยังวุ่นวายย้ายแยกเที่ยวแตกฉาน
จะไปปราบทรชนพวกคนพาลไม่ช้านานก็จะกลับมารับนาง ฯ
๏ ฝ่ายองค์ท้าวเจ้าชวาอาณาจักรด้วยแสนรักเขยแต่ไรมิได้หมาง
พ่อจะจัดพวกทหารชำนาญทางไปในกลางสาคโรชโลธร
เกณฑ์กำปั่นพันลำประจำครบมีเครื่องรบทุกหมู่ธนูศร
เหวยเสนาเร่งรัดจัดนิกรเป็นการร้อนอย่าช้าในห้าวัน ฯ
๏ ฝ่ายตำมะหงงรับสั่งมาตั้งหมายเรียกไพร่นายทุกหมวดมากวดขัน
เกณฑ์พหลพลรบสมทบกันลงกำปั่นพร้อมเสร็จทั้งเจ็ดเวร ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระมังคลานราราชกับครูบาทหลวงชวาหน้าดั่งเสน
บอกวิชาสารพัดจนจัดเจนทั้งดั้งเขนกระบวนรบได้ครบครัน ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระมังคลากลับมาห้องเคียงประคองน้องแก้วแล้วรับขวัญ
พี่จะลาไปลังกาสิบห้าวันจะปราบบรรดาหมู่ศัตรูปอง
ไม่ช้านักจักมาพาราเจ้าโฉมเฉลาเนื้อละมุนอย่าขุ่นหมอง
พอเสร็จสรรพพี่จะกลับมาประคองนุชน้องเจ้าอย่าหมางจงวางใจ
อุตส่าห์เลี้ยงบุตรีศรีสวัสดิ์อยู่ปรัศว์ปรางค์ทองให้ผ่องใส
แม้นเสร็จสรรพพี่จะกลับมารับไปอยู่เวียงชัยครองสมบัติกษัตรา ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์พระมเหสีอัญชลีเศร้าสร้อยละห้อยหา
กันแสงพลางทางตอบพจนาพระเมตตาไปไหนจะไปตาม
มิขออยู่สู้ตายวายชีวาตม์จะรองบาทอันชีวิตไม่คิดขาม
พระอยู่ไหนน้องจะได้พยายามอย่าห้ามปรามเลยจงโปรดที่โทษทัณฑ์ ฯ
๏ ฝ่ายบาทหลวงคอยศิษย์เห็นผิดนักนางเมียรักเห็นจะไม่ให้ผายผัน
จำจะไปว่ากล่าวฟังข่าวมันตะแกนั้นงุ่นง่านรำคาญจริง
แล้วลุกออกนอกห้องย่องไปหาเห็นมังคลาอิงแอบแนบผู้หญิง
แกเดือดด่าว่าฉะอ้อนมาวอนวิงเฝ้าอ้อยอิ่งไม่รู้สิ้นเจ้าลิ้นทอง
ที่ทุกข์ร้อนอยู่ทุกวันไม่พันผูกทำแต่ลูกเล่นสบายเหมือนขายของ
คิดต้นทุนกำไรไว้สำรองจะทำท้องอีกหรือเองเจ้าเพลงดี
ที่บ้านเมืองเคืองเข็ญไม่เป็นทุกข์เล่นสนุกปรีดิ์เปรมเกษมศรี
ถูกนางเมียอ่อนคอใช่พอดีเล่นเอาตีเพลงช้าพะว้าพะวัง
หรือไม่ไปก็ให้ว่าอย่าช้าอยู่พลอยให้กูวุ่นวายเมื่อภายหลัง
จะคลึงเคล้าเฝ้าคู่อยู่กับรังจะขอฟังลิ้นลมคารมเอง ฯ
๏ พระมังคลาว่าเจ้าคุณอย่าหุนหันจะผ่อนผันตามตรงอย่าโฉงเฉง
มิใช่จะขัดขืนอย่าครื้นเครงจะไปเองดอกเจ้าคุณอย่าวุ่นวาย
บาทหลวงว่าท่ากระนั้นจะคอยท่าเร็วเร็วหวากลางวันจะผันผาย
พลางลุกออกนอกปรางค์ค่อยย่างกรายรีบผันผายกลับมาอยู่หน้าวัง ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมมังคลานราราชสั่งนุชนาฏมิได้สิ้นถวิลหวัง
เป็นจำเป็นจำพรากออกจากวังเหลียวหน้าหลังแลนุชทั้งบุตรี
แต่จนใจกลัวอาจารย์จะพาลโกรธจะลงโทษบาปหนักเสียศักดิ์ศรี
รีบดำเนินลงมาไม่ช้าทีกับเสนีรีบมาถึงหน้าวัง
ไปทูลท้าวเจ้าชวาอาณาจักรที่ตำหนักข้างในดังใจหวัง ฯ
๏ ฝ่ายไทท้าวเจ้าประเทศนิเวศน์วังเสด็จนั่งพร้อมวงศ์พงศ์ประยูร
พอเห็นหน้าพระมังคลานราราชมาอภิวาทจะลาไปจากไอศูรย์
ความอาลัยในอุราให้อาดูรยิ่งเพิ่มพูนเศร้าหมองนองสุชล
แต่จนใจไม่รู้ที่จะห้ามไว้แข็งพระทัยอวยสวัสดิ์พิพัฒน์ผล
เจริญสุขทุกทิวาในสาชลอย่าร้อนรนขอให้ได้ดั่งใจจง
พระมังคลาเคารพอภิวาทขอสมมาดเหมือนหนึ่งจิตคิดประสงค์
แล้วก้มเกล้าน้อมประณตบทบงสุ์บังคมองค์ไทท้าวเจ้าพ่อตา
ลงจากปรางค์ย่างเยื้องชำเลืองเนตรแสนเทวษอยู่ด้วยมิตรกนิษฐา
ฝ่ายองค์ท้าวเจ้าประเทศเขตชวาเสด็จมาทรงรถบทจร
รถข้างหลังมังคลานราราชพวกอำมาตย์เกณฑ์แห่แลสลอน
สารถีเร่งรัดอัสดรเคลื่อนนิกรมาถึงท่าชลาลัย ฯ
๏ ฝ่ายบาทหลวงคอยท่าสานุศิษย์ประหลาดจิตยังไม่มาน่าสงสัย
เวลานี้จวนจะค่ำยังร่ำไรมันไม่ไปดอกกระมังให้นั่งคอย
หรือจะถูกอีเมียมันเขี่ยแคะสะกิดแกะร่ำพิไรมิใคร่ถอย
อ้ายนี่หลงเต็มประดาเห็นตาลอยให้กูพลอยเหนื่อยยากลำบากกาย
พอได้ยินเสียงพหลพลเแห่มาเซ็งแซ่สมตรึกที่นึกหมาย
เห็นรถาขับเคียงมาเรียงรายมาหยุดชายชลธาริมสาคร
แกลุกเดินมาถึงท่าร้องด่าพลุ่งคอยแทบรุ่งแล้วนะมึงพึ่งจะถอน
อ้ายพ่อตาว่ากระไรมิใคร่จรเมื่อการร้อนอยู่ในอกจะยกไป
ไม่ตักเตือนลูกเขยเลยหรือหวาให้ลอยหน้าอยู่จนค่ำทำไฉน
สั่งแม่รักซักนิทานสำราญใจแกร่ำไรด่าทอเล่นพอแรง ฯ
๏ ท้าวรายาว่าเจ้าคุณอย่าหุนหันไม่เช่นนั้นดอกอย่าอางขนางแหนง
เที่ยวลาญาติเอาคดีออกชี้แจงใช่จะแกล้งเหนี่ยวหน่วงไม่หวงกัน ฯ
๏ บาทหลวงว่าชะอุแหม่แก้ลูกเขยอย่าช้าเลยไวไวรีบผายผัน
แกลุกเดินลงมาเภตราพลันวันนี้วันฤกษ์พาเวลาดี
พระมังคลาท้าวเจ้าพิภพให้ปรารถถึงมิ่งมเหสี
แต่แข็งใจไปกำปั่นด้วยทันทีสถิตบัลลังก์ใหญ่ท้ายเภตรา
บาทหลวงว่าฤกษ์ดีให้ตีฆ้องทหารร้องเร่งกันลงส่งภาษา
ถอนสมรช่อใบใช้เภตราล่องออกมาปากน้ำแต่ค่ำคืน
ยิงปืนใหญ่ให้ต้นหนพลรบจุดเพลิงคบแล่นมาไม่ฝ่าฝืน
กำปั่นรีบถีบทะยานทหารปืนยิงครั่นครื้นลำละโหลโห่ประดัง ฯ
๏ ท้าวรายากลับเข้าเขตประเทศถิ่นคิดถวิลทรวงร้อนอาวรณ์หวัง
ถึงเขยขวัญแต่วันพรากไปจากวังจะนอนนั่งไม่เป็นสุขทุกทิวา ฯ
๏ ฝ่ายบาทหลวงล่วงเขตประเทศถิ่นไม่รู้สิ้นพยาบาทปรารถนา
แกตรองตรึกนึกมุ่งกรุงลังกาพิฆาตฆ่าสุริย์วงศ์องค์อภัย
เรือก็แล่นล่องมาในสาคเรศล่วงประเทศเมืองท่าชลาไหล
ได้เดือนครึ่งถึงกำพลสกลไกรทั้งเรือใหญ่เรือรบประจบกัน
ทอดสมอรอราท่าปากน้ำจอดเรียงลำเหล่าพหลพลขันธ์
รู้ไปถึงเสนาลงมาพลันอภิวันท์เชิญเจ้าเข้านคร ฯ
๏ บาทหลวงว่าอย่าขึ้นเลยนะหวาการจะช้าเจ็บจิตดังพิษศร
เองจงรีบเข้าไปในนครเป็นการร้อนขอเสบียงไปเลี้ยงพล
ทั้งลูกปืนดินดำนำมาส่งโดยจำนงสารพัดจะขัดสน
บอกกันไปให้ทั่วทุกตัวคนให้เร่งขนมาส่งลงเภตรา
ในสองวันมาให้ทันตามกูสั่งให้ได้ดั่งมุ่งมาดปรารถนา
ถ้าแม้นช้าวันไปไม่ได้มาจะเข่นฆ่าพวกนายให้วายชนม์ ฯ
๏ ฝ่ายเสนีได้ฟังสังฆราชมาเร่งบาดหมายไปให้ไพร่ขน
เครื่องเสบียงลูกดินสิ้นทุกคนเร่งกันขนเอาไปส่งลงในเรือ ฯ
๏ บาทหลวงสั่งต้นหนพลฝรั่งให้เร่งตั้งเข็มไปข้างฝ่ายเหนือ
การของใครรีบทำทุกลำเรือทั้งหมวกเสื้อเตรียมใส่ไว้ทุกนาย
พอสุริยงลงลับพยับฟ้าพระจันทราแจ่มกระจ่างสว่างฉาย
ดารากรเปล่งสีมณีพรายพระพายชายพัดเฉื่อยระเรื่อยริน ฯ
๏ บาทหลวงหยิบแผนที่มาคลี่อ่านดูถิ่นฐานชื่นชมสมถวิล
แหงนดูดาวเจ้าลังกาตรงธานินทร์แสงไม่สิ้นแต่ดูเศร้าไม่เวาวาม
จึงเรียกพระมังคลาสานุศิษย์ออกมาคิดที่จะไปแล้วไต่ถาม
กำปั่นท้าวรายาที่มาตามทหารสามสิบหมื่นพื้นฉกรรจ์
ให้ตำมะหงงกำกับเป็นทัพหน้าแขกชวาการรบเห็นขบขัน
นายทหารให้ประจำลำละพันตั้งวิหลั่นไว้ระวังบังลูกปืน
พระมังคลาว่าเขาจัดมาเสร็จสรรพเราบังคับสารพัดไม่ขัดขืน
บาทหลวงว่าจะยกไปในกลางคืนให้ครึกครื้นฤกษ์ยามตามเวลา
แล้วสั่งให้ถอนสมออย่ารอรั้งพวกฝรั่งไพร่นายทั้งซ้ายขวา
ให้เป่าแตรสองคันตามสัญญาพอลมกล้าฤกษ์ดีให้คลี่ใบ
ทหารปืนยืนยิงสิบสองนัดลมก็พัดแล่มหลามตามไสว
ออกจากเมืองลมจัดสะบัดใบตามกันไปหมายมุ่งกรุงลังกา
ชมละเมาะเกาะเกียนเหมือนเขียนวาดระดาดาษเรียงรายทั้งซ้ายขวา
เรือก็แล่นลมเรื่อยเฉื่อยเฉื่อยมาชมฝูงปลาว่ายฟ่องบ้างล่องลอย
ฝูงฉลามล้วนฉลามว่ายตามคลื่นสำราญรื่นเคียงคู่กินปูหอย
ฝูงพิมพาพ่นฟองขึ้นล่องลอยตัวน้อยน้อยว่ายตามกันหลามไป
ฝูงฉนากล้วนฉนากปากเหมือนเลื่อยดูยาวเฟื้อยมิใช่น้อยลอยไสว
ตะเพียนทองท่องท้องสมุทรไทขึ้นลอยไล่เคียงคู่อยู่ในชล
ฝูงโลมาน่ากลัวหัวเหมือนบาตรผุดแล้วฟาดหางกลับอยู่สับสน
เหล่าราหูเคล้าคู่อยู่ในวนแล้วดำด้นโดดดิ้นในสินธู ฯ
๏ จะพรรณนาฝูงสัตว์แลมัจฉาในชลาสาครก็อ่อนหู
มากกว่ามากมิใช่น้อยทั้งหอยปูยากจะรู้จักพันธุ์ดั่งพรรณนา
เรือก็แล่นใบสล้างมากลางหนข้ามวังวนเกาะวลำสำปันหนา
บ่ายหัวเรือตรงเข้าอ่าวลังกาแต่แล่นมาเดือนครึ่งถึงบุรินทร์
เร่งให้จอดทอดสมอลงหน้าด่านพร้อมทหารแขกฝรั่งดั่งถวิล
บาทหลวงให้ตรวจพหลพลทมิฬทั้งลูกดินปืนผาสารพัน ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายนายด่านเมืองปากน้ำทุกคืนค่ำดั่งนายหมวดไว้กวดขัน
เป็นเวรเวียนเปลี่ยนผลัดจัดทุกวันลงกำปั่นใช้ใบไปตระเวน
พอเห็นเรือมากมายมีหลายร้อยปืนใหญ่น้อยแลสะพรั่งทั้งดั้งเขน
จึงปรึกษากับปลัดหัสเกนให้บ่ายเบนเรือเข้าอ่าวบุรี
รีบไปแจ้งกับพระยารักษาด่านว่าเกิดการศึกประชิดติดกรุงศรี
ล้วนกำปั่นหลายหลากดูมากมีประมาณสี่ห้าร้อยลอยประดัง ฯ
๏ ฝ่ายตาเฒ่าเจ้าพระยารักษาด่านให้เขียนสารบอกเข้าไปดังใจหวัง
รีบทูลเจ้านคเรศนิเวศน์วังอย่ารอรั้งเร่งไปในนคร
พวกม้าใช้รีบไปไม่หยุดยั้งถึงเวียงวังขึ้นศาลาพาอักษร
ส่งให้เจ้าพนักงานด่านนครเป็นเรื่องร้อนศึกมาถึงธานี
จางวางเวรรับไปให้กรมท่าขุนเสนาแจ้งการในสารศรี
รีบเข้าไปคอยเฝ้าเจ้าบุรีพร้อมกันที่พระโรงรัตน์ชัชวาล ฯ

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ