ตอนที่ ๑๗ ศรีสุวรรณกับสินสมุทรตามพระอภัยมณี

๏ จะกล่าวลำกำปั่นสองกษัตริย์ สลุบสลัดแล่นรายทั้งซ้ายขวา
พอพลบค่ำคล้ำมืดในเมฆา พระพายพาพัดส่งตรงออกไป
ถึงลำใหญ่ให้จอมทอดประทับ จุดคบรับรายทางสว่างไสว
จึงเชิญองค์พระเจ้าอาให้คลาไคล ไปเก๋งใหญ่ห้าห้องเป็นช่องชั้น
เชิญให้นั่งยังที่เก้าอี้เอี่ยม มีพรมเจียมปูปัดล้วนจัดสรร
แขกฝรั่งนั่งล้อมอยู่พร้อมกัน เหมือนกลางวันแจ่มแจ้งด้วยแสงไฟ
มีโคมรายซ้ายขวาระย้าย้อย ทั้งโคมห้อยสายระยางสว่างไสว
หน่อกษัตริย์นัดดาลาครรไล เสด็จไปสู่สถานพระมารดา ฯ
๏ ส่วนสุวรรณมาลีศรีสวัสดิ์ คอยกษัตริย์ทรงยศโอรสา
กำสรดเศร้าเช้าเย็นเขม่นตา โอ้ลูกยาขัดขวางเป็นอย่างไร
หรือเสียทัพอัปราแก่ข้าศึก อนาถนึกนั่งคอยละห้อยไห้
จนพลบค่ำซ้ำโศกสลดใจ อยู่แต่ในแท่นสถิตปิดทวาร
พอได้ยินเสียงเคาะเกาะกักกัก พระลูกรักเรียกหานางขาขาน
ดีพระทัยไขสลักชักลูกดาล อุ้มกุมารขึ้นเตียงเคียงประคอง
นางกอดจูบลูกรักแล้วรับขวัญ ดูผิวพรรณผมเผ้าพ่อเศร้าหมอง
แม่คอยเจ้าเช้าเย็นเขม้นมอง พ่อเลิกกองทัพมาแล้วหรือแก้วตา ฯ
๏ สินสมุทรพูดเพราะฉอเลาะแม่ ลูกนึกแน่ว่าพระองค์คงคอยท่า
ฉันออกไปได้ขึ้นรบพบพระอา เจียนจะฆ่ากันม้วยลงด้วยกัน
แล้วบอกแม่แต่ต้นจนได้กลับ เดี๋ยวนี้อามากับกระหม่อมฉัน
ถ้าเธอถามความขำที่สำคัญ ช่วยผ่อนผันพูดให้ถูกกับลูกยา
เดิมได้บอกออกว่าพระแม่เจ้า บังเกิดเกล้ากล่อมเกลี้ยงเลี้ยงรักษา
พระบิตุรงค์พงศ์กษัตริย์เป็นภัสดา พระแม่ว่าให้เหมือนคำลูกรำพัน
อย่าบอกว่าข้าน้อยนี้ลูกยักษ์ คนรู้จักจะหัวเราะคอยเยาะฉัน
ไหนไหนก็จะคงเป็นพงศ์พันธุ์ บอกเช่นนั้นเสียรู้แล้วก็แล้วไป ฯ
๏ ยุพยงทรงฟังพระหน่อนาถ แสนฉลาดพูดจาอัชฌาสัย
นางนึกยิ้มพริ้มพรายละอายใจ จะพูดไม่เต็มปากวิบากกรรม
แต่เกิดมาอายุถึงเพียงนี้ ยังไม่มีผู้ชายมากรายกล้ำ
กลับเป็นม่ายลูกติดเพราะปิดงำ ถ้าสมคำว่าไว้ก็ไม่อาย
แม้นมิได้กันกับพ่อพระหน่อนาถ เห็นสิ้นวาสนาน้องเป็นสองม่าย
ในชาตินี้มิอยากอยู่จะสู้ตาย แต่นึกอายลูกยาแล้วพาที
ซึ่งแก้วตาว่าเกิดในอกแม่ เหมือนช่วยแก้กู้หน้าเป็นราศี
จะให้รับว่าบิดาเป็นสามี ที่ข้อนี้กลัวจะอายเมื่อปลายมือ
ถ้าพบปะพระบิตุเรศเจ้า เธอว่าเปล่าแม่มิได้ความอายหรือ
ประชาชนพลเมืองจะเลื่องลือ เหมือนหญิงดื้อด้านหน้าเป็นราคี ฯ
๏ กุมารนอบตอบความตามกระแส รูปเหมือนแม่นี้หรือชายจะหน่ายหนี
แม้นพบปะพระไม่ว่าเป็นสามี พระแม่ตีฉันให้ตายด้วยไม้เรียว
พระเจ้าอามาคอยอยู่ข้างนอก เสด็จออกให้ประสบพบประเดี๋ยว
โปรดประทานว่ากล่าวเสียคราวเดียว จะได้เที่ยวตามติดพระบิดา ฯ
๏ สงสารนุชบุตรีศรีสวัสดิ์ อายอุทัจที่จะออกไปนอกฝา
ไม่แต่งองค์ทรงเครื่องประดับประดา ทรงแต่ผ้านุ่งห่มพอสมควร
ครั้นเสร็จสรรพลับล่อให้ท้อถอย พระหน่อน้อยเคียงองค์ทรงพระสรวล
เห็นแม่เลี้ยงเลี่ยงหลบเฝ้ารบกวน นางเห็นจวนดึกเกินดำเนินมา ฯ
๏ ศรีสุวรรณครั้นแลเห็นหลานรัก พานงลักษณ์เลี้ยวทางมาข้างฝา
สำอางเอี่ยมเทียมเทพธิดา สำคัญว่าเทวีเป็นพี่สะใภ้
ลดพระองค์ลงเชิญให้มานั่ง บนบัลลังก์ลายทองอันผ่องใส
คำนับนางต่างพี่ด้วยดีใจ นางรับไหว้อนุชาแล้วพาที
กุมารามาบอกดอกจึงรู้ ว่าโจมจู่รบพุ่งถึงกรุงศรี
พระทรงยศงดโทษโปรดปรานี อย่าราคีเคืองขัดในนัดดา
พลางพินิจพิศดูพระรูปร่าง ทั้งแก้มคางขนงเนตรเหมือนเชษฐา
เห็นมั่นคงองค์พระอนุชา ทำพูดจาไต่ถามความนคร ฯ
๏ พระยิ้มพลางทางเพลินเห็นเมินพักตร์ ชำเลืองลักแลชม้ายดูสายสมร
ทั้งคมขำสำอางอย่างกินนร เสงี่ยมงอนงามพร้อมไม่ผอมพี
ดูเหมือนสาวราวสักยี่สิบถ้วน ทั้งน้ำนวลผิวผ่องเป็นสองสี
แต่ลูกยาอายุได้แปดปี นางจะมีลูกเต้าแต่เท่าไร
รำจวนจิตพิศดูเป็นครู่พัก แล้วกลับหักหวนห้ามความสงสัย
ถึงอ่อนแก่แต่เป็นที่พี่สะใภ้ เราเป็นน้องต้องไหว้เป็นไรมี
ดำริพลางทางว่าข้ามาเฝ้า จะเชิญเข้ารมจักรเป็นศักดิ์ศรี
ให้อุ่นใจไพร่ฟ้าทั้งธานี ว่าพระพี่พาหลานมาพานพบ
พอพหลพลนิกรได้ผ่อนพัก แล้วจึงจักเกณฑ์กำปั่นเข้าบรรจบ
เลียบให้รอบขอบฟากมหรณพ ไม่พานพบพี่ยาไม่มาวัง ฯ
๏ นางฟังคำอ้ำอึ้งตะลึงคิด จะเบือนบิดก็ไม่ได้ดังใจหวัง
มิไปกับอนุชาก็น่าชัง ดูเหมือนดังเด็ดขาดญาติกา
จึงตรัสตอบขอบคุณการุญรัก พระนับศักดิ์สุริย์วงศ์ลงมาหา
จะตามไปไม่ขัดพระอัชฌา ตามประสาซื่อตรงเหมือนวงศ์วาน
สองกษัตริย์ตรัสสนทนาสนอง จนยามสองเสียงดังระฆังขาน
จึงตรัสสั่งอังกุหร่าปรีชาชาญ จงแจ้งการกันให้ทั่วทุกตัวนาย
แต่เช้าตรู่กู่เกณฑ์เรือที่นั่ง ให้พร้อมพรั่งดั้งกันจะผันผาย
แล้วลาพระอนุชาพาลูกชาย เข้าห้องท้ายไสยาสน์อาสน์สุวรรณ
พอแสงทองส่องสว่างกระจ่างฟ้า อังกุหร่าเรียกพหลพลขันธ์
ลงประจำลำที่นั่งทั้งดั้งกัน เป็นคู่คั่นเคียงเคียงเรียงเรียงราย ฯ
๏ ส่วนสุวรรณมาลีศรีสมร ทิพากรไตรตรัสจำรัสฉาย
บรรทมตื่นฟื้นองค์ดำรงกาย ชวนลูกชายสรงชลสุคนธา
แล้วแต่งองค์ทรงเครื่องให้ลูกรัก ผัดพระพักตร์ผิวพรรณกันเกศา
สร้อยสังวาลบานพับประดับประดา ปักจุฑามณีแก้วอันแพรวพราย
ส่วนโฉมยงทรงเครื่องแต่เก่าเก่า จะให้เขาเห็นแท้ว่าแม่ม่าย
ยังไม่เคยเลยน่าระอาอาย พระลูกชายชวนเดินดำเนินมา ฯ
๏ ศรีสุวรรณอัญชลีพี่สะใภ้ กุมารไหว้จอมกษัตริย์รับหัตถา
แล้วตามนางย่างเยื้องชำเลืองมา พวกโยธาแวดล้อมอยู่พร้อมเพรียง
สามพระองค์ลงร่วมเรือที่นั่ง ทหารตั้งโห่ลั่นสนั่นเสียง
ประโคมฆ้องกลองแตรแซ่สำเนียง ออกรายเรียงซ้ายขวาเป็นตาริ้ว
ถึงร่องทางกางใบขึ้นใส่เสา เวลาเช้าลมเรื่อยเฉื่อยเฉื่อยฉิว
ทั้งกองนำลำทรงใส่ธงปลิว เป็นแถวทิวเทือกมาในสาคร
ตะวันคล้อยหน่อยหนึ่งถึงปากน้ำ ต้องเรียงลำเรือแห่แซ่สลอน
สำเนียงโห่โยธาพลากร ใกล้นครคนตื่นเสียงครื้นครึก
เห็นกำปั่นบรรดาแขกฝรั่ง มาคับคั่งคิดว่าเป็นข้าศึก
ที่หญิงชายวิ่งอึงอึกทึก วิ่งคึกคึกคับคั่งกำลังกลัว
ที่ง่อยเปลี้ยเสียขานัยน์ตาบอด อุตส่าห์ลอดลงในตุ่มนั่งคลุมหัว
บ้างฉวยผ้าคว้ามุ้งพันพุงพัว เห็นจวนตัวตกใจเข้าใต้เตียง
ประชาชนอลหม่านทุกบ้านช่อง บ้างวิ่งร้องเรียกกันสนั่นเสียง
พวกหอคอยพลอยตีกลองก้องสำเนียง ทั้งวังเวียงครั่นครื้นตื่นตกใจ ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์ทรงนั่งบัลลังก์อาสน์ ได้ยินฆาตกลองศึกนึกสงสัย
ออกพระแกลแซ่เสียงเสนาใน ทูลว่าไพรีมาถึงธานี
ท้าวทรงฟังดังจะดิ้นสิ้นชีวิต เป็นสุดคิดที่จะรบหรือหลบหนี
จึงปรึกษาข้าเฝ้าว่าคราวนี้ ไม่มีที่อุปถัมภ์กรรมของเรา
เสนาในใหญ่น้อยไปคอยรับ เห็นนายทัพเขาขึ้นมาว่ากับเขา
จวนเวลาราตรีพรุ่งนี้เช้า จะไปเฝ้าถวายเมืองกับเครื่องยศ
ขอแต่ตัวผัวเมียกับลูกหลาน ไปดงดานบรรพชาเป็นดาบส
อยู่กุฏิวิหารชานบรรพต ถึงต้องอดข้าวค่ำไม่รำคาญ
อยู่เวียงวังดังไฟใกล้ดินหู พลอยให้กูเวียนวงในสงสาร
เสนาพร้อมน้อมประณตบทมาลย์ แสนสงสารโศกเศร้าด้วยเจ้านาย
ต่างทูลว่าถ้าพระองค์ทรงผนวช ก็จะบวชตามไปเหมือนใจหมาย
เอาความสุขลูกเมียไม่เสียดาย ต่างถวายบังคมลาลงมาแพ
แลเห็นลำกำปั่นให้ครั่นคร้าม แต่ล้วนสามเสาสล้างมากลางกระแส
ชุมนุมนั่งตั้งท่านัยน์ตาแล จนเรือแห่แซ่มาถึงหน้าวัง
พอลำทรงตรงประทับกับฉนวน พร้อมกระบวนโยธาทั้งหน้าหลัง
สามพระองค์ลงจากเรือบัลลังก์ แล้วหยุดยั้งตำหนักท่าชลาลัย ฯ
๏ ขุนนางพร้อมน้อมนอบหมอบชม้าย เห็นเจ้านายแน่จิตคิดสงสัย
กับนารีมิได้รู้ว่าผู้ใด ยังจำได้แต่กุมารเมื่อราญรอน
ต่างวิ่งเข้าเฝ้าองค์พระทรงยศ น้อมประณตนั่งฟังรับสั่งสลอน
จอมกษัตริย์ตรัสถามความนคร ราษฎรเคืองเข็ญเป็นอย่างไร ฯ
๏ เสวกาอาดูรทูลแถลง ทุกเขตแขวงเศร้าหมองไม่ผ่องใส
เสนามาตย์ราษฎรร้อนฤทัย เหมือนอยู่ในกลางเพลิงเชิงตะกอน
พระบิตุราชมาตุรงค์ทรงกำสรด ทุกข์ระทดทั้งพิภพสยบสยอน
แม้นข้าศึกฮึกหาญมาราญรอน จะโอนอ่อนเอาใจเป็นไมตรี
อันไพร่ฟ้าข้าเฝ้าเหล่าทหาร ต่างคิดการแต่จะอพยพหนี
เดชะบุญทูลกระหม่อมจอมโมลี ได้กลับมาธานีข้าดีใจ ฯ
๏ จอมกษัตริย์ตรัสเล่าแต่เข้ารบ จนพานพบนัดดากลับมาได้
จงเรียกวอช่อฟ้ามาไวไว จะเชิญให้พี่นางไปปรางค์ทอง ฯ
๏ กรมวังบังคมบรมนาถ ไปเร่งราชยานข้างหน้ามาทั้งสอง
บ้างเข้าวังสั่งความตามทำนอง พระวอทองพนักงานท่านข้างใน
พวกท้าวนางต่างซักตระหนักแน่ ออกวิ่งแร่เรียกกันเสียงหวั่นไหว
บ้างบอกเพื่อนเรือนเรียงเคียงกันไป ภูวไนยเสด็จมาอยู่หน้าวัง
บ้างซักถามตามแคลงให้แจ้งประจักษ์ เสียงคึกคักวิ่งรับอยู่คับคั่ง
นางพวกจ่าหาโขลนตะโกนดัง มาพร้อมพรั่งเถ้าแก่ออกแซ่ไป
เร่งจัดแจงแต่งวอสุวรรณรัตน์ นางโขลนหัดหามเดินไม่เยิ่นไหว
ลงหลังแพแลดูเห็นภูวไนย ต่างดีใจนบนอบลงหมอบกราน ฯ
๏ จอมกษัตริย์ตรัสเชิญโฉมเฉลา ให้นงเยาว์ทรงวอวิเชียรฉาน
ฝ่ายพระองค์ทรงอาสน์ราชยาน พระกุมารทรงเสลี่ยงเรียงกันมา
พวกผู้ชายรายทางข้างฉนวน ตั้งกระบวนแห่แหนไปแน่นหนา
ข้างหลังเหล่าสาวสรรค์กัลยา เสด็จมาตามทางถึงข้างใน
พระชวนเชิญโฉมตรูยุรยาตร กับหน่อนาถนัดดาอัชฌาสัย
มาห้องกลางปรางค์มาศปราสาทชัย กำนัลในอภิวาทดาษดา
ไม่เห็นองค์นงลักษณ์อัคเรศ ทอดพระเนตรเห็นแต่ห้ามจึงถามหา
เขาทูลว่าสองกษัตริย์ขัตติยา ไปอยู่ด้วยพระบิดาแต่ราตรี ฯ
๏ พระยิ้มพลางทางตรัสดำรัสสั่ง ไปบอกทั้งธิดาให้มานี่
สาวสุรางค์ต่างวิ่งเป็นสิงคลี ไปยังที่ราชฐานพระมารดา
ทูลแถลงแจ้งความสามกษัตริย์ เหมือนพระตรัสสั่งใช้ให้มาหา
สามพระองค์สงสัยในวิญญาณ์ จึงถามว่าจริงกระนั้นหรือฝันไป
ครั้นไล่เลียงเที่ยงแท้แน่ตระหนัก นางนงลักษณ์ยินดีจะมีไหน
พระอัยกาอัยกีก็ดีใจ ไม่เป็นไรแล้วเหวยลูกเขยกู
แล้วลดองค์ลงอุ้มเอาหลานขวัญ ไปด้วยกันหาพ่อหนอแม่หนู
ชวนธิดามาไปจะใคร่รู้ ยายเอ๋ยดูน่าชังยังนั่งงม
แล้วนำหน้าพาพระวงศ์ลงปราสาท เดียรดาษด้วยสุรางค์นางสนม
เขม้นเมินเดินดุ่มเป็นกลุ่มกลม บ้างพลาดล้มลุกตามกันหลามมา
ขึ้นปรางค์ทองมองเขม้นเห็นลูกเขย ชะพ่อเอ๋ยเจ้าประคุณบุญนักหนา
คนทั้งหลายหมายว่าพ่อมรณา จะเป็นข้าเขารอมร่อแล้วพ่อคุณ
เจ้ากลับมาธานีค่อยมีสุข ถึงรบรุกจนสิ้นดินกระสุน
ไม่เสียเมืองเปลื้องธุระเดชบุญ จะค่อยอุ่นอกอาณาประชาชน ฯ
๏ พระทรงฟังบังคมบรมนาถ ทูลพระบาทบิตุเรศแจ้งเหตุผล
กุมารากล้าหาญการประจญ ทั้งคงทนแทงฟันไม่บรรลัย
เข้ารบรับจับข้าพาไปซัก จึงรู้จักว่าเป็นวงศ์ไม่สงสัย
ให้เลิกทัพกลับพลสกลไกร ตรงออกไปรับนางกลางคงคา
อังนางนี้พี่สะใภ้ได้อภิเษก เป็นองค์เอกอัคเรศของเชษฐา
ครั้นมีลูกแล้วเที่ยวชมยมนา เสียเภตราพลัดไปทั้งไพร่พล
พระพี่นางนัดดาเที่ยวหารอบ ตามเขตขอบคุ้งแขวงทุกแห่งหน
ไม่แจ้งเหตุเชษฐาในสาชล จึงข้ามพลผ่านมาหน้ากรุงไกร
ได้พบพานหลานแก้วแคล้วพระพี่ จะร้ายดีมิได้เห็นเป็นไฉน
ทูลพลางทางสะท้อนถอนฤทัย ชบนัยน์คลอเนตรเวทนา
ทั้งสองท้าวสาวสุรางค์ต่างสงสาร พระพบหลานอัคเรศของเชษฐา
ทั้งโฉมยงองค์แก้วเกษรา กับธิดาอัญชลีพี่สะใภ้
นางรับหัตถ์ตรัสสอนโอรสราช ให้อภิวาทพระเจ้าอาอัชฌาสัย
นางอวยพรสรรเสริญเจริญใจ แล้วสอนให้บุตรีไหว้พี่ยา ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์อรุณรัศมี กุมารีรู้เหตุว่าเชษฐา
เจ้าคารมคมสันจำนรรจา นี่หรือว่าพงศ์พันธุ์เป็นกันเอง
มาจับพระบิตุรงค์ลงไปไว้ ให้ร้องไห้ร้องห่มทำข่มเหง
ทั้งไพร่พลคนตื่นออกครื้นเครง ไม่กลัวเกรงพระบิดาช่างน่าตี
พระบิตุราชมาตุรงค์ทรงพระสรวล ต่างสำรวลพระธิดามารศรี
จอมกษัตริย์ตรัสเรียกพระบุตรี อย่าพาทีหยามหยาบมากราบกราน
แล้วกุมกรพระธิดาเข้ามาใกล้ ให้กราบไหว้ลงที่เพลาพระเจ้าหลาน
นางฟังคำจำประณตบทมาลย์ ไม่ว่าขานแค้นพระพี่เข้าตีเอา ฯ
๏ สินสมุทรยุดน้องร้องอุยหน่า แม่หญิงอย่าหยิกตีพี่จะเล่า
แต่ก่อนไรไม่รู้จึงดูเบา เดี๋ยวนี้เรารู้จักจะรักกัน
อย่าหยิกทึ้งขึ้งโกรธขอโทษเถิด ถ้าละเมิดอีกทีนี้จึงตีฉัน
ซึ่งน้องต้องร้องไห้มาหลายวัน จะทำขวัญตุ๊กตาอย่าปรารมภ์
ตัวเล็กเล็กเจ๊กจีนแขกฝรั่ง กลระฆังของพี่ก็มีถม
จะให้แม่แต่ว่าอย่าคารม นางบังคมคำนับรับพุคะ
ไม่โกรธาว่ากล่าวแล้วคราวนี้ พระอยู่นี่เถิดอย่าไปข้างไหนหนะ
ต่างสรวลสันต์หรรษาเสียงจ๋าจ๊ะ พูดถึงจะเล่นสนุกตุ๊กตา
พวกแสนสาวท้าวนางต่างหัวเราะ รู้ปอเหลาะน่ารักเป็นนักหนา
ท้าวทศวงศ์สงสัยในวิญญาณ์ จึงตรัสปราศรัยนางทางไมตรี
อายุเจ้าเท่าไรจะใคร่รู้ บิดาดูรูปราวกับสาวศรี
เมื่อทรงครรภ์ชันษาสักกี่ปี ประเดี๋ยวนี้คิดเข้าเป็นเท่าไร ฯ
๏ ยุพยงทรงฟังรับสั่งถาม ให้เขินขามคิดพรั่นประหวั่นไหว
ไม่เคยปดอดสูอยู่ในใจ แข็งฤทัยทูลความไปตามเกิน
ชันษาข้ายี่สิบสี่เศษ เบญจเพสจึงต้องตกระหกระเหิน
อังคารเข้าเสาร์ทับแทบยับเยิน ให้เผอิญพรากพลัดพระภัสดา
ยังอยู่แต่แม่ลูกเป็นเพื่อนยาก กำจัดจากบิตุรงค์พระวงศา
แล้วเลี้ยวลดปดโป้ทำโศกา สะอื้นอ้อนซ่อนหน้าระอาอาย ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์สงสารศรีสวัสดิ์ โองการตรัสเล้าโลมนางโฉมฉาย
อย่าโศกนักหักใจเสียให้คลาย แม้นมิตายคงได้พบประสบกัน
วิสัยโลกโศกสุขทุกข์ธุระ ย่อมพบปะไปกว่าจะอาสัญ
เบญจเพสเหตุเพราะพระเคราะห์ครัน สารพันเผอิญเป็นไปเช่นนี้
จริงนะแม่แต่บุราณท่านย่อมว่า เทวดาให้ทุกข์จุกกระหรี่
เทพไทให้คุณแล้วบุญมี สุดแต่ที่บุญกรรมได้ทำมา
ซึ่งโฉมงามตามผัวทั่วตำแหน่ง ในเขตแขวงแควสมุทรก็สุดหา
จงรอรั้งฟังข่าวเหล่าลูกค้า เขาพูดจาได้ความจึงตามไป ฯ
๏ นางฟังท้าวน้าวโน้มประโลมปลอบ จึงทูลตอบตามปัญญาอัชฌาสัย
ซึ่งทรงศักดิ์จักเลี้ยงไว้เวียงชัย พระคุณใหญ่หลวงล้นคณนา
แต่ทุกข์ร้อนนอนนั่งยังไม่รอด เหมือนหญิงทอดทิ้งผัวชั่วนักหนา
จะตามไปในทะเลตามเวรา นี่แวะมาพอประณตบทมาลย์
ให้พระองค์วงศาคณาญาติ รู้จักราชนัดดาว่าเป็นหลาน
จะหยุดยั้งรอราอยู่ช้านาน ก็ป่วยการโยธาจะลาไป ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์ทรงฟังสรรเสริญ แสนเจริญกิริยาอัชฌาสัย
รักสามีชีวาไม่อาลัย พ่อขอบใจโฉมเฉลาเยาวมาลย์
จะขืนขัดทัดห้ามทรามสงวน ก็ไม่ควรครหาจะว่าขาน
จงหยุดยั้งรั้งรอพอสำราญ จึงคิดอ่านตามหาพระสามี
แล้วสั่งแก้วเกษราธิดาราช จัดปราสาทแท่นทองให้สองศรี
เอาใจใส่ปฏิบัติจัดให้ดี อย่าให้พี่เคืองขัดอัธยา
แล้วตรัสเรียกสินสมุทรสุดสวาท มาร่วมอาสน์รับขวัญด้วยหรรษา
แต่ยังเยาว์เท่านี้มีศักดา ทั้งแกล้วกล้าการณรงค์คงกระพัน
แม้นเติบใหญ่ได้สมบัติพัสถาน จะลือหลานทั่วนิเวศน์ทุกเขตขัณฑ์
ช่วยปกป้องน้องหญิงอย่าทิ้งกัน ตามเผ่าพันธุ์พงศ์กษัตริย์ขัตติยา
แล้วถามซักรักน้องยาหรือหาไม่ พระหน่อไททูลว่ารักนั้นหนักหนา
แม้นตามไปได้ประสบพบบิดา จะกลับมาอยู่ด้วยน้องสักสองปี ฯ
๏ พระบิตุราชมาตุรงค์ทรงพระสรวล เห็นสมควรคู่ครองกันสองศรี
ต่างพูดเล่นเจรจาจนราตรี พระอัยกีอัยกาก็ลาไป
ฝ่ายพระศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์ จึงให้จัดแท่นทองอันผ่องใส
ให้นัดดานารีพี่สะใภ้ อยู่ห้องในปรางค์รัตน์ชัชวาล
แล้วจัดเหล่าสาวสุรางค์นางน้อยน้อย ที่เรียบร้อยรูปทรงส่งสัณฐาน
ให้ใช้สอยคอยระวังตั้งเครื่องอาน บ้างอยู่งานพัชนีนั่งวีลม ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์อรุณรัศมี ความรักพี่สุจริตสนิทสนม
พอราตรีหนีจากแท่นบรรทม มาเชยชมเชษฐาป้าสะใภ้
ฉอเลาะพลอดฉอดเสียงสำเนียงแจ้ว พระเจ้าป้ามาแล้วอย่าไปไหน
อยู่ปราสาทราชฐานสำราญใจ ฉันจะได้ชมชื่นทุกคืนวัน
ยุพยงสงสารพระหลานน้อย ประคองค่อยกอดประทับแล้วรับขวัญ
น่าเอ็นดูรู้ว่าสารพัน ไปด้วยกันเถิดป้าจะพาไป
เที่ยวตามติดบิตุลาในสาคเรศ ชมประเทศทางชลาคงคาไหล
มีเกาะเขาเขียวชอุ่มด้วยพุ่มไม้ ทั้งจะได้ชมปลาในวาริน
พระบุตรีดีใจไปสิขา พระเจ้าป้าไปไหนไปด้วยสิ้น
ทั้งส้มสูกลูกไม้เอาไปกิน หนอพี่สินสมุทรได้ไปด้วยกัน
กุมาราว่าไปแน่หรือแม่หญิง ไปจริงจริงนะอย่าปดประชดฉัน
จะได้เล่นเป็นสุขให้ทุกวัน แล่นกำปั่นไปพลางกลางคงคา
นางดีใจไปจริงนะพระเจ้าพี่ ไปพรุ่งนี้เถิดนะพระเจ้าป้า
นางรับคำรับขวัญจำนรรจา จนเวลาดึกด่วนชวนบรรทม
ทั้งลูกเลี้ยงหลานเลี้ยงอยู่เคียงข้าง นางนอนกลางจูบเกล้าทั้งเผ้าผม
ล้วนลูกเต้าเขาอื่นได้ชื่นชม จนบรรทมหลับไปในราตรี ฯ
๏ ส่วนม้าใช้ไปถึงพราหมณ์สามประเทศ จึงแจ้งเหตุรบพุ่งในกรุงศรี
จอมกษัตริย์ขัตติยาออกราวี พวกไพรีจับไปได้หลายวัน ฯ
๏ เจ้าโมราสานนพราหมณ์วิเชียร ตกใจเจียนชีวาจะอาสัญ
ต่างรีบรัดจัดพลได้คนละพัน ขึ้นขี่ม้าพากันรีบยกมา
ถึงทุ่งกว้างทางร่วมรมจักร มาพร้อมพรักสามพราหมณ์จึงถามหา
พอรู้ข่าวชาวเมืองเขาพูดจา ว่านัดดาดอกมิใช่พวกไพรี
ครั้นได้ความสามนายค่อยคลายร้อน ไม่หยุดหย่อนรีบมุ่งมากรุงศรี
เข้าในวังทั้งอำมาตย์ราชกวี มาพร้อมที่พระโรงรัตน์กษัตรา ฯ
๏ ฝ่ายพระศรีสุวรรณวงศ์ดำรงโลก ไม่วายโศกแสนเทวษถึงเชษฐา
บรรทมตื่นแต่งองค์อลงการ์ ออกนั่งหน้าพระโรงรัตน์ชัชวาล
ทอดพระเนตรเห็นสามพราหมณ์พี่เลี้ยง เรียกมาเคียงแท่นสุวรรณแล้วบรรหาร
แล้วเล่าความตามเรื่องเคืองรำคาญ จะคิดอ่านตามองค์พระทรงธรรม์
ทั้งสามพี่นี้สนิทชีวิตน้อง ช่วยปกป้องเวียงชัยไอศวรรย์
แล้วสั่งฝ่ายนายทหารชาญฉกรรจ์ เกณฑ์กำปั่นหุ้มทองสักสองร้อย
ดูเลือกสรรบรรดาโยธาหาญ ที่เคยการเกณฑ์ไปได้ใช้สอย
แล้วสั่งเสนาในทั้งใหญ่น้อย ท่านจงค่อยครองกันอย่าฉันทา
เราจะต้องท่องเที่ยวเลี้ยวตลบ กว่าจะพบภูวเรศพระเชษฐา
ครั้นเสร็จสั่งเสนีแล้วลีลา ขึ้นมหาปรางค์มาศปราสาทชัย ฯ
๏ ฝ่ายมหาเสนาปรีชาหาญ มาจัดการเกณฑ์กำปั่นเสียงหวั่นไหว
บ้างเปลี่ยนเสาเพลาสายระบายใบ มีธงชัยปักประจำเป็นสำคัญ
ที่ลำทรงธงทองขึ้นล่องฟ้า ปืนจังกากระชับสลับลั่น
บรรจุพลคนประจำลำละพัน มาเรียงรันรอท่าอยู่หน้าวัง ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ทรงเดชเกศกษัตริย์ โทมนัสหนักหน่วงเป็นห่วงหลัง
เวลาค่ำขึ้นสุวรรรณบัลลังก์ จึงตรัสสั่งอัคเรศเกษรา
พี่จะยกทวยหาญชาญสนาม ไปติดตามภูวเรศพระเชษฐา
เที่ยวแล่นล่องท้องทางกลางคงคา พี่ขอลาโฉมฉายสายสุดใจ
เจ้าโฉมยงจงอยู่ด้วยบิตุเรศ พึ่งพระเดชปกป้องให้ผ่องใส
ถนอมเลี้ยงลูกน้อยกลอยฤทัย พี่ไปไกลกว่าจะกลับก็นับปี ฯ
๏ สงสารองค์นงลักษณ์อัคเรศ ชลเนตรคลอคลองให้หมองศรี
ชลีกรวอนว่ากับสามี อันน้องนี้มิขออยู่จะสู้ตาย
พระเสด็จไปไหนจะไปด้วย เป็นเพื่อนม้วยภูวไนยเหมือนใจหมาย
ถ้าทิ้งไว้ไหนน้องจะครองกาย เหมือนหญิงม่ายมิได้พ้นคนนินทา
ถึงมิชั่วก็เหมือนชั่วเพราะผัวจาก เป็นหญิงยากจะไว้ตัวกลัวหนักหนา
แม้นศึกเสือเหนือใต้สิ่งใดมา จะผินหน้าหาใครก็ไม่มี
พระเมตตาพาเมียไปเสียด้วย เหมือนโปรดช่วยชูพักตร์เป็นศักดิ์ศรี
จะขอเป็นเกือกทองรองธุลี กว่าชีวีน้องจะวายทำลายลง ฯ
๏ พระเล้าโลมโฉมฉายสายสวาท มิเสียชาติเชื้อตระกูลประยูรหงส์
พี่รู้เเล้วว่าพระนุชนี่สุดตรง ใช่จะสงสัยจิตคิดระแวง
ถึงร้อยปีพี่จะไปเสียไกลน้อง ไม่ขุ่นข้องคิดอางขนางแหนง
อันทองคำธรรมชาติใช่ทองแดง ไม่เคลือบแฝงแคลงฝ้าเป็นราคี
ซึ่งเกรงว่าข้าศึกจะฮึกหาญ มารุกรานรบพุ่งถึงกรุงศรี
ทั้งสามพราหมณ์ความรู้ธนูดี ยิงได้ทีละเจ็ดลูกถูกไพริน
พี่แต่งไว้ให้รักษาอาณาจักร ด้วยความรักร่วมชีวิตเป็นนิจสิน
เหมือนดวงใจนัยนาอยู่ธานินทร์ แม้นไพรินคิดร้ายมันวายปราณ
ซึ่งนงลักษณ์จักใคร่ไปด้วยพี่ เกรงเป็นที่ครหาจะว่าขาน
ด้วยสตรีที่จะไปมิใช่การ อันหนึ่งหลานพี่นางจะหมางใจ
จะว่ารักอัคเรศกว่าเชษฐา ไม่เคลื่อนคลาคลาดมิตรพิสมัย
จะไปไหนก็ต้องพากันคลาไคล อย่าตามไปเลยน้องไม่ต้องการ
อยู่กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงอรุณรัศมี อย่าหยิกตีลูกยาค่อยว่าขาน
อันหนึ่งเหล่าสาวสรรค์พนักงาน ให้สำราญเหมือนพี่อยู่ในบูรี
อันหนึ่งเจ้าเยาวลักษณ์จงหักจิต อย่าควรคิดขัดข้องให้หมองศรี
ถึงพี่ไปใช่ว่าจะช้าที พบพระพี่ก็จะพามานคร ฯ
๏ ยุพยงทรงฟังรับสั่งตรัส สุดจะขัดคับทรวงดวงสมร
กราบกษัตริย์ภัสดาให้อาวรณ์ สะอื้นอ้อนอาดูรแล้วทูลพลาง
ซึ่งบัญชามาก็จริงทุกสิ่งสิ้น เป็นมลทินสารพัดจะขัดขวาง
แต่สงสารผ่านเกล้าไปตามทาง จะอ้างว้างกลางทะเลทุกเวลา
พระอยู่วังพรั่งพร้อมสนมนาฏ บำรุงบาทบทเรศพระเชษฐา
ยามสระสรงทรงเครื่องสุคนธา นางสาวสรรค์กัลยาเคยอยู่งาน
ยามเสวยเคยเทียบสุวรรณภาชน์ โอ้อนาถอนิจจาน่าสงสาร
ยามบรรทมแท่นรัตน์ชัชวาล เคยอยู่งานนวดฟั้นให้บรรทม
เสด็จไปใครเล่าจะเฝ้าแหน ให้เหมือนแม้นสาวสุรางค์นางสนม
จะต้องแดดแผดต้องละอองลม น้องปรารมภ์ร้อยอย่างไม่วางใจ
ทั้งไม่แจ้งแห่งเหตุพระเชษฐา จะตามหาแห่งหนตำบลไหน
จะเที่ยวท่องล่องลอยครรไลไป สักเมื่อไรจะได้มาถึงธานี
เจ้าประคุณทูลกระหม่อมของเมียเอ๋ย พระไม่เคยคลาคลาดปราสาทศรี
จะนับเดือนเลื่อนลับไปนับปี ชาวบุรีราษฎรจะร้อนรน
รำพันพลางนางสะอึกสะอื้นไห้ ชลนัยน์หยดย้อยดังฝอยฝน
น้อมคำนับอภิวาทบาทยุคล นฤมลมิได้วายฟายน้ำตา ฯ
๏ พระเล้าโลมโฉมฉายสายสมร อย่าอาวรณ์ทุกเทวษถึงเชษฐา
ถึงยากง่ายหมายว่าตามแต่เวรา ด้วยเกิดมามิได้พ้นคนผู้ใด
อันทุกษ์โศกโรคภัยในมนุษย์ ไม่รู้สุดสิ้นลงที่ตรงไหน
เหมือนกงเกวียนกำเกวียนเวียนระไว จงหักใจเสียเถิดเจ้าเยาวมาลย์
ค่อยอยู่ด้วยบิตุราชมาตุรงค์ ด้วยท้าวทรงพระชราน่าสงสาร
ฉวยขุกไข้ได้รักษาพยาบาล อย่าเป็นภารธุระพี่ที่จะไป
จัดแต่เหล่าสาวสุรางค์นางน้อยน้อย ที่เรียบร้อยกิริยาอัชฌาสัย
ให้ไปด้วยพี่นางในทางไกล จะได้ใช้ตามประสาเป็นนารี ฯ
๏ นางคำนับรับรสพจนารถ บังคมบาทบงกชบทศรี
พระรับขวัญกัลยาแล้วพาที ดวงชีวีเจ้าอย่าได้อาลัยวรณ์
ถึงตัวพี่จะไปแต่ใจอยู่ เหมือนเคยคู่เคียงกายสายสมร
แม้นผิดพี่ที่รักร่วมอุทร ก็ไม่จรจากน้องให้หมองนวล ฯ
๏ พระปลอบนางทางประโลมโฉมเฉลา กำสรดเศร้าสั่งนุชสุดสงวน
จนไก่ขันหวั่นไหวให้รำจวน ละอองนวลน้ำค้างลงพร่างพราย
สุริยงทรงรถขึ้นหมดเมฆ อดิเรกรุ่งฟ้าเวลาสาย
พนักงานคลานเคียงมาเรียงราย น้อมถวายเครื่องต้นสุคนธา
พระโสรจสรงทรงเครื่องเรืองจำรัส นางกษัตริย์แต่งองค์ทรงภูษา
พร้อมสุรางค์นางกำนัลกัลยา เสด็จมาห้องที่พี่สะใภ้
ลดพระองค์ลงนั่งน้อมคำนับ นางน้อมรับหัตถาอัชฌาสัย
ศรีสุวรรณทูลความนางทรามวัย วันนี้ได้ฤกษ์ดีจะลีลา
ข้าเกณฑ์ลำกำปั่นเข้าบรรจบ พลรบห้าหมื่นทั้งปืนผา
เชิญพระพี่ศรีสวัสดิ์กับนัดดา ไปทูลลาบิตุราชมาตุรงค์ ฯ
๏ ส่วนสุวรรณมาลีศรีสมร ฟังสุนทรชื่นชมสมประสงค์
เชิญกุมารพี่น้องทั้งสององค์ ให้สอดทรงเครื่องสำหรับประดับประดา
ครั้นสรรพเสร็จเสด็จดำเนินนาด ไปปราสาทบิตุรงค์พร้อมวงศา
อภิวาทบาทมูลต่างทูลลา พระมารดาบิตุรงค์อยู่จงดี ฯ
๏ จอมกษัตริย์อัดอั้นกลั้นสะอื้น อุตส่าห์ฝืนพักตร์สนองทั้งสองศรี
เจริญเถิดเกิดลาภปราบไพรี พบพระพี่พามาพาราเรา
ศรีสุวรรณอัญชลีทูลสนอง ขอบุญสองพระชนกช่วยปกเกล้า
จะเดินทางกลางน้ำลงสำเภา ไปเที่ยวเดากว่าจะพบประสบกัน
ขอฝากองค์นงนุชสุดสวาท ไว้ใต้บาทสองกษัตริย์เหมือนฉัตรกั้น
นางอรุณรัศมีเหมือนชีวัน พระทรงธรรม์โปรดด้วยช่วยระวัง ฯ
๏ นางอรุณทูลเถียงสำเนียงแจ้ว เจ้าป้าชวนฉันแล้วอย่าฝากฝัง
แล้วทูลพระอัยกาละล้าละลัง หม่อมฉันบังคมลาฝ่าธุลี ฯ
๏ พระอัยกาว่าแม่ไปไม่ได้ดอก คลื่นระลอกลมต้องจะหมองศรี
พระมารดาว่ามานั่งเสียข้างนี้ พระอัยกียุดตัวกลัวจะไป ฯ
๏ นางอรุณทูลเถียงเสียงฉอดฉอด ฉันไม่ทอดทิ้งพระองค์อย่าสงสัย
นี่ธุระพระเจ้าป้าจะพาไป หม่อมฉันได้รับคำแล้วจำเป็น
แม้นมิไปไม่ดีเหมือนขี้ปด เป็นคนคดเขาจะเย้ยไม่เคยเห็น
อยู่ในวังนั่งเปล่าทั้งเช้าเย็น จะไปเป็นเพื่อนป้าช่วยหาลุง ฯ
๏ สินสมุทรยุดมือไปหรือจ๊ะ ข้างฝ่ายพระอัยกีตีทรวงผลุง
จะกรากกรำลำบากไปจากกรุง ฉวยรบพุ่งห่วงใยอย่าไปเลย ฯ
๏ อรุณน้อยช้อยเนตรว่าเชษฐา ไม่ช่วยลาให้บ้างเล่าแม่เจ้าเอ๋ย
ดีแล้วนะพระเจ้าป้าก็เฉยเมย กระไรเลยอาภัพอัประมาณ ฯ
๏ นางฟังคำน้ำเสียงสำเนียงพลอด ช่างฉอดฉอดชื่นชอบช่วยปลอบหลาน
ป้าอยากได้แม่ไปได้ใช้การ ไม่โปรดปรานจนใจกระไรเลย ฯ
๏ พระอัยกาว่านี่แน่แม่อรุณ อยู่ดูหุ่นดูงานเถิดหลานเอ๋ย
ตุ๊กตางางามของทรามเชย นกแก้วเอยหงส์เอยอยู่เชยชม ฯ
๏ สินสมุทรหมอบชิดสะกิดน้อง เช่นนั้นของของพี่ก็มีถม
ไปเกล้าจุกตุ๊กตาอย่าปรารมภ์ นางบังคมรับพุคะฉันจะไป ฯ
๏ สองกษัตริย์ขัดสนให้อ้นอั้น ต้องผ่อนผันตามประสาอัชฌาสัย
สงสารแก้วเกษราก็อาลัย แต่เกรงใจพระเจ้าป้าไม่พาที ฯ
๏ ศรีสุวรรณครั้นเห็นว่าเวลาสาย จึงถวายบังคมลาทั้งมารศรี
สามกษัตริย์ขัตติยาฝูงนารี มาส่งที่ตำหนักแพเสียงแซ่ซ้อง
ส่วนสาวสาวเหล่าสำหรับไปขับกล่อม สะพรั่งพร้อมข้าคนวิ่งขนของ
ทั้งเครื่องกินปิ่นโตขันโต๊ะทอง หวีคันฉ่องมีดแหนบแอบเอาไป
ที่ผูกพันฟั่นเฟือนด้วยเพื่อนหญิง เฝ้าอ้อยอิ่งอำลาน้ำตาไหล
ที่ลางนางทำกระบวนรำจวนใจ เหลืออาลัยแลหาน้ำตาคลอ
ครั้นสรรพเสร็จเสด็จลงเรือที่นั่ง พร้อมสะพรั่งพลนิกรถอนสมอ
ออกจากท่าหน้าวังไม่รั้งรอ รัวม้าล่อขานโห่เป็นโกลา
ท้าวทศวงศ์องค์มิ่งมเหสี กับบุตรีเผ่าพงศ์พระวงศา
ก็ลงเรือพระที่นั่งทั้งเสนา ตามส่งสองกษัตราด้วยอาลัย
พอออกจากปากอ่าวดูเปล่าโว้ง เห็นเสากระโดงดังหนึ่งแขมแซมไสว
แลพิลึกตึกตั้งบังต้นไม้ กำปั่นใหญ่อย่างนิเวศน์เขตนคร
ครั้นถึงท้ายรายเรียงเคียงประทับ ทั้งหน้าหลังคั่งคับสลับสลอน
นางเชิญองค์พงศานรากร บทจรจากบัลลังก์ที่นั่งน้อย
ขึ้นชมลำกำปั่นเป็นหลั่นลด มีเกวียนรถเตรียมไว้เครื่องใช้สอย
ทั้งอูฐลาม้าควายก็หลายร้อย เก๋งน้อยน้อยนั่งเล่นเย็นเย็นใจ
มีไม้ดอกออกลูกปลูกริมตึก ดูครื้นครึกโสภาพฤกษาไสว
หญ้าฝรั่นจันทน์คณาหว้าลำไย ช่างปลูกไว้สารพัดเหมือนปัถพี
ต่างเพลิดเพลินเดินดูหมู่ทหาร ล้วนคนงานกองชวากะลาสี
แล้วโฉมยงองค์สุวรรรณมาลี นำมาที่ตึกใหญ่ใต้ต้นจันทน์
เชิญกษัตริย์ขัตติย์วงศ์ให้ทรงนั่ง เก้าอี้ตั้งโต๊ะเรียงเคียงเคียงคั่น
ลมเย็นเย็นเห็นทะเลว้าเหว่ครัน ฝูงกำนัลนั่งแลชะแง้ชม
ริ้วริ้วเรื่อยเฉื่อยวายุพาพัด กลัวจะปัดปีกปั่นเมื่อกันผม
ที่ไม่มีกิริยานั่งท่าลม พัดผ้าห่มปลิวเปลื้องเห็นเครื่องยศ
พระญาติวงศ์พงศาที่มาส่ง ตะลึงหลงแลเหลียวเสียวสลด
ท้าวทศวงศ์สงสารหลานโอรส จะอดอดอยากอยากลำบากใจ
ถอนสะอื้นกลืนกลั้นไม่กันแสง พระเนตรแดงดังทับทิมปริ่มปริ่มไหล
ด้วยกลัวว่าจะเป็นลางตามทางไป แข็งพระทัยท้าวช่วยอำนวยพร
แม่มาลีศรีสุวรรณสินสมุทร อรุณสุดสวาททรวงดวงสมร
จงไปดีปรีดาสถาวร อย่ารู้ร้อนโรคาเป็นราคี ฯ
๏ สี่กษัตริย์ขัตติย์วงศ์ทรงสดับ ต่างคำนับน้อมประณตบทศรี
แล้วทูลลาท้าวไทพระอัยกี กับบุตรีวงศาลาครรไล
มาลงลำกำปั่นให้รันทด โศกกำสรดอุตส่าห์ขืนสะอื้นไห้
พอเรือคล้อยลอยแลอยู่แต่ไกล พวกลำใหญ่ยิงปืนเสียงครื้นเครง
ถอนสมอช่อใบขึ้นใส่รอก สัญญาออกรัวระฆังดังหง่างเหง่ง
พวกเรือแห่แตรสังข์เสียงวังเวง ดูน่าเกรงกลัวสง่าเภตรากล
พอลมล่องต้องใบครรไลเลื่อน ตามคลื่นเคลื่อนเกลื่อนทางไปกลางหน
เห็นไรไรใบสล้างระยางบน มีผู้คนขึ้นไปนั่งระวังคอย ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์องค์มิ่งมเหสี กับบุตรีร่วมใจไห้ละห้อย
ชลนัยน์ไหลหลั่งลงพรั่งพร้อย จนเรือคล้อยเคลื่อนลับให้กลับลำ
ครั้นลมส่งตรงมุ่งมากรุงแก้ว ถึงวังแล้วยังสะอื้นทุกคืนค่ำ
เกษราอาลัยใจระกำ พิไรร่ำโศกาถึงสามี ฯ
๏ ฝ่ายศรีสุวรรณวงศ์ทรงกำปั่น อยู่ห้องกั้นเก๋งสบายท้ายบาหลี
เย็นพยับลับฟ้าเข้าราตรี พอลมดีเดือนสว่างกลางทะเล
หวนอาลัยไอศวรรย์กระสันสวาท จะนิราศแรมร้างไปห่างเห
อันแถวทางกลางสมุทรสุดคะเน ให้ว้าเหว่วิญญาณ์เอกากาย
จึงยอกรวอนไหว้ทุกไทเทพ ซึ่งสมเสพโสฬสหมดทั้งหลาย
แม้นเชษฐาข้านี้ยังมิตาย ขอพระพายพัดส่งตรงออกไป
ให้พบปะพระองค์เหมือนจงจิต จะเปลื้องปลิดทุกข์น้องให้ผ่องใส
ยิ่งรำลึกตรึกตรายิ่งอาลัย เศร้าพระทัยอ้างว้างไปกลางชล ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ