ตอนที่ ๕๔ มังคลาชิงโคตรเพชร

๏ ฝ่ายพระองค์ผู้ดำรงราชสมบัติเจ้าจังหวัดทวีปภาษาสิงหล
ทรงคิดอ่านการศึกทั้งฝึกพลทำเรือยนต์กลอาวุธยุทธนา
แล้วออกนั่งยังที่เก้าอี้อาสน์หมู่อำมาตย์เฝ้าฝ่ายทั้งซ้ายขวา
อยู่พร้อมพรั่งทั้งพระน้องสองนัดดาจึงปรึกษาสงครามตามทำนอง
อันพาราการะเวกใช่วงศ์ญาติหมิ่นประมาทเมืองเราให้เศร้าหมอง
เอาโคตรเพชรค่าเมืองงามเรืองรองซึ่งเป็นของคู่ลังกาไปธานี
จึงเมืองเราเบาบางโรยร้างเริศไม่ก่อเกิดแก้วเพชรทั้งเจ็ดสี
เราเจ็บจิตคิดแค้นแสนทวีจะไปตีคืนเอาของเรามา
ให้รุ่งเรืองเมืองเราเหมือนเก่าก่อนราษฎรจะเป็นสุขทุกทิศา
พวกข้าเฝ้าเหล่าอำมาตย์ราชเสนาแต่บรรดาขุนนางเห็นอย่างไร ฯ
๏ ฝ่ายผู้เฒ่าเฝ้าฟังรับสั่งตรัสจึงทูลทัดทานห้ามตามนิสัย
อันพาราการะเวกพระเวียงชัยเป็นเมืองใหญ่ไพร่พลพ้นคณนา
มีราชครูผู้ชื่อโลกเชษฐ์ผู้วิเศษเวทมนตร์ดลคาถา
ทหารเสือเมื่อครั้งรบลังกาล้วนแกล้วกล้ากลางณรงค์อยู่คงทน
ทั้งแคล้วคลาดพลาดเพลี่ยงหลีกเลี่ยงหลบฝีมือรบรับรองไม่ต้องฝน
ซึ่งแก้วเก็จเพชรของเราเสาวคนธ์ขอพระชนนีให้ด้วยไมตรี
ใช่หาญหักลักฉกจะยกทัพไปโจมจับรบพุ่งถึงกรุงศรี
จะสงครามลามลุกขึ้นทุกทีชาวบุรีราษฎรจะร้อนรน
แม้รู้เรื่องเมืองผลึกรมจักรจะพร้อมพรักยกมาโกลาหล
รุมรบพุ่งกรุงไกรเสียไพร่พลต้องทุกข์ทนทั่วทั้งเกาะลังกา
เสียไมตรีมิหนำเสียอำนาจต้องขาดญาติขาดวงศ์เผ่าพงศา
แม้จะใคร่ได้เพชรแก้วเก็จมาควรพูดจาปราศรัยเป็นไมตรี
เขาขอเราเราก็ขอต่อเขาบ้างตามเยี่ยงอย่างต่างบำรุงซึ่งกรุงศรี
ขอพระองค์ทรงจังหวัดปถพีอย่าให้มีเสี้ยนศึกจงตรึกการ ฯ
๏ เจ้าหัสกันนั้นว่าคำของอำมาตย์เหมือนสตรีขี้ขลาดไม่อาจหาญ
กลัวเหนื่อยยากอยากจะใคร่ได้สำราญอยู่เรือนบ้านกอดกันกับภรรยา
จึงขัดขวางอย่างนี้เพราะขี้เกียจให้เสื่อมเกียรติยศศักดิ์เสียหนักหนา
เมื่อของเราเขาเอาไว้ไปเอามาจะกลับว่าผิดนั้นด้วยอันใด
ถึงขัดเคืองเมืองผลึกรมจักรพระไม่รักชาติเชื้อนับเนื้อไข
เขากับเราเล่าก็จะกลัวอะไรใครดีได้ดูกันสมันเกอ
อันเกิดมาสามัญเป็นอันขาดย่อมรักชาติชีวีไม่มีเสมอ
พระชุบย้อมหม่อมฉานเป็นหลานเธอขออย่าเพ่อด่วนเสด็จเหนื่อยเหน็ดองค์
จะขอรับอาสาไปการะเวกเอาเพชรเอกอันเป็นของต้องประสงค์
แม้มิได้ให้เคืองเบื้องบาทบงสุ์ขอให้ลงโทษหม่อมฉานผลาญชีวัน ฯ
๏ พระฟังคำดำริตริตรองตรึกพลอยเหิมฮึกเห็นจริงทุกสิ่งสรรพ์
พระตรัสยอหน่อกษัตริย์หัสกันเจ้าคิดนั้นเหมือนในน้ำใจอา
อันพวกเราเหล่าฝรั่งเชื่อฟังพระไม่ปนปะเป็นญาตินอกศาสนา
เจ้ายกไปให้ทูตเข้าพูดจาฟังเจ้าการะเวกก่อนคิดผ่อนปรน
เจ้าวายุพัฒน์จัดทัพกำกับน้องไปเป็นกองหนุนหลังฟังเหตุผล
อย่าโมโหโต้ตอบให้ชอบกลคิดผ่อนปรนปราบปรามตามทำนอง
แม้ขัดขวางอย่างไรให้รู้ด้วยเราจะช่วยหนุนหลังเจ้าทั้งสอง
แล้วอวยชัยไปดีทั้งพี่น้องให้ได้ของโคตรเพชรแก้วเก็จมา ฯ
๏ เจ้าวายุพัฒน์หัสกันรับบรรหารต่างกราบกรานรับพรอ่อนเกศา
ไปจัดพลคนประจำลำนาวาเป็นทัพหน้าร้อยลำประจำธง
ปืนจังก้าหน้าท้ายทั้งรายข้างแลสล้างสลับสลอนเป็นหงอนหงส์
มีปีกหางกางกระโจมโรมณรงค์กำปั่นทรงธงทองมีกลองรบ
พอฤกษ์ดีตีระฆังดังสนั่นต่างยิงปืนครื้นครั่นควันตลบ
ออกจากฝั่งลังกามหรณพพลรบรับโห่ก้องโกลา ฯ
๏ ฝ่ายทัพหลังตั้งกระบวนล้วนกำปั่นเป็นดั้งกันเกียกกายปีกซ้ายขวา
มีปีกหางอย่างครุฑยุทธนาเป็นเรือห้าร้อยถ้วนกระบวนทัพ
ที่ลำทรงธงทองทั้งท้ายหน้าปืนจังกาขานกยางสล้างสลับ
ได้ฤกษ์ดีตีฆ้องโห่ร้องรับเรือสำหรับนำทางก็กางใบ
ออกแล่นนำกองทัพไม่สับสนดูเกลื่อนกล่นกลางมหาชลาไหล
ประโคมฆ้องกลองแตรเซ็งแซ่ไปต่างใช้ใบเลี่ยงแล่นตามแผนทาง ฯ
๏ จะกลับกล่าวเจ้าพาราการะเวกการภิเษกขัดข้องคิดหมองหมาง
ด้วยบุตรีหนีหายบุตรชายร้างให้อ้างว้างวิญญาณ์ด้วยอาลัย
แสนวิโยคโศกทรวงให้ง่วงเหงาจนซูบเศร้าศรีหมองไม่ผ่องใส
ทั้งข้าเฝ้าท้าวพระยาเสนาในพลอยหม่นไหม้ใจเศร้าด้วยเจ้านาย
พวกห้ามแหนแสนสุรางค์นางสนมไม่หวีผมผัดหน้าเกศาสยาย
ทั้งไพร่ฟ้าม้าช้างก็วางวายฝูงวัวความตายห่าทั้งธานี
สงัดสิ้นพิณพาทย์ระนาดฆ้องสยดสยองเย็นเยียบเงียบกรุงศรี
ครั้นกลางวันควันมัวทั่วบุรีกลางคืนมีดาวหางเป็นลางเมือง
อากาศลั่นครั่นครื้นเหมือนปืนก้องกาก็ร้องเอาวาท้องฟ้าเหลือง
อุกกาบาตผาดพุ่งแสงรุ่งเรืองตกกลางเมืองมีลางต่างต่างกัน ฯ
๏ คืนหนึ่งเจ้าพารานิทราหลับให้วาบวับหวั่นจิตนิมิตฝัน
ว่าจระเข้เหราไล่มาทันเข้าคาบคั้นขบกัดฟาดฟัดยี
ความเจ็บปวดยวดยิ่งพระกลิ้งล้มลุยเลนตมตกน้ำแล้วดำหนี
พอสองหน่อวรนาถราชบุตรีไล่ฆ่าตีเหรากุมภาพาล
แล้วอุ้มองค์ทรงเดชเกศกษัตริย์ขึ้นแท่นรัตน์รจนามุกดาหาร
พระทรงเครื่องเรืองจำรัสชัชวาลพอเสียงขานฆ้องรุ่งสะดุ้งองค์
รู้ว่าฝันนั้นร้ายไม่วายตรึกตะลึงนึกในนิมิตพิศวง
ยิ่งทุกข์ร้อนถอนสะอื้นฝืนดำรงตรัสบอกองค์อัคเรศเกศสตรี
ตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุบินนิมิตนางนิ่งคิดขัดข้องพลอยหมองศรี
สะอื้นอั้นวันทาทูลสามีจะร้ายดีมิได้แจ้งคลางแคลงครัน
เชิญทิศาปาโมกข์โลกเชษฐ์มาเล่าเหตุให้ท่านทายทำนายฝัน
พระนึกได้ให้เอาพระเสลี่ยงสุวรรณไปรับท่านครูมาอย่าช้าการ ฯ
๏ พวกท้าวนางข้างในออกไปสั่งกรมวังวิ่งออกนอกราชฐาน
ตำรวจไล่ไพร่ตามหามราชยานตรงเข้าบ้านปาโมกข์ชะโงกมอง ฯ
๏ ฝ่ายพราหมณ์ครูผู้ใหญ่อยู่ในตึกกับเมียนึกสนุกนั่งอยู่ทั้งสอง
เล่นดอกสร้อยปล่อยแก่แก้กันลองท่านยายร้องตารับหน้าทับตาม
ถึงท่อนปลายกลายร้องเป็นอุณรุทยายเป็นอุษาเมินขวยเขินขาม
ท่านตารำทำบทดูงดงามโลมยายพราหมณ์ตามทำนองยิ้มย่องกัน
พอเสียงเขามาเรียกสำเหนียกแน่รู้กระแสว่ารับสั่งนรังสรรค์
ออกจากห้องย่องหยกเดินงกงันคนทั้งนั้นไหว้ว่ากับอาจารย์
รับสั่งใช้ให้เอาพระเสลี่ยงประดับออกมารับคุณเข้าไปในราชฐาน
ปาโมกข์ฟังสังเกตมีเหตุการณ์ไม่หน่วงนานนุ่งห่มพอสมตัว
ท่านยายว่าข้าจะเข้าไปเฝ้าบ้างไม่ห่างข้างขึ้นเสลี่ยงนั่งเคียงผัว
ไปตามทางกลางถนนผู้คนกลัวต่างยอบตัวตลอดไปถึงในวัง
ลงจากพระเสลี่ยงทองค่อยย่องย่างขึ้นบนปรางค์ปราสาทชัยเหมือนใจหวัง
พระลดองค์ทรงธรรม์จากบัลลังก์เชิญไปนั่งแท่นทองทั้งสองรา
ชลีหัตถ์มัสการอาจารย์เจ้าแล้วตรัสเล่าความหลังที่กังขา
จนสิ้นความตามฝันพรรณนาเชิญพฤฒาทำนายร้ายหรือดี ฯ
๏ ฝ่ายปาโมกข์โลกเชษฐ์ทราบเหตุฝันลงเลขวันยามนิมิตสอบดิถี
ก็รู้ความตามวิสัยว่าไพรีจะย่ำยีหยาบช้าให้อาดูร
แล้วชำระพระเคราะห์จำเพาะร้ายจะพลัดพรายโภไคยเสียไอศูรย์
ราหูเสาร์เข้าถึงที่รวีมูลจึงเทียบทูลทำนายว่าร้ายนัก
อันจระเข้เหราคือข้าศึกจะเหิมฮึกให้พระลดเสียยศศักดิ์
แต่หน่อนาถราชบุตรีเป็นที่รักจะพร้อมพรักหักหาญผลาญไพรี
ให้พระองค์ทรงมหาอานุภาพได้ปรามปราบปรปักษ์สูงศักดิ์ศรี
ข้างต้นร้ายปลายมือกลับรื้อดีในเดือนสี่นี้แหละร้ายหลายประการ
จะเกิดเพลิงเริงแรงข้างแขวงใต้ลุกลามไหม้หมดสิ้นทุกถิ่นฐาน
ฝูงสัตว์สิงหญิงชายจะวายปราณเพราะพวกพาลไพรีจะบีฑา
เหมือนพระรามข้ามสมุทรไปหยุดทัพไมยราพณ์จับจำขังแทบสังขาร์
ต้องสะเดาะเคราห์ชำระพระชาตาตามตำราแก้ไขพอให้คลาย ฯ
๏ พระจบหัตถ์มัสการอาจารย์เจ้าท่านผู้เฒ่าที่พึ่งเหมือนหนึ่งหมาย
ช่วยผันแปรแก้กันอันตรายพอเคลื่อนคลายเคราะห์นามตามตำรา ฯ
๏ ฝ่ายปาโมกข์โลกเชษฐ์พระเวทขลังจึงให้ตั้งศาลสถิตแปดทิศา
ริมรอบวังฝังอาถรรพณ์เกลือธัญญาเพลิงไหม้มามิให้ไหม้ถึงในวัง
แล้วลงยันต์กันปืนธนูแผลงข้ามกำแพงมิได้พ้นด้วยมนต์ขลัง
เสกสะเดาะเคราห์เมืองเครื่องสูปังบายศรีตั้งสังเวยนมเนยครบ
แล้วปักธงข้างประตูศัตรูเข้าให้มัวเมามืดคลุ้มกลุ้มตลบ
จุดธูปเทียนเวียนรอบแล้วนอบนบกว่าจะครบเจ็ดวันป้องกันภัย
ทั้งท่านครูอยู่กับองค์พระทรงยศเสกน้ำกลศสังข์สุคนธ์ด้วยมนต์ไสย
สรงสะเดาะเคราะห์ท้าวเจ้ากรุงไกรตั้งอยู่ในศีลสัตย์สวัสดี ฯ
๏ ฝ่ายเสนาข้าเฝ้าเหล่าทหารตั้งเตรียมการรบศึกไม่นึกหนี
กรมวังนั่งยามตามอัคคีขึ้นหน้าที่ทุกตำแหน่งจัดแจงการ ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งลังกากองหน้านั้นเจ้าหัสกันกำกับทัพทหาร
ต่างแล่นข้ามตามเข็มเต็มชำนาญหมายประมาณมุ่งมาทิศอาคเนย์
ออกกลางกึ่งถึงที่ชื่อสะดือสมุทรอุตลุดเหล่ากำปั่นป่วนหันเห
พวกพหลพลนิกรขึ้นนอนเปลคลื่นทะเลใหญ่ขย้อนเรือคลอนโคลง
บ้างย้ายแยกแตกกระบวนบ้างทวนกลับยิงปืนรับเรียกกันควันโขมง
ต้องคลี่คลายสายข้างระยางโยงให้ใบโป่งเปิดสูงพยูงลำ
พอออกพ้นวนลึกเสียงครึกครื้นใช้ใบไปตามคลื่นทุกคืนค่ำ
ครั้นน้ำหมดอดหนักหยุดตักน้ำแล้วเรียงลำลอยแล่นแสนสบาย
เข้าเขตแคว้นแดนพาราการะเวกต้นหนเอกเอาแผนที่ชี้ถวาย
พระทรงส่องกล้องสว่างกระจ่างประกายเห็นเรือรายไรไรยังไกลครัน ฯ
๏ ฝ่ายนาวาการะเวกตระเวนด่านมากประมาณร้อยเศษตรวจเขตขัณฑ์
ต่างเที่ยวใช้ใบสลุบสลับกันเห็นกำปั่นแล่นสล้างมากลางชล
สักร้อยลำคล่ำคล้ายตามสายคลื่นจึงยิงปืนเป็นสัญญาโกลาหล
แล้วแล่นสวนออกไปเข้าใกล้จนเห็นหน้าคนแขกล่ามร้องถามไป
เหวยฝรั่งอย่างไรจึงไม่หยุดจะแล่นรุดรีบตะบึงไปถึงไหน
ฝ่ายฝรั่งลังกาไม่ราใบครั้นเรือใกล้แกล้งลวงดูท่วงที
จะไปเฝ้าเจ้าพาราการะเวกอย่าโหยกเหยกขัดข้องไม่ต้องที่
เคยมีตรามาไปเป็นไมตรีถึงมึงนี้มิให้ไปก็ไม่ฟัง
ชาวค่ายว่าอย่าเข้าไปยังไม่ชอบผิดระบอบเยี่ยงอย่างแต่ปางหลัง
ถึงไมตรีมีตรามาทุกครั้งต้องหยุดยั้งอยู่แต่นอกจะบอกไป
จงส่งคำสำเนาให้เราอ่านราชการร้อนเย็นเป็นไฉน
แม้ขืนดื้อถือตัวไม่กลัวใครจะยิงให้ล่มคว่ำจมน้ำตาย ฯ
๏ ฝรั่งว่าถ้าเป็นทูตถือรับสั่งควรยับยั้งตามบทในกฎหมาย
นี่องค์ท่านหลานท้าวเป็นเจ้านายมาแต่ฝ่ายฟากฝั่งกรุงลังกา
นามกรหัสกันพันธุ์บพิตรอาชญาสิทธิ์สูงชาติวาสนา
ไม่ควรค้างกลางทะเลเหมือนเสนามึงอย่ามากั้นกางกีดขวางไว้
กองตระเวนเจนสมุทรจึงพูดแก้อย่าว่าแต่สุริย์วงศ์พระองค์ไหน
ถึงหน่อนาถราชโอรสยศไกรมาแต่ไกลก็ต้องห้ามตามทำนอง
หยุดให้เราเฝ้าแหนนอกแดนก่อนต่อแน่นอนแล้วจึงจะทูลฉลอง
อย่าล่วงด่านหาญฮึกจงตรึกตรองให้ถูกต้องตามวิสัยเป็นไมตรี ฯ
๏ ฝรั่งว่าข้ากลับบังคับเจ้าช่างโฉดเฉาชั่วช้ากะลาสี
จะตรงไปให้ถึงท้าวเจ้าธานีอย่าพาทีทุ่มเถียงหลีกเลี่ยงทาง ฯ
๏ ฝ่ายตระเวนเห็นฝรั่งไม่ยั้งหยุดต่างแล่นรุดล้อมสกัดเข้าขัดขวาง
ฝ่ายฝรั่งลังกาแล่นฝ่ากลางตระเวนวางปืนปึงเสียงตึงตัง
ตัดหางเสือเรือลังกาเสาหน้าหักฝรั่งชักค่ายแขวนผูกแผ่นหนัง
เหล็กหลังคาตารางกางกำบังปล่อยปืนจังกาลั่นเสียงครั่นครื้น
ถูกใบเสาชาวด่านยิงต้านรับดูกลอกกลับกลางชลาแล่นฝ่าฝืน
จนค่ำพลบรบรุดไม่หยุดปืนเสียงครึกครื้นคลื่นลมระดมดัง
กองตระเวนเกณฑ์ให้เรือใช้กลับขอกองทัพทูลตามเนื้อความหลัง
แล้วสมทบรบรุดไม่หยุดยั้งสกัดตั้งปิดทางกลางคงคา ฯ
๏ ฝ่ายเรือใช้ไปถึงกรุงพอรุ่งเช้ากราบทูลท้าวไทธิราชนาถนาถา
ว่าหัสกันนั้นเป็นเจ้าชาวลังกาจะเข้ามาห้ามไว้ก็ไม่ฟัง
ขืนหักด่านราญรุกทำอุกอาจยิงปืนสาดรบสู้อยู่ข้างหลัง
แต่ลมเข้าเขารุกมาทุกครั้งขอทัพช่วยด้วยฝรั่งคับคั่งมา ฯ
๏ กรุงกษัตริย์ตรัสว่าถ้าเช่นนั้นเจ้าหัสกันก็เหมือนวงศ์เผ่าพงศา
ด้วยเป็นบุตรสุดสาครให้หล่อนมาให้กรมท่าเร่งรับมาฉับไว ฯ
๏ ผู้รับสั่งบังคมบรมนาถลงเรือลาดตระเวนมาชลาไหล
แล้วบอกความห้ามทหารด่านกรุงไกรโปรดมิให้รบรับทัพลังกา
แล้วข้าเฝ้าเข้าไปหาพวกฝรั่งบอกรับสั่งทราบว่าองค์เผ่าพงศา
ให้เชิญหน่อวรนาถราชนัดดาเข้าพาราให้เรารับกองทัพไป ฯ
๏ พวกลังกาพาไปลงลำทรงนั้นพระหัสกันกล่าวแกล้งแถลงไข
เหวยข้าเฝ้าเจ้าพารามาว่าไรกูมิใช่เชื้อวงศ์เผ่าพงศ์พันธุ์
เพราะลูกสาวเจ้าพาราการะเวกลักเพชรเอกมาไว้ในไอศวรรย์
จะมาทวงดวงจินดาพูดจากันพวกมึงนั้นกั้นกางปิดทางไว้
เข้าระดมสมทบรบฝรั่งเขารบมั่งมันก็ต้านทานไม่ไหว
กูแค้นนักจักต้องทำให้หนำใจยกเข้าไปไล่สังหารผลาญชีวี
เออเองรู้อยู่บ้างหรือปางก่อนอันโคตรก้อนแก้วเก็จเป็นเจ็ดสี
ของลังกามาอยู่ในบูรีเอาไว้ที่แห่งหนตำบลใด ฯ
๏ อำมาตย์รู้กิริยาของข้าศึกมิได้นึกกลัวแกล้งแถลงไข
เมื่อคราวครั้งลังกาข้าก็ไปตามหน่อไทเที่ยวดูทั่วบูรี
นางวัณฬาพาเดินบนเนินเพชรให้แก้วเก็จกับธิดามารศรี
ครั้นเลิกทัพกลับมาถึงธานีปลูกไว้ที่เนินเขาเนาวรัตน์
ท่านจะมาว่าลักคิดหักหาญเหมือนแกล้งพาลพูดดื้อไม่ถือสัตย์
แล้วลวงเหล่าชาวด่านที่ทานทัดว่าเป็นนัดดาบุตรสุดสาคร
จึงโปรดใช้ให้มารับด้วยนับหน้าสำคัญว่าเชื้อวงศ์พระทรงศร
ยังหยิบผิดคิดการจะราญรอนทำยอกย้อนอย่างนี้ไม่มีอาย
หมายจะทำซ้ำเติมพูดเหิมฮึกอย่าพึงนึกว่าจะสมอารมณ์หมาย
แม้ซึ่งหน้ามาที่ไหนทั้งไพร่นายจะต้องตายอยู่ที่ด่านชานชลา ฯ
๏ หัสกันหันหุนด้วยรุ่นหนุ่มดังเพลิงสุมทรวงแค้นนั้นแสนสา
ให้จับจำอำมาตย์ลงอาชญาสั่งเสนาฝรั่งทั่วทุกตัวนาย
ให้รุมเข้าเผาพาราการะเวกมันโหยกเหยกแย่งริบให้ฉิบหาย
แต่สาวสาวเอาไว้ใช้อย่าให้ตายพบผู้ชายจงฟันให้บรรลัย ฯ
๏ ฝ่ายนายทัพรับสั่งแล้วตั้งโห่เฮโลโล้กำปั่นเสียงหวั่นไหว
ต่างรีบเข้าอ่าวเมืองแน่นเนื่องไปไม่มีใครรบสู้ทั้งบูรี
พอทัพหลังลังกายกมาถึงอึงคะนึงหนุนเข้าอ่าวกรุงศรี
คนทั้งหลายหมายว่ามาโดยดียืนดูที่ริมตลิ่งทั้งหญิงชาย
พอทัพหน้ามาถึงวังไม่ยั้งหยุดขึ้นฝั่งจุดเพลิงไหม้เหมือนใจหมาย
ตีกลองศึกครึกครื้นปืนประกายพังทลายตึกกว้านเผาบ้านเมือง
พวกทัพหลังคั่งคับช่วยทัพหน้าเที่ยวจุดไฟไหม้หลังคาติดฝาเฝือง
เสียงผางโผงโพลงพลุ่งเพลิงรุ่งเรืองชาวบ้านเมืองวุ่นวิ่งเป็นสิงคลี
บ้างฉวยคว้าผ้าผ่อนแบกหมอนฟูกบ้างอุ้มลูกจูงหลานลนลานหนี
บ้างคลานคลุกลุมล้มไม่สมประดีบ้างพลัดพี่พลัดน้องร้องตะโกน
นางลูกค้าคว้าถุงกระบุงกระบะแบกกระทะโอ่งอ่างกระถางกระโถน
ที่ผ้าผ่อนล่อนโล่งวิ่งโทงโทนสะดุดโดนเด็กผู้ใหญ่ขวักไขว่กัน
บ้างหอบของร้องไห้มุดใต้ถุนต่างว้าวุ่นวนเวียนวิ่งเหียนหัน
พวกฝรั่งลังกาไล่ฆ่าฟันสกัดกั้นกลอกกลับไล่จับกุม
พวกผู้หญิงวิ่งบุกเที่ยวซุกซ่อนบ้างซอกนอนหนีไฟอยู่ในหลุม
บ้างหลบตัวกลัวเหลือเอาเสื่อคลุมบ้างมุดตุ่มลงแต่หัวตัวโก้งโค้ง
พวกข้าศึกครึกครื้นยิงปืนใหญ่ไฟยิ่งไหม้มืดกลุ้มคลุ้มโขมง
จะเหลียวแลไปทางไหนไฟลุกโพลงติดเรือนโรงโผงผางสว่างไป
เสียงช้างม้าลาร้องออกซ้องแซ่ฮูมแปร้นแปร๋แซ่สนั่นวิ่งหวั่นไหว
คนยิ่งตื่นครื้นครั่นหนีควันไฟไฟยิ่งไหม้ไปจนรอบขอบกำแพง ฯ
๏ จนพลบค่ำกำลังเพลิงพลั่งพลุ่งสว่างรุ่งเรืองโรจน์ช่วงโชติแสง
พวกพหลพลนิกรต่างร้อนแรงโจนกำแพงลงไปนั่งกำบังไฟ
ฝรั่งยิ่งยิงปืนเสียงครื้นครึกกระหึมฮึกโห่ลั่นเสียงหวั่นไหว
ฝ่ายห้ามแหนแสนสนมกรมในต่างตื่นไฟในอารมณ์ไม่สมประดี
ร้องโปรดช่วยด้วยเถิดพระทูลกระหม่อมเพลิงไหม้ล้อมรอบจะวายตายเป็นผี
บ้างเลยหลงวงวิ่งเป็นสิงคลีมาข้างนี้ไปข้างโน้นตะโกนกัน
บ้างเก็บของทองนากลากไปทิ้งฉวยเชี่ยนวิ่งวางเชี่ยนเปลี่ยนหยิบขัน
บ้างฉวยผ้าคว้าถุงคาดพุงพันบ้างยกคันฉ่องกับหวีวิ่งหนีไฟ
ที่พวกมากลากจูงพยุงยุดอุตลุดเลี้ยววงเวียนหลงใหล
ที่รักเพื่อนเหมือนชีวิตร่วมจิตใจอุส่าห์ใส่สะเอวอุ้มกอดกุมมือ
ท่านท้าวนางต่างวิ่งล้มกลิ้งเกลือกอุส่าห์เสือกไปตามทางครางหือหือ
บ้างงันงกตกใจเห็นไฟฮือวิ่งกระพือผ้าหลุดไม่หยุดแล
พวกเจ้าจอมหม่อมคุณตระกูลสูงบ้างพยูงอยู่ข้างข้างไม่ห่างแห
บ้างวิ่งวนจนหอบหมอบกระแตที่เฒ่าแก่โก้งโค้งลากโครงคราง
ข้าหลวงเหล่าสาวใช้ตื่นไฟวิ่งกระตุ้งกระติ้งตาปลกตีอกผาง
มุดใต้ถุนลุนช่องเที่ยวมองทางเห็นรางรางลดเลี้ยวเที่ยวเลาะลัด ฯ
๏ สมเด็จท้าวเจ้าพาราการะเวกกับองค์เอกอัคเรศเกศกษัตริย์
ทั้งห้ามแหนแสนสุรางค์อยู่ปรางค์รัตน์เมื่อลมพัดเพลิงไหม้มาใกล้วัง
จะหนีออกนอกประตูท่านครูห้ามรู้ว่ายามเคราะห์ค่อยคิดถอยหลัง
จนค่ำไฟไหม้ครื้นเสียงปืนดังอุตส่าห์นั่งนิ่งภาวนามนต์ ฯ
๏ ฝ่ายทิศาปาโมกข์โลกเชษฐ์อ่านพระเวทวิทยาเป็นห่าฝน
ให้ไฟดับลับตาประชาชนต่างมืดมนไม่เห็นทางในกลางคืน
ทั้งโยธาข้าศึกซึ่งฮึกโหมถูกฝนโซมเสื้อผ้าไม่ฝ่าฝืน
กลับลงลำกำปั่นลั่นแต่ปืนให้คนตื่นแตกพลัดกระจัดกระจาย
จนรุ่งเช้าชาวบูรีต่างหนีเร้นแลไม่เห็นผู้คนทั้งฝนหาย
ทั้งสองทัพกลับไล่พวกไพร่นายขึ้นตั้งค่ายราบรอบขอบกำแพง ฯ
๏ เจ้าวายุพัฒน์หัสกันเกณฑ์ทหารให้ถือขวานคนละเล่มล้วนเข้มแข็ง
ฟันประตูดูประหลาดพลิ้วพลาดแพลงจนสิ้นแรงรู้ว่าฤทธิ์วิทยา
เอาไม้ลำทำบันไดไต่ไปพาดขึ้นปีนพลาดพลัดคะมำถลำถลา
บ้างหัวหกตกดิ้นสิ้นชีวาบ้างแขนขาหักตายเสียหลายคน
บ้างปวดหัวมัวตาให้หน้ามืดเป็นหอบหืดเห็นวิบัติคิดขัดสน
จึงอุบายถ่ายเททำเล่ห์กลให้พวกพลร้องว่าชาวธานี
กองทัพเราเข้ามาล้อมอยู่พร้อมพรั่งเปรียบเหมือนขังไก่ไว้มิให้หนี
แม้ผู้ใดใครออกมาหาโดยดีจะให้มีชื่อเสียงชุบเลี้ยงไว้
เร่งเร็วเถิดเปิดประตูอย่าอยู่ช้าจะพลอยพากันตายทั้งนายไพร่
จงทำชอบนอบน้อมคิดพร้อมใจก็จะให้เงินทองของดีดี ฯ
๏ ฝ่ายข้าเฝ้าชาวบุรินทร์สิ้นทั้งหลายทั้งไพร่นายรายรักษาทุกหน้าที่
ต่างเยี่ยมมองช่องเสมาร้องพาทีเหวยอ้ายผีพวกฝรั่งเกาะลังกา
ทั้งลวงหลอกยอกย้อนทำซ่อนเงื่อนเผาบ้านเรือนร้ายกาจนอกศาสนา
หากพระองค์ทรงคิดถึงบิดาโปรดให้มามึงจึงได้มาใกล้กราย
ถ้าหาไม่ไหนน้ำหน้าอ้ายฝรั่งจะเห็นวังเวียงราชอย่ามาดหมาย
แต่รบกับทัพเรือก็เหลือตายอยู่ที่ปลายแดนด่านชานชลา ฯ
๏ เจ้าหัสกันสั่งให้ไพร่ว่าอ้ายโง่มึงเหมือนโคคอกขังจะสังขาร์
วิสัยศึกลึกล้ำเป็นธรรมดามีปัญญาย่อมจะได้ด้วยง่ายดาย
ผู้ใดเซอะเคอะคะจะเป็นเหยื่อเปรียบเหมือนเนื้อทั้งปวงติดบ่วงหวาย
จงกลับใจไหว้กราบอย่าหยาบคายบอกเจ้านายมึงให้รู้ว่ากูนี้
ตามมาทวงดวงเพชรอันเตร็ดตรัจพวกมึงขัดจึงได้เข้าเผากรุงศรี
ว่าไม่รู้กูเข้ามารบธานีประเดี๋ยวนี้เล่าก็รู้นิ่งอยู่ไย
ยังเข้าปีกหลีกหลบไม่รบสู้จะปิดประตูตายหรือถือไฉน
ถ้าแม้ว่ากล้าจริงออกชิงชัยใครดีได้เห็นกันเป็นมั่นคง ฯ
๏ พวกขุนนางต่างว่าเหวยฝรั่งพระจอมวังวรนาถเหมือนราชหงส์
จะสู้กาหน้าดำที่ต่ำวงศ์จะเสียทรงเสียนวลไม่ควรเลย
แล้วก็รู้อยู่ว่ามึงไม่ถึงไหนไม่เข้าได้ในกำแพงจึงแกล้งเฉย
เขาเกลียดเห็นเป็นว่ากลัวพูดยั่วเย้ยอ้ายลูกเชลยลืมพ่อคิดล่อลวง
อียุพาลาลีที่เป็นแม่ก็เป็นแต่ตัวเมียเขาเสียขวง
ยังมีหน้าพาฝรั่งสิ้นทั้งปวงมาลามล่วงลอบเข้าเผาพารา ฯ
๏ วายุพัฒน์หัสกันให้ตันจิตต่างคนคิดคั่งแค้นนั้นแสนสา
จะเข้าไปสังหารผลาญชีวาพิฆาตฆ่าโคตรมันให้บรรลัย
ก็ต้องมนต์คนปีนมือตีนอ่อนจำจะผ่อนผันแปรคิดแก้ไข
จึงรอรั้งสั่งพหลพลไกรให้ฆ่าไก่เป็ดแพะแกะโคควาย
เอาเลือดฝาดสาดรอบทั้งขอบเขตทำลายเวทมนตร์ไสยให้เสื่อมหาย
แล้วเร่งทัพขับพหลพลนิกายฟันทลายประตูปีนตีนกำแพง
พาดบันไดไต่พะองเข้ายงยุทธ์พุ่งอาวุธฟาดฟันล้วนขันแข็ง
สับสายโซ่โย้เหนี่ยวด้วยเรี่ยวแรงชาวเมืองแทงถูกตายเป็นหลายคน
แล้วทิ้งหินศิลาพุ่งอาวุธอุตลุดรบรับกันสับสน
พวกข้าศึกครึกครื้นยิงปืนกลข้ามไม่พ้นกำแพงสิ้นแรงปืน
พวกบนป้อมหลอมตะกั่วคั่วทรายสาดน้ำร้อนราดโยธาไม่ฝ่าฝืน
ต่างต่อแย้งแทงฟันเสียงครั่นครื้นระดมปืนป้อมทลายค่ายลังกา
ถูกฝรั่งทั้งปวงตกร่วงหรุบบ้างตายฟุบตัวตะแคงเสียแข้งขา
ที่เหลือตายฝ่ายฝรั่งถอยหลังมาเขารักษาค่ายมั่นขยั้นใจ ฯ
๏ เจ้าวายุพัฒน์หัสกันเห็นกองทัพจะเคี่ยวขับชาวบุรีตีไม่ไหว
ให้เสนีที่ต้องจำนั้นนำไปขุดหินได้เแก้วเก็จโคตรเพชรมา
ทลายเขาเนาวรัตน์ด้วยขัดแค้นเก็บหัวแหวนเกิดใหม่ได้หนักหนา
ให้กองทัพจับเหล่าชาวพาราลงเรือล่าเลิกทัพถอยกลับไป ฯ
๏ ฝ่ายองค์ท้าวเจ้าพาราการะเวกหมองเหมือนเมฆมืดมิดปิดสุริย์ใส
ต้องถอยถดยศถาเสียข้าไทบ้านเมืองไหม้ไพร่นายล้มตายครัน
เป็นคราวเคราะห์เพราะประมาทจึงพลาดพลั้งแทบเสียทั้งนิเวศน์ขอบเขตขัณฑ์
หากท่านครูผู้เฒ่าเหมือนเผ่าพันธุ์ช่วยผันแปรแก้กันไม่อันตราย
จึงตรัสกับมเหสีพี่กับเจ้ามีลูกเต้ามันไม่เหมือนเพื่อนทั้งหลาย
เห็นเหลือมือดื้อจริงทั้งหญิงชายพากันหายสูญเพลิงละเลิงใจ
จนครั้งนี้มีศัตรูมาดูถูกไม่เห็นลูกเต้ามีอยู่ที่ไหน
เหมือนลูกยางห่างต้นหลุดหล่นไปดังมิใช่ลูกเต้าเผ่าพงศ์พันธุ์ ฯ
๏ มเหสีอัญชลีฉลองตอบเคราะห์ประกอบให้เป็นเหมือนเช่นฝัน
เพราะยังเยาว์เบาความไปตามกันด้วยผูกพันพิศวาสไม่คลาดคลา
เป็นเหตุเพราะเคราะห์วิบัติให้พลัดพรากต้องลำบากเบญจเพสทั้งเชษฐา
พอเคราะห์ดีพี่น้องทั้งสองราจะกลับมาเขตขัณฑ์เป็นมั่นคง
ซึ่งเกิดเข็ญเป็นศึกน้องนึกแน่เพราะไปแก้พระอภัยเมื่อใหลหลง
ธิดานาฏราชโอรสยศยงช่วยณรงค์รบพุ่งกรุงลังกา
จึงฝรั่งคั่งแค้นมาแทนทดให้เสียยศเสียศักดิ์เสียหนักหนา
ควรจะใช้ให้ทหารถือสารตราไปพูดจาแจ้งกับพระอภัยมณี
ด้วยพวกพ้องของท่านล้วนหลานลูกมาดูถูกรบพุ่งเผากรุงศรี
ให้ทราบความตามวิสัยเป็นไมตรีดูท่วงทีเธอบ้างจะอย่างไร ฯ
๏ พระเห็นชอบตอบว่าปัญญาน้องช่างคิดต้องกันกับพี่จะมีไหน
แล้วอ่าองค์ทรงเครื่องย่างเยื้องไปออกนั่งในพระโรงรัตน์ชัชวาล
พร้อมพระวงศ์พงศาพฤฒามาตย์เสนาชาติหมอบเมียงเคียงขนาน
สั่งเสนาอาลักษณ์พนักงานให้แต่งสารตามเรื่องเมืองลังกา
ไปถึงท้าวเจ้าผลึกลงหมึกเขียนไม่ผิดเพี้ยนเพริศพรายลายเลขา
แล้วใส่กล่องทองคำประจำตราให้เสนารีบถือหนังสือไป ฯ
๏ ผู้รับสั่งบังคมด้วยโสมนัสมาเร่งรัดจัดกันเสียงหวั่นไหว
เอาเรือรองสองลำล่องน้ำไปรีบใช้ใบร่ำมาในสาคร ฯ

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ