ตอนที่ ๑๗ ศรีสุวรรณกับสินสมุทรตามพระอภัยมณี

๏ จะกล่าวลำกำปั่นสองกษัตริย์สลุบสลัดแล่นรายทั้งซ้ายขวา
พอพลบค่ำคล้ำมืดในเมฆาพระพายพาพัดส่งตรงออกไป
ถึงลำใหญ่ให้จอมทอดประทับจุดคบรับรายทางสว่างไสว
จึงเชิญองค์พระเจ้าอาให้คลาไคลไปเก๋งใหญ่ห้าห้องเป็นช่องชั้น
เชิญให้นั่งยังที่เก้าอี้เอี่ยมมีพรมเจียมปูปัดล้วนจัดสรร
แขกฝรั่งนั่งล้อมอยู่พร้อมกันเหมือนกลางวันแจ่มแจ้งด้วยแสงไฟ
มีโคมรายซ้ายขวาระย้าย้อยทั้งโคมห้อยสายระยางสว่างไสว
หน่อกษัตริย์นัดดาลาครรไลเสด็จไปสู่สถานพระมารดา ฯ
๏ ส่วนสุวรรณมาลีศรีสวัสดิ์คอยกษัตริย์ทรงยศโอรสา
กำสรดเศร้าเช้าเย็นเขม่นตาโอ้ลูกยาขัดขวางเป็นอย่างไร
หรือเสียทัพอัปราแก่ข้าศึกอนาถนึกนั่งคอยละห้อยไห้
จนพลบค่ำซ้ำโศกสลดใจอยู่แต่ในแท่นสถิตปิดทวาร
พอได้ยินเสียงเคาะเกาะกักกักพระลูกรักเรียกหานางขาขาน
ดีพระทัยไขสลักชักลูกดาลอุ้มกุมารขึ้นเตียงเคียงประคอง
นางกอดจูบลูกรักแล้วรับขวัญดูผิวพรรณผมเผ้าพ่อเศร้าหมอง
แม่คอยเจ้าเช้าเย็นเขม้นมองพ่อเลิกกองทัพมาแล้วหรือแก้วตา ฯ
๏ สินสมุทรพูดเพราะฉอเลาะแม่ลูกนึกแน่ว่าพระองค์คงคอยท่า
ฉันออกไปได้ขึ้นรบพบพระอาเจียนจะฆ่ากันม้วยลงด้วยกัน
แล้วบอกแม่แต่ต้นจนได้กลับเดี๋ยวนี้อามากับกระหม่อมฉัน
ถ้าเธอถามความขำที่สำคัญช่วยผ่อนผันพูดให้ถูกกับลูกยา
เดิมได้บอกออกว่าพระแม่เจ้าบังเกิดเกล้ากล่อมเกลี้ยงเลี้ยงรักษา
พระบิตุรงค์พงศ์กษัตริย์เป็นภัสดาพระแม่ว่าให้เหมือนคำลูกรำพัน
อย่าบอกว่าข้าน้อยนี้ลูกยักษ์คนรู้จักจะหัวเราะคอยเยาะฉัน
ไหนไหนก็จะคงเป็นพงศ์พันธุ์บอกเช่นนั้นเสียรู้แล้วก็แล้วไป ฯ
๏ ยุพยงทรงฟังพระหน่อนาถแสนฉลาดพูดจาอัชฌาสัย
นางนึกยิ้มพริ้มพรายละอายใจจะพูดไม่เต็มปากวิบากกรรม
แต่เกิดมาอายุถึงเพียงนี้ยังไม่มีผู้ชายมากรายกล้ำ
กลับเป็นม่ายลูกติดเพราะปิดงำถ้าสมคำว่าไว้ก็ไม่อาย
แม้นมิได้กันกับพ่อพระหน่อนาถเห็นสิ้นวาสนาน้องเป็นสองม่าย
ในชาตินี้มิอยากอยู่จะสู้ตายแต่นึกอายลูกยาแล้วพาที
ซึ่งแก้วตาว่าเกิดในอกแม่เหมือนช่วยแก้กู้หน้าเป็นราศี
จะให้รับว่าบิดาเป็นสามีที่ข้อนี้กลัวจะอายเมื่อปลายมือ
ถ้าพบปะพระบิตุเรศเจ้าเธอว่าเปล่าแม่มิได้ความอายหรือ
ประชาชนพลเมืองจะเลื่องลือเหมือนหญิงดื้อด้านหน้าเป็นราคี ฯ
๏ กุมารนอบตอบความตามกระแสรูปเหมือนแม่นี้หรือชายจะหน่ายหนี
แม้นพบปะพระไม่ว่าเป็นสามีพระแม่ตีฉันให้ตายด้วยไม้เรียว
พระเจ้าอามาคอยอยู่ข้างนอกเสด็จออกให้ประสบพบประเดี๋ยว
โปรดประทานว่ากล่าวเสียคราวเดียวจะได้เที่ยวตามติดพระบิดา ฯ
๏ สงสารนุชบุตรีศรีสวัสดิ์อายอุทัจที่จะออกไปนอกฝา
ไม่แต่งองค์ทรงเครื่องประดับประดาทรงแต่ผ้านุ่งห่มพอสมควร
ครั้นเสร็จสรรพลับล่อให้ท้อถอยพระหน่อน้อยเคียงองค์ทรงพระสรวล
เห็นแม่เลี้ยงเลี่ยงหลบเฝ้ารบกวนนางเห็นจวนดึกเกินดำเนินมา ฯ
๏ ศรีสุวรรณครั้นแลเห็นหลานรักพานงลักษณ์เลี้ยวทางมาข้างฝา
สำอางเอี่ยมเทียมเทพธิดาสำคัญว่าเทวีเป็นพี่สะใภ้
ลดพระองค์ลงเชิญให้มานั่งบนบัลลังก์ลายทองอันผ่องใส
คำนับนางต่างพี่ด้วยดีใจนางรับไหว้อนุชาแล้วพาที
กุมารามาบอกดอกจึงรู้ว่าโจมจู่รบพุ่งถึงกรุงศรี
พระทรงยศงดโทษโปรดปรานีอย่าราคีเคืองขัดในนัดดา
พลางพินิจพิศดูพระรูปร่างทั้งแก้มคางขนงเนตรเหมือนเชษฐา
เห็นมั่นคงองค์พระอนุชาทำพูดจาไต่ถามความนคร ฯ
๏ พระยิ้มพลางทางเพลินเห็นเมินพักตร์ชำเลืองลักแลชม้ายดูสายสมร
ทั้งคมขำสำอางอย่างกินนรเสงี่ยมงอนงามพร้อมไม่ผอมพี
ดูเหมือนสาวราวสักยี่สิบถ้วนทั้งน้ำนวลผิวผ่องเป็นสองสี
แต่ลูกยาอายุได้แปดปีนางจะมีลูกเต้าแต่เท่าไร
รำจวนจิตพิศดูเป็นครู่พักแล้วกลับหักหวนห้ามความสงสัย
ถึงอ่อนแก่แต่เป็นที่พี่สะใภ้เราเป็นน้องต้องไหว้เป็นไรมี
ดำริพลางทางว่าข้ามาเฝ้าจะเชิญเข้ารมจักรเป็นศักดิ์ศรี
ให้อุ่นใจไพร่ฟ้าทั้งธานีว่าพระพี่พาหลานมาพานพบ
พอพหลพลนิกรได้ผ่อนพักแล้วจึงจักเกณฑ์กำปั่นเข้าบรรจบ
เลียบให้รอบขอบฟากมหรณพไม่พานพบพี่ยาไม่มาวัง ฯ
๏ นางฟังคำอ้ำอึ้งตะลึงคิดจะเบือนบิดก็ไม่ได้ดังใจหวัง
มิไปกับอนุชาก็น่าชังดูเหมือนดังเด็ดขาดญาติกา
จึงตรัสตอบขอบคุณการุญรักพระนับศักดิ์สุริย์วงศ์ลงมาหา
จะตามไปไม่ขัดพระอัชฌาตามประสาซื่อตรงเหมือนวงศ์วาน
สองกษัตริย์ตรัสสนทนาสนองจนยามสองเสียงดังระฆังขาน
จึงตรัสสั่งอังกุหร่าปรีชาชาญจงแจ้งการกันให้ทั่วทุกตัวนาย
แต่เช้าตรู่กู่เกณฑ์เรือที่นั่งให้พร้อมพรั่งดั้งกันจะผันผาย
แล้วลาพระอนุชาพาลูกชายเข้าห้องท้ายไสยาสน์อาสน์สุวรรณ
พอแสงทองส่องสว่างกระจ่างฟ้าอังกุหร่าเรียกพหลพลขันธ์
ลงประจำลำที่นั่งทั้งดั้งกันเป็นคู่คั่นเคียงเคียงเรียงเรียงราย ฯ
๏ ส่วนสุวรรณมาลีศรีสมรทิพากรไตรตรัสจำรัสฉาย
บรรทมตื่นฟื้นองค์ดำรงกายชวนลูกชายสรงชลสุคนธา
แล้วแต่งองค์ทรงเครื่องให้ลูกรักผัดพระพักตร์ผิวพรรณกันเกศา
สร้อยสังวาลบานพับประดับประดาปักจุฑามณีแก้วอันแพรวพราย
ส่วนโฉมยงทรงเครื่องแต่เก่าเก่าจะให้เขาเห็นแท้ว่าแม่ม่าย
ยังไม่เคยเลยน่าระอาอายพระลูกชายชวนเดินดำเนินมา ฯ
๏ ศรีสุวรรณอัญชลีพี่สะใภ้กุมารไหว้จอมกษัตริย์รับหัตถา
แล้วตามนางย่างเยื้องชำเลืองมาพวกโยธาแวดล้อมอยู่พร้อมเพรียง
สามพระองค์ลงร่วมเรือที่นั่งทหารตั้งโห่ลั่นสนั่นเสียง
ประโคมฆ้องกลองแตรแซ่สำเนียงออกรายเรียงซ้ายขวาเป็นตาริ้ว
ถึงร่องทางกางใบขึ้นใส่เสาเวลาเช้าลมเรื่อยเฉื่อยเฉื่อยฉิว
ทั้งกองนำลำทรงใส่ธงปลิวเป็นแถวทิวเทือกมาในสาคร
ตะวันคล้อยหน่อยหนึ่งถึงปากน้ำต้องเรียงลำเรือแห่แซ่สลอน
สำเนียงโห่โยธาพลากรใกล้นครคนตื่นเสียงครื้นครึก
เห็นกำปั่นบรรดาแขกฝรั่งมาคับคั่งคิดว่าเป็นข้าศึก
ที่หญิงชายวิ่งอึงอึกทึกวิ่งคึกคึกคับคั่งกำลังกลัว
ที่ง่อยเปลี้ยเสียขานัยน์ตาบอดอุตส่าห์ลอดลงในตุ่มนั่งคลุมหัว
บ้างฉวยผ้าคว้ามุ้งพันพุงพัวเห็นจวนตัวตกใจเข้าใต้เตียง
ประชาชนอลหม่านทุกบ้านช่องบ้างวิ่งร้องเรียกกันสนั่นเสียง
พวกหอคอยพลอยตีกลองก้องสำเนียงทั้งวังเวียงครั่นครื้นตื่นตกใจ ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์ทรงนั่งบัลลังก์อาสน์ได้ยินฆาตกลองศึกนึกสงสัย
ออกพระแกลแซ่เสียงเสนาในทูลว่าไพรีมาถึงธานี
ท้าวทรงฟังดังจะดิ้นสิ้นชีวิตเป็นสุดคิดที่จะรบหรือหลบหนี
จึงปรึกษาข้าเฝ้าว่าคราวนี้ไม่มีที่อุปถัมภ์กรรมของเรา
เสนาในใหญ่น้อยไปคอยรับเห็นนายทัพเขาขึ้นมาว่ากับเขา
จวนเวลาราตรีพรุ่งนี้เช้าจะไปเฝ้าถวายเมืองกับเครื่องยศ
ขอแต่ตัวผัวเมียกับลูกหลานไปดงดานบรรพชาเป็นดาบส
อยู่กุฏิวิหารชานบรรพตถึงต้องอดข้าวค่ำไม่รำคาญ
อยู่เวียงวังดังไฟใกล้ดินหูพลอยให้กูเวียนวงในสงสาร
เสนาพร้อมน้อมประณตบทมาลย์แสนสงสารโศกเศร้าด้วยเจ้านาย
ต่างทูลว่าถ้าพระองค์ทรงผนวชก็จะบวชตามไปเหมือนใจหมาย
เอาความสุขลูกเมียไม่เสียดายต่างถวายบังคมลาลงมาแพ
แลเห็นลำกำปั่นให้ครั่นคร้ามแต่ล้วนสามเสาสล้างมากลางกระแส
ชุมนุมนั่งตั้งท่านัยน์ตาแลจนเรือแห่แซ่มาถึงหน้าวัง
พอลำทรงตรงประทับกับฉนวนพร้อมกระบวนโยธาทั้งหน้าหลัง
สามพระองค์ลงจากเรือบัลลังก์แล้วหยุดยั้งตำหนักท่าชลาลัย ฯ
๏ ขุนนางพร้อมน้อมนอบหมอบชม้ายเห็นเจ้านายแน่จิตคิดสงสัย
กับนารีมิได้รู้ว่าผู้ใดยังจำได้แต่กุมารเมื่อราญรอน
ต่างวิ่งเข้าเฝ้าองค์พระทรงยศน้อมประณตนั่งฟังรับสั่งสลอน
จอมกษัตริย์ตรัสถามความนครราษฎรเคืองเข็ญเป็นอย่างไร ฯ
๏ เสวกาอาดูรทูลแถลงทุกเขตแขวงเศร้าหมองไม่ผ่องใส
เสนามาตย์ราษฎรร้อนฤทัยเหมือนอยู่ในกลางเพลิงเชิงตะกอน
พระบิตุราชมาตุรงค์ทรงกำสรดทุกข์ระทดทั้งพิภพสยบสยอน
แม้นข้าศึกฮึกหาญมาราญรอนจะโอนอ่อนเอาใจเป็นไมตรี
อันไพร่ฟ้าข้าเฝ้าเหล่าทหารต่างคิดการแต่จะอพยพหนี
เดชะบุญทูลกระหม่อมจอมโมลีได้กลับมาธานีข้าดีใจ ฯ
๏ จอมกษัตริย์ตรัสเล่าแต่เข้ารบจนพานพบนัดดากลับมาได้
จงเรียกวอช่อฟ้ามาไวไวจะเชิญให้พี่นางไปปรางค์ทอง ฯ
๏ กรมวังบังคมบรมนาถไปเร่งราชยานข้างหน้ามาทั้งสอง
บ้างเข้าวังสั่งความตามทำนองพระวอทองพนักงานท่านข้างใน
พวกท้าวนางต่างซักตระหนักแน่ออกวิ่งแร่เรียกกันเสียงหวั่นไหว
บ้างบอกเพื่อนเรือนเรียงเคียงกันไปภูวไนยเสด็จมาอยู่หน้าวัง
บ้างซักถามตามแคลงให้แจ้งประจักษ์เสียงคึกคักวิ่งรับอยู่คับคั่ง
นางพวกจ่าหาโขลนตะโกนดังมาพร้อมพรั่งเถ้าแก่ออกแซ่ไป
เร่งจัดแจงแต่งวอสุวรรณรัตน์นางโขลนหัดหามเดินไม่เยิ่นไหว
ลงหลังแพแลดูเห็นภูวไนยต่างดีใจนบนอบลงหมอบกราน ฯ
๏ จอมกษัตริย์ตรัสเชิญโฉมเฉลาให้นงเยาว์ทรงวอวิเชียรฉาน
ฝ่ายพระองค์ทรงอาสน์ราชยานพระกุมารทรงเสลี่ยงเรียงกันมา
พวกผู้ชายรายทางข้างฉนวนตั้งกระบวนแห่แหนไปแน่นหนา
ข้างหลังเหล่าสาวสรรค์กัลยาเสด็จมาตามทางถึงข้างใน
พระชวนเชิญโฉมตรูยุรยาตรกับหน่อนาถนัดดาอัชฌาสัย
มาห้องกลางปรางค์มาศปราสาทชัยกำนัลในอภิวาทดาษดา
ไม่เห็นองค์นงลักษณ์อัคเรศทอดพระเนตรเห็นแต่ห้ามจึงถามหา
เขาทูลว่าสองกษัตริย์ขัตติยาไปอยู่ด้วยพระบิดาแต่ราตรี ฯ
๏ พระยิ้มพลางทางตรัสดำรัสสั่งไปบอกทั้งธิดาให้มานี่
สาวสุรางค์ต่างวิ่งเป็นสิงคลีไปยังที่ราชฐานพระมารดา
ทูลแถลงแจ้งความสามกษัตริย์เหมือนพระตรัสสั่งใช้ให้มาหา
สามพระองค์สงสัยในวิญญาณ์จึงถามว่าจริงกระนั้นหรือฝันไป
ครั้นไล่เลียงเที่ยงแท้แน่ตระหนักนางนงลักษณ์ยินดีจะมีไหน
พระอัยกาอัยกีก็ดีใจไม่เป็นไรแล้วเหวยลูกเขยกู
แล้วลดองค์ลงอุ้มเอาหลานขวัญไปด้วยกันหาพ่อหนอแม่หนู
ชวนธิดามาไปจะใคร่รู้ยายเอ๋ยดูน่าชังยังนั่งงม
แล้วนำหน้าพาพระวงศ์ลงปราสาทเดียรดาษด้วยสุรางค์นางสนม
เขม้นเมินเดินดุ่มเป็นกลุ่มกลมบ้างพลาดล้มลุกตามกันหลามมา
ขึ้นปรางค์ทองมองเขม้นเห็นลูกเขยชะพ่อเอ๋ยเจ้าประคุณบุญนักหนา
คนทั้งหลายหมายว่าพ่อมรณาจะเป็นข้าเขารอมร่อแล้วพ่อคุณ
เจ้ากลับมาธานีค่อยมีสุขถึงรบรุกจนสิ้นดินกระสุน
ไม่เสียเมืองเปลื้องธุระเดชบุญจะค่อยอุ่นอกอาณาประชาชน ฯ
๏ พระทรงฟังบังคมบรมนาถทูลพระบาทบิตุเรศแจ้งเหตุผล
กุมารากล้าหาญการประจญทั้งคงทนแทงฟันไม่บรรลัย
เข้ารบรับจับข้าพาไปซักจึงรู้จักว่าเป็นวงศ์ไม่สงสัย
ให้เลิกทัพกลับพลสกลไกรตรงออกไปรับนางกลางคงคา
อังนางนี้พี่สะใภ้ได้อภิเษกเป็นองค์เอกอัคเรศของเชษฐา
ครั้นมีลูกแล้วเที่ยวชมยมนาเสียเภตราพลัดไปทั้งไพร่พล
พระพี่นางนัดดาเที่ยวหารอบตามเขตขอบคุ้งแขวงทุกแห่งหน
ไม่แจ้งเหตุเชษฐาในสาชลจึงข้ามพลผ่านมาหน้ากรุงไกร
ได้พบพานหลานแก้วแคล้วพระพี่จะร้ายดีมิได้เห็นเป็นไฉน
ทูลพลางทางสะท้อนถอนฤทัยชบนัยน์คลอเนตรเวทนา
ทั้งสองท้าวสาวสุรางค์ต่างสงสารพระพบหลานอัคเรศของเชษฐา
ทั้งโฉมยงองค์แก้วเกษรากับธิดาอัญชลีพี่สะใภ้
นางรับหัตถ์ตรัสสอนโอรสราชให้อภิวาทพระเจ้าอาอัชฌาสัย
นางอวยพรสรรเสริญเจริญใจแล้วสอนให้บุตรีไหว้พี่ยา ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์อรุณรัศมีกุมารีรู้เหตุว่าเชษฐา
เจ้าคารมคมสันจำนรรจานี่หรือว่าพงศ์พันธุ์เป็นกันเอง
มาจับพระบิตุรงค์ลงไปไว้ให้ร้องไห้ร้องห่มทำข่มเหง
ทั้งไพร่พลคนตื่นออกครื้นเครงไม่กลัวเกรงพระบิดาช่างน่าตี
พระบิตุราชมาตุรงค์ทรงพระสรวลต่างสำรวลพระธิดามารศรี
จอมกษัตริย์ตรัสเรียกพระบุตรีอย่าพาทีหยามหยาบมากราบกราน
แล้วกุมกรพระธิดาเข้ามาใกล้ให้กราบไหว้ลงที่เพลาพระเจ้าหลาน
นางฟังคำจำประณตบทมาลย์ไม่ว่าขานแค้นพระพี่เข้าตีเอา ฯ
๏ สินสมุทรยุดน้องร้องอุยหน่าแม่หญิงอย่าหยิกตีพี่จะเล่า
แต่ก่อนไรไม่รู้จึงดูเบาเดี๋ยวนี้เรารู้จักจะรักกัน
อย่าหยิกทึ้งขึ้งโกรธขอโทษเถิดถ้าละเมิดอีกทีนี้จึงตีฉัน
ซึ่งน้องต้องร้องไห้มาหลายวันจะทำขวัญตุ๊กตาอย่าปรารมภ์
ตัวเล็กเล็กเจ๊กจีนแขกฝรั่งกลระฆังของพี่ก็มีถม
จะให้แม่แต่ว่าอย่าคารมนางบังคมคำนับรับพุคะ
ไม่โกรธาว่ากล่าวแล้วคราวนี้พระอยู่นี่เถิดอย่าไปข้างไหนหนะ
ต่างสรวลสันต์หรรษาเสียงจ๋าจ๊ะพูดถึงจะเล่นสนุกตุ๊กตา
พวกแสนสาวท้าวนางต่างหัวเราะรู้ปอเหลาะน่ารักเป็นนักหนา
ท้าวทศวงศ์สงสัยในวิญญาณ์จึงตรัสปราศรัยนางทางไมตรี
อายุเจ้าเท่าไรจะใคร่รู้บิดาดูรูปราวกับสาวศรี
เมื่อทรงครรภ์ชันษาสักกี่ปีประเดี๋ยวนี้คิดเข้าเป็นเท่าไร ฯ
๏ ยุพยงทรงฟังรับสั่งถามให้เขินขามคิดพรั่นประหวั่นไหว
ไม่เคยปดอดสูอยู่ในใจแข็งฤทัยทูลความไปตามเกิน
ชันษาข้ายี่สิบสี่เศษเบญจเพสจึงต้องตกระหกระเหิน
อังคารเข้าเสาร์ทับแทบยับเยินให้เผอิญพรากพลัดพระภัสดา
ยังอยู่แต่แม่ลูกเป็นเพื่อนยากกำจัดจากบิตุรงค์พระวงศา
แล้วเลี้ยวลดปดโป้ทำโศกาสะอื้นอ้อนซ่อนหน้าระอาอาย ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์สงสารศรีสวัสดิ์โองการตรัสเล้าโลมนางโฉมฉาย
อย่าโศกนักหักใจเสียให้คลายแม้นมิตายคงได้พบประสบกัน
วิสัยโลกโศกสุขทุกข์ธุระย่อมพบปะไปกว่าจะอาสัญ
เบญจเพสเหตุเพราะพระเคราะห์ครันสารพันเผอิญเป็นไปเช่นนี้
จริงนะแม่แต่บุราณท่านย่อมว่าเทวดาให้ทุกข์จุกกระหรี่
เทพไทให้คุณแล้วบุญมีสุดแต่ที่บุญกรรมได้ทำมา
ซึ่งโฉมงามตามผัวทั่วตำแหน่งในเขตแขวงแควสมุทรก็สุดหา
จงรอรั้งฟังข่าวเหล่าลูกค้าเขาพูดจาได้ความจึงตามไป ฯ
๏ นางฟังท้าวน้าวโน้มประโลมปลอบจึงทูลตอบตามปัญญาอัชฌาสัย
ซึ่งทรงศักดิ์จักเลี้ยงไว้เวียงชัยพระคุณใหญ่หลวงล้นคณนา
แต่ทุกข์ร้อนนอนนั่งยังไม่รอดเหมือนหญิงทอดทิ้งผัวชั่วนักหนา
จะตามไปในทะเลตามเวรานี่แวะมาพอประณตบทมาลย์
ให้พระองค์วงศาคณาญาติรู้จักราชนัดดาว่าเป็นหลาน
จะหยุดยั้งรอราอยู่ช้านานก็ป่วยการโยธาจะลาไป ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์ทรงฟังสรรเสริญแสนเจริญกิริยาอัชฌาสัย
รักสามีชีวาไม่อาลัยพ่อขอบใจโฉมเฉลาเยาวมาลย์
จะขืนขัดทัดห้ามทรามสงวนก็ไม่ควรครหาจะว่าขาน
จงหยุดยั้งรั้งรอพอสำราญจึงคิดอ่านตามหาพระสามี
แล้วสั่งแก้วเกษราธิดาราชจัดปราสาทแท่นทองให้สองศรี
เอาใจใส่ปฏิบัติจัดให้ดีอย่าให้พี่เคืองขัดอัธยา
แล้วตรัสเรียกสินสมุทรสุดสวาทมาร่วมอาสน์รับขวัญด้วยหรรษา
แต่ยังเยาว์เท่านี้มีศักดาทั้งแกล้วกล้าการณรงค์คงกระพัน
แม้นเติบใหญ่ได้สมบัติพัสถานจะลือหลานทั่วนิเวศน์ทุกเขตขัณฑ์
ช่วยปกป้องน้องหญิงอย่าทิ้งกันตามเผ่าพันธุ์พงศ์กษัตริย์ขัตติยา
แล้วถามซักรักน้องยาหรือหาไม่พระหน่อไททูลว่ารักนั้นหนักหนา
แม้นตามไปได้ประสบพบบิดาจะกลับมาอยู่ด้วยน้องสักสองปี ฯ
๏ พระบิตุราชมาตุรงค์ทรงพระสรวลเห็นสมควรคู่ครองกันสองศรี
ต่างพูดเล่นเจรจาจนราตรีพระอัยกีอัยกาก็ลาไป
ฝ่ายพระศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์จึงให้จัดแท่นทองอันผ่องใส
ให้นัดดานารีพี่สะใภ้อยู่ห้องในปรางค์รัตน์ชัชวาล
แล้วจัดเหล่าสาวสุรางค์นางน้อยน้อยที่เรียบร้อยรูปทรงส่งสัณฐาน
ให้ใช้สอยคอยระวังตั้งเครื่องอานบ้างอยู่งานพัชนีนั่งวีลม ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์อรุณรัศมีความรักพี่สุจริตสนิทสนม
พอราตรีหนีจากแท่นบรรทมมาเชยชมเชษฐาป้าสะใภ้
ฉอเลาะพลอดฉอดเสียงสำเนียงแจ้วพระเจ้าป้ามาแล้วอย่าไปไหน
อยู่ปราสาทราชฐานสำราญใจฉันจะได้ชมชื่นทุกคืนวัน
ยุพยงสงสารพระหลานน้อยประคองค่อยกอดประทับแล้วรับขวัญ
น่าเอ็นดูรู้ว่าสารพันไปด้วยกันเถิดป้าจะพาไป
เที่ยวตามติดบิตุลาในสาคเรศชมประเทศทางชลาคงคาไหล
มีเกาะเขาเขียวชอุ่มด้วยพุ่มไม้ทั้งจะได้ชมปลาในวาริน
พระบุตรีดีใจไปสิขาพระเจ้าป้าไปไหนไปด้วยสิ้น
ทั้งส้มสูกลูกไม้เอาไปกินหนอพี่สินสมุทรได้ไปด้วยกัน
กุมาราว่าไปแน่หรือแม่หญิงไปจริงจริงนะอย่าปดประชดฉัน
จะได้เล่นเป็นสุขให้ทุกวันแล่นกำปั่นไปพลางกลางคงคา
นางดีใจไปจริงนะพระเจ้าพี่ไปพรุ่งนี้เถิดนะพระเจ้าป้า
นางรับคำรับขวัญจำนรรจาจนเวลาดึกด่วนชวนบรรทม
ทั้งลูกเลี้ยงหลานเลี้ยงอยู่เคียงข้างนางนอนกลางจูบเกล้าทั้งเผ้าผม
ล้วนลูกเต้าเขาอื่นได้ชื่นชมจนบรรทมหลับไปในราตรี ฯ
๏ ส่วนม้าใช้ไปถึงพราหมณ์สามประเทศจึงแจ้งเหตุรบพุ่งในกรุงศรี
จอมกษัตริย์ขัตติยาออกราวีพวกไพรีจับไปได้หลายวัน ฯ
๏ เจ้าโมราสานนพราหมณ์วิเชียรตกใจเจียนชีวาจะอาสัญ
ต่างรีบรัดจัดพลได้คนละพันขึ้นขี่ม้าพากันรีบยกมา
ถึงทุ่งกว้างทางร่วมรมจักรมาพร้อมพรักสามพราหมณ์จึงถามหา
พอรู้ข่าวชาวเมืองเขาพูดจาว่านัดดาดอกมิใช่พวกไพรี
ครั้นได้ความสามนายค่อยคลายร้อนไม่หยุดหย่อนรีบมุ่งมากรุงศรี
เข้าในวังทั้งอำมาตย์ราชกวีมาพร้อมที่พระโรงรัตน์กษัตรา ฯ
๏ ฝ่ายพระศรีสุวรรณวงศ์ดำรงโลกไม่วายโศกแสนเทวษถึงเชษฐา
บรรทมตื่นแต่งองค์อลงการ์ออกนั่งหน้าพระโรงรัตน์ชัชวาล
ทอดพระเนตรเห็นสามพราหมณ์พี่เลี้ยงเรียกมาเคียงแท่นสุวรรณแล้วบรรหาร
แล้วเล่าความตามเรื่องเคืองรำคาญจะคิดอ่านตามองค์พระทรงธรรม์
ทั้งสามพี่นี้สนิทชีวิตน้องช่วยปกป้องเวียงชัยไอศวรรย์
แล้วสั่งฝ่ายนายทหารชาญฉกรรจ์เกณฑ์กำปั่นหุ้มทองสักสองร้อย
ดูเลือกสรรบรรดาโยธาหาญที่เคยการเกณฑ์ไปได้ใช้สอย
แล้วสั่งเสนาในทั้งใหญ่น้อยท่านจงค่อยครองกันอย่าฉันทา
เราจะต้องท่องเที่ยวเลี้ยวตลบกว่าจะพบภูวเรศพระเชษฐา
ครั้นเสร็จสั่งเสนีแล้วลีลาขึ้นมหาปรางค์มาศปราสาทชัย ฯ
๏ ฝ่ายมหาเสนาปรีชาหาญมาจัดการเกณฑ์กำปั่นเสียงหวั่นไหว
บ้างเปลี่ยนเสาเพลาสายระบายใบมีธงชัยปักประจำเป็นสำคัญ
ที่ลำทรงธงทองขึ้นล่องฟ้าปืนจังกากระชับสลับลั่น
บรรจุพลคนประจำลำละพันมาเรียงรันรอท่าอยู่หน้าวัง ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ทรงเดชเกศกษัตริย์โทมนัสหนักหน่วงเป็นห่วงหลัง
เวลาค่ำขึ้นสุวรรรณบัลลังก์จึงตรัสสั่งอัคเรศเกษรา
พี่จะยกทวยหาญชาญสนามไปติดตามภูวเรศพระเชษฐา
เที่ยวแล่นล่องท้องทางกลางคงคาพี่ขอลาโฉมฉายสายสุดใจ
เจ้าโฉมยงจงอยู่ด้วยบิตุเรศพึ่งพระเดชปกป้องให้ผ่องใส
ถนอมเลี้ยงลูกน้อยกลอยฤทัยพี่ไปไกลกว่าจะกลับก็นับปี ฯ
๏ สงสารองค์นงลักษณ์อัคเรศชลเนตรคลอคลองให้หมองศรี
ชลีกรวอนว่ากับสามีอันน้องนี้มิขออยู่จะสู้ตาย
พระเสด็จไปไหนจะไปด้วยเป็นเพื่อนม้วยภูวไนยเหมือนใจหมาย
ถ้าทิ้งไว้ไหนน้องจะครองกายเหมือนหญิงม่ายมิได้พ้นคนนินทา
ถึงมิชั่วก็เหมือนชั่วเพราะผัวจากเป็นหญิงยากจะไว้ตัวกลัวหนักหนา
แม้นศึกเสือเหนือใต้สิ่งใดมาจะผินหน้าหาใครก็ไม่มี
พระเมตตาพาเมียไปเสียด้วยเหมือนโปรดช่วยชูพักตร์เป็นศักดิ์ศรี
จะขอเป็นเกือกทองรองธุลีกว่าชีวีน้องจะวายทำลายลง ฯ
๏ พระเล้าโลมโฉมฉายสายสวาทมิเสียชาติเชื้อตระกูลประยูรหงส์
พี่รู้เเล้วว่าพระนุชนี่สุดตรงใช่จะสงสัยจิตคิดระแวง
ถึงร้อยปีพี่จะไปเสียไกลน้องไม่ขุ่นข้องคิดอางขนางแหนง
อันทองคำธรรมชาติใช่ทองแดงไม่เคลือบแฝงแคลงฝ้าเป็นราคี
ซึ่งเกรงว่าข้าศึกจะฮึกหาญมารุกรานรบพุ่งถึงกรุงศรี
ทั้งสามพราหมณ์ความรู้ธนูดียิงได้ทีละเจ็ดลูกถูกไพริน
พี่แต่งไว้ให้รักษาอาณาจักรด้วยความรักร่วมชีวิตเป็นนิจสิน
เหมือนดวงใจนัยนาอยู่ธานินทร์แม้นไพรินคิดร้ายมันวายปราณ
ซึ่งนงลักษณ์จักใคร่ไปด้วยพี่เกรงเป็นที่ครหาจะว่าขาน
ด้วยสตรีที่จะไปมิใช่การอันหนึ่งหลานพี่นางจะหมางใจ
จะว่ารักอัคเรศกว่าเชษฐาไม่เคลื่อนคลาคลาดมิตรพิสมัย
จะไปไหนก็ต้องพากันคลาไคลอย่าตามไปเลยน้องไม่ต้องการ
อยู่กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงอรุณรัศมีอย่าหยิกตีลูกยาค่อยว่าขาน
อันหนึ่งเหล่าสาวสรรค์พนักงานให้สำราญเหมือนพี่อยู่ในบูรี
อันหนึ่งเจ้าเยาวลักษณ์จงหักจิตอย่าควรคิดขัดข้องให้หมองศรี
ถึงพี่ไปใช่ว่าจะช้าทีพบพระพี่ก็จะพามานคร ฯ
๏ ยุพยงทรงฟังรับสั่งตรัสสุดจะขัดคับทรวงดวงสมร
กราบกษัตริย์ภัสดาให้อาวรณ์สะอื้นอ้อนอาดูรแล้วทูลพลาง
ซึ่งบัญชามาก็จริงทุกสิ่งสิ้นเป็นมลทินสารพัดจะขัดขวาง
แต่สงสารผ่านเกล้าไปตามทางจะอ้างว้างกลางทะเลทุกเวลา
พระอยู่วังพรั่งพร้อมสนมนาฏบำรุงบาทบทเรศพระเชษฐา
ยามสระสรงทรงเครื่องสุคนธานางสาวสรรค์กัลยาเคยอยู่งาน
ยามเสวยเคยเทียบสุวรรณภาชน์โอ้อนาถอนิจจาน่าสงสาร
ยามบรรทมแท่นรัตน์ชัชวาลเคยอยู่งานนวดฟั้นให้บรรทม
เสด็จไปใครเล่าจะเฝ้าแหนให้เหมือนแม้นสาวสุรางค์นางสนม
จะต้องแดดแผดต้องละอองลมน้องปรารมภ์ร้อยอย่างไม่วางใจ
ทั้งไม่แจ้งแห่งเหตุพระเชษฐาจะตามหาแห่งหนตำบลไหน
จะเที่ยวท่องล่องลอยครรไลไปสักเมื่อไรจะได้มาถึงธานี
เจ้าประคุณทูลกระหม่อมของเมียเอ๋ยพระไม่เคยคลาคลาดปราสาทศรี
จะนับเดือนเลื่อนลับไปนับปีชาวบุรีราษฎรจะร้อนรน
รำพันพลางนางสะอึกสะอื้นไห้ชลนัยน์หยดย้อยดังฝอยฝน
น้อมคำนับอภิวาทบาทยุคลนฤมลมิได้วายฟายน้ำตา ฯ
๏ พระเล้าโลมโฉมฉายสายสมรอย่าอาวรณ์ทุกเทวษถึงเชษฐา
ถึงยากง่ายหมายว่าตามแต่เวราด้วยเกิดมามิได้พ้นคนผู้ใด
อันทุกษ์โศกโรคภัยในมนุษย์ไม่รู้สุดสิ้นลงที่ตรงไหน
เหมือนกงเกวียนกำเกวียนเวียนระไวจงหักใจเสียเถิดเจ้าเยาวมาลย์
ค่อยอยู่ด้วยบิตุราชมาตุรงค์ด้วยท้าวทรงพระชราน่าสงสาร
ฉวยขุกไข้ได้รักษาพยาบาลอย่าเป็นภารธุระพี่ที่จะไป
จัดแต่เหล่าสาวสุรางค์นางน้อยน้อยที่เรียบร้อยกิริยาอัชฌาสัย
ให้ไปด้วยพี่นางในทางไกลจะได้ใช้ตามประสาเป็นนารี ฯ
๏ นางคำนับรับรสพจนารถบังคมบาทบงกชบทศรี
พระรับขวัญกัลยาแล้วพาทีดวงชีวีเจ้าอย่าได้อาลัยวรณ์
ถึงตัวพี่จะไปแต่ใจอยู่เหมือนเคยคู่เคียงกายสายสมร
แม้นผิดพี่ที่รักร่วมอุทรก็ไม่จรจากน้องให้หมองนวล ฯ
๏ พระปลอบนางทางประโลมโฉมเฉลากำสรดเศร้าสั่งนุชสุดสงวน
จนไก่ขันหวั่นไหวให้รำจวนละอองนวลน้ำค้างลงพร่างพราย
สุริยงทรงรถขึ้นหมดเมฆอดิเรกรุ่งฟ้าเวลาสาย
พนักงานคลานเคียงมาเรียงรายน้อมถวายเครื่องต้นสุคนธา
พระโสรจสรงทรงเครื่องเรืองจำรัสนางกษัตริย์แต่งองค์ทรงภูษา
พร้อมสุรางค์นางกำนัลกัลยาเสด็จมาห้องที่พี่สะใภ้
ลดพระองค์ลงนั่งน้อมคำนับนางน้อมรับหัตถาอัชฌาสัย
ศรีสุวรรณทูลความนางทรามวัยวันนี้ได้ฤกษ์ดีจะลีลา
ข้าเกณฑ์ลำกำปั่นเข้าบรรจบพลรบห้าหมื่นทั้งปืนผา
เชิญพระพี่ศรีสวัสดิ์กับนัดดาไปทูลลาบิตุราชมาตุรงค์ ฯ
๏ ส่วนสุวรรณมาลีศรีสมรฟังสุนทรชื่นชมสมประสงค์
เชิญกุมารพี่น้องทั้งสององค์ให้สอดทรงเครื่องสำหรับประดับประดา
ครั้นสรรพเสร็จเสด็จดำเนินนาดไปปราสาทบิตุรงค์พร้อมวงศา
อภิวาทบาทมูลต่างทูลลาพระมารดาบิตุรงค์อยู่จงดี ฯ
๏ จอมกษัตริย์อัดอั้นกลั้นสะอื้นอุตส่าห์ฝืนพักตร์สนองทั้งสองศรี
เจริญเถิดเกิดลาภปราบไพรีพบพระพี่พามาพาราเรา
ศรีสุวรรณอัญชลีทูลสนองขอบุญสองพระชนกช่วยปกเกล้า
จะเดินทางกลางน้ำลงสำเภาไปเที่ยวเดากว่าจะพบประสบกัน
ขอฝากองค์นงนุชสุดสวาทไว้ใต้บาทสองกษัตริย์เหมือนฉัตรกั้น
นางอรุณรัศมีเหมือนชีวันพระทรงธรรม์โปรดด้วยช่วยระวัง ฯ
๏ นางอรุณทูลเถียงสำเนียงแจ้วเจ้าป้าชวนฉันแล้วอย่าฝากฝัง
แล้วทูลพระอัยกาละล้าละลังหม่อมฉันบังคมลาฝ่าธุลี ฯ
๏ พระอัยกาว่าแม่ไปไม่ได้ดอกคลื่นระลอกลมต้องจะหมองศรี
พระมารดาว่ามานั่งเสียข้างนี้พระอัยกียุดตัวกลัวจะไป ฯ
๏ นางอรุณทูลเถียงเสียงฉอดฉอดฉันไม่ทอดทิ้งพระองค์อย่าสงสัย
นี่ธุระพระเจ้าป้าจะพาไปหม่อมฉันได้รับคำแล้วจำเป็น
แม้นมิไปไม่ดีเหมือนขี้ปดเป็นคนคดเขาจะเย้ยไม่เคยเห็น
อยู่ในวังนั่งเปล่าทั้งเช้าเย็นจะไปเป็นเพื่อนป้าช่วยหาลุง ฯ
๏ สินสมุทรยุดมือไปหรือจ๊ะข้างฝ่ายพระอัยกีตีทรวงผลุง
จะกรากกรำลำบากไปจากกรุงฉวยรบพุ่งห่วงใยอย่าไปเลย ฯ
๏ อรุณน้อยช้อยเนตรว่าเชษฐาไม่ช่วยลาให้บ้างเล่าแม่เจ้าเอ๋ย
ดีแล้วนะพระเจ้าป้าก็เฉยเมยกระไรเลยอาภัพอัประมาณ ฯ
๏ นางฟังคำน้ำเสียงสำเนียงพลอดช่างฉอดฉอดชื่นชอบช่วยปลอบหลาน
ป้าอยากได้แม่ไปได้ใช้การไม่โปรดปรานจนใจกระไรเลย ฯ
๏ พระอัยกาว่านี่แน่แม่อรุณอยู่ดูหุ่นดูงานเถิดหลานเอ๋ย
ตุ๊กตางางามของทรามเชยนกแก้วเอยหงส์เอยอยู่เชยชม ฯ
๏ สินสมุทรหมอบชิดสะกิดน้องเช่นนั้นของของพี่ก็มีถม
ไปเกล้าจุกตุ๊กตาอย่าปรารมภ์นางบังคมรับพุคะฉันจะไป ฯ
๏ สองกษัตริย์ขัดสนให้อ้นอั้นต้องผ่อนผันตามประสาอัชฌาสัย
สงสารแก้วเกษราก็อาลัยแต่เกรงใจพระเจ้าป้าไม่พาที ฯ
๏ ศรีสุวรรณครั้นเห็นว่าเวลาสายจึงถวายบังคมลาทั้งมารศรี
สามกษัตริย์ขัตติยาฝูงนารีมาส่งที่ตำหนักแพเสียงแซ่ซ้อง
ส่วนสาวสาวเหล่าสำหรับไปขับกล่อมสะพรั่งพร้อมข้าคนวิ่งขนของ
ทั้งเครื่องกินปิ่นโตขันโต๊ะทองหวีคันฉ่องมีดแหนบแอบเอาไป
ที่ผูกพันฟั่นเฟือนด้วยเพื่อนหญิงเฝ้าอ้อยอิ่งอำลาน้ำตาไหล
ที่ลางนางทำกระบวนรำจวนใจเหลืออาลัยแลหาน้ำตาคลอ
ครั้นสรรพเสร็จเสด็จลงเรือที่นั่งพร้อมสะพรั่งพลนิกรถอนสมอ
ออกจากท่าหน้าวังไม่รั้งรอรัวม้าล่อขานโห่เป็นโกลา
ท้าวทศวงศ์องค์มิ่งมเหสีกับบุตรีเผ่าพงศ์พระวงศา
ก็ลงเรือพระที่นั่งทั้งเสนาตามส่งสองกษัตราด้วยอาลัย
พอออกจากปากอ่าวดูเปล่าโว้งเห็นเสากระโดงดังหนึ่งแขมแซมไสว
แลพิลึกตึกตั้งบังต้นไม้กำปั่นใหญ่อย่างนิเวศน์เขตนคร
ครั้นถึงท้ายรายเรียงเคียงประทับทั้งหน้าหลังคั่งคับสลับสลอน
นางเชิญองค์พงศานรากรบทจรจากบัลลังก์ที่นั่งน้อย
ขึ้นชมลำกำปั่นเป็นหลั่นลดมีเกวียนรถเตรียมไว้เครื่องใช้สอย
ทั้งอูฐลาม้าควายก็หลายร้อยเก๋งน้อยน้อยนั่งเล่นเย็นเย็นใจ
มีไม้ดอกออกลูกปลูกริมตึกดูครื้นครึกโสภาพฤกษาไสว
หญ้าฝรั่นจันทน์คณาหว้าลำไยช่างปลูกไว้สารพัดเหมือนปัถพี
ต่างเพลิดเพลินเดินดูหมู่ทหารล้วนคนงานกองชวากะลาสี
แล้วโฉมยงองค์สุวรรรณมาลีนำมาที่ตึกใหญ่ใต้ต้นจันทน์
เชิญกษัตริย์ขัตติย์วงศ์ให้ทรงนั่งเก้าอี้ตั้งโต๊ะเรียงเคียงเคียงคั่น
ลมเย็นเย็นเห็นทะเลว้าเหว่ครันฝูงกำนัลนั่งแลชะแง้ชม
ริ้วริ้วเรื่อยเฉื่อยวายุพาพัดกลัวจะปัดปีกปั่นเมื่อกันผม
ที่ไม่มีกิริยานั่งท่าลมพัดผ้าห่มปลิวเปลื้องเห็นเครื่องยศ
พระญาติวงศ์พงศาที่มาส่งตะลึงหลงแลเหลียวเสียวสลด
ท้าวทศวงศ์สงสารหลานโอรสจะอดอดอยากอยากลำบากใจ
ถอนสะอื้นกลืนกลั้นไม่กันแสงพระเนตรแดงดังทับทิมปริ่มปริ่มไหล
ด้วยกลัวว่าจะเป็นลางตามทางไปแข็งพระทัยท้าวช่วยอำนวยพร
แม่มาลีศรีสุวรรณสินสมุทรอรุณสุดสวาททรวงดวงสมร
จงไปดีปรีดาสถาวรอย่ารู้ร้อนโรคาเป็นราคี ฯ
๏ สี่กษัตริย์ขัตติย์วงศ์ทรงสดับต่างคำนับน้อมประณตบทศรี
แล้วทูลลาท้าวไทพระอัยกีกับบุตรีวงศาลาครรไล
มาลงลำกำปั่นให้รันทดโศกกำสรดอุตส่าห์ขืนสะอื้นไห้
พอเรือคล้อยลอยแลอยู่แต่ไกลพวกลำใหญ่ยิงปืนเสียงครื้นเครง
ถอนสมอช่อใบขึ้นใส่รอกสัญญาออกรัวระฆังดังหง่างเหง่ง
พวกเรือแห่แตรสังข์เสียงวังเวงดูน่าเกรงกลัวสง่าเภตรากล
พอลมล่องต้องใบครรไลเลื่อนตามคลื่นเคลื่อนเกลื่อนทางไปกลางหน
เห็นไรไรใบสล้างระยางบนมีผู้คนขึ้นไปนั่งระวังคอย ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์องค์มิ่งมเหสีกับบุตรีร่วมใจไห้ละห้อย
ชลนัยน์ไหลหลั่งลงพรั่งพร้อยจนเรือคล้อยเคลื่อนลับให้กลับลำ
ครั้นลมส่งตรงมุ่งมากรุงแก้วถึงวังแล้วยังสะอื้นทุกคืนค่ำ
เกษราอาลัยใจระกำพิไรร่ำโศกาถึงสามี ฯ
๏ ฝ่ายศรีสุวรรณวงศ์ทรงกำปั่นอยู่ห้องกั้นเก๋งสบายท้ายบาหลี
เย็นพยับลับฟ้าเข้าราตรีพอลมดีเดือนสว่างกลางทะเล
หวนอาลัยไอศวรรย์กระสันสวาทจะนิราศแรมร้างไปห่างเห
อันแถวทางกลางสมุทรสุดคะเนให้ว้าเหว่วิญญาณ์เอกากาย
จึงยอกรวอนไหว้ทุกไทเทพซึ่งสมเสพโสฬสหมดทั้งหลาย
แม้นเชษฐาข้านี้ยังมิตายขอพระพายพัดส่งตรงออกไป
ให้พบปะพระองค์เหมือนจงจิตจะเปลื้องปลิดทุกข์น้องให้ผ่องใส
ยิ่งรำลึกตรึกตรายิ่งอาลัยเศร้าพระทัยอ้างว้างไปกลางชล ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ